8 ร้านซูชิ (Sushi) แถวนานา อร่อยสดใหม่ วัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่น
สำหรับใครที่เป็นสาวกอาหารญี่ปุ่นและกำลังตามหาร้านซูชิ ย่านนานาถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่รวบรวมร้านอาหารคุณภาพเยี่ยมไว้มากมาย มีให้เลือกตั้งแต่ร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นสไตล์อิซากายะ ร้านซูชิจานหมุนสุดล้ำเสิร์ฟด้วยรถไฟด่วน ไปจนถึงร้านซูชิต้นตำรับที่รังสรรค์โดยเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ๆ วันนี้เราได้รวบรวม 8 ร้านซูชิแถวนานาที่การันตีความสดใหม่ วัตถุดิบพรีเมียม เดินทางสะดวก และบรรยากาศดี จะมาทานมื้อกลางวัน นัดแฮงก์เอาต์หลังเลิกงาน หรือจัดมื้อพิเศษก็ประทับใจแน่นอน ตามไปเช็กลิสต์กันได้เลย
1. Yuna Japanese Restaurant
Yuna Japanese Restaurant ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11/1 เดินจากสถานี BTS นานา แค่ประมาณ 3 นาทีก็ถึงแล้ว เป็นร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ตกแต่งสไตล์อิซากายะแบบดั้งเดิม ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง พนักงานต้อนรับอย่างคึกคักและเอาใจใส่ จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือการคัดสรรวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยทางร้านใช้เทคนิคพิเศษในการเตรียมปลาเพื่อคงความสดและชูรสชาติอูมามิออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
รายการอาหารของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ซูชิคำเดี่ยว ซาชิมิสดฉ่ำ ชุดเซตอาหาร ข้าวหน้าต่างๆ ไปจนถึงเนื้อวากิวทตโตริเกรดพรีเมียม เมนูไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเลยคือ Yuna Special Mori ชุดซูชิรวมคัดสรรพิเศษที่จัดเต็มวัตถุดิบคุณภาพสูง หากใครชอบปลาไหลย่าง ต้องลอง Anago Ippon Nigiri ซูชิปลาไหลทะเลที่มาแบบยาวทั้งตัวคำใหญ่จุใจ หรือจะเป็น Yuna Don ข้าวหน้าซีฟู้ดรวมเครื่องแน่นสดหวาน รวมถึงเมนูซาชิมิอย่าง Hirame Usuzukuri ปลาตาเดียวสไลด์บางเสิร์ฟพร้อมซอสพอนสึก็เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่ได้รับความนิยมสูง
สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นเซตอาหารกลางวัน อาหารจานเดียว หรือจัดเต็มกับชุดซูชิโอมากาเสะและเนื้อวากิว ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านซูชิคุณภาพดีเดินทางสะดวกในย่านนานา
Yuna Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-02:00 a.m.
- ที่อยู่
155, 18-19 ซอย สุขุมวิท 11/1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Sanriku Sushi Kyodoizakaya
Sanriku Sushi Kyodoizakaya ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี BTS อโศก สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังย่านนานาได้แบบสบายๆ ร้านนี้เป็นอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่บรรยากาศด้านในอบอุ่นและตกแต่งโทนไม้เรียบง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปไปนั่งกินดื่มอยู่ที่แถบโทโฮคุ จุดเด่นคือเปิดให้บริการยาวๆ จนถึงเช้า เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาร้านนั่งชิลหลังเลิกงานหรือหิวยามดึก นอกจากนี้ภายในร้านยังสามารถสูบบุหรี่ได้ ตอบโจทย์สายดื่มที่อยากได้พื้นที่ผ่อนคลายแบบเป็นกันเอง
สำหรับสายกิน ต้องบอกเลยว่าเมนูอาหารที่นี่มีให้เลือกละลานตามาก ไม่ว่าจะเป็นของทอด ของย่างเสียบไม้ หม้อไฟสไตล์โทโฮคุอย่างคิริทันโปะ หรือข้าวหน้าอาหารทะเลสดๆ เมนูเด็ดที่ไม่ลองไม่ได้คือ Sanriku Roll โรลรวมวัตถุดิบพรีเมียมอย่างอูนิ ไข่กุ้ง ฮามาจิ และแซลมอน หรือถ้าชอบคำเดียวเน้นๆ Sanriku Don ข้าวหน้าซีฟู้ดจัดเต็มก็สดหวานประทับใจ รวมถึงซูชิหน้าต่างๆ อย่างโอโทโร่ เอ็นกาวะ อูนิ หรือเนื้อวากิวเบิร์นไฟ ก็มีให้เลือกสั่งทั้งแบบคำและแบบเซตโอมากาเสะ
เรื่องงบประมาณในการมาทานที่ร้านซูชิแห่งนี้ ถือว่าสมเหตุสมผล โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 600-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเน้นสั่งเป็นเมนูทานเล่นแกล้มเครื่องดื่ม หรือจัดหนักซูชิและข้าวหน้านะครีมพรีเมียม ถือเป็นอีกหนึ่งร้านซูชิย่านนานาและอโศกที่สายอาหารญี่ปุ่นไม่ควรมองข้าม
Sanriku Sushi Kyodoizakaya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 5:00 p.m.-4:00 a.m.
- ที่อยู่
ซอย สุขุมวิท 19 แยก 2 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/sanriku-sushi-kyodoizakaya/
3. Maison Mizuki
Maison Mizuki ตั้งอยู่ในโรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท ย่านนานา-อโศก เดินทางสะดวกมาก บรรยากาศภายในร้านตกแต่งผสมผสานความทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับความหรูหราของบาร์เครื่องดื่ม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายและมีความเป็นส่วนตัว เหมาะทั้งการมานั่งทานอาหารญี่ปุ่นแบบพิถีพิถัน หรือมานั่งสังสรรค์จิบเครื่องดื่มยามเย็น จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากร้านซูชิอื่นในบริเวณนี้คือการรวมพื้นที่ร้านอาหารกับวิสกี้บาร์ชั้นนำ มีคอลเลกชันวิสกี้ระดับพรีเมียมคัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมค็อกเทลสูตรพิเศษเฉพาะตัวที่นำเสนอเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นออกมาได้อย่างมีเสน่ห์
ไลน์อาหารเน้นความสดใหม่ คัดสรรวัตถุดิบเกรดดี มีตั้งแต่ข้าวหน้าปลาดิบ นิกิริ ซาชิมิ ไปจนถึงซูชิโรลหลากหลายสไตล์ เมนูซิกเนเจอร์ที่อยากแนะนำให้ลองชิมคือ Dish Du Jour แซลมอนซอสปอนสึราดน้ำมันทราฟเฟิลที่ได้ความหอมเตะจมูกลงตัวพอดี หรือจะเป็นชุดจัดเต็มอย่าง Sashimi Moriawase, Tuna Moriawase และ Nigiri Moriawase รวมปลาดิบคุณภาพเยี่ยม ส่วนสายโรลไม่ควรพลาด Salmon Lava Roll หรือจัดหนักด้วยข้าวหน้าปลาดิบสามกษัตริย์ (Three King Donburi) นอกจากนี้ยังมีเมนูกริลล์รสเข้มข้นอย่างปลาหิมะย่างซอสมิโซะและเนื้อวากิวออสเตรเลียย่างให้เลือกสั่งเสริมความอร่อย
ค่าใช้จ่ายสำหรับการมาทานอาหารและเครื่องดื่มที่นี่ เฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับรายการอาหารที่เลือก ไม่ว่าจะเป็นเซตซาชิมิพรีเมียม โรลพิเศษ หรือการจับคู่กับค็อกเทล ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ การบริการระดับโรงแรม และบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในย่านนานา
Maison Mizuki
- เวลาทำการ
ทุกวัน 5:00 p.m.–1:00 a.m.
- ที่อยู่
189 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
4. Kisso Japanese Restaurant
Kisso Japanese Restaurant ตั้งอยู่บนชั้น 8 ของโรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอโศกและไม่ไกลจากฝั่งนานา บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกสงบ เรียบหรู แฝงความละเมียดละไมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ตกแต่งด้วยงานไม้ โทนสีอบอุ่น มีห้องส่วนตัวให้บริการสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น พร้อมการบริการที่ใส่ใจ นอบน้อม และเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการนัดเลี้ยงรับรอง มื้อค่ำสุดพิเศษ หรือการมาทานอาหารร่วมกับครอบครัว
เรื่องของกินบอกเลยว่าตอบโจทย์คนที่กำลังค้นหาร้านซูชิคุณภาพเยี่ยมในพื้นที่นี้ ตัวเลือกมีให้เลือกชิมเยอะมาก ตั้งแต่ซูชิคำเดี่ยวอย่าง ชูโทโร่ โอโทโร่ อูนิ เนื้อวากิวซากะ A5 ไปจนถึงเซตจัดเต็มอย่าง Sushi moriawase Matsu หรือเซตซูชิเบิร์นไฟ (Aburi sushi go kan moriawase) สำหรับสายโรลก็มีตัวเด็ดอย่าง Spicy salmon roll, Special spider roll และ A5 Saga Wagyu beef roll ส่วนซาชิมิสดฉ่ำชิ้นหนา และเมนูย่างถ่านอย่างปลาหิมะย่าง หรือสลัดฟัวกราส์ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
งบประมาณสำหรับการมาทานอาหารที่นี่เฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 1,500-3,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าสั่งเป็นเซตซูชิพรีเมียม ซาชิมิเซตใหญ่ หรืออาหารจานเดี่ยว ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบนำเข้า ความสดใหม่ รสชาติระดับต้นตำรับ และบริการระดับโรงแรมห้าดาว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับมื้อพิเศษ
Kisso Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00 p.m.–2:30 p.m. และ 6:00 p.m.–10:30 p.m.
- ที่อยู่
259 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. SUSHi Plus
SUSHi Plus เป็นร้านซูชิจานหมุนสุดล้ำที่ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า Terminal 21 อโศก ห่างจากสถานี BTS นานา เพียงแค่สถานีเดียวเท่านั้น หรือจะเดินรับลมชิลๆ มาก็ใช้เวลาไม่นาน บรรยากาศภายในร้านสว่างสดใส ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นดูทันสมัยและสะอาดตา มีไฮไลต์เด็ดคือระบบการเสิร์ฟอาหารด้วยรถไฟขบวนจิ๋วสุดไวที่วิ่งตรงมาจอดถึงข้างโต๊ะ ถือเป็นเสน่ห์ที่สร้างความสนุกสนานตื่นตาตื่นใจให้กับการทานอาหารได้เป็นอย่างดี
ด้านเมนูอาหารก็ตอบโจทย์ทุกสายกินด้วยตัวเลือกหลากหลายกว่าร้อยรายการ โดยมีซูชิคำเดี่ยวให้เลือกชิมกันยาวๆ เริ่มต้นเบาๆ เพียงคำละ 30 บาท เมนูยอดฮิตตลอดกาลยกให้ แซลมอนนอร์เวย์นิกิริ และแซลมอนคาราเมล ลนไฟหอมๆ ท็อปด้วยซอสรสหวานมันกำลังดี นอกจากซูชิหน้าต่างๆ แล้ว ทางร้านยังมีเมนูทานเล่น ของทอด ข้าวหน้าดงบุริ และเมนูเส้นอย่าง อุด้งเนื้อสไตล์ญี่ปุ่น หรืออุด้งหมูชาชูทงคตสึ ให้ได้ลิ้มลอง ปิดท้ายด้วยของหวานฉ่ำๆ อย่างพานาคอตต้าหรือวาราบิโมจิก็ครบสูตร
ส่วนเรื่องงบประมาณ ถือว่าสบายกระเป๋าและคุ้มค่าสุดๆ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ช่วงประมาณ 200-500 บาทเท่านั้น สามารถเลือกลิ้มลองได้หลากหลายตามใจชอบโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบบานปลาย หากกำลังมองหาร้านซูชิคุณภาพดี รสชาติมาตรฐาน นั่งสบาย แถมเดินทางง่ายในย่านนานาและอโศก ร้านนี้เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาดเลย
SUSHi Plus
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.–9:00 a.m.
- ที่อยู่
3766 ถ. พระรามที่ 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
6. Sushi Den
Sushi Den เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เมื่อแวะมาทำธุระหรือเดินเที่ยวแถวอโศกหรือนานา ร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ของห้างสรรพสินค้า เทอร์มินอล 21 โซนซานฟรานซิสโก เดินทางสะดวกมากเพราะติดกับ BTS สถานีอโศก และ MRT สถานีสุขุมวิท บรรยากาศภายในร้านเน้นความสบายสไตล์ครอบครัว โต๊ะเก้าอี้จัดวางได้ลงตัว ไม่อึดอัด มีสายพานซูชิให้หยิบจานโปรดทานได้ทันใจ หรือจะนั่งโต๊ะเพื่อสั่งจากเมนูก็คล่องตัว จุดเด่นอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียม สดใหม่ ทำอย่างพิถีพิถัน และมีชุดอาหารให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งมื้อด่วนยามบ่ายและมื้อเย็นสุดผ่อนคลาย
รายการอาหารจัดว่าครบครันมีให้เลือกเยอะมาก หากมองหาซูชิคำโปรด ทางร้านมีตั้งแต่หน้าเบสิกอย่างปลาแซลมอน ไข่หวาน อะโวคาโด ไปจนถึงเนื้อวากิวเบิร์นไฟและโอโทโร่ฉ่ำๆ จานเด็ดที่ไม่ควรมองข้ามคือเซตรวมอย่าง Sushi Den Set, Aburi Jumbo Set หรือ Shokun Nigiri Set ที่จัดรวมความอร่อยมาให้คุ้มค่า ส่วนใครชอบทานเป็นคำใหญ่ๆ แนะนำ Spicy Salmon Roll หรือ Miso Salmon Cheese Roll ฝั่งข้าวหน้าต่างๆ ก็มีให้เลือกแน่นๆ เช่น 3 Shoku Don และ Unagi Jyu แถมยังมีโปรโมชันเซตสุดคุ้มเริ่มต้นราคาน่ารักที่มีทั้งชุดชาบู สเต๊กปลา หรือสเต๊กเนื้อกระทะร้อนให้เลือกอิ่มแบบเต็มคำ
สำหรับการมาทานอาหารที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อหัวตกอยู่ราวๆ 300-700 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณและประเภทเมนูที่เลือก หากเน้นสั่งจานเดียวหรือเซตโปรโมชันสุดคุ้ม ถือว่าประหยัดงบได้ดีมาก แต่ถ้าจัดเต็มพวกซูชิพรีเมียมหรือซาชิมิสดๆ ราคาก็จะขยับขึ้นมาตามคุณภาพ ถือเป็นร้านซูชิในห้างย่านนานาและอโศกที่เข้าถึงง่าย รสชาติได้มาตรฐาน คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป
Sushi Den
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.–10:00 p.m.
- ที่อยู่
285 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
7. Sushi Kiraku
Sushi Kiraku เป็นร้านซูชิอิซากายะสไตล์ดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองเหมือนนั่งอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นที่โตเกียว จุดเด่นสำคัญที่ทำให้หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในร้านซูชิโปรดในย่านนี้ คือการได้เชฟชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีมาคอยรังสรรค์ปั้นซูชิอย่างพิถีพิถัน โดยใช้ข้าวซูชิสูตรเอโดะมาเอะแบบต้นตำรับ ผสานกับวัตถุดิบและอาหารทะเลสดใหม่ที่สั่งตรงมาจากญี่ปุ่น ทั้งนี้เชฟญี่ปุ่นจะประจำอยู่ที่ร้านทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์
เมนูของที่นี่ตอบโจทย์ทั้งสายซูชิ ซาชิมิ และสายกับแกล้มยามเย็นอย่างครบครัน มีให้เลือกสั่งตั้งแต่ซูชินิกิริคำเดี่ยวที่มีวัตถุดิบชูโรงอย่างทูน่าบลูฟินส่วนโอโทโร่ ชูโทโร่ และอากามิ รวมถึงหน้ายอดนิยมอย่างฮามาจิ คัมปาจิ และอูนิ ส่วนสายโรลแนะนำให้ลอง Seared Engawa Roll หรือ Dragon Roll รสชาติเข้มข้นลงตัว สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งมาทานแกล้มคือ ทาราโกะ ไซเคียวยากิ หรือไข่ปลาค็อดหมักมิโสะไซเคียวแล้วนำไปเบิร์นไฟหอมๆ ให้รสสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ รสชาติอูมามิเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเมนูยากิโทริปิ้งย่างเสียบไม้รสเลิศและเมนูผัดจานเด็ดให้เลือกลิ้มลองอีกมากมาย
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 600-1,800 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับปริมาณเมนูสดพรีเมียมที่เลือกทานและความหลากหลายของเครื่องดื่ม ถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับฝีมือการปรุงระดับเชฟญี่ปุ่นประสบการณ์สูง ความประณีตของข้าวสไตล์เอโดะมาเอะ และคุณภาพวัตถุดิบสดใหม่ ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นสำหรับมื้อพิเศษหรือหาสถานที่แฮงก์เอาต์ชิลๆ เดินทางสะดวก ย่อมไม่ผิดหวังแน่นอน
Sushi Kiraku
- เวลาทำการ
จ.-ส. 5:00 p.m.–1:00 a.m.
อา. 5:00 p.m.–12:00 a.m.
- ที่อยู่
24 5 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
8. EBISU Shoten Nana
EBISU Shoten Nana ตั้งอยู่ในทำเลสุดคึกคักอย่างปากซอยสุขุมวิท 11 ใจกลางย่านนานา บรรยากาศภายในร้านจำลองเสน่ห์ของอิซากายะสไตล์โอซาก้าดั้งเดิมออกมาได้อย่างมีชีวา ตกแต่งด้วยโคมไฟและป้ายสัญลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกครึกครื้น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยพลังงาน เหมาะมากสำหรับการนัดจับกลุ่มแฮงก์เอาต์กับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน หรือจิบเครื่องดื่มเย็นๆ คู่กับของทอดฉ่ำๆ จุดเด่นคือการนำวัฒนธรรมร้านเหล้าญี่ปุ่นแท้ๆ มาไว้ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ให้ทุกคนเข้ามาลิ้มลองความอร่อยได้ง่ายสบายกระเป๋า
แม้จะเป็นร้านอิซากายะที่ขึ้นชื่อเรื่องของทอดเสียบไม้ (Kushikatsu) แต่อาหารญี่ปุ่นหมวดอื่นๆ ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน โดยเฉพาะใครที่อยากนั่งทานอาหารคำเล็กๆ เพลินๆ ร้านอิซากายะแห่งนี้ก็มีนิกิริเริ่มต้นเพียงคำละสิบกว่าบาทเท่านั้น มีหน้ายอดนิยมอย่าง แซลมอน แซลมอนเบิร์น มากุโระ ฮามาจิ อุนางิ ไปจนถึงไข่ปลาแซลมอน ส่วนสายโรลก็มีตัวเลือกหลากหลาย เช่น วากิลโรล อุนางิโรล แซลมอนเทมปุระโรล รวมไปถึงซูชิโรลกุ้งและชีสมายองเนส นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างเรือแซลมอนซาชิมิสดฉ่ำ เนื้อวัวหมักซอส เกี๊ยวซ่า ไข่หวานม้วนไส้ไข่ปลาเมนไทโกะ และเมนูข้าว-อุด้งชามเล็กให้สั่งมาแกล้มเครื่องดื่มกันแบบจุใจ
ด้านเรื่องราคาถือว่ามิตรภาพสุดๆ เมื่อเทียบกับทำเลทอง เฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารจานเดี่ยว ของทอดเสียบไม้ และเครื่องดื่มที่เลือกสั่ง ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า สายกินสายดื่มที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติดี บรรยากาศสนุกสนาน ไม่ควรมองข้ามร้านนี้เด็ดขาด
EBISU Shoten Nana
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.–5:00 a.m.
- ที่อยู่
137/6-7 ซ. สุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110