7 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองโอซาก้า (Osaka)
ถ้าพูดถึงสวรรค์ของนักกินในญี่ปุ่น เชื่อว่าชื่อของโอซาก้าต้องลอยมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรมอาหารริมทางที่จัดจ้านและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร จนได้รับฉายาว่าเป็นครัวของโลก สำหรับใครที่คิดถึงรสชาติความอร่อยแบบคันไซแท้ๆ แต่ยังไม่มีเวลาบินไปไกลถึงญี่ปุ่น วันนี้เราได้รวบรวมพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นทาโกะยากิ คุชิคัตสึ หรือโอโคโนมิยากิราดซอสเข้มข้น รับรองว่าแต่ละร้านที่คัดมาให้จะทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปนั่งอยู่ย่านโดทงโบริเลยทีเดียว เตรียมท้องให้ว่างแล้วตามไปชิม 7 ร้านเด็ดที่จะทำให้หายคิดถึงโอซาก้ากัน
1. SHAKARIKI 432 RATCHADA THE STREET
บรรยากาศร้าน
SHAKARIKI 432 RATCHADA THE STREET เป็นร้านที่ถ้าใครได้ลองเดินผ่านที่ชั้น B ของเดอะสตรีท รัชดา เป็นต้องสะดุดตากับความวุ่นวายที่ดูสนุกสนาน เพราะบรรยากาศข้างในถอดแบบมาจากร้านเหล้าสไตล์โอซาก้าของแท้ มีของตกแต่งละลานตาจนแทบไม่มีที่ว่างบนผนัง ให้ความรู้สึกเป็นกันเองสุดๆ เหมาะกับการมาล้อมวงคุยกันเสียงดังได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจหลายคนจนขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพฯ ทั้งในย่านสุขุมวิท อารีย์ หรือตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมไปถึงต่างจังหวัดอย่าง เชียงใหม่ หรือโคราช ก็คือมาตรฐานที่เหมือนกันทุกที่ ต่อให้จะไปนั่งที่สาขาไหนก็ยังคงรักษาความอร่อย ความสนุกและความคึกคักแบบฉบับคันไซไว้ได้ไม่มีเปลี่ยน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือทาโกะยากิที่สามารถโชว์ฝีมือการหมุนลูกกลมๆ บนเตาด้วยตัวเองที่โต๊ะ เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกได้ดีมากท่ามกลางวงสนทนา กินคู่กับคุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกสารพัดอย่าง ตั้งแต่เนื้อสัตว์ไปจนถึงผักนานาชนิด จุดเด่นอยู่ที่แป้งทอดสีเหลืองทองที่กัดเข้าไปแล้วกรอบสนิทและไม่อมน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีเมนูโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นแผ่นหนานุ่มที่อัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีและซอสรสชาติเข้มข้น เป็นรสชาติท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่ส่งตรงจากโอซาก้ามาที่ไทย
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
SHAKARIKI 432 RATCHADA THE STREET
- เวลาทำการ
ทุกวัน 0:00–6:00 น. และ 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Ebisu Shoten Silom
บรรยากาศร้าน
Ebisu Shoten Silom ตั้งอยู่ใจกลางย่านสีลมที่เดินทางมาได้ง่ายมากด้วยรถไฟฟ้า บรรยากาศของร้านนี้ให้ฟีลเหมือนเรากำลังนั่งเล่นอยู่ในร้านย่านชินเซไกที่โอซาก้าแบบไม่มีผิดเพี้ยน ด้วยการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่ายแต่ดูมีพลัง มีป้ายเมนูภาษาญี่ปุ่นแปะอยู่เต็มไปหมด พร้อมโคมไฟสีเหลืองนวลที่ช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความโปร่งโล่งที่ผสมเข้ากับกลิ่นอายความพลุกพล่านแบบร้านริมทางดั้งเดิม และด้วยความที่เป็นแบรนด์ยอดฮิตจึงมีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นย่านอโศก พระโขนง หรือทองหล่อ ทำให้มั่นใจได้ว่าความอร่อยสไตล์คันไซแบบนี้หาทานได้ง่ายและรักษามาตรฐานความสดใหม่ไว้ได้ดีทุกที่
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ถือเป็นไม้ตายและห้ามพลาดเด็ดขาดคือคุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่ราคาน่ารักมาก สามารถสั่งมาทานได้เรื่อยๆ จุดเด่นอยู่ที่การทอดด้วยเทคนิคเฉพาะทำให้แป้งด้านนอกบางเฉียบและกรอบกรุบแต่เนื้อข้างในยังฉ่ำนุ่ม ยิ่งจุ่มลงในซอสรสเปรี้ยวหวานเค็มที่เป็นสูตรลับของทางร้านยิ่งชูรสชาติได้ดีเยี่ยม นอกจากของทอดแล้วยังมีเมนูคินคิสุกี้ยากี้รสชาติละมุนลิ้น และปลาซาบะดองลนไฟที่พนักงานจะมาโชว์เบิร์นไฟให้เห็นกันสดๆ ที่โต๊ะ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้การทานอาหารที่นี่ดูมีสีสันมากกว่าร้านทั่วไป
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Ebisu Shoten Silom
- เวลาทำการ
จ.-พฤ., อา. 11:00–1:00 น.
ศ.-ส. 11:00–3:00 น.
- ที่อยู่
บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Kitaro Itadaki Horumon
บรรยากาศร้าน
Kitaro Itadaki Horumon เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในศรีราชาระดับตำนานที่ถ้าใครอยากสัมผัสรสชาติเครื่องในย่างแบบโอซาก้าแท้ๆ ต้องยอมตีรถไปถึงย่านศรีราชา เพราะที่นี่คือพิกัดเดียวที่ยกเอาบรรยากาศร้านโฮรุมง (Horumon) สไตล์โอซาก้ามาวางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่าย แฝงไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นอายความขลังของร้านปิ้งย่างริมทางในญี่ปุ่น มีเตาถ่านร้อนๆ วางรอรับลูกค้าที่หลงรักในรสสัมผัสเฉพาะตัวของเครื่องใน ความพิเศษที่ทำให้คนยอมเดินทางมาไกลคือความสดใหม่ของวัตถุดิบและความใส่ใจในการเตรียมอาหาร ทำให้ร้านนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่านักกินที่ต้องการรสชาติดั้งเดิมแบบไม่ต้องบินไปถึงคันไซ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดจนต้องยกนิ้วให้คือเครื่องในย่างรวมที่คัดส่วนที่ดีที่สุดมาให้ลิ้มลอง ทั้งไส้ ตับ และกระเพาะ ซึ่งผ่านการล้างทำความสะอาดมาอย่างพิถีพิถันจนไร้กลิ่นคาว ความลับความอร่อยอยู่ที่ซอสหมักรสเข้มข้นที่เมื่อย่างบนเตาถ่านจนสุกพอดี จะส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายและให้รสสัมผัสที่ทั้งนุ่มและเด้งในคำเดียว นอกจากนี้ยังมีเนื้อส่วนติดมันที่ย่างออกมาแล้วฉ่ำวาว เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่ช่วยชูรสชาติของเนื้อได้อย่างลงตัว เป็นประสบการณ์การกินที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินเครื่องในของชาวโอซาก้าออกมาได้อย่างชัดเจนและน่าประทับใจ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป
Kitaro Itadaki Horumon
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 17:00–0:00 น.
ส.-อา. 12:00–0:00 น.
- ที่อยู่
146 ถนน ศรีราชานคร 1 ตำบล ศรีราชา อำเภอศรีราชา ชลบุรี 20110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Osaka Ohsho
บรรยากาศร้าน
Osaka Ohsho เป็นชื่อที่คออาหารญี่ปุ่นคุ้นเคยกันดีในฐานะราชาแห่งเกี๊ยวซ่าจากโอซาก้า บรรยากาศภายในร้านสาขาต่างๆ ในกรุงเทพฯ อย่างที่ธนิยะหรือทองหล่อ จะเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเองในสไตล์ร้านอาหารครอบครัวยุคใหม่ที่ดูสะอาดสะอ้านและทันสมัย การจัดวางโต๊ะเน้นความคล่องตัวให้ความรู้สึกเหมือนเราแวะเข้าไปกินข้าวในสถานีรถไฟย่านนัมบะที่มีผู้คนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความสะดวกสบายที่มีสาขากระจายอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปหาของอร่อยไกลบ้าน แต่ยังคงได้สัมผัสจิตวิญญาณการกินแบบชาวโอซาก้าที่เน้นความรวดเร็วและอิ่มท้องในราคาที่เข้าถึงง่าย
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูระดับตำนานที่ถูกพูดถึงว่าเป็นซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งคือเกี๊ยวซ่าย่างที่ทำออกมาได้เพอร์เฟกต์ด้วยเทคนิคการทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน แผ่นแป้งบางกำลังดีห่อหุ้มไส้หมูสับผสมผักที่ปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม ความพิเศษคือรอยไหม้สีน้ำตาลทองที่ดูน่ากินและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากเกี๊ยวซ่าแล้วยังมีเมนูข้าวหน้าไข่เทนชินฮังที่มีไข่นุ่มละมุนราดด้วยซอสเหนียวข้นรสชาติกลมกล่อม รวมถึงเมนูผัดผักและราเมงสไตล์ญี่ปุ่น-จีนที่หาทานรสชาติแบบต้นตำรับแบบนี้ได้ยากในร้านอื่น วัตถุดิบที่ใช้มีการควบคุมคุณภาพอย่างดีเพื่อให้ทุกคำที่ทานเข้าไปรู้สึกได้ถึงความสดใหม่เหมือนนั่งทานอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Osaka Ohsho
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30–22:00 น.
- ที่อยู่
แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
5. Okonomiyaki Ponpocotei
บรรยากาศร้าน
Okonomiyaki Ponpocotei ร้านพิซซ่าญี่ปุ่นหรือโอโคโนมิยากิเจ้าดังที่ส่งตรงจากโอซาก้ามาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ One Bangkok โดยตั้งอยู่ที่ชั้น B1 ของห้างสรรพสินค้า บรรยากาศของร้านเน้นความเป็นเคาน์เตอร์บาร์แบบเทปปันยากิที่ทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความคึกคักของร้านริมทางในญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดี จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้น่าสนใจกว่าที่อื่นคือการได้นั่งล้อมรอบเตาเหล็กแบนขนาดใหญ่และเห็นเชฟปรุงอาหารให้ชมกันแบบสดๆ ต่อหน้าต่อตา ทำให้เราได้รับทั้งความร้อนจากเตาและความหอมของซอสที่โชยมาปะทะจมูกตลอดเวลา เป็นการสร้างบรรยากาศการกินที่สนุกและมีชีวิตชีวามาก เหมาะสำหรับการแวะมาทานมื้อกลางวันที่รวดเร็วหรือมื้อเย็นกับเพื่อนหลังเดินช้อปปิ้งเสร็จ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูระดับตำนานที่พลาดไม่ได้คือโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับที่ตัวแป้งมีความหนานุ่มและอัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีหวานๆ ความพิเศษคือทางร้านจะปรุงมาให้แบบเสร็จสรรพจากครัวกลางก่อนจะนำมาวางบนเตาร้อนๆ ที่โต๊ะเพื่ออุ่นให้กรอบนอกนุ่มในอยู่ตลอดเวลา รสชาติของซอสที่ราดมามีความเข้มข้นกลมกล่อมเข้ากับมายองเนสได้ดีมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูยากิโซบะเส้นสดที่เหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับซอสรสจัดจ้าน และเมนูทานเล่นอย่างเนื้อม้วนผักย่างที่หาทานได้ยากในร้านอื่น ซึ่งความใส่ใจในการควบคุมความร้อนของเตาที่โต๊ะถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคำที่ตักเข้าปากยังคงความร้อนแรงและรสชาติที่ดีที่สุดไว้ได้เสมอ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Okonomiyaki Ponpocotei
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–21:00 น.
- ที่อยู่
One Bangkok Boulevard แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
6. Ramen Mentomi
บรรยากาศร้าน
Ramen Mentomi เป็นร้านราเมงที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 55 ย่านทองหล่อ ให้บรรยากาศเหมือนร้านบะหมี่ลับๆ ในโอซาก้าที่คนท้องถิ่นเท่านั้นถึงจะรู้จัก ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย สบายๆ มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่ให้เราได้เห็นเชฟปรุงน้ำซุปและลวกเส้นกันแบบคำต่อคำ ความพิเศษที่ต่างจากร้านราเมงชื่อดังในห้างคือความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปจากความวุ่นวายของย่านทองหล่อเข้าไปนั่งกินราเมงอุ่นๆ ในบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมจริงๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความพลุกพล่านมานั่งดื่มด่ำกับรสชาติของน้ำซุปที่เคี่ยวมาอย่างพิถีพิถัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูเด็ดที่สายเส้นห้ามพลาดคือราเมงซุปโชยุรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม เป็นสไตล์ที่ชาวคันไซนิยมทานกันมาก ตัวน้ำซุปมีความใสแต่แฝงด้วยความลึกของรสชาติปลาแห้งและซีอิ๊วญี่ปุ่นชั้นดี เส้นราเมงของที่นี่มีความเหนียวนุ่มในระดับที่พอเหมาะ สู้ฟันกำลังดี และหมูชาชูที่โปะมาด้านบนก็มีความนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว นอกจากราเมงแล้วยังมีเมนูข้าวหน้าแกงกะหรี่และของทานเล่นที่ทำออกมาได้รสชาติถึงใจ เหมือนฝีมือคุณแม่ชาวญี่ปุ่นมาปรุงให้ทานเองที่บ้าน ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างอุณหภูมิของชามและปริมาณเครื่องที่ให้มาแบบไม่มีหวง คือสิ่งที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนรักราเมงได้ไม่ยาก
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Ramen Mentomi
- เวลาทำการ
จ. 11:30–2:00 น.
อ.-อา. 17:00–3:00 น.
- ที่อยู่
56/8 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
7. Gindaco
บรรยากาศร้าน
Gindaco เป็นร้านทาโกะยากิชื่อดังระดับตำนานที่ส่งตรงความอร่อยมาจากญี่ปุ่นและกลายเป็นภาพจำของเมนูสไตล์โอซาก้าสำหรับคนไทยไปแล้ว ร้านตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ อย่างเอ็มควอเทียร์ สยามพารากอน หรือสามย่านมิตรทาวน์ เป็นครัวเปิดที่เราจะได้เห็นขั้นตอนการทำแบบสดๆ ตั้งแต่การหยอดแป้งไปจนถึงการหมุนลูกทาโกะให้กลมบนเตาเหล็ก รัศมีของความร้อนและกลิ่นหอมของแป้งที่เริ่มสุกสีน้ำตาลทองเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้คนต้องหยุดยืนดูและต่อคิวซื้อ ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือระบบการบริการที่รวดเร็วและมาตรฐานที่คงเส้นคงวา ไม่ว่าจะแวะไปสาขาไหนก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่เหมือนนั่งกินอยู่ริมถนนย่านโดทงโบริไม่มีผิดเพี้ยน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่ครองใจคนรักทาโกะยากิคือรสออริจินัลที่ราดซอสสูตรเข้มข้นพร้อมโรยผงปลาแห้งและสาหร่ายมาแบบจัดเต็ม จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือผิวสัมผัสด้านนอกที่กรอบกริ๊วจากการใช้น้ำมันราดในช่วงท้ายของการทำ แต่เนื้อสัมผัสข้างในยังคงความนุ่มเหลวเป็นลาวาและมีชิ้นปลาหมึกยักษ์ขนาดใหญ่เคี้ยวหนึบเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีหน้าพิเศษอย่างหน้าสลัดไข่เทริยากิ หรือหน้าชีสกับไข่ปลาเมนไทโกะที่ช่วยเพิ่มมิติความมันและความหอมมันให้กับตัวแป้งได้อย่างลงตัว ความพิถีพิถันในการควบคุมอุณหภูมิเตาเพื่อให้ได้ทาโกะยากิที่กรอบนอกนุ่มในถือเป็นเทคนิคชั้นครูที่ทำให้แบรนด์นี้ยืนระยะมาได้อย่างยาวนาน
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาท
Gindaco
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น B เลขที่ 99 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
5 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองฮิโรชิม่า (Hiroshima)
12.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
6 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองโอกินาว่า (Okinawa)
09.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมบริการที่จอดรถสะดวกสะบาย
08.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน
07.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น เดินทางง่ายตามแนวรถไฟฟ้า
05.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่คนรักซูชิตัวจริงต้องไปตาม
29.01.2026