10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน
ใครว่าของถูกและดีไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความพรีเมียม แต่เราได้รวบรวมพิกัดเด็ดทั่วกรุงเทพฯ ที่จะทำให้คุณได้อิ่มอร่อยกับรสชาติต้นตำรับในราคาสบายกระเป๋า ตั้งแต่เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง ราเมง อุด้ง ไปจนถึงซูชิคำโต รวมไปถึงร้านอิซากายะสุดคึกคักที่จะทำให้วันธรรมดาๆ พิเศษมากกว่าเดิม ทุกร้านที่คัดมานี้รับรองว่าคุณภาพล้นจานในงบหลักร้อยถึงพันต้นๆ เท่านั้น เตรียมปักหมุดแล้วตามไปลิ้มรสความฟินแบบไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่นกันได้เลย
1. RAMEN KAISUGI Bangkok
บรรยากาศร้าน
RAMEN KAISUGI Bangkok ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท 33 เป็นร้านราเมงที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ไปนั่งกินที่ญี่ปุ่นจริงๆ ตัวร้านขนาดกะทัดรัดไม่ได้กว้างขวางมาก แต่กลับจัดวางพื้นที่ได้น่านั่ง มีโซนที่นั่งเคาน์เตอร์บาร์ให้เราเห็นเชฟปรุงน้ำซุปแบบสดๆ ความพิเศษคือบรรยากาศที่ดูเป็นกันเอง เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการแวะมาฝากท้องแบบเร่งด่วนหรือจะนั่งละเลียดความอร่อยคนเดียวก็ไม่มีใครกวน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ยกให้เป็นตัวท็อปคือบะหมี่แห้งตันตัน (Dan Dan Noodles) บะหมี่แห้งต้นตำรับสูตรพิเศษของร้านไคซุกิ ที่ดัดแปลงมาจากบะหมี่ของจีนจนเกิดเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเอง เพิ่มความอร่อยและอิ่มท้องด้วยการสั่งข้าวสวยมาคลุกกับน้ำซุปคลุกคลิก ฟินอย่าบอกใคร อีกอย่างที่ต้องสั่งมาลองคือเกี๊ยวซ่าทอดกรอบที่ข้างนอกทอดมาได้กรอบส่วนไส้ข้างในยังฉ่ำไม่แห้ง หรือถ้าใครชอบความเผ็ดร้อนก็มีราเมงสูตรเผ็ดที่เลือกระดับความจัดจ้านได้ตามใจชอบ เป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่อยากให้ทุกคนได้มาลองด้วยตัวเอง
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทเท่านั้น
RAMEN KAISUGI Bangkok
- เวลาทำการ
ทุกวัน 7:30–23:30 น.
- ที่อยู่
39 Soi Sukhumvit 33, Dangudom, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Tsuru Udon Thonglor
บรรยากาศร้าน
Tsuru Udon Thonglor เป็นพิกัดที่ไม่ลับที่ซ่อนตัวอยู่ภายในซอยทองหล่อ บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปไปอยู่ร้านอุด้งแถวย่านกินซ่าหรือโอซาก้าไม่มีผิด ด้วยการตกแต่งที่ใช้ไม้โทนสีอบอุ่น ตัดกับความเท่สไตล์ลอฟท์นิดๆ แม้ตัวร้านจะไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็ดูโปร่งสบาย ที่นั่งมีทั้งแบบโต๊ะแยกและเคาน์เตอร์บาร์ให้เราได้เห็นจังหวะการทำเส้นสดๆ ที่ดึงดูดสายตาคนชอบกินเป็นที่สุด ความเงียบสงบและแสงไฟละมุนๆ ทำให้การมานั่งซดเส้นที่นี่ดูมีคลาสและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ต้องจดลงลิสต์ไว้เลยก็คืออุด้งครีมไข่ปลาเมนไทโกะ (Mentai Cream) ที่ตัวซอสครีมเข้มข้นจนแทบหยุดกินไม่ได้ รสชาติความมันของครีมตัดกับความเค็มเผ็ดนิดๆ ของไข่ปลาได้แบบลงตัวสุดๆ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่เส้นอุด้งโฮมเมดสไตล์คันไซที่ทางร้านนวดสดใหม่ทุกวัน เส้นจะมีความเรียวเล็กกว่าปกติแต่กลับเหนียวหนึบสู้ฟันเหมือนเคี้ยวโมจิคุณภาพดี ส่วนใครที่อยากได้ความสดชื่น Manao Ume Udon เมนูอุด้งเย็นที่ใส่มะนาวสดและบ๊วยก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะความเปรี้ยวจากมะนาวฝานแผ่นบางๆ และบ๊วย ผสมกับน้ำซุปโชยุเย็นๆ ช่างเข้ากับเส้นหนึบหนับได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เป็นมื้อที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจในรายละเอียดจนเกิดเป็นอร่อย
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Tsuru Udon Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Yakitori Ban Ban Ekkamai
บรรยากาศร้าน
Yakitori Ban Ban Ekkamai เป็นร้านแนวอิซากายะขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเอกมัย ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของร้านเหล้าญี่ปุ่นดั้งเดิม มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ให้เราได้นั่งมองเชฟย่างไก่บนเตาถ่านกันแบบใกล้ชิด กลิ่นหอมของควันโชยมาเป็นระยะช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีมาก บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงค่ำเพราะมีทั้งคนทำงานและชาวญี่ปุ่นแวะมานั่งดื่มชิลๆ แลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างสนุกสนาน ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในตรอกของกินแถวชินจูกุแต่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ นี่เอง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือไก่ย่างส่วนต่างๆ ที่ใช้เทคนิคการย่างบนถ่านไม้ทำให้เนื้อไก่มีความฉ่ำด้านในขณะที่ผิวด้านนอกเกรียมหอมพอดี โดยเฉพาะเมนูไก่และต้นหอม และตับไก่ที่ทำออกมาได้นุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสทาเระสูตรลับของทางร้านที่มีรสชาติเค็มหวานกลมกล่อม นอกจากของย่างแล้วยังมีเมนูเคียงอย่างไก่ทอดคาราอาเกะและสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่สดชื่นเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มเย็นๆ ทุกไม้ที่เสิร์ฟมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความใส่ใจในการควบคุมอุณหภูมิไฟที่สม่ำเสมอจนได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาท
Yakitori Ban Ban Ekkamai
- เวลาทำการ
จ.-ส. 18:00–4:00 น.
อา. 18:00–2:00 น.
- ที่อยู่
112, 7 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Hiroshima Pizza Okonomiyaki
บรรยากาศร้าน
Hiroshima Pizza Okonomiyaki เป็นร้านโอโคโนมิยากิที่ตั้งอยู่ในซอยพร้อมพรรคย่านสุขุมวิท เมื่อเดินมาถึงหน้าร้านก็ต้องสะดุดตากับตะหลิวยักษ์สีเงินที่เป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่นแท้ๆ มีความขลังของไม้โทนสีเข้มและพื้นที่ที่เป็นกันเอง ตัวร้านแบ่งเป็นสองชั้นที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นคนญี่ปุ่นที่พักอาศัยแถวนั้น จุดเด่นที่สุดคือครัวแบบเปิดที่ตั้งอยู่กลางร้าน ทำให้เราสามารถนั่งมองเชฟโชว์ฝีมือการผัดและปรุงอาหารบนเตาเทปันหน้าที่นั่งเคาน์เตอร์ได้แบบเพลินๆ แสงไฟในร้านที่สลัวนิดๆ ช่วยสร้างบรรยากาศการกินดื่มที่ผ่อนคลาย ไม่ว่าจะมานั่งโซ้ยคนเดียวหรือชวนแก๊งเพื่อนมานั่งล้อมวงก็สนุกได้แบบไม่ต้องเกร็ง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงคือโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าที่ต่างจากแบบโอซาก้าตรงการเรียงวัตถุดิบเป็นชั้นๆ แป้งที่นี่จะบางเฉียบแต่เน้นอัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีซอยกองโตที่ผัดจนหวานนุ่ม เพิ่มความอิ่มด้วยเส้นโซบะหรืออุด้งที่นำไปจี่บนกระทะจนหอมกรุ่น ท็อปด้วยหมูสไลด์ ไข่ดาว และซอสสูตรเข้มข้นที่ราดมาแบบฉ่ำๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูหอยนางรมฮิโรชิม่ากระทะร้อน (Hiroshima Kaki) ที่เสิร์ฟมาแบบควันฉุย เนื้อหอยตัวอวบอัดรสชาติหวานสดตัดกับเลมอนได้อย่างดีเยี่ยม หรือจะลองเบคอนพันข้าวเหนียวญี่ปุ่นกระทะร้อน (Mochi Bacon) ที่เหนียวนุ่มเคี้ยวเพลินก็เป็นของทานเล่นที่เข้ากันได้ดีมาก รสชาติของที่นี่มีความออริจินัลสูงจนรู้สึกเหมือนได้ไปนั่งกินอยู่ที่ฮิโรชิม่าจริงๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Hiroshima Pizza Okonomiyaki
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 16:00–0:00 น.
ส.-อา. 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
ซอยพร้อมพุก 12/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/
5. Rockmen 69men
บรรยากาศร้าน
Rockmen 69men เป็นร้านราเมงสุดฮิปที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านทองหล่อ มีเสน่ห์อยู่ที่การจำกัดการขายเพียงแค่ 69 ชามต่อวันเท่านั้น ทำให้บรรยากาศดูมีความเอ็กซ์คลูซีฟและน่าค้นหาไปในตัว ร้านไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย มีเพียงไม่กี่ที่นั่งให้เราได้นั่งประจันหน้ากับเชฟที่กำลังปรุงราเมงชามต่อชามด้วยความพิถีพิถัน ตกแต่งแบบเรียบเท่สไตล์มินิมอลแต่แฝงไปด้วยพลัง การได้นั่งดูเชฟจัดวางเครื่องเคียงและรินซุปอย่างเบามือทีละชามในพื้นที่เล็กๆ แบบนี้ช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนได้มากินข้าวบ้านเพื่อนที่เชี่ยวชาญด้านการทำราเมง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ต้องจองคิวมาลองให้ได้คือ Shio Rock Men All Star ราเมงซุปเกลือที่รสชาติไม่ธรรมดา น้ำซุปใสแจ๋วแต่กลับมีความลุ่มลึกของรสสัมผัสที่ซับซ้อน ได้ความหอมมันจากน้ำมันไก่และกลิ่นยูซุอ่อนๆ ที่ช่วยชูรสให้สดชื่นขึ้นมาก เส้นของที่นี่ร้านนวดเองและลวกมาได้ความสุกระดับปานกลางเข้ากับซุปได้ดีสุดๆ หรือถ้าใครชอบความหอมมัน นวลนัว ต้องลอง Shoyu Paitan ที่ตีน้ำซุปจนเป็นฟองนุ่มละมุนลิ้น รสชาติเข้มข้นถึงใจแต่ไม่เลี่ยน หมูชาชูก็ทำออกมาได้นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว เป็นรสชาติที่สะท้อนถึงความตั้งใจของเชฟในทุกองค์ประกอบจริงๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท
Rockmen 69men
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 12:00–15:00 น. และ 18:00–0:00 น.
ส.-อา. 12:00–0:00 น.
- ที่อยู่
44 11 Soi Akapat Sukhumvit 55 Rd, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Tanaka Suisan Phra Khanong
บรรยากาศร้าน
Tanaka Suisan Phra Khanong เป็นร้านซูชิยอดฮิตที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนง ตัวร้านให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในตลาดปลาที่ญี่ปุ่น ภายในตกแต่งด้วยไม้โทนสีสว่างดูสะอาดตาและมีความโปร่งโล่งแบบเรียบง่าย ความพิเศษของที่นี่คือเซตซูชิที่สามารถเลือกหน้าซูชิได้ตามใจชอบ มีให้เลือกทั้งแบบ 5 คำ และ 10 คำ นอกจากนี้ ที่นี่มีระบบการสั่งอาหารที่ชัดเจนและรวดเร็ว ทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศที่คึกคักแต่ไม่วุ่นวายจนเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมาจัดมื้อหนักกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวในบรรยากาศสบายๆ ที่เน้นชอบกินอาหารญี่ปุ่นวัตถุดิบสดๆ ในราคาที่เข้าถึงได้
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือซูชิหน้าต่างๆ ที่ปั้นมาแบบคำต่อคำโดยเน้นความสดของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากตลาดปลา ความโดดเด่นอยู่ที่มากุโระเนื้อนุ่มสีแดงสด และเอนกาวะที่เบิร์นไฟมาจนหอมมันละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนที่กัดแล้วแตกเป๊าะในปากให้รสชาติเค็มๆ มันๆ ที่กลมกล่อมมาก อีกจุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือขิงดองสูตรเฉพาะของร้านที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี รวมถึงซุปมิโซะร้อนๆ ที่เสิร์ฟมาให้ซดแก้คอแห้งควบคู่ไปกับการดื่มด่ำกับรสชาติของปลาทะเลนานาชนิด
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท
Tanaka Suisan Phra Khanong
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.
ส.-อา. 11:30–23:00 น.
- ที่อยู่
3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tanaka-suisan-phra-khanong/
7. EBISU Shoten Silom
บรรยากาศร้าน
EBISU Shoten Silom ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกมากเพียงไม่กี่นาทีจากรถไฟฟ้าศาลาแดง เป็นอิซากายะสไตล์ย้อนยุคที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในร้านริมทางแถวโอซาก้าด้วยการตกแต่งที่เน้นความคึกคัก มีป้ายภาษาญี่ปุ่นสีสันสดใสพาดผ่านผนังและโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่วางเรียงรายแบบเป็นกันเอง ความพิเศษของสาขานี้คือการสร้างมู้ดที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวามาก เหมาะสำหรับการมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อน ยิ่งช่วงหัวค่ำที่ร้านเริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนเราจะได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงทอดอาหารที่ช่วยกระตุ้นความเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี แถมยังมีโปรโมชั่นประจำวันที่น่าสนใจและพลาดไม่ได้อีกด้วย
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่เป็นหัวใจหลักของร้านต้องยกให้คุชิคัตสึ (Kushikatsu) หรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกละลานตามาก ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และชีส จุดเด่นอยู่ที่แป้งทอดกรอบสีเหลืองทองที่บางเบาแต่กรอบไม่ซึมน้ำมัน จิ้มกับซอสสูตรเข้มข้นที่รสชาติเข้ากันได้ดีมาก อีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือโอเด้งที่ต้มในน้ำซุปร้อนๆ จนซึมเข้าเนื้อ หรือจะสั่งเมนูราคาย่อมเยาอย่างซาซิมิปลาแซลมอนเนื้อฉ่ำและข้าวหน้าแกงกะหรี่มาเติมให้อิ่มท้องก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสุดๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มเย็นๆ หลากหลายชนิดที่เสิร์ฟมาในแก้วแช่เย็นจัดช่วยชูรสชาติของทอดให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
EBISU Shoten Silom
- เวลาทำการ
จ.-พฤ.,อา. 11:00–1:00 น.
ศ.-ส. 11:00–3:00 น.
- ที่อยู่
บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. Ryukyu cuisine ChimChim
บรรยากาศร้าน
Ryukyu cuisine ChimChim ตั้งอยู่ย่านสุขุมวิทเป็นร้านอาหารโอกินาว่าที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากร้านญี่ปุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายอบอุ่นเหมือนเรากำลังนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านพักตากอากาศแถวชายทะเลโอกินาว่า มีการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่สื่อถึงวัฒนธรรมริวกิวดั้งเดิม จุดเด่นคือบรรยากาศที่ดูนิ่งสงบและเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติอาหารพื้นเมืองแบบต้นตำรับที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยนักในกรุงเทพฯ ความเป็นส่วนตัวและแสงไฟนวลๆ ช่วยให้มื้ออาหารที่นี่ดูมีเสน่ห์และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่พลาดไม่ได้และถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยคือราฟุเท (Rafute) หรือหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสไตล์โอกินาว่าที่เคี่ยวจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปาก รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมเข้าเนื้อและมีความหอมของอาวาโมริ (Awamori) จางๆ อีกจานที่ต้องลองคือโกยะ ชัมปุรุ (Goya Champuru) หรือผัดมะระโอกินาว่าที่ทำออกมาได้รสชาติกลมกล่อมมาก มะระมีความขมนิดๆ ตัดกับรสสัมผัสของเต้าหู้และไข่ได้อย่างลงตัว หรือจะสั่งโอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba) มาซดน้ำซุปร้อนๆ ที่รสชาติสบายท้องก็เป็นตัวเลือกที่ดี ความพิเศษของอาหารที่นี่คือการใช้วัตถุดิบและสูตรอาหารที่ส่งต่อกันมาซึ่งให้รสชาติที่เน้นความเป็นธรรมชาติและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบริวกิวแท้ๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท
Ryukyu cuisine ChimChim
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00–23:00 น.
- ที่อยู่
71 ซ. สุขุมวิท 65 PhrakanongNuea Sub-district, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Temagokoro
บรรยากาศร้าน
Temagokoro ตั้งอยู่แถวสุขุมวิท 31 เป็นร้านซูชิที่ฉีกภาพจำร้านซูชิแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิงด้วยคอนเซปต์การเสิร์ฟเทมากิซูชิ (Temaki Sushi) ที่เน้นความสดใหม่ของสาหร่ายเป็นอันดับแรก ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่เน้นโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและทันสมัย ความโดดเด่นอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ยาวที่ล้อมรอบโซนเตรียมอาหาร ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการคัดสรรวัตถุดิบและการห่อสาหร่ายอย่างประณีต บรรยากาศมีความเป็นกันเองและดูมีชีวิตชีวามาก ไม่ว่าจะมานั่งกินมื้อเที่ยงแบบเร็วๆ หรือมานั่งชิลคุยกับเชฟในช่วงเย็นก็ให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าร้านซูชิทั่วไป
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ต้องยกให้เป็นพระเอกคือเหล่าบรรดาแฮนด์โรลหรือเทมากิที่เชฟจะส่งให้ถึงมือทันทีหลังจากห่อเสร็จ เพื่อให้เราได้สัมผัสกับความกรอบของสาหร่ายชั้นดีที่ยังไม่ทันนิ่มเพราะความชื้นจากข้าว หรือจะสั่งเป็นเซต D.I.Y มาห่อเองก็เพิ่มความสนุกในการทาน เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือเนกิโทโร่ที่สับมาแบบละเอียดเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น หรือจะเป็นโฮตาเตะตัวอวบที่หวานฉ่ำตัดกับรสชาติของข้าวญี่ปุ่นปรุงรสได้แบบพอดีคำ อีกหนึ่งความพิเศษคือการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ทำให้การมากินแต่ละครั้งอาจจะได้เจอเมนูใหม่ๆ นอกจากความสดของปลาแล้ว ตัวซอสสูตรเฉพาะของทางร้านยังช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบให้เด่นชัดขึ้นโดยไม่กลบรสธรรมชาติของเนื้อปลาเลย
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Temagokoro
- เวลาทำการ
จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30–23:30 น., ปิดทุกวันพุธ
- ที่อยู่
สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT
บรรยากาศร้าน
ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมดที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านเอกมัย-ปรีดีพนมยงค์ ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวในบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่าย อบอุ่น และแฝงไปด้วยความใส่ใจในการตกแต่งพื้นที่ขนาดกะทัดรัดให้ดูน่านั่ง ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการต้อนรับอย่างเป็นกันเองของเจ้าของร้านและการจัดการพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสงบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะมากสำหรับการหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติอาหารที่ปรุงด้วยความพิถีพิถันเหมือนตั้งใจทำให้คนในครอบครัวกิน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูยากิโทริ (Yakitori) หรือไก่ย่างเสียบไม้ของที่นี่คือทีเด็ดที่ต้องสั่งมาลองเพราะความพิถีพิถันในการเลือกส่วนต่างๆ ของไก่มาปรุงอย่างพอดีคำ โดยเฉพาะสะโพกไก่ที่ย่างมาจนหนังกรอบแต่เนื้อข้างในยังนุ่มชุ่มฉ่ำสุดๆ รสชาติของซอสทาเระมีความหวานเค็มที่ลงตัว ไม่เข้มข้นจนกลบรสชาติธรรมชาติของเนื้อไก่ นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องเคียงอย่างสลัดมันฝรั่งหรือเมนูผัดผักพื้นบ้านที่ให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับของย่างร้อนๆ ความโดดเด่นของยากิโทริที่นี่คือกลิ่นหอมของการย่างแบบเฉพาะตัวที่ให้สัมผัสถึงความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบในทุกไม้
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท
ABIY’S KITCHEN JAPANESE RESTAURANT
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–23:00 น.
- ที่อยู่
2 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมบริการที่จอดรถสะดวกสะบาย
08.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น เดินทางง่ายตามแนวรถไฟฟ้า
05.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่คนรักซูชิตัวจริงต้องไปตาม
29.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สัมผัสรสชาติต้นตำรับแท้
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น นั่งชิลโซนเคาน์เตอร์บาร์
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีห้องส่วนตัว (Private Room) ให้บริการ
27.01.2026