11 ร้านอาหารญี่ปุ่น มิชลินไกด์ (MICHELIN Guide) ในกรุงเทพฯ อัพเดทปี 2025
เปิดพิกัดลายแทงความอร่อยระดับเวิลด์คลาสที่สายเจแปนเลิฟเวอร์ต้องไปตามให้ได้กับ 13 ร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ที่การันตีความเด็ดด้วยรางวัลมิชลินไกด์ฉบับปี 2025 บทความนี้เรารวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นที่ถูกแนะนำในมิชลินไกด์ (MICHELIN Guide) มาฝาก ทุกร้านล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่น ตั้งแต่โอมากาเสะระดับตำนานที่จองยากที่สุดในเมืองไทย ไปจนถึงยากิโทริและยากินิกุคอร์สพิเศษที่มอบประสบการณ์แบบส่วนตัว ให้ได้สัมผัสศิลปะการปรุงอาหารจากเชฟฝีมือระดับโลกที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ จะมีร้านให้ตามไปเช็คอินความอร่อยบ้าง ไปอ่านกันเลย
1. Sushi Saito
ซูชิ ไซโตะ (Sushi Saito) คือจุดหมายปลายทางที่สายกินต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง เพราะนี่คือสาขาของร้านระดับตำนานจากโตเกียวที่เคยคว้ามิชลินสามดาวมาแล้ว ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรมโฟร์ซีซั่น (Four Seasons) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากทำเลที่สามารถชมวิวที่สวยงามได้แล้ว ร้านก็ยังคงรักษามาตรฐานความเนี้ยบตามแบบฉบับเชฟทาคาชิ ไซโตะ ไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่คัดสรรปลาคุณภาพดีที่สุดจากตลาดปลาโทโยสุมาปรุงด้วยเทคนิคที่เน้นความสมดุลระหว่างปลา ข้าว และโชยุอย่างลงตัว ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้ฮิโนกิให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหราไปพร้อมกัน เมนูซิกเนเจอร์ที่สายซูชิต้องหลงรักคือ มากุโระ หรือทูน่าส่วนต่างๆ ที่ไล่ระดับรสสัมผัสได้อย่างน่าประทับใจ การันตีความอร่อยระดับมิชลินไกด์ที่ต้องใช้ความพยายามในการจองสูงมาก ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 10,000 ถึง 12,000++ บาท
Sushi Saito
- เวลาทำการ
อ.-อา. 12:00–14:00 น., 18:00–19:30 น. และ 19:45–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
Chaophraya Estate (Riverfront Promenade 300 ถ. เจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
- เบอร์ติดต่อ
085-550-0791
2. Sushi Masato
ซูชิ มาซาโตะ (Sushi Masato) คือสวรรค์ของคนรักโอมากาเสะที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านสุขุมวิท การันตีความเทพด้วยรางวัลหนึ่งดาวจากมิชลินไกด์มาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นอยู่ที่ฝีมือของเชฟมาซาโตะ ชิมิซุ ผู้เชี่ยวชาญการทำซูชิสไตล์เอโดมาเอะที่เน้นดึงรสชาติธรรมชาติของปลาออกมาให้ได้มากที่สุดจากวัตถุดิบสุดพรีเมียมที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ให้บรรยากาศที่เรียบง่ายแต่ดูดี มีความเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครกินก็ต้องว้าวคือ ปลาไหลทะเล (Anago) ที่นุ่มจนแทบละลายในปาก และนิกิริซูชิ (Nigiri Sushi) ที่เชฟปั้นให้แบบคำต่อคำ ร้านนี้คิวแน่นมากต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ร้านอยู่ที่ซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 4,000-8,000 บาทขึ้นไป
Sushi Masato
- เวลาทำการ
พฤ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันพุธ
- ที่อยู่
3 22 ซอย สวัสดี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
097-234-1370
3. Sushi Saryu
ซูชิ ซาริว (Sushi Saryu) คือผลงานชิ้นเอกของเชฟเซจิ อิจิอิ ผู้เนรมิตประสบการณ์โอมากาเสะแบบ Chef’s Table ที่มีเพียง 6 ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น ทำให้ที่นี่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและหาคิวจองได้ยากสุดๆ จุดเด่นของร้านคือการผสมผสานวัตถุดิบตามฤดูกาลเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดยเชฟมักจะนำเสนอเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าแค่ซูชิแบบเดิมๆ บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบและดูโมเดิร์นเข้ากับความประณีตของอาหารแต่ละคำ เมนูที่ต้องลองคือสารพัดเมนูจากเป๋าฮื้อ (Awabi) ที่ปรุงจนนุ่มและเสิร์ฟพร้อมซอสตับรสเข้มข้นจัดจ้าน ใครที่อยากสัมผัสมาตรฐานมิชลินไกด์แบบใกล้ชิดเชฟต้องรีบกดจองเลย ร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคารโครโนส สาทร ชั้น G ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 8,000++ บาท
Sushi Saryu
- เวลาทำการ
อ.-อา. 18:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
อาคาร โครนอส สาทร ชั้น G 46 ถ. สาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- เบอร์ติดต่อ
083-912-9288
4. Jikasei B
จิกะเส บี (Jikasei B) คือนิยามใหม่ของร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นการนำเสนอซูชิและอาหารทะเลระดับพรีเมียมในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายแต่ยังคงความประณีต จุดขายสำคัญคือการคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสนุกสนานและเป็นกันเอง ต่างจากร้านซูชิแบบดั้งเดิมทั่วไป เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ ซูชิสารพัดหน้า ที่เชฟปรุงรสมาอย่างพอดี และเมนูคัดพิเศษที่เน้นการดึงความหวานของปลาออกมาให้มากที่สุด การันตีความอร่อยระดับมิชลินไกด์ที่สายกินต้องตามมาเช็กอิน ร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทที่ Acadamia Grand Tower สุขุมวิท 43 ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 2,500-5,000 บาท
Jikasei B
- เวลาทำการ
พ.-ศ. 17:00–22:00 น.
ส. 12:00–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.
ปิดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันอาทิตย์
- ที่อยู่
3/4 ซอย สุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
080-243-2143
5. Ginza Sushi Ichi
กินซ่า ซูชิ อิจิ (Ginza Sushi Ichi) คือร้านที่ยกมาตรฐานความหรูหราส่งตรงมาจากย่านกินซ่าสู่ชั้น 3 ของเกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) จุดเด่นที่ทำให้ครองใจนักชิมคือการรักษาคุณภาพวัตถุดิบไว้อย่างเข้มงวด โดยปลาทุกล็อตจะถูกประมูลสดๆ จากตลาดปลาโทโยสุแล้วส่งขึ้นเครื่องบินมาถึงกรุงเทพฯ ภายใน 24 ชั่วโมง ร้านมิชลินแห่งนี้เชี่ยวชาญการทำซูชิสไตล์เอโดมาเอะที่เน้นความสดใหม่และการปรุงรสข้าวด้วยน้ำส้มสายชูแดงที่เป็นสูตรลับเฉพาะ เมนูแนะนำที่ถือเป็นไฮไลต์คือ อูนิ (Uni) ไข่หอยเม่นที่คัดเกรดประมูลสูงสุด ให้รสสัมผัสที่หวาน สัมผัสละมุน และสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ การันตีคุณภาพระดับมิชลินไกด์ด้วยรางวัลหนึ่งดาวมาหลายปีซ้อน บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกสงบและเป็นทางการตามแบบฉบับร้านมิชลินระดับโลก ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 4,000 บาทสำหรับมื้อกลางวัน และ 7,000++ บาทสำหรับมื้อค่ำ
Ginza Sushi Ichi
- เวลาทำการ
อ.,พฤ.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และวันพุธ
- ที่อยู่
3rd Floor,999 Gaysorn Centre Room 3F-08 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- เบอร์ติดต่อ
02-250-0014
6. No Name Noodle
โนเนม นู้ดเดิ้ล (No Name Noodle) คือร้านที่เปลี่ยนมุมมองต่อเมนูเส้นแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ต้องใช้ความพยายามในการจองสูงมาก เพราะรับแขกเพียงไม่กี่รอบต่อวัน จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้โด่งดังคือการคราฟต์เส้นสดและซุปเองทุกขั้นตอนด้วยวัตถุดิบกว่า 30 ชนิด เชฟคัดสรรทุกอย่างเพื่อให้ได้รสชาติที่ลุ่มลึกและกลมกล่อมลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเงียบสงบเหมือนหลุดเข้าไปในห้องทำพิธีชงชา เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนสั่งคือ Tokusei Shio Soba เมนูโซบะที่รสชาตินุ่มนวลแต่ซับซ้อน และเส้นที่มีความนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์ การันตีความเทพด้วยรางวัลระดับมิชลินไกด์ประเภทบิบ กูร์มองด์ ที่ยืนยันว่าอร่อยคุ้มค่าเกินราคา ร้านมิชลินแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยอรรถกระวี สุขุมวิท 26 ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
No Name Noodle
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:00–15:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
2 ซอย อรรถกวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
082-059-5417
7. Torisawa 22
โทริซาวะ 22 (Torisawa 22) คือสวรรค์ของคนรักยากิโทริที่ยกระดับเมนูไก่ย่างเสียบไม้ให้กลายเป็นคอร์สโอมากาเสะสุดหรู ร้านมิชลินแห่งนี้โดดเด่นด้วยการใช้ไก่คัดพิเศษนำมาปรุงแบบย่างถ่านไม้โกกุจันจนหอมกรุ่นและมีเนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำ จุดขายที่ไม่เหมือนใครคือการเสิร์ฟส่วนต่างๆ ของไก่ที่หาทานยาก พร้อมเทคนิคการย่างที่ควบคุมความร้อนได้อย่างแม่นยำจนได้รสชาติที่ลุ่มลึก บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเท่และอบอุ่นด้วยเคาน์เตอร์ไม้หรูหราที่ให้เราได้ชมเชฟปรุงอาหารแบบสดๆ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือตับไก่ที่ย่างจนนุ่มละลายในปาก และสะโพกไก่ย่างที่หนังกรอบแต่เนื้อข้างในนุ่มเด้ง ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 2,500-4,500++ บาท
Torisawa 22
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:30–23:00 น.
- การเดินทาง
floor 2, 267/16 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
083-604-7910
8. Yakiniku Sudo
ยากินิกุ สุโดะ (Yakiniku Sudo) คือสวรรค์ของคนรักเนื้อที่อยากสัมผัสประสบการณ์ปิ้งย่างสไตล์คอร์สโอมากาเสะส่งตรงจากคุมาโมโตะ จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้แตกต่างคือการที่เชฟจะเป็นผู้ย่างเนื้อให้เราแบบคำต่อคำเพื่อให้ได้ความสุกที่พอเหมาะที่สุด วัตถุดิบหลักคือเนื้อวัวเกรดพรีเมียมคัดพิเศษที่มีลายไขมันแทรกสวยงาม ร้านมิชลินแห่งนี้เน้นการชูรสชาติธรรมชาติของเนื้อผ่านเทคนิคการตัดแต่งและการปรุงรสที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างทันสมัยและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมาดื่มด่ำกับมื้อพิเศษ เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือข้าวหน้าเนื้อย่างและเนื้อส่วนคัดพิเศษที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสสูตรลับเฉพาะ เป็นความอร่อยระดับมิชลินที่สายเนื้อต้องมาพิสูจน์ให้ได้ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 3,500-5,000++ บาท
Yakiniku Sudo
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น 2 ห้อง 206 โครงการนิฮอนมาชิ เลขที่ 115 207 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
082-814-3444
9. Gen Japanese Charcoal Grill
เก็น (Gen) สาขาวัฒนา เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะ (Kappo) ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ จุดเด่นของที่นี่คือการใช้วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลมาปรุงเป็นเมนูที่ให้รสสัมผัสแบบโฮมเมดแต่มีความประณีตสูง ร้านนี้ให้บรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวในบ้านที่ญี่ปุ่นจริงๆ มีความเงียบสงบและเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากเลี่ยงความวุ่นวายมาเสพงานศิลปะผ่านจานอาหาร เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องประทับใจคือข้าวอบหม้อดิน (Kamameshi) ที่ใช้ข้าวสายพันธุ์ดีหุงพร้อมเครื่องต่างๆ จนหอมฟุ้ง และปลาเผาทรงเครื่องที่ดึงความหวานของเนื้อปลาออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ถือเป็นหนึ่งในลิสต์มิชลินไกด์ที่นำเสนอความหมายของคำว่าอร่อยได้อย่างลึกซึ้ง ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 2,500-4,500 บาท
Gen Japanese Charcoal Grill
- เวลาทำการ
จ.,พ.-อา.17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอังคาร
- ที่อยู่
267 31 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
094-481-4499
10. Toritama
ชิโรกาเนะ โทริทามะ (Shirokane Toritama) คือจุดหมายปลายทางของคนรักยากิโทริหรือไก่ย่างเสียบไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่ส่งตรงความอร่อยมาจากย่านชิโรกาเนะ โตเกียว จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ครองใจนักชิมคือความเชี่ยวชาญในการย่างไก่ด้วยถ่านไม้โกคุตัน (Kokutan) โดยคัดสรรส่วนต่างๆ ของไก่มานำเสนอมากกว่า 30 ส่วน ตั้งแต่เนื้อส่วนปกติไปจนถึงส่วนที่หาทานยาก ร้านมิชลินแห่งนี้ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ จากมิชลินไกด์ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและความคุ้มค่า บรรยากาศภายในร้านมีเคาน์เตอร์บาร์ยาวให้เราได้นั่งดูเชฟย่างไก่แบบสดๆ พร้อมกลิ่นหอมฟุ้ง เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ โชชิน (Chochin) ซึ่งเป็นรังไข่อ่อนที่ย่างมาแบบเยิ้มๆ ร้านตั้งอยู่ที่โครงการพาร์คเลน (Park Lane) เอกมัย ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 1,000-2,500 บาท
Toritama
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–23:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
18 Park Lane Soi Sukhumvit 63 Road แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- เบอร์ติดต่อ
02-382-0141
11. Nikaku Bangkok
นิกากุ (Nikaku) คือร้านซูชิระดับตำนานจากคิตะคิวชูที่มาเปิดสาขาแรกในไทยที่ย่านสาทร นำเสนอสไตล์เอโดมาเอะผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากเกาะคิวชู จุดเด่นที่ทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้พิเศษกว่าใครคือการเน้นดึงรสสัมผัสจากธรรมชาติของปลาผ่านการบ่มและการปรุงอย่างเชี่ยวชาญโดยเชฟผู้สืบทอดสูตรลับกว่า 60 ปี ร้านมิชลินแห่งนี้ให้บรรยากาศที่หรูหราและสงบเงียบ ตกแต่งด้วยไม้โทนสว่างดูสะอาดตา เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องประทับใจคือซูชิหน้าปลาตามฤดูกาลที่คัดเฉพาะตัวที่สมบูรณ์ที่สุด และข้าวปั้นที่มีอุณหภูมิและรสสัมผัสพอเหมาะพอดีตามมาตรฐานมิชลินไกด์ มอบประสบการณ์การทานที่ประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด ร้านตั้งอยู่ในโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (W Bangkok) ราคาต่อหัวสำหรับคอร์สโอมากาเสะเริ่มต้นประมาณ 4,000-7,000++ บาท
Nikaku Bangkok
- เวลาทำการ
จ.-อ., พฤ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 18:30–21:00 น., ปิดทุกวันพุธ
- ที่อยู่
G Floor, W Bangkok, 106 ถ. สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- เบอร์ติดต่อ
080-732-2338
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
ชี้เป้า 12 ร้านทงคัตสึ (Tonkatsu) กรอบนอกนุ่มใน สายหมูทอดต้องตามไปเช็คอิน
30.12.2025
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
ทำความรู้จัก ข้าวหน้าเนื้อ (Gyudon) และข้าวหน้าหมู (Butadon) เมนูสุดเบสิค แต่อร่อยจนต้อง
26.12.2025
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
แนะนำ 20 ร้านอาหารญี่ปุ่น กินเลี้ยงส่งท้ายปีและฉลองปีใหม่
25.12.2025
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
แนะนำ 10 ร้านโซบะ (Soba) เส้นสด อัพเดทปี 2025
19.12.2025
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
7 ร้านอุด้ง (Udon) สไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่ควรพลาด อัพเดทปี 2025
19.12.2025
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
25 ร้านเนื้อวากิว (Wagyu) พรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่สายเนื้อต้องปักหมุด
11.11.2025