20 ร้านเทมปุระ (Tempura) รอบกรุงเทพฯ สัมผัสกรุบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น
บทความนี้ขอพูดถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นั่นก็คือ เทมปุระ (Tempura) เมนูของทอดที่ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ปลา หอย หรือผัก ที่ดูเหมือนไม่ต้องปรุงอะไรมาก แต่ก็ต้องใช้เทคนิคเพื่อดึงรสชาติให้ออกมาถึงที่สุด เป็นเมนูที่ทานเล่นก็อร่อย หรือจะทานคู่กับเมนูอื่นๆ อย่างอุด้ง โซบะ หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็เข้ากัน ในกรุงเทพฯ มีร้านไหนที่นำเสนอเมนูเทมปุระได้น่าสนใจและน่ากินบ้าง ไปอ่านกันเลย
1. Tempura Nagaoka Phrom Phong
Tempura NAGAOKA Phrom Phong มอบประสบการณ์การทานเทมปุระส่งตรงจากเมืองฮากาตะที่เน้นความสนุกและเป็นกันเองท่ามกลางย่านใจกลางเมืองอย่างพร้อมพงษ์ ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นที่ดูโปร่งสบายแต่ยังแฝงความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นเอาไว้ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ดูแตกต่างคือการเป็นครัวเปิดที่เราสามารถนั่งมองเชฟบรรจงทอดอาหารให้ดูแบบสดๆ ที่นั่งหน้าบาร์จึงเป็นมุมโปรดของหลายคนเพราะจะได้เห็นเทคนิคการสะบัดแป้งและจังหวะการทอดที่แม่นยำ บรรยากาศโดยรวมมีความคึกคักและไม่เกร็ง เหมาะมากสำหรับการแวะมาทานมื้อกลางวันกับเพื่อนร่วมงานหรือมื้อค่ำที่ต้องการความผ่อนคลายแต่ยังได้มาตรฐานความอร่อยระดับพรีเมียม
เคล็ดลับของความอร่อยที่ทำให้คนรักเทมปุระต้องกลับมาซ้ำคือความเบาบางของตัวแป้งที่กัดเข้าไปแล้วจะได้ยินเสียงความกรอบที่ชัดเจนแต่เนื้อข้างในยังคงความฉ่ำนุ่มไว้ได้อย่างครบถ้วน เมนูที่ถือเป็นซิกเนเจอร์และไม่ควรพลาดเลยคือ Tiger Prawn Tempura ที่ใช้กุ้งลายเสือไซส์ใหญ่เนื้อเด้งสู้ฟัน หรือจะเป็น Wagyu Beef Tempura ที่นำเนื้อวากิวเกรดดีมาทอดจนได้ความสุกที่พอดีและละลายในปาก นอกจากของคาวแล้วเมนู Shrimp Mushroom Tempura ก็ให้รสสัมผัสที่แปลกใหม่และกลมกล่อมมาก ที่สำคัญยังมีน้ำจิ้มให้เลือกแมตช์ตามความชอบ ทั้งแบบโชยุต้นตำรับ แบบเผ็ดสำหรับสายแซ่บ หรือจะจิ้มเกลือมะนาวเพื่อชูรสธรรมชาติของวัตถุดิบก็ดีไปอีกแบบ ก่อนกลับอย่าลืมลอง Strawberry Mochi Tempura ที่ผสมผสานความหวานของผลไม้กับความเหนียวนุ่มของโมจิทอดได้อย่างน่าประทับใจ
ในส่วนของความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเลและคุณภาพที่ได้รับนั้น ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและสบายกระเป๋าสำหรับร้านเทมปุระเกรดพรีเมียมในย่านนี้ ใครที่กำลังมองหาร้านเทมปุระที่ทอดใหม่จานต่อจาน ไม่อมน้ำมัน และมีเมนูให้เลือกหลากหลายแบบไม่ซ้ำใคร ที่นี่ถือเป็นลิสต์ลำดับต้นๆ ที่ต้องมาลองให้ได้สักครั้งในกรุงเทพฯ
Tempura NAGAOKA Phrom Phong
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.
- ที่อยู่
111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/
2. Tempura Kanda
Tempura Kanda เป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชูรีสำหรับคนที่อยากสัมผัสจิตวิญญาณของ Edomae Tempura หรือเทมปุระสไตล์เอโดะแบบดั้งเดิมใจกลางทองหล่อ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงด้วยการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่ไหนคือที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ไม้ซึ่งช่วยให้เราได้สบตากับเชฟขณะปรุงอาหาร การจัดวางพื้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้แขกได้รับชมศิลปะการทอดที่ต้องอาศัยความแม่นยำทั้งเรื่องอุณหภูมิของน้ำมันและจังหวะการสะบัดแป้ง ทำให้มื้ออาหารที่นี่ไม่ใช่แค่การมาทานข้าว แต่เป็นการซึมซับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ
หัวใจสำคัญของเมนูที่นี่คือการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเสิร์ฟในรูปแบบโอมากาเสะเทมปุระ ซึ่งเชฟจะทอดสดใหม่และคอยสังเกตความเร็วในการกินของเราเพื่อส่งต่อความร้อนจากกระทะสู่จานแบบไร้รอยต่อ เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดและสร้างความประทับใจได้เสมอคือไข่หอยเม่นเทมปุระที่ห่อด้วยใบชิโซะ ซึ่งให้สัมผัสกรอบนอกและละลายในปากด้านใน หรือจะเป็นปลาตามฤดูกาลที่เนื้อนุ่มฟูและหวานฉ่ำ รวมถึงกุ้งตัวโตที่ทอดออกมาได้พอดีจนเนื้อเด้งสู้ฟัน แป้งของที่นี่จะมีความเบาบางและแห้งสนิท ชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบหลักให้โดดเด่นออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอะไรมากมาย
สำหรับการเปิดประสบการณ์มื้อค่ำสุดพิเศษที่ร้านนี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มตั้งแต่ประมาณ 3,000 ไปจนถึง 6,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือกและวัตถุดิบพรีเมียมในช่วงเวลานั้น แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงแต่เมื่อแลกกับฝีมือระดับปรมาจารย์และความสดใหม่ของวัตถุดิบที่หาทานได้ยาก ก็นับว่าเป็นรางวัลชีวิตที่คุ้มค่าสำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
Tempura Kanda
- เวลาทำการ
จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30–14:0017:30–22:00 น., ปิดทุกวันพุธ
- ที่อยู่
Building 36, Eight Thonglor, 88 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Tempura Yamaya
Tempura Yamaya มอบบรรยากาศการทานอาหารที่แสนเป็นกันเองและเรียบง่ายแบบฉบับร้านอาหารในญี่ปุ่นที่เน้นความรวดเร็วแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ภายในร้านออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายด้วยโทนสีไม้อันอบอุ่นและแสงไฟสลัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแวะมาทานมื้อกลางวันแบบเร่งด่วนหรือมื้อค่ำกับกลุ่มเพื่อน ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือวิถีการบริการสไตล์ดั้งเดิมที่เน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะการจัดวางพื้นที่ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจเหมือนได้นั่งทานข้าวอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงโตเกียวจริงๆ
เอกลักษณ์ที่ทำให้เทมปุระของที่นี่โดดเด่นคือเทคนิคการทอดที่เชี่ยวชาญจนได้แป้งที่บางเบาและฟูฟ่องประหนึ่งปุยเมฆ กัดลงไปคำไหนก็สัมผัสได้ถึงความกรอบที่แห้งสนิทปราศจากความเลี่ยนของน้ำมัน เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือเซ็ตเทมปุระรวมที่ยกขบวนวัตถุดิบคัดเกรดมาให้ทานแบบจุใจ หรือจะเลือกเป็นเซ็ตที่เน้นวัตถุดิบเฉพาะอย่างตามความชอบก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นเม็ดสวยเหนียวนุ่มและเครื่องเคียงที่ช่วยตัดเลสได้เป็นอย่างดี เมื่อนำเทมปุระชิ้นโตจุ่มลงในน้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติที่เค็มหวานกลมกล่อมจะช่วยชูรสสัมผัสของวัตถุดิบให้เด่นชัดขึ้นจนหยุดทานไม่ได้
สำหรับเรื่องความคุ้มค่าต้องบอกว่าที่นี่ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 300 บาทไปจนถึง 800 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับฝีมือการทอดที่ประณีตและการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน ทำให้เป็นร้านเทมปุระยอดนิยมที่หลายคนเลือกกลับมาซ้ำบ่อยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณในกระเป๋าเลย
Tempura Yamaya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
B1F One Bangkok, Parade Building 1 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Ginza Tenharu BKK
Ginza Tenharu BKK พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสสุนทรียภาพแห่งการทานเทมปุระระดับไฮเอนด์ที่ส่งตรงนิยามความอร่อยมาจากย่านกินซ่า บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบหรูสไตล์มินิมอลแต่ดูแพงด้วยการเลือกใช้ไม้โทนอ่อนสว่างตา จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือการนั่งประจำการที่หน้าเคาน์เตอร์ไม้หอมเพื่อรับชมการแสดงโชว์ทอดเทมปุระจากเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญแบบใกล้ชิด แสงไฟภายในร้านถูกจัดวางให้ส่องลงบนจานอาหารเหมือนงานศิลปะ ทำให้ความรู้สึกในการทานที่นี่ดูพิเศษและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษที่ต้องการความละเมียดละไมเป็นที่สุด
ความมหัศจรรย์ของเมนูที่นี่คือการเสิร์ฟแบบโอมากาเสะที่เชฟจะเป็นผู้รังสรรค์วัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาลมาปรุงให้ทานคำต่อคำ ทำให้การมาเยือนในแต่ละครั้งเราจะได้พบกับเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ เสมอ สิ่งที่ทำให้หลายคนติดใจคือเทคนิคการทอดที่ใช้แป้งสูตรลับเฉพาะจนมีความบางเฉียบและให้ความกรุบกรอบที่เบาสบายท้อง วัตถุดิบชูโรงที่มาแล้วต้องคาดหวังคือความหวานฉ่ำของเนื้อปูทาราบะชิ้นโต และกุ้งลายเสือเนื้อแน่นเด้งที่ทอดออกมาได้สุกกำลังดีจนกักเก็บความฉ่ำของเนื้อไว้ข้างในได้อย่างครบถ้วน รวมถึงผักและปลาหายากนานาชนิดที่ถูกคัดเฟ้นมาอย่างดีเพื่อให้เข้ากับอุณหภูมิของน้ำมันสูตรเฉพาะของทางร้าน
ในส่วนของงบประมาณสำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยระดับพรีเมียมที่นี่ ช่วงราคาต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไปสำหรับคอร์สมื้อกลางวัน และขยับขึ้นไปถึง 6,000 บาทขึ้นไปสำหรับคอร์สมื้อค่ำแบบจัดเต็ม แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงแต่เมื่อแลกกับวัตถุดิบนำเข้าสุดหายากและฝีมือการทอดระดับปรมาจารย์ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคอเทมปุระตัวจริงที่อยากลองรสชาติระดับโลกในกรุงเทพฯ
Ginza Tenharu BKK
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
3F-23 999 Gaysorn Centre ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. Obara Tempura to Kamameshi
Obara Tempura to Kamameshi เป็นอัญมณีเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านพระโขนง ซึ่งจะเปลี่ยนภาพจำของร้านเทมปุระทั่วไปให้ดูมีมิติมากขึ้นด้วยการนำเสนอสไตล์คันไซจากเมืองโอซาก้า บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปในย่านกินดื่มของญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ขนาดกะทัดรัดที่โอบล้อมพื้นที่ปรุงอาหารเอาไว้ ทำให้เราสามารถนั่งจิบเครื่องดื่มพลางมองเชฟชาวญี่ปุ่นทอดเทมปุระส่งตรงจากกระทะมาวางบนตะแกรงตรงหน้าแบบคำต่อคำ ความพิเศษของที่นี่คือความอบอุ่นและเป็นกันเองที่ไม่ดูเกร็งจนเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ทานเทมปุระบาร์ที่เน้นคุณภาพเน้นๆ แต่ยังคงความชิลล์เหมือนไปนั่งทานข้าวบ้านเพื่อนที่เชี่ยวชาญด้านอาหาร
ความน่าสนใจที่เป็นจุดขายหลักคือการจับคู่ความกรุบกรอบเข้ากับความนุ่มหอมของเมนูข้าวอบหรือคามะเมชิ ซึ่งเชฟจะปรุงสดในหม้อดินแยกตามออร์เดอร์ เมนูที่มาแล้วไม่สั่งถือว่าพลาดมากคือ ข้าวอบเนื้อกับโกโบ ที่ให้กลิ่นหอมสมุนไพรญี่ปุ่นแทรกซึมไปในทุกอณูข้าว หรือข้าวอบหอยนางรมกับขิงที่รสชาติเข้มข้นสดชื่น ส่วนในฝั่งของเทมปุระนั้น แป้งของที่นี่จะมีความกรอบแน่นแต่ไม่หนักท้อง โดยมี Tamago Tempura หรือไข่ต้มเทมปุระเป็นพระเอกประจำร้านที่ใครได้ลองเป็นต้องทึ่งกับไข่แดงลาวาเยิ้มๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกแป้งทอดสีเหลืองทอง นอกจากนี้ยังมีกุ้งตัวโตเนื้อแน่นและผักตามฤดูกาลที่เชฟคัดสรรมาอย่างประณีตเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่หวานตามธรรมชาติมากที่สุด
ในแง่ของความคุ้มค่านั้น ร้านนี้นับว่าตอบโจทย์กลุ่มคนที่อยากทานของดีในราคาที่จับต้องได้จริง โดยช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับการได้ทานอาหารฝีมือเชฟญี่ปุ่นแท้ๆ ในรูปแบบกึ่งโอมากาเสะที่ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน เป็นพิกัดลับที่คนรักเทมปุระและข้าวอบญี่ปุ่นควรค่าแก่การตามไปเช็กอินสักครั้งในย่านสุขุมวิทตอนปลายแบบนี้
ObaraTempura to Kamameshi
- เวลาทำการ
อ.-พฤ. 17:00–23:00 น.
ส.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.
ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
26, 26 ซอย สุขุมวิท 69 prakanong nuea เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
6. Akimitsu Tendon
Akimitsu Tendon คือตำนานความอร่อยจากย่านอาซากุสะที่ยกมาไว้ให้คนไทยได้ลิ้มลอง ซึ่งการันตีความเด็ดด้วยรางวัลระดับโลกมากมายที่กวาดมาเรียงราย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปเข้าไปอยู่ในร้านเทมปุระดั้งเดิมที่ญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยการตกแต่งที่ใช้โทนสีไม้อันเป็นเอกลักษณ์และเน้นความโปร่งโล่งสบายตา สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความมีเสน่ห์ของกลิ่นหอมน้ำมันทอดที่เป็นสูตรเฉพาะตัว ลอยฟุ้งเบาๆ มาทักทายตั้งแต่ก้าวเข้าร้าน ทำให้เรารู้สึกเจริญอาหารและสัมผัสได้ถึงความขลังของสูตรลับที่สืบทอดมายาวนานกว่าศตวรรษ เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งทานมื้อเย็นแบบเต็มอิ่มหลังช้อปปิ้งเสร็จ หรือจะมาเดทแบบเรียบง่ายแต่ได้คุณภาพอาหารระดับพรีเมียมก็ดูดีไม่แพ้กัน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนยอมเข้าคิวรอคือเมนู Godaime Tendon ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งที่เป็นการรวบรวมเหล่าเทพแห่งของทอดมาไว้ในชามเดียว ไม่ว่าจะเป็นกุ้งลายเสือเนื้อแน่น ปลาทะเลสดๆ ที่คัดมาอย่างดี และผักนานาชนิดที่ทอดจนเหลืองทองอร่าม ความลับความอร่อยอยู่ที่การใช้เทคนิคทอดสดใหม่คำต่อคำเพื่อให้ได้แป้งที่ฟูกรอบแต่ยังคงความฉ่ำของวัตถุดิบไว้ภายในอย่างครบถ้วน แล้วราดด้วยซอสเทนด้งรสชาติเข้มข้นที่ปรุงขึ้นตามสูตรลับเฉพาะ 129 ปี ซึ่งช่วยดึงรสหวานของเทมปุระออกมาได้อย่างมหัศจรรย์ นอกจากนี้ยังมีเมนูเทมปุระแบบสั่งแยกชิ้นให้เราได้เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ตามความชอบ หรือจะลองไข่เทมปุระที่ด้านนอกกรอบนิดๆ แต่ด้านในเป็นลาวาเยิ้มๆ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ก็ฟินจนเกินคำบรรยาย
หากจะพูดถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับชื่อเสียงและรางวัลที่ทางร้านได้รับ ราคาต่อหัวของที่นี่ถือว่าน่ารักและเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาทต่อคนเท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับมื้ออาหารคุณภาพที่ส่งตรงรสชาติแท้ๆ มาจากโตเกียว ใครที่กำลังมองหาร้านข้าวหน้าเทมปุระที่ครบเครื่องทั้งเรื่องสตอรี่และรสชาติที่ครองใจคนทั่วโลกมาแล้ว ต้องลองแวะมาเช็กอินที่ร้านนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิตนับเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์จริงๆ
Akimitsu Tendon
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
No.4,4/1 – 4/2,4/4 Central World, Room no.B333 3rd Floor เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
7. TEN-SHOW Live kitchen
TEN-SHOW Live kitchen พร้อมต้อนรับคุณด้วยคอนเซปต์ครัวเปิดที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้มื้ออาหารดูมีสีสันมากกว่าร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งสบายและมีความทันสมัย จุดที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นและน่าไปเช็กอินคือที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้สบตากับเชฟและรับชมการแสดงสดของการปรุงอาหารแบบจานต่อจาน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการสะบัดแป้งเทมปุระลงกระทะหรือการปั้นซูชิด้วยความชำนาญ การได้เห็นขั้นตอนการทำที่สดใหม่ต่อหน้าช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศร้านที่ดูมีชีวิตชีวาและได้เห็นความใส่ใจในทุกรายละเอียดของวัตถุดิบก่อนจะส่งถึงมือเรา
เทมปุระของที่นี่มีเอกลักษณ์อยู่ที่ความบางเบาของตัวแป้งซึ่งถูกทอดจนกรอบฟูและแห้งสนิท ทำให้เวลาเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงความกรุบกรอบที่นุ่มนวลและไม่รู้สึกหนักท้องหรือเลี่ยนน้ำมันเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากเทมปุระที่ทอดมาได้พรีเมียมแล้ว เมนูที่ห้ามพลาดและถือเป็นซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อให้กับทางร้านคือลิ้นวัวย่างที่นุ่มละมุนลิ้นและราเมงน้ำซุปปลาที่มีรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความหลากหลายของเมนูทำให้ร้านนี้ตอบโจทย์ทั้งสายของทอดและสายเส้นได้อย่างลงตัว วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกคัดสรรมาอย่างประณีตเพื่อให้เข้ากับสไตล์ Live Kitchen ที่เน้นความสดเป็นหัวใจสำคัญ
สำหรับเรื่องของราคาก็ถือว่ามีความยืดหยุ่นสูงและเข้าถึงได้หลากหลายความต้องการ โดยเมนูแบบอะลาคาร์ทจะเริ่มต้นที่ประมาณ 300 บาท ซึ่งเหมาะมากสำหรับการแวะมาทานมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นแบบสบายๆ แต่ถ้าใครอยากสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้นไปอีก ทางร้านก็มีบริการคอร์สโอมากาเสะที่เริ่มต้นเพียง 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับบรรยากาศและการได้เห็นฝีมือการปรุงอาหารแบบสดๆ จากเชฟผู้เชี่ยวชาญในย่านใจกลางเมืองแบบนี้
TEN-SHOW Live kitchen
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
12Soi Sukhumvit 24, Sukhumvit Rd.,, Khlong Toei 12 ซ.สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
8. Omakase Don by Teppen
Omakase Don by Teppen เป็นร้านที่เปลี่ยนภาพจำของคำว่าโอมากาเสะให้ดูเข้าถึงง่ายและสนุกสนานมากขึ้น โดยตัวร้านตั้งอยู่ในโซนอาหารของห้างดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ให้บรรยากาศแบบกึ่งบาร์ที่มีความคึกคักและเป็นกันเองตามสไตล์ร้านในเครือ Teppen ความน่าสนใจที่ทำให้หลายคนต้องหยุดแวะคือการนั่งล้อมรอบเคาน์เตอร์ครัวเปิดที่ช่วยให้เราได้เห็นจังหวะการทำอาหารของเชฟแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากสำหรับร้านในห้างที่เน้นความเร็วแต่ยังคงความใส่ใจในรายละเอียดประหนึ่งนั่งทานในร้านระดับลักชูรี เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาฝากท้องแบบเร่งด่วนแต่ยังต้องการคุณภาพและความฟินในราคาที่สบายใจ
จุดเด่นที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือสารพัดเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นหรือด้งที่จัดวางเครื่องมาให้แบบพูนชาม โดยเฉพาะเมนูกุ้งเทมปุระที่ทอดมาได้กรอบนวลและเข้ากันได้ดีกับข้าวสวยญี่ปุ่นชั้นดีที่ปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม ความพิเศษคือทางร้านมักจะมีวัตถุดิบพรีเมียมหมุนเวียนมาเสิร์ฟตามฤดูกาล ทำให้การมากินแต่ละครั้งอาจจะได้เจอกับเมนูใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเสมอ นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างข้าวหน้าปลาดิบรวมที่มีไข่แดงดองโชยุวางอยู่ด้านบน ซึ่งเมื่อทานคู่กับเทมปุระร้อนๆ จะให้รสสัมผัสที่ตัดกันได้อย่างลงตัว ความกรอบของแป้งเทมปุระที่นี่ไม่ได้หนาจนเกินไป ทำให้ยังรับรู้ถึงความหวานของเนื้อกุ้งข้างในได้อย่างชัดเจน
ในเรื่องของงบประมาณนั้นต้องบอกว่าคุ้มค่าจนน่าตกใจ เพราะราคาเริ่มต้นของเมนูข้าวด้งจะอยู่ที่ประมาณ 200 บาทขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่น่ารักมากเมื่อเทียบกับทำเลใจกลางทองหล่อและคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ การมาทานที่นี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่มองหาอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีในบรรยากาศกึ่งโอมากาเสะที่ไม่ต้องจ่ายแพงจนเกินไป แต่ได้รับประสบการณ์ความอร่อยที่น่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน
Omakase Don by Teppen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–21:30 น.
- ที่อยู่
ห้องเลขที่ KB305/2 Japan Avenue ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 3rd FL ปทุมวัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10330
9. Kitaohji Ginza Thailand
Kitaohji Ginza Thailand เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นชั้นสูงท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและหรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านเทมปุระทั่วไปคือการให้บริการห้องอาหารแบบส่วนตัวทั้งหมด ซึ่งตกแต่งอย่างประณีตในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ให้กลิ่นอายแบบกินซ่าแท้ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษหรือการต้อนรับแขกคนสำคัญที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดประหนึ่งคนสำคัญของตระกูลใหญ่ในญี่ปุ่น
แม้ที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องคอร์สอาหารแบบไคเซกิหรืออาหารชุดดั้งเดิมที่เน้นความงามตามฤดูกาล แต่เมนูเทมปุระของทางร้านกลับมีความพิเศษที่ไม่แพ้จานหลักเลยแม้แต่น้อย เชฟจะคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมที่สุดในแต่ละช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเลน้ำลึกเนื้อหวานหรือผักป่าหายากนำเข้า นำมาผ่านเทคนิคการทอดที่ประณีตจนได้แป้งสีเหลืองทองที่กรอบเบาราวกับขนนกแต่ยังคงความฉ่ำวาวของวัตถุดิบข้างในไว้ได้อย่างน่าทึ่ง เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลิ้มลองคือเทมปุระขาปูยักษ์ทาราบะที่ให้สัมผัสแน่นเด้งเต็มคำ และเทมปุระกุ้งคุรุมาเอบิที่ทอดออกมาได้สุกกำลังดี มอบรสชาติที่ซับซ้อนและลุ่มลึกกว่าการทอดแบบทั่วไป
การมาสัมผัสความเหนือระดับที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้มีช่วงราคาต่อหัวเริ่มต้นที่ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป และอาจขยับขึ้นไปถึง 6,000 บาทสำหรับคอร์สที่ใช้วัตถุดิบหายากเป็นพิเศษ แม้จะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงแต่เมื่อแลกกับรสชาติอาหารที่ละเมียดละไมและการได้ครองพื้นที่ส่วนตัวท่ามกลางการบริการระดับห้าดาว ก็นับเป็นรางวัลชีวิตที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์การกินเทมปุระในรูปแบบที่แตกต่างและเหนือระดับกว่าที่เคยสัมผัสมาอย่างแน่นอน
Kitaohji Ginza Thailand
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–23:00 น.
- ที่อยู่
212 ซอย ทองหล่อ 8 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
10. MAGURO Japanese Dining and Bar
อาหารญี่ปุ่นให้ดูหรูหราและมีสไตล์ขึ้นไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งที่เน้นความโมเดิร์นผสานกับความโปร่งสบายของกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองย่านทองหล่อได้อย่างเต็มตา ภายในร้านให้ความรู้สึกกว้างขวางและดูแพงด้วยโทนสีที่ละมุนตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาสังสรรค์ในมื้อค่ำหรือนัดทานข้าวในโอกาสพิเศษที่ต้องการความประทับใจ ความต่างของที่นี่คือการนำเสนอรูปแบบ Dining and Bar ที่มีชีวิตชีวา มีโซนที่นั่งให้เลือกหลากหลายมุมทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟปรุงอาหารสดๆ หรือมุมโซฟาสุดเป็นส่วนตัว ทำให้บรรยากาศการนั่งทานเทมปุระที่นี่ดูทันสมัยและไม่จำเจเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
แม้ว่าชื่อเสียงของทางร้านจะโด่งดังมาจากซูชิและซาชิมิระดับพรีเมียม แต่เมนูเทมปุระและของทอดของที่นี่กลับทำออกมาได้น่าประทับใจจนกลายเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน ความพิเศษอยู่ที่การใช้เทคนิคการทอดที่ดึงเอาความโดดเด่นของวัตถุดิบทางทะเลออกมาได้อย่างชัดเจน เมนูที่ต้องสั่งมาลองคือเทมปุระปลาไหลทะเลที่เนื้อปลาด้านในยังคงความนุ่มฟูและมีความหวานตามธรรมชาติ ตัดกับแป้งทอดสีเหลืองทองที่บางกรอบแบบพอดิบพอดี อีกหนึ่งเมนูที่สร้างสรรค์ได้อย่างลงตัวคือ Tempura Spicy Roll ซึ่งเป็นการนำความกรุบกรอบของแป้งเทมปุระมาผสมผสานกับความเผ็ดร้อนของซอสสูตรพิเศษ มอบรสสัมถัสที่ซับซ้อนและจัดจ้านในคำเดียว ถือเป็นการฟิวชันที่ทำให้คนรักของทอดได้รับประสบการณ์ใหม่ที่สนุกกว่าเดิม
สำหรับการเข้ามาดื่มด่ำกับมื้ออาหารคุณภาพในย่านทำเลทองแห่งนี้ งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานวัตถุดิบที่สดใหม่ระดับเกรดส่งตรงจากตลาดปลาญี่ปุ่นและการบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด การได้นั่งทานเทมปุระชั้นดีท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ใจกลางทองหล่อจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งสายกินและสายคอนเทนต์ที่ต้องการความเป็นที่สุดในทุกด้านอย่างแท้จริง
MAGURO Japanese Dining and Bar
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
Floor 2, Zone A, 144/4 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
11. Kaneko Hannosuke One Bangkok
Kaneko Hannosuke ร้านข้าวหน้าเทมปุระในตำนานที่ฮิตสุดๆ จากโตเกียว ความพิเศษของร้านนี้คือการคงสูตรต้นตำรับที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น ทำให้รสชาติเทมปุระของที่นี่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญคือซอสราดข้าวหน้าเทมปุระสูตรลับ รสหวานเค็ม กินได้เพลินๆ เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดเลยก็คือ Edomae Tendon ที่รวมของดีไว้ครบครัน ทั้งกุ้งตัวโตๆ ปลาไหลอานาโกะ ไข่ออนเซ็น และผักต่างๆ จัดเต็มมาในชามเดียวแบบล้นๆ ราคาต่อหัวของร้านนี้จะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทขึ้นไป
Kaneko Hannosuke One Bangkok
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
1st floor, The Storeys One Bangkok, 41 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
12. Tensui
Tensui ร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 16 โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่ดูดี มีสวนเซนเล็กๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และที่นั่งแบบส่วนตัว ถึงร้านนี้จะไม่ได้เน้นเมนูเทมปุระเป็นหลัก แต่เทมปุระของที่นี่ก็อร่อยไม่แพ้ใคร เพราะมาในรูปแบบไคเซกิ (Kaiseki) ซึ่งจะมีเมนูเทมปุระคุณภาพดีรวมอยู่ในเซ็ตด้วย ทำให้เราได้ลิ้มลองความอร่อยแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นซาชิมิสดๆ ข้าวอบหม้อดินหอมๆ และเทมปุระที่ทอดอย่างพิถีพิถัน หรือจะสั่งเป็นเทนจู (Ten-Jyu) เมนูข้าวสวยร้อนๆ ท็อปปอ้งหน้าด้วยกุ้งเทมปุระและผักเทมปุระ ราคาคอร์สไคเซกิเริ่มต้นที่ประมาณ 3,500 บาท
Tensui
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:00 น.
- ที่อยู่
33 ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
13. Tempura Nagaoka Ekkamai
Tempura Nagaoka Ekkamai ร้านเทมปุระที่อร่อยเหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่น ความพิเศษของ Tempura NAGAOKA อยู่ที่การทอดเทมปุระแบบ Live Frying หรือทอดสดใหม่ทีละชิ้น วัตถุดิบที่ใช้ก็คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นกุ้งลายเสื้อญี่ปุ่นเนื้อหวานกรอบ ปลาตามฤดูกาลสดๆ หรือผักต่างๆ นอกจากนี้ยังมีน้ำจิ้มสูตรพิเศษ และเครื่องเคียงต่างๆ ที่เข้ากันได้ดีกับเทมปุระ ไม่ว่าจะเป็นเกลือ เลมอน หรือแม้แต่เมนูเด็ดอย่างไข่ปลาเมนไทโกะ ราคาเทมปุระของที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อคน
Tempura Nagaoka Ekkamai
- เวลาทำการ
พ.-อา. 16:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร
- ที่อยู่
345 ซอยสุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
14. KAGONOYA
KAGONOYA เป็นร้านชาบูพรีเมียมที่มีต้นตำรับมาจากเมืองโอซาก้า มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพของเนื้อสัตว์และน้ำซุปที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเนื้อวากิวและหมูคุโรบุตะที่คัดสรรมาอย่างดี แต่สำหรับสายเทมปุระอย่างเราๆ ที่นี่ก็มีเมนูของทอดให้เลือกเยอะมากๆ ทั้งกุ้ง ปลา และผักต่างๆ ที่ทอดมาแบบร้อนๆ กรอบๆ ไม่อมน้ำมันเลยสักนิด ทำให้เราได้ฟินกับชาบูเนื้อนุ่มๆ และเทมปุระกรอบๆ ไปพร้อมกันในมื้อเดียว แพ็กเกจชาบูเริ่มต้นที่ 399++ บาท
KAGONOYA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น 7 ห้อง เอ 702/2 4, 4/1-4/2 4 สยามสแควร์ ซอย 4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
15. Yuna
Yuna เป็นร้านอิซากายะที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 11/1 เมนูที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าต่างๆ และเมนูของทอดสไตล์ญี่ปุ่น รวมถึงเทมปุระด้วย วัตถุดิบทุกอย่างนำเข้าจากญี่ปุ่นและสดใหม่สุดๆ และทางร้านยังใส่ใจในคุณภาพและการคัดเลือกวัตถุดิบมากๆ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนก็อร่อยถูกปาก ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Yuna
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
155, 18-19 ซอย สุขุมวิท 11/1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
16. Shinsen.BKK
ถ้าพูดถึงร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยกทะเลทั้งทะเลมาไว้ให้ได้ลิ้มลอง ต้องไม่พลาดร้าน Shinsen.BKK ร้านที่เป็นเหมือนตลาดปลาย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากญี่ปุ่น ที่มีให้เลือกทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา หรือหอยเม่น แม้ร้านนี้จะโดดเด่นเรื่องซูชิ ซาชิมิ และอาหารทะเลสดๆ แต่เมนูเทมปุระก็ไม่น้อยหน้า เพราะวัตถุดิบที่ใช้ก็สดใหม่มากๆ เชฟก็ทอดออกมาได้กรอบฟู ไม่อมน้ำมัน อร่อยถูกปากแน่นอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 500-1,500 บาทต่อคน
Shinsen.BKK
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–1:00 น.
- ที่อยู่
149 Tops Food Hall 1 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
17. Nippon-Tei
Nippon-Tei เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับแท้ๆ ที่อยู่คู่วงการอาหารไทยมานานกว่า 30 ปี ความพิเศษของร้านนี้ก็คือ การนำเข้าวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่นโดยตรง และมีเชฟชาวญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นคนปรุงอาหาร ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกจานที่เสิร์ฟจะได้รสชาติแบบดั้งเดิมแน่นอน นอกจากเมนูซูชิและซาชิมิที่สดใหม่แล้ว ที่นี่ก็มีเมนูเทมปุระที่อร่อยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในเซ็ตอาหารกลางวัน ที่จะเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวสวย ซุปมิโซะ และเครื่องเคียงต่างๆ ทำให้เป็นมื้ออาหารที่อิ่มอร่อยสุดๆ ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Nippon-Tei
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.
- ที่อยู่
อาคาร President Tower ชั้น B ถนนเพลินจิต กรุงเทพมหานคร 10330
18. SATO DON
SATO DON ร้านสำหรับคนรักเมนูดงบุริในราคาที่เป็นมิตรแต่คุณภาพจัดเต็ม ที่นี่มีเมนูให้เลือกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมูทอด หรือข้าวหน้าปลาแซลมอน แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ ข้าวหน้าเทมปุระ เพราะเทมปุระของเขาอร่อยไม่แพ้ร้านที่เน้นเทมปุระโดยเฉพาะเลย ทั้งกุ้งและผักชุบแป้งทอดที่ทอดมาแบบกรอบฟู ไม่อมน้ำมันเลยสักนิด แถมราคายังน่ารักมากๆ อีกด้วย อยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท เท่านั้นเอง
SATO DON
- เวลาทำการ
ทุกวัน 9:00–21:00 น.
- ที่อยู่
จอดแล้วจร, ห้อง B2 ชั้นใต้ดิน อาคาร, ถ. ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร, กรุงเทพมหานคร 10900
19. Yayoi
Yayoi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในใจของหลายคนที่ทำให้การกินเทมปุระกลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วด้วยสาขาที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และไทย เหมาะมากสำหรับพนักงานออฟฟิศหรือครอบครัวที่ต้องการมื้ออาหารที่ได้มาตรฐานและบรรยากาศที่เป็นกันเอง ความพิเศษของที่นี่คือความสม่ำเสมอของรสชาติที่ทำให้เรามั่นใจได้ทุกครั้งที่แวะเข้ามาฝากท้อง เซตเทมปุระรวมประกอบไปด้วยกุ้งตัวโตและผักนานาชนิดทอดมาแบบแป้งกรอบฟูสไตล์ดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ สลัดผักสด และซุปมิโซะที่เติมเต็มความอิ่มอร่อย หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็มีเมนูเทมปุระอุด้งที่เส้นเหนียวนุ่มเข้ากับของทอดได้เป็นอย่างดี ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Yaoi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
388 ห้องเลขที่ SS 4016 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
20. SHIKO Udon Bar
ร้านสุดท้ายน่าจะถูกใจใครที่เป็นสายอุด้งเส้นสดเหนียวนุ่มหนึบหนับ ซดคู่กับน้ำซุปดาชิหอมๆ คือฟินสุดๆ ที่ร้านมีอุด้งให้เลือกหลากหลายเมนูเลย ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น แต่ที่สำคัญคือมีเมนูเทมปุระให้เลือกเยอะมาก ทั้งเทมปุระกุ้ง เทมปุระปลา หรือเทมปุระผักที่เข้ากันได้ดีมากๆ เมื่อทานคู่กับอุด้งร้อนๆ หรือจะสั่งมาทานเล่นเป็นของทานเล่นก็ได้ ถ้าสั่งเป็นเซ็ตราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทต่อคน
SHIKO Udon Bar
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
The Millennia Tower, แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Italian) ความกลมกล่อมแบบอูมามิ ในสไตล์อิตาเลียน
01.04.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่นฝั่งธนฯ จัดเต็มเรื่องกินดื่ม
01.03.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 คาเฟ่ญี่ปุ่น เมนูมัทฉะ (Matcha) อร่อยเข้มข้นไปกับชาเขียวญี่ปุ่น
26.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ปี 2025 อัพเดทความอร่อย ไม่ตกเทรนด์
24.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาดี อิ่มอร่อยด้วยงบไม่เกิน 500 บาท
21.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ
20.02.2026