10 ร้านราเมง (Ramen) ย่านอโศก แนะนำว่าไม่ควรพลาด อัปเดท 2026

12.01.2026 (Updated: 12.01.2026)
10 ร้านราเมง (Ramen) ย่านอโศก แนะนำว่าไม่ควรพลาด อัปเดท 2026

ย่านอโศกไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงตั้งเรียงราย แต่ที่นี่ยังรวบรวมร้านราเมงเด็ด ๆ รสชาติต้นตำรับส่งตรงจากญี่ปุ่นเอาไว้เพียบ ตั้งแต่ซุปกระดูกหมูสุดเข้มข้นไปจนถึงน้ำซุปใสซดคล่องคอ สำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเติมพลังมื้อเที่ยงหรืออยากนั่งเสพบรรยากาศสบาย ๆ หลังเลิกงาน วันนี้เราคัดมาให้เน้น ๆ กับ 10 ร้านราเมงย่านอโศกที่เด็ดจริงอะไรจริงฉบับอัปเดตล่าสุด รับรองว่าแต่ละร้านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนรักเส้นต้องตามเก็บให้ครบ จะมีร้านไหนน่าไปลองและมีเมนูเด็ดอะไรบ้าง ตามไปเช็คอินพร้อมกันได้เลย

1. Hachicken Ramen

Hachicken Ramen พร้อมเสิร์ฟความอร่อยระดับพรีเมียมด้วยน้ำซุปไก่เข้มข้นที่เคี่ยวจนข้นและเต็มไปด้วยคอลลาเจนธรรมชาติ ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเส้นราเมงซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเส้นเล็กและเส้นแบนเพื่อให้เข้ากับประเภทของน้ำซุปที่สั่ง แถมยังมีเครื่องเคียงอย่างไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอกนุ่มในทานคู่กันแล้วลงตัวมาก จุดเด่นอีกอย่างคือการนำเสนอรสชาติราเมงแบบต้นตำรับจากญี่ปุ่นที่เน้นความกลมกล่อมและไม่ใส่ผงชูรส เมนูที่ต้องลองคือ Paitan Ramen Special ราเมงซุปไก่ไพตันสีขาวนวลรสชาติละมุนลิ้น และ Shoyu Ramen Special ราเมงซุปโชยุที่หอมกลิ่นน้ำมันเป็ดที่ช่วยชูรสชาติของน้ำซุปให้มีมิติมากขึ้น

ร้านตั้งอยู่บนชั้น 4 ในศูนย์การค้า Terminal 21 Asoke เดินทางสะดวกด้วย BTS อโศก หรือ MRT สุขุมวิท ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200-350 บาท เป็นอีกหนึ่งพิกัดร้านราเมงที่ตอบโจทย์ทั้งการมาทานมื้อด่วนคนเดียวหรือมากับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวในวันหยุด

Hachicken Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Unit 4022A, 4th floor, 88 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

2. Ramen Kagetsu Arashi

Ramen Kagetsu Arashi สาขา Terminal 21 Asoke มอบประสบการณ์ความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง คาเก็ตสึ ราเมง (Genkotsu Ramen) ราเมงต้นตำรับที่โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกหมูส่วนต้นขา ซึ่งเป็นส่วนที่มีคอลลาเจนเยอะ เคี่ยวจนซุปข้น รสหวานละมุน นุ่มลิ้น พร้อมส่วนผสมของกระเทียมลับเฉพาะ จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างคือลูกค้าสามารถเติมกระเทียมสดบดใหม่และซอสปรุงรสเข้มข้นเพื่อเพิ่มความจัดจ้านได้ตามความชอบ

ความน่าสนใจคือทางร้านมักจะมีเมนูลิมิเต็ดที่คอลแลบกับเชฟชื่อดังจากญี่ปุ่นมาให้ลองเรื่อย ๆ รวมถึงเส้นราเมงที่เข้ากับซุปกระเทียมได้อย่างดีเยี่ยม ใครชอบรสชาติที่หนักแน่นและมีกลิ่นหอมของพริกไทยดำกับกระเทียมแบบเน้น ๆ ร้านนี้คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในย่านอโศก ร้านตั้งอยู่บนชั้น 5 ในศุนย์การค้า Terminai 21 Asoke เดินทางง่ายมากจาก BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท งส่วนบประมาณต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Ramen Kagetsu Arashi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

5F, ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Ippudo

Ippudo สาขา Terminal 21 Asoke ยังคงรักษามาตรฐานราเมงระดับโลกด้วยน้ำซุปทงคัตสึที่เคี่ยวจนขาวนวลเนียนละเอียดเหมือนครีมแต่ไร้กลิ่นคาว จุดเด่นคือการใช้กรรมวิธีปรุงซุปแบบพิเศษที่ดึงความหวานจากกระดูกหมูออกมาได้อย่างเต็มที่ เมนูที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ตลอดกาลคือ Shiromaru Motoaji ราเมงซุปกระดูกหมูรสต้นตำรับที่เน้นความกลมกล่อม และ Akamaru Shinaji ที่เพิ่มมิติด้วยซอสมิโซะเผ็ดและน้ำมันกระเทียมดำ

อีกหนึ่งความพิเศษคือตัวเส้นราเมงที่สามารถเลือกความแข็งได้หลายระดับตามความชอบส่วนตัว และอย่าลืมสั่ง Ippudo Pork Bun บันหมูสามชั้นนุ่มละลายในปากมาทานคู่กัน รับรองว่าเป็นมื้อที่เติมเต็มความต้องการราเมงสไตล์ฮากาตะได้อย่างสมบูรณ์เลยล่ะ พิกัดร้านหาไม่ยากตั้งอยู่ที่ชั้น LG ของห้าง เดินทางสะดวกด้วยทางเชื่อม BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ราคาเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Ippudo

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:30 น.

ที่อยู่

อาคารศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 ชั้นที่ LG 88 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ippudo/

4. Tonkotsu Kazan

Tonkotsu Kazan เป็นร้านราเมงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยเมนูราเมงภูเขาไฟ ที่เสิร์ฟมาในชามหินร้อนจัดพร้อมฝาครอบทรงสูงรูปปล่องภูเขาไฟ จุดเด่นคือการโชว์เทน้ำซุปซิกเนเจอร์ลงในชามจนควันพุ่งออกมาคล้ายการระเบิดของภูเขาไฟ ช่วยให้ซุปเดือดพล่านและส่งกลิ่นหอมฟุ้งทั่วโต๊ะ เมนูที่ต้องสั่งคือ Kazan Ramen ราเมงภูเขาไฟในชามหินกระทะร้อนที่เสิร์ฟมาพร้อมข้าวญี่ปุ่น และ Kazan Karamiso ราเมงซุปกระดูกหมูรสเต้าเจี้ยวเผ็ดที่เข้มข้นถึงใจ ความเก๋ของที่นี่คือหลังจากกินเส้นหมดแล้วจะมีการเสิร์ฟข้าวสวยให้เทลงในชามหินเพื่อทานคู่กับซุปที่เหลือ กลายเป็นข้าวต้มราเมงจานเด็ดที่อิ่มท้องแบบคูณสอง

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 สามารถเดินมาจาก BTS สถานีอโศกได้ในเวลาไม่ถึง 10 นาที ส่วนราคาต่อหัวไม่แรงอย่างที่คิด จะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท ตัวร้านกว้างขวางบรรยากาศสนุกสนาน เหมาะกับการมาทานมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นกับเพื่อน ๆ ที่ต้องการประสบการณ์การกินราเมงที่ไม่เหมือนใคร

Tonkotsu Kazan

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

G Floor 2 ซ. สุขุมวิท 23 10110

5. UMA UMA Asoke

UMA UMA สาขาอโศกพร้อมเสิร์ฟรสชาติส่งตรงจากฟุกุโอกะด้วยสูตรลับที่ส่งต่อกันมานานกว่า 70 ปี โดดเด่นด้วยน้ำซุปทงคัตสึเข้มข้นแต่ซดคล่องคอ ไม่มันเยิ้มเหมือนร้านทั่วไป ตัวเส้นราเมงเรียวเล็กแบบฮากาตะแท้ เน้นความเหนียวนุ่มเข้ากับซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวนานกว่าสองวันได้อย่างลงตัว เมนูที่ต้องลองคือ Uma Uma Original Ramen ราเมงรสต้นตำรับที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอ และห้ามพลาดสั่ง Hitoluchi Gyoza เกี๊ยวซ่าขนาดจิ๋วพอดีคำที่ทอดจนกรอบนอกฉ่ำในเป็นเมนูยอดฮิตประจำร้านที่แนะนำให้สั่งมาทานคู่กับราเมง

นอกเหนือจากราเมงแล้วที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องเมนูแนวกินดื่มสไตล์อิซากายะและยากิโทริ ทำให้บรรยากาศในช่วงเย็นจะคึกคักเป็นพิเศษ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 เดินจาก MRT สุขุมวิท หรือ BTS อโศกได้ไม่ไกลมาก ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท 

UMA UMA Asoke

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–14:30 น. และ 16:00–23:00 น.

ส. 11:00–23:00 น.

อา. 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

39/1 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. Sendai Kamajinya

Sendai Kamajinya สาขาอโศก เป็นอีกหนึ่งร้านที่สายราเมงซุปกระดูกหมูหรือซุปโชยุสุดเข้มข้นสไตล์อิเอะเคต้องมาเช็คอิน เพราะที่นี่โดดเด่นด้วยน้ำซุปสีเข้มที่เคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นสะใจ ผสมผสานกับน้ำมันจากไก่เพิ่มความหอมมันแบบจัดเต็ม เมนูที่มาแล้วจะพลาดไม่ได้เลย คือ โชยุราเมง มิโสะราเมง และชิโอะราเมง ที่เป็นที่สุดของการจับคู่ระหว่างเส้นราเมงเหนียวนุ่ม หมูชาชูแผ่นยักษ์ หรือจะเพิ่มความอร่อยด้วยไข่ต้มและสาหร่ายที่ซับน้ำซุปไว้แบบชุ่มฉ่ำก็น่าสนใจไม่น้อย

อีกจุดเด่นที่หาจากร้านอื่นยากคือการบริการเครื่องเคียงและผักสดที่สามารถเติมได้ฟรี รวมถึงมีเครื่องปรุงสูตรเฉพาะให้ได้ปรับรสชาติได้ตามใจชอบ นอกจากราเมงแล้วที่นี่ยังเป็นร้านกึ่งอิซากายะที่มีเมนูของทอดและกับแกล้มให้เลือกเพียบ ร้านตั้งอยู่บริเวณซอยสุขุมวิท 23 เตรียมงบไว้ประมาณ 250-400 บาทก็อิ่มได้แบบจุก ๆ เลย

Sendai Kamajinya

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–14:00 น. และ 17:30–23:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

18/8 ซอย สุขุมวิท 23 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. Nanase Ramen Asoke

Nanase Ramen Asoke ร้านราเมงที่ฉีกกฎน้ำซุปกระดูกหมูแบบเดิม ๆ ด้วยน้ำซุปไก่ไพตันเข้มข้นที่เคี่ยวจนเป็นสีขาวนวลและมีคอลลาเจนที่ได้จากกระดูกที่เคี่ยว แถมตัวเส้นราเมงยังซึมซับรสชาติซุปได้ดีเยี่ยมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม จุดขายหลักคือความอร่อยที่มาในราคาเข้าถึงง่ายมากเมื่อเทียบกับทำเลใจกลางเมือง เมนูที่ต้องสั่งคือ Torisaba Special Ramen และ Nanase Soba เมนูราเมงและโซบะจากทางร้านที่จัดเต็มทั้งไก่ชาชูนุ่ม ๆ และลูกชิ้นไก่สึคุเนะสูตรเฉพาะที่เคี้ยวเพลินสุด ๆ

ตัวร้านตั้งอยู่ในมิดเวย์พอยท์ (Midway Point) ใกล้กับ MRT สุขุมวิท และยังเดินจาก BTS อโศกไม่ไกลเช่นกัน ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทเท่านั้น ร้านนี้เปิดให้บริการยาวตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงตีสอง เหมาะสำหรับคนทำงานย่านอโศกที่มองหามื้อด่วนคุณภาพดีหรืออยากแวะเติมพลังด้วยราเมงชามร้อนรสชาติกลมกล่อมสักชามก่อนกลับบ้าน

Nanase Ramen Asoke

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:45–2:00 น.

ที่อยู่

Midway Point MRT Sukhumvit Station (4/4 Klongtoey, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Ramen Ajisai

Ramen Ajisai สาขาอโศกยืนหนึ่งเรื่องความเข้มข้นของน้ำซุปที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ และการใช้เส้นราเมงสดใหม่ที่มีความเหนียวนุ่มกำลังดีซดคู่กับซุปร้อน ๆ ที่เคี่ยวจนได้ที่ สำหรับใครที่มาครั้งแรก ขอแนะนำเมนูแสนอร่อยที่ต้องลองให้ได้อย่าง Roast Pork Ramen White เมนูออริจินอล ที่ผสมผสานความนุ่มและหอมของหมูชาชูเข้ากับความมันนัวของซุปกระดูกหมูสีขาวได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Ramen White Light ที่น้ำซุปกระดูกหมูมีความเข้มข้นแต่เบา แม้กินหมดแล้วก็ยังหลงเหลือรสชาติความอร่อยไว้ในปาก อีกเมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ สึเคเมง (Tsukemen) หรือราเมงแบบจุ่มที่ตัวซุปเข้มข้นถึงใจบวกกับหมูชาชูเบิร์นไฟชิ้นโตกลิ่นหอมกรุ่น

ความพิเศษคือร้านนี้มักจะมีโปรโมชั่นคุ้ม ๆ และเซตเมนูมื้อกลางวันที่ให้ปริมาณจุใจ แถมบรรยากาศภายในร้านยังเน้นความเรียบง่ายเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานในร้านราเมงที่ญี่ปุ่นจริง ๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 23 เดินทางสะดวกทั้งจาก BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท งบประมาณต่อหัวจะอยู่ที่ 200-400 บาท 

Ramen Ajisai

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–14:30 น. และ 16:30–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

4, 7 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Chikura

Chikura ร้านราเมงลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตึก Young Place เป็นสวรรค์ของคนรักราเมงซุปปลารสชาตินุ่มนวลสไตล์โฮมเมด จุดเด่นคือการเคี่ยวน้ำซุปจากปลาแห้งและวัตถุดิบจากทะเลจนได้รสชาติที่กลมกล่อมและเบา หอมกลิ่นอายทะเลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมนูแนะนำที่ห้ามพลาดคือ Aged Miso Ramen มิโสะราเมงน้ำซุปเข้มข้นที่ได้รสชาติของมิโสะแบบจัดเต็ม และ Aged Soy Sauce Ramen โชยุราเมงที่ชูรสชาติโชยุออกมาได้เป็นอย่างดี ทานคู่กับเส้นขนาดกลางที่มีความเหนียวนุ่มและหมูชาชูแผ่นใหญ่ที่ต้มจนเปื่อย บอกเลยว่าฟิน

อีกหนึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือบรรยากาศร้านที่เงียบสงบและเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาซดซุปร้อน ๆ ที่รสชาติไม่หนักจนเกินไปและมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในย่านอโศก ร้านตั้งอยู่ชั้น 1 ของตึก Young Place ในซอยสุขุมวิท 23 สามารถเดินย้อนเข้ามาจากเส้นอโศกหรือเข้าทางสุขุมวิท 23 ก็ได้ ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 200-400 บาท

Chikura

เวลาทำการ

จ.-ส. 18:00–5:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

อาคาร Young Place ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. RAMEN KAISUGI Bangkok

RAMEN KAISUGI ร้านราเมงในย่านพร้อมพงษ์ที่ไม่ไกลจากอโศก ที่พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ให้กับคนรักราเมงด้วยน้ำซุปทงคัตสึเข้มข้นที่ผ่านการเคี่ยวจนได้เนื้อสัมผัสครีมมี่และรสชาติที่ลึกซึ้งเป็นเอกลักษณ์ จุดขายที่สำคัญคือความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงเพื่อให้ได้รสชาติต้นตำรับที่ทันสมัย หนึ่งในเมนูอร่อยที่มาแล้วต้องสั่งคือ ราเม็งซุปกระดูกหมูซอสโชยุพิเศษ (Special Tonkotsu Shoyu Ramen) ที่จัดเต็มด้วยหมูชาชูชิ้นหนานุ่มแทรกมันกำลังดี และอย่าพลาดลองเมนูพิเศษที่มักจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วยนะ

ร้านตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกย่านพร้อมพงษ์ แหล่งรวมร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อย ๆ หลายร้าน แถมยังไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า การออกแบบร้านเน้นความโมเดิร์นแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่น รวมถึงตัวเส้นราเมงที่มีการนวดสดใหม่ให้ความเหนียวนุ่มซึมซับน้ำซุปได้ดีเยี่ยมในทุกคำที่ทาน เหมาะมากสำหรับเป็นมื้อพิเศษที่ต้องการความอิ่มอร่อยแบบพรีเมียมในย่านใจกลางเมือง ในส่วนของงบประมาณต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

RAMEN KAISUGI Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:30 น.

ที่อยู่

39 Soi Sukhumvit 33, Dangudom, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ramen-kaisugi-bangkok/

บทความแนะนำ บทความแนะนำ