20 ร้านแกงกะหรี่ (Japanese Curry) รสต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น

07.08.2025 (Updated: 24.03.2026)
20 ร้านแกงกะหรี่ (Japanese Curry) รสต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น

สายแกงกะหรี่ห้ามพลาดบทความนี้ เพราะเราได้รวบรวม 20 ร้านแกงกะหรี่ที่จะทำให้ทุกคนฟินถึงขั้นสุด ทั้งร้านที่มีชื่อเสียง ที่ใครๆ ก็รู้จัก ไปจนถึงร้านลับๆ ที่ควรไปลองชิมดูสักครั้ง เมนูข้าว โปะด้วยท็อปปิ้งหลากหลาย ทั้งหมูทงคัตสึทอดกรอบๆ เนื้อวัวที่ย่างมานุ่มๆ กุ้งเนื้อเด้ง ไปจนถึงท็อปปิ้งหน้าผักต่างๆ บางร้านเป็นเมนูแกงกะหรี่ฟิวชั่น ที่จะทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พูดแล้วก็หิว อย่างนั้นก็ไม่รอช้า ไปอ่านกันเลย

1. Joto Curry x Tenyo Ramen

Joto Curry x Tenyo Ramen ปักหมุดอยู่ที่ชั้น B ของ The Street Ratchada เดินทางสะดวกและหาเจอง่ายมาก ตัวร้านตกแต่งในสไตล์เจแปนนิสโมเดิร์นที่ดูโปร่งโล่งสบายตา ไม่ให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนร้านอาหารในห้างทั่วไป ความพิเศษของที่นี่คือการรวมเอาสองแบรนด์ดังระดับตำนานมาไว้ในจุดเดียว ทำให้ได้บรรยากาศแบบกึ่งคาเฟ่กึ่งร้านอาหารจานด่วนที่ตอบโจทย์ทั้งสายรีบและคนที่อยากนั่งพักหลังช้อปปิ้งเสร็จ เป็นพิกัดที่คนรักแกงกะหรี่แถวรัชดาไม่ควรพลาดเพราะเงียบสงบและนั่งได้ยาวๆ

เมนูเด็ดที่ต้องยกให้เป็นพระเอกคือแกงกะหรี่ส่งตรงจากโอซาก้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คำแรกจะสัมผัสได้ถึงความหวานหอม ตามด้วยความเปรี้ยวสดชื่นนิดๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนที่ซึมลึกอยู่ในคอ น้ำแกงเข้มข้นสีเข้มจากการเคี่ยวจนเข้าที่เข้ากันได้ดีกับทงคัตสึหมูทอดที่แป้งกรอบและเนื้อหมูยังคงความฉ่ำ ถ้าใครอยากเปลี่ยนรสสัมผัสก็มีราเมงซุปกระดูกหมูรสชาติกลมกล่อมให้เลือกสั่งมาทานคู่กันแบบคอมโบ เป็นการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างรสชาติเข้มข้นของแกงกะหรี่กับความนัวของน้ำซุปราเมง

ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงกรุงเทพฯ

Joto Curry x Towa no Tofuya

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

ซอย ทองหล่อ 14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/joto-curry-x-tenyo-ramen-the-street-ratchada/

2. TokiDoki Curry

Tokidoki Curry เป็นร้านแกงกะหรี่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวตั้งอยู่แถวสุทธิสาร บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนแวะไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่น มีความอบอุ่น เป็นกันเอง และเรียบง่าย ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือคอนเซ็ปต์ตามชื่อร้านที่แปลว่าบางครั้ง เพราะเมนูในแต่ละวันจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกครั้งที่ก้าวขาเข้าร้านจะได้สัมผัสกับความตื่นเต้นว่าวันนี้จะได้ลิ้มรสแกงกะหรี่สูตรไหน เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแกงกะหรี่ได้แบบไม่รู้เบื่อและน่าติดตามทุกครั้งที่แวะมา

เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนยกนิ้วให้คือแกงกะหรี่เนื้อตุ๋นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มแทบละลายในปาก ตัวน้ำแกงกะหรี่เป็นสไตล์โฮมเมดเข้มข้น มีความกลมกล่อมและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่คั่วมาอย่างดีชัดเจนมาก ส่วนใครที่เป็นสายทอดต้องลองข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึที่ใช้หมูชิ้นหนาพิเศษแต่ยังคงความนุ่มและชุ่มฉ่ำเอาไว้ ตัดกับแป้งด้านนอกที่ทอดมาจนเหลืองทองกรอบสนิท ความใส่ใจในการปรุงรสชาติที่สม่ำเสมอทำให้เมนูแกงกะหรี่ของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาทานจากร้านเชนใหญ่ๆ ได้ยาก

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพอาหารแบบคราฟต์ที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำอย่างแท้จริง

TokiDoki Curry

เวลาทำการ

12 ซอย อุดมสุข แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ที่อยู่

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

3. Hokkaido Soup Curry Shop

Hokkaido Soup Curry Shop ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 11 เป็นร้านขนาดกะทัดรัดที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวในย่านซูซูกิโนะที่ฮอกไกโดจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีความสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจากร้านแกงกะหรี่จานด่วนทั่วไปในกรุงเทพฯ ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือการนำเสนอวัฒนธรรมซุปแกงกะหรี่ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อจากทางเหนือของญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัส โดยเน้นการปรุงแบบสดใหม่จานต่อจาน ทำให้ได้กลิ่นอายความหอมของเครื่องเทศอบอวลไปทั่วทั้งร้าน เป็นพิกัดลับที่คนรักอาหารญี่ปุ่นแนวนอกกระแสต้องมาลองดูสักครั้ง

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่สั่งถือว่าพลาดคือซุปแกงกะหรี่ไก่น่องโตที่ตุ๋นมาจนเนื้อร่อนจากกระดูก จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปใสที่ไม่ข้นหนืดแต่กลับมีรสชาติเข้มข้นจัดจ้านหอมสมุนไพรหลายชนิด และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาผักนานาชนิดที่นำไปทอดแบบไม่ชุบแป้งเพื่อให้ได้ความหวานตามธรรมชาติและความกรอบนอกนุ่มในอย่างลงตัว นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกท็อปปิ้งเป็นไส้กรอกหรือหมูนุ่มได้ตามใจชอบ โดยความพิเศษอีกอย่างคือการเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ที่แนะนำว่าให้เลือกเพิ่มชีสเบิร์นไฟหรือไข่ออนเซ็นลงบนข้าว เพื่อช่วยเพิ่มมิติความมันนัวและตัดรสเผ็ดร้อนของน้ำซุปได้อย่างพอดิบพอดี

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับย่านทองหล่อ เมื่อแลกกับรสชาติแกงกะหรี่ต้นตำรับที่หาทานได้ยากและวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันแบบนี้

Hokkaido Soup Curry Shop

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ส.-อา. 11:30–22:00 น.

ที่อยู่

138, 1 ซอย ทองหล่อ 11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. CoCo ICHIBANYA

CoCo ICHIBANYA เป็นร้านแกงกะหรี่ที่คุ้นเคยกันดีตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งตอบโจทย์มากสำหรับวันที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดีแต่ใจโหยหารสชาติมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศภายในร้านเน้นความสะอาดสะอ้าน จัดวางที่นั่งอย่างเป็นระเบียบและให้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ว่าจะมานั่งกินคนเดียวแบบรีบด่วนหรือมาเป็นกลุ่มเพื่อนก็รองรับได้สบาย สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอื่นคือระบบการสั่งอาหารที่ละเอียดมากจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะเราสามารถออกแบบจานโปรดได้เองทั้งหมด ตั้งแต่การลดหรือเพิ่มปริมาณข้าวไปจนถึงระดับความเผ็ดที่มีให้เลือกหลายระดับ ถือเป็นสวรรค์ของคนรักแกงกะหรี่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในมื้ออาหาร

เมนูที่พลาดไม่ได้และครองใจคนรักแกงกะหรี่มาอย่างยาวนานต้องยกให้ข้าวแกงกะหรี่หน้าไข่ข้นท็อปด้วยหมูทอดทงคัตสึชิ้นโต หรือจะลองจับคู่ความละมุนอย่างแกงกะหรี่ครีมเห็ดก็เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม ความสนุกของการกินที่นี่คือท็อปปิ้งที่มีให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชีสเยิ้มๆ ผักรวม หรือไก่คาราอาเกะ ทำให้แต่ละครั้งที่มาเราสามารถเปลี่ยนรสชาติได้ไม่ซ้ำกันเลย นอกจากเมนูข้าวแล้วยังมีตัวเลือกน่าสนใจอย่างอุด้งแกงกะหรี่ที่เส้นเหนียวนุ่ม หรือแม้แต่แกงกะหรี่ที่เสิร์ฟคู่กับขนมปังโทสต์กรอบๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาทานจากที่อื่นได้ยาก

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-400 บาท ขึ้นอยู่กับการเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ท็อปปิ้งเพิ่มเติม แต่โดยรวมถือว่าเป็นราคามิตรภาพที่แลกกับคุณภาพและรสชาติที่เป็นมาตรฐานสากลจากญี่ปุ่นได้อย่างคุ้มค่าที่สุดร้านหนึ่งในไทย

CoCo ICHIBANYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:30 น.

ที่อยู่

669 Emquartier ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/coco-ichibanya/

5. Nihachi Kare & Katsu Shop

Nihachi Kare & Katsu Shop แอบซ่อนตัวอยู่ในย่านอารีย์ในฐานะร้านแกงกะหรี่โฮมเมดที่ให้ฟีลลิ่งเหมือนเป็นร้านลับในซอยเล็กๆ ของญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง มีความสงบต่างจากความวุ่นวายด้านนอก เหมาะมากสำหรับใครที่อยากหนีความพลุกพล่านมานั่งดื่มด่ำกับมื้ออาหารคุณภาพที่ปรุงด้วยความใส่ใจ ความโดดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันแบบฉบับร้านคราฟต์ที่เจ้าของร้านลงมือทำเองเกือบทุกขั้นตอน ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่านักกินที่มองหาความแตกต่างมากกว่าร้านในห้างสรรพสินค้าทั่วไป

เมนูที่ถือเป็นจุดขายหลักคือตัวเบสน้ำแกงกะหรี่ที่ทำจากผัก 100% นำมาเคี่ยวอย่างยาวนานจนได้รสสัมผัสที่เนียนละเอียดและมีความหวานตามธรรมชาติจากพืชพรรณแบบไม่ต้องพึ่งพาสารปรุงแต่งเยอะ รสชาติจะมีความนุ่มนวล กลมกล่อม ไม่เผ็ดโดดจนกลบกลิ่นเครื่องเทศ เมนูที่ต้องลองคือข้าวราดแกงกะหรี่หมูสามชั้นตุ๋นที่ตัวเนื้อหมูมีความนุ่มแทบจะละลายเมื่อเข้าปาก หรือจะเลือกสั่งปลาอาจิทอดที่หาทานได้ค่อนข้างยากในร้านแกงกะหรี่ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเทมปุระกรอบๆ และอุด้งเส้นนุ่มให้เลือกสลับเปลี่ยนรสชาติ โดยทุกจานเน้นเสิร์ฟในปริมาณที่ค่อนข้างอิ่มจุกแต่ยังคงความละเมียดละไมในรสชาติเอาไว้ได้อย่างดี

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของวัตถุดิบโฮมเมดและปริมาณที่ได้รับในแต่ละจานแล้ว ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าและน่ากลับมาซ้ำบ่อยๆ สำหรับสายกินย่านอารีย์พหลโยธิน

Nihachi Kare & Katsu Shop

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–20:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

อาคาร พหลโยธินเพลส ชั้น2 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

6. Senryoku curry rice

Senryoku Curry Rice เป็นร้านแกงกะหรี่พิกัดดีในซอยพหลโยธิน 7 ที่เดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วย BTS อารีย์ ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังความตั้งใจสมชื่อร้านที่แปลว่าการทุ่มสุดตัว บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกกึ่งคาเฟ่ญี่ปุ่นที่มีความเท่และอบอุ่นในคราวเดียวกัน เหมาะมากสำหรับชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงกินข้าวแกงกะหรี่จานยักษ์หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ ความพิเศษของที่นี่คือความใส่ใจในทุกองค์ประกอบตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเคี่ยวน้ำซุปที่ใช้เวลานานเพื่อให้ได้รสชาติที่นิ่งและได้มาตรฐานสม่ำเสมอทุกจาน

เมนูที่ยกให้เป็นไฮไลท์เลยคือข้าวแกงกะหรี่เนื้อวากิวตุ๋นที่ตัวเนื้อมีความนุ่มละมุนจนแทบไม่ต้องเคี้ยว เข้ากันได้ดีกับตัวน้ำแกงสีเข้มข้นที่หอมกลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก มีรสชาติที่สมดุลระหว่างความเผ็ดร้อนและความกลมกล่อมที่ทานได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยน หรือถ้าใครชอบความคลาสสิกต้องสั่งข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่เสิร์ฟมาในไซส์จัดเต็มแบบเน้นให้อิ่มจุก จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปแกงกะหรี่สูตรลับที่เคี่ยวจากวัตถุดิบคุณภาพสูงจนงวดได้ที่ ทำให้ได้รสสัมผัสที่จัดจ้านเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับร้านไหนในย่านนี้

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับปริมาณอาหารจานใหญ่ที่เสิร์ฟมาให้แบบไม่มีกั๊กผนวกกับคุณภาพเนื้อระดับพรีเมียมใจกลางย่านอารีย์

Senryoku curry rice

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

71, 10 ซ. พหลโยธิน 7 Khwaeng Phaya Thai, เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/senryoku-curry-rice/

7. Aoringo Japanese Curry

Aoringo Japanese Curry เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไมในแบบฉบับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่แท้จริง โดยเฉพาะสาขาธนิยะพลาซ่าที่ให้กลิ่นอายความดั้งเดิมและดูอบอุ่นเป็นพิเศษ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา จัดสัดส่วนพื้นที่ได้ดีทำให้นั่งกินได้สบายใจไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมากับกลุ่มเพื่อน ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายกินมานานคือมาตรฐานรสชาติที่คงเส้นคงวาและการต้อนรับที่ดูเป็นกันเอง ทำให้เป็นหมุดหมายยอดนิยมของคนวัยทำงานและครอบครัวที่มองหาข้าวแกงกะหรี่คุณภาพเยี่ยมในย่านสุขุมวิทและสีลม

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูชุบแป้งทอดทงคัตสึ ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่น้ำแกงสีน้ำตาลทองสูตรเฉพาะที่ใช้แอปเปิลเขียวและผักผลไม้หลากชนิดมาเคี่ยวจนงวด รสชาติที่ได้จึงมีความหวานละมุนละไมพ่วงด้วยความเปรี้ยวนิดๆ ที่ปลายลิ้นช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ตัวเนื้อหมูทอดมาแบบไม่อมน้ำมันและมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ อีกหนึ่งจุดที่คุ้มค่าสุดๆ คือในเซตจะเสิร์ฟมาพร้อมสลัดผักสดรวมถึงของหวานอย่างเยลลี่กาแฟหรือโยเกิร์ตสดไว้ล้างปากหลังจบมื้ออาหาร เป็นการจบบทสนทนาบนโต๊ะอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบและอิ่มท้องในจานเดียว

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารจานใหญ่ที่เสิร์ฟมาเป็นชุดพร้อมเครื่องเคียงและของหวานแบบจัดเต็ม ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าคุ้มราคามากสำหรับคอแกงกะหรี่ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

Aoringo Japanese Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

582 11 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Maji Curry

Maji Curry เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องดีกรีแชมป์แกงกะหรี่จากญี่ปุ่นที่การันตีความอร่อยระดับโลกด้วยรางวัล Kanda Curry Grand Prix ถึงสองสมัยซ้อน สำหรับใครที่แวะเวียนไปแถวสยามเซ็นเตอร์ เอ็มสเฟียร์ หรือวัน แบงค็อก จะพบกับบรรยากาศร้านที่เน้นความทันสมัยและจัดจ้านด้วยโทนสีที่ปลุกกระตุ้นความอยากอาหาร มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศคั่วใหม่ๆ อบอวลไปทั่วร้าน ทำให้รู้สึกถึงความเอาจริงเอาจังในการปรุงอาหารแบบจานต่อจาน พื้นที่ภายในร้านออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย ดูสนุกสนาน และให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งทานแกงกะหรี่ใจกลางกรุงโตเกียวที่เน้นความรวดเร็วแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพชั้นยอด

เมนูซิกเนเจอร์ที่สายกินห้ามพลาดคือข้าวแกงกะหรี่หน้าชีสเบิร์นไฟที่ราดมาแบบเยิ้มๆ เข้ากันได้ดีกับตัวน้ำแกงสีเข้มซึ่งผ่านการเคี่ยวจากผักและผลไม้จนได้รสสัมผัสที่ซับซ้อน เริ่มต้นด้วยความหวานนุ่มนวลก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นอย่างมีชั้นเชิง หรือจะเลือกสั่งข้าวแกงกะหรี่ไส้กรอกโฮมเมดที่เนื้อแน่นเด้งสู้ฟันก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ความพิเศษของที่นี่คือน้ำแกงที่มีความข้นและหนืดกำลังดี เคลือบเม็ดข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ได้ทั่วถึงทุกคำ ให้รสชาติที่ลุ่มลึกและจัดจ้านแบบคนรักเครื่องเทศต้องยอมสยบ

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับร้านระดับรางวัลแชมป์โลกที่ตั้งอยู่ในทำเลห้างสรรพสินค้าชั้นนำของกรุงเทพฯ แบบนี้

Maji Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

2F สยามเซ็นเตอร์ ถ. พระรามที่ 1 กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/maji-curry/

9. Gold Curry

Gold Curry เป็นร้านแกงกะหรี่ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์คานาซาวะซึ่งหาทานได้ยากในกรุงเทพฯ บรรยากาศภายในร้านให้ฟีลเหมือนร้านอาหารริมทางในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง พื้นที่ใช้สอยถูกจัดสรรอย่างคุ้มค่าเพื่อให้ลูกค้านั่งทานได้อย่างสะดวกสบาย จุดที่ทำให้ร้านนี้ดูสนุกและต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจนคือกระดานรายชื่อผู้ชนะการกินจุที่แปะอยู่ตามผนังร้าน สร้างบรรยากาศที่ดูคึกคักและท้าทายสำหรับสายกินที่อยากลองประลองฝีมือกับข้าวแกงกะหรี่จานยักษ์ที่มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 2 กิโลกรัมไปจนถึงระดับ 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่จดจำไปทั่วโลก

เมนูที่ต้องลองคือข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่มาพร้อมกับน้ำแกงสีเข้มจัดจ้านและมีความข้นหนืดเป็นพิเศษตามแบบฉบับคานาซาวะแท้ๆ ตัวน้ำแกงจะไม่ได้เน้นแบบน้ำใสให้ซดคล่องคอ แต่จะมีความเข้มข้นถึงใจที่เคลือบอยู่บนตัวหมูทอดกรอบๆ ซึ่งทอดมาได้แห้งไม่อมน้ำมัน เสิร์ฟมาในจานสเตนเลสที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านพร้อมกะหล่ำปลีซอยที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ความพิเศษคือเราสามารถเติมซุปมิโซะและเครื่องเคียงได้แบบไม่อั้น รวมถึงมีระดับไซส์ของจานอาหารให้เลือกหลากหลายตั้งแต่จานเล็กสำหรับผู้หญิงไปจนถึงจานใหญ่ระดับยักษ์ที่มาพร้อมเงินรางวัลหากกินหมดตามเวลาที่กำหนด

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 100-250 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นราคาที่มิตรภาพและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ได้รับและความเข้มข้นของรสชาติแกงกะหรี่ระดับตำนานแบบนี้

Gold Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30–21:00 น.

ที่อยู่

388 ชั้น 4 ถ. พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

10. Mikura Curry

Mikura Curry ตั้งอยู่ที่ชั้น LG ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นร้านแกงกะหรี่ที่แฝงไปด้วยความพรีเมียมและความเท่ในสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้ดูโปร่งและมีความเรียบหรู เหมาะมากสำหรับการแวะมานั่งพักกินข้าวหลังจากเดินดูนิทรรศการหรืองานอีเวนต์เหนื่อยๆ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ดูแตกต่างและน่าสนใจกว่าที่อื่นคือการเป็นร้านที่ดูแลการสร้างสรรค์เมนูโดยเชฟระดับเชฟกระทะเหล็ก ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมามีการจัดวางที่สวยงามและแฝงไปด้วยเทคนิคการปรุงแบบมืออาชีพที่หาทานได้ยากจากร้านแกงกะหรี่ทั่วไป

เมนูที่ถือว่าเป็นจานเด่นและสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการแกงกะหรี่คือข้าวหน้าแกงกะหรี่กะเพราหมูสับ ซึ่งเป็นการผสมผสานรสชาติแบบฟิวชั่นที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีความหอมร้อนแรงของกะเพราไทยมาตัดกับความเข้มข้นนุ่มลึกของน้ำแกงกะหรี่สูตรลับของทางร้าน หรือถ้าใครอยากทานแบบคลาสสิกก็ต้องลองข้าวหน้าแกงกะหรี่ไก่ทอดคาราอาเกะที่ทอดมาได้กรอบนอกนุ่มในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีเซ็ตทงคัตสึที่ใช้เนื้อหมูคุณภาพดีชุบเกล็ดขนมปังทอดมาจนเป็นสีเหลืองทองกรอบฟู ซึ่งทุกเมนูสะท้อนถึงความพิถีพิถันและชั้นเชิงการปรุงรสที่สมดุลระหว่างความเผ็ดและความกลมกล่อมได้อย่างยอดเยี่ยม

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งใจกลางศูนย์ประชุมระดับโลกและฝีมือการรังสรรค์เมนูจากเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทยแบบนี้

Mikura Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 9:30–20:00 น.

ที่อยู่

60 อาคาร, ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถ. รัชดาภิเษก แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

11. Nikko Curry & Matcha

อีกหนึ่งร้านแกงกะหรี่ที่คนรักแกงกะหรี่และมัทฉะต้องลอง แกงกะหรี่ของที่นี่มีรสชาติเข้มข้น หอมกลมกล่อม และมีเมนูให้เลือกหลากหลาย สามารถเลือกระดับความเผ็ดและปริมาณข้าวได้ตามใจชอบ นอกจากแกงกะหรี่แล้ว ยังมีเมนูของทอดอย่าง ไก่คาราอาเกะ และหมูทงคัตสึ ที่ทอดมาได้กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน เมนูยอดฮิต เช่น ข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูทอด, ข้าวแกงกะหรี่ไข่ข้น ไส้กรอก, ข้าวหน้าไก่เทริยากิ อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษคือเมนูที่ทำจากมัทฉะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มอย่างมัทฉะลาเต้ หรือของหวานอย่างไอศกรีมมัทฉะ ที่มีรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นชาเขียวแท้ๆ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท

Nikko Curry & Matcha

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–20:00 น.

ที่อยู่

ตรงข้ามรร.นานาชาติบางกอกพัฒนา, 640 ถ.สุขุมวิท 105 บางนา, เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260

12. 178 Curry Rice

ถ้าพูดถึงร้านแกงกะหรี่ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์แกงกะหรี่สไตล์โฮมเมด ที่อร่อยเข้มข้น และมีท็อปปิ้งที่หลากหลาย ร้าน 178 Curry Rice คือหนึ่งในร้านแกงกะหรี่ที่ต้องลอง แกงกะหรี่ของที่นี่มีรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ และมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว เป็นสูตรเฉพาะของร้านที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน สามารถเลือกท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นหมูทอดทงคัตสึ ไก่คาราอาเกะ หรือออมเล็ต นอกจากแกงกะหรี่แล้ว ยังมีเมนูข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือกอีกมากมาย เช่น ข้าวหน้าเนื้อผัดกับซอสสูตรเฉพาะของร้าน เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่ปลาอาจิทอด ข้าวแกงกะหรี่แซลมอนทอด ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดไส้ชีส ข้าวแกงกะหรี่ไข่ข้น ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท

178 Curry Rice

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

3/71(ชั้น2) วิภาวดีซอย3 ปาก ซอยแยก15 แขวงจอมพล จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

13. Gohan by Chooji Banthat Thong

ร้านข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นอีกร้านที่น่าสนใจในย่านบรรทัดทอง และยังมีสาขาอยู่ที่ CP Tower 3 และเพชรบุรี ซอย 5 ด้วย แกงกะหรี่ของร้านนี้มีรสชาติที่กลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ ถูกปากคนไทย แถมราคายังเข้าถึงง่าย เริ่มต้นที่ประมาณ 100-250 บาท เหมาะมากๆ สำหรับใครที่อยากทานข้าวแกงกะหรี่ในราคาที่คุ้มค่า นอกจากเมนูข้าวแกงกะหรี่ ชุดข้าวแกงกะหรี่หมูทอดก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน  ซึ่งหมูทอดของที่นี่ได้รับคำชมว่ากรอบนอกนุ่มใน และเกี๊ยวซ่าก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องลอง

Gohan by Chooji Banthat Thong (โกฮังข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น บรรทัดทอง)

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

1402 ถนน บรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

14. Sakura Curry Shop

ร้านแกงกะหรี่ที่ให้บรรยากาศอบอุ่น ตั้งอยู่ที่ UFM Fuji Super ซอยสุขุมวิท 39 แกงกะหรี่ของที่นี่มีรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ และมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว เป็นสูตรเฉพาะของร้านที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ทำให้เป็นรสชาติที่กินง่ายและถูกปาก ราคาอาหารเริ่มต้นที่หลักร้อยต้นๆ โดยทางร้านมีทั้งเมนูแบบ A La Carte และบุฟเฟ่ต์ ซึ่งราคาเริ่มต้นของบุฟเฟต์จะอยู่ที่ประมาณ 180 บาทสำหรับผู้หญิงและเด็กประถม 220 บาทสำหรับผู้ชาย และ 80 บาทสำหรับเด็กอนุบาล นอกจากเมนูข้าวแกงกะหรี่ ยังมีเมนูน่าทานอื่น เช่น หมูทงคัตสึ  ไก่คาราอาเกะ ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมูย่างต่างๆ

Sakura Curry Shop

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–21:00 น.

ที่อยู่

2F, 79, CITI RESORT, ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

15. YoKo Kare

ร้านแกงกะหรี่เล็กๆ สไตล์มินิมอล ตั้งอยู่ที่ถนนจรัญสนิทวงศ์ ไม่ไกลจาก MRT บางยี่ขัน แกงกะหรี่ของที่นี่มีรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ และมีรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว ด้วเทคนิคการทำแกงกะหรี่ฉบับญี่ปุ่่นแท้ๆ แถมเมนูยังมีให้เลือกหลากหลายในราคาที่เข้าถึงง่าย เมนูยอดนิยม เช่น ข้าวแกงกะหรี่หมูทงคัตสึ ข้าวแกงกะหรี่กุ้งคัตสึ ข้าวหน้าซาบะซอสเทริยากิ ราคาอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาทต่อคน

YoKo Kare

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–21:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

354 ถ. จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

16. CORO CURRY

ร้านแกงกะหรี่ที่โดดเด่นเรื่องรสชาติแบบต้นตำหรับญี่ปุ่นแท้ๆ รสชาติแกงกะหรี่กลมกล่อมและเข้มข้น ไม่เผ็ดจัดจนเกินไป  ข้าวใช้เป็นข้าวญี่ปุ่นคุณภาพดีที่นุ่มและเหนียว ทานกับน้ำแกงกะหรี่และท็อปปิ้งหน้าต่างๆอย่าง หมูทอด เทมปุระ หรือไข่นุ่มๆ ได้เข้ากันสุดๆ  เมนูที่แนะนำของร้านนี้ เช่น ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด ข้าวแกงกะหรี่กุ้งทอด คัตสึด้ง ข้าวปลาซาบะย่างซีอิ๊ว ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 60 บาท  เฉลี่ยต่อหัวแล้วอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาทเท่านั้น คุ้มค่ามากๆ เลยว่าไหมคะ

CORO CURRY

เวลาทำการ

จ. 12:00–22:30 น.

อ.-พ., ศ.-อา. 12:00–22:00 น.

ปิดทุกวันพฤหัสบดี

ที่อยู่

99 1 ซอย เทอดไท 20 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600

17. Natsu Curry Express

ร้านแกงกะหรี่ที่โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์แกงกะหรี่แบบโฮมเมด และเน้นความรวดเร็วตามชื่อ จุดเด่นของร้านคือแกงกะหรี่ที่เคี่ยวจากผักและเครื่องเทศนานกว่า 3 ชั่วโมง ทำให้ได้น้ำแกงที่เข้มข้นและหอมเครื่องเทศเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ทางร้านจะทอดวัตถุดิบแบบชิ้นต่อชิ้นตามออเดอร์ ทำให้ได้เมนูทอดที่กรอบ ไม่อมน้ำมัน และอร่อยเข้ากันได้ดีกับแกงกะหรี่ สามารถเลือกระดับความเผ็ดของแกงกะหรี่ได้ 3 ระดับ คือ เผ็ดน้อย เผ็ดกลาง และเผ็ดมาก เหมาะสำหรับคนไทยที่ชอบรสจัด เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่หมูทงคัตสึ ข้าวแกงกะหรี่หมูชีส ข้าวแกงกะหรี่หอยลายชีส ข้าวแกงกะหรี่ออมไรซ์หมูทงคัตสึ ร้านตั้งอยู่ที่โครงการสวนมะลิเซ็นเตอร์ สามารถเดินจาก MRT วัดมังกร ราคาต่อหัวอยู่ที่ 100-250 บาท

Natsu Curry Express

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–20:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

541 ถ. บำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

18. Kaeng Yiphun

ร้านแกงญี่ปุ่นตั้งอยู่ที่ถนนลาดพร้าว เป็นร้านอาหารที่เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่ทำด้วยความพิถีพิถันทุกจาน รสชาติเข้มข้นในทุกคำ ท็อปปิ้งก็มีให้เลือกหลากหลาย เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่ไข่ข้น ข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึ ข้าวแกงกะหรี่เนื้อวัวบดกิวคัตสึ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าต่างๆ อย่างข้าวหน้าหมูทอด ข้าวหน้าปลาซาบะเทอริยากิ ข้าวหน้าไก่เทอริยากิ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท

Kaeng Yiphun (แกงญี่ปุ่น)

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–20:00 น.

ที่อยู่

2089 ถ. สุขุมวิท Prakanong Nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

19. LuPang Curry

ร้านแกงกะหรี่ราคาเข้าถึงได้ ตั้งอยู่ในซอย 20 มิถุนา เป็นแกงกะหรี่สไตล์โฮมเมด รสชาติเข้มข้น ซอสทำจากผักนานาชนิดด้วยวิธีการทำซอสแบบปูว์เร คือการทำส่วนผสมทุกอย่างให้สุก แล้วนำมาปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกันจนได้ซอสแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด ข้าวแกงกะหรี่แฮมเบิร์กหมู ข้าวแกงกะหรี่ไข่ข้นแฮมชีส และข้าวแกงกะหรี่สันคอหมูย่าง ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท นอกจากเมนูข้าวแกงกะหรี่แล้ว ร้านยังมีเมนูของหวานอย่างเบเกิลให้ได้ชิมด้วยนะ

LuPang Curry

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30–21:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

45 1 ซอย 20 มิถุนา แยก 22 แขวงห้วยขวาง ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

20. Hidden meal (ร้านลับวัดด่าน)

ร้านแกงกะหรี่ที่ไม่ได้มีสาขาใหญ่โต ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง แต่เป็นร้านที่คนในพื้นที่และนักชิมที่รู้จักกันบอกต่อปากต่อปาก เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ จนตอนนี้ที่ต้องจองคิวล่วงหน้า เป็นร้านแกงกะหรี่แบบโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ รสเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟมาในจานที่ให้ปริมาณเยอะสุดๆ เมนูแนะนำ เช่น ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูทงคัตสึพรีเมียม ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นเนื้อตุ๋น มีเมนูมื้อกลางวันที่เริ่มต้นเพียง 99 บาทด้วย ร้านตั้งอยู่ในซอยวัดด่านสำโรง 49 ราคาเริ่มต้นต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท 

Hidden meal (ร้านลับวัดด่าน)

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:00 น.

ที่อยู่

ตำบล สำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 10270