15 คาเฟ่ญี่ปุ่น เมนูมัทฉะ (Matcha) อร่อยเข้มข้นไปกับชาเขียวญี่ปุ่น

26.02.2026 (Updated: 17.03.2026)
15 คาเฟ่ญี่ปุ่น เมนูมัทฉะ (Matcha) อร่อยเข้มข้นไปกับชาเขียวญี่ปุ่น

เอาใจสายมัทฉะเลิฟเวอร์ที่กำลังโหยหากลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเขียวแท้จากญี่ปุ่น วันนี้จะพาทุกคนไปตะลุยเช็คอิน 15 คาเฟ่สุดฮอตที่เมนูมัทฉะเด็ดจริง ตั้งแต่ร้านบรรยากาศสงบสไตล์เซน ไปจนถึงคาเฟ่โมเดิร์นใจกลางเมืองที่เสิร์ฟชาพรีเมียมเกรดพิธีการ รับรองว่าแต่ละที่ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูปสวย แต่ยังจัดเต็มเรื่องความเข้มข้นและหอมนุ่มละมุนลิ้นแบบต้นตำรับแท้ๆ ที่จะทำให้รู้สึกเหมือนวาร์ปไปนั่งจิบชาอยู่ที่เกียวโตเลยทีเดียว เตรียมปักหมุดลายแทงความอร่อยแล้วตามไปฟินกับเมนูมัทฉะเข้มข้นให้จุใจกันได้เลย

สารบัญ

Show More

1. Cafe Temari

บรรยากาศร้าน

Cafe Temari เป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่มีทั้งของคาวและของหวาน ตั้งอยู่ภายในซอยทองหล่อ 14 ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนแวะไปนั่งเล่นที่บ้านเพื่อนในญี่ปุ่น ตัวร้านเน้นงานไม้สีอ่อนและการจัดแสงที่ดูนวลตาให้ความรู้สึกสงบตัดกับความวุ่นวายของย่านทองหล่อด้านนอกได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูพิเศษกว่าใครคือการเลือกใช้ของตกแต่งกุ๊กกิ๊กชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมกับความทันสมัย เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหามุมเงียบๆ ไว้อ่านหนังสือหรือนั่งพักสายตาพร้อมจิบเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาที่อบอวลอยู่ทั่วร้าน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ Matcha Coconut Milk ที่ทางร้านคัดสรรผงชาเกรดพรีเมียมที่มีกลิ่นหอมคั่วที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ความโดดเด่นอยู่ที่การคุมอุณหภูมิของนมได้พอดีเป๊ะทำให้ดึงความหวานธรรมชาติออกมาผสมกับความขมปลายลิ้นของมัทฉะได้อย่างนุ่มนวล นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีขนมหวานอย่าน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่นสัมผัสนุ่มราวกับหิมะที่โรยผงมัทฉะมาแบบไม่หวง หรือจะเป็นมัทฉะวาราบิโมจิราดด้วยน้ำตาลทรายแดง ทานคู่กับครีมมันนัว รสชาติเข้มข้นถึงใจ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Cafe Temari

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

Khwaeng, ซอย ทองหล่อ 14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/cafe-temari/

2. MATCHA TIMES

บรรยากาศร้าน

MATCHA TIMES ตั้งอยู่ใจกลางแหล่งชุมชนคนญี่ปุ่นอย่างซอยสุขุมวิท 33/1 ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นฐานลับของคนรักชาเขียว บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่นร่วมสมัย พื้นที่อาจจะไม่กว้างขวางมากแต่กลับให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด การตกแต่งใช้โทนสีเขียวสว่างตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ช่วยให้ดูโปร่งตา ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือการนำเสนอวัฒนธรรมการดื่มชาแบบดั้งเดิมในบริบทที่เข้าถึงง่าย ไม่ว่าจะเป็นการตีมัทฉะที่ดังให้ยินเป็นระยะ หรือการจัดวางอุปกรณ์ชงชาที่ดูประณีต ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตของทั้งคนวัยทำงานและกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในสุขุมวิทเข้ามานั่งพักผ่อน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ผงมัทฉะของที่นี่มีให้เลือก 3 แบบ เป็นมัทฉะจากไร่ชาในเมืองอุจิ เมืองนิชิโอะและเมืองชิซึโอกะ โดยมีระดับความเข้มข้นให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน จุดเด่นอยู่ที่การชงสดใหม่ถ้วยต่อถ้วยด้วยแปรงไม้ไผ่ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและมีฟองละเอียดสวยงาม รสชาติมีความซับซ้อนของกลิ่นถั่วและสาหร่ายที่เป็นเอกลักษณ์ของมัทฉะคุณภาพสูง ไม่มีความฝาดเฝื่อนติดลิ้น เมนูแนะนำ เช่น มัทฉะมะพร้าว มัทฉะยูซุเลม่อน ส่วนใครที่เป็นสายลาเต้ต้องลองเมนูที่ผสมนมสดแท้อย่าง มัทฉะลาเต้ ที่ช่วยดึงความหวานตามธรรมชาติของตัวชาออกมาได้อย่างลงตัว รวมถึงยังมีขนมหวานอย่างโรลมัทฉะเนื้อนุ่มและมัทฉะวาราบิโมที่หาทานได้ยาก

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 100-300 บาท

MATCHA TIMES

เวลาทำการ

ทุกวัน 7:00–19:00 น.

ที่อยู่

สถานีรถไฟฟ้าพระโขนง แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/matcha-times/

3. Kyoto Uji Saryo

บรรยากาศร้าน

Kyoto Uji Saryo ตั้งอยู่บนชั้น 4 โซน Siam Takashimaya ภายในห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม โดยนำเสนอความเป็นคาเฟ่ส่งตรงจากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโตแท้ๆ พื้นที่ร้านถูกออกแบบให้มีความโอ่โถงและสว่างไสวด้วยงานไม้ระแนงสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสานความโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จุดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือการมีโซนสาธิตการชงชาแบบเปิดโล่งที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเพลิดเพลินไปกับทักษะการตีมัทฉะของพนักงานได้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราแต่แฝงไปด้วยความสงบนิ่งเหมือนได้นั่งพักเหนื่อยจากการช้อปปิ้งในย่านเกียวโตจริงๆ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่สายชาเขียวตัวจริงต้องสั่งคือ Hot Matcha ที่ใช้ผงมัทฉะเกรดพรีเมียมจากแหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นมาตีจนได้ฟองละเอียดนุ่มนวล รสสัมผัสมีความอูมามิสูงและทิ้งรสหวานติดปลายลิ้นเบาๆ โดยเสิร์ฟมาในถ้วยเซรามิกสวยงามที่ให้ความรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่ดื่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูของคาวอย่างโซบะชาเขียวที่เส้นมีความเหนียวนุ่มและได้กลิ่นหอมของชาชัดเจน หรือจะเป็นไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมัทฉะเนื้อเนียนละเอียดที่รสชาติเข้มข้นถึงใจ ไม่หวานโดดจนเกินไป ทำให้ทุกเมนูของที่นี่สะท้อนถึงมาตรฐานความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นขนานแท้

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 250-500 บาท

Kyoto Uji Saryo

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Siam Takashimaya – ICONSIAM Shopping Center, Unit G10, G Floor 299 ถ. เจริญนคร แขวงคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

4. Kyo Roll En

บรรยากาศร้าน

Kyo Roll En สาขาเซ็นทรัลเวิลด์เป็นจุดพักเหนื่อยชั้นยอดสำหรับสายช้อปปิ้งที่ต้องการสัมผัสกลิ่นอายคาเฟ่สไตล์เกียวโตโมเดิร์นใจกลางเมืองหลวง ตัวร้านมีการตกแต่งที่โดดเด่นด้วยโทนสีดำตัดกับงานไม้ดูขรึมแต่ทันสมัย เสริมด้วยสัญลักษณ์สวนหินเซนที่จัดวางไว้อย่างประณีตในพื้นที่จำกัดให้ความรู้สึกสงบเงียบท่ามกลางความพลุกพล่านของห้างสรรพสินค้า การจัดที่นั่งเน้นความโปร่งสบายและมีความเป็นส่วนตัวพอสมควร ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนรักของหวานคือการนำเสนอเมนูในรูปแบบเซตที่จัดจานมาอย่างสวยงามราวกับงานศิลปะ ทำให้ได้รับประสบการณ์การกินดื่มที่มากกว่าแค่รสชาติ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลองคือ Signature Matcha Roll เค้กโรลสีเขียวเข้มสอดไส้ครีมมัทฉะสดเนื้อเบาละมุนที่ทำจากมัทฉะคุณภาพเยี่ยมเข้มข้นถึงใจ กินคู่กับซอฟต์เสิร์ฟถ่านไม้ไผ่สีดำสนิทอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่ช่วยชูรสชาติของชาเขียวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น รสสัมผัสของมัทฉะที่นี่มีความนวลเนียนและหอมกลิ่นคั่วเบาๆ ไม่ขมจนเกินไป ผสมผสานกับเครื่องเคียงในถาดอย่างวุ้นคันเต็นและถั่วแดงกวนสูตรดั้งเดิมได้อย่างไร้ที่ติ สำหรับสายเครื่องดื่มยังมีมัทฉะสูตรเย็นที่เน้นความสดชื่นและคงความเข้มของตัวผงชาที่บดละเอียดมาเป็นอย่างดีให้ได้ลิ้มรสความอูมามิในทุกคำ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 200-400 บาท

Kyo Roll En

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

CentralWorld, 3F แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Koto Tea Space

บรรยากาศร้าน

Koto Tea Space ตั้งหลบมุมอยู่ในย่านสีลม เป็นสถานที่ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ของคาเฟ่ชาเขียวให้กลายเป็นสตูดิโอชงชาที่มีความสงบเงียบอย่างเหลือเชื่อ บรรยากาศภายในร้านเน้นความโล่งโปร่งด้วยเพดานสูงและการตกแต่งที่ใช้โทนสีขาวคลีนสลับกับงานไม้สีอ่อนให้ความรู้สึกแบบ Zen ที่เรียบง่ายแต่ดูแพง ความพิเศษที่หาได้ยากจากร้านอื่นคือการจัดที่นั่งรอบเคาน์เตอร์บาร์เพื่อให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการเตรียมชาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกถ้วยชาไปจนถึงจังหวะการสะบัดแปรงไม้ไผ่ที่ดูเพลินตาเหมือนกำลังดูงานศิลปะมีชีวิต เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายของย่านธุรกิจมานั่งพักใจเงียบๆ พร้อมเสพวัฒนธรรมการดื่มชาที่แท้จริง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือมัทฉะแบบ Usucha หรือชาแบบใสที่เน้นการดึงรสชาติเฉพาะตัวของใบชาแต่ละสายพันธุ์ออกมาให้ชัดเจนที่สุด โดยทางร้านใช้ผงมัทฉะเกรด Single Origin ที่คัดมาจากแหล่งปลูกชั้นเลิศในญี่ปุ่น ซึ่งให้รสสัมผัสที่มีมิติเข้มข้น มีกลิ่นหอมของหญ้าสดและถั่วคั่วที่ยาวนานในลำคอ สำหรับใครที่ชอบสายลาเต้ต้องลองเมนูมัทฉะผสมนมที่ทางร้านตีสดใหม่ทุกแก้วทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มราวนำสำลีมาละลายในปาก รสชาติจะมีความมันนัวแต่ยังคงความขมที่สง่างามของตัวชาเอาไว้ได้อย่างสมดุล เสิร์ฟพร้อมขนมวากาชิหน้าตาน่ารักที่ทำออกมาให้รสหวานพอดีคำเพื่อตัดกับความเข้มของมัทฉะได้อย่างยอดเยี่ยม

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 250-450 บาท

Koto Tea Space

เวลาทำการ

ศ. 12:00–17:00 น. (วันทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ที่อยู่

492 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

6. Peace Oriental Teahouse

บรรยากาศร้าน

Peace Oriental Teahouse สาขาเกษรอัมรินทร์โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นความโปร่งโล่งและใช้เส้นสายที่เรียบง่ายตัดกับความวุ่นวายของย่านราชประสงค์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในศาลาพักใจสไตล์เซนที่ทันสมัย ตกแต่งด้วยโทนสีไม้อ่อนและวัสดุธรรมชาติที่ดูสะอาดตา จุดเด่นที่ต่างจากสาขาอื่นคือวิวมุมกว้างที่มองเห็นความเคลื่อนไหวภายนอกผ่านบานกระจกบานใหญ่ ขณะที่ภายในกลับเงียบสงบจนได้ยินเสียงน้ำไหลและเสียงชงชาเบาๆ เป็นพื้นที่ที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งตกผลึกความคิดหรือนัดคุยงานในบรรยากาศที่ดูสุภาพแต่ยังคงความผ่อนคลายอย่างเหนือระดับ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่สายมัทฉะต้องยอมสยบคือ Matcha Pastel เครื่องดื่มชาเขียวผสมนมที่มีความเนียนละเอียดขั้นสุดเสิร์ฟมาในอุณหภูมิที่พอเหมาะเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มนวลราวกับกำมะหยี่ ความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้มัทฉะเกรดสูงที่เน้นความอูมามิชัดเจนโดยไม่มีความขมฝาดมากวนใจ รสชาติจะมีความถั่วและมีความครีมมี่จากนมคุณภาพดีที่เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ หรือถ้าใครอยากลองแบบเย็นก็มีเมนูไอศกรีมมัทฉะเข้มข้นที่โรยผงชามาแบบจัดเต็มให้รสชาติที่ซับซ้อนและสดชื่นในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีขนมมัทฉะเปี๊ยะลาวาที่ไส้ข้างในไหลเยิ้มหอมกลิ่นชาเขียวแบบตะโกน เป็นเมนูที่สร้างประสบการณ์การกินมัทฉะที่แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 250-500 บาท

Peace Oriental Teahouse

เวลาทำการ

ทุกวัน 8:30–22:00 น.

ที่อยู่

87 ถ. หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

7. INOME Japanese TEA

บรรยากาศร้าน

INOME Japanese TEA ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ขรึมขลัง โดยตัวร้านรีโนเวทจากตึกแถวโบราณให้กลายเป็นคาเฟ่มัทฉะสไตล์โฮมมี่ที่อบอุ่นและเป็นกันเองสุดๆ บรรยากาศด้านในเน้นการโชว์โครงสร้างกำแพงอิฐเดิมตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนเข้มและแสงไฟวอร์มไวท์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่น ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบและการจัดวางถ้วยชาเซรามิกทำมือรูปทรงแปลกตาไว้รอบร้าน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักสายตาชั้นดีสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาเสพงานคราฟต์พร้อมจิบชาคุณภาพท่ามกลางกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของเกาะรัตนโกสินทร์

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือมัทฉะลาเต้ที่ชงด้วยผงชาเขียวเกรดพิธีการซึ่งคัดสรรมาจากไร่ชาในแถบอูจิ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่บอดี้ของชาซึ่งมีความครีมมี่นุ่มลึกและกลิ่นหอมแบบถั่วคั่วชัดเจนมาก รสสัมผัสมีความอูมามิที่กลมเกลียวไปกับนมสดแท้โดยไม่ทิ้งความฝาดติดลิ้นเลยแม้แต่น้อย อีกเมนูที่สายหวานต้องกดเลิฟคือมัทฉะพุดดิ้งเนื้อเนียนละเอียดที่ตัวซอสมัทฉะด้านบนเข้มข้นจนเกือบจะเป็นดาร์กช็อกโกแลตแต่ยังคงเอกลักษณ์ความหอมของใบชาไว้อย่างครบถ้วน เป็นรสชาติที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการดึงศักยภาพของวัตถุดิบออกมาใช้ได้อย่างถึงแก่นจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 150-300 บาท

INOME Japanese TEA

เวลาทำการ

ทุกวัน 9:00–18:00 น.

ที่อยู่

32 ถนน พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

8. Tanuki 261 cha&cafe

บรรยากาศร้าน

Tanuki 261 cha&cafe ตั้งหลบมุมอยู่ในย่านเจริญกรุงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของย่านเมืองเก่า โดยตัวร้านถูกรีโนเวทจากอาคารเก่าให้กลายเป็นพื้นที่จิบชาสุดอบอุ่นที่มีความลับซ่อนอยู่มากมาย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปเข้าไปในห้องรับแขกของบ้านชาวญี่ปุ่นโบราณที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นของเจ้าตุ๊กตาแรคคูนหรือทานูกิที่วางประดับอยู่ตามมุมต่างๆ การเลือกใช้ของตกแต่งที่มีความวินเทจสลับกับโทนสีเขียวที่ดูสบายตาช่วยสร้างมิติจนดูไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป ความพิเศษคือความเงียบสงบที่หาได้ยากในย่านที่พลุกพล่านแบบนี้ เหมาะสำหรับการนั่งปล่อยจอยหรืออ่านหนังสือสอบได้แบบยาวๆ โดยไม่ต้องรีบร้อน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือมัทฉะลาเต้ที่เสิร์ฟมาในแก้วทรงสวยพร้อมการแยกเลเยอร์ชั้นนมและชาเขียวอย่างชัดเจน ซึ่งทางร้านใช้ผงมัทฉะเกรดพรีเมียมที่มีความเข้มข้นสูงมากจนรู้สึกได้ถึงความอูมามิตั้งแต่จิบแรก รสชาติจะมีความถั่วนิดๆ และมีความนัวที่ลงตัวเมื่อผสมกับนมสดคุณภาพเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มมัทฉะสายเปรี้ยวซ่าที่ผสมกับผลไม้ตระกูลส้มซึ่งช่วยตัดเลี่ยนและสร้างความสดชื่นได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเมนูขนมที่ต้องสั่งมาคู่กันคือพาร์เฟต์มัทฉะที่ใส่เครื่องมาให้แบบจุกๆ ทั้งวุ้นนุ่มๆ และไอศกรีมรสเข้มที่ให้ความรู้สึกเย็นฉ่ำและหอมกลิ่นใบชาคั่วแบบขึ้นใจ เป็นการรังสรรค์รสชาติที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของวัตถุดิบจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 100-250 บาท

INOME Japanese TEA

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-ศ. 8:00–17:00 น.

ส.-อา. 10:00–18:00 น.

ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

2000/7 ถ. เจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120

9. CÉRÉMONIALE Matcha Atelier

บรรยากาศร้าน

CÉRÉMONIALE Matcha Atelier ตั้งอยู่บนถนนทรงวาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความคลาสสิกของตึกแถวเก่าและการรีโนเวทพื้นที่ให้ดูทันสมัยได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกกึ่งคาเฟ่กึ่งสตูดิโอที่ค่อนข้างเงียบสงบและดูเป็นมืออาชีพเรื่องชาอย่างมาก การตกแต่งเน้นความโปร่งและเรียบเท่โดยมีเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่ให้เรานั่งดูการเตรียมชาได้แบบชัดเจน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความประณีตในการหยิบจับอุปกรณ์ชงชาที่ดูนุ่มนวลราวกับการแสดงงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ท่ามกลางกลิ่นอายของย่านการค้าเก่าแก่ที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมชาเขียวญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าทึ่ง เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจมาดื่มด่ำกับรสชาติชาจริงๆ มากกว่าการมานั่งแช่เป็นเวลานาน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูห้ามพลาดต้องยกให้กลุ่ม Ceremonial Matcha ที่แบ่งเกรดตามลักษณะรสสัมผัสและกลิ่นเฉพาะตัว โดยทางร้านใช้ผงมัทฉะนำเข้าคุณภาพสูงที่ผ่านการคัดสรรจากไร่ชาชั้นดีในญี่ปุ่นมาตีสดแบบถ้วยต่อถ้วย รสชาติมัทฉะที่นี่มีความเข้มข้นจัดจ้านแต่แฝงไปด้วยความอูมามิที่นวลนุ่มและกลิ่นหอมของถั่วที่ยาวนานในปาก หากใครชอบแบบลาเต้ก็จะได้สัมผัสกับฟองนมที่เนียนละเอียดซึ่งช่วยดึงความหอมของชาให้เด่นชัดขึ้นไปอีกระดับ นอกจากนี้ยังมีเมนูขนมหวานอย่างมัทฉะเทอร์รีนที่มีความเหนียวหนึบและรสเข้มข้นสู้ลิ้นที่ทานคู่กับชาเขียวร้อนๆ แล้วเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 200-450 บาท

CÉRÉMONIALE Matcha Atelier

เวลาทำการ

จ. 10:30–18:00 น.

อ.-อา. 10:00–18:00 น.

ที่อยู่

ถ. ทรงวาด แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100

10. MTCH

บรรยากาศร้าน

MTCH ย่านอารีย์เป็นแลนด์มาร์คที่คนรักชาเขียวต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของมัทฉะในรูปแบบที่ทันสมัยและมีความเป็นวิทยาศาสตร์สูงมาก บรรยากาศภายในร้านฉีกกฎคาเฟ่ญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ด้วยการตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ที่เน้นโทนสีขาวคลีนตัดกับสแตนเลสและกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในห้องแล็บที่ปรุงเครื่องดื่มด้วยความแม่นยำ ความเท่ของที่นี่อยู่ที่การจัดสรรพื้นที่ให้ดูโปร่งและมีความเป็น Urban Lifestyle ซึ่งแตกต่างจากร้านชาทั่วไปที่มักจะดูนิ่งสงบ ทำให้ที่นี่มีพลังงานที่สดใหม่และดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบดื่มชาคุณภาพในพื้นที่ที่ถ่ายรูปสวยทุกมุม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้คือการเลือกดื่มมัทฉะลาเต้แบบแยกเลเยอร์ที่สามารถระบุสายพันธุ์ของใบชาได้ตามความชอบส่วนตัว ตั้งแต่โทนถั่วคั่วไปจนถึงโทนดอกไม้และผลไม้ ซึ่งทางร้านมีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรผงมัทฉะเกรดเฉพาะทางที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำกัน รสชาติมัทฉะมีความอูมามิที่ล้ำลึกและมีความหวานตามธรรมชาติที่ติดปลายลิ้นเมื่อผสมกับนมเย็นจัด อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตคือไอศกรีมมัทฉะที่เนื้อเนียนละเอียดและเข้มข้นจนแทบไม่มีรสหวานมาบดบังกลิ่นชา รวมถึงมัทฉะพานาคอตต้าที่เสิร์ฟมาในแก้วสวยงามให้รสสัมผัสที่นุ่มเด้งตัดกับซอสชาเขียวเข้มข้นเขียวจัดจ้านถึงใจ เป็นการเปิดประสบการณ์การกินมัทฉะที่เน้นความชัดเจนของคาแรกเตอร์ชาในแต่ละถ้วยอย่างแท้จริง

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 180-350 บาท

MTCH

เวลาทำการ

ทุกวัน 9:00–17:30 น.

ที่อยู่

65 ซ. พหลโยธิน 5 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

11. SO! MATCHA

บรรยากาศร้าน

SO! MATCHA ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของอาคารที-วัน (T-One Building) ปากซอยสุขุมวิท 40 ซึ่งเป็นย่านออฟฟิศเกรดพรีเมียมที่เดินทางสะดวกมากด้วยรถไฟฟ้าสถานีทองหล่อ บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นมินิมอลที่เน้นความโปร่งใสและการใช้เส้นสายโค้งมนดูสะอาดตา พื้นที่อาจไม่ใหญ่นักแต่กลับดูสว่างและทันสมัยด้วยโทนสีขาวตัดกับสีเขียวมัทฉะอันเป็นเอกลักษณ์ จุดที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นคือการเป็นคาเฟ่แบบ Grab & Go ที่ดูดีมีสไตล์ เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศหรือคนที่แวะมาแถวนี้แล้วต้องการเครื่องดื่มคุณภาพดีในเวลาที่เร่งรีบ แต่ยังคงมาตรฐานการชงที่พิถีพิถันเหมือนไปนั่งในโรงน้ำชาแบบดั้งเดิม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูห้ามพลาดคือกลุ่ม Signature Matcha Latte ที่ทางร้านคัดสรรผงมัทฉะพรีเมียมนำเข้าจากญี่ปุ่นมาปรุงด้วยสูตรเฉพาะที่เน้นความเข้มข้นจัดจ้านแต่ดื่มง่าย รสชาติมัทฉะมีความนัวของถั่วและให้กลิ่นหอมของสาหร่ายบางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาเกรดดีเยี่ยม ความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้นมสดคุณภาพสูงที่ช่วยชูรสสัมผัสให้ดูครีมมี่และกลมกล่อมโดยไม่กลบกลิ่นชา สำหรับใครที่ชอบความแปลกใหม่ต้องลองเมนูมัทฉะที่ผสมผสานกับผลไม้สดอย่างยูซุซึ่งให้ความสดชื่นและตัดรสขมของชาได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมัทฉะเนื้อเนียนละเอียดที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นถึงใจในทุกคำที่ตักทาน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 120-250 บาท

SO! MATCHA

เวลาทำการ

จ.-ศ. 8:00–17:00 น.

ส. 10:00–18:30 น.

ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

ชั้น 1 อาคาร ทีวัน 8 ซ. เหมวงศ์ พระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

12. Matcha Commonly

บรรยากาศร้าน

Matcha Commonly แฝงตัวอยู่ในย่านสีลมด้วยลุคที่ดูเท่และขรึมกว่าคาเฟ่ทั่วไป โดยการรีโนเวทพื้นที่ให้มีความเป็นลอฟต์ผสมผสานกับงานไม้โทนสีเข้มให้ความรู้สึกเหมือนบาร์ลับสำหรับคนรักชาเขียวโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในร้านเน้นความสลัวของแสงไฟที่ช่วยสร้างสมาธิในการดื่มด่ำกับรสชาติชาได้ดีเยี่ยม ต่างจากร้านอื่นตรงที่มีความสงบนิ่งและดูเป็นสัดส่วนชัดเจนทำให้หลายคนชอบแวะมานั่งปล่อยอารมณ์หรือคุยงานแบบไม่เร่งรีบ ท่ามกลางกลิ่นอายความทันสมัยที่ซ่อนอยู่ในตึกแถวกลางเมืองใหญ่ เป็นจุดเช็คอินที่เปลี่ยนวันวุ่นๆ ของชาวสีลมให้กลายเป็นช่วงเวลาที่ช้าลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้คือการสั่งมัทฉะลาเต้ที่สามารถเลือกความเข้มข้นของตัวชาได้หลายระดับตามสไตล์ความชอบ ซึ่งทางร้านใช้ผงมัทฉะเกรดนำเข้าที่เน้นกลิ่นหอมฟุ้งและรสสัมผัสที่หนักแน่นเป็นพิเศษ ตัวน้ำชาเมื่อผสมกับนมแล้วจะให้เนื้อที่ครีมมี่นวลเนียนแต่ยังคงความอูมามิและรสขมจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของใบชาคุณภาพสูงไว้ได้อย่างครบถ้วน สำหรับใครที่อยากสัมผัสความแปลกใหม่ต้องลองมัทฉะผสมน้ำผลไม้สดที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นแบบดับเบิ้ล หรือจะเลือกสั่งขนมหวานอย่างเค้กมัทฉะหน้านิ่มที่จัดเต็มเรื่องความเข้มข้นของเนื้อครีมชาเขียวแบบเน้นๆ ทานแล้วรู้สึกถึงความใส่ใจในการบาลานซ์รสชาติที่ไม่หวานจนเกินไปและส่งเสริมกลิ่นชาให้โดดเด่นขึ้นในทุกคำ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 150-300 บาท

Matcha Commonly

เวลาทำการ

จ.-ศ. 7:30–17:00 น.

ส.-อา. 7:30–17:30 น.

ที่อยู่

188 ถ. ศรีเวียง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

13. Tealily Cafe

บรรยากาศร้าน

Tealily Cafe ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 หรือเอกมัย 12 โดยรีโนเวทบ้านไม้เก่าให้กลายเป็นโอเอซิสของคนรักมัทฉะท่ามกลางย่านที่เต็มไปด้วยคาเฟ่สมัยใหม่ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสงบเงียบและเรียบง่ายเหมือนวาร์ปไปอยู่ในบ้านคนญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งที่ดูอบอุ่นสบายตา ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความรู้สึกเป็นส่วนตัวสูงมากและไม่มีเสียงดนตรีรบกวน ทำให้เราสามารถจดจ่ออยู่กับรสชาติของชาได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีพนักงานคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับใบชาแต่ละชนิดอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ในบ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความใส่ใจ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูห้ามพลาดคือ Matcha Latte ที่ทางร้านคัดสรรผงมัทฉะเกรดคุณภาพสูงซึ่งมีรสสัมผัสที่นุ่มนวลและมีความเข้มข้นแบบพอดีไม่ฝาดเฝื่อน โดยเน้นการดึงความหอมของใบชาออกมาให้ได้มากที่สุด นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีไฮไลต์อย่าง Matcha Brownie ที่เนื้อสัมผัสมีความหนึบหนับและได้รสชาติของมัทฉะแบบเน้นๆ ทุกคำที่กัดลงไป หรือจะเป็นเมนูขนมปังปิ้งหน้ามัทฉะที่ทาด้วยมาร์มาเลดชาเขียวสูตรเฉพาะของทางร้านที่รสชาติหวานกำลังดีตัดกับความขมปลายลิ้นของชาเขียวได้อย่างลงตัว ซึ่งความพิเศษของที่นี่คือการเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติและไม่ปรุงแต่งรสชาติจนเกินจริง ทำให้รสชาติมัทฉะยังคงความออริจินัลไว้อย่างครบถ้วน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 200-400 บาท

Tealily Cafe

เวลาทำการ

จ.,พฤ.-อา. 11:00–17:30 น., ปิดทุกวันอังคารและวันพุธ

ที่อยู่

15/25 สุขุมวิท 63 เอกมัย 12 หมู่บ้านสวนเจริญใจ คลองตัน, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

14. The Matcha Tokyo

บรรยากาศร้าน

The Matcha Tokyo สาขา Emsphere เป็นคาเฟ่มัทฉะส่งตรงจากย่านโอโมเตะซันโดที่นำความทันสมัยมาผสานกับวัฒนธรรมชาเขียวได้อย่างโฉบเฉี่ยว ตัวร้านตั้งอยู่ในโซนที่เน้นความโมเดิร์นและเปิดโล่งให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาตามสไตล์ไลฟ์สไตล์มอลล์ยุคใหม่ การตกแต่งเน้นโทนสีขาวและวัสดุที่ดูคลีนตาแต่แฝงความหรูหราแบบมินิมอล จุดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือการนำเสนอมัทฉะในรูปแบบออร์แกนิกที่มีความพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทางจนถึงการชงสดต่อหน้าลูกค้าที่เคาน์เตอร์ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่แวะดื่มชาแต่เป็นพื้นที่ที่คนรักสุขภาพและหลงใหลในงานคราฟต์สามารถเข้ามาสัมผัสหัวใจของมัทฉะคุณภาพสูงท่ามกลางบรรยากาศใจกลางเมืองที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูห้ามพลาดคือ Japan Premium Matcha ซึ่งเป็นมัทฉะออร์แกนิกเกรดพิธีการที่ให้รสอูมามิชัดเจนและมีความหวานนุ่มนวลติดปลายลิ้นโดยแทบไม่มีความขมฝาดกวนใจ ความพิเศษอยู่ที่การใช้ผงชาที่ปลูกด้วยกรรมวิธีธรรมชาติล้วนๆ ทำให้ได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ Matcha Croffle ที่ตัวแป้งกรอบนอกนุ่มในเคลือบด้วยซอสมัทฉะเข้มข้นจัดจ้านที่ให้รสชาติเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มลาเต้เนื้อเนียน หรือใครที่อยากเติมความสดชื่นต้องลอง Matcha Lemonade ที่ดึงความเปรี้ยวจากเลมอนมาตัดกับความนุ่มลึกของชาเขียวได้อย่างลงตัว เป็นการยกระดับการดื่มมัทฉะให้ดูสนุกและเข้าถึงง่ายมากขึ้น

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 150-350 บาท

The Matcha Tokyo

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–20:30 น.

ที่อยู่

ชั้นที่ 1 เอ็มโพเรียม เลขที่ 622 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

15. Hannari Cafe de Kyoto

บรรยากาศร้าน

Hannari Cafe de Kyoto ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในห้องรับแขกของบ้านชาวเกียวโตขนานแท้ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงมากด้วยการตกแต่งที่ใช้เสื่อทาทามิและเฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสมผสานกับการจัดแสงไฟสลัวที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้ามา ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือการนำเสนอวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านการประดับประดาด้วยโปสเตอร์และสินค้าจากญี่ปุ่น เป็นมุมสงบใจกลางเอกมัยที่เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งปล่อยจอยไปกับความคิดพร้อมจิบชารสเลิศในบรรยากาศที่ไม่พลุกพล่าน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูห้ามพลาดคือ Uji Matcha Mont Blanc Kyo Parfait ที่จัดเต็มเครื่องเคียงแบบดั้งเดิมมาแบบล้นถ้วย ทั้งดังโงะเนื้อนุ่มหนึบ ถั่วแดงกวนเนื้อละเอียด มองบลังค์มัทฉะ และไอศกรีมมัทฉะรสเข้มข้นที่ส่งตรงมาจากเกียวโต ตัวมัทฉะของที่นี่มีความโดดเด่นเรื่องรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอมของใบชาคั่วที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มีความฝาดเฝื่อนมากวนใจ รวมถึงยังมีเมนูขนมหวานอย่างมัทฉะพุดดิ้งที่รสชาติเข้มข้นจนหยดสุดท้าย เป็นรสสัมผัสที่สะท้อนถึงความประณีตตามมาตรฐานญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยประมาณ 200-400 บาท

Hannari Cafe de Kyoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30–20:30 น.

ที่อยู่

111/5 Thonglor 10, Ekamai, 5 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

บทความแนะนำ บทความแนะนำ