10 ร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly พาสัตว์เลี้ยงคู่ใจไปชิลในวันหยุด
สายกินที่เป็นทาสหมาทาสแมวหลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาวันหยุดที่อยากออกไปนั่งทานอาหารอร่อยๆ แต่ก็ไม่อยากทิ้งสัตว์เลี้ยงแสนรักให้อยู่บ้านคนเดียว การหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงไปได้ด้วย (Pet Friendly) จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคนี้แบบสุดๆ บทความนี้ได้รวบรวม 10 พิกัดร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly หลากหลายบรรยากาศ ตั้งแต่ร้านอิซากายะสไตล์โชวะย้อนยุค ร้านปิ้งย่างชาบูวากิวพรีเมียม ร้านทงคัตสึทอดกรอบระดับตำนาน ไปจนถึงร้านสุกี้ยากี้หม้อเดี่ยวสุดหรู ให้คุณได้อุ้มน้องหมาน้องแมวใส่กระเป๋าหรือรถเข็น แล้วออกไปลิ้มรสความอร่อยพร้อมสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันได้อย่างสบายใจ
1. Thonglor Yokocho
Thonglor Yokocho ย่านทองหล่อ ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปนั่งกินดื่มในร้านสไตล์โชวะยุคเก่าที่มีความย้อนยุคและมีชีิวิตชีวา ร้านนี้เปิดต้อนรับลูกค้าทั้งคนไทย ญี่ปุ่น และต่างชาติมานานกว่า 12 ปี สำหรับสายคนรักสัตว์ที่อยากพาแก๊งสี่ขาออกไปแฮงเอาต์ด้วย บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์ความเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly อย่างมาก สามารถนำน้องหมาน้องแมวมานั่งรับลมชิลๆ ข้างกายได้ในโซน Outdoor Terrace ด้านนอก บรรยากาศเปิดโล่งไม่อึดอัด เหมาะกับการมานั่งเสพบรรยากาศยามเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา
เรื่องอาหารการกินจัดว่าครบรสตามสไตล์อิซากายะ มีตั้งแต่ของแกล้มทานเล่นอย่างถั่วแระย่าง ครีบปลากระเบนย่าง ไปจนถึงเมนูเสียบไม้ย่างฉ่ำซอสที่มีให้เลือกลากหลาย สำหรับเมนูขึ้นชื่อที่ต้องสั่งมาลองชิมให้ได้คือ ซุปแกงกะหรี่ฮอกไกโด ซึ่งทางร้านเคลมว่ามีขายที่นี่ที่เดียวในไทย นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์เด็ดๆ ไม่ว่าจะเป็น ลิ้นวากิวย่างเตาถ่านเนื้อนุ่ม หอยเชลล์ผัดเนยโชยุ ข้าวผัดเส้นยากิโซบะ ยากิโซบะห่อไข่ พิซซ่าญี่ปุ่นสไตล์โอซาก้าและฮิโรชิมา รวมถึงเมนูกับแกล้มสุดเข้ากันอย่างปลาหมึกดองวาซาบิและมันฝรั่งอบชีสไข่เมนไทโกะ
ในส่วนของราคาถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของย่านทองหล่อ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่เลือกสั่ง ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดชิลเอาต์ที่เหมาะกับการพาสัตว์เลี้ยงคู่ใจมานั่งพักผ่อนทานของอร่อยในบรรยากาศสบายๆ
Thonglor Yokocho
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 17:00–0:00 น.
ส.-อา. 11:30–0:00 น.
- ที่อยู่
138, 1 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. K.A.I Izakaya
K.A.I Izakaya เสิร์ฟความฟินสไตล์โฮมคุกกิ้งฟิวชั่นที่เน้นความพิถีพิถัน ปรุงสดใหม่ทุกจานเพื่อดึงรสชาติความสดของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด ตัวร้านให้บรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย เป็นกันเอง เข้ากันดีกับวัฒนธรรมบาร์แบบญี่ปุ่นที่มีเครื่องดื่มนำเข้าหลากหลายชนิดให้เลือกจับคู่กับอาหาร พื้นที่ด้านในแบ่งเป็นโซนพรีเมียมและห้องส่วนตัวสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนใครที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงสี่ขาตัวโปรดมานั่งชิลด้วยกัน ทางร้านมีโซนสวน Outdoor รองรับ พร้อมรับลมและสัมผัสบรรยากาศสบายๆ ยามเย็นได้แบบเพลิดเพลิน
เมนูของที่นี่มีให้เลือกแบบครบครัน ตั้งแต่ของทานเล่นสไตล์บาร์อย่างปลาสดคลุกสไตล์นาเมโร่ ไปจนถึงซูชิ ซาชิมิพรีเมียม โรล และของย่างเตาถ่านฉ่ำๆ สำหรับจานเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์ไม่ควรพลาดเลยคือ สเต็กทีโบนเสิร์ฟพร้อมยุกเกะ ที่ใช้เนื้อไทยวากิวดรายเอจสุดนุ่ม เมนูพาสต้าหอยลายคาราสุมิรสเข้มข้น ไคจูโรลคำโตจัดเต็มปลาไหลและแซลมอน รวมถึงเมนูมันเนื้ออาราวากิวย่างบนข้าวผัด ยิ่งทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ยิ่งเข้ากันลงตัว
สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายในการมาทานที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นเมนูทานเล่นสบายๆ หรือจัดเต็มชุดซาชิมิพรีเมียมและเนื้อย่าง นับเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากสำหรับคนที่กำลังหาพิกัดแฮงเอาต์อร่อยๆ พร้อมพาสัตว์เลี้ยงมาพักผ่อนในวันสบายๆ
K.A.I Izakaya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 16:00–2:00 น.
- ที่อยู่
9, 1 ซอย เอกมัย 8 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Tonkatsu AOKI
Tonkatsu AOKI สาขา Velaa Sindhorn Village Langsuan ปักหมุดอยู่ที่ชั้น B1 ของโครงการ ตัวร้านตกแต่งเรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลาย จุดเด่นที่ทำให้ทาสรักสัตว์เลี้ยงต้องถูกใจคือ โซน Pet Friendly ที่ต้อนรับน้องหมาน้องแมวให้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะทานอาหารกับเราในห้องแอร์ฉ่ำๆ ได้เลย ไม่ต้องทนร้อนอยู่ outdoor ด้านนอก ถือเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยงอย่างแท้จริง
เมนูเด่นของที่นี่เน้นไปที่ทงคัตสึทอดกรอบสีเหลืองทอง ใช้หมูคุณภาพพรีเมียมที่มีระดับความฉ่ำและไขมันแทรกต่างกันให้เลือกตามชอบ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลองคือ หมูสันไหล่ทอด ที่ได้สัมผัสแน่นนุ่มแทรกไขมันกำลังดี หรือจะเลือกเป็น หมูสันในทอด เนื้อนุ่มละเอียดไขมันต่ำ สำหรับคนที่อยากกินแบบเต็มอิ่มยังมี ข้าวแกงกะหรี่หมูสันนอก ราดน้ำแกงรสเข้มข้น และกุ้งยักษ์ทอดลายเสือ ตัวโตเนื้อหวานกรอบ เสิร์ฟพร้อมข้าวพันธุ์โคชิฮิคารินุ่มๆ ซุปทงจิรุร้อนๆ และเกลือญี่ปุ่นสูตรพิเศษไว้ดึงรสชาติเนื้อหมู
ในส่วนของราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 350-700 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกทานเป็นจานเดี่ยวหรือจัดเป็นเซตทงคัตสึชุดใหญ่ พร้อมข้าว ซุป และผักกะหล่ำที่เติมได้ เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบ บรรยากาศ และการได้นั่งทานอาหารอร่อยๆ ร่วมกับสัตว์เลี้ยงในห้องแอร์เย็นสบาย ถือเป็นความคุ้มค่าที่สายพาน้องเที่ยวไม่ควรพลาด
Tonkatsu AOKI
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
B1, 87 ถ. หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
4. KO-YA
KO-YA ปักหลักอยู่ย่านพระราม 9 ตอบโจทย์สายกินจุที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly สไตล์บุฟเฟต์ปิ้งย่างและชาบู บรรยากาศร้านกว้างขวาง เป็นกันเอง ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้มาปาร์ตี้บ้านเพื่อน ไฮไลท์สำคัญคือยินดีต้อนรับแก๊งสัตว์เลี้ยงสี่ขาให้เข้ามานั่งเฝ้าข้างๆ โต๊ะระหว่างที่เราเพลิดเพลินกับมื้ออร่อย เหมาะกับการพาน้องหมาน้องแมวออกมาเปลี่ยนบรรยากาศในวันหยุดพักผ่อน
สายกินมีให้เลือกรวมทั้งสิ้น 4 แพ็กเกจบุฟเฟต์ ตามระดับความพรีเมียมของวัตถุดิบ โดดเด่นด้วยเนื้อไทยวากิวคัดเกรด ซูชิ ซาชิมิสดใหม่ และหมูหมักรสเด็ด สำหรับสายเนื้อตัวจริงแนะนำจัดชุดพรีเมียมจะได้ลิ้มลองทั้งเนื้อกระบังลม ลิ้นวัว สันคอเนื้อซาบูตง เนื้อคารูบิ และร่องซี่โครงย่างเตาร้อนๆ เสิร์ฟคู่กับยำเนื้อดิบ หอยนางรมสด หอยนางรมอบชีส รวมถึงไลน์ซูชิและซาชิมิที่มีตั้งแต่ปลาฮามาจิ อูนางิ ไปจนถึงซูชิวากิวคำโต หรือใครอยากซดน้ำซุปร้อนๆ ก็มีเตาชาบูพร้อมซุปให้เลือกถึง 6 รสชาติ ทั้งซุปดำ ซุปหม่าล่า ซุปก๋วยเตี๋ยวเรือ และซุปกระดูกหมูเข้มข้น
งบประมาณเฉลี่ยต่อคนเริ่มต้นตั้งแต่ราวๆ 350 ไปจนถึง 1,200 บาท ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจบุฟเฟต์ที่เลือกสั่งทาน ซึ่งทุกแพ็กเกจเพิ่มตัวเลือกเครื่องดื่มหรือไอศกรีมรีฟิลเติมได้ตลอดมื้อแบบคุ้มค่า ใครกำลังมองหาพิกัดปิ้งย่างชาบูรสเยี่ยมที่พาสัตว์เลี้ยงมานั่งชิลด้วยกันได้ ร้านนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
KO-YA
- เวลาทำการ
จ.-พฤ. 11:00–21:30 น.
ศ.-อา. 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
1 1 ถ. พระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250
5. SOUSAKU
SOUSAKU ยกระดับประสบการณ์การกินดื่มด้วยสไตล์สุกี้ยากี้ ชาบูชาบู และอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งสบาย อบอุ่น และใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก จุดเด่นที่ทำให้เหล่าทาสรักสัตว์เลี้ยงต้องยกนิ้วให้ คือการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly แบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเปิดต้อนรับน้องหมาน้องแมวที่สาขา Central Eastville และสาขาสุขุมวิท 42 มีการกำหนด Pet Etiquette เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมมอบมื้อพิเศษสุดน่ารักด้วยบริการอาหารเกรด Human Grade ให้กับเพื่อนสี่ขาได้อิ่มอร่อยฟรีไปพร้อมกับเรา
ไลน์อาหารจัดเต็มวัตถุดิบคุณภาพสูง มีให้เลือกทั้งแบบเซตและจานเดี่ยว เมนูไฮไลท์ที่อยากให้ลองคือชุดชาบูและสุกี้ยากี้สไตล์คันไซ อย่าง Nabe Nabe Family Set ที่ขนทัพเนื้อวัวญี่ปุ่น A4 และเนื้อวากิวออสเตรเลียมาให้ลิ้มลองกันแบบจุใจ สายซูชิและซาชิมิต้องไม่พลาดชุด Edomae Sushi Set ปั้นด้วยข้าวหมักน้ำส้มสายชูแดง หรือจะเลือกฟินกับเมนูพรีเมียมอย่าง Negitoro Uni Special Roll ซูชิหน้าอูนิรสหวานละมุน และเนื้อวากิว Sakurajima Gyu A5 สไลซ์บางนุ่มละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีเซตมื้อเที่ยงสุดคุ้มราคาสบายกระเป๋าให้เลือกสั่งอีกด้วย
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเริ่มต้นตั้งแต่ราว 400 บาทสำหรับการทานเซตอาหารจานเดี่ยวหรือมื้อเที่ยง ไปจนถึง 1,000 – 2,000 บาทขึ้นไป สำหรับคนที่จัดเต็มชุดชาบูวากิวพรีเมียมและชุดซาชิมิยกแก๊ง ถือเป็นพิกัดสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรสชาติอาหารสไตล์ต้นตำรับ และการได้ใช้เวลาพักผ่อนร่วมกับสัตว์เลี้ยงแสนรักได้อย่างสมบูรณ์แบบ
SOUSAKU
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.
ส.-อา. 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
สุขุมวิท 42 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
6. Bincho Japanese Charcoal Grilled
Bincho Japanese Charcoal Grilled สาขา Central Eastville เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสุดโปรดของคนรักอาหารปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ตัวร้านตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ใกล้กับ Tops ในบรรยากาศแบบ Outdoor และ Semi-Outdoor ที่โปร่งโล่ง รับลมธรรมชาติสบายๆ โดดเด่นด้วยการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่จัดเตรียมโซน Pet Friendly Terrace ไว้ต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรักโดยเฉพาะ ทำให้เจ้าของสามารถพาน้องหมาน้องแมวมานั่งพักผ่อนฝั่งข้างๆ และทานมื้ออร่อยไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ
เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้คือการปรุงอาหารด้วยการย่างถ่านไม้บินโชตัน ถ่านพรีเมียมที่ให้อุณหภูมิสูงและกลิ่นหอมรมควันเฉพาะตัว ไลน์อาหารมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่เมนูทานเล่น ของย่างเสียบไม้ ไปจนถึงเซตอาหารญี่ปุ่นสุดคุ้ม สำหรับเมนูแนะนำที่มาแล้วต้องลองคือ ปลาดาบเงินรมควัน ย่างจนหนังบางกรอบเนื้อฉ่ำนุ่ม ปลาบู่ต้มซีอิ๊วรสกลมกล่อม รวมถึงเซตรวมยากิโทริ ที่มีไก่เสียบไม้ย่างถ่านหอมๆ อย่าง สะโพกไก่ ปีกไก่ ตับ และซึคุเนะจิ้มไข่ดองทานคู่กัน และยังมีเมนูของแกล้มอย่าง ลิ้นวัวย่าง และหอยตลับผัดเนยสด ที่ช่วยเสริมมื้ออาหารให้ครบรสยิ่งขึ้น
งบประมาณสำหรับการมาทานอาหารที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 300-700 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นเซตอาหารย่างจานเดียว หรือจัดเต็มเมนูเสียบไม้และปลาสดนำเข้าย่างถ่านไม้บินโชตัน นับว่าเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ความอร่อยระดับคุณภาพ พร้อมมอบช่วงเวลาดีๆ ให้คุณและสัตว์เลี้ยงคู่ใจได้มาผ่อนคลายร่วมกันในวันสบายๆ
Bincho Japanese Charcoal Grilled
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ห้องเลขที่ 112,112T ชั้น 1 ถ. ประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
7. Shabu Baru
Shabu Baru หลังสวน นำเสนอสัมผัสการทานสุกี้ยากี้และชาบูชาบูสไตล์พรีเมียมในรูปแบบหม้อเดี่ยวส่วนตัว ตั้งอยู่ในโครงการ Velaa Sindhorn Village บรรยากาศภายในร้านออกแบบอย่างประณีตเรียบหรู ให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว อีกทั้งยังเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยทางร้านมีข้อกำหนดน่ารักๆ ให้เพื่อนรักสี่ขาอยู่ในกระเป๋าหรือรถเข็นตลอดเวลา เพื่อให้ทั้งเจ้าของและลูกค้าร้านท่านอื่นได้ดื่มด่ำกับมื้ออาหารอย่างผ่อนคลาย นอกจากสาขา Velaa Sindhorn Village แล้ว Shabu Baru สาขา The Circle ราชพฤกษ์ ยังเป็นอีกหนึ่งสาขาที่พร้อมต้อนรับน้องๆ หมาแมวอีกด้วย
ความเด่นของรสชาติอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมียม ทั้งเนื้อวัวคุณภาพสูงนำเข้าจากญี่ปุ่น เนื้อหมูสายพันธุ์ดี และปลาสด เสิร์ฟเป็นเซตพร้อมชุดผักและของหวาน เมนูไฮไลท์ที่ต้องลองสั่งคือ ชุดเนื้อโกเบสเตรียปลอยน์ A4 เนื้อนุ่มละลายในปาก หรือชุดเนื้อยามากาตะริบอายที่มีลายไขมันแทรกสวยงาม รวมถึงชุดหมูคูโรบุตะคาโกชิมะรสหวานนุ่มลิ้น โดยสามารถเลือกลิ้มลองได้ทั้งแบบน้ำซุปคอมบุใสกลมกล่อมจิ้มซอสพอนสึและซอสงา หรือเลือกทานเป็นสุกี้ยากี้น้ำดำเข้มข้นที่นำเนื้อลวกสุกมาจิ้มกับไข่ไก่สดออร์แกนิก
ราคาเฉลี่ยต่อหัวเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 500 บาทสำหรับเซตเนื้อหมูคูโรบุตะ ไปจนถึง 1,000 – 2,500 บาทสำหรับคนที่จัดเต็มชุดเนื้อวัวพรีเมียมและสั่งเครื่องเคียงเพิ่มเติม ถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากกับคุณภาพเนื้อระดับท็อป บรรยากาศสุดเอกซ์คลูซีฟ และบริการที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยงในย่านใจกลางเมือง
Shabu Baru
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ A102 หอง 87 ถ. หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
8. Doodle Izakaya
Doodle Izakaya ปักหมุดอยู่ในซอยสุขุมวิท 47 พร้อมนำเสนอประสบการณ์ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นฟิวชั่น บรรยากาศภายในร้านออกแบบให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยความสดใส ความพิเศษของพิกัดนี้คือการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่อนุญาตให้คุณพาน้องหมา น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงแสนรักชนิดอื่นเข้ามานั่งพักผ่อนรับแอร์เย็นฉ่ำด้านในโต๊ะเดียวกันได้ เพียงแค่มีสายสลักหรือให้อยู่ในรถเข็นอย่างมิดชิด และขับถ่ายให้เรียบร้อยก่อนเข้าร้าน ก็พร้อมสร้างช่วงเวลาสุดประทับใจร่วมกับแก๊งสี่ขาได้ทันที
เรื่องเมนูอาหารของร้านนี้นับว่ามีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยการผสมผสานวัตถุดิบญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับกลิ่นอายตะวันตก จานเด็ดขึ้นชื่อที่มาแล้วต้องลิ้มลองคือ Snowy Truffle Toast โทสต์กรอบนอกนุ่มในท็อปด้วยพาร์เมซานชีสและทรัฟเฟิลหอมฟุ้ง หรือจะเลือกสั่ง The OG Ankimo Toast โทสต์ตับปลาอังโกะรสชาติกลมกล่อมเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชั่นสุดสร้างสรรค์อย่าง Caviar & Basque Cheesecake ที่จับคู่บาสก์ชีสเค้กกับคาเวียร์และพาร์เมซานโฟมได้อย่างลงตัว รวมถึง Gyoza Wings และยุกเกะเนื้อทาร์ทาร์ไข่แดงสด ไว้กินแกล้มกับเครื่องดื่มเย็นๆ ยามค่ำคืน
สำหรับเรื่องราคาและงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 400-900 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณเมนูทานเล่น ของหวาน และเครื่องดื่มที่เลือกจับคู่กัน เมื่อเทียบกับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละจาน บรรยากาศชิลๆ ยามเย็น และการต้อนรับสัตว์เลี้ยงอย่างอบอุ่นในห้องแอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายย่านสุขุมวิทที่สายกินและคนรักสัตว์เลี้ยงไม่ควรมองข้าม
Doodle Izakaya
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–0:00 น.
- ที่อยู่
8 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
9. Bekku Tonkatsu
Bekku Tonkatsu ร้านตำนานหมูทอดรสเด็ดที่เปิดให้บริการมานานกว่า 18 ปี ตั้งอยู่ติดกับสถานี BTS สนามเป้า ทำให้เดินทางสะดวกอย่างมาก การตกแต่งร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม และที่น่าประทับใจสุดๆ สำหรับทาสแมวทาสหมา คือการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามานั่งในโซน Indoor ตากแอร์เย็นสบายไปพร้อมกับเจ้าของได้ เพียงแค่ดูแลให้อยู่ในความสงบ ไม่เห่า ไม่ปีนโต๊ะ และไม่ส่งเสียงรบกวนลูกค้าท่านอื่น ถือเป็นพิกัดแฮงเอาต์ในห้องแอร์ที่ต้อนรับแก๊งสี่ขาได้อย่างเป็นกันเอง
ความพิเศษของอาหารที่นี่เน้นไปที่เมนูของทอดสไตล์คัตสึ กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน จานยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ชุดหมูทอดทงคัตสึ ซึ่งเลือกได้ทั้งหมูสันนอกติดมันนุ่มฉ่ำ หรือหมูสันในเนื้อแน่นไร้มัน สำหรับคนที่ชอบความหลากหลายยังมี ข้าวหน้าหมูและไข่ ข้าวราดแกงกะหรี่หมูทอด แซนวิชหมูทอด รวมถึงเซตรวมซีฟู้ดทอดกรอบ ทั้งกุ้งยักษ์และปลาทอด เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงชุดใหญ่ ข้าว ซุปมิโสะ กะหล่ำปลีฝอย และขนมหวานปิดท้ายมื้ออร่อยอย่างลงตัว
งบประมาณเฉลี่ยสำหรับการมาทานจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นจานเดี่ยวหรือจัดเป็นเซตทงคัตสึชุดใหญ่ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหาร รสชาติความอร่อยระดับตำนานย่านสนามเป้า และบริการสุดต้อนรับสัตว์เลี้ยงเลี้ยงในห้องแอร์เย็นๆ บอกเลยว่าคุ้มค่าเกินราคาอย่างแน่นอน
Bekku Tonkatsu
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:00–15:00 น. และ 17:00–21:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
226/8 ถ. พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
10. Tenyuu Grand
Tenyuu Grand สาทร ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในรูปแบบ Stand Alone ตั้งอยู่ใจกลางเมืองติดริมถนนสาทรเหนือ ตัวร้านกว้างขวางมีพื้นที่ใช้สอยหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกโอกาสไม่ว่าจะมาทานมื้อกลางวัน ดินเนอร์ครอบครัว หรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ไฮไลท์สำคัญที่ถูกใจทาสรักสัตว์เลี้ยงคือการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Pet Friendly ที่จัดแบ่งพื้นที่ไว้อย่างลงตัว โดยมีโซน Indoor ในห้องแอร์เย็นฉ่ำไว้ต้อนรับน้องๆ เพียงแค่อยู่ในรถเข็นหรือกระเป๋าอย่างเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีบริเวณสนามหญ้าด้านนอกให้เจ้าของพาน้องหมาน้องแมวไปเดินเล่นรับลมได้อย่างสบายใจ
เรื่องอาหารจัดว่าครบเครื่องด้วยวัตถุดิบนำเข้าระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัวสไลซ์เกรดพรีเมียม ซาชิมิสดไบต์ใหญ่เต็มคำ ซูชิ และเมนูข้าวหน้าต่างๆ สำหรับเมนูเด็ดที่ไม่อยากให้พลาดคือ ล็อบสเตอร์ย่างซอสมันกุ้งและเมนไทโกะ สเต็กเนื้อฮิตาชิ A5 จากจังหวัดอิบารากิรสชาติเข้มข้นนุ่มละลายในปาก เมนูสุกี้ยากี้และชาบูชาบูน้ำดำสไตล์คันไซที่ใช้เนื้อมาซากะหรือเนื้อโกเบ รวมไปถึงเซตแซนด์วิชเนื้อโกเบท็อปอูนิและทรัฟเฟิล นอกจากนี้ยังมีเมนู Lunch Menu ชุดประหยัดสุดคุ้มราคาสบายกระเป๋าสำหรับมื้อด่วนตอนกลางวันอีกด้วย
งบประมาณสำหรับการมาทานอาหารที่นี่ หากเลือกเป็นเซตมื้อกลางวันหรืออาหารจานเดี่ยว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นราวๆ 300-600 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจัดเต็มมื้อพิเศษด้วยชุดเนื้อวากิว A5 ล็อบสเตอร์ หรือโอมากาเสะซาชิมิเซตใหญ่ ราคาเฉลี่ยอาจอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทขึ้นไป เมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารการบริการชั้นเลิศ บรรยากาศสุดหรูใจกลางสาทร และการเปิดต้อนรับสัตว์เลี้ยงในห้องแอร์เย็นสบาย ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด
Tenyuu Grand
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:30 น.
- ที่อยู่
66 ซอย สาทร 6 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 คาเฟ่ญี่ปุ่น (Japanese-vibe cafe) บรรยากาศละมุน ถ่ายรูปสวย
22.09.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านขนมปัง แป้งนุ่ม กลิ่นหอมกรุ่น อบสดใหม่ทุกวัน
13.07.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ห้องอาหารในโรงแรมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ฉลองวันพิเศษในบรรยากาศโรแมนติก
10.07.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นในโรงแรม ไลน์อาหารพรีเมียม วัตถุดิบสดใหม่ที่สายกินห้ามพลาด
08.07.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดฮิต อัพเดทกลางปี 2026 พิกัดความอร่อยที่ต้องไปลองให้ได้ก่อนหมดปี
07.07.2026
-
- กรุงเทพฯ
- เซ็นทรัลเวิลด์
- ชิดลม
- สีลม
- พร้อมพงษ์
- สยาม
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ (New Open) อัพเดทกลางปี 2026 จดเข้าลิสต์ไว้เลย
01.07.2026