10 ร้านอาหารญี่ปุ่น สำหรับมื้อกลางวันเชิงธุรกิจ (Business Lunch)

21.01.2026 (Updated: 21.01.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น สำหรับมื้อกลางวันเชิงธุรกิจ (Business Lunch)

มื้อกลางวันเชิงธุรกิจคือนาทีทองของการสร้างคอนเนกชั่นที่แน่นแฟ้น การเลือกร้านอาหารญี่ปุ่นที่เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างแต้มต่อและภาพลักษณ์มืออาชีพ บทความนี้เราคัดสรร 10 ร้านพรีเมียมใจกลางเมืองที่มีทั้งความสงบเป็นส่วนตัวและรสชาติระดับพรีเมียมมาให้เลือกตั้งแต่ร้านที่เหมาะกับการพูดคุยธุรกิจแบบเรียบง่ายไปจนถึงการต้อนรับระดับ VIP เพื่อให้ทุกดีลสำคัญราบรื่นและน่าจดจำท่ามกลางบรรยากาศที่เหนือระดับ

สารบัญ

Show More

1. Sasaya Sukhumvit

บรรยากาศร้าน

ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบร้านอาหารญี่ปุ่นจริงๆ เพื่อสร้างความประทับใจให้คู่ค้าตั้งแต่เดินเข้าร้าน ต้องเป็นร้าน Sasaya ในซอยสุขุมวิท 49 ร้านนี้เลย ตัวร้านตกแต่งด้วยสไตล์บ้านย้อนยุคที่เน้นงานไม้และดินเผา ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวสูงมาก จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับการคุยงานคือการจัดทุกที่นั่งเป็นแบบห้องส่วนตัว แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ช่วยลดเสียงรบกวนจากโต๊ะข้างๆ ได้ดี ทำให้บรรยากาศการเจรจาธุรกิจดูไม่เกร็งเกินไปแต่ก็ยังคงความมืออาชีพไว้อย่างครบถ้วน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูเด็ดที่ต้องสั่งเลยคือ ข้าวอบหม้อดินที่ทางร้านใช้ข้าวญี่ปุ่นหุงสดใหม่พร้อมวัตถุดิบตามฤดูกาล กลิ่นหอมของข้าวที่ไหม้ติดขอบหม้อเล็กน้อยเป็นเอกลักษณ์ที่เลียนแบบได้ยาก หรือจะลองเป็นเมนูปลาย่างถ่านที่ทางร้านคัดสรรปลาคุณภาพดีมาปรุงด้วยเทคนิคแบบดั้งเดิมจนได้เนื้อที่ฉ่ำและหนังที่กรอบ นอกจากนี้เซ็ตเมนูอาหารกลางวันของที่นี่ยังมีความหลากหลายและจัดจานมาอย่างประณีต ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้มื้อกลางวันดูพิเศษขึ้นมาทันที

ช่วงราคา

สำหรับงบประมาณต่อหัวในช่วงมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นเซ็ตเมนูหรืออาหารจานเดียว ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารและการบริการที่ได้รับในบรรยากาศแบบห้องส่วนตัว

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้จะตอบโจทย์มากหากคุณกำลังนัดคู่ค้าชาวญี่ปุ่นหรือลูกค้าที่ชื่นชอบความละเมียดละไม เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติที่ผิดเพี้ยนหรือไม่ตรงกับต้นตำรับ เหมาะสำหรับการคุยโปรเจกต์ที่ต้องการสมาธิหรือการเจรจาที่เป็นกันเองแต่ยังต้องการความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและไม่วุ่นวายจนเกินไป

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

2. Sushi Shishichi

บรรยากาศร้าน

หากต้องการความประทับใจในสไตล์ที่ดูโมเดิร์นและโฉบเฉี่ยวขึ้นมาหน่อย ร้าน Sushi Shishichi ที่ตั้งอยู่ในสุขุมวิท 39 คือร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตอบโจทย์มื้อกลางวันเชิงธุรกิจแบบคนรุ่นใหม่ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและสะอาดาด้วยการตกแต่งโทนไม้ จัดวางที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ยาวที่ให้ความรู้สึกกว้างขวางและไม่อึดอัด ข้อดีของการนัดลูกค้ามาที่นี่คือความลงตัวระหว่างความหรูหราและความเป็นกันเอง ทำให้บทสนทนาดูไม่ตึงเครียดจนเกินไป แต่ยังคงความภูมิฐานที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณได้เป็นอย่างดี

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนต้องสั่งคือซูชิที่เน้นการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่น ซึ่งเชฟจะพิถีพิถันกับการปรุงรสข้าวให้เข้ากับปลาแต่ละชนิดอย่างสมดุล เมนูที่ห้ามพลาดคือการนำปลาพรีเมียมมาสร้างสรรค์ในรูปแบบคัปโปะร่วมสมัย เช่น อูนิที่เสิร์ฟมาอย่างอลังการ หรือการใช้ทรัฟเฟิลเข้ามาเสริมกลิ่นหอมให้อาหารดูมีมิติมากขึ้น นอกจากนี้เซ็ตมื้อกลางวันของทางร้านยังจัดสัดส่วนมาได้พอเหมาะพอดี มีทั้งของว่าง จานหลัก และของหวาน ที่ช่วยให้การกินเลี้ยงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด

ช่วงราคา

สำหรับงบประมาณต่อคนในช่วงกลางวัน จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับความพรีเมียมของวัตถุดิบที่เลือก ซึ่งถือเป็นช่วงราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับงานบริการและการนำเสนอที่ดูทันสมัย

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดคุยงานกับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือคู่ค้าที่ชอบความแปลกใหม่และให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ หากคุณต้องการบรรยากาศที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์หรืออยากคุยธุรกิจในบรรยากาศที่ดูมีพลัง ไม่เงียบเหงาจนเกินไป ร้าน Sushi Shishichi จะเป็นสถานที่ที่ช่วยสร้างบทสนทนาที่สนุกและน่าจดจำให้กับมื้อเที่ยงของคุณได้อย่างแน่นอน

Sushi Shishichi

เวลาทำการ

อ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.

ส. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-shishichi/

3. Tempura NAGAOKA Phrom Phong

บรรยากาศร้าน

ถ้าอยากเปลี่ยนจากซูชิมาเป็นมื้อกลางวันที่ดูมีชั้นเชิง จะพลาดร้าน Tempura NAGAOKA ในย่านพร้อมพงษ์ไปไม่ได้ ร้านนี้ยกระดับการกินเทมปุระให้เป็นงานศิลปะในบรรยากาศที่เรียบหรูและสงบเงียบ การตกแต่งเน้นความคลาสสิกที่แฝงความทันสมัย มีเคาน์เตอร์ไม้สวยสะอาดตาที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ข้อดีของการพาลูกค้ามาที่นี่คือความตื่นตาตื่นใจเวลาเห็นเชฟทอดเทมปุระให้ดูสดๆ แบบคำต่อคำ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและลดช่องว่างในการเจรจาธุรกิจได้เป็นอย่างดี

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือเทมปุระอูนิบนใบโอบะที่ทอดออกมาได้กรอบนอกแต่เนื้ออูนิข้างในยังคงความหวานฉ่ำ หรือจะเป็นเทมปุระกุ้งคัดไซส์พิเศษที่เนื้อเด้งสู้ฟัน เทคนิคการทอดของที่นี่นับว่าล้ำลึกเพราะแป้งจะบางเบาราวกับขนนกและไม่อมน้ำมันเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้ยังมีเมนูตามฤดูกาลอย่างผักป่าหรือปลาหายากที่เชฟนำมาปรุงอย่างพิถีพิถัน ทำให้มื้อเที่ยงของคุณกับคู่ค้ากลายเป็นประสบการณ์การกินที่พิเศษและมีเรื่องให้พูดถึงตลอดมื้อ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวสำหรับเซ็ตเมนูมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้สัมผัสฝีมือจากเชฟที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้มากๆ และการบริการที่ไร้ที่ติในทำเลใจกลางเมืองแบบนี้

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะมากสำหรับการนัดพบลูกค้าที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นสายลึก หรือคู่ค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในระดับสูงแต่ไม่ชอบบรรยากาศที่ดูแข็งทื่อจนเกินไป หากคุณต้องการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดและมีความเฉพาะตัวให้กับลูกค้า การเลือก Tempura NAGAOKA จะช่วยบ่งบอกรสนิยมที่เหนือระดับของคุณได้ชัดเจนที่สุด

Tempura NAGAOKA Phrom Phong

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/

4. Sho Japanese Dining

บรรยากาศร้าน

ถ้าต้องการบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่งและทันสมัยขึ้นมาอีกนิดเพื่อให้การเจรจาธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่รู้สึกอึดอัด Sho Japanese Dining ในโครงการ Vibes Ekkamai ซอยสุขุมวิท 63 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์นี้ได้ดีมาก ตัวร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นที่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่น มีการใช้แสงธรรมชาติเข้ามาช่วยให้ร้านดูสว่างและเป็นมิตร จุดเด่นที่เหมาะกับมื้อกลางวันเชิงธุรกิจคือการจัดวางโต๊ะที่เว้นระยะห่างได้ค่อนข้างดี หรือถ้าอยากได้ความเงียบเชียบเพื่อลงรายละเอียดงานสำคัญ ทางร้านก็มีห้องส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูไว้รองรับ ทำให้สามารถคุยโปรเจกต์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีเสียงรบกวน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดและแขกส่วนใหญ่ประทับใจคือบรรดาอาหารทะเลพรีเมียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างซาซิมิรวมที่จัดจานมาอย่างสวยงาม หรือเมนูจานร้อนอย่างปลาหิมะย่างที่เนื้อปลานุ่มละมุนลิ้น รสชาติอาหารของที่นี่มีความนิ่งและรักษามาตรฐานได้ดีมาก ไม่ว่าจะสั่งเมนูคลาสสิกอย่างเทมปุระหรือเมนูฟิวชั่นเบาๆ ก็ไว้ใจได้ในเรื่องของคุณภาพและการนำเสนอที่ช่วยเสริมหน้าตาให้กับผู้ที่นัดมา

ช่วงราคา

งบประมาณต่อหัวสำหรับมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-2,000 บาท ซึ่งถือเป็นเรทที่กำลังดีสำหรับการเลี้ยงรับรองคู่ค้าในบรรยากาศพรีเมียมย่านใจกลางสุขุมวิท

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดเจอคู่ค้าหรือลูกค้าที่ชอบความคล่องตัว เดินทางสะดวก และต้องการบรรยากาศที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ไม่เกร็งจนเกินไป หากคุณมีนัดคุยงานกับลูกค้าต่างชาติหรือนักธุรกิจที่ทำงานอยู่ในย่านสุขุมวิท ร้าน Sho Japanese Dining จะช่วยสร้างความประทับใจในเรื่องความสะดวกและรสชาติอาหารที่ถูกปากทุกคนได้อย่างแน่นอน

Sho Japanese Dining

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ศ.-อา. 11:00–14:30 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Vibes 267/13 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sho-japanese-dining/

5. Ma MAISON

บรรยากาศร้าน

ถ้าต้องการบรรยากาศที่ดูโปร่งสบายแต่ยังมีความเป็นส่วนตัวสำหรับการนัดพูดคุยที่ยาวนานขึ้นอีกนิด Ma MAISON ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของดองกิ มอลล์ ทองหล่อ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ตะวันตก (Yoshoku) ที่ทำออกมาได้มีระดับมาก บรรยากาศร้านจะเน้นความเรียบหรูสไตล์ยุโรปที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบญี่ปุ่น มีการใช้แสงไฟที่นุ่มนวลและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่นั่งสบาย จุดเด่นคือพื้นที่ร้านค่อนข้างกว้างและเงียบสงบกว่าร้านอื่นๆ ในย่านเดียวกัน ทำให้บทสนทนาเชิงธุรกิจไม่ถูกรบกวน เหมาะมากสำหรับการเจรจาที่ต้องการความผ่อนคลายแต่ยังดูเป็นมืออาชีพ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ห้ามพลาดคือบรรดาอาหารสไตล์โยโชคุรสชาติต้นตำรับที่หาทานได้ยาก เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ข้าวห่อไข่ซอสเดมิกลาส ที่ตัวซอสมีความเข้มข้นจากการเคี่ยวนานหลายชั่วโมงและไข่นุ่มฟูที่ทำออกมาได้ตามแบบญี่ปุ่นเป๊ะๆ หรือจะเป็นสเต็กแฮมเบิร์กเนื้อวากิว ที่เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนให้ความชุ่มฉ่ำและหอมกลิ่นเนื้อชัดเจน รวมถึงเมนูพาสต้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ปรุงมาได้อย่างพอเหมาะและจัดจานมาอย่างประณีต ช่วยสร้างความประทับใจให้แขกที่มาเยือนได้ไม่ยาก

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวในมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท ถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงง่ายและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานอาหารและการบริการที่ยอดเยี่ยมใจกลางทองหล่อ

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดคุยธุรกิจกับคู่ค้าที่ต้องการความหลากหลายของเมนูอาหาร หรือคนที่อาจจะไม่ถนัดอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิมอย่าง ซูชิ ซาชิมิเพียงอย่างเดียว เพราะเมนูแนวตะวันตกที่นี่ทานง่ายและถูกปากทุกคน เหมาะสำหรับการคุยโปรเจกต์ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์หรือการสานสัมพันธ์ในบรรยากาศที่เป็นกันเองแต่ยังดูดี หากคุณต้องการร้านที่เดินทางสะดวก มีที่จอดรถครบ และมีโต๊ะที่กว้างพอสำหรับวางเอกสารหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ที่นี่คือจุดนัดพบที่ช่วยให้มื้อกลางวันของคุณราบรื่นและดูมีรสนิยมเลยล่ะ

Ma MAISON

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

Room 304 3rd Fl, 107 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/mamaison-bangkok/

6. 298 Nikuya Yakiniku

บรรยากาศร้าน

ถ้าต้องการบรรยากาศที่เป็นกันเองแต่ยังดูแพง ร้าน 298 Nikuya Yakiniku ในซอยสุขุมวิท 41 คือจุดนัดพบที่สายเนื้อต้องประทับใจแน่นอน ร้านนี้สลัดภาพร้านปิ้งย่างควันโขมงออกไปจนหมดสิ้น เพราะที่นี่ตกแต่งร้านได้เท่และขรึมในสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีการจัดการระบบดูดควันได้อย่างยอดเยี่ยมจนไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นติดชุดหลังคุยงานเสร็จ ที่นี่เหมาะสำหรับมื้อกลางวันเชิงธุรกิจเพราะมีโซนที่นั่งที่เป็นส่วนตัวพอสมควร ช่วยให้การเจรจาธุรกิจดำเนินไปพร้อมกับการลิ้มรสเนื้อย่างคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศที่ดูเป็นมืออาชีพและภูมิฐาน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ไฮไลท์ที่ต้องสั่งคือเนื้อวากิวคัดเกรดพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูเนื้อส่วนท้องหรือสันนอกที่มีลายไขมันแทรกสวยงามเหมือนหินอ่อน ซึ่งทางร้านจะแนะนำวิธีการย่างที่ดึงรสชาติออกมาได้ดีที่สุด หรือถ้าอยากสะดวกในมื้อเที่ยง เซ็ตเมนูยากินิกุที่จัดมาครบทั้งเนื้อส่วนต่าง ๆ ข้าว ซุป และเครื่องเคียงก็นับว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่คุ้มค่ามาก เพราะเนื้อทุกคำมีความนุ่มแทบละลายในปากและรสชาติคงเส้นคงวามาก

ช่วงราคา

ระดับราคามื้อกลางวันต่อหัวเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกเนื้อเกรดพรีเมียมขนาดไหน ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับการสร้างความประทับใจให้พาร์ทเนอร์สายกิน

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

แนะนำเลยว่าร้านนี้เหมาะสำหรับนัดคุยงานกับลูกค้าที่ชอบสไตล์ลุยๆ หรือพาร์ทเนอร์วัยทำงานที่อยากทานอะไรที่อิ่มท้องและมีพลัง การนั่งปิ้งเนื้อไปคุยงานไปช่วยลดความตึงเครียดของการเจรจาได้ดีมาก และยังแสดงให้เห็นว่าคุณให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาเลี้ยงรับรอง หากลูกค้าของคุณเป็นคนรักเนื้อ การพามาที่นี่จะช่วยสร้างความสนิทสนมและแต้มต่อในธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

298 Nikuya Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/298-nikuya-yakiniku/

7. FukuFuku

บรรยากาศร้าน

หากคุณกำลังมองหาความเรียบง่ายที่ไม่ธรรมดาเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำความรู้จักกับคู่ค้ารายใหม่ ร้านฟุกุ ฟุกุ (FukuFuku) ในอาคาร UBC 2 คือร้านที่จะช่วยให้บรรยากาศการคุยงานดูผ่อนคลายแต่ยังมีรสนิยม ร้านนี้ตกแต่งให้บรรยากาศร้านแบบอิซากายะ มีการจัดวางที่นั่งมีความโปร่งสบาย ไม่ทำให้รู้สึกว่ากำลังอยู่ในห้องที่กดดัน ช่วยลดกำแพงระหว่างกันได้ดีมาก เหมาะสำหรับการเริ่มต้นบทสนทนาธุรกิจแบบเป็นกันเองที่ต้องการความลื่นไหลและไม่ทางการมากเกินไป

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องสั่งและมักจะได้รับคำชมเสมอคือ ยากิโทริ หรือไก่ย่างเสียบไม้ที่ย่างมาได้หอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ หรือหากต้องการความหลากหลายแนะนำให้ลองสั่งเซ็ตซูชิพรีเมียมที่คัดเลือกปลาตามฤดูกาลมาอย่างดี จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันในการนำเสนออาหารแต่ละจานที่ดูสวยงามสะอาดตา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความใส่ใจของคุณได้โดยอย่างดี รสชาติอาหารของร้านนี้เน้นความสมดุลและคุณภาพวัตถุดิบที่สดใหม่ ทำให้เป็นมื้อกลางวันที่สร้างความประทับใจได้ไม่ยาก

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ถือว่าเป็นระดับราคาที่เป็นมิตรมากเมื่อเทียบกับทำเลและคุณภาพที่ได้รับ เหมาะสำหรับการเลี้ยงรับรองในระดับที่ดูดีแต่ไม่ทำให้แขกฝั่งตรงข้ามรู้สึกเกร็งจนเกินไป

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้จะตอบโจทย์มากหากคุณต้องการนัดคุยงานกับลูกค้ากลุ่มที่ชอบความง่ายแต่มีคุณภาพ หรือคู่ค้าสายไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการบริการที่เป็นธรรมชาติ หากวันนั้นบทสนทนาต้องการความเป็นกันเองและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว บรรยากาศของ FukuFuku จะช่วยส่งเสริมให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางมื้ออาหารที่ยอดเยี่ยม

FukuFuku

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

ส.-อา. 11:30–15:00 น. และ 17:30–22:30 น.

ที่อยู่

UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/fukufuku/

8. YAKINIKU HIROSHIMA

บรรยากาศร้าน

หากกำลังมองหาร้านปิ้งย่างที่มอบความเป็นส่วนตัวขั้นสุดในบรรยากาศสุขุมใจกลางสุขุมวิท Yakiniku Hiroshima บนถนนสุขุมวิท 52 คือหมุดหมายที่เหล่าคนทำธุรกิจเลือกใช้เป็นที่คุยงานอยู่เสมอ ร้านนี้โดดเด่นมากเรื่องการจัดวางที่นั่งที่เน้นความเป็นส่วนตัว โดยมีห้องแยกที่เป็นสัดส่วนชัดเจน ทำให้สามารถคุยรายละเอียดงานหรือตัวเลขสำคัญกับพาร์ทเนอร์ได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลว่าโต๊ะข้างๆ จะได้ยิน บรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ดูแพงแต่ไม่เกร็งจนเกินไป แสงไฟสลัวช่วยสร้างสมาธิและการสนทนาที่ลึกซึ้งได้ดีเยี่ยม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งคือเนื้อวากิวที่ส่งตรงจากฮิโรชิมะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องไขมันแทรกที่ละเอียดละออและรสชาติที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือเนื้อส่วนสันนอกที่เชฟคัดเกรดมาอย่างดี เพียงแค่ย่างพอสุกเนื้อจะมีความหวานฉ่ำและละลายในปากทันที นอกจากนี้ยังมีเมนูลิ้นวัวหั่นหนาที่นุ่มเด้งสู้ฟัน รวมถึงน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้านที่ช่วยชูรสเนื้อให้โดดเด่นขึ้นไปอีกระดับ การนำเสนออาหารแต่ละจานมีความประณีตสะท้อนถึงรสนิยมของผู้ที่เลือกมาร้านนี้ได้เป็นอย่างดี

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวสำหรับมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้ใช้พื้นที่ส่วนตัวและลิ้มรสเนื้อเกรดพรีเมียมที่หาทานได้ยากในร้านทั่วไป

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดคุยงานกับลูกค้าคนสำคัญที่ชอบความเป็นส่วนตัวในระดับสูง หรือพาร์ทเนอร์ที่ต้องการความสงบเพื่อลงรายละเอียดของสัญญาสำคัญ หากคุณต้องการแสดงออกถึงความใส่ใจและความพิเศษในการเลือกสถานที่ต้อนรับ การเลือกร้านนี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพที่พิถีพิถันของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และทำให้การเจรจาธุรกิจครั้งนี้จบลงด้วยความประทับใจทั้งเรื่องงานและเรื่องรสชาติ

YAKINIKU HIROSHIMA

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

ถนนสุขุมวิท 42 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-hiroshima/

9. Tensui

บรรยากาศร้าน

ถ้าต้องการบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกถึงความหรูหราแบบดั้งเดิมและการต้อนรับอย่างมีระดับ ขอแนะนำตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างร้าน Tensui ในซอยสุขุมวิท 16 ตัวร้านตั้งอยู่ในบ้านไม้เก่าท่ามกลางสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่จัดแต่งอย่างประณีต ให้ความรู้สึกสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกทันทีที่เดินเข้ามา บรรยากาศภายในร้านมีความขรึมและเป็นทางการสูงมาก โดยเฉพาะห้องส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อการรองรับแขกผู้ใหญ่หรือการเจรจาธุรกิจที่ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด ช่วยให้ภาพลักษณ์ของการพูดคุยดูมีความน่าเชื่อถือและให้เกียรติคู่ค้าอย่างมาก

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ขึ้นชื่อและถือเป็นซิกเนเจอร์คือ คอร์สสไตล์ไคเซกิ (Kaiseki Course) ที่จัดวางมาอย่างวิจิตรบรรจงสะท้อนถึงศิลปะในแต่ละฤดูกาล แต่สำหรับมื้อเที่ยงที่ต้องการความกระชับ เซ็ตเมนูอย่างข้าวหน้าปลาดิบรวมพรีเมียมหรือชุดเทมปุระที่ทอดมาได้กรอบและเบาก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก วัตถุดิบทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างเข้มงวด รสชาติมีความนิ่งและสุขุมแบบต้นตำรับแท้ๆ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าชาวญี่ปุ่นหรือผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ไม่ยาก

ช่วงราคา

สำหรับงบประมาณต่อหัวในช่วงมื้อกลางวันจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อแลกกับบรรยากาศและการบริการระดับพรีเมียมและเป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกขั้นตอน

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดพบคู่ค้าระดับผู้บริหารหรือแขกคนสำคัญที่คุณต้องการสร้างความประทับใจในครั้งแรก หากคุณมีดีลธุรกิจที่ค่อนข้างจริงจังหรือต้องการสถานที่ที่ช่วยเสริมบารมีและแสดงถึงความมั่นคงของบริษัท ร้าน Tensui คือคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุดในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นย่านสุขุมวิท

Tensui

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

33 ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

10. SUSHI RIN

บรรยากาศร้าน

หากมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง SUSHI RIN ในซอยสุขุมวิท 31 เป็นร้านที่สามารถยกระดับมื้อกลางวันธรรมดาให้กลายเป็นการเจรจาธุรกิจที่มีชั้นเชิงได้ บรรยากาศร้านเน้นความสว่างและโปร่งสบายด้วยการใช้ไม้สีอ่อนแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ ให้ความรู้สึกสะอาดตาและดูมีความเป็นระเบียบเรียบง่าย จุดที่น่าประทับใจคือความเป็นสัดส่วนที่ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป ทำให้คุณและคู่ค้าสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือลงรายละเอียดในเอกสารได้โดยที่ยังรู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศที่ดูเป็นมิตรแต่ก็ยังคงความน่าเชื่อถือเอาไว้

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์และสร้างชื่อให้กับร้านคือซูชิที่เน้นความสดของปลาตามฤดูกาลที่เชฟคัดมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะการปรุงรสข้าวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ช่วยดึงรสหวานของเนื้อปลาออกมาได้อย่างโดดเด่น เมนูแนะนำที่ควรสั่งคือเซ็ตซูชิพรีเมียมมื้อกลางวันที่จะประกอบไปด้วยปลาเกรดดีหลายชนิด เสิร์ฟพร้อมซุปและเครื่องเคียงที่จัดมาอย่างพอเหมาะพอดี รสชาติมีความสมดุลและมีความละเมียดละไมในทุกคำ ซึ่งสิ่งนี้เองที่ช่วยส่งต่อความรู้สึกว่าคุณได้คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาเพื่อต้อนรับคู่ค้าคนสำคัญ

ช่วงราคา

สำหรับราคาเฉลี่ยต่อหัวในมื้อกลางวันจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับวัตถุดิบนำเข้าระดับนี้และการบริการที่อบอุ่นเป็นกันเอง

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนัดคุยธุรกิจกับลูกค้าที่เน้นความร่วมสมัยและชอบความคล่องตัว หรือคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหารเหนือสิ่งอื่นใด หากคุณอยากได้ร้านที่ดูดี มีระดับ แต่ไม่ดูเป็นทางการจนน่าอึดอัด SUSHI RIN จะเป็นสถานที่ที่ช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้การเจรจาธุรกิจของคุณจบลงด้วยความประทับใจทั้งในเรื่องงานและเรื่องรสชาติอาหาร

SUSHI RIN

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 18:00–22:00 น.

ส.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

571 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110