10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ปี 2025 อัพเดทความอร่อย ไม่ตกเทรนด์

24.02.2026 (Updated: 16.03.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ปี 2025 อัพเดทความอร่อย ไม่ตกเทรนด์

พิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ในปี 2025 กำลังคึกคักและน่าจับตามองสุดๆ เพราะแต่ละที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติที่เป็นต้นตำรับ แต่ยังมาพร้อมคอนเซปต์สุดล้ำตอบโจทย์โลกที่ทันสมัย บทความนี้เราได้รวบรวม 10 ลายแทงร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ที่จะมาอัพเดทความอร่อยให้ไม่ตกเทรนด์ รับรองว่าแต่ละร้านมีทีเด็ดเฉพาะตัวที่เห็นแล้วต้องรีบตามไปเช็กอินด่วน เพราะนอกจากจะได้ลิ้มรสความพรีเมียมแล้ว บรรยากาศของแต่ละร้านยังเท่และมีเสน่ห์จนต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้แน่นอน

1. Kemuriya

บรรยากาศร้าน

Kemuriya ฉีกภาพลักษณ์ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปในย่านพร้อมพงษ์ด้วยการนำเสนอคอนเซปต์ร้านอาหารทะเลที่ส่งตรงวัตถุดิบหายากจากจังหวัดฟุคุอิมาไว้ในซอยพร้อมมิตร ตัวร้านออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูงและเงียบสงบ แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นแบบบ้านไม้ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ดูเรียบหรูแต่ไม่โอ้อวด ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่ต่างจากที่อื่นคือการเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักปูโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปไปนั่งทานอาหารในเรียวกังแถบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น เหมาะสำหรับมื้อค่ำที่ต้องการความละเมียดละไมหรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษที่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นหัวใจหลักและห้ามพลาดเลยคือปูเอจิเซ็น หรือราชาแห่งปูหิมะที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อหวานแน่นและมีความชุ่มฉ่ำสูง ทางร้านโชว์ทักษะการปรุงที่ดึงรสชาติธรรมชาติออกมาได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแบบนึ่งร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว หรือแบบซาซิมิที่ให้สัมผัสเด้งสู้ฟันและรสหวานติดปลายลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูคานิมิโซะหรือมันปูย่างถ่านที่รสชาติเข้มข้นจนแทบละลายในปาก รวมถึงข้าวอบปูหม้อดินที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูและมันปูส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วโต๊ะ อีกหนึ่งจานเด็ดคือเทมปุระขาปูที่ทอดออกมาได้บางกรอบแต่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำไว้อย่างน่าประหลาดใจ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาทขึ้นไป

Kemuriya

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

14 2 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kemuriya/

2. Kappo Takashi

บรรยากาศร้าน

Kappo Takashi ซ่อนตัวอยู่ในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟบนถนนสุขุมวิท 38 มอบประสบการณ์การกินดื่มที่ยกระดับคำว่าคัปโปะขึ้นไปอีกขั้นด้วยความเรียบง่ายที่แฝงความหรูหรา ภายในร้านเน้นการตกแต่งที่ใช้เส้นสายของไม้ธรรมชาติสีอ่อนและแสงไฟที่นุ่มนวล สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้ามา จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือการจัดวางที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ยาวที่ทำให้เราได้เห็นการทำงานของเชฟอย่างใกล้ชิดประดุจงานศิลปะที่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการโชว์ฝีมือมีดที่เฉียบคมหรือการจัดจานที่พิถีพิถัน เป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกกึ่งกลางระหว่างความจริงจังของโอมากาเสะกับความอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์ร้านอาหารในบ้านเพื่อนชั้นเลิศ เหมาะมากสำหรับมื้อพิเศษที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและเรื่องราวในทุกคำที่ทาน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือบรรดาจานที่ชูรสชาติของวัตถุดิบตามฤดูกาลซึ่งส่งตรงมาจากญี่ปุ่นในเช้าวันนั้น โดยเฉพาะเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียดท็อปด้วยอูนิสดหวานและเนื้อปูซูไวที่ให้รสสัมผัสละมุนลิ้น ต่อด้วยซาซิมิเกรดพรีเมียมที่เชฟคัดเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟพร้อมวาซาบิสด อีกหนึ่งไฮไลท์คือเมนูย่างถ่านที่ใช้เทคนิคดั้งเดิมเพื่อให้ได้กลิ่นหอมรมควันเบาๆ โดยเฉพาะเนื้อวากิวญี่ปุ่นที่ย่างมาแบบพอดีคำทานคู่กับซอสสูตรเฉพาะที่เคี่ยวจนงวด และเมนูข้าวอบหม้อดินที่อัดแน่นไปด้วยปลาฤดูกาลและไข่ปลาแซลมอนเม็ดโตที่ระเบิดความสดชื่นในปาก รวมถึงซุปใสรสกลมกล่อมที่ช่วยล้างปากปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกเมนูสะท้อนถึงความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของธรรมชาติโดยไม่ปรุงแต่งจนเกินงาม

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาทขึ้นไป

Kappo Takashi

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–23:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

11th Floor, The Residences, 38 ซอย สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-takashi/

3. Kiwamiya Thailand

บรรยากาศร้าน

Kiwamiya Thailand ปักหมุดแลนดิ้งที่โครงการเซ็นทรัล พาร์ค บนถนนพระราม 4 พร้อมนำเสนอประสบการณ์การกินเนื้อรูปแบบใหม่ที่ส่งตรงความดังมาจากย่านฮากาตะและชิบูย่า ภายในร้านออกแบบมาให้มีความเป็นสเต็กเฮาส์กึ่งบาร์สไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวแต่ยังเข้าถึงง่าย จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านเนื้อทั่วไปคือการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ยาวที่มีเตาหินร้อนส่วนตัววางอยู่ตรงหน้า ให้เราได้เป็นเชฟเองแบบสนุกๆ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อย่างและเสียงฉ่าบนหินร้อนที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี เป็นที่แฮงเอาท์ที่ตอบโจทย์ทั้งสายกินคนเดียวที่ต้องการสมาธิกับรสชาติเนื้อ หรือจะมาเป็นคู่เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศการทานสเต็กแบบเดิมๆ ให้มีสีสันมากขึ้น

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและเป็นซิกเนเจอร์ระดับตำนานคืออิวาริเซกิคุหรือเนื้อบดปั้นก้อนทรงกลมที่เสิร์ฟมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ให้เราใช้ตะเกียบค่อยๆ คีบเนื้อลงไปจิ้มบนหินร้อนเพื่อเลือกระดับความสุกได้ตามใจชอบในทุกคำที่ทาน เนื้อมีความนุ่มชุ่มฉ่ำและรสสัมผัสที่ละเอียดจนแทบละลายในปาก ต่อด้วยสเต็กเนื้อวากิวหั่นเต๋าที่คัดเกรดมาอย่างดี มีไขมันแทรกกำลังสวยย่างบนหินร้อนจนผิวนอกกรอบหอม ส่วนข้างในยังคงความฉ่ำวาว นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ และซุปไข่ที่เติมได้ไม่อั้นซึ่งเข้ากันได้ดีกับรสชาติเข้มข้นของเนื้อ รวมถึงเครื่องเคียงอย่างกิมจิและผักดองที่ช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเนื้อเนียนนุ่มที่ช่วยล้างปากหลังจากเต็มอิ่มกับรสชาติเนื้อพรีเมียมมาทั้งมื้อ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ขึ้นไป

Kiwamiya Thailand

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

86 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ห้องเลขที่ 510-510T ชั้นที่ 5 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

4. Tsukishima Monja Moheji

บรรยากาศร้าน

Tsukishima Monja Moheji ยกตำนานความอร่อยจากย่านสึกิชิมะในโตเกียวมาแลนดิ้งที่โครงการ วัน แบงค็อก อย่างมีสไตล์ด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับกลิ่นอายย่านการค้าเก่าของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ภายในร้านโดดเด่นด้วยโต๊ะที่มีเตาเทปปันยากิส่วนตัวขนาดใหญ่ให้เราได้นั่งล้อมวงดูพนักงานโชว์ลีลาการสับและผัดมอนจายากิอย่างใกล้ชิด สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคือความสนุกและบรรยากาศที่เป็นกันเองแบบสุดๆ เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะดังฉ่าเป็นจังหวะช่วยสร้างอรรถรสในการกินดื่มให้คึกคัก เหมาะมากสำหรับการนัดรวมตัวกลุ่มเพื่อนมาลองประสบการณ์การกินแบบดั้งเดิมที่หาทานยากในไทย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและเป็นหัวใจหลักคือมอนจายากิรสไข่ปลาเมนไทโกะและโมจิ ซึ่งเป็นรสยอดนิยมที่ความเค็มมันของไข่ปลาเข้ากันได้ดีกับความเหนียวนุ่มของโมจิและแป้งที่กรอบเกรียมติดก้นเตา ต่อด้วยโอโคโนมิยากิสไตล์คันไซที่อัดแน่นไปด้วยกะหล่ำปลีหวานๆ และเครื่องเคราแบบจัดเต็ม ท็อปด้วยซอสรสเข้มข้นและมายองเนสแบบฉ่ำๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูเทปปันยากิอื่นๆ อย่างหนวดปลาหมึกยักษ์ผัดเนยกระเทียมที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง และเนื้อวากิวหั่นเต๋าย่างบนเตาร้อนๆ ที่นุ่มละลายในปาก รวมถึงยากิโซบะเส้นสดที่เหนียวนุ่มผัดกับซอสจนเข้าเนื้อ เป็นมื้ออาหารที่เน้นความสดใหม่และรสชาติที่ปรุงสุกร้อนๆ บนเตาตรงหน้าเราเลยทีเดียว

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Tsukishima Monja Moheji

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

B1 Floor, One Bangkok Parade, ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tsukishima-monja-moheji/

5. Hama Sushi

บรรยากาศร้าน

Hama Sushi ปักหมุดแลนดิ้งที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเพื่อเอาใจชาวฝั่งธนบุรีด้วยคอนเซปต์ซูชิสายพานสมัยใหม่ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นในบรรยากาศที่ดูสดใสและเป็นกันเองสุดๆ ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตาตัดกับงานไม้สไตล์มินิมอล มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบเคาน์เตอร์สำหรับมาทานคนเดียวแบบรวดเร็วและแบบโต๊ะโซฟาที่กว้างขวางพอสำหรับครอบครัว สิ่งที่ทำให้สาขานี้พิเศษกว่าใครคือระบบสั่งอาหารผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว พร้อมระบบสายพานความเร็วสูงที่ส่งตรงจานอาหารมาถึงโต๊ะเราแบบแม่นยำไม่มีหลง บรรยากาศโดยรวมเต็มไปด้วยความสนุกสนานและคึกคัก เหมาะมากสำหรับมื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็วหรือมื้อเย็นที่อยากมาเอนจอยกับซูชิหลากหลายหน้าในราคาสบายกระเป๋า

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่มีให้เลือกละลานตามากกว่า 100 เมนู โดยไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือซูชิหน้าแซลมอนนอร์เวย์ที่มีให้เลือกทั้งแบบสดและแบบเบิร์นไฟหอมๆ ท็อปด้วยมายองเนสหรือไข่ปลา ต่อด้วยซูชิหน้าปลาไหลญี่ปุ่นชิ้นโตที่ย่างซอสมาแบบเข้มข้นกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างซูชิหน้าเนื้อวากิวที่แล่มาบางกำลังดีและเบิร์นไฟพอให้มีกลิ่นหอม รวมถึงเมนูของทานเล่นที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันอย่างไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอกนุ่มใน และราเมงชามเล็กที่มีน้ำซุปรสชาติเข้มข้นกำลังดีช่วยซดแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวานอย่างพุดดิ้งเนื้อเนียนหรือเค้กชาเขียวเข้มข้นที่ช่วยเติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกว่าเป็นอาณาจักรซูชิที่ตอบโจทย์ความหลากหลายและเน้นความสดใหม่ในทุกๆ คำ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-700 บาท

Hama Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700

6. Koubai Ginza Shabu Shabu

บรรยากาศร้าน

Koubai Ginza Shabu Shabu ยกระดับการกินชาบูชาบูในกรุงเทพฯ ให้หรูหราขึ้นไปอีกขั้น บนทำเลถนนสีลมที่มองเห็นวิวสวนลุมพินีได้แบบเต็มตาที่ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความหรูหราแบบเรียบง่าย ใช้แสงไฟสลัวสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นส่วนตัวและสงบเงียบตัดกับความวุ่นวายของย่านธุรกิจภายนอก ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการนำเสนอวัฒนธรรมการทานชาบูแบบดั้งเดิมจากย่านกินซ่าที่เน้นความละเมียดละไม มีพนักงานคอยดูแลจัดการปรุงอาหารให้ที่โต๊ะอย่างประณีต ทำให้รู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในร้านอาหารระดับไฮเอนด์ที่ญี่ปุ่นจริงๆ เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกคนสำคัญหรือมื้อค่ำสุดพิเศษที่ต้องการความประทับใจทั้งในเรื่องของรสชาติและทัศนียภาพรอบตัว

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นหัวใจของที่นี่คือเนื้อวากิวพรีเมียมที่คัดเฉพาะส่วนที่มีลายสวยงามและสไลด์มาบางเฉียบจนแทบละลายในปาก แกว่งในน้ำซุปที่เคี่ยวจากสาหร่ายคอมบุและปลาแห้งคุณภาพสูงฟินอย่าบอกใคร เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือเซตชาบูชาบูเนื้อคุโระเกะวากิวที่เสิร์ฟพร้อมผักฤดูกาลส่งตรงจากฟาร์มในญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีจานเรียกน้ำย่อยอย่างอูนิสดๆ ที่เสิร์ฟบนเนื้อวากิวสับชิ้นเล็ก และบรรดาเมนูซีฟู้ดสดใหม่ที่เลือกใส่ลงในหม้อชาบูได้ตามชอบ ความพิเศษอีกอย่างคือน้ำจิ้มพอนสึและน้ำจิ้มงาสูตรเฉพาะของทางร้านที่ช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้โดดเด่นโดยไม่กลบความหวานตามธรรมชาติของเนื้อ ปิดท้ายมื้อด้วยเมนูอุด้งเส้นสดที่ลงไปต้มในน้ำซุปก้นหม้อซึ่งรวบรวมความหวานของทุกอย่างเอาไว้จนกลมกล่อม

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,500-6,500 บาทขึ้นไป

Koubai Ginza Shabu Shabu

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ส.-อา. 11:00–16:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

Unit 515-517, Dusit Central Park, 86 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/koubai-ginza-shabu-shabu/

7. Tomita Ramen

บรรยากาศร้าน

Tomita Ramen ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดประสบการณ์ราเมงระดับตำนานที่ขึ้นชื่อว่าจองยากที่สุดในญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัสกันแบบไม่ต้องบินไปไกล ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ที่เน้นความขรึมและดูมีพลัง แตกต่างจากร้านราเมงทั่วไปด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในสตูดิโอปรุงอาหารชั้นเลิศ แสงไฟที่สาดส่องลงมาบนชามราเมงช่วยสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กับรสชาติอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ความพิเศษคือการรักษามาตรฐานความสะอาดและความสงบที่ช่วยยกระดับการทานเส้นให้ดูพรีเมียมขึ้นกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลบหนีความวุ่นวายของห้างสรรพสินค้าเข้ามาดื่มด่ำกับซุปที่เคี่ยวมาอย่างตั้งใจในบรรยากาศที่เรียบเท่และดูทันสมัย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ทุกคนต้องสั่งคือสึเคเมน (Tsukemen) หรือราเมงเส้นจุ่มที่มาพร้อมซุปกระดูกหมูผสมปลาทะเลเข้มข้น รสชาติมีความหนักแน่นและซับซ้อนมาก ตัวเส้นทำจากแป้งสาลีคัดพิเศษที่มีสีเข้มและหนานุ่มให้สัมผัสเคี้ยวสู้ฟัน นอกจากเมนูเส้นจุ่มแล้วยังมีเมนูราเมงซุปใสที่ให้รสชาติเบาๆ แต่ลุ่มลึกด้วยกลิ่นอายของวัตถุดิบจากทะเล ส่วนเครื่องที่เสิร์ฟมาเคียงกันอย่างหมูชาชูรมควันก็ทำออกมาได้นุ่มนวลและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงไข่ต้มยางมะตูมที่หมักซอสจนเข้าเนื้อข้ามคืน ทุกจานถูกปรุงอย่างพิถีพิถันเสมือนงานศิลปะที่เชฟบรรจงจัดวางลงในชาม

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Tomita Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Floor 3, Nippon Avenue Zone Central World 999/9 Rama I Road B332/3B,B332, 3BT, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tomita-ramen/

8. Hikiniku To Come

บรรยากาศร้าน

Hikiniku To Come สร้างปรากฏการณ์ความอร่อยบนชั้น 7 ของเซ็นทรัลเวิลด์ที่สายกินต้องมาลองสักครั้งด้วยตัวเอง ตัวร้านออกแบบมาเป็นเคาน์เตอร์ทรงโค้งล้อมรอบเตาถ่านที่ตั้งอยู่ตรงกลางเพื่อให้ทุกคนได้เห็นทุกขั้นตอนการปั้นและย่างเนื้ออย่างใกล้ชิด ความเท่ของที่นี่คือการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่แฝงความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังจากควันที่พวยพุ่งและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ สิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างคือบรรยากาศการทานที่เน้นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับลูกค้า โดยเนื้อแต่ละชิ้นจะถูกย่างเสร็จใหม่ๆ แล้วนำมาวางเสิร์ฟตรงหน้าให้ได้ทานตอนที่อุณหภูมิกำลังดี เป็นมื้ออาหารที่ให้ทั้งความตื่นตาตื่นใจและสัมผัสที่เป็นกันเองเหมือนมานั่งดูโชว์ปรุงอาหารไปพร้อมกับมื้อค่ำสุดพิเศษ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นพระเอกของร้านมีเพียงอย่างเดียวคือแฮมเบิร์กเนื้อวัวญี่ปุ่นที่บดใหม่ๆ และย่างด้วยถ่านไม้จนผิวข้างนอกตึงสวยแต่ข้างในยังฉ่ำวาวด้วยน้ำคั้นจากเนื้อ ความสนุกอยู่ที่การทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นเม็ดอ้วนที่หุงในหม้อดินขนาดใหญ่ซึ่งให้รสสัมผัสเหนียวนุ่มและมีรสหวานตามธรรมชาติ โดยในหนึ่งเซตจะได้เนื้อแฮมเบิร์กถึงสามชิ้นใหญ่ที่เชฟจะค่อยๆ เสิร์ฟทีละชิ้นเพื่อให้เนื้อร้อนอยู่เสมอ อีกหนึ่งไฮไลท์คือไข่ไก่สดเกรดทานดิบที่ทางร้านให้เลือกหยิบได้คนละฟองเพื่อนำมาท็อปบนเนื้อแล้วราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่มีให้เลือกหลากหลายแบบบนโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีซุปมิโซะร้อนๆ และเครื่องเคียงผักดองที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท

Hikiniku To Come

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:30 น.

ที่อยู่

ห้องเลขที่ A703 ชั้นที่ 7, Atrium Zone 4,4/1-4/2,4 4 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

9. Katsu Midori Sushi

บรรยากาศร้าน

Katsu Midori Sushi พร้อมให้สายซูชิได้ลิ้มลองรสชาติยอดนิยมจากญี่ปุ่นบนทำเลสุดฮอตอย่างเซ็นทรัลเวิลด์และโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สีลม โดยบรรยากาศภายในร้านเน้นความสว่างสดใสและดูมีชีวิตชีวาตามสไตล์ร้านซูชิยอดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า ตัวร้านมีการออกแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความดั้งเดิมด้วยเคาน์เตอร์ยาวที่ให้เราได้เห็นทีมเชฟปั้นซูชิกันแบบคำต่อคำ สิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างและน่าดึงดูดคือการรักษาระดับมาตรฐานเดียวกับสาขาแม่ที่ชิบูย่า ทั้งเรื่องความเร็วในการบริการและความสนุกในการสั่งอาหารผ่านหน้าจอ บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เหมาะทั้งการพาครอบครัวมาทานมื้อใหญ่หรือจะนัดกลุ่มเพื่อนมาปาร์ตี้ซูชิในวันหยุดที่บรรยากาศร้านจะคึกคักเป็นพิเศษ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นซิกเนเจอร์และโด่งดังไปทั่วโซเชียลคือซูชิหน้าปลาไหลยาวเฟื้อยที่ให้มาแบบบิ๊กไซส์จนมองไม่เห็นตัวข้าว รสชาติปลาไหลย่างซอสหวานเค็มกำลังดีและเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน อีกจานที่ต้องสั่งมาลองคือหน้าแซลมอนจัมโบ้ที่คัดเกรดสดใหม่แล่มาหนาจุใจสะท้อนถึงความใจปล้ำของร้าน นอกจากซูชิคำโตแล้วยังมีเมนูหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นทะลักและหน้าอูนิสดๆ ที่หวานคลีนไร้กลิ่นคาว ส่วนสายของทอดต้องไม่พลาดเทมปุระกุ้งตัวใหญ่ที่ทอดมาได้กรอบเบาและไม่อมน้ำมัน รวมถึงเมนูไข่ตุ๋นเนื้อเนียนและซุปมิโซะแดงที่รสชาติเข้มข้นช่วยตัดรสได้เป็นอย่างดี ความพิเศษคือการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงแต่ปรุงในสไตล์ที่ทานง่ายและเน้นปริมาณที่ทำให้อิ่มท้องได้จริงในทุกจานที่เสิร์ฟออกมา

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Katsu Midori Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

ชั้น 3 (3rd Fl 1-4/2, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, 4 4 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

10. Temari Cafe

บรรยากาศร้าน

Temari Cafe ซ่อนตัวอยู่ในซอยทองหล่อ 14 มอบความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในบ้านพักย่านเกียวโตที่มีความมินิมอลและดูอบอุ่นสบายตา ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีครีมสว่างและเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาสร้างมู้ดที่เหมาะกับการนั่งพักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากคาเฟ่ทั่วไปคือคอนเซปต์ที่นำเสนอความน่ารักของอาหารญี่ปุ่นขนาดพอดีคำในบรรยากาศกึ่งคาเฟ่กึ่งร้านอาหารพรีเมียม ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของทำเลช่วยให้การมานั่งทานอาหารที่นี่ดูพิเศษขึ้นมาก เหมาะสำหรับคนที่มองหาที่นั่งคุยงานแบบไม่เร่งรีบหรือจะมาเดทในบรรยากาศน่ารักๆ ก็ดูละมุนใจสุดๆ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่มาของชื่อร้านคือเทมาริซูชิ หรือซูชิบอลทรงกลมขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งมาอย่างสวยงามประณีตเหมือนงานศิลปะชิ้นเอก โดยในหนึ่งเซตจะมีหน้าให้เลือกหลากหลายทั้งปลามากุโระ แซลมอนสด และกุ้งหวาน ทานคู่กับเครื่องเคียงที่จัดมาอย่างพอดีคำ อีกหนึ่งจานที่พลาดไม่ได้คือราเมงหมูชาชู น้ำซุปไก่และหอยตลับ ที่ให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ทานคู่กับเส้นราเมงเหนียวนุ่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูขนมหวานสไตล์วากาชิที่หาทานยากอย่างพุดดิ้ง ไดฟุกุ แพนเค้กเกาลัด และน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่างมัทฉะที่ใช้ผงชาเกรดพิถีพิถันจากญี่ปุ่นช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Temari Cafe

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

Khwaeng, ซอย ทองหล่อ 14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/cafe-temari/

บทความแนะนำ บทความแนะนำ