แนะนำ 40 ร้านยากินิกุ (Yakiniku) ถูกใจคนรักปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น

05.08.2025 (Updated: 18.03.2026)
แนะนำ 40 ร้านยากินิกุ (Yakiniku) ถูกใจคนรักปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น

เมนูโปรดสำหรับคนรักการทานเนื้อ เห็นทีจะหนีไม่พ้นยากินิกุ เมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะได้ลิ้งลองเนื้อส่วนต่างๆ ในคุณภาพดีจนถึงเกรดพรีเมียมอย่างเนื้อวากิว A5 แค่นึกภาพเนื้อที่มันเยิ้มๆ กับเสียงฉ่า~ ฉ่า~ ของเนื้อตอนแนบกับกระทะก็หิวแล้วว่าไหมคะ แล้วมีร้านไหนบ้างล่ะที่เราสามารถเติมท้องด้วยเนื้ออร่อยๆ ได้อย่างเต็มอิ่ม เราได้รวบรวม 40 ร้านยากินิกุให้ทุกคนได้ไปตามสนองความฟินแบบจัดเต็มมาไว้ที่นี่แล้ว

1. Genpukan

Genpukan เป็นร้านยากินิกุที่คนรักปิ้งย่างสายลึกในย่านทองหล่อคุ้นเคยกันดี เพราะเดินทางสะดวกมาก เพียงเดินเท้าจาก BTS ทองหล่อเข้าซอยมาแค่ 4 นาทีก็ถึงจุดหมาย ตัวร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในร้านปิ้งย่างท้องถิ่นที่ญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่าย เป็นกันเอง ไม่เน้นความหรูหราแต่เน้นความอบอุ่นและมีกลิ่นอายความคลาสสิกที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการชวนแก๊งเพื่อนมานั่งล้อมเตาปิ้งเนื้อคุยกันแบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง ความพิเศษที่ทำให้หลายคนกลับมาซ้ำคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และบริการที่รวดเร็วทันใจ

เมนูที่ยกให้เป็นพระเอกของทางร้านต้องยกให้ Karubi หรือเนื้อซี่โครงที่มีสัดส่วนของไขมันแทรกกำลังดี เวลาย่างบนไฟร้อนๆ จะมีกลิ่นหอมและรสสัมผัสที่ฉ่ำวาวสุดๆ ส่วนสายเนื้อเน้นความนุ่มต้องลอง Rosu และ Harami ที่คัดมาแบบคุณภาพเน้นๆ นอกจากนี้ยังมี Gyutan หรือลิ้นวัวที่สไลซ์มาได้ขนาดพอเหมาะ ปิ้งพอสะดุ้งไฟก็ได้ความกรุบที่ลงตัว แต่สิ่งที่เป็นทีเด็ดและห้ามมองข้ามเด็ดขาดคือ ข้าวญี่ปุ่น ของที่นี่ ซึ่งหุงมาได้นุ่มนวล เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย มีความหอมเป็นพิเศษ เมื่อกินคู่กับเนื้อวากิวที่จิ้มน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้านบอกเลยว่าฟินจนหยุดไม่อยู่

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท จัดว่าเป็นร้านในย่านสุขุมวิทที่ทำราคาออกมาได้มิตรภาพและคุ้มค่ากับเกรดวัตถุดิบที่ได้รับอย่างมาก อาศัยงบประมาณหลักร้อยปลายๆ ก็สามารถอิ่มอร่อยกับเนื้อย่างคุณภาพดีในทำเลทองได้แล้ว

Genpukan

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–0:00 น.

ที่อยู่

41, Thonglor)​ 43 ถ. ทองหล่อ Klongton-nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/genpukan-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

02-712-7901

Facebook

facebook.com/genpukan.bangkok

2. Yakiniku Hiroshima

Yakiniku Hiroshima ตั้งอยู่บนทำเลที่เดินทางสะดวกในซอยสุขุมวิท 42 โดยสามารถลงรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนงแล้วต่อรถเข้ามาเพียงนิดเดียว ร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านที่พักอาศัย บรรยากาศด้านในเน้นความเป็นส่วนตัว มีกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่เรียบง่ายแต่ดูดี จุดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือการนำเสนอมนต์เสน่ห์ของจังหวัดฮิโรชิม่าผ่านการตกแต่งและวิถีการกินที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้บินไปนั่งกินอยู่ที่นั่นจริงๆ เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งพักผ่อนหลังเลิกงานหรือพาครอบครัวมาเปลี่ยนบรรยากาศการกินปิ้งย่างในแบบที่ไม่วุ่นวายจนเกินไป

เมนูที่ต้องสั่งมาลงเตาคือบรรดาเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่มีลายไขมันแทรกสวยงามเหมือนงานศิลปะ เมื่อย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จะส่งกลิ่นหอมเย้ายวนและให้รสสัมผัสที่ละลายในปาก แต่ความพิเศษที่หาตัวจับยากคือเมนูเส้นที่เป็นซิกเนเจอร์ประจำเมืองอย่าง ฮิโรชิม่าราเมง ที่น้ำซุปมีความเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ และ ฮิโรชิม่าเรเมง หรือบะหมี่เย็นสไตล์ฮิโรชิม่าที่ใช้เส้นราเมงนำเข้าโดยเฉพาะ ให้ความเหนียวนุ่มสู้ฟันและรสชาติที่สดชื่น ตัดเลี่ยนจากการกินเนื้อย่างได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการผสมผสานระหว่างปิ้งย่างและอาหารท้องถิ่นที่ลงตัวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

ราคาเฉลี่ยต่อหัวเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของเนื้อที่คัดสรรมาอย่างดีรวมถึงเมนูเส้นนำเข้าที่หาทานได้ยากในร้านยากินิกุทั่วไปในกรุงเทพฯ

Yakiniku Hiroshima

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

ถนนสุขุมวิท 42 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-hiroshima/

เบอร์ติดต่อ

090-229-1234

Facebook

facebook.com/HiroshimaYakiniku

3. Yakiniku Suzuki Beef BKK

Yakiniku Suzuki Beef BKK เป็นพิกัดที่สายเนื้อระดับลึกต้องมาเช็คอินให้ได้สักครั้ง เพราะบรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกพรีเมียมและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก โดยเฉพาะโซนห้องส่วนตัวที่ออกแบบมาให้เหมาะกับการมานั่งสังสรรค์ในโอกาสพิเศษหรือมื้อสำคัญกับครอบครัว แต่ถ้าใครชอบดูเชฟเตรียมวัตถุดิบแบบใกล้ชิด ที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์ก็ตอบโจทย์ได้ดี ความพิเศษที่ต่างจากที่อื่นคือเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นที่เป็นผู้คัดสรรและนำเข้าเนื้อด้วยตัวเองโดยตรง ทำให้เราสัมผัสได้ถึงมาตรฐานความพิถีพิถันและการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเหมือนได้ไปนั่งทานอยู่ในย่านกินดื่มระดับหรูในญี่ปุ่น

เมนูซิกเนเจอร์ที่ถือเป็นที่สุดของร้านคือ เนื้อโอมิเกรด A5 จากจังหวัดชิงะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามสุดยอดวากิวระดับตำนานของญี่ปุ่น ลายไขมันที่แทรกตัวอยู่ในเนื้อมีความละเอียดและสวยงามมาก เมื่อนำไปย่างเพียงครู่เดียวเนื้อจะนุ่มจนเกือบจะละลายไปบนลิ้นพร้อมรสชาติที่หวานมันเป็นเอกลักษณ์ อีกหนึ่งจานที่ห้ามพลาดเลยคือลิ้นวัวส่วนที่นุ่มที่สุดซึ่งนำมาปรุงรสและจัดเสิร์ฟอย่างพิถีพิถันให้สัมผัสที่เด้งสู้ฟันแต่ยังคงความละมุนไว้ได้อย่างดี รวมถึงเมนูข้าวหน้าเนื้อรสชาติเข้มข้นที่ทำออกมาได้คุ้มราคาและช่วยเติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับคนที่อยากทานให้อิ่มท้อง

ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับการได้ลิ้มลองเนื้อวากิวสายพันธุ์แท้ระดับท็อปจากมือผู้นำเข้าโดยตรงในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวขนาดนี้

Yakiniku Suzuki Beef BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.

ที่อยู่

682/5 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-suzuki-beef-bkk/

เบอร์ติดต่อ

062-184-4480

Facebook

facebook.com/suzukibeef.bkk

4. Yakiniku Kirabi 23

Yakiniku Kirabi 23 ตั้งอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านของย่านสุขุมวิทแต่กลับให้ความรู้สึกที่สงบและเป็นส่วนตัวอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากทางร้านออกแบบพื้นที่ให้เป็นห้องส่วนตัวทั้งหมด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากนั่งทานปิ้งย่างแบบไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาใคร หรือจะชวนกลุ่มเพื่อนมาจัดปาร์ตี้เนื้อย่างก็รองรับได้สบายเพราะมีห้องขนาดใหญ่ที่จุได้ถึง 30 คน การตกแต่งภายในเน้นความเรียบเท่และดูแพงตามสไตล์ร้านญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดฮิตสำหรับคนทำงานและครอบครัวที่ต้องการดื่มด่ำกับมื้ออาหารในบรรยากาศที่พิเศษกว่าร้านทั่วไป

เมนูที่เป็นหัวใจหลักคือเนื้อวากิวขนดำหรือ Kuroge Wagyu ที่ส่งตรงคุณภาพมาตรฐานเดียวกับร้านดังในโอซาก้า โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ Assorted Kuroge Wagyu Karubi ซึ่งเป็นการรวมเอาเนื้อซี่โครงส่วนต่างๆ มาให้ลิ้มลอง ความพิเศษคือลายไขมันที่แทรกซึมอยู่ในเนื้ออย่างละเอียดจนดูเหมือนลายหินอ่อน เมื่อนำไปวางบนเตาไฟจะเกิดความชุ่มฉ่ำและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่สายเนื้อต้องยอมสยบ นอกจากนี้ยังมีเนื้อส่วนหายากให้เลือกสั่งแบบอะลาคาร์ทสำหรับคนที่อยากสัมผัสรสชาติที่แตกต่าง หรือถ้าใครอยากอิ่มแบบจุใจทางร้านก็มีตัวเลือกแบบบุฟเฟต์เนื้อเกรดพรีเมียมที่รับรองว่าคุ้มค่าทุกคำที่ทานเข้าไปอย่างแน่นอน

ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นที่ประมาณ 500 บาทไปจนถึง 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกทานเป็นแบบชุดบุฟเฟต์หรือสั่งแยกเป็นจาน ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพเนื้อวากิวระดับสูงและความเป็นส่วนตัวของห้องอาหารที่ได้รับ ถือเป็นเรทราคาที่สมเหตุสมผลและน่าประทับใจมากสำหรับย่านใจกลางเมืองแบบนี้

Yakiniku Kirabi

เวลาทำการ

จ.-ส.16:00–23:00 น.

อา.12:00–22:00 น.

ที่อยู่

46 1 ซ. สุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-kirabi-51/

เบอร์ติดต่อ

093-434-1717

Facebook

facebook.com/yakiniku.kirabi

5. Kitaro Itadaki Horumon

Kitaro Itadaki Horumon เป็นร้านยากินิกุที่ตั้งอยู่ใจกลางศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นย่านลิตเติ้ลเจแปนของไทย ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นการใช้งานจริงตามสไตล์ร้านปิ้งย่างในญี่ปุ่นที่เน้นบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นร้านที่หนุ่มสาวออฟฟิศชาวญี่ปุ่นชอบมานั่งสังสรรค์กันหลังเลิกงาน ความโดดเด่นของที่นี่อยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เตรียมมาอย่างใส่ใจ ทำให้เป็นจุดหมายที่สายเนื้อปิ้งย่างที่แวะมาแถวชลบุรีไม่ควรพลาดเลย เพราะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากร้านปิ้งย่างในห้างสรรพสินค้าอย่างชัดเจน

เมนูที่เป็นหัวใจสำคัญและทำให้หลายคนต้องติดใจคือกลุ่มเครื่องในวัวหรือที่เรียกกันว่าโฮรุมอน ซึ่งที่นี่คัดมาได้สะอาดสะอ้านและไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนที่ห้ามพลาดเลยคือลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กที่มีความมันวาว เวลาย่างบนเตาถ่านจนเริ่มเกรียมจะได้สัมผัสที่ทั้งนุ่มและเด้งสู้ฟัน นอกจากนี้ยังมีส่วนกระเพาะ ลิ้นวัว และเนื้อส่วนต่างๆ ที่สไลซ์มาขนาดกำลังพอดีคำ เมื่อนำมาทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรลับประจำร้านที่รสชาติกลมกล่อม ยิ่งช่วยชูรสชาติความหวานของเนื้อออกมาได้ดีมาก ใครที่ชอบสัมผัสความกรุบกรอบและความหนึบหนับของเครื่องในคุณภาพเยี่ยมบอกเลยว่าตอบโจทย์สุดๆ

ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับปริมาณและความหลากหลายของเมนูเครื่องในที่หาทานได้ยากในร้านทั่วไป เป็นร้านปิ้งย่างที่เน้นความคุ้มค่าและรสชาติแบบต้นตำรับอย่างแท้จริงในราคาที่สบายกระเป๋า

Kitaro Itadaki Horumon

เวลาทำการ

จ.-ศ. 17:00–0:00 น.

ส.-อา. 12:00–0:00 น.

ที่อยู่

146 ถนน ศรีราชานคร 1 ตำบล ศรีราชา อำเภอศรีราชา ชลบุรี 20110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-itadaki-horumon/

เบอร์ติดต่อ

03-364-0345

Facebook

facebook.com/Itadaki-Horumon

6. Oniku to Gohan Thonglor

Oniku to Gohan Thonglor เป็นร้านยากินิกุที่สายปิ้งย่างตัวจริงในย่านทองหล่อกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะคอนเซปต์ของร้านนั้นชัดเจนตามชื่อร้านที่แปลว่าเนื้อกับข้าว บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้ดูทันสมัยและมีความเป็นกันเอง มีความคึกคักแบบร้านอาหารในโตเกียวที่เน้นความกระฉับกระเฉงแต่ยังคงความสบายในการนั่งทาน เหมาะสำหรับการแวะมาเติมพลังหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน หรือจะนัดกลุ่มเพื่อนมาปาร์ตี้เนื้อย่างกันแบบจริงจังก็ได้เช่นกัน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความลงตัวระหว่างคุณภาพของเนื้อวัวที่คัดมาอย่างดีกับข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงออกมาได้ไร้ที่ติ ทำให้มื้ออาหารดูเรียบง่ายแต่ทรงพลังในแง่ของรสชาติ

เมนูที่จัดว่าเป็นไฮไลต์เด็ดห้ามพลาดเลยคือ Hitachi Wagyu Kalbi และ Kazusa Wagyu Jou Rosu ซึ่งเป็นเนื้อวากิวพรีเมียมที่มีไขมันแทรกสวยงามสม่ำเสมอ เมื่อวางลงบนเตาไฟจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งและให้รสสัมผัสที่นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว นอกจากนี้ยังมี Negi Gyu-tan ลิ้นวัวสไลซ์พอดีคำโรยต้นหอมรสชาติกลมกล่อม และ Ushi-Harami ที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นถึงรสเนื้อแท้ๆ แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญและช่วยชูรสชาติของเนื้อให้อร่อยขึ้นไปอีกขั้นคือ ข้าวญี่ปุ่นนำเข้าจากฟุกุโอกะ ที่ทางร้านคัดสรรมาโดยเฉพาะ เมล็ดข้าวมีความเหนียวนุ่มและมีความหวานอ่อนๆ ตามธรรมชาติ เมื่อกินคู่กับเนื้อย่างที่จิ้มน้ำจิ้มสูตรเด็ดจะกลายเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ซึ่งหากมองจากเกรดของเนื้อวากิวสายพันธุ์คัดพิเศษและข้าวคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแล้ว ถือว่าเป็นการลงทุนกับมื้ออาหารที่คุ้มค่าและน่าประทับใจมากสำหรับย่านทองหล่อ

Oniku to Gohan Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

No.88 Room.1, B3 ซ. สุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/oniku-to-gohan-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

096-034-7997

Facebook

facebook.com/onikutogohan

7. 298 Nikuya Yakiniku

298 Nikuya Yakiniku เป็นจุดเช็คอินลับที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 41 ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าจากสถานี BTS พร้อมพงษ์เพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกที่โปร่งสบายและมีความเป็นกันเองสูงมาก สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไปคือความใส่ใจในการบริการที่สามารถขอให้พนักงานช่วยย่างเนื้อให้ที่โต๊ะได้เลย เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อทุกชิ้นจะถูกปรุงในระดับความสุกที่สมบูรณ์แบบที่สุด แถมยังมีระบบการจัดการที่ได้รับมาตรฐานสากลทำให้สายกินมั่นใจได้ทั้งเรื่องความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากฟาร์ม เป็นสถานที่ที่เหมาะทั้งการมาดินเนอร์แบบเน้นรสชาติหรือจะมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนที่เน้นความคุ้มค่าก็ได้เช่นกัน

เมนูไฮไลต์ที่ทุกคนต้องลองคือเนื้อวากิวอะวาคุโระซึ่งเป็นเนื้อสายพันธุ์พิเศษที่ทางร้านนำเข้ามาเองจากจังหวัดโทคุชิม่า ความพิเศษอยู่ที่รสสัมผัสอันนุ่มนวลและรสหวานตามธรรมชาติของไขมันที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อแดงอย่างลงตัว เมื่อย่างบนเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งจะยิ่งชูรสชาติให้เด่นชัดขึ้นไปอีก นอกจากปิ้งย่างแล้วยังมีเมนูที่คุ้มค่าแบบสุดๆ อย่างข้าวหน้าแฮมเบิร์กที่เติมได้ไม่อั้นในราคาสบายกระเป๋า รวมถึงโปรโมชั่นบุฟเฟต์เครื่องดื่มแบบจุใจยาวนานถึง 90 นาที ซึ่งถือเป็นกิมมิคเฉพาะตัวที่ทำให้การกินยากินิกุที่นี่สนุกและเพลิดเพลินยิ่งกว่าเดิม

ราคาต่อหัวสำหรับมื้ออาหารคุณภาพพรีเมียมแบบนี้เริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเกรดของเนื้อวากิวนำเข้าและการบริการที่ดูแลอย่างใกล้ชิดในทำเลใจกลางสุขุมวิทแบบนี้

298 Nikuya Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/298-nikuya-yakiniku/

เบอร์ติดต่อ

098-479-6236

Instagram

instagram.com/298yakiniku_bangkok

8. Besuke Beef tongue Restaurant

Besuke Beef tongue Restaurant ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 51 เป็นร้านที่คนรักลิ้นวัวปักหมุดให้เป็นที่สุดในดวงใจ ตัวร้านให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในร้านอาหารย่านเซนไดที่ญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่าย สบายตา และมีความเป็นกันเองสูงมาก มีกลิ่นอายความอบอุ่นที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ต่างจากร้านยากินิกุทั่วไปตรงที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางชัดเจน เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งละเมียดละไมกับรสชาติเนื้อย่างคุณภาพเยี่ยมในบรรยากาศที่เรียบแต่เท่

เมนูที่ต้องสั่งและถือเป็นพระเอกตลอดกาลคือ ลิ้นวัวย่างหนานุ่ม ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ที่ทางร้านคัดสรรเฉพาะส่วนที่นุ่มที่สุดมาหั่นแบบหนาพิเศษ ย่างบนเตาจนสุกกำลังดีให้สัมผัสที่กรุบเด้งแต่ข้างในยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ นอกจากนี้ยังมีเมนูลิ้นวัวตุ๋นที่นุ่มจนละลายในปาก และข้าวสวยร้อนๆ ที่ทานคู่กับซุปใสรสชาติกลมกล่อม ความพิเศษคือเทคนิคการเตรียมลิ้นวัวแบบดั้งเดิมที่หารสชาติแบบนี้ได้ยากในไทย ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไปอย่างชัดเจน

ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 600-1,200 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความละเมียดละไมในการเตรียมวัตถุดิบและรสชาติระดับพรีเมียมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้ในย่านใจกลางสุขุมวิท

Besuke Beef tongue Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

3/2 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/besuke-beef-tongue/

เบอร์ติดต่อ

097-189-6619

Facebook

facebook.com/Beef-tonge-Besuke

9. Nikusho

NIKUSHO เป็นร้านยากินิกุที่ขยายสาขาไปครอบคลุมหลายพื้นที่สำคัญอย่างสุขุมวิท 31 ธนิยะ บางนา ไปจนถึงศรีราชา ทำให้เข้าถึงง่ายไม่ว่าจะอยู่โซนไหน บรรยากาศภายในร้านเน้นความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความคึกคักแบบญี่ปุ่นยุคใหม่ที่ดูสนุกสนาน มีความโปร่งโล่งนั่งสบายไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับการนัดรวมตัวกับเพื่อนฝูงหรือพาทีมมาสังสรรค์หลังเลิกงาน สิ่งที่ทำให้ร้านนี้มีความโดดเด่นและครองใจสายปิ้งย่างคือการเป็นร้านที่จัดการวัตถุดิบได้มาตรฐานสม่ำเสมอทุกสาขา พร้อมการบริการที่ใส่ใจทำให้การมาทานแต่ละครั้งให้ความรู้สึกประทับใจและคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป

เมนูที่ยกให้เป็นจุดขายหลักคือเนื้อวากิวสายพันธุ์ดีที่ส่งตรงมาจากเมืองอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายส่วนตั้งแต่เนื้อซี่โครงลายสวยที่ย่างแล้วไขมันละลายออกมาได้รสหวานหอม ไปจนถึงเนื้อส่วนฮารามิและลิ้นวัวที่คัดเกรดมาอย่างดีเยี่ยม แต่ทีเด็ดที่หาตัวจับยากจริงๆ คือการเลือกใช้ข้าวอุโอนุมะ โคชิฮิคาริ ซึ่งถือเป็นข้าวสายพันธุ์ที่อร่อยและหายากอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น เมล็ดข้าวมีความเงางาม หนึบนุ่ม และมีรสหวานอ่อนๆ เมื่อทานคู่กับเนื้อย่างร้อนๆ จะช่วยส่งเสริมรสชาติของกันและกันได้อย่างลงตัวที่สุด โดยทางร้านมีให้เลือกทั้งแบบสั่งเป็นจานแยกตามใจชอบหรือจะเลือกทานแบบบุฟเฟต์ที่จัดเต็มทั้งเนื้อและเครื่องเคียงหลากหลายรายการ

ราคาต่อหัวเริ่มต้นประมาณ 500 บาทไปจนถึงระดับพรีเมียมที่ราคาสูงขึ้นตามคุณภาพของเนื้อที่เลือกสั่ง ถือเป็นหนึ่งในร้านยากินิกุที่มีช่วงราคาค่อนข้างกว้างและตอบโจทย์งบประมาณที่หลากหลาย ทำให้สามารถแวะมาทานได้บ่อยครั้งโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษเพียงอย่างเดียว

Nikusho

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

12 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/niku-sho/

เบอร์ติดต่อ

064-282-9392

Facebook

facebook.com/nikusho

10. Sumibi Yakiniku Thaniya

Sumibi Yakiniku Thaniya ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านธนิยะบนถนนสุรวงศ์ เป็นพิกัดที่คนรักการกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่นต้องแวะมาสัมผัสให้ได้ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนร้านปิ้งย่างดั้งเดิมในโตเกียวที่ลูกค้านิยมมานั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จุดที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นกว่าร้านอื่นคือกลิ่นหอมของถ่านไม้ที่อบอวลไปทั่วร้าน เพราะทางร้านยึดมั่นในการใช้เตาถ่านแบบดั้งเดิมในการย่างเนื้อเท่านั้น ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศการกินที่ดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนสนิทหรือพาครอบครัวมาเปลี่ยนบรรยากาศในมื้อค่ำที่แสนพิเศษ

เมนูที่ดึงดูดสายตาและชวนน้ำลายสอมากที่สุดคือ Taniyaki เนื้อชิ้นยักษ์ที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็มสะใจสายเนื้อวากิวพรีเมียมโดยเฉพาะ เมื่อวางลงบนตะแกรงร้อนๆ เปลวไฟจากถ่านจะค่อยๆ รีดน้ำมันออกมาทำให้เนื้อมีความชุ่มฉ่ำและมีกลิ่นหอมควันไฟที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเตาไฟฟ้าทำไม่ได้ นอกจากงานปิ้งย่างที่คัดสรรเนื้อส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟแล้ว ทางร้านยังมีเมนูเคียงที่น่าสนใจอย่างสลัดผักสดกรอบและบรรดาของทานเล่นสไตล์อิซากายะที่รสชาติดีไม่แพ้กัน รวมถึงข้าวหน้าเนื้อที่ปรุงมาอย่างเข้มข้นถึงใจ ทำให้การมาทานที่นี่ได้รับประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นที่หลากหลายครบถ้วนในที่เดียว

ราคาโดยประมาณสำหรับการอิ่มอร่อยที่นี่จะอยู่ที่ 800-1,500 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อแลกกับคุณภาพเนื้อวากิวระดับพรีเมียมและเทคนิคการย่างด้วยถ่านไม้ที่ช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้ดีที่สุดในย่านใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวกแบบนี้

Sumibi Yakiniku Thaniya

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

No:, 14/6 ถ. สุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sumibi-yakiniku-taniya/

เบอร์ติดต่อ

02-233-4432

Facebook

facebook.com/Yakiniku432

10. Yasuda Kobe Beef

ร้าน Yasuda Kobe Beef  ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิท เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองว่าเป็นผู้นำเข้าและเสิร์ฟเนื้อโกเบ (Kobe Beef) แท้ๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นเนื้อวากิวจากวัวสายพันธุ์ขนดำเกรด A5 เท่านั้น เมนูซิกเนเจอร์ คือ Kobe Beef Sukiyaki Mabushi ข้าวหน้าเนื้อโกเบ จะทานแบบปกติ ทานแบบใส่วาซาบิสด หรือราดน้ำซุปดาชิเป็นแบบโอฉะสึเกะก็อร่อย เมนูเด็ดจากเนื้อโกเบอื่นๆ เช่น Kobe Beef Premium Yaki Suki, Kobe Beef Sirloin Steak with Rice, Yakiniku 5 Kinds และ Beef Tongue Set ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป

Yasuda Kobe Beef

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

444 ซอย ปรีดี พนมยงค์ 42 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yasuda-kobe-beef/

เบอร์ติดต่อ

088-180-3888

Facebook

facebook.com/YasudaTH

11. KURA Premium Yakiniku and Sushi

ร้านนี้เค้าตอบโจทย์คนรักอาหารญี่ปุ่นแบบสุด ๆ เพราะรวมความอร่อยของทั้งยากินิกุและซูชิไว้ในที่เดียว ที่นี่คัดสรรเนื้อคุโรเกะวากิว (Kuroge Wagyu) คุณภาพดีมาให้ย่างเองแบบฟิน ๆ มีทั้งแบบสั่งเป็นเซ็ตอะลาคาร์ท หรือจะจัดหนักสไตล์บุฟเฟต์ก็มีให้เลือกหลายราคา คุ้มค่าสุด ๆ เพราะสามารถตักตวงความอร่อยของทั้งเนื้อยากินิกุและเมนูซูชิแบบพรีเมียมได้ไม่อั้น เมนูเด็ดที่ต้องสั่งเลยคือ Special Aburi Yukke Gold ที่เป็นเนื้อยุกเกะวากิวเบิร์นไฟหอม ๆ ท็อปด้วยไข่แดง แต่เมนูซูชิของที่นี่ก็ไม่แพ้ใคร เพราะมีซูชิให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่คำละหลักสิบไปจนถึงอูนิสด ๆ ราคาต่อหัวประมาณ 980 บาทขึ้นไปสำหรับบุฟเฟต์ ส่วนแบบอะลาคาร์ทจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาท

KURA Premium Yakiniku and Sushi

เวลาทำการ

จ.-พฤ.,อา.11:00–22:00 น.

ศ.-ส.11:00–23:00 น.

ที่อยู่

Room no VELAA AT SINDHORN VILLAGE B104, 87 105 ซ.หลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

02-115-8008

Facebook

facebook.com/Kura.langsuan

12. YAKINIKU GARCIA

มาต่อกันที่ร้าน YAKINIKU GARCIA ที่นำเอาเนื้อวัวสายพันธุ์พรีเมียมจากอเมริกา (U.S. Prime Beef) มาทำเป็นเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น บอกเลยว่ารสชาติและเนื้อสัมผัสดีงามมาก ที่นี่เน้นเมนูแบบอะลาคาร์ท ให้เราเลือกทานเนื้อส่วนต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ มีเนื้อวัวหลากหลายเกรดให้เลือก เช่น U.S. Prime Chuck Roll, Short Ribs หรือเนื้อกระบังลม นอกจากเนื้อวัวแล้ว ที่นี่ยังมีเนื้อหมูคุโรบุตะและอาหารทะเลให้ย่างด้วย และสิ่งที่ทำให้ร้านนี้แตกต่างคือ ซอสและเครื่องเคียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บรรยากาศร้านค่อนข้างทันสมัย นั่งสบาย เหมาะกับการนัดเพื่อนร่วมงานมาแฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน หรือพาครอบครัวมาทาน ร้านตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิทเลย ส่วนราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท

YAKINIKU GARCIA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

706 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

082-837-7728

Facebook

facebook.com/YakinikuHorumonSakabaGarcia

13. YAKINIKU MASTER SHOUTAIAN

ร้าน YAKINIKU MASTER SHOUTAIAN (MATSUSAKA WAGYU) ตั้งอยู่ที่ โรงแรม Nikko Bangkok มีทั้งเมนูแบบ A La Carte แบบเซ็ต และแบบคอร์ส ไฮไลท์ของร้านนี้คือ เนื้อ Matsusaka Wagyu คุณภาพสูง ขึ้นชื่อเรื่องลายหินอ่อนที่สวยงาม และรสชาติที่เข้มข้น นุ่มละมุนละลายในปาก เมนูยอดนิยมอื่นๆ เช่น ลิ้นวัว เนื้อเซอร์ลอยด์หั่นเต๋า เนื้อฮารามิ เนื้อคารุบิ ยังมีเมนูพิเศษน่าลองอย่าง Matsusaka Wagyu Yukke Don, A5 Wagyu Tekka Don, A5 Wagyu Premium Yakiniku Don และ A5 Rank Wagyu Melt-in-your-mouth Hamburg Steak ราคาต่อหัวค่อนข้างสูง เพราะเป็นร้านระดับพรีเมียม อยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาทขึ้นไป

YAKINIKU MASTER SHOUTAIAN (MATSUSAKA WAGYU)

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–15:00 น. และ 17:00–22:30 น.

ที่อยู่

27 Hotel Nikko Bangkok,3rdFloor,315 Room, ถ. ทองหล่อ klongton-nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

062-554-2981

Facebook

facebook.com/Shoutaianbkk

14. Kuroushi no sato Yakiniku thonglor

ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ยากินิกุสไตล์ดั้งเดิม ต้องมาลองร้าน Kuroushi no Sato เลย ที่นี่เน้นใช้เนื้อวัวญี่ปุ่นพันธุ์ขนดำ (Kuroge Wagyu) คุณภาพดีเยี่ยมมาให้ได้ปิ้งย่างกันแบบฟิน ๆ สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดขายของที่นี่คือ เนื้อที่มีหลากหลายส่วนมาก ตั้งแต่ส่วนยอดนิยมอย่างเนื้อติดซี่โครง ไปจนถึงส่วนหายากอย่างเนื้อใบพาย เนื้อแต่ละชิ้นจะถูกแล่มาอย่างพิถีพิถัน พร้อมให้ย่างบนเตาถ่านที่ช่วยเพิ่มความหอมเป็นพิเศษ เมนูที่มาแล้วต้องสั่งเลยคือ เมนูชุดเนื้อรวม (Assorted Set) เพราะคุ้มค่าและได้ลองเนื้อหลายแบบมากๆ ร้านตั้งอยู่โรงแรม โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท ทองหล่อ กรุงเทพ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 800-2,000 บาท

Kuroushi no sato Yakiniku thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:30 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

โรงแรมโอ๊ควูด เรสซิเดนท์ 313 ซอย ทองหล่อ 13 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

097-084-7639

Facebook

facebook.com/Kuroushinosato

15. Seinikuten Ari

ร้าน Seinikuten ตั้งอยู่ที่ซอยพหลโยธิน 7 และมีอีกสาขาที่ซอยเอกมัย 6 โดดเด่นในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ทั้งเนื้อวัวและซีฟู้ด ในรูปแบบบุฟเฟต์ที่คุ้มค่าคุ้มราคา เมนูบุฟเฟ่ต์มีให้เลือกกินหลากหลาย ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเล และอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ กว่า 90 เมนู โดยแพ็กเกจบุฟเฟ่ต์ราคาเริ่มต้นที่ 599 บาท ใครที่กำลังมาหาร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นที่ครบทั้งคุณภาพ เมนูที่หลากหลาย และราคาที่คุ้มค่า ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเลยล่ะ

Seinikuten Ari

เวลาทำการ

จ.-พฤ.,อา.11:30–22:00 น.

ศ.-ส.11:30–23:00 น.

ที่อยู่

40 ซอย เจือจิตร แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/seinikuten-ari/

เบอร์ติดต่อ

089-988-2345

Facebook

facebook.com/seinikuten.ari

16. Nikuno Yamani Yakiniku restaurant

Nikuno Yamani Yakiniku เลยนะคะ ร้านนี้ดังมากๆ ในย่านเอกมัย มีเนื้อวากิวญี่ปุ่น A5 ที่คัดเกรดมาอย่างดี แต่มาในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าร้านพรีเมียมอื่น ๆ จุดขายหลักคือการนำเสนอเนื้อในรูปแบบของ Rare Parts หรือเนื้อส่วนหายากที่มีให้เลือกหลากหลายสุด ๆ ทำให้การทานเนื้อสนุกและตื่นเต้นมากขึ้น เนื้อแต่ละส่วนจะมีชื่อเฉพาะและรสสัมผัสที่แตกต่างกันไป การสั่งเนื้อมาลองหลาย ๆ แบบเป็นสิ่งที่มาร้านนี้แล้วจะพลาดไม่ได้เลย ที่นี่ยังมีเมนูข้าวหน้าเนื้อและชุดอาหารกลางวันสุดคุ้มให้สั่งด้วย บรรยากาศร้านเป็นสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย นั่งสบาย มีความเป็นส่วนตัว และที่สำคัญคือระบบดูดควันดีมาก ทานเสร็จแล้วตัวไม่เหม็นเลย ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 700-1,500 บาท

Nikuno Yamani Yakiniku restaurant

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–23:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

Ekkamai Shopping Mall No3, Room No,B2, ซอย เอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-077-9532

Facebook

facebook.com/Niku-No-Yamani

17. Yakiniku Takashi

Yakiniku Takashi เป็นร้านยากินิกุที่คนญี่ปุ่นมาทานกันเยอะมาก ๆ ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องใน ใครที่ชอบความกรุบกรอบของเครื่องใน ไม่ว่าจะเป็นไส้เล็ก ไส้ใหญ่ หรือกระเพาะวัว ที่นี่ทำความสะอาดมาอย่างดีและหมักด้วยซอสสูตรพิเศษ ทำให้ย่างแล้วหอมอร่อยสุด ๆ ไม่มีกลิ่นคาวมากวนใจเลย นอกจากเครื่องในแล้ว เมนูเนื้อวัวก็มีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะเซ็ตเนื้อรวมที่จัดมาให้แบบจุใจ คุ้มค่าแก่การลองมากๆ  บรรยากาศร้านเป็นกันเอง สบาย ๆ ที่นั่งถูกจัดเป็นสัดส่วนพร้อมระบบดูดควันดีเยี่ยม เหมาะสำหรับมาสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือมาฉลองเล็ก ๆ น้อย ๆ ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 22 มีราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 600-1,500 บาท

Yakiniku Takashi

เวลาทำการ

อ.-ศ.17:00–23:00 น.

ส.-อา.12:00–23:00 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

93/1Sukhumvit Road,Soi22, แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

065-875-6028

Facebook

facebook.com/Yakiniku-Takashi

18. Gyukaku

Gyukaku ร้านยากินิกุเจ้าดังจากญี่ปุ่นที่คนไทยคุ้นเคยและชอบมาก เป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่มีครบทั้งแบบบุฟเฟต์ และอะลาคาร์ท จุดเด่นอยู่ที่ความหลายของเมนูเนื้อและราคาบุฟเฟต์ที่คุ้มค่าสุด ๆ เนื้อวัวของเค้าจะมีการหมักในซอสสูตรเฉพาะของร้าน ทำให้ย่างแล้วได้รสชาติที่กลมกล่อม หอมอร่อย ไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเยอะเลย เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ Gyu-Kaku Karubi เนื้อติดซี่โครงที่นุ่มและฉ่ำมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหมูคุโรบุตะ ซีฟู้ด และเมนูทานเล่นอื่น ๆ อีกเพียบที่รวมอยู่ในบุฟเฟต์ด้วย ใครที่อยากกินยากินิกุแบบจัดเต็ม และมีเมนูให้เลือกหลากหลายแบบจุใจ ต้องมาที่นี่เลย ร้านตั้งอยู่ที่สยามสแควร์วัน และมีสาขาอื่น ๆ อีกหลายที่ เช่น ธนิยะพลาซ่า เซ็นทรัลเวิลด์ มีราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 499-1,299 บาท

Gyukaku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

Unit #SS 4021, 388 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

02-115-1689

Facebook

facebook.com/GyukakuTH

19.Yakiniku Like

ร้าน Yakiniku Like ร้านยากินิกุญี่ปุ่นที่เป็นที่คุ้นหูคนไทย และมีหลายสาขามากๆ ในญี่ปุ่น สาขาในไทยก็มีเยอะมากๆ เช่น สาขา Central Ladprao สาขา Terminal 21 สาขา Central world จุดเด่นของยากินิกุ ไลค์ คือ เตาปิ้งย่างส่วนตัวสำหรับแต่ละที่นั่ง ตอบโจทย์คนที่ชอบกินปิ้งย่างคนเดียว และระบบดูดควันที่ไม่ทำให้มีกลิ่นติดเสื้อผ้า แถมยังเสิร์ฟอาหารอย่างรวดเร็ว เหมาะมากๆ กับมื้อเร่งด่วน เมนูยอดนิยม เช่น ชุดเนื้อคารุบิ (Karubi Set) ชุดหมูคารุบิ (Pork Karubi Set) ชุด LIKE! ชุดหมู Trio Buta ชุดเนื้อไพร์มและหมูคุโรบูตะ ราคาจะขึ้นอยู่กับชุดและปริมาณเนื้อที่เลือก เริ่มต้นที่ประมาณ 179 บาท

Yakiniku Like

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Unit# 4015, 4th Fl, 88 Soi Sukhumvit 19, Sukhumvit Road, Klongtoey, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

080-058-5404

Facebook

facebook.com/yakinikulike.th

20. Gyu-Ya Yakiniku

ร้าน Gyu-Ya Yakiniku มี 3 สาขาในกรุงเทพฯ คือ สาขา The Street รัชดา, สาขา True Digital Park West และสาขา Tree on 3 เป็นร้านที่เหมาะกับการมาทานอาหารแบบกลุ่มใหญ่ ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเอง เมนูปิ้งย่างมีความหลากหลาย เมนูเด็ดๆ ที่ไม่ควรพลาด คือ เนื้อวัวพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อใบพาย เนื้อริบอาย ลิ้นวัวอาร์เจนติน่า บางแพ็กเกจยังรวมเนื้อวากิว A5 ด้วย เนื้อหมูอย่าง หมูคุโรบูตะ หมูบลูโกกิ หมูหมักซอสมิโสะ กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ หอย แซลมอน และเมนูอื่นๆ อย่างซูชิ ข้าวผัดกระเทียม และซุปเนื้อ ที่ว่ากันว่าอร่อยมาก แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 499 บาท

Gyu-Ya Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–22:30 น.

ที่อยู่

139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

091-429-2964

Facebook

facebook.com/Gyuya

21. My Style Yakiniku

ร้าน My Style Yakiniku ตั้งอยู่ที่ห้าง The Street รัชดา เป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดี บรรยากาศในร้านก็สบายๆ มีทั้งโต๊ะย่างแบบคนเดียว และโต๊ะแบบหลายที่นั่ง แถมยังเปิดจนถึงดึก ประมาณตี 3 มีทั้งแบบเป็นเซ็ตและ A La Carte ให้ได้เลือกทาน เมนูแนะนำ เช่น เนื้อวากิวพรีเมียม ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น หมูสามชั้น สันคอหมู อาหารทะเล และเมนูทานเล่น ราคาอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาทต่อคน

My Style Yakiniku by Shoutaian

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

091-429-2964

Facebook

facebook.com/Gyuya

22. Tohkai Yakiniku

ร้าน Tohkai Yakiniku มี 3 สาขาในกรุงเทพฯ คือ สาขา Esplanade Ratchada สาขา Terminal 21 และสาขา Mega Bangna เป็นร้านบุฟเฟต์ปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยมาหลายสิบปี คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี โดยเฉพาะเนื้อนำเข้า และอาหารทะเลที่สดใหม่มาเสิร์ฟทุกวัน ให้บริการทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และแบบ A La Carte เมนูแนะนำ คือ เนื้อพรีเมียม เช่น เนื้อริบอาย เนื้อเสือร้องไห้ และ เนื้อติดมันออสเตรเลีย กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ แซลมอน โดยเฉพาะซาชิมิแซลมอนที่สดและนุ่มละลายในปาก นอกจากนี้ยังมี ท้องปลาแซลมอน แซลมอนเบิร์นไฟ และข้าวหน้าต่างๆ แพ็กเกจเริ่มต้นที่ 499 บาท

Tohkai Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-108-0834

Facebook

facebook.com/TohkaiOfficial

23. WaQ Yakiniku

ร้าน WaQ Yakiniku มีให้บริการทั้งหมด 3 สาขา คือสาขา Esplanade รัชดา สาขา The Explace กาญจนาภิเษก และ สาขา The Garden 5 เป็นร้านปิ้งย่างที่ตอบโจทย์คนรักอาหารญี่ปุ่น ด้วยการเสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะเนื้อวากิวนำเข้าที่เป็นไฮไลท์ของร้าน มีให้เลือกทั้งวากิวไซโคโระ วากิวมารุตะ วากิวฮารามิ วากิวซึโบะ และโจคารุบิ เนื้อหมูก็มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงอาหารทะเลที่สดใหม่อย่างกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ หอบโฮตาเตะ แซลมอน หมึก เมนูซูชิ ซาชิมิ และเมนูทานเล่น เช่น ยำสาหร่าย เฟรนช์ฟรายส์ ซุปกิมจินาเบะ ข้าวผัดกระเทียม เริ่มต้นที่ 499 บาท

WaQ Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

99 อาคาร เอสพลานาด ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

085-486-7222

Facebook

facebook.com/WaQYakiniku

24. Yakiniku En

ร้าน Yakiniku En ตั้งอยู่ที่ Bambini Villa ซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือ Teppen ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักกินชาวไทย มีทั้งแบบบุฟเฟต์ และ A La Carte รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ เนื้อวากิวมีหลายส่วนให้เลือก เช่น เนื้อวากิวบริสเก็ต เนื้อวากิวส่วนสันไหล่ (Zabuton) วากิวยุกเกะ รวมถึงมีเนื้อหมูคุณภาพดี และอาหารทะเลสดใหม่ เมนูสุกี้ยากี้ เป็นจุดเด่นของร้าน เนื้อนุ่มๆ จิ้มไข่ดิยสไตล์ญี่ปุ่นคือฟินอย่าบอกใคร บุฟเฟ่ต์กลางวันเริ่มต้นที่ 599 บาท ส่วนบุฟเฟ่ต์ทั่วไป เริ่มที่ 899 บาท

Yakiniku En

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

เลขที่ 18 ห้องเลขที่ A107 Bambini Villa 108 ชั้น 1 ซ. อรรถกระวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

098-271-3879

Facebook

facebook.com/YakinikuEnBambini26

25. SAN KYU YAKINIKU

ร้าน SAN KYU YAKINIKU มีสาขาที่อโศก และสุขุมวิท 39 ที่ไม่ไกลกันมาก เป็นร้านยากินิกุที่ถูกพูดถึงว่าบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง แถมพนักงานยังบริการดี ที่สำคัญคือวัตถุคุณภาพดีเยี่ยมและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถทานเนื้อวากิว เนื้อออสเตรเลีย ลิ้นวัว เนื้อหมูคุโรบุตะ อาหารทะเล รวมถึงเมนูซูชิ ซาชิมิ และเมนูทานเล่นอื่นๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ ซอสยากินิกุของที่นี่ก็เป็นสูตรของทางร้านที่กินแล้วเข้ากับเนื้อสุดๆ แพ็กเกจเริ่มต้นอยูที่ประมาณ 399 บาท แถมร้านยังมีโปรโมชั่น หรือส่วนลดต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าอยู่บ่อยๆ

SAN KYU YAKINIKU

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:30 น.

ที่อยู่

28 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

062-419-2999

Facebook

facebook.com/SANKYUYAKINIKU

26. GYU EN SIAM YAKINIKU

ร้าน GYU EN SIAM YAKINIKU ตั้งอยู่แถวพร้อมพงษ์ ที่สุขุมวิทซอย 33/2 มีรีวิวว่าร้านมีบรรยากาศหรูหราแต่เป็นกันเอง มางร้านให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อพรีเมียมเป็นหลัก โดยเฉพาะเนื้อวากิว A5 ไฮไลต์ของร้าน ซึ่งส่งตรงจากญี่ปุ่นและออสเตรเลีย แต่เนื้อส่วนอื่นๆ ก็อร่อยและคุณภาพเยี่ยมไม่แพ้กันนะ นอกจากเนื้อวากิวแล้ว เนื้อหมูและอาหารทะเลของที่นี่ก็พลาดไม่ได้ เมนูทานเล่นอย่าง ข้าวอบหม้อเหล็กที่เสิร์ฟเฉพาะช่วงเย็นก็เป็นเมนูพิเศษที่ควรลอง แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ 799 บาท

GYU EN SIAM YAKINIKU

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–23:00 น.

ที่อยู่

10/16 ซอย สุขุมวิท 33/2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

061-108-4385

Facebook

facebook.com/GYUEnSIAMYakiniku

27. YUU YAKINIKU

ร้าน YUU YAKINIKU มีสาขาที่La Villa อารีย์ สาขา The Crystal เอกมัย-รามอินทรา สาขาพัฒนาการ และสาขา Int intersect 30 ร้านมีความหรูหราแต่ยังคงความอบอุ่น มีเมนูปิ้งย่างให้เลือกทั้งแบบบุฟเฟ่ต์ และ  A La Carte ไฮไลต์ของร้านคือเนื้อวากิว A5 ลายหินอ่อนสวยงาม นุ่มละลายในปาก ลิ้นวัวเซนได ที่ขึ้นชื่อเรื่องความกรุบ นุ่มแต่ไม่เหนียว เนื้อวัวออสเตรเลีย และ Lamb Wagyu Ribeye เนื้อแกะ Mottainai จากออสเตรเลีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม รวมถึงเนื้อหมูและอาหารทะเลคุณภาพดี ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้านที่ว่ากันว่าอร่อยๆ มาก และวาซาบิดองเพื่อเพิ่มรสชาติ ราคาบุฟเฟ่ต์ทั่วไปอยู่ที่ 695 บาท

YUU YAKINIKU

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

358 โครงการ ลา วิลล่า ห้อง 208 ชั้น 2, แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

เบอร์ติดต่อ

02-613-0563

Facebook

facebook.com/Yakinikuyuu

28. Yakin Yakiniku

ร้าน Yakin Yakiniku ตั้งอยู่ย่านบรรทัดทอง โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์เตาปิ้งย่างส่วนตัว ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับเมนูปิ้งย่างได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทานคนเดียว แต่จะมากับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้เหมือนกัน เพราะที่นี่ยังมีที่นั่งแบบโต๊ะไว้รับรอง เมนูปิ้งย่างของที่นีมีทั้งแบบเมนู A La Carte และเมนูเซ็ต ที่สามารถสั่งเป็นจานแยกเพิ่มได้ เซ็ตปิ้งย่างจะมีทั้งเซ็ตหมู เซ็ตเนื้อ หรือรวม เสิร์ฟพร้อมกับข้าวญี่ปุ่น ผัก กิมจิ ซุปมิโสะ และไข่ดอง น้ำจิ้มของที่นี่ได้รับการยืนยันจากหลายรีวิวว่าอร่อยมากๆ เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนติดใจ

Yakin Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 16:00–23:30 น.

ที่อยู่

428 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

080-446-4646

Facebook

facebook.com/Yakin-Yakiniku

29. Yakiniku Sudo Bangkok

ร้าน Yakiniku Sudo Bangkok อีกร้านยากินิกุที่ตั้งอยู่ในโครงการ Nihonmachi ซอยสุขุมวิท 26 ที่นั่งมีทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์และห้องไพรเวท นำเสอนการทานยากินิกุสไตล์โอมากาเสะ ที่เชฟผู้เชี่ยวชาญจะคัดสรรเนื้อที่ดีที่สุดมาให้ในแต่ละวัน โดยเนื้อจะนำเข้าจากญี่ปุ่นแบบไม่แช่แข็ง รับรองได้ว่าจะได้ทานเนื้อที่คงความสดใหม่แบบสุดๆ เมนูซิกเนเจอร์ เช่น Chateaubriand Sandwich, Wagyu Yaki Shabu with Special Sauce และ Yukke โดยคอร์สมีหลายราคาให้เลือก เริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 บาท

Yakiniku Sudo Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

ชั้น 2 ห้อง 206 โครงการนิฮอนมาชิ เลขที่ 115 207 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

082-814-3444

Facebook

facebook.com/yakinikusudo.bangkok

30. GYUMA

ร้าน GYUMA ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 55 ไม่ไกลจาก BTS ทองหล่อ เป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่เปิดมากว่า 10 ปี เสิร์ฟเมนูบุฟเฟต์ปิ้งย่างคุณภาพดี ในราคาที่คุ้มค่า  และถึงแม้จะเป็นปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น แต่ทางร้านก็ได้มีการปรับรสชาติบางส่วนให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นญี่ปุ่นไว้อยู่ เนื้อวัวมีให้เลือกทั้งเนื้อวากิว เนื้อสันนอก เนื้อลายหินอ่อน ลิ้นวัว เนื้อหมูที่คัดเกรดมาอย่างดี อาหารทะเล พร้อมด้วยเมนูซาชิมิ เมนูทานเล่น และของหวาน แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ 499 บาท

GYUMA

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

25/11 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

094-394-9055

Facebook

facebook.com/GYUMABBQ

31. Ikkyu yakiniku

ร้าน Ikkyu yakiniku ตั้งอยู่ที่ซอยทองหล่อ 13 ร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นแท้ โดดเด่นด้วยการคัดสรรเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ เนื้อโกเบและวากิว A4  และ A5 ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูปิ้งย่างที่นี่เป็นแบบ A La Carte เน้นคัดสรรเนื้อคุณภาพพรีเมียมมาเสิร์ฟ เช่น Tokujo Tanshio, Ribeye Steak, Ikkyu Tokujo Karubi, เนื้อโกเบ และเนื้อวากิว A5 อบ่าลืมลองทานเนื้อกับน้ำจิ้มมิโซะ สูตรเฉพาะของทางร้านด้วยนะ เข้ากับปิ้งย่างได้ดีสุดๆ

Ikkyu yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

40 soi Thonglor 13 Sukhumvit 49 RD Klongton-Nua Wattana, แขวงคลองตัน เหนือ, กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-185-3405

Facebook

facebook.com/IkkyuJapaneseYakiniku

32. GyuBei Yakiniku

ร้าน GyuBei Yakiniku ตั้งอยู่ที่อ่อนนุช หรือสุขุมวิท 77 มาในคอนเซ็ปต์ Zero-Waste หรือการใช้เนื้อวัวทุกส่วนอย่างคุ้มค่า นำเสนอเนื้อวัวพรีเมียมหลากหลายส่วน รวมถึงเนื้อวากิวที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ในรูปแบบบุฟเฟต์และ A La Carte พร้อมน้ำจิ้ม 4 แบบให้เลือกทาน เป็นร้านที่มีรีวิวว่าคุณภาพและความสดใหม่คุ้มค่าเกินราคา ราคาบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นที่ประมาณ 599 บาท

GyuBei Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–23:00 น.

ที่อยู่

1762/3 ,ห้อง P10 11 ถ. อ่อนนุช แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250

เบอร์ติดต่อ

083-273-6492

Facebook

facebook.com/GyuBeiYakiniku

33. Korasha Yakiniku

ร้าน Korasha Yakiniku ตั้งอยู่ในย่านพร้อมพงษ์ ที่ซอยสุขุมวิท 39 มักได้รับการรีวิวว่ามีบรรยากาศที่สบายๆ เป็นกันเอง เน้นเมนูแบบ A La Carte มีเมนูซิกเนเจอร์ คือ ลิ้นวัว เป็นเมนูยอดฮิตอันดับต้นๆ ที่ว่ากันว่าป็นหนึ่งในลิ้นวัวย่างที่อร่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วยสัมผัสกรุบๆ นุ่มเด้ง ยังมีเนื้อวากิวคุณภาพดีที่ละลายในปาก และบะหมี่เย็น อีกเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน ที่อร่อยจนต้องบอกต่อ และเป็นสิ่งที่ทำให้ร้านต่างจากร้านปิ้งย่างอื่นๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 – 2,000 บาท ต่อคน

Korasha Yakiniku

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–15:00 น. และ 16:30–22:00 น.

ที่อยู่

1372 ถ. พระรามที่ 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

02-215-0866

Facebook

facebook.com/kemuri.bkk