10 ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ใส่ผงชูรส (No MSG) อร่อยคลีนดีต่อใจ สายเฮลตี้ห้ามพลาด
สำหรับใครที่ชื่นชอบการทานอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ แต่ยังกังวลเรื่องสุขภาพ วันนี้เรามพร้อมพิกัดความอร่อยที่บอกเลยว่าสายเฮลตี้ต้องถูกใจแน่นอน เพราะเราได้รวบรวมร้านเด็ดรสชาติต้นตำรับที่ชูจุดเด่นเรื่องการปรุงอาหารแบบไม่ใส่ผงชูรสมาให้เลือกปักหมุดกันอย่างเต็มอิ่ม แต่ละร้านพิถีพิถันดึงความอูมามิละมุนลิ้นออกมาจากวัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นซุปกระดูกเคี่ยวนาน ซีฟู้ดสดฉ่ำ หรือซอสโฮมเมดสูตรลับ ทำให้สามารถดื่มด่ำกับมื้ออาหารได้อย่างสบายใจ ทานเสร็จแล้วไม่มีอาการคอแห้งหรือหิวน้ำตามมาอย่างแน่นอน ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่ามีร้านไหนบ้างที่ไม่ควรพลาดแวะไปฝากท้อง
1. Soba House Konjiki Hototogisu
Soba House Konjiki Hototogisu การันตีความอร่อยด้วยดีกรีราเมงระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาวส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่ตอนนี้มาเปิดสาขาในไทยให้ได้ตามไปลิ้มลองที่สยามพารากอน บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นตามสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครคือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเส้นราเมงสดที่นวดและรีดเองวันต่อวันจากแป้งสาลีนำเข้าจากฮอกไกโดถึง 4 ชนิด ผสานกับน้ำซุปที่สกัดรสอูมามิจากวัตถุดิบกว่า 70 ชนิด คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟให้คนรักสุขภาพได้กินอย่างสบายใจ เพราะทางร้านชูจุดเด่นเรื่องการทำอาหารที่ไม่ใส่ผงชูรสเลยแม้แต่น้อย เพื่อส่งมอบรสชาติดั้งเดิมที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ
เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ Shio Ramen ราเมงซุปเกลือที่ดูใสแต่รสชาติเข้มข้นลุ่มลึกจากอาหารทะเล เพิ่มความพิเศษด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลขาว ซอสมะเดื่อหมัก และซอสพอร์ชินี หรือถ้าชอบรสเข้มข้นขึ้นมาหน่อยก็มี Shoyu Ramen Truffle ที่ผสมผสานน้ำซุปสามชนิดทั้งเป็ด ไก่ ปลาแห้ง และหอยลายสด ท็อปด้วยซอสพิสตาชิโอทรัฟเฟิลดำ รวมถึง Kamo Shoyu Ramen สำหรับสายรักเนื้อเป็ด ส่วนใครที่ชอบทานเส้นหนาแบบจุ่มน้ำซุป ทางร้านก็มีเมนูใหม่าง Chashu Tsukemen และ Kamo Tsukemen ที่เคลือบเส้นด้วยน้ำคอมบุโฮมเมดสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมซอสเผ็ดให้จุ่มทานอย่างจุใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าต่างๆ อย่าง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหน้าชาชูหมูสามชั้น และของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าและเทมปุระรวมให้เลือกสั่งมาทานคู่กันด้วย
สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท โดยราคาของราเมงและสึเคเมนจานหลักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 295 ไปจนถึง 375 บาท ส่วนเมนูข้าวหน้าและของทานเล่นจะอยู่ราวๆ 100-185 บาท ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมและการเตรียมอาหารด้วยมือทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้รสชาติตามมาตรฐานร้านดาวมิชลิน
Soba House Konjiki Hototogisu
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 4 991 โซน Eatelier, ปทุมวัน, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
2. Suikin Japanese Restaurant
Suikin Japanese Restaurant พร้อมเติมเต็มความสุขให้คนรักอาหารญี่ปุ่นกันแบบเต็มอิ่มบนชั้น 22 ของโรงแรมคราวน์ พลาซ่า กรุงเทพฯ ลุมพินี พาร์ค ตัวร้านอบอวลไปด้วยความหรูหราแบบคลาสสิก พร้อมวิวเมืองมุมสูงที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้มื้ออาหารพิเศษยิ่งขึ้น ร้านนี้เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 18 ปี โดยยึดมั่นในปรัชญาที่ว่าอาหารคือบ่อเกิดแห่งพลังชีวิต การันตีได้เลยว่าวัตถุดิบทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อปรุงเป็นจานอร่อยที่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าที่นี่จะเน้นการสืบทอดวัฒนธรรมตามวิถีเอโดะดั้งเดิม แต่ก็มักจะผสมผสานเทคนิคใหม่ๆ เข้าไปได้อย่างน่าสนใจ และที่สำคัญคือทางร้านเน้นการปรุงอาหารแบบไม่ใส่ผงชูรส มุ่งเน้นรสชาติที่มาจากธรรมชาติของวัตถุดิบแท้ๆ เพื่อให้เป็นเมนูที่ทานแล้วสบายใจและดีต่อร่างกาย
จานเด่นของร้านที่ใครมาก็ต้องสั่ง นั่นคือสารพัดเมนูเต้าหู้ทำเองสูตรโฮมเมด โดยเฉพาะ Tofu Mori ที่รวมเต้าหู้สดเนื้อเนียนนุ่มรสสัมผัสต่างกันถึง 4 ชนิดไว้ในกล่องเดียว ถัดมาคือกลุ่ม Omakase Course ที่เชฟจะครีเอทเมนูตามใจเชฟในแต่ละวัน รวมถึง Japanese Beef Course เซตเนื้อวัวญี่ปุ่นสุดพรีเมียมที่ไล่เรียงความอร่อยตั้งแต่ ยุกเกะเนื้อดิบ ซาชิมิ สเต็ก ไปจนถึงชาบูชาบูหม้อไฟ หากอยากสั่งเป็นจานเดี่ยวก็มีซาชิมิปลาสดรวม 7 อย่าง เนื้อวากิวรสชาติละมุนลิ้น ซูชิหน้าต่างๆ อย่างโอโทโร่และชูโทโร่ นอกจากนี้ยังมีเมนูประเภทหม้อไฟร้อนๆ ของย่างถ่านจำพวกปลาหิมะและปลาไหลย่าง ของทอดกรอบอร่อย และเมนูเส้นสดอย่างโซบะและอุด้งทำเองที่มีให้เลือกทั้งแบบเย็นและแบบร้อนให้ซดน้ำซุปกันคล่องคอ
ในส่วนของเรื่องงบประมาณ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะผันแปรไปตามรูปแบบอาหารที่เลือกสั่ง หากตั้งใจมาทานชุดคอร์สพิเศษอย่างโอมากาเสะ ราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,800 บาท 2,200 บาท ไปจนถึง 2,700 บาท หรือถ้าเป็นคอร์สเนื้อญี่ปุ่นจะอยู่ที่เซตละ 3,700 บาท ส่วนคนที่เน้นสั่งเมนูจานเดี่ยวราคาก็จะเข้าถึงง่ายขึ้น โดยเต้าหู้โฮมเมดเริ่มต้นที่ 140-180 บาท ของย่างและของทอดอยู่ราวๆ 170-420 บาท และเมนูเส้นอยู่ที่ประมาณ 200-360 บาท แลกกับฝีมือระดับเชฟเก่าแก่และวิวมุมสูงใจกลางเมืองถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าน่าลองทีเดียว
Suikin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
ส.-อา. 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 5:30 p.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
952 อาคารรามาแลนด์ ชั้น22 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
3. Sendo Ramen
Sendo Ramen พิกัดความอร่อยตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกธนิยะ พลาซ่า ย่านสีลม เดินทางมาง่ายมากด้วยรถไฟฟ้าลงสถานีศาลาแดง บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาในสไตล์ลอฟท์ผสมผสานความมินิมอล ให้ความรู้สึกอบอุ่นน่านั่งจนเหมือนได้หลุดเข้าไปทานอยู่ในร้านราเมงที่ประเทศญี่ปุ่นเลยจริงๆ ความเจ๋งของที่นี่คือการสร้างสรรค์คราฟต์ราเมงที่เป็นการจับมือกันของนักวิจารณ์ราเมงชื่อดังกับร้านราเมงชั้นนำ ดำเนินการปรุงภายใต้แนวคิดที่อยากเสนอจานอร่อยอันเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังจากวัตถุดิบชั้นเลิศ และที่สำคัญคือราเมงทุกชามของร้านนี้การันตีเลยว่าไม่ใส่ผงชูรส เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่านักกินได้ซึมซับรสชาติที่แท้จริงจากธรรมชาติของวัตถุดิบอย่างบริสุทธิ์ใจ
เมนูเด็ดที่ต้องสั่งมาลองชิมจานแรกคือ Signature Tori Paitan Ramen ราเมงซุปกระดูกไก่รสชาติเข้มข้นสะใจที่เคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง จนได้ความหนืดข้นและให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลแบบครีมมี่สุดๆ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคราจัดเต็มทั้งอกเป็ดซูวี หมูสามชั้นตุ๋น และเนื้อสัตว์ต่างๆ ถัดมาเป็น Signature Shio Ramen ซุปเกลือทะเลรสกลมกล่อมจากปลาและหอยที่มีกลิ่นหอมของส้มยูซุและสาหร่ายเบาๆ แต่ถ้าใครชอบความแปลกใหม่ห้ามพลาด Oyster Shio Ramen Vongole Style ราเมงฟิวชั่นซุปเกลือเบสปลาและหอยที่ท็อปด้วยหอยนางรมตัวโตผัดเนยกระเทียมพริกแห้งสไตล์พาสต้าวองโกเล่ หรือจะเป็น Chicken Abura Soba เมนูแห้งสไตล์หมึกมันไก่ก็จัดว่าเด็ด ตบท้ายด้วยของทานเล่นอย่าง Truffle Chilled Tofu หรือเต้าหู้เย็นซอสทรัฟเฟิลที่อร่อยจนแสงออกปากเลยทีเดียว
ร้านนี้ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 350-550 บาท โดยราคาของราเมงชามเดี่ยวจะเริ่มต้นที่ 389 บาท สำหรับซุปไก่ข้นและซุปเกลือ และขยับไปที่ 449 บาท สำหรับเมนูราเมงหอยนางรมฟิวชั่น ส่วนของทานเล่นอย่างเต้าหู้เย็นทรัฟเฟิลจะอยู่ที่ 119 บาท ยิ่งไปกว่านั้นหากแวะมาทานในช่วงวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ ทางร้านก็มี Sendo Set สุดคุ้มในราคา 299 บาท ที่ให้เราเลือกจับคู่ราเมงชามโปรดกับเมนูจานรองอีกหนึ่งอย่างมาให้ทานกันแบบอิ่มๆ ด้วย ถือว่าเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ามากกับความตั้งใจปรุงโดยไร้สารปรุงแต่งสไตล์คราฟต์ราเมง
Sendo Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-8:00 p.m.
- ที่อยู่
SENDO RAMEN, 4F Thaniya Building, 52 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
4. Karawa Ramen
Karawa Ramen ชวนให้คนรักเส้นเดินก้าวเข้ามาสัมผัสกลิ่นอายความอร่อยแบบฉบับโอซาก้าแท้ๆ ที่เปิดต้อนรับนักกินมานานกว่า 4 ปี บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเป็นกันเอง สบายๆ เหมาะแก่การมานั่งซดซุปร้อนๆ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน จุดเด่นที่ทำให้ใครต่อใครต่างบอกต่อว่าอร่อยห้ามพลาดคือเส้นราเมงสดใหม่ที่มีความเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ สามารถเลือกความแข็งหรือความนุ่มของเส้นได้ตามความชอบส่วนตัว ควบคู่ไปกับน้ำซุปสูตรลับเฉพาะที่ผ่านการเคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง จนได้ความหอมกลมกล่อมเข้มข้น โดยทางร้านการันตีเรื่องความสะอาดปลอดภัยแบบไม่ใส่ผงชูรส ย้ำเน้นคุณภาพระดับพรีเมียมที่สกัดจากธรรมชาติล้วนๆ เพื่อให้ได้รสชาติแท้จริงส่งตรงจากฝีมือเชฟญี่ปุ่น
สำหรับจานเด็ดประจำร้านที่มาแล้วต้องลองสั่งคือ Tonkotsu Ramen ราเมงซุปกระดูกหมูรสเข้มข้น ท็อปด้วยหมูชาชูชิ้นโตและไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ หรือจะเลือกเป็น Shio Ramen ซุปเกลือรสกลมกล่อมละมุนลิ้นที่เข้ากันได้ดีกับกุ้งเทมปุระทอดกรอบตัวใหญ่ สายแซ่บต้องถูกใจกับต้มยำราเมงที่รสชาติจัดจ้านถึงใจสไตล์ไทยประยุกต์ และยังมี Miso Ramen ซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นรสละมุนที่ท็อปด้วยไก่ทอดคาราอาเกะกรอบนอกนุ่มใน ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนฟีลทานแบบแห้ง ทางร้านก็มีหมี่เย็นเสิร์ฟพร้อมกุ้งเทมปุระและน้ำซอสโชยุเย็นให้จุ่มทานคลายร้อน ปิดท้ายด้วยของทานเล่นยอดฮิตอย่างทาโกะยากิลูกโตที่โรยหน้าด้วยปลาแห้งและสาหร่ายแบบจัดเต็ม
เมื่อพูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการมาอิ่มอร่อยที่ร้านนี้ ขอบอกเลยว่าเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากๆ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาทเท่านั้น เมนูราเมงชามหลักส่วนใหญ่ราคาจะจับต้องได้ง่าย สั่งคู่กับของทานเล่นอย่างทาโกะยากิอีกสักจานก็ยังอยู่ในงบที่สบายๆ ยิ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพของเส้นสดที่ทำเองและน้ำซุปที่เคี่ยวนานหลายชั่วโมงโดยฝีมือเชฟญี่ปุ่นแท้ๆ แล้ว ถือเป็นพิกัดความอร่อยที่คุ้มค่าและสามารถแวะเวียนมาฝากท้องได้บ่อยตามที่ใจต้องการ
Karawa Ramen
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 8:00 a.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 9:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
252 อาคารเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ 6 ถ. รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
5. Kiri Tsukemen Thonglor
Kiri Tsukemen Thonglor เปิดต้อนรับคนรักอาหารเส้นในบรรยากาศโมเดิร์นเจแปนนิสอันทันสมัยย่านทองหล่อ แหล่งรวมความอร่อยใจกลางเมือง จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์และหาไม่ได้จากที่ไหนในไทยคือการเสิร์ฟน้ำซุปสึเคเมนในชามหินภูเขาไฟเผาไฟร้อนจัดจนเดือดปุดๆ ซึ่งช่วยกักเก็บอุณหภูมิความร้อนไว้ได้ยาวนานจนคำสุดท้าย ทางร้านมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านราเมงแบบแยกเส้นแยกน้ำ โดยพิถีพิถันคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบระดับพรีเมียมมาผลิตเป็นเส้นสดโฮมเมดเนื้อเหนียวนุ่มกำลังดี ควบคู่ไปกับน้ำซุปเข้มข้นรสลุ่มลึก น่าประทับใจตรงที่น้ำซุปของร้านนี้ใส่ใจต่อสุขภาพของคนทานมากๆ เน้นกระบวนการเคี่ยวที่ดึงความหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาจนได้ความนัวแบบไม่ใส่ผงชูรส ทำให้ได้รสสัมผัสที่กลมกล่อม นุ่มนวล และอร่อยได้โดยไม่ทำให้รู้สึกหิวน้ำตามมาหลังมื้ออาหาร
ความหลากหลายของน้ำซุปที่มีให้เลือกทั้งแบบข้นและแบบใสคือเสน่ห์มัดใจลูกค้า โดยมีจานซิกเนเจอร์อย่าง Kiri Tsukemen ซุปสูตรเข้มข้นขวัญใจหลายๆ คน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง Asari Tsukemen ซุปหอยอาซาริรสกลมกล่อม Kara Tsukemen สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดจัดจ้าน รวมถึง Toripaitan Tsukemen ซุปไก่ข้นเนื้อเนียน และ Yuzu Shio Tsukemen ซุปเกลือผสมส้มยูซุรสสดชื่น สายเนื้อห้ามพลาด Sukiyaki Tonkotsu Tsukemen ที่ให้ฟีลเหมือนทานสุกียากี้ญี่ปุ่น หรือจะลอง Horumon Tsukemen ซุปเครื่องในหมูสุดเข้มข้น ส่วนใครอยากทานเมนูซุปธรรมดาก็มี Shiro Ramen และ Tonkotsu Ramen ให้บริการ พร้อมของทานเล่นอย่างปอเปี๊ยะกุ้งกรอบ และเมนูเส้นแห้งหลากสไตล์อย่าง Classic Abura Soba และ Spicy Taiwan Maze Soba
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 350-500 บาท โดยเมนูสึเคเมนและราเมงชามหลักที่เป็นตัวชูโรงส่วนใหญ่จะมีระดับราคาที่สอดคล้องกับคุณภาพวัตถุดิบนำเข้าและการทำเส้นสดโฮมเมดวันต่อวัน เมื่อสั่งคู่กับของทานเล่นและเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วก็ถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างยิ่งกับประสบการณ์การทานราเมงซุปชามหินร้อนรสชาติแปลกใหม่ที่คุณไม่สามารถหาทานได้จากร้านทั่วไปในกรุงเทพฯ
Kiri Tsukemen Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
64 ถ. ทองหล่อ Thonglor, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
6. Tsuta Japanese Restaurant
Tsuta Japanese Restaurant พร้อมต้อนรับเหล่านักกินให้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของวงการเส้นด้วยดีกรีอันน่าทึ่งในฐานะร้านราเมงแห่งแรกของโลกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ ผลงานการสร้างสรรค์โดยเชฟยูกิ โอนิชิ ที่ส่งตรงความอร่อยจากโตเกียวมาให้คนไทยได้ลิ้มลองกันแบบไม่ต้องบินไปไกล บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สะท้อนความเรียบหรูและเงียบสงบตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายในทุกคำที่ตักทาน จุดเด่นที่เหนือระดับของที่นี่คือศาสตร์การปรุงน้ำซุปที่ซับซ้อน มีการผสานวัตถุดิบและซอสหลากชนิดเข้าด้วยกันอย่างแยบยล จนได้รสสัมผัสที่มีลำดับชั้นและมิติความอร่อยอันลุ่มลึก ที่สำคัญเชฟยังให้ความสำคัญกับสุขภาพและรสชาติที่บริสุทธิ์ จึงใช้วิธีดึงความอูมามิจากธรรมชาติและเลือกที่จะไม่ใส่ผงชูรสในอาหารเลย ทำให้สามารถซดน้ำซุปจนหมดชามได้อย่างมั่นใจ
แน่นอนว่าจานเด่นระดับตำนานที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือ Tsuta Signature Shoyu Soba With Truffle Slice โชยุโซบะซุปเข้มข้นกลมกล่อมจากถั่วเหลืองเมืองวาคายามะ เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสดสไลด์ ซอสบัลซามิกแบล็คทรัฟเฟิล และซอสฟิก หากชอบความสดชื่นจากท้องทะเลก็มีกลุ่มซีฟู้ดอย่าง Tsuta Special Signature Shio Soba ที่ใช้เกลือโอกินาวะและน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิลขาว หรือจะเลือกเป็น Tsuta Special Crab Soba ซุปปูรสละมุน สำหรับสายรักสัตว์ปีกก็มีเมนูซุปไก่อย่าง Spicy Chicken Paitan Soba ยิ่งไปกว่านั้นทางร้านยังมี Family Set ในชื่อ Holy Cow! Picanha Wagyu ที่จัดเต็มเนื้อวากิวส่วนพิคานฮามาให้ทานคู่กับเส้นสด รวมถึงข้าวหน้าแฮมเบิร์กเนื้อ ทงคัตสึ และเครื่องเคียงยอดฮิตอย่างเกี๊ยวซ่าลวก เกี๊ยวซ่าทอด และไก่คาราอาเกะ
ในส่วนของเรื่องงบประมาณ มีช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 450-800 บาท โดยราเมงจานหลักทั่วไปจะเริ่มต้นที่ชามละ 390 บาท ส่วนจานซิกเนเจอร์ที่มีทรัฟเฟิลสดสไลด์ราคาจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 740 บาท สำหรับเมนูข้าวและของทานเล่นอื่นๆ จะอยู่ราวๆ 120-260 บาท และเซตเมนูครอบครัวจะอยู่ที่ชุดละ 999 บาท เมื่อเทียบกับมาตรฐานร้านดาวมิชลินและความประณีตในการปรุงแล้ว ก็นับเป็นมื้ออาหารที่คุ้มค่าแก่การมาลิ้มลองสักครั้ง
Tsuta Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
ชั้น 3 ห้องเลขที่304, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ร้านซึตะราเมง ตั้งอยู่เลขที่ 999/9, ปทุมวัน, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
7. Tsukesoba Sense
Tsukesoba Sense พร้อมต้อนรับเหล่านักกินด้วยคอนเซปต์ร้านสึเคเมนเฉพาะทางแนวใหม่ ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์และดูแลโดยทีมงานเบื้องหลังจากร้านราเมงชื่อดังอย่าง No Name Noodle บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความประณีตเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ยิ่งถ้าได้นั่งเคาน์เตอร์บาร์ดูเชฟจัดเตรียมอาหารอย่างใจจดใจจ่อก็ยิ่งเพลิน จุดเด่นอันเป็นหัวใจหลักของที่นี่คือความใส่ใจในการทำเส้นสดและน้ำซุปสูตรพิเศษ โดยเลือกใช้สาหร่ายคอมบุคุณภาพสูงส่งตรงจากฮอกไกโดมาเป็นเบสในการสกัดรสชาติอูมามิ เพื่อให้ได้จานอร่อยที่มีความสมบูรณ์แบบในตัวเอง แถมยังเอาใจคนรักสุขภาพสุดๆ ด้วยการรังสรรค์ความอร่อยแบบไม่ใส่ผงชูรส ทำให้สามารถลิ้มรสความหวานละมุนแท้ๆ จากวัตถุดิบธรรมชาติได้อย่างเต็มคำโดยไม่ต้องพึ่งพาสารปรุงแต่งสังเคราะห์ใดๆ
ร้านมีเมนูไฮไลท์อย่าง 2 Soup Tsukesoba ซึ่งความเก๋คือเราสามารถเลือกจับคู่น้ำซุปจุ่มได้ถึง 2 รสชาติพร้อมกันจากตัวเลือกทั้งหมด 5 แบบ โดยมีเบสหลักที่น่าลองอย่าง Shoyu ซุปโชยุกลิ่นหอมละมุน Shio ซุปเกลือรสอ่อนโยน Nokogyokai ซุปกระดูกหมูผสมปลาแห้งรสเข้มข้น Karamiso ซุปมิโสะรสเผ็ดจัดจ้าน และซุปหอยนางรม Kaki ที่เพิ่มมิติความหอมไปอีกขั้น หรือใครจะเลือกสั่งแบบเซตยอดฮิตอย่าง Set A คู่โชยุกับคารามิโสะ Set B คู่เกลือกับโนโกะเกียวไก และ Set C ที่จับคู่โชยุกับเกลือมาลองทานเปรียบเทียบกันก็สนุกไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี Shio Lemon Ramen ราเมงซุปเกลือมะนาวรสสดชื่นชวนรีเฟรช และเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจำกัดวันละ 10 ชามอย่าง Gyu TKM เนื้อวัวสไลด์บางเคี่ยวซอสหวานเค็มเสิร์ฟพร้อมไข่ดิบ หรือจะสั่งข้าวหน้าหมูชาชู ข้าวนิคุคัตสึ และข้าวหน้าเนื้อมาทานเคียงคู่กันก็อิ่มกำลังดี
ขยับมาส่องเรื่องของงบประมาณ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 350-550 บาท โดยหากเลือกทานเป็นสึเคเมนแบบน้ำซุปเดียวราคาจะเริ่มต้นที่ 320 บาท ส่วนเซตที่เลือกซุปได้ 2 รสชาติจะอยู่ที่ 380 บาท และถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นซุปหอยนางรมสูตรพิเศษก็บวกเพิ่มอีก 100 บาท สำหรับใครที่ชอบความคุ้มค่าแบบเบ็ดเสร็จทางร้านก็มี Sense Set ราคาเริ่มต้น 460 บาท ที่เสิร์ฟสึเคเมนซุป 2 แบบคู่กับข้าวหน้าและเครื่องดื่มมาให้เรียบร้อย ถือเป็นเรทราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับฝีมือการรังสรรค์ซุปและเส้นสไตล์โฮมเมดระดับพรีเมียม
Tsukesoba Sense
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
Park Silom ชั้นที่ 2 ห้องเลขที่ L205 1 ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
8. Aoringo Curry
Aoringo Curry ตอบโจทย์สำหรับใครที่กำลังตามหาความละมุนของข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นและเรียบง่าย ให้ความรู้สึกสบายตาเหมือนได้แวะมานั่งทานอาหารบ้านเพื่อนสนิท จุดเด่นของร้านอยู่ตรงที่เป็นแกงกะหรี่โฮมเมดรสชาติกลมกล่อม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยความหอมหวานอ่อนๆ จากผลไม้แอปเปิ้ลเขียวที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสานกับเครื่องเทศอย่างลงตัว เข้มข้นกำลังดีและไม่เผ็ดฉุนจนเกินไป ทางร้านพิถีพิถันตระเตรียมทุกส่วนประกอบอย่างใส่ใจและเน้นกรรมวิธีการปรุงแบบไม่ใส่ผงชูรส เพื่อมอบความอร่อยจากธรรมชาติที่ทานง่าย สบายท้อง แถมยังเสิร์ฟมาเป็นเซตพร้อมเครื่องเคียงและของหวานล้างปากในตัว มัดใจคนรักแกงกะหรี่ได้อย่างเหนียวแน่น
กางเมนูออกมาจะพบกับความหลากหลายของท็อปปิ้งที่มีให้เลือกจับคู่เพียบ โดยจานยอดนิยมอันดับหนึ่งที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ข้าวแกงกะหรี่หมูสันนอกชุบแป้งทอด หรือใครอยากอัปเกรดความพรีเมียมขึ้นมาอีกนิดก็มี ข้าวแกงกะหรี่สเต็กเนื้อสันในย่าง รสสัมผัสนุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำอื่นๆ เช่น ข้าวแกงกะหรี่เนื้อผัดซอสยากินิกุ ข้าวกระหรี่แฮมเบิร์ก ข้าวแกงกะหรี่หอยนางรมญี่ปุ่นชุบแป้งทอด และข้าวแกงกะหรี่แซลมอนทอด ส่วนสายข้าวหน้าต่างๆ ก็มีเมนูข้าวด้งให้เลือกสั่ง ทั้งข้าวหน้าหมูติดมันชุบแป้งทอด ข้าวหน้าเนื้อผัดซอสยากินิกุ และข้าวหน้าไก่เทริยากิ เสิร์ฟมาพร้อมซุปมิโสะและสลัดในเซต พร้อมของทานเล่นยอดฮิตอย่างไก่ทอดคาราอาเกะและหัวหอมชุบแป้งทอด ปิดท้ายเซตด้วยคอฟฟี่เจลลี่หรือพุดดิ้งนมสูตรเด็ดของร้าน
ในส่วนของราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท โดยเมนูข้าวแกงกะหรี่จานหลักและข้าวหน้าต่างๆ มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 250 บาท สำหรับแกงกะหรี่แบบเพลน ขยับไปที่ 320 บาทสำหรับเมนูยอดฮิตอย่างแกงกะหรี่หมูทอด และสูงสุดอยู่ที่ 540 บาทสำหรับสเต็กเนื้อสันใน ส่วนของทานเล่นประเภทไก่ทอดคาราอาเกะและหัวหอมทอดจะอยู่ราวๆ 80-250 บาท ซึ่งความคุ้มค่าคือราคาในเมนูจานหลักส่วนใหญ่จะรวมของหวานและเครื่องดื่มล้างปากมาให้เรียบร้อยแล้วในเซต ถือเป็นพิกัดความอร่อยที่คุ้มราคาและคุ้มคุณภาพเป็นอย่างมาก
Aoringo Curry
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-8:30 p.m.
- ที่อยู่
ธนิยะพลาซ่า ชั้น 4 ห้อง 404 52 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
9. Sora cafe
Sora cafe ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่ให้ความร่มรื่นในโครงการดาดฟ้า ลาซาล สุขุมวิท 105 แถวๆ ไบเทคบางนา ตัวร้านออกแบบมาในสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นที่มีความน่ารัก นุ่มนวล ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายด้วยการตกแต่งที่เน้นความโปร่งสบาย สำหรับที่นั่งก็มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งแบบม้านั่งยาวสำหรับล้อมวงคุยกัน ห้องส่วนตัวเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือแม้กระทั่งห้องประชุมขนาดกะทัดรัดที่รองรับได้ตั้งแต่ 5-10 ท่าน ยิ่งไปกว่านั้น จุดเด่นที่ทำให้เราประทับใจมากๆ คือความใส่ใจในเรื่องสุขภาพของคนทาน โดยทางร้านมีแนวคิดในการคัดสรรวัตถุดิบและปรุงอาหารทุกจานแบบไม่ใส่ผงชูรส เพื่อนำเสนอคุณค่าและรสชาติจากธรรมชาติของวัตถุดิบอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับเป็นที่นัดพบของครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่รักสุขภาพเป็นอย่างมาก
ที่นี่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยครบครันทั้งแบบชุดเซตและแบบจานเดี่ยว โดยมีเมนูขายดีประจำร้านอย่าง สลัดปลาเงิน ที่ทอดมาได้กรอบนุ่มกำลังดี หรือจะเป็นยำแซลมอนแซ่บรสชาติจัดจ้านสะใจ ขยับมาที่จานหลักก็มีตัวเลือกชวนหิวเพียบ เช่น ข้าวอบหม้อดินปลาแซลมอนไข่ปลา หรือข้าวอบหม้อดินปลาไหลย่าง ร้อนๆ ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง รวมไปถึงเมนูซูชิโรลยอดฮิตอย่าง แซลมอนโรลและโซระโรล นอกจากนี้ยังมีจานร้อนเด็ดๆ อย่าง สเต็กเนื้อ คารุบิ วากิว กระทะร้อน และชุดข้าวหน้าปลาแซลมอนไข่ปลาอิคุระ ทานคู่กับของทานเล่นอย่าง ทาโกะยากิ หรือเต้าหู้ทอด แล้วล้างปากด้วยของหวานขึ้นชื่อ เช่น พุดดิ้งโฮมเมดรสชาเขียวมัทฉะ ไดฟุกุชาเขียว หรือสั่งชาเขียวลาเต้และกาแฟเย็นมาจิบควบคู่กันไป
ในส่วนของราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท หากเน้นสั่งเมนูของทานเล่นและสลัด ราคาก็จะเริ่มต้นเบาๆ อยู่ที่ราวๆ 140-390 บาท ส่วนจานหลักประเภทข้าวหน้า ซูชิโรล หรือสเต็กกระทะร้อนจะอยู่ประมาณ 290-750 บาท แต่ถ้าตั้งใจมาจัดเต็มกับเมนูไฮไลท์อย่างข้าวอบหม้อดินสำหรับแชร์ทานร่วมกัน 2-4 คน ราคาก็จะอยู่ที่ 850-1,100 บาท สำหรับฝั่งขนมหวานและพุดดิ้งจะอยู่เริ่มต้นที่ 120-180 บาทเท่านั้น เมื่อพิจารณาจากบรรยากาศร้านที่นั่งสบาย บวกกับคุณภาพของอาหารที่เน้นความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพแล้ว ถือว่าเป็นเรทราคาที่คุ้มค่าน่าแวะมาบ่อยๆ
Sora cafe
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
Dadfa ถนน ลาซาล ถ.สุขุมวิท 105 เขตบางนา 10260
10. Kasa Ari
Kasa Ari ถือเป็นพิกัดลับสำหรับใครที่อยากลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับแท้ๆ ในย่านอารีย์ ตัวร้านเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานลึกเข้าไปในซอยอารีย์ บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก เหมาะแก่การชวนเพื่อนหรือครอบครัวมานั่งล้อมวงกินดื่มกันในวันสบายๆ จุดเด่นที่ทำให้เราหลงรักร้านนี้คือความใส่ใจในการปรุงอาหารทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นกับแกล้ม สลัด ของทอด หรือของย่าง ทางร้านเลือกที่จะใช้วิธีดึงรสชาติความกลมกล่อมจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมโดยไม่ใส่ผงชูรสเลยแม้แต่น้อย เพื่อให้คนทานได้สัมผัสความนัวจากธรรมชาติที่สดใหม่ แถมยังมีขนมหวานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทางร้านลงมือทำเองทุกขั้นตอน เสริมด้วยเครื่องดื่มนำเข้าจากญี่ปุ่นอีกเพียบ เรียกว่าใส่ใจต่อสุขภาพและถูกปากสายกินคลีนแน่นอน
จานอร่อยของที่นี่มีให้เลือกสรรเยอะมาก เมนูแนะนำที่ควรสั่งมาคือ ปลาดิบรวม ที่มีให้เลือกจัดเซตตามจำนวนคนตั้งแต่ 3 อย่าง ไปจนถึง 7 อย่าง รสสัมผัสสดฉ่ำหวานเจี๊ยบ หรือจะเป็นกลุ่มหมักมิโสะย่างอย่าง กินดาระหมักมิโสะย่าง และแซลมอนหมักมิโสะย่าง ที่ส่งกลิ่นหอมถ่านเตะจมูก ขยับมาที่จานทอดก็เด็ดไม่แพ้กันอย่าง ฮอกไกโดทงคัตสึสันนอกชิ้นหนาเต็มคำ และหอยนางรมทอดกรอบๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมี ข้าวหน้าเนกิโทโร่ ข้าวหน้าปลาไหลย่างกล่องโต และเมนูเส้นสดขึ้นชื่ออย่าง โซบะเย็นเส้นสดน้ำจิ้มร้อนใส่หมู ที่เสิร์ฟมาพร้อมไข่ตุ๋นและเทมปุระในชุด รวมถึงเมนูกับแกล้มทานเพลินอย่าง ลิ้นวัวย่างซอสเนกิชิโอะ และยำปลาหมึกยักษ์วาซาบิ
ส่วนงบประมาณในการมาฝากท้องที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 350-700 บาท เมนูทานเล่นและสลัดจะเริ่มต้นเบาๆ อยู่ที่ประมาณ 70-360 บาท เมนูทงคัตสึและของย่างจานหลักเริ่มต้นที่ 150-420 บาท ส่วนข้าวหน้าและเซตโซบะจะอยู่ราวๆ 250-445 บาท และชุดปลาดิบรวมสำหรับแชร์กันจะอยู่ที่ 300-1,400 บาท นอกจากนี้ความพิเศษคือทางร้านมีบริการอาหารชุดราคาสุดคุ้มในช่วงมื้อกลางวันอีกด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มราคามากเมื่อเทียบกับความอร่อยแท้ๆ สไตล์โฮมเมดเด็ดๆ ย่านอารีย์
Kasa Ari
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 4:30 p.m.-9:30 p.m.
ส. 12:00 p.m.-3:00 p.m. และ 4:30 p.m.-9:30 p.m.
ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
เลขที่ 1/1 ซอย อารีย์ 2 พญาไท, เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูไคเซกิ (Kaiseki) ศิลปะความประณีตที่สายกินห้ามพลาด
18.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูเทโชคุ (Teishoku) อาหารญี่ปุ่นที่ช่วยให้อิ่มท้องไปทั้งวัน
17.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูปลาย่าง (Yakizakana) หอมกรุ่นฉ่ำเนื้อ นุ่มละมุนลิ้น
15.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูไก่ (Chicken Menu) อร่อยฟินกินเพลินฉบับต้นตำรับ
12.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นวีแกน (Vegan) รสเด็ด อร่อยฟินแบบไร้เนื้อสัตว์
11.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- เชียงใหม่
- บทความพิเศษ
10 ร้านซอฟต์เสิร์ฟ (Soft Serve) รสชาติเนียนนุ่ม หอมละมุน ดับร้อนได้ฟินสุดๆ
10.06.2026