10 ร้านราเมง (Ramen) ในย่านพระราม 9 – รัชดา ที่ไม่ควรพลาด

14.01.2026 (Updated: 14.01.2026)
10 ร้านราเมง (Ramen) ในย่านพระราม 9 – รัชดา ที่ไม่ควรพลาด

ถ้าใครกำลังมองหามื้ออร่อยเติมพลังในย่านที่คึกคักอย่างพระราม 9 หรือรัชดา ราเมงอุ่นๆ สักชามกับน้ำซุปเข้มข้นและเส้นเหนียวนุ่มคือคำตอบ เพราะย่านนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมร้านราเมงหลากสไตล์ที่มีให้เลือกตั้งแต่ร้านระดับพรีเมียมในห้างใหญ่ ไปจนถึงร้านราคาสบายกระเป๋าที่เปิดต้อนรับคนหิวยามดึก บทความนี้จึงได้รวบรวม 10 พิกัดร้านราเมงเด็ดที่คนรักเส้นไม่ควรพลาดมาให้แบบเน้นๆ ให้ได้เลือกปักหมุดตามไปฟินกับรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นได้ตามใจชอบ จะมีร้านไหนน่าเก็บเข้าลิสต์ไว้บ้าง ไปอ่านกัน

1. Ippudo

Ippudo สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 เป็นหนึ่งในร้านราเมงที่หลงรักทงคตสึราเมงสไตล์ฮากาตะแท้ๆ ต้องมา จุดเด่นอยู่ที่ความเข้มข้นของน้ำซุปกระดูกหมู ซึ่งใช้เวลาเคี่ยวนานหลายสิบชั่วโมงจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนเป็นเอกลักษณ์ เอกลักษณ์อีกอย่างที่ทำให้หลายคนติดใจคือเส้นราเมงสดที่ทางร้านทำเอง สามารถเลือกความเข้มข้นของซุปและระดับความแข็งของเส้นได้ตามความชอบ ตั้งแต่เส้นนุ่มๆ ไปจนถึงแบบแข็งเคี้ยวเพลิน ทำให้การกินราเมงในแต่ละชามมีความเฉพาะตัวและตอบโจทย์ลิ้นคนไทยที่ชอบรสชาติกลมกล่อมแต่ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างดี ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งร้านที่ดูทันสมัยและเข้าถึงง่าย

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ ชิโรมารุ โมโตอาจิ (Shiromaru Motoaji) ราเมงซุปกระดูกหมูสูตรดั้งเดิมที่เน้นความหอมมันแบบธรรมชาติ หรือถ้าต้องการความเผ็ดร้อนขึ้นมาเล็กน้อย แนะนำเป็นอากามารุ ชินาจิ (Akamaru Shinaji) ที่มีการเพิ่มซอสมิโสะรสเผ็ดและน้ำมันกระเทียม ยกระดับความหอมไปอีกขั้น ร้านตั้งอยู่ที่เซ็นทรัล พระราม 9 เดินทางมาได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้าใต้ติน MRT สถานีพระราม 9 ส่วนราคาจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 ต่อคน แนะนำให้สั่งของกินเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าและบันไส้หมูสามชั้นมาทานคู่กับราเมงเพิ่มความอร่อยไปอีกขั้น

Ippudo

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:30 น.

ที่อยู่

อาคารศูนย์การค้า เซ็นทรัล ถ. พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

2. Honaji Ramen

Honaji Ramen สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่อยากกินราเมงรสชาติตามมาตรฐานญี่ปุ่นในราคาที่จับต้องได้และไม่ต้องรอนาน จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ความหลากหลายของน้ำซุปที่มีให้เลือกครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นซุปกระดูกหมูทงคตสึที่เน้นความหอมมัน ซุปเกลือที่ให้รสสัมผัสเบาบางสดชื่น หรือซุปโชยุที่หอมกลิ่นถั่วเหลืองแบบดั้งเดิม ตัวเส้นราเมงของที่นี่มีเอกลักษณ์อยู่ที่ความเหนียวนุ่มที่ลวกมาได้กำลังดี เข้ากันได้กับซุปทุกประเภท บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการแวะมากินมื้อกลางวันในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือมื้อเย็นแบบสบายๆ หลังเลิกงานในย่านพระราม 9

เมนูยอดฮิตที่หลายคนสั่งกันประจำคือ ทงคตสึ ราเมง (Tonkotsu Ramen) ราเมงซุปกระดูกหมูรสเข้มข้นท็อปด้วยหมูชาชูชิ้นใหญ่ที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มเข้าเนื้อ หรือถ้าใครชอบความแปลกใหม่ต้องลองเมนูรสเผ็ดสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อเพิ่มความจัดจ้านอย่างโทการาชิ ราเมง (Togarashi Ramen) ร้านตั้งอยู่ในเซ็นทรัล พระราม 9 ใกล้กับโซนอาหารและทางเชื่อมรถไฟฟ้า MRT ราคาต่อหัวถือว่าสบายกระเป๋า อยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทเท่านั้น ความน่าสนใจอีกอย่างคือทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นจับคู่กับเครื่องดื่มหรือของทานเล่นอย่างไก่ทอดคาราอาเกะและเกี๊ยวซ่าอยู่บ่อยครั้งด้วย

Honaji Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–20:00 น.

ที่อยู่

135 ถ. พระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10310

3. Sho Ryu Ramen

Sho Ryu Ramen บนถนนรัชดาภิเษกเป็นร้านที่เหล่านักกินเส้นรู้จักกันดี ตั้งอยู่ใกล้กับจ๊อดแฟร์ รัชดาและห้างเอสพลานาด ทำให้กลายเป็นที่พึ่งยามหิวได้เกือบตลอดวัน จุดขายคือการนำเสนอราเมงรสชาติเข้มข้นในราคาที่ย่อมเยาเมื่อเทียบกับร้านบนห้างใหญ่ ตัวน้ำซุปทงคตสึของที่นี่มีความมันวาวและหอมกลิ่นกระดูกหมูชัดเจน ผสานกับเส้นราเมงที่มีขนาดพอดีคำ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งกินราเมงอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศร้านเน้นความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการแวะมาเติมพลังแบบไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย

เมนูซิกเนเจอร์ที่สั่งกันแทบทุกโต๊ะคือ ทงคตสึราเมง ที่มาพร้อมหมูชาชูชิ้นโตที่ผ่านการเบิร์นไฟเบาๆ จนส่งกลิ่นหอมชวนกิน หรือถ้าใครชอบรสสัมผัสที่มีมิติมากขึ้น แนะนำให้สั่งราเมงซุปเผ็ดที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี พิกัดร้านหาได้ไม่ยากอยู่ริมถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 สามารถเดินจาก MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ มาได้เพียงไม่กี่นาที ราคาต่อหัวอยู่ประมาณ 200-400 บาท นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเครื่องเคียงอย่างไข่ต้มยางมะตูมที่หยิบได้ไม่อั้น และหน่อไม้ญี่ปุ่นรสสัมผัสกรุบกรอบที่เป็นไอเทมเสริมความอร่อยที่ขาดไม่ได้เลย

Sho Ryu Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–4:30 น.

ที่อยู่

88/3 ถ. รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

4. Hachiban Ramen

Hachiban Ramen เป็นร้านที่ครองใจคนย่านนี้ด้วยมาตรฐานรสชาติที่คงเส้นคงวาและราคาที่เป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋ามากๆ จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนยังติดใจคือความเรียบง่ายแต่อร่อยโดยเฉพาะเส้นราเมงที่เป็นเอกลักษณ์ มีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษบวกกับน้ำซุปที่รสชาติกลมกล่อมเข้ากับลิ้นคนไทยได้ดี เป็นร้านราเมงที่เหมาะสำหรับการมาทานแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการความรวดเร็วและบริการที่ได้มาตรฐาน

เมนูซิกเนเจอร์ที่ถ้าไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงคือ ฮะจังเมน (Hachanmen) ราเมงรสต้นตำรับที่มาพร้อมหมูสับและลูกชิ้นหมายเลข 8 หรือถ้าใครชอบความสดชื่นต้องลอง เรเมน (Reimen) ราเมงเย็นทรงเครื่องที่ราดซอสเลมอนรสเปรี้ยวหวานมาอย่างชุ่มฉ่ำ ร้านตั้งอยู่ชั้น 6 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 เดินทางสะดวกด้วย MRT สถานีพระราม 9 ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาท นับว่าเป็นร้านที่ราคาคุ้มค่าอันดับต้นๆ ในห้าง อีกอย่างคือเมนูทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าที่ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน ทานเข้าคู่กับราเมงได้ทุกชามจนไม่สั่งไม่ได้

Hachiban Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

ห้อง 603 ชั้น 6 เซ็นทรัล ถ. พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

5. Ebisu Ramen

Ebisu Ramen นำเสนอประสบการณ์การกินราเมงในรูปแบบสตรีทฟู้ดที่ให้บรรยากาศเหมือนนั่งกินอยู่ร้านริมทางในประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่พูดถึงจนต้องไปลองคือการทำเส้นสดแบบชามต่อชาม สามารถมองเห็นเชฟลวกเส้นและจัดวางเครื่องเคียงได้แบบใกล้ชิดจากที่นั่งเคาน์เตอร์บาร์ ตัวน้ำซุปของที่นี่เน้นความหอมสดชื่นและมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนขาวนวลหรือซุปโชยุที่เน้นความหอมของถั่วเหลืองหมัก แม้จะเป็นร้านขนาดกะทัดรัดแต่คุณภาพของวัตถุดิบและการปรุงนั้นใส่ใจรายละเอียดไม่แพ้ร้านราเมงราคาแพงในห้างสรรพสินค้าเลย

เมนูแนะนำที่เป็นจุดขายหลักคือ ทงคตสึราเมง (Tonkotsu Ramen) ราเมงน้ำซุปเข้มข้นที่มาพร้อมหมูชาชูแผ่นใหญ่และเส้นสดเหนียวนุ่ม หรือถ้าใครอยากลองเมนูแห้งต้องสั่ง มาเซโซบะ (Mazesoba) ราเมงแบบคลุกที่ให้เครื่องมาแบบจัดเต็ม ร้านตั้งอยู่ริมถนนประชาสงเคราะห์ บริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 27 ราคาต่อหัวเป็นมิตรมากโดย ต้นเพียง 100-150 บาทเท่านั้น ร้านมักจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเย็นไปจนถึงดึก ใครที่ชอบฟีลร้านราเมงแบบดั้งเดิมที่เน้นความเร็ว ความสดใหม่ และความคุ้มค่า ต้องไม่พลาดที่จะแวะมาลิ้มลอง

Ebisu Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 15:00–22:00 น.

ที่อยู่

อาคาร PKLD,ซอย เพิ่มสิน 27 ซอย ประชาสงเคราะห์ กรุงเทพมหานคร 10400

6. Ramen HABU

Ramen HABU เป็นจุดพักพิงของชาวออฟฟิศในย่านรัชดาที่มองหาราเมงรสชาติพรีเมียมในบรรยากาศกะทัดรัดและเรียบง่าย ร้านนี้หยิบเอาหัวใจของราเมงญี่ปุ่นมานำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว โดยเน้นที่น้ำซุปซึ่งมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความกลมกล่อมเข้มข้นแต่ทานได้เรื่อยๆ ไม่รู้สึกหนักจนเกินไป เส้นราเมงของที่นี่ถูกคัดสรรมาอย่างดี มีความเหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปได้ดีเยี่ยม ทำให้ทุกคำที่ซดเข้าไปได้รสสัมผัสที่ชัดเจน บรรยากาศร้านให้ความรู้สึกสงบแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของศูนย์การค้าได้อย่างดี

เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนบอกต่อคือ ฮาบุ ราเมง (Habu Ramen) ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่รวมเอาความหอมมันของซุปและความนุ่มของเครื่องเคราไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หรือถ้าใครชอบแนวเผ็ดร้อนต้องลอง คารามิโสะราเมง (Karamiso Ramen) ที่ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี ร้านตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ ใกล้กับโซนร้านอาหาร ราคาต่อหัวโดยประมาณจะอยู่ที่ 200-400 บาท นอกจากเมนูเส้นแล้ว ทางร้านยังทำเมนูข้าวหน้าต่างๆ ออกมาได้ดีไม่แพ้กัน เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการมื้ออาหารที่อิ่มท้องและคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม

Ramen HABU

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–20:00 น.

ที่อยู่

1 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

7. Oishi Ramen & Kakashi

Oishi Ramen & Kakashi เป็นการรวมตัวกันของสองแบรนด์ในเครือโออิชิที่ตอบโจทย์ทั้งสายเส้นและสายข้าวในที่เดียว จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายของเมนูที่ผสมผสานรสชาติดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้เข้ากับลิ้นคนไทยได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะโออิชิ ราเมน ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปที่รสชาติจัดจ้านและเครื่องที่ใส่มาให้แบบไม่มีหวง ส่วนฝั่งคาคาชิจะเน้นไปที่เมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นที่ปรุงสดใหม่ชามต่อชามแบบด่วนๆ บรรยากาศภายในร้านกว้างขวางและทันสมัย เหมาะมากสำหรับการมานั่งทานข้าวชิลล์ๆ กับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวหลังจากเดินเล่นในห้าง

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ โออิชิ ราเมน (Oishi Ramen) ที่รวมความอร่อยของหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม และซุปสูตรพิเศษไว้ด้วยกัน หรือหากอยากเปลี่ยนแนวไปลองข้าวหน้าต่างๆ ของคาคาชิ แนะนำให้สั่งข้าวหน้าย้นสไปซี่ไข่ออนเซ็น ที่รสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ แถมยังนัวด้วยไข่ลูกใหญ่ที่โป๊ะหน้ามาเน้นๆ ร้านตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150-350 บาท

Oishi Ramen & Kakashi

เวลาทำการ

ทุกวัน 6:00–4:00 น.

ที่อยู่

139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

8. A RAMEN

A RAMEN หรือที่รู้จักกันในชื่อราเมงข้อสอบ มอบประสบการณ์การกินที่สนุกและเป็นส่วนตัวด้วยการจำลองบรรยากาศห้องสอบของญี่ปุ่นมาไว้ในร้าน จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือการที่เราสามารถออกแบบราเมงได้เองทั้งหมดผ่านใบสั่งอาหาร ตั้งแต่ระดับความนุ่มของเส้น ความเข้มข้นของน้ำซุป ความมัน ไปจนถึงระดับความเผ็ดและปริมาณกระเทียม ทำให้ราเมงแต่ละชามที่เสิร์ฟผ่านม่านไม้ไผ่ตรงหน้ารสชาติถูกปากผู้ทาน บรรยากาศที่เป็นคอกกั้นแยกส่วนตัวยังเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการสมาธิในการซดซุปร้อนๆ หรือคนที่อยากมานั่งทานข้าวคนเดียวแบบไม่ต้องเขินสายตาใคร

เมนูหลักที่นี่คือ ราเมงซุปกระดูกหมูทงคตสึ เมนูซิกเนเจอร์เพียงหนึ่งเดียวที่สามารถเลือกปรุงแต่งรสชาติได้ตามสไตล์การทำข้อสอบ แนะนำให้สั่งหมูชาชูติดมันกับไข่ต้มยางมะตูมมาเพิ่มความอร่อยแบบครบครัน ร้านตั้งอยู่ชั้น B ของศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา มีความพิเศษคือเป็นสาขาที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนนอนดึกย่านรัชดาได้ดีที่สุด ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท ถือเป็นร้านที่มอบความคุ้มค่าทั้งในแง่ของรสชาติที่เลือกได้เองและความสะดวกเรื่องเวลาที่ไม่มีข้อจำกัด

A RAMEN

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่อยู่

B Floor, The Street Ratchada, 139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

9. Joto Curry x Tenyo Ramen

Joto Curry x Tenyo Ramen เป็นการจับคู่ความอร่อยแบบคูณสองที่รวมเอาสุดยอดราเมงจากโอซาก้าและสุดยอดแกงกะหรี่มาไว้ในร้านเดียว จุดเด่นของเทนโย ราเมงคือซุปทงคตสึที่มีความเข้มข้นเป็นพิเศษจากการเคี่ยวกระดูกหมูส่วนหลังจนได้ความมันและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานกับเส้นราเมงที่เหนียวนุ่มกำลังดี ทำให้ได้รสชาติแบบคันไซแท้ๆ ที่หาทานได้ยาก บรรยากาศร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับคนที่อยากทานทั้งเมนูเส้นและเมนูข้าวในมื้อเดียวโดยไม่ต้องเลือกร้านให้เสียเวลา

เมนูอร่อยที่สายราเมงต้องลองคือ Ganso Shoyu Ramen โชยุราเมงกระเทียมสดสไตล์โอซาก้าที่อัดแน่นด้วยต้นหอมญี่ปุ่นซอย หมูชาชู เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปเข้มข้น หรือจะลองสั่ง Special Miso Ramen มิโสะราเมงรสเข้มข้นที่ตัวเนื้อหมูนุ่มจนแทบละลายในปากก็น่าสนใจ ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น B ของศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 200-400 บาท ความน่าสนใจอีกอย่างคือสามารถสั่งท็อปปิ้งจากฝั่งแกงกะหรี่มามิกซ์กับราเมงได้ตามใจชอบ เป็นการเปิดประสบการณ์รสชาติใหม่ๆ ที่ทั้งอิ่มท้องและสนุกในเวลาเดียวกัน

Joto Curry x Tenyo Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 0:00–6:00 น. และ 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

ชั้น B 07/3, ตั้งอยู่ใน เดอะ สตรีท รัชดา, 139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

10. Dai Ramen

Dai Ramen เป็นร้านราเมงที่เหล่าคนรักเส้นในย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญและเหม่งจ๋ายยกให้เป็นร้านเด็ดในดวงใจ ด้วยการนำเสนอราเมงรสชาติต้นตำรับที่เข้มข้นถึงใจในราคาที่เข้าถึงง่ายสุดๆ จุดเด่นของที่นี่คือน้ำซุปทงคตสึที่เคี่ยวจนได้ความขาวนวล หอมมัน และรสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ตัวเส้นราเมงก็มีความเหนียวนุ่มอุ้มซุปได้ดีเยี่ยม บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายสบายๆ ให้ฟีลเหมือนร้านราเมงท้องถิ่นในญี่ปุ่นที่เน้นคุณภาพอาหารและการบริการที่เป็นกันเอง ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงกลางวันและช่วงค่ำ

เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือ ทงคตสึราเมง (Tonkotsu Ramen) ที่เสิร์ฟมาพร้อมหมูชาชูชิ้นโตเนื้อนุ่มและไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ หรือถ้าใครอยากลองรสชาติใหม่ๆ ต้องสั่ง มิโสะราเมง (Miso Ramen) ที่ให้รสสัมผัสหอมถั่วหมักญี่ปุ่นชัดเจน ร้านตั้งอยู่ที่ลุมพินี วิลล์ ศูนย์วัฒนธรรม ใกล้กับสี่แยกเหม่งจ๋าย เดินทางจากรัชดาได้ไม่ไกล ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทเท่านั้น ร้านยังมีเมนูข้าวหน้าต่างๆ และของทานเล่นอย่างทาโกยากิที่ทำออกมาได้รสชาติดีไม่แพ้เมนูหลัก เป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินราเมงคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋า

Dai Ramen

เวลาทำการ

จ.-พฤ.,อา. 11:00–22:00 น.

ศ.-ส. 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

593 อาคาร ลุมพินี วิลล์ ศูนย์วัฒนธรรม 1 ถ. ประชาอุทิศ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310