10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน

07.02.2026 (Updated: 05.03.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน

ใครว่าของถูกและดีไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความพรีเมียม แต่เราได้รวบรวมพิกัดเด็ดทั่วกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณได้อิ่มอร่อยกับรสชาติต้นตำรับในราคาสบายกระเป๋า ตั้งแต่เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง ราเมง อุด้ง ไปจนถึงซูชิคำโต รวมไปถึงร้านอิซากายะสุดคึกคักที่จะทำให้วันธรรมดาๆ พิเศษมากกว่าเดิม ทุกร้านที่คัดมานี้รับรองว่าคุณภาพล้นจานในงบหลักร้อยถึงพันต้นๆ เท่านั้น เตรียมปักหมุดแล้วตามไปลิ้มรสความฟินแบบไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นกันได้เลย

สารบัญ

Show More

1. RAMEN KAISUGI Bangkok

บรรยากาศร้าน

RAMEN KAISUGI Bangkok ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท 33 เป็นร้านราเมงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ไปนั่งกินที่ญี่ปุ่นจริงๆ ตัวร้านขนาดกะทัดรัดไม่ได้กว้างขวางมาก แต่กลับจัดวางพื้นที่ได้น่านั่ง มีโซนที่นั่งเคาน์เตอร์บาร์ให้เราเห็นเชฟปรุงน้ำซุปแบบสดๆ ความพิเศษคือบรรยากาศที่ดูเป็นกันเอง เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการแวะมาฝากท้องแบบเร่งด่วนหรือจะนั่งละเลียดความอร่อยคนเดียวก็ไม่มีใครกวน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ยกให้เป็นตัวท็อปคือบะหมี่แห้งตันตัน (Dan Dan Noodles) บะหมี่แห้งต้นตำรับสูตรพิเศษของร้านไคซุกิ ที่ดัดแปลงมาจากบะหมี่ของจีนจนเกิดเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเอง เพิ่มความอร่อยและอิ่มท้องด้วยการสั่งข้าวสวยมาคลุกกับน้ำซุปคลุกคลิก ฟินอย่าบอกใคร อีกอย่างที่ต้องสั่งมาลองคือเกี๊ยวซ่าทอดกรอบที่ข้างนอกทอดมาได้กรอบส่วนไส้ข้างในยังฉ่ำไม่แห้ง หรือถ้าใครชอบความเผ็ดร้อนก็มีราเมงสูตรเผ็ดที่เลือกระดับความจัดจ้านได้ตามใจชอบ เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่อยากให้ทุกคนได้มาลองด้วยตัวเอง

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทเท่านั้น

RAMEN KAISUGI Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 7:30–23:30 น.

ที่อยู่

39 Soi Sukhumvit 33, Dangudom, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ramen-kaisugi-bangkok/

2. Tsuru Udon Thonglor

บรรยากาศร้าน

Tsuru Udon Thonglor เป็นพิกัดที่ไม่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ภายในซอยทองหล่อ บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปไปอยู่ร้านอุด้งแถวย่านกินซ่าหรือโอซาก้าไม่มีผิด ด้วยการตกแต่งที่ใช้ไม้โทนสีอบอุ่น ตัดกับความเท่สไตล์ลอฟท์นิดๆ แม้ตัวร้านจะไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็ดูโปร่งสบาย ที่นั่งมีทั้งแบบโต๊ะแยกและเคาน์เตอร์บาร์ให้เราได้เห็นจังหวะการทำเส้นสดๆ ที่ดึงดูดสายตาคนชอบกินเป็นที่สุด ความเงียบสงบและแสงไฟละมุนๆ ทำให้การมานั่งซดเส้นที่นี่ดูมีคลาสและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องจดลงลิสต์ไว้เลยก็คืออุด้งครีมไข่ปลาเมนไทโกะ (Mentai Cream) ที่ตัวซอสครีมเข้มข้นจนแทบหยุดกินไม่ได้ รสชาติความมันของครีมตัดกับความเค็มเผ็ดนิดๆ ของไข่ปลาได้แบบลงตัวสุดๆ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เส้นอุด้งโฮมเมดสไตล์คันไซที่ทางร้านนวดสดใหม่ทุกวัน เส้นจะมีความเรียวเล็กกว่าปกติแต่กลับเหนียวหนึบสู้ฟันเหมือนเคี้ยวโมจิคุณภาพดี ส่วนใครที่อยากได้ความสดชื่น Manao Ume Udon เมนูอุด้งเย็นที่ใส่มะนาวสดและบ๊วยก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะความเปรี้ยวจากมะนาวฝานแผ่นบางๆ และบ๊วย ผสมกับน้ำซุปโชยุเย็นๆ ช่างเข้ากับเส้นหนึบหนับได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นมื้อที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดจนเกิดเป็นอร่อย

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Tsuru Udon Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tsuru-udon-thonglor/

3. Yakitori Ban Ban Ekkamai

บรรยากาศร้าน

Yakitori Ban Ban Ekkamai เป็นร้านแนวอิซากายะขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเอกมัย ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของร้านเหล้าญี่ปุ่นดั้งเดิม มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ให้เราได้นั่งมองเชฟย่างไก่บนเตาถ่านกันแบบใกล้ชิด กลิ่นหอมของควันโชยมาเป็นระยะช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีมาก บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงค่ำเพราะมีทั้งคนทำงานและชาวญี่ปุ่นแวะมานั่งดื่มชิลๆ แลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างสนุกสนาน ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในตรอกของกินแถวชินจูกุแต่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ นี่เอง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือไก่ย่างส่วนต่างๆ ที่ใช้เทคนิคการย่างบนถ่านไม้ทำให้เนื้อไก่มีความฉ่ำด้านในขณะที่ผิวด้านนอกเกรียมหอมพอดี โดยเฉพาะเมนูไก่และต้นหอม และตับไก่ที่ทำออกมาได้นุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสทาเระสูตรลับของทางร้านที่มีรสชาติเค็มหวานกลมกล่อม นอกจากของย่างแล้วยังมีเมนูเคียงอย่างไก่ทอดคาราอาเกะและสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่สดชื่นเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มเย็นๆ ทุกไม้ที่เสิร์ฟมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความใส่ใจในการควบคุมอุณหภูมิไฟที่สม่ำเสมอจนได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาท

Yakitori Ban Ban Ekkamai

เวลาทำการ

จ.-ส. 18:00–4:00 น.

อา. 18:00–2:00 น.

ที่อยู่

112, 7 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakitori-ban-ban-ekkamai/

4. Hiroshima Pizza Okonomiyaki

บรรยากาศร้าน

Hiroshima Pizza Okonomiyaki เป็นร้านโอโคโนมิยากิที่ตั้งอยู่ในซอยพร้อมพรรคย่านสุขุมวิท เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านก็ต้องสะดุดตากับตะหลิวยักษ์สีเงินที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่นแท้ๆ มีความขลังของไม้โทนสีเข้มและพื้นที่ที่เป็นกันเอง ตัวร้านแบ่งเป็นสองชั้นที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นคนญี่ปุ่นที่พักอาศัยแถวนั้น จุดเด่นที่สุดคือครัวแบบเปิดที่ตั้งอยู่กลางร้าน ทำให้เราสามารถนั่งมองเชฟโชว์ฝีมือการผัดและปรุงอาหารบนเตาเทปันหน้าที่นั่งเคาน์เตอร์ได้แบบเพลินๆ แสงไฟในร้านที่สลัวนิดๆ ช่วยสร้างบรรยากาศการกินดื่มที่ผ่อนคลาย ไม่ว่าจะมานั่งโซ้ยคนเดียวหรือชวนแก๊งเพื่อนมานั่งล้อมวงก็สนุกได้แบบไม่ต้องเกร็ง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงคือโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าที่ต่างจากแบบโอซาก้าตรงการเรียงวัตถุดิบเป็นชั้นๆ แป้งที่นี่จะบางเฉียบแต่เน้นอัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีซอยกองโตที่ผัดจนหวานนุ่ม เพิ่มความอิ่มด้วยเส้นโซบะหรืออุด้งที่นำไปจี่บนกระทะจนหอมกรุ่น ท็อปด้วยหมูสไลด์ ไข่ดาว และซอสสูตรเข้มข้นที่ราดมาแบบฉ่ำๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูหอยนางรมฮิโรชิม่ากระทะร้อน (Hiroshima Kaki) ที่เสิร์ฟมาแบบควันฉุย เนื้อหอยตัวอวบอัดรสชาติหวานสดตัดกับเลมอนได้อย่างดีเยี่ยม หรือจะลองเบคอนพันข้าวเหนียวญี่ปุ่นกระทะร้อน (Mochi Bacon) ที่เหนียวนุ่มเคี้ยวเพลินก็เป็นของทานเล่นที่เข้ากันได้ดีมาก รสชาติของที่นี่มีความออริจินัลสูงจนรู้สึกเหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ฮิโรชิม่าจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Hiroshima Pizza Okonomiyaki

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–0:00 น.

ส.-อา. 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

ซอยพร้อมพุก 12/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/

5. Rockmen 69men

บรรยากาศร้าน

Rockmen 69men เป็นร้านราเมงสุดฮิปที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านทองหล่อ มีเสน่ห์อยู่ที่การจำกัดการขายเพียงแค่ 69 ชามต่อวันเท่านั้น ทำให้บรรยากาศดูมีความเอ็กซ์คลูซีฟและน่าค้นหาไปในตัว ร้านไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย มีเพียงไม่กี่ที่นั่งให้เราได้นั่งประจันหน้ากับเชฟที่กำลังปรุงราเมงชามต่อชามด้วยความพิถีพิถัน ตกแต่งแบบเรียบเท่สไตล์มินิมอลแต่แฝงไปด้วยพลัง การได้นั่งดูเชฟจัดวางเครื่องเคียงและรินซุปอย่างเบามือทีละชามในพื้นที่เล็กๆ แบบนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนได้มากินข้าวบ้านเพื่อนที่เชี่ยวชาญด้านการทำราเมง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องจองคิวมาลองให้ได้คือ Shio Rock Men All Star ราเมงซุปเกลือที่รสชาติไม่ธรรมดา น้ำซุปใสแจ๋วแต่กลับมีความลุ่มลึกของรสสัมผัสที่ซับซ้อน ได้ความหอมมันจากน้ำมันไก่และกลิ่นยูซุอ่อนๆ ที่ช่วยชูรสให้สดชื่นขึ้นมาก เส้นของที่นี่ร้านนวดเองและลวกมาได้ความสุกระดับปานกลางเข้ากับซุปได้ดีสุดๆ หรือถ้าใครชอบความหอมมัน นวลนัว ต้องลอง Shoyu Paitan ที่ตีน้ำซุปจนเป็นฟองนุ่มละมุนลิ้น รสชาติเข้มข้นถึงใจแต่ไม่เลี่ยน หมูชาชูก็ทำออกมาได้นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว เป็นรสชาติที่สะท้อนถึงความตั้งใจของเชฟในทุกองค์ประกอบจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Rockmen 69men

เวลาทำการ

จ.-ศ. 12:00–15:00 น. และ 18:00–0:00 น.

ส.-อา. 12:00–0:00 น.

ที่อยู่

44 11 Soi Akapat Sukhumvit 55 Rd, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/rockmen-69men/

6. Tanaka Suisan Phra Khanong

บรรยากาศร้าน

Tanaka Suisan Phra Khanong เป็นร้านซูชิยอดฮิตที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง ตัวร้านให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในตลาดปลาที่ญี่ปุ่น ภายในตกแต่งด้วยไม้โทนสีสว่างดูสะอาดตาและมีความโปร่งโล่งแบบเรียบง่าย ความพิเศษของที่นี่คือเซตซูชิที่สามารถเลือกหน้าซูชิได้ตามใจชอบ มีให้เลือกทั้งแบบ 5 คำ และ 10 คำ นอกจากนี้ ที่นี่มีระบบการสั่งอาหารที่ชัดเจนและรวดเร็ว ทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่คึกคักแต่ไม่วุ่นวายจนเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมาจัดมื้อหนักกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวในบรรยากาศสบายๆ ที่เน้นชอบกินอาหารญี่ปุ่นวัตถุดิบสดๆ ในราคาที่เข้าถึงได้

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือซูชิหน้าต่างๆ ที่ปั้นมาแบบคำต่อคำโดยเน้นความสดของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากตลาดปลา ความโดดเด่นอยู่ที่มากุโระเนื้อนุ่มสีแดงสด และเอนกาวะที่เบิร์นไฟมาจนหอมมันละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนที่กัดแล้วแตกเป๊าะในปากให้รสชาติเค็มๆ มันๆ ที่กลมกล่อมมาก อีกจุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือขิงดองสูตรเฉพาะของร้านที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี รวมถึงซุปมิโซะร้อนๆ ที่เสิร์ฟมาให้ซดแก้คอแห้งควบคู่ไปกับการดื่มด่ำกับรสชาติของปลาทะเลนานาชนิด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Tanaka Suisan Phra Khanong

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tanaka-suisan-phra-khanong/

7. EBISU Shoten Silom

บรรยากาศร้าน

EBISU Shoten Silom ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกมากเพียงไม่กี่นาทีจากรถไฟฟ้าศาลาแดง เป็นอิซากายะสไตล์ย้อนยุคที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในร้านริมทางแถวโอซาก้าด้วยการตกแต่งที่เน้นความคึกคัก มีป้ายภาษาญี่ปุ่นสีสันสดใสพาดผ่านผนังและโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่วางเรียงรายแบบเป็นกันเอง ความพิเศษของสาขานี้คือการสร้างมู้ดที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวามาก เหมาะสำหรับการมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อน ยิ่งช่วงหัวค่ำที่ร้านเริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนเราจะได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงทอดอาหารที่ช่วยกระตุ้นความเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี แถมยังมีโปรโมชั่นประจำวันที่น่าสนใจและพลาดไม่ได้อีกด้วย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่เป็นหัวใจหลักของร้านต้องยกให้คุชิคัตสึ (Kushikatsu) หรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกละลานตามาก ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และชีส จุดเด่นอยู่ที่แป้งทอดกรอบสีเหลืองทองที่บางเบาแต่กรอบไม่ซึมน้ำมัน จิ้มกับซอสสูตรเข้มข้นที่รสชาติเข้ากันได้ดีมาก อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือโอเด้งที่ต้มในน้ำซุปร้อนๆ จนซึมเข้าเนื้อ หรือจะสั่งเมนูราคาย่อมเยาอย่างซาซิมิปลาแซลมอนเนื้อฉ่ำและข้าวหน้าแกงกะหรี่มาเติมให้อิ่มท้องก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มเย็นๆ หลากหลายชนิดที่เสิร์ฟมาในแก้วแช่เย็นจัดช่วยชูรสชาติของทอดให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

EBISU Shoten Silom

เวลาทำการ

จ.-พฤ.,อา. 11:00–1:00 น.

ศ.-ส. 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ebisu-shoten-silom/

8. Ryukyu cuisine ChimChim

บรรยากาศร้าน

Ryukyu cuisine ChimChim ตั้งอยู่ย่านสุขุมวิทเป็นร้านอาหารโอกินาว่าที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากร้านญี่ปุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายอบอุ่นเหมือนเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านพักตากอากาศแถวชายทะเลโอกินาว่า มีการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่สื่อถึงวัฒนธรรมริวกิวดั้งเดิม จุดเด่นคือบรรยากาศที่ดูนิ่งสงบและเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติอาหารพื้นเมืองแบบต้นตำรับที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักในกรุงเทพฯ ความเป็นส่วนตัวและแสงไฟนวลๆ ช่วยให้มื้ออาหารที่นี่ดูมีเสน่ห์และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้และถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยคือราฟุเท (Rafute) หรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสไตล์โอกินาว่าที่เคี่ยวจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปาก รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมเข้าเนื้อและมีความหอมของอาวาโมริ (Awamori) จางๆ อีกจานที่ต้องลองคือโกยะ ชัมปุรุ (Goya Champuru) หรือผัดมะระโอกินาว่าที่ทำออกมาได้รสชาติกลมกล่อมมาก มะระมีความขมนิดๆ ตัดกับรสสัมผัสของเต้าหู้และไข่ได้อย่างลงตัว หรือจะสั่งโอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba) มาซดน้ำซุปร้อนๆ ที่รสชาติสบายท้องก็เป็นตัวเลือกที่ดี ความพิเศษของอาหารที่นี่คือการใช้วัตถุดิบและสูตรอาหารที่ส่งต่อกันมาซึ่งให้รสชาติที่เน้นความเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบริวกิวแท้ๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท

Ryukyu cuisine ChimChim

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–23:00 น.

ที่อยู่

71 ซ. สุขุมวิท 65 PhrakanongNuea Sub-district, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ryukyu-cuisine-chimchim/

9. Temagokoro

บรรยากาศร้าน

Temagokoro ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท 31 เป็นร้านซูชิที่ฉีกภาพจำร้านซูชิแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิงด้วยคอนเซปต์การเสิร์ฟเทมากิซูชิ (Temaki Sushi) ที่เน้นความสดใหม่ของสาหร่ายเป็นอันดับแรก ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่เน้นโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและทันสมัย ความโดดเด่นอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ยาวที่ล้อมรอบโซนเตรียมอาหาร ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการคัดสรรวัตถุดิบและการห่อสาหร่ายอย่างประณีต บรรยากาศมีความเป็นกันเองและดูมีชีวิตชีวามาก ไม่ว่าจะมานั่งกินมื้อเที่ยงแบบเร็วๆ หรือมานั่งชิลคุยกับเชฟในช่วงเย็นก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าร้านซูชิทั่วไป

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องยกให้เป็นพระเอกคือเหล่าบรรดาแฮนด์โรลหรือเทมากิที่เชฟจะส่งให้ถึงมือทันทีหลังจากห่อเสร็จ เพื่อให้เราได้สัมผัสกับความกรอบของสาหร่ายชั้นดีที่ยังไม่ทันนิ่มเพราะความชื้นจากข้าว หรือจะสั่งเป็นเซต D.I.Y มาห่อเองก็เพิ่มความสนุกในการทาน เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือเนกิโทโร่ที่สับมาแบบละเอียดเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น หรือจะเป็นโฮตาเตะตัวอวบที่หวานฉ่ำตัดกับรสชาติของข้าวญี่ปุ่นปรุงรสได้แบบพอดีคำ อีกหนึ่งความพิเศษคือการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ทำให้การมากินแต่ละครั้งอาจจะได้เจอเมนูใหม่ๆ นอกจากความสดของปลาแล้ว ตัวซอสสูตรเฉพาะของทางร้านยังช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบให้เด่นชัดขึ้นโดยไม่กลบรสธรรมชาติของเนื้อปลาเลย

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Temagokoro

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30–23:30 น., ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/temagokoro/

10. ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT

บรรยากาศร้าน

ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมดที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเอกมัย-ปรีดีพนมยงค์ ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวในบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่าย อบอุ่น และแฝงไปด้วยความใส่ใจในการตกแต่งพื้นที่ขนาดกะทัดรัดให้ดูน่านั่ง ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการต้อนรับอย่างเป็นกันเองของเจ้าของร้านและการจัดการพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะมากสำหรับการหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติอาหารที่ปรุงด้วยความพิถีพิถันเหมือนตั้งใจทำให้คนในครอบครัวกิน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูยากิโทริ (Yakitori) หรือไก่ย่างเสียบไม้ของที่นี่คือทีเด็ดที่ต้องสั่งมาลองเพราะความพิถีพิถันในการเลือกส่วนต่างๆ ของไก่มาปรุงอย่างพอดีคำ โดยเฉพาะสะโพกไก่ที่ย่างมาจนหนังกรอบแต่เนื้อข้างในยังนุ่มชุ่มฉ่ำสุดๆ รสชาติของซอสทาเระมีความหวานเค็มที่ลงตัว ไม่เข้มข้นจนกลบรสชาติธรรมชาติของเนื้อไก่ นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องเคียงอย่างสลัดมันฝรั่งหรือเมนูผัดผักพื้นบ้านที่ให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับของย่างร้อนๆ ความโดดเด่นของยากิโทริที่นี่คือกลิ่นหอมของการย่างแบบเฉพาะตัวที่ให้สัมผัสถึงความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบในทุกไม้

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท

ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

2 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/abiys-kitchen/