10 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภูมิภาคคิวชู

15.02.2026 (Updated: 09.03.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภูมิภาคคิวชู

สัมผัสเสน่ห์ของเกาะคิวชูผ่านรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ในบทความรวม 10 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยกเมนูเด็ดจากเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) มาเสิร์ฟใจกลางกรุง ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟมตสึนาเบะรสเข้มข้น ฮากาตะราเมงซุปกระดูกหมูขาวนวล หรือเทมปุระแป้งบางกรอบสไตล์ท้องถิ่นแท้ๆ เตรียมพบกับพิกัดร้านที่ตอบโจทย์ทั้งสายกินและสายดื่ม ตั้งแต่ร้านลับบรรยากาศอิซากายะสุดคึกคักไปจนถึงร้านราเมงสูตรต้นตำรับที่สืบทอดความอร่อยมานับสิบปี รับรองว่าแต่ละที่พกพาความอร่อยแบบออริจินัลมาเต็มชามจนเหมือนได้ไปเดินเช็คอินด้วยตัวเอง

1. Genpukan Thonglor

บรรยากาศร้าน

Genpukan Thonglor เป็นร้านยากินิกุระดับตำนานที่ยกเอาเนื้อพรีเมียมและน้ำจิ้มสูตรเด็ดจากเมืองฟุกุโอกะมาเสิร์ฟใจกลางทองหล่อ บรรยากาศภายในร้านจะให้ความรู้สึกขรึมๆ เท่ๆ ด้วยโทนสีดำและการตกแต่งที่ดูพรีเมียมแต่ยังแฝงความอบอุ่นแบบร้านปิ้งย่างดั้งเดิม สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไปคือการจัดวางที่นั่งที่ให้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก รวมถึงระบบระบายอากาศที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยมทำให้กลิ่นควันไม่ติดตัวจนเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมาสังสรรค์กับแก๊งเพื่อนหรือมาเดทในบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีสไตล์

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ถือเป็นจิตวิญญาณของฟุกุโอกะและห้ามพลาดเด็ดขาดคือ มตสึนาเบะ (Motsunabe) หรือหม้อไฟไส้วัว ซึ่งของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและความสดของไส้ที่คัดสรรมาอย่างดี ตัวไส้มีความนุ่มเด้งสู้ฟันและไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่นิดเดียว ต้มในน้ำซุปสูตรเข้มข้นที่เต็มไปด้วยกะหล่ำปลีหวานๆ ต้นกระเทียมญี่ปุ่น และพริกแห้งที่ช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อนเบาๆ ความพิเศษอยู่ที่น้ำซุปซึ่งยิ่งต้มไปเรื่อยๆ จะยิ่งหวานหอมจากการละลายของไขมันจากไส้และผัก เป็นรสชาติแบบฉบับคิวชูแท้ๆ ที่หาทานรสสัมผัสแบบนี้ได้ยากในไทย นอกจากนี้ทางร้านยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ช่วยชูรสชาติของมตสึนาเบะให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีก

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยสำหรับการมาทานมตสึนาเบะพ่วงด้วยเมนูอื่นๆ จะอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท

Genpukan Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–0:00 น.

ที่อยู่

41, 43 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/genpukan-thonglor/

2. Tempura NAGAOKA Phrom Phong

บรรยากาศร้าน

Tempura NAGAOKA Phrom Phong เป็นร้านเทมปุระที่ถอดแบบจิตวิญญาณมาจากย่านยาคุอิน (Yakuin) ในเมืองฟุกุโอกะแบบเป๊ะๆ ทันทีที่ก้าวเข้าไปจะเจอกับบรรยากาศแบบมินิมอลตามสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นงานไม้สีอ่อน ดูเรียบง่ายแต่แฝงความเท่ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่ล้อมรอบครัวเปิด ทำให้ได้นั่งดูเชฟชาวญี่ปุ่นทอดเทมปุระโชว์แบบคำต่อคำในระยะประชิด ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือบรรยากาศที่ดูมีความเป็นงานคราฟต์ และเป็นส่วนตัวมากด้วยจำนวนที่นั่งที่มีจำกัด ให้ความรู้สึกกึ่งๆ โอมากาเสะที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่เกร็งจนเกินไป เหมาะสำหรับมื้อพิเศษที่ต้องการความเงียบสงบและการใส่ใจในทุกรายละเอียดการบริการ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ เทมปุระสไตล์ฮากาตะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องแป้งที่บางเบาราวกับขนนกและไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เทมปุระไข่ปลาเมนไทโกะ ที่ส่งตรงมาจากฟุกุโอกะ ทอดมาแบบข้างนอกกรอบนิดๆ แต่ข้างในยังเป็นครีมมี่เข้มข้น หรือจะเป็นพุดดิ้งหอยเม่น (Uni Pudding) ที่เป็นของทานเล่นขึ้นชื่อรสชาติมันนัวละมุนลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูแปลกใหม่อย่าง เทมปุระไดฟูกุสตรอว์เบอร์รี ที่เอาผลไม้มาทอดจนแป้งกรอบและไส้ข้างในยังเย็นสดชื่น เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่น่าประทับใจสุดๆ ความโดดเด่นอีกอย่างคือการเสิร์ฟพร้อมเกลือ 3 ชนิด ทั้งเกลือชาเขียว เกลือแกงกะหรี่ และเกลือสีชมพู เพื่อให้เราเลือกดึงรสชาติของวัตถุดิบแต่ละชิ้นออกมาได้หลากหลายมิติ

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ย มื้อกลางวันจะมีชุดเซตสุดคุ้มเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาท ส่วนมื้อค่ำหากสั่งเป็นคอร์สโอมากาเสะหรือเน้นเมนูพรีเมียมจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-4,000 บาทขึ้นไป

Tempura NAGAOKA Phrom Phong

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น

ที่อยู่

111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/

3. UMA UMA

บรรยากาศร้าน

UMA UMA เป็นร้านลับย่านอโศกที่ซ่อนตัวอยู่ ให้บรรยากาศเหมือนยกย่านร้านอาหารเก่าแก่ของเมืองฟุกุโอกะมาไว้ในไทยแบบไม่มีผิดเพี้ยน ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ย้อนยุคหน่อยๆ มีความเป็นอิซากายะแบบพื้นบ้านที่เน้นความอบอุ่นและเป็นกันเองมาก มีผนังที่เต็มไปด้วยป้ายรายการอาหารญี่ปุ่นและแสงไฟสลัวที่ชวนให้รู้สึกอยากนั่งแฮงเอาต์กันยาวๆ จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากสาขาอื่นหรือร้านทั่วไปคือความรู้สึกที่เหมือนได้เข้าไปนั่งในร้านอาหารท้องถิ่นที่คิวชูจริงๆ พนักงานมีความกระฉับกระเฉงและการจัดวางพื้นที่ให้ความรู้สึกคึกคักแต่ก็ยังนั่งทานได้แบบสบายใจ เหมาะทั้งการมานั่งทานมื้อกลางวันแบบเร่งรีบหรือจะนัดเพื่อนมาจิบเครื่องดื่มพร้อมทานกับแกล้มในมื้อเย็น

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูเด็ดที่สะท้อนความเป็นฟุกุโอกะได้อย่างชัดเจนคือ ฮากาตะราเมง สูตรต้นตำรับที่ส่งต่อความอร่อยมายาวนานกว่า 60 ปี ตัวน้ำซุปกระดูกหมูมีความเข้มข้นแต่ไม่มันเลี่ยนจนเกินไป เสิร์ฟพร้อมเส้นราเมงแบบตรงขนาดเล็กที่ดูดซับน้ำซุปได้ดีเยี่ยม อีกหนึ่งอย่างที่พลาดไม่ได้เลยคือ มตสึนาเบะ หรือหม้อไฟไส้วัวรสชาติกลมกล่อมที่ใส่เครื่องมาแบบจัดเต็มทั้งไส้ที่นุ่มหนึบและกะหล่ำปลีหวานๆ นอกจากเมนูเส้นและหม้อไฟแล้ว ทางร้านยังมีเมนูยากิโทริหรือไก่ย่างถ่านที่ย่างมาได้หอมกำลังดี รวมถึงเมนูทานเล่นสไตล์คิวชูอย่างหนังไก่พันไม้รสชาติเข้มข้นที่เป็นกับแกล้มชั้นยอด ซึ่งรสชาติของทุกจานนั้นคงเอกลักษณ์ความเป็นต้นตำรับไว้ได้อย่างน่าประทับใจ

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท

UMA UMA

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–14:30 น. และ 16:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

39/1 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. HAKATA BKK

บรรยากาศร้าน

HAKATA BKK หรือฮาคาต้า ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปนั่งอยู่ในร้านอาหารย่านนากาสุแบบย้อนยุคนิดๆ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายและอบอุ่นด้วยงานไม้โทนเข้ม แสงไฟในร้านสลัวกำลังดีช่วยสร้างความรู้สึกเป็นส่วนตัวและผ่อนคลาย ต่างจากร้านราเมงสมัยใหม่ที่ดูเร่งรีบ ที่นี่มีความเป็นอิซากายะลูกผสมที่เน้นการนั่งละเลียดอาหารไปพร้อมกับการพูดคุย จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือความสงบที่ไม่วุ่นวายจนเกินไป และการต้อนรับที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นลูกค้าประจำที่แวะมาฝากท้องได้ทุกเมื่อ เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาปิดท้ายมื้อดึกหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่เป็นหัวใจหลักของร้านแน่นอนว่าต้องเป็น ฮากาตะราเมง (Hakata Ramen) ซึ่งความโดดเด่นอยู่ที่น้ำซุปทงคัตสึเข้มข้นที่เคี่ยวจนได้ที่แต่ไม่มีกลิ่นคาวของกระดูกหมูมารบกวน รสสัมผัสมีความมันวาวและกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับเส้นราเมงแบบเรียวเล็กที่ลวกมาแบบพอดีคำ ความพิเศษอีกอย่างคือตัวหมูชาชูที่ย่างมาจนหอมและนุ่มแทบจะละลายเมื่อสัมผัสลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูที่สะท้อนวัฒนธรรมฟุกุโอกะอย่าง ไข่ปลาเมนไทโกะ และของทานเล่นสไตล์คิวชูอีกหลายรายการที่ทำออกมาได้รสชาติต้นตำรับจริงๆ รสชาติของอาหารที่นี่จะมีความนิ่งและคลาสสิก ไม่เน้นการปรุงแต่งที่หวือหวาแต่เน้นการดึงรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบออกมาให้ชัดเจนที่สุด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยสำหรับที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

HAKATA BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

No74 Sukumvit26 Klongton Klongtoey, กรุงเทพมหานคร 10110

5. Tempura Yamaya

บรรยากาศร้าน

Tempura Yamaya สาขาวันแบ็งคอก (One Bangkok) เป็นร้านที่ยกมาตรฐานร้านเทมปุระส่งตรงจากฟุกุโอกะมาไว้ในห้างหรูใจกลางเมืองได้อย่างน่าประทับใจ บรรยากาศภายในร้านเน้นความโมเดิร์นที่ผสมผสานกลิ่นอายญี่ปุ่นสมัยใหม่เข้ากับความโปร่งสบาย มีการจัดที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่มองเห็นเชฟทอดของสดๆ และโต๊ะมาตรฐานที่กว้างขวาง จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษและต่างจากร้านอื่นอย่างสิ้นเชิงคือความใจป้ำสไตล์คิวชูที่ให้ความรู้สึกกึ่งๆ บุฟเฟต์เครื่องเคียงในบรรยากาศพรีเมียม เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศย่านลุมพินีที่ต้องการมื้อเที่ยงคุณภาพดี หรือครอบครัวที่อยากมาดื่มด่ำกับของทอดระดับตำนานในวันหยุด

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องมาโดนคือเซตเทมปุระรวมที่มีให้เลือกทั้งกุ้งตัวโตๆ ผักตามฤดูกาล และเนื้อสัตว์นานาชนิดที่ทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน แป้งมีความบางเบาและกรอบนานตามฉบับของยามายะ แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงอยู่ที่ไข่ปลาเมนไทโกะ และทาคานะ (Takana) หรือผักกาดดองญี่ปุ่นที่เติมได้ไม่อั้น ซึ่งเมนไทโกะของที่นี่ถือเป็นของขึ้นชื่ออันดับต้นๆ จากเมืองฟุกุโอกะ รสชาติมีความเค็มเผ็ดนัวพอดี ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงมาแบบเม็ดนุ่มเข้ากันได้ดีจนแทบหยุดไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเมนูมตสึนาเบะหรือหม้อไฟไส้วัวรสชาติกลมกล่อมไว้คอยบริการสำหรับคนที่อยากสัมผัสวิถีการกินแบบชาวใต้แท้ๆ

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Tempura Yamaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

B1F One Bangkok, Parade Building 1 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

6. Terra Thonglor

บรรยากาศร้าน

Terra Thonglor เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านทองหล่อพร้อมกับเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึงบาร์ลับในเมืองฟุกุโอกะอย่างชัดเจน บรรยากาศภายในร้านเน้นความสลัวอบอุ่นด้วยแสงไฟโทนส้มและการจัดวางโต๊ะที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวแต่ยังคงความคึกคักแบบอิซากายะสมัยใหม่ ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการตกแต่งที่ดูมีเทสและให้ความรู้สึกกึ่งๆ บาร์เหล้าญี่ปุ่นชั้นดี ทำให้เป็นพิกัดที่ยอดเยี่ยมสำหรับการนัดรวมตัวกันเพื่อคุยเรื่องสำคัญหรือจะมานั่งชิลผ่อนคลายหลังเลิกงานในบรรยากาศที่ดูมีสไตล์และไม่ซ้ำซากจำเจ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูเด็ดที่เป็นหัวใจของร้านและส่งตรงรสชาติมาจากคิวชูคือ มตสึนาเบะ (Motsunabe) หรือหม้อไฟไส้วัวรสชาติกลมกล่อมที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ตัวไส้วัวมีความมันวาวและนุ่มเด้งไม่มีกลิ่นคาวกวนใจ ต้มในน้ำซุปที่อัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีและต้นกระเทียมญี่ปุ่นจนได้รสหวานตามธรรมชาติ อีกหนึ่งจานที่พลาดไม่ได้คือเมนูที่ทำจากไข่ปลาเมนไทโกะนำเข้าจากฟุกุโอกะโดยเฉพาะ รสชาติมีความเค็มเผ็ดนัวที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีเมนูของย่างและซาซิมิที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อชูรสชาติแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างน่าประทับใจ

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับการมาทานมื้อค่ำที่นี่จะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อคนขึ้นไป

Terra Thonglor

เวลาทำการ

จ.-ศ. 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

111/4 ถนน เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. West Udon

บรรยากาศร้าน

West Udon เป็นร้านที่เหมือนยกเอาสาขามาจากฟุกุโอกะมาวางไว้ในซอยสุขุมวิท 33/1 จริงๆ เพราะที่นี่คือร้านอุดอนชื่อดังที่มีสาขาอยู่แทบทั่วทุกมุมของคิวชู บรรยากาศด้านในเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเองตามสไตล์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เรามักจะเห็นพนักงานออฟฟิศหรือชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่แถวนั้นแวะเวียนมาฝากท้องอยู่ตลอด ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบๆ ไม่หวือหวาแต่ให้ความรู้สึกสะอาดสะอ้านและอบอุ่น จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษและต่างจากร้านอุดอนเจ้าอื่นๆ คือความเป็นต้นตำรับที่ไม่ได้พยายามปรุงแต่งให้หรูหรา แต่เน้นความรวดเร็วและรสชาติที่เป็นมาตรฐานเดียวกับที่ญี่ปุ่น ทำให้เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาทานมื้อกลางวันที่ต้องการความอิ่มท้องแบบสบายใจ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้และเป็นเอกลักษณ์ของชาวฟุกุโอกะเลยคือ อุดงหน้าเทมปุระรากบัว (Gobo Ten Udon) ซึ่งรากบัวที่นี่จะถูกหั่นเป็นแว่นๆ แล้วทอดจนกรอบฟู เมื่อวางลงบนน้ำซุปร้อนๆ รสชาติหวานหอมเค็มอ่อนๆ จะซึมเข้าไปในตัวแป้งช่วยให้ทานเพลินมาก ตัวเส้นอุด้งของที่นี่จะมีความนุ่มหนึบกำลังดี ไม่แข็งจนเกินไปตามแบบฉบับอุด้งทางตอนใต้ นอกจากนี้ยังมีเมนู ข้าวปั้นไก่ (Kashiwa Onigiri) ซึ่งเป็นของคู่กันที่คนท้องถิ่นชอบสั่งมาทานคู่กับอุด้งเสมอ หรือถ้าใครชอบความจัดจ้านก็ต้องสั่งแกงกะหรี่อุด้งที่รสชาติเข้มข้นถึงใจ ความใส่ใจอยู่ที่น้ำซุปที่เคี่ยวจากปลาโอแห้งและสาหร่ายคอมบุจนได้รสอูมามิที่เป็นธรรมชาติสุดๆ

ช่วงราคา

งบประมาณต่อหัวสำหรับการมาทานที่นี่ถือว่าคุ้มค่ามาก โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทต่อคน

West Udon

เวลาทำการ

จ.,พ.-อา.11:00–14:30 น. และ 17:00–21:00 น., ปิดทุกวันอังคาร

ที่อยู่

595/21 2FL 595/21 ซ. สุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Japanese Izakaya Yamani Syouten

บรรยากาศร้าน

Japanese Izakaya Yamani Syouten ตั้งอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านของซอยสุขุมวิท 33 แต่พอเดินเข้ามาในร้านกลับให้ความรู้สึกเหมือนได้พบกับร้านลับในตรอกซอกซอยของฟุกุโอกะจริงๆ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งในสไตล์อิซากายะขนานแท้ที่ดูมีความดิบและจริงใจ เน้นงานไม้และการจัดวางของที่ดูเป็นกันเอง จุดที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นและน่ามาเยือนคือความรู้สึกมีชีวิตชีวาที่อบอวลไปด้วยเสียงพูดคุยของลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่แวะเวียนมาดื่มกินหลังเลิกงาน ให้กลิ่นอายความครึกครื้นเหมือนเราไปนั่งอยู่ในย่านเท็นจินหรือนากาสุ ต่างจากร้านในห้างสรรพสินค้าอย่างชัดเจน ใครที่ชอบสถานที่ที่มีตัวตนชัดเจนและบรรยากาศแบบบ้านๆ ที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองมากนักจะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยาก

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ยกให้เป็นของดีส่งตรงจากคิวชูคือ เมนูจากปลาซาบะและอาหารทะเลสดๆ ที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเมนูไก่ทอดสไตล์คิวชูที่กรอบนอกนุ่มในสู้ฟัน ความพิเศษของอาหารที่นี่คือการเลือกใช้วัตถุดิบที่ให้ความรู้สึกถึงความสดใหม่และวิธีการปรุงที่ชูรสชาติแบบดั้งเดิมออกมาได้อย่างน่าประทับใจ กินคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ยิ่งช่วยชูรสชาติมื้อนี้ให้สมบูรณ์แบบ

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับการมานั่งแฮงเอาต์ที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทต่อคน

Japanese Izakaya Yamani Syouten

เวลาทำการ

จ.-พ.,ศ.-อา. 17:00–23:00 น., ปิดทุกวันพฤหัสบดี

ที่อยู่

No.88,Room No.G05, ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Grill Yamaya

บรรยากาศร้าน

Grill Yamaya สาขา Central Park Bangkok เป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ยกระดับจิตวิญญาณอาหารปิ้งย่างและของดีจากฟุกุโอกะมาไว้ในบรรยากาศที่ดูโปร่งและทันสมัยกว่าเดิมมาก ภายในร้านเน้นความโล่งสบายด้วยเพดานสูงและการตกแต่งที่ใช้โทนสีธรรมชาติสไตล์เจแปนนิสร่วมสมัย จุดที่ทำให้ที่นี่ดูว้าวและต่างจากร้านอื่นคือทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวใจกลางกรุง ทำให้การนั่งทานมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำดูผ่อนคลายไม่แออัดเหมือนร้านในซอกซอยย่านธุรกิจทั่วไป เป็นสถานที่ที่ลงตัวมากสำหรับคนอยากนั่งละเลียดอาหารญี่ปุ่นคุณภาพเยี่ยมพร้อมชมวิวเมืองในมุมที่ดูสงบเงียบและเรียบหรู

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นที่สุดและห้ามพลาดเลยคือบรรดาของปิ้งย่างที่ใช้ถ่านไม้หอมๆ รีดน้ำมันออกมาจนได้รสสัมผัสที่เข้มข้น โดยเฉพาะเนื้อวัวพรีเมียมและปลาแมคเคอเรลย่างที่เนื้อยังคงความฉ่ำวาว แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องพุ่งตัวมาที่ร้านคือเครื่องเคียงระดับตำนานอย่าง ไข่ปลาเมนไทโกะ และผักกาดดองทาคานะสูตรลับที่เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นแบบจุใจ ความพิเศษของสาขานี้คือการนำเสนอเมนูแนวปิ้งย่างที่ชูรสชาติวัตถุดิบแบบดั้งเดิมจากคิวชูได้ชัดเจนมาก ยิ่งถ้าได้ทานมตสึนาเบะรสชาติกลมกล่อมควบคู่ไปด้วย จะยิ่งรู้สึกถึงความออริจินัลที่ถอดแบบมาจากฟุกุโอกะได้แบบครบถ้วนทุกมิติ

ช่วงราคา

งบประมาณต่อหัวสำหรับการมาสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท

Grill Yamaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

เบต, ชั้น G Central Park เลขที่ 946 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม กรุงเทพมหานคร 10500

10. IPPUDO

บรรยากาศร้าน

IPPUDO เป็นชื่อที่นึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เมื่อพูดถึงราเมงต้นตำรับจากเมืองฟุกุโอกะที่โด่งดังไปทั่วโลก บรรยากาศภายในร้านแต่ละสาขาจะเน้นความทันสมัย ผสมผสานศิลปะแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกคึกคักและมีพลังด้วยการต้อนรับที่พร้อมเพรียงของพนักงาน สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือการจัดการพื้นที่ให้ดูสะอาดตาและนั่งสบาย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเดี่ยวสำหรับคนที่มาทานไวๆ หรือโต๊ะใหญ่สำหรับกลุ่มเพื่อน ทำให้การนั่งทานราเมงเป็นประสบการณ์ที่ดูสากลและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน แต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของร้านบะหมี่จากภูมิภาคคิวชูไว้อย่างเต็มเปี่ยม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของฟุกุโอกะอย่าง ฮากาตะราเมง คือสิ่งที่ทุกคนต้องสั่ง โดยมีพระเอกอย่าง ชิโรมารุ โมโตอาจิ (Shiromaru Motoaji) ราเมงซุปกระดูกหมูสีขาวนวลรสชาติดั้งเดิมที่เคี่ยวจนได้ความเข้มข้นแต่ทานแล้วเบาสบายท้อง หรือใครที่ชอบรสชาติที่จัดจ้านขึ้นมาหน่อยต้องลอง อากามารุ ชินอาจิ (Akamaru Shinmi) ที่มีการเติมซอสเต้าเจี้ยวสูตรพิเศษและน้ำมันกระเทียมเผ็ดลงไปเพิ่มมิติของรสชาติ ความเด็ดขาดอยู่ที่เส้นราเมงแบบตรงที่มีความเรียวเล็กเป็นเอกลักษณ์ สามารถเลือกระดับความแข็งของเส้นได้ตามความชอบ นอกจากนี้ยังมีของทานเล่นที่ต้องสั่งคู่กันอย่าง ฮากาตะเกี๊ยวซ่า ชิ้นพอดีคำและบันไส้หมูสามชั้นที่นุ่มละลายในปาก เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารสไตล์ฟุกุโอกะได้อย่างสมบูรณ์

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยสำหรับการมาทานที่นี่จะอยู่ประมาณ 200-400 บาท

IPPUDO

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

55 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ippudo/