10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ (New Open) อัพเดทกลางปี 2026 จดเข้าลิสต์ไว้เลย

01.07.2026 (Updated: 02.07.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ (New Open) อัพเดทกลางปี 2026 จดเข้าลิสต์ไว้เลย

ครึ่งปีแรกผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่เรื่องกินเรื่องใหญ่ไม่มีแผ่วแน่นอน สำหรับสายกินคนไหนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่มาแรง บอกเลยว่าช่วงกลางปีนี้มีลิสต์ร้านดังส่งตรงจากญี่ปุ่นเรียงแถวกันมาเปิดสาขาแรกในไทยเพียบ เราเลยตั้งใจรวบรวมพิกัดเด็ดจัดเต็มฉบับอัพเดท 2026 รวบตึงมาให้ครบทุกสไตล์ตั้งแต่อุด้งเส้นสด แกงกะหรี่ระดับตำนาน ทงคัตสึชิ้นหนา ไปจนถึงซูชิพรีเมียมและเบเกอรี่หอมกรุ่นจากเตา จดเข้าลิสต์ไว้แล้วเตรียมปักหมุดตามไปตะลุยลิ้มลองความอร่อยกันได้ยาวๆ ตลอดทั้งปี

1. Udon Tayuto at Central World

Udon Tayuto ร้านอุด้งรสชาติต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้วที่โซน Nippon avenue ชั้น 3 ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ความพิเศษที่ทำให้สายกินตื่นตาตื่นใจคือโซนครัวเปิดด้านหน้าร้าน ที่เราสามารถยืนมองเชฟนวดแป้ง ตัดเส้นอุด้งสดๆ กันแบบเรียลไทม์ ตัวร้านตกแต่งแบบอบอุ่นเรียบง่าย ได้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นโมเดิร์น เหมาะกับการมานั่งทานมื้อกลางวันสบายๆ หรือมาอิ่มอร่อยกับกลุ่มเพื่อนในช่วงเย็น ถือเป็นพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่กลางที่ไม่ควรพลาด

เมนูของทางร้านเน้นอุด้งเส้นสดที่เส้นมีความเหนียวนุ่มหนึบกำลังดี มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งมาลองคือ คาร์โบนาร่าอุด้งเบคอนไข่ออนเซ็น และอุด้งครีมเมนไทโกะที่ให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมจากไข่ปลาเมนไทโกะ นอกจากนี้ยังมีอุด้งแกงกะหรี่โปะหน้าด้วยเทมปุระ อุด้งเนื้อรสเข้มข้น และอุด้งหน้าไข่สำหรับคนชอบเมนูคลาสสิก ส่วนใครที่อยากทานของทานเล่น ที่นี่มีทั้งโอเด้งร้อนๆ ที่ต้มจนน้ำซุปเข้าเนื้อ เมนูของทอดอย่างไก่คาราอาเกะ เทมปุระรวม และข้าวห่อสาหร่ายเทมปุระโรลให้สั่งมาทานคู่กัน

สำหรับราคาอาหารต่อจานจะเริ่มต้นที่ประมาณ 120 บาทไปจนถึง 360 บาท หากสั่งอุด้งจานหลักคู่กับของทานเล่นและเครื่องดื่มเบาๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 350-500 บาท เป็นราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพของเส้นสดทำมือและวัตถุดิบชั้นดีที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น ใครที่กำลังมองหารสชาติแปลกใหม่และชอบทานเส้นอุด้งเป็นชีวิตจิตใจ แนะนำให้มาลองชิมสักครั้ง

Udon Tayuto

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

Central World, 4, B332/4, B332/4T, 3rd Floor 4/1–4/2, 4 สยามสแควร์ ซอย 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

2. CURRY UP BANGKOK at Central Embassy

CURRY UP BANGKOK ร้านแกงกะหรี่ชื่อดังระดับตำนานจากโตเกียวที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 บินตรงมาเปิดสาขาแรกในไทยให้เหล่านักกินได้ลิ้มลองที่ห้างหรูใจกลางเมือง ความไม่ธรรมดาของร้านนี้คือการเป็นแบรนด์ในเครือของ HUMAN MADE แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ทำให้ตัวร้านมีดีไซน์ที่โดดเด่น ผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับความอาร์ตได้อย่างลงตัว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่สำหรับเช็คอินกินของอร่อยและถ่ายรูปสวยๆ ต้องเพิ่มร้านไว้ในลิสต์เลย

จุดเด่นของเมนูที่นี่คือการใช้เครื่องเทศสูตรเฉพาะที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ปรุงสดใหม่จานต่อจานแบบไร้ผงชูรส เมนูห้ามพลาดคือ Butter Chicken Curry แกงกะหรี่บัตเตอร์ชิกเก้นรสชาตินุ่มนวลเข้มข้น และ Chicken Keema Curry แกงกะหรี่ไก่คีม่าที่หอมกลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก สำหรับคนที่เลือกไม่ได้ ทางร้านมีเมนูไฮไลต์อย่าง Combination Curry ที่สามารถเลือกราดแกงกะหรี่ 2 หน้าคู่กันในจานเดียวได้เลย นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งให้เลือกแอดเพิ่มความอร่อยทั้งหมูทอดทงคัตสึชิ้นโต ไส้กรอกอาราบิกิ ชีสแผ่น หรือไข่ต้มยางมะตูม ส่วนเมนูทานเล่นอย่างไก่ทอดซอสผักโขมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ราคาอาหารจานหลักจะอยู่ที่ประมาณ 245-395 บาท ส่วนจานใหญ่หรือเมนูผสมจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 355-475 บาท เมื่อรวมราคาของทานเล่นและเครื่องดื่มแล้ว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท แลกกับประสบการณ์การทานแกงกะหรี่สูตรต้นตำรับแท้ๆ จากโตเกียวในบรรยากาศสุดฮิป ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าน่าไปลองสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

CURRY UP BANGKOK

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-9:00 PM

ที่อยู่

Level 2, Central Embassy, ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. MAO Ramen

MAO Ramen สุขุมวิท 39 แลนด์มาร์กแห่งใหม่ใจกลางเมืองในรูปแบบของบีฟราเมงบาร์ (Beef Ramen Bar) และสเต็กเฮ้าส์ระดับพรีเมียมที่เพิ่งจะเปิดตัวต้อนรับนักชิมไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ภายในร้านคุมโทนด้วยการออกแบบที่มีสไตล์ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวตัดสลับกับความอบอุ่นของเคาน์เตอร์บาร์ไม้ เหมาะกับการมานั่งปล่อยใจจิบเครื่องดื่มหลังเลิกงานพลางชมเชฟปรุงอาหารแบบจานต่อจาน ความตั้งใจของร้านคือการสร้างพื้นที่ผ่อนคลายให้ทุกคนได้มาดื่มด่ำความสุขจากมื้ออาหารแสนอร่อย ถือเป็นพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ในซอยสุขุมวิทที่สายเนื้อต้องรีบเซฟลงในเช็คลิสต์อย่างด่วนๆ

เมนูไฮไลต์ที่มัดใจคนรักเนื้อคือน้ำซุปเนื้อสูตรพิเศษสุดเข้มข้นที่ผ่านการเคี่ยวนานกว่า 12 ชั่วโมง จนได้รสชาติที่ลุ่มลึก ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งมาลองคือ MAO Gyukotsu Ramen ราเมงซุปเนื้อรสเข้มเสิร์ฟคู่กับเนื้อวัวแผ่นโตนุ่มละมุนลิ้น ทานคู่กับไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ สำหรับคนชอบราเมงแบบแห้งหรืออยากได้ความสดชื่น แนะนำจานเด็ดอย่าง Hokkaido Hotate Zaru บะหมี่เย็นหน้าหอยเชลล์โฮตาเตะตัวอวบอ้วนจากฮอกไกโด นอกจากเมนูเส้นแล้ว ทางร้านยังมี Picanha Don ข้าวหน้าเนื้อพรีเมียม รวมถึง Unagi Omelette Don ข้าวหน้าปลาไหลเนื้อแน่น  และ Harima Oyster หอยนางรมสดตัวใหญ่เต็มคำไว้คอยเสริมความอร่อยให้อีกด้วย

ร้านนี้เน้นประสบการณ์การกินดื่มแบบพรีเมียม ราคาเมนูจานหลักจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 300 บาทขึ้นไปจนถึงระดับพันบาทตามเกรดของเนื้อสเต็กและวัตถุดิบนำเข้าชั้นยอด เมื่อเฉลี่ยค่าอาหารรวมกับเครื่องดื่มและเมนูทานเล่นต่อหัวแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 600-1,200 บาท ถือเป็นการจ่ายที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาวัตถุดิบชั้นเลิศและการปรุงที่พิถีพิถันจากเชฟผู้เชี่ยวชาญ รับรองว่าคุ้มกับการแวะมาเช็คอินกินมื้อพิเศษในบรรยากาศดีๆ อย่างแน่นอน

MAO Ramen

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30 AM-10:00 PM, ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

47 5 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. HAMA SUSHI at MBK

HAMA SUSHI ขยายสาขามาเปิดใหม่แล้วที่ MBK CENTER ชั้น 5 พร้อมต้อนรับเหล่านักชิมและคนรักปลาดิบอย่างเป็นทางการภายในทำเลใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกสุดๆ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกคึกคักและเป็นกันเองตามสไตล์ร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่น ทุกโต๊ะพร้อมไปด้วยระบบหน้าจอแท็บเล็ตสำหรับสั่งอาหารที่มีเมนูภาษาไทยให้กดสั่งได้แบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับการแวะมาทานมื้อกลางวันแบบเร่งด่วนหรือจะชวนครอบครัว กลุ่มเพื่อนมากินมื้อเย็นกันแบบชิลๆ ถือเป็นพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ที่ตอบโจทย์ความอร่อยราคาสบายกระเป๋าในทำเลสยามที่ต้องลิสต์ไว้

ร้านนำเสนอความหลากหลายของหน้าซูชิที่มีให้เลือกมากกว่าร้อยรายการ เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องกดสั่งคือกลุ่มแซลมอนคัดพิเศษส่วนท้องจัมโบ้และแซลมอนคัดพิเศษส่วนท้องจัมโบ้ย่างไฟที่เนื้อนุ่มมันแทรกชุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีเมนูพรีเมียมอย่าง นิกิริเนื้อวากิว A5 จากฮอกไกโด ที่มีให้เลือกทั้งแบบรสชาติดั้งเดิมทานคู่กับเลมอนสด แบบย่างไฟทาด้วยรสยามาวาซาบิหรือซอสกระเทียมหอมๆ รวมถึงโฮตาเตะสดๆ ส่งตรงจากฮอกไกโดที่เนื้อหวานเด้งเต็มคำ ส่วนใครที่มองหาเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ทางร้านมีทั้งข้าวหน้าปลาไหลย่าง ราเมง เฟรนช์ฟรายส์ และของหวานหลากสไตล์อย่างเค้กช็อกโกแลตและพุดดิ้งเนื้อเนียนให้อิ่มอร่อยแบบจุกๆ

จุดเด่นสำคัญที่ดึงดูดใจสายกินคือระบบราคาต่อจานที่แบ่งแยกตามสีอย่างชัดเจน โดยซูชิจานมาตรฐานเริ่มต้นที่จานละ 40 บาท ส่วนจานขยับความพรีเมียมขึ้นมาจะอยู่ที่ราคา 60 บาท และจานท็อปพรีเมียมอย่างพวกเนื้อวากิวจะอยู่ที่จานละ 80 บาท เฉลี่ยรวมกับเมนูทานเล่น เมนูของหวาน และเครื่องดื่มรีฟิลแล้ว ค่าใช้จ่ายต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 250-500 บาทเท่านั้น ถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและความสดใหม่ที่ได้รับในทุกจาน

HAMA SUSHI

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ 444 ถ. พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Tonkatsu Marushichi at Siam Paragon

Tonkatsu Marushichi ร้านทงคัตสึชื่อดังที่เป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกและขึ้นชื่อเรื่องการต่อคิวนานกว่าสองชั่วโมง ตอนนี้ขยายสาขามาเปิดให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยกันแล้วที่สยามพารากอนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ตัวร้านต้อนรับด้วยบรรยากาศสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีการจัดสรรพื้นที่ที่นั่งได้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมกลิ่นอายความอบอุ่นแบบดั้งเดิม เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์นี้คือการพลิกโฉมวงการข้าวหน้าหมูทอดด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเนื้อสัตว์ไปจนถึงเทคนิคการทอดที่สืบทอดมาจากร้านต้นตำรับที่มอนเซนนากาโจในโตเกียว ใครกำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ต้องรีบปักหมุดด่วนๆ

เมนูเด็ดที่เป็นตัวชูโรงและสร้างชื่อให้กะบทางร้านคือ ข้าวหน้าหมูทอดที่เสิร์ฟหมูทอดมาแบบชิ้นหนาพิเศษอัดแน่นเต็มชามจนฝาปิดไม่มิด ส่วนจานที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคือ ข้าวหน้าหมูทอดระดับพรีเมียม และยังมีตัวเลือกยอดนิยมอย่าง ข้าวหน้าหมูทอดสูตรดั้งเดิม ที่เนื้อหมูมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ สัมผัสภายนอกกรอบนอกนุ่มในอย่างเหลือเชื่อจากการทอดด้วยระดับความร้อนที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูคัตสึซานโดะ หรือแซนด์วิชหมูทอดชิ้นหนานุ่มที่รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมให้ได้สั่งมาลิ้มลองอีกด้วย 

สำหรับราคาเริ่มต้นของข้าวหน้าหมูทอดเมื่ออิงจากราคาสาขาแม่ที่ญี่ปุ่น แบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1,700 เยน และขยับขึ้นไปตามเกรดเนื้อและความหนาเป็น 2,300 เยน จนถึง 2,800 เยน ส่วนเมนูพิเศษยอดนิยมระดับท็อปจะอยู่ที่ราคาประมาณ 4,800 เยน เมื่อคิดคำนวณเปรียบเทียบเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมต่อหัวในประเทศไทยแล้ว จะตกอยู่ราวๆ 450-900 บาท ขึ้นอยู่กับเซ็ตเมนูที่เลือกสั่งและความพรีเมียมของชิ้นเนื้อ ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มสำหรับการมาลองทงคัตสึระดับตำนานที่เป็นกระแสโด่งดัง โดยไม่ต้องบินไปต่อคิวยาวที่ประเทศญี่ปุ่น

Tonkatsu Marushichi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

6. Kiwamiya at Siam Paragon

Kiwamiya สาขาสยามพารากอน พร้อมจุดกระแสความปังครั้งใหม่ใจกลางสยาม เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 นี้ ตัวร้านส่งตรงคอนเซ็ปต์ยอดฮิตมาจากเมืองฟุกุโอกะ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ให้ผู้มีใจรักในการกินได้เพลิดเพลินกับการปรุงอาหารด้วยตนเองผ่านเตาเทปปันร้อนส่วนตัวที่ตั้งอยู่ตรงหน้า  บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกสนุกสนานกระฉับกระเฉงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่างโชยมาแตะจมูกตลอดเวลา นับเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ที่สายเนื้อต้องรีบชวนกันมาลิ้มลองอัพเดทความอร่อย

เมนูซิกเนเจอร์ระดับตำนานที่พลาดไม่ได้คือ คิวามิยะ แฮมเบิร์ก (Kiwamiya Hamburg) ที่ใช้เนื้อวากิวแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ปั้นสดใหม่ทุกวันเสิร์ฟมาในระดับแรร์ เพื่อให้เราได้ใช้ตะเกียบเหล็กคัดแยกชิ้นเนื้อลงไปจี่บนกระทะร้อนตามระดับความสุกที่ชื่นชอบ ยิ่งสั่งมาทานคู่กับซอสหวานคิวามิยะสูตรลับที่มีกลิ่นปลาย่างอ่อนๆ หรือซอสเนื้อสูตรเฉพาะ จะยิ่งช่วยดึงความฉ่ำละมุนของวากิวออกมาได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมี คิวามิยะ พรีเมี่ยม สเต็ก (Kiwamiya Premium Steak) สำหรับคนที่อยากสัมผัสความอร่อยของเนื้อแบบเต็มคำ หรือจะลองเมนูเฉพาะที่มีขายแค่ในประเทศไทยอย่าง ข้าวผัดทรัฟเฟิลท็อปปิงด้วยไข่สด รสชาติหรูหรากลมกล่อม กลิ่นหอมเตะจมูก ยิ่งทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

ในส่วนของราคา แฮมเบิร์กจานเดี่ยวจะเริ่มต้นที่ 320 บาทสำหรับไซส์เอส และขยับตามขนาดไปจนถึง 690 บาทในไซส์เอ็กซ์แอล ส่วนเมนูสเต็กพรีเมียมจะเริ่มต้นที่ 599 บาท แนะนำให้สั่งชุดรีฟิลเติมข้าว ซุป สลัด และซอฟต์เสิร์ฟเพิ่มอีกเพียง 80 บาทมาทานคู่กัน เบ็ดเสร็จแล้วค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 450-900 บาท นับเป็นราคาที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับประสบการณ์การทานเนื้อวากิวคุณภาพเยี่ยมที่ได้เพลิดเพลินไปกับการย่างเพื่อควบคุมความอร่อยด้วยฝีมือตัวเอง

Kiwamiya

ที่อยู่

4th Floor 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

7. Kaiten Sushi Ginza Onodera at Central World

Kaiten Sushi Ginza Onodera สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ร้านซูชิสายพานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและเป็นสาขาแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมเปิดต้อนรับคนรักซูชิอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2026 นำเสนอความหรูหราผ่านการออกแบบตกแต่งภายในที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและท้องทะเล สลัดภาพจำร้านซูชิสายพานแบบเดิมด้วยการเปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่ใช้สายพานวิ่งวนทั่วไป แต่จัดวางเคาน์เตอร์ไม้โทนสีอ่อนขนาดใหญ่ให้เหล่านักชิมได้นั่งชมฝีมือการปั้นของเชฟแบบสดๆ ต่อหน้า จุดเด่นอีกอย่างคือการออกแบบจานซูชิเวอร์ชันเฉพาะของประเทศไทยที่มีด้วยกัน 3 สี 3 ความหมาย โดยเพิ่มสีดำและสีเงินเข้ามาเติมคู่กับจานสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม สร้างบรรยากาศการกินดื่มที่หรูหราและมีสไตล์

ความประณีตของเมนูที่นี่ถอดแบบมาจากร้านโอมากาเสะระดับมิชลินสตาร์ โดยทางร้านคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศที่เป็นเกรดพรีเมียมอันดับหนึ่งมาประกอบอาหารและปรุงแต่งอย่างประณีตผ่านเทคนิคการใช้มีดกรีดลวดลายเพื่อดึงรสสัมผัสที่ดีที่สุดของปลาแต่ละชนิดออกมา เมนูซิกเนเจอร์ที่ขอแนะนำให้ทุกคนลิ้มลองคือ เอโดะมาเอะซูชิ ที่เน้นการชูรสชาติสดใหม่ตามธรรมชาติของเนื้อปลา ทานคู่กับข้าวหมักน้ำส้มสายชูสูตรเฉพาะที่เชฟปั้นให้ทานทีละคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูซูชิหน้าปลาทูน่าส่วนต่างๆ ซูชิหน้าหอยเชลล์สด และหน้าไข่หอยเม่นที่คัดเกรดมาอย่างสมบูรณ์แบบ วัตถุดิบทุกชิ้นผ่านการตระเตรียมภายในร้านอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบรสชาติความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ แก่ผู้มาลิ้มลอง

การคิดราคาของร้านจะแบ่งตามสีของจานที่เสิร์ฟเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและสนุกสนานขึ้นในการเลือกสั่ง ราคาของซูชิต่อจานเมื่อเทียบกับราคาร้านแม่ที่ญี่ปุ่นจะเริ่มต้นตั้งแต่ระดับร้อยบาทสำหรับหน้าพื้นฐาน ไปจนถึงราคาหลักร้อยปลายๆ หรือแตะหลักพันบาทสำหรับวัตถุดิบนำเข้าหายาก เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 800-2,000 บาท ถือเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลกับการได้ทางวัตถุดิบระดับท็อปคุณภาพดีและความเชี่ยวชาญของเชฟ เรียกได้ว่าเป็นอีกพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนรักเมนูซูชิหรือปลาดิบจะต้องเรียงแถวกันเข้ามาชิมแน่นอน

Kaiten Sushi Ginza Onodera

ที่อยู่

4, 1-2 ชั้น 7, Central World, ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

8. Tsujihan at Central Park

Tsujihan ร้านข้าวหน้าปลาดิบระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากจากประเทศญี่ปุ่น กำลังเตรียมตัวมาสร้างความฮือฮาครั้งใหม่ให้เหล่านักกินชาวไทยในอีกไม่ช้า ตัวร้านตั้งอยู่ภายในห้างดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ใจกลางเมืองย่านสีลม เน้นการออกแบบพื้นที่ด้วยความเรียบหรูสไตล์มินิมอลตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ มอบบรรยากาศที่สงบ อบอุ่น และเป็นส่วนตัว ที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้ทุกคนได้นั่งดูเชฟจัดวางเครื่องเคราลงบนชามข้าวอย่างพิถีพิถัน ใครที่กำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่เพื่อลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร แนะนำให้จดพิกัดร้านนี้ลงในลิสต์ไว้เลย

ความพิเศษของเมนูที่นี่คือการเสิร์ฟข้าวหน้าปลาดิบภูเขาไฟทรงเครื่องที่เรียกกันว่า เซทาคุด้ง (Zeitaku Don) ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบจากทะเลหลากชนิดรวมกันอย่างลงตัว เมนูแนะนำจะเป็นชุด Ume Course ที่ประกอบไปด้วย ไข่ปลาแซลมอน ทูน่าสับผสมเนื้อส่วนติดกระดูก กุ้ง หอยเชลล์ หอยงวงช้าง ปลาหมึก และไข่ปลาเฮอร์ริ่ง สำหรับคนที่อยากยกระดับความฟินขึ้นไปอีก ทางร้านมีชุด Matsu Course และชุดสูงสุดอย่าง Tokujo Course ที่จัดเต็มด้วยการเพิ่มเนื้อปูและไข่หอยเม่นหรืออูนิแบบคูณสอง ไฮไลต์เด็ดคือการทานแบบดั้งเดิมที่เมื่อทานข้าวไปได้ครึ่งชาม เชฟจะเติมน้ำซุปร้อนๆ รสชาติกลมกล่อมลงไปในชามเพื่อให้เราได้ทานเป็นโอชาสึเกะ (Ochatsuke) ข้าวต้มสไตล์ญี่ปุ่นที่ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ราคาอาหารจะแตกต่างกันไปตามท็อปปิ้งพรีเมียมที่เลือกใส่เพิ่ม โดยราคาเริ่มต้นของชุดพื้นฐานอิงจากราคาร้านแม่ที่ญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 1,250 เยน สำหรับชุดกลางจะอยู่ที่ประมาณ 1,650-2,200 เยน ส่วนชุดสูงสุดที่ใส่ท็อปปิ้งอูนิและปูแบบจัดเต็มจะอยู่ที่ 3,600 เยน เมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมต่อหัวสำหรับร้านที่จะเปิดให้บริการในไทย คาดว่าจะตกอยู่ราวๆ 380-1,000 บาทขึ้นไป ตามแต่ความพรีเมียมของวัตถุดิบที่เลือก นับเป็นราคาที่คุ้มกับการเปิดประสบการณ์การทานข้าวหน้าปลาดิบรสชาติดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น

Tsujihan

ที่อยู่

PGHP+FWM ถ. พระรามที่ 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

9. Tonkatsu Hajime at Central Park

Tonkatsu Hajime ร้านทงคัตสึระดับท็อปส่งตรงจากโตเกียวที่เหล่านักชิมต่างร่ำลือถึงความอร่อย เดินทางมาเปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2026 นี้ การตกแต่งร้านเน้นพื้นที่ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความใส่ใจตามวิถีญี่ปุ่น มอบความรู้สึกสงบอบอุ่นเป็นกันเองผ่านการจัดสัดส่วนที่นั่งให้ได้เพลิดเพลินกับการชมเชฟปรุงอาหารทีละจานอย่างใกล้ชิด โดดเด่นด้วยฝีมือการทอดแบบสดใหม่จานต่อจานที่ยังคงคุณภาพและมาตรฐานรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นที่สายเจแปนนิสเลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดมาลิ้มลอง

จานเด็ดที่เกือบทุกโต๊ะต้องสั่งมาลิ้มลองคือ Atsugiri yaki katsudon ข้าวหน้าหมูทอดที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็นด้วยขนาดเนื้อหมูทอดชิ้นหนาใหญ่กว่าปกติเกือบสามเท่าราดทับบนไข่เนื้อนุ่มละมุนชุ่มฉ่ำเต็มชาม ความสนุกคือเราสามารถเลือสายพันธุ์ของเนื้อหมูตามความชอบส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูโกเบพรีเมียม หรือเนื้อหมูฮอกไกโดเนื้อนุ่ม นอกจากเมนูข้าวหน้าหมูทอดสุดพิเศษนี้แล้ว ทางร้านยังมีชุดทงคัตสึแบบดั้งเดิมที่เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีซอยฝอยและซุปมิโซะร้อนๆ รสกลมกล่อมไว้ให้เลือกรับประทานสำหรับผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อหมูทอดชุบเกล็ดขนมปัง

การมาเปิดประสบการณ์ลิ้มลองรสชาติที่ร้านแห่งนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการสั่งเซ็ตเมนูจานหลักควบคู่กับเครื่องเคียงและเครื่องดื่มจะตกอยู่ราวๆ 350-800 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของหมูและน้ำหนักชิ้นเนื้อที่เลือกสั่ง ถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานฝีมือการทอดหมูระดับแนวหน้าจากญี่ปุ่นที่ส่งตรงความอร่อยมาให้ได้ฟินกันถ้วนหน้าที่ห้างดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park)

Tonkatsu Hajime

ที่อยู่

อาคาร Central World, A213B, ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

10. Truffle Bakery at Central Park

Truffle Bakery ร้านเบเกอรี่ชื่อดังกระแสแรงจากประเทศญี่ปุ่นกำลังจะมาเปิดสาขาแรกในประเทศไทยให้พวกเราได้ลิ้มลองกันที่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ ในเดือนกรกฎาคม 2026 นี้ ความโดดเด่นของแบรนด์นี้คือการเป็นร้านเบเกอรี่ที่ได้คะแนนรีวิวจากแพลตฟอร์มชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Tabelog ที่ได้คะแนนกว่า 3.5 เต็ม 5 ตัวร้านเน้นความอบอุ่นตามสไตล์ญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่เดินเข้ามา แถมยังได้กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบสดใหม่ จัดเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดที่น่าจับตามองและน่าลองมากๆ ในปี 2026 นี้

ขนมปังตัวที่เป็นซิกเนเจอร์อันโด่งดังและสร้างชื่อเสียงจนทำให้คนยอมต่อคิวยาวคือ White Truffle Salt Bread หรือขนมปังเกลือทรัฟเฟิลขาว ที่ใช้แป้งเกรดดีจากแคนาดา ม้วนเข้ากับทรัฟเฟิลบัตเตอร์ทำเองสูตรเฉพาะ ทาผิวด้วยทรัฟเฟิลออยล์ ตกแต่งหน้าด้วยเกลือฝรั่งเศสและทรัฟเฟิลขาว อบออกมาได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มเหนียวชุ่มฉ่ำรสบัตเตอร์หอมฟุ้ง นอกจากนี้ยังมีเมนูชูโรงอื่นๆ ที่น่าลอง เช่น Truffle Brioche Donut โดนัทเนื้อนุ่ม Truffle Egg Sandwich แซนด์วิชไข่กลิ่นทรัฟเฟิลเข้มข้น รวมถึงขนมปังเกลือเนยสาหร่ายและครัวซองต์เนยสดแท้

สำหรับราคาของขนมปังเกลือทรัฟเฟิลขาวที่เป็นตัวท็อปจะจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 318 เยน ส่วนขนมปังรสชาติอื่นๆ อย่างโรลจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 398 เยน เมื่อคำนวณเป็นระดับราคาสำหรับตลาดในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการมาอิ่มอร่อยกับขนมปังยอดฮิตพร้อมกับเครื่องดื่มสักแก้วต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 120-350 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ากับการได้สัมผัสรสชาติความหอมหรูหราของวัตถุดิบระดับพรีเมียมส่งตรงจากโตเกียว

Truffle Bakery

ที่อยู่

ชั้น 6, 127 ถ. ราชประสงค์, แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

บทความแนะนำ บทความแนะนำ