10 ร้านอาหารญี่ปุ่นสยามพารากอน (Siam Paragon) มัดรวมร้านดังคิวยาว อร่อยฟินกินเพลิน

20.06.2026 (Updated: 24.06.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นสยามพารากอน (Siam Paragon) มัดรวมร้านดังคิวยาว อร่อยฟินกินเพลิน

หากกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติพรีเมียมใจกลางเมือง สยามพารากอนคือพิกัดชั้นยอดที่รวบรวมความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ซูชิสายพานยอดฮิต ข้าวหน้าปลาดิบสดใหม่ แฮมเบิร์กย่างเตาถ่าน ไปจนถึงชาบูเนื้อวากิวละลายในปาก วันนี้เลยขออาสาพาไปเปิดลายแทงความอร่อยกับร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาดที่สยามพารากอน รับรองว่าตอบโจทย์ทั้งมื้อด่วนในวันรีบๆ และมื้อพิเศษในบรรยากาศเป็นส่วนตัวแน่นอน

1. Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon

Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon พิกัดสำหรับสายอาหารญี่ปุ่นตัวจริง เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในร้าน สิ่งแรกที่จะสะดุดตาคือครัวแบบเปิดสไตล์ Live Kitchen ที่มีตาโรบาตายากิ (Robatayaki) ตั้งอยู่กลางร้าน เราจะได้ยินเสียงเชฟปรุงอาหาร กลิ่นหอมอบอวลของเตาถ่านชาโคล และควันจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูกให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในย่านโอซาก้า ร้านนี้ถือเป็นหมุดหมายที่รวมเอาสี่เสาหลักของอาหารญี่ปุ่นอย่าง การย่างเตาถ่านแบบโรบาตะ ข้าวหุงหม้อดินรสละมุน น้ำซุปดาชิสูตรเข้มข้น และปลาสดตามฤดูกาลมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มอบประสบการณ์การกินอาหารที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับไลน์อาหารบอกเลยว่าจัดเต็มมาก ตั้งแต่ซูชิคำโต ซาชิมิสดเด้ง จนถึงเมนูย่างถ่านที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของร้าน เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาดคือ KAGUYA Premium Seafood Don ข้าวหน้าปลาดิบรวมระดับพรีเมียมที่จัดเครื่องมาจนล้นชามที่ให้บริการตั้งแต่มื้อกลางวัน หรือถ้าใครชอบแนวปลาเผาแบบดั้งเดิม ต้องลองปลาโนโดกุโระย่างเกลือ ที่เชฟย่างบนเตาถ่านจนหนังกรอบเนื้อในฉ่ำหวาน นอกจากนี้ยังมีชุดปลาเนื้อขาวหมักมิโซะไซเคียว รสชาติกลมกล่อมเค็มๆ หวานๆ ยิ่งได้ทานคู่กับข้าวหุงหม้อดินร้อนๆ แล้วราดน้ำซุปดาชิปิดท้ายตามสไตล์โอชาซึเกะ (Ochazuke) จะช่วยชูรสชาติของมื้ออาหารให้อร่อยขึ้นไปอีกขั้น

ในส่วนของงบประมาณสำหรับมื้อพิเศษนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกสั่งเป็นเซตอาหารกลางวัน ข้าวหน้าปลาดิบ หรือจะจัดเต็มกับวัตถุดิบพรีเมียมตามน้ำหนักอย่างปลาคิงกิและกุ้งทะเลธรรมชาติย่างเกลือ ถือว่าเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบระดับตั๋วเครื่องบินตรงจากญี่ปุ่นและการบริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด

Robata Kitaro Sushi KAGUYA Siam Paragon

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-11:00 PM

ที่อยู่

991 Unit 428 Fl.4, Eatelier Siamparagon, ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/robata-kitaro-sushi-kaguya-siam-paragon/

2. Hikiniku to come

Hikiniku to come พร้อมมอบประสบการณ์การทานแฮมเบิร์กที่ส่งตรงความอร่อยมาจากประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นของร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้คือแนวคิดที่เน้นความสดใหม่ในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การบดเนื้อสัตว์แบบสดๆ การปั้นก้อนเนื้อด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และการนำไปย่างบนเตาถ่านชาโคลร้อนๆ ทันที บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีที่นั่งล้อมรอบเตาที่ทำให้เราสามารถนั่งมองเชฟปั้นและย่างเนื้อแฮมเบิร์กชิ้นต่อชิ้นได้อย่างเพลิดเพลิน พร้อมกลิ่นหอมของเนื้อย่างที่อบอวลไปทั่วทั้งร้าน ชวนให้รู้สึกเจริญอาหารตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปนั่ง

สำหรับอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นรูปแบบเซตเมนู ซึ่งในหนึ่งเซตจะประกอบไปด้วยเนื้อแฮมเบิร์กพรีเมียมขนาด 90 กรัม จำนวน 3 ชิ้น โดยทางร้านจะทยอยเสิร์ฟทีละชิ้นเพื่อให้ได้ลิ้มรสเนื้อที่เพิ่งย่างเสร็จใหม่ๆ ในอุณหภูมิที่ดีที่สุด ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ เมล็ดนุ่มฟูที่หุงสดใหม่จากหม้อฮากามะแบบเติมฟรีไม่อั้น ซุปมิโซะร้อนๆ และไข่ไก่สดเกรดพรีเมียม นอกเหนือจากนี้ยังมีเครื่องปรุงรสและซอสสูตรซิกเนเจอร์หลากหลายสไตล์ให้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เพื่อสร้างรสชาติเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นซอสโชยุสูตรโฮมเมดคู่กับหัวไชเท้าขูด ซอลท์เท็ดเลมอน (Salted Lemon) พริกเขียวในน้ำมันมะกอก กระเทียมชิปส์ และซอสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น

ส่วนค่าใช้จ่ายในการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่สยามพารากอนแห่งนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 600-700 บาท ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบ ความใส่ใจในทุกกรรมวิธีการปรุง และปริมาณที่อิ่มท้องกำลังดีกับเซตแฮมเบิร์กเตาถ่านระดับตำนานที่ครองใจเหล่านักชิมมาแล้วมากมาย

Hikiniku to come

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-9:30 PM

ที่อยู่

G-04, G Floor, Siam Paragon Shopping Center, 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. SUSHI SEKI

SUSHI SEKI ตั้งอยู่บริเวณชั้น G ของห้าง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโปร่งสบายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นตามสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้กลายเป็นขวัญใจของคนชอบทานปลาดิบคือการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงระดับพรีเมียมเทียบเท่าคอร์สโอมากาเสะ มีของดีคัดสรรตามฤดูกาลส่งตรงจากตลาดปลามาเสิร์ฟให้ทานในรูปแบบอลาคาร์ทและเซตเมนูที่เข้าถึงง่าย แถมยังมีจุดดึงดูดใจตรงการจัดโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษอยู่บ่อยๆ ทำให้สามารถนั่งทานของอร่อยคุณภาพสูงได้แบบสบายใจ ไม่ต้องบินไปไกลถึงโตเกียว

ในส่วนของเมนูอาหารเรียกได้ว่าตอบโจทย์ทั้งสายซูชิ ซาชิมิ และเมนูจานร้อน โดยมีจานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องลองอย่าง Ocean’s 8 Premium Sashimi Set เซตปลาดิบรวมเนื้อหนาเต็มคำที่จัดหมึก ปลาแซลมอน ทูน่า และหอยเชลล์ฮอกไกโดมาแบบสดใหม่ หรือถ้าใครชอบความหลากหลายขยับไปจานใหญ่อย่าง Grand Ocean Sashimi Set ก็ฟินไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูโรลฟิวชั่นยอดฮิตอย่าง Chutoro and Salmon Super Roll และข้าวหน้าล้นอย่าง Tennen No.1 Donburi ที่อัดแน่นด้วยชูโทโร่ อากามิ อิกุระไซส์ใหญ่ และอูนิเนื้อหวาน ละมุนลิ้น ส่วนสายเนื้อก็มีตัวเลือกเด็ดอย่าง Kinsho A5 Ibaraki Hamburg แฮมเบิร์กเนื้อวากิวฉ่ำๆ ที่เลือกซอสราดได้ตามใจชอบ

สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกสั่งเป็นเมนูจานเดี่ยว ข้าวหน้าปลาดิบ หรือเลือกจัดเต็มกับเซตซาชิมิพรีเมียมไซส์ใหญ่ที่มักจะจัดราคาพิเศษแบบคุ้มค่า ถือเป็นระดับราคาที่สมน้ำสมเนื้อและคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง เดินทางสะดวก และคุณภาพของเนื้อปลาที่สดหวานละมุนในทุกๆ คำที่ได้สัมผัส

SUSHI SEKI

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

5th Floor, Siam Paragon, ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

4. HITORI SHABU

HITORI SHABU ชวนให้หลงใหลไปกับกลิ่นอายของหมู่บ้านโบราณในประเทศญี่ปุ่นที่คละคลุ้งไปด้วยความหอมหวนของน้ำซุปหม้อไฟ โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์การทานชาบูชาบูและสุกียากี้แบบหม้อเดี่ยวส่วนตัว ตอบโจทย์คนที่ชอบความคล่องตัวและอยากใช้เวลาละเลียดความอร่อยในแบบของตัวเอง บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบหรู อบอุ่น มีที่นั่งเคาน์เตอร์บาร์ให้ได้เพลิดเพลินกับการจุ่มลวกวัตถุดิบตรงหน้า เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างดังอย่างสยามพารากอนที่เน้นส่งมอบปรัชญาแห่งการให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับได้หลุดเข้าไปนั่งกินในร้านต้นตำรับที่ญี่ปุ่นจริงๆ

ความพิเศษที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อพรีเมียมระดับ A5 โดยมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างเนื้อวากิวสายพันธุ์อะคิตะ (Akita A5) จากทางตอนเหนือของญี่ปุ่นที่มีไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนสวยงาม เนื้อนุ่มฉ่ำละลายในปาก และยังมีเนื้อชาบูตง (Zabuton A5) เสริมทัพความฟิน ส่วนใครชอบทานสุกียากี้ ที่นี่เสิร์ฟสไตล์คันไซแท้ๆ ที่จะผัดเนื้อให้หอมก่อนปรุงรสด้วยน้ำตาลชูซาราโตะและโชยุเข้มข้นจนน้ำซุปเคลือบเนื้ออย่างงดงาม ทานคู่กับข้าวพรีเมียมสายพันธุ์ยูเมะพิริกะ (Yumepirika) จากฮอกไกโดและไข่ไก่สดญี่ปุ่น โดยในหนึ่งเซตจะมาพร้อมกับชุดผักรวม เครื่องเคียง และไอศกรีมรสชาติเนียนนุ่มปิดท้ายมื้อ

สำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 400 บาทสำหรับเซตหมูคุโรบูตะ ไปจนถึง 1,200 บาทขึ้นไปสำหรับสายเนื้อวากิวพรีเมียมตัวจริง ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานวัตถุดิบตั๋วเครื่องบินตรง และการเดินทางที่สะดวกสบายใจกลางสยามพารากอน เหมาะสำหรับการมาให้รางวัลตัวเองในวันสบายๆ หรือมื้อพิเศษที่ต้องการความอบอุ่นละมุนใจในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง

HITORI SHABU

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

Siam Paragon, G Fl, 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Fumi Japanese Cuisine

Fumi Japanese ชวนให้หลงใหลไปกับกลิ่นอายความคลาสสิกของร้านอาหารญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้คือการรังสรรค์เมนูโดยเชฟมืออาชีพจากประเทศญี่ปุ่นที่พกพาประสบการณ์ระดับการันตีด้วยรางวัลมิชลินสตาร์ บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความประณีตและการบริการระดับพรีเมี่ยม มุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงส่งตรงมาอย่างสดใหม่ เพื่อเปลี่ยนทุกคำของอาหารให้กลายเป็นความอร่อยที่สมบูรณ์แบบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายใจ และคงความเรียบหรูตามแบบฉบับญี่ปุ่น

เมนูอาหารของที่นี่ค่อนข้างมีความหลากหลายสูงและตอบโจทย์ทุกกลุ่มชิม ไม่ว่าจะเป็นสายกินคลีนกับขบวนอาหารมังสวิรัติอย่างเต้าหู้ญี่ปุ่นทอดราดซอสเห็ดกับผักรวม หรือข้าวห่อสาหร่ายไส้ผักรสชาติดี ส่วนใครที่อยากลองจานซิกเนเจอร์ขอแนะนำกลุ่มเบนโตะยอดนิยมอย่าง ไคเซกิ เบนโตะ (Kaiseki Bento) ที่จัดอาหารมาแบบประณีตครบรส หรือจะเป็นข้าวนึ่งหน้าปูอลาสก้าข้าวนึ่งหน้าเนื้อวากิวที่หอมกรุ่นรสชาติเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีซูชิฟิวชั่นและจานร้อนแปลกใหม่อย่าง ข้าวปั้นเนื้อวากิวภูเขาไฟ ซูชิบอมบ์ ข้าวซูชิหน้าตับห่านคู่กับปลาฮามาจิปลาแซลมอน ตลอดจนเนื้อวากิวย่างบนหินภูเขาไฟและเมนูย่างบนใบโฮบะที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจเป็นพิเศษ

ในส่วนของงบประมาณสำหรับมื้อพิเศษนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-1,500 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ราคาจะผันเปลี่ยนไปตามรูปแบบเมนูที่เราเลือกสรร หากเน้นทานเป็นข้าวหน้าแกงกะหรี่ ของทานเล่น หรือราเมงอุ่นๆ ก็จะอยู่ในระดับราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียงหลักร้อยต้นๆ แต่ถ้าต้องการจัดเต็มกับชุดปลาดิบพรีเมี่ยม สเต็กปูทาราบะ หรือชาบูชาบูเนื้อวากิวระดับพรีเมี่ยม ราคาก็จะขยับขึ้นตามความพรีเมี่ยมของวัตถุดิบ ซึ่งราคาในเมนูยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการเพิ่มเติม ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มราคาสำหรับมื้ออาหารคุณภาพใจกลางเมือง

Fumi Japanese Cuisine

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

37 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

6. The Grill Tokyo

The Grill Tokyo พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความคลาสสิกและเรียบหรูสมฐานะหนึ่งในร้านอาหารเก่าแก่ที่อยู่คู่กับห้างสยามพารากอนมาอย่างยาวนาน เมื่อก้าวเข้ามาภายในร้านจะสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในสไตล์ดั้งเดิม โดดเด่นด้วยตู้กระจกแสดงวัตถุดิบอาหารทะเลสดใหม่ที่ส่งตรงมาจากตลาดขายส่งใจกลางประเทศญี่ปุ่นอย่างรวดเร็วเพื่อให้คงความสดสูงสุด บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่น เหมาะทั้งสำหรับการมาทานมื้อกลางวันแบบเร่งรีบหรือการดื่มด่ำกับมื้อค่ำสุดพิเศษในบรรยากาศที่เป็นกันเองแบบผู้ใหญ่

ไลน์อาหารของร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้มีความหลากหลายและประณีตมาก มีเมนูแนะนำประเภทปลาดิบอย่าง Hirame Usuzukuri ปลาตาเดียวสไลซ์บางเสิร์ฟคู่กับซอสพอนสึ หรือหากอยากจัดเต็มก็มีเซตปลาดิบรวมซิกเนเจอร์อย่าง Sashimi Mori Gokujo ที่รวบรวมเนื้อปลาส่วนท้องไขมันแทรกแน่นๆ และหอยเชลล์ชิ้นโตมาเสิร์ฟแบบสดหวาน นอกจากนี้ยังมีเมนูซูชิที่เชฟใช้ข้าวนำเข้าปรุงด้วยน้ำส้มสายชูหมักพิเศษอย่าง Saiga Ginjo Su ทานคู่กับเกลือทะเล Mo-Shio จากเกาะอาวาจิ ส่วนสายเนื้อต้องไม่พลาด Kagoshima Beef Yakiniku Zen หรือเนื้อวากิวระดับท็อปอย่างเนื้อโกเบและเนื้อมัตสึซากะที่นำมาย่างบนหินร้อนเพื่อให้ได้ความฉ่ำละลายในปาก

สำหรับเรื่องงบประมาณในการมาลิ้มลองความอร่อยที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 700-2,500 บาทขึ้นไป โดยหากเลือกสั่งเป็นชุด Lunch Set 4 คอร์สในช่วงกลางวัน จะสามารถอิ่มอร่อยในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเริ่มต้นที่ 700 บาทเท่านั้น แต่ถ้าหากเลือกสั่งเป็นเมนูอลาคาร์ทระดับท็อปอย่างเซตปลาดิบพรีเมียม ซูชิหน้าเนื้อวากิว หรือสเต็กเนื้อนำเข้า ราคาจะขยับขึ้นตามความพรีเมียมของวัตถุดิบ เป็นเรทราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับประสบการณ์อาหารระดับตำนานใจกลางเมือง

The Grill Tokyo

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 AM-9:30 PM

ที่อยู่

G17 – G18, 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

7. AOI Japanese Restaurant

AOI เป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานที่อยู่เคียงคู่กับห้างสยามพารากอนมายาวนานจนหลายคนยกให้เป็นร้านโปรดในดวงใจ จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อเดินเข้าไปคือบรรยากาศที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก การตกแต่งร้านใช้ไม้และโทนสีอบอุ่นตามสไตล์ดั้งเดิม แตกต่างจากความวุ่นวายภายนอกห้างอย่างสิ้นเชิง ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะแก่การมานั่งทานข้าวคุยกันเงียบๆ รสชาติอาหารของที่นี่เน้นความขนานแท้แบบดั้งเดิม ไม่มีการดัดแปลงจนเสียเอกลักษณ์ วัตถุดิบทุกอย่างผ่านการคัดสรรมาด้วยความประณีต ทำให้แต่ละจานที่เสิร์ฟออกมามีมาตรฐานที่สูงและคงเส้นคงวามาโดยตลอด

สำหรับรายการอาหารมีให้เลือกหลากหลายจุใจตั้งแต่ของทานเล่นไปจนถึงชุดอาหารจานหลัก เมนูแนะนำที่อยากให้ลองเลยคือบรรดาข้าวกล่องและชุดอาหารกลางวันสุดคุ้มอย่าง Sandan jyu ซึ่งเป็นอาหารชุดสามกล่องที่รวมเอาทั้งของย่าง ของต้ม ของทอด และปลาดิบมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว หรือหากใครชอบแนวข้าวหน้าปลาดิบและข้าวห่อสาหร่าย Hokkai chirashi จานเด็ดที่อัดแน่นไปด้วยไข่ปลาแซลมอนบนข้าวซูชิรสดีก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย ส่วนสายเส้นต้องลองสั่งเส้นอุด้งอินานิวะที่มีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ หรือเมนูยอดฮิตอย่าง Wagyu Avocado maki เนื้อวากิวห่อข้าวซูชิไส้อะโวคาโดที่เคี้ยวเต็มคำและรสชาติเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 600-1,500 บาทขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและประเภทของอาหารที่เลือกสั่ง หากมาทานเป็นเซตอาหารกลางวันหรือข้าวหน้าปลาต่างๆ ราคาจะเริ่มต้นค่อนข้างเป็นมิตรตลับละไม่กี่ร้อยบาท แต่ถ้าต้องการขยับไปจัดเต็มกับวัตถุดิบพรีเมียมอย่างชุดชาบูเนื้อวากิวญี่ปุ่นหรือเซตเบนโตะอลังการ ราคาก็จะขยับสูงขึ้นตามคุณภาพ แต่รับรองว่าความอร่อยและความเป็นส่วนตัวที่ได้รับคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน

AOI Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ., อา. 11:00 AM-2:00 PM และ 5:30 PM-9:30 PM

ส. 11:00 AM-9:30 PM

ที่อยู่

991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

8. Fuji Restaurant

Fuji Restaurant เป็นหนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับแฟมิลี่ที่คุ้นเคยกันดี เหมาะอย่างยิ่งหากใครกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นในสยามพารากอนที่ไว้ใจได้ในเรื่องมาตรฐาน บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง สบายตา และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งมื้อแห่งการสังสรรค์ในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน จุดเด่นที่สำคัญคือความพิถีพิถันในการเลือกสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อมื้ออาหารที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ดีที่ปลูกแบบออร์แกนิคอุดมสมบูรณ์ในแถบเชียงราย หรือการเสิร์ฟชาเขียวญี่ปุ่นแท้กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ในขวดทรงไม้ไผ่ที่ทุกคนคุ้นตา ยิ่งเสริมให้มื้ออาหารมีความพิเศษและคุ้มค่าอย่างยิ่ง

สำหรับเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความชอบได้อย่างครบครัน เมนูยอดฮิตตลอดกาลที่ไปแล้วต้องสั่งคือกลุ่มปลาดิบและข้าวปั้นอย่าง Sashimi & Sushi Combo ในชุดดีลักซ์หรือชุดพรีเมียมที่จัดเต็มเนื้อปลาชิ้นพอดีคำสดใหม่ ส่วนใครชอบทานผักก็มี ยำสลัดปลาทูน่า รสจัดจ้านกำลังดี และยำสลัดอะโวคาโดให้เลือกทาน เมนูแนะนำอื่นๆ ที่พลาดไม่ได้ก็มีทั้ง เกี๊ยวซ่า ทาโกะยากิ หรือจะเลือกอิ่มท้องแบบพอดีกับเซตสุดคุ้มอย่างชุดอาหารกล่องฟูจิปลาดิบเสิร์ฟคู่กับไข่ตุ๋นเนื้อเนียน นอกจากนี้ยังมีเมนูเส้นอย่างโซบะเย็นกุ้งเทมปุระ และตบท้ายด้วยของหวานรสละมุนอย่างไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงให้ฟินกันจนจบมื้อ

ในส่วนของเรื่องงบประมาณในการมาทานที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-700 บาท ขึ้นอยู่กับว่าสั่งเป็นเมนูจานเดี่ยว ชุดอาหารกล่องเบนโตะ หรือสั่งของทานเล่นมาแชร์ร่วมกันในโต๊ะ ราคาถือว่าสมเหตุสมผลและจับต้องได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับที่ตั้งของร้านที่อยู่ใจกลางสยามพารากอน ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นที่อร่อย คุ้มค่า เดินทางสะดวก และเหมาะสำหรับการมาเติมเต็มความสุขในวันสบายๆ ร่วมกับทุกคน

Fuji Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

991 อาคารศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้นจี ห้องเลขที่ จี 03 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

9. SUSHIRO

SUSHIRO พร้อมต้อนรับด้วยประสบการณ์ความอร่อยจากร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทซูชิสายพานอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีสาขามากมายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและสนุกสนานตามสไตล์ร้านซูชิสายพานยุคใหม่ โดยจุดเด่นของที่นี่คือระบบการบริการที่ทันสมัย สามารถหยิบจานอาหารที่ชื่นชอบจากสายพานที่เลื่อนผ่านหน้าได้โดยตรง หรือจะเลือกสั่งผ่านหน้าจอแท็บเล็ตประจำโต๊ะเพื่อให้จานอาหารแล่นมาจอดตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นพิกัดยอดนิยมในห้างสยามพารากอนที่เหมาะสำหรับทุกกลุ่มชิม ไม่ว่าจะมาทานคนเดียวแบบเร่งรีบ หรือมาล้อมวงสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวในวันสบายๆ

ไลน์เมนูซูชิและของทานเล่นได้รับการแบ่งกลุ่มตามสีของจานเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกทาน จานเด็ดซิกเนเจอร์ที่สายปลาดิบไม่ควรพลาดเลยก็คือกลุ่มเนื้อปลาทูน่าที่มีให้เลือกตั้งแต่ทูน่าเนื้อแดง ทูน่าส่วนท้องไขมันแทรกนุ่มละมุนอย่างโอโทโร่และชูโทโร่ หรือจะเลือกฟินกับเมนูแซลมอนหลากสไตล์ที่มีทั้งแบบสดและแบบเบิร์นไฟท็อปด้วยซอสต่างๆ นอกเหนือจากซูชิคำโตแล้ว เมนูเคียงบนสายพานก็มีทีเด็ดไม่แพ้กัน เช่น ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม ราเมงซุปเข้มข้นอุ่นๆ ของทอดกรุบกรอบอย่างเทมปุระ และปิดท้ายมื้อด้วยของหวานรสชาติดีอย่างเค้กแมงโก้ครีมพาราไดส์หรือไอศกรีมหลากหลายรสชาติ

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนจานและประเภทวัตถุดิบที่เราเลือกหยิบ โดยราคาอาหารจะเริ่มต้นเบาๆ เพียงหลักสิบต้นๆ แบ่งตามสีของจานเริ่มต้นที่จานสีขาว 30 บาท จานสีแดง 40 บาท จานสีเงิน 60 บาท จานสีทอง 80 บาท และขยับไปที่วัตถุดิบพรีเมียมในจานสีดำ 100 บาท ถือว่าเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับการมาทานร้านอาหารญี่ปุ่นในสยามพารากอน เพราะสามารถคุมงบประมาณได้ด้วยตัวเองและได้ทานวัตถุดิบที่สดใหม่ได้มาตรฐานอยู่เสมอ

SUSHIRO

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 AM-10:00 PM

ที่อยู่

4th Floor 991 Siam Paragon Shopping Center building Siam Paragon Shopping Center Unit 423A ถ. พระรามที่ 1 Pathumwan, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

10. Kiwamiya (Open 07/2026)

Kiwamiya at Siam Paragon นำเสนอประสบการณ์การทานแฮมเบิร์กรูปแบบใหม่ที่ส่งตรงมาจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้คือการเปิดโอกาสให้เหล่านักชิมได้สวมบทบาทเป็นเชฟย่างเนื้อด้วยตัวเอง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกคึกคักและสนุกสนาน มีกลิ่นอายความหอมกรุ่นของเนื้อที่ถูกจี่ลงบนเตาเทปปันแผ่กระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ แต่ละที่นั่งจะมีระบบเตาร้อนส่วนตัวพร้อมอุปกรณ์ย่างครบมือ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้คีบเนื้อลงไปย่าง เหมาะมากสำหรับใครที่ชอบทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์และต้องการมีส่วนร่วมในการครีเอทรสชาติรวมถึงระดับความสุกในแบบที่ตนเองปรารถนา โดยทางร้านเตรียมพร้อมที่จะเปิดให้บริการเสิร์ฟความอร่อยเต็มรูปแบบที่สยามพารากอนในเดือนกรกฎาคมปี 2026 นี้

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์อันดับหนึ่งของร้านคือ คิวามิยะ แฮมเบิร์ก ที่ทำมาจากเนื้อวากิวแท้ 100% ปั้นสดด้วยมือชิ้นต่อชิ้นเสิร์ฟมาในระดับเรร์เพื่อให้เราไปจี่ต่อบนเตาร้อนให้สุกตามใจชอบ ทานคู่กับซอสสูตรเด็ดที่มีให้เลือกถึง 5 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นซอสหวานคิวามิยะ ซอสเนื้อคิวามิยะ หรือซอสยูสุโคโซพอนสึส์รสเปรี้ยวเผ็ดสดชื่น นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการรังสรรค์มาเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย เช่น ข้าวผัดทรัฟเฟิลท็อปปิงไข่สด โคร็อกเกะครีมปูเนื้อเนียนกรอบนอกนุ่มใน และคิวามิยะ พรีเมี่ยม สเต็ก สำหรับสายเนื้อตัวจริง แนะนำให้สั่งคู่กับชุดรีฟิลที่มีทั้งข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ฮิโตเมโบเระหุงหม้อดิน ซุป สลัด และปิดท้ายมื้อด้วยไอศกรีมฮอกไกโดซอฟต์เสิร์ฟ

ในส่วนของช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-900 บาทขึ้นไป โดยราคาของแฮมเบิร์กจะเริ่มต้นตามขนาดของชิ้นเนื้อ ตั้งแต่ไซส์เอสเริ่มต้นที่ 320 บาท ไปจนถึงชุดคอมโบที่จับคู่แฮมเบิร์กกับสเต็กพรีเมียม ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าและน่าไปเปิดประสบการณ์อย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีจุดขายแปลกใหม่ ไม่จำเจ ได้ทั้งความอร่อยจากเนื้อคุณภาพสูงและความสนุกสนานในการย่างเองไปพร้อมกัน

Kiwamiya

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00AM-10:00 PM

ที่อยู่

4th Floor 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330