11 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองนาโกย่า (Nagoya) และมิเอะ (Mie)

17.02.2026 (Updated: 10.03.2026)
11 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองนาโกย่า (Nagoya) และมิเอะ (Mie)

หากเป็นคนหนึ่งที่หลงรักเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่น อยากชวนให้ได้ลองรสชาติแสนเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนาโกย่าดูสักครั้ง เพราะที่นี่คือแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นเลิศและสูตรลับเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าปลาไหลย่างถ่านหอมกรุ่น ปีกไก่ทอดรสเผ็ดร้อน หรือซอสมิโสะแดงรสจัดจ้านที่ราดบนหมูทอดกรอบๆ จนหยุดกินไม่ได้ วันนี้เราไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะในกรุงเทพฯ มีร้านเด็ดที่ยกตำนานความอร่อยมาเสิร์ฟให้ถึงที่ เตรียมพบกับ 11 ลิสต์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะทำให้ตกหลุมรักนาโกย่าจนถอนตัวไม่ขึ้น

สารบัญ

Show More

1. Sakura Saku

บรรยากาศร้าน

Sakura Saku ในซอยสุขุมวิท 31 ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ภายในบ้านเก่าแก่ ด้วยการตกแต่งที่เน้นความอบอุ่นสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีการแบ่งโซนที่นั่งได้อย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่อยากเห็นเชฟทำอาหารใกล้ๆ หรือโซนโต๊ะที่ให้ความเป็นส่วนตัว จุดที่ทำให้ร้านนี้ดูพิเศษคือความเงียบสงบและไม่พลุกพล่านจนเกินไป เหมาะกับการมาดื่มด่ำกับมื้อค่ำที่เน้นคุณภาพและการบริการที่ใส่ใจประหนึ่งเป็นแขกคนสำคัญ ความโปร่งสบายภายในร้านช่วยให้การทานอาหารญี่ปุ่นในย่านใจกลางเมืองดูผ่อนคลายขึ้นมาก

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ถ้ามาแล้วไม่สั่งถือว่าพลาดอย่างแรงคือ Ise Udon หรืออุด้งชื่อดังส่งตรงจากเมืองอิเสะ ความพิเศษอยู่ที่เส้นอุด้งขาวอวบที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มฟูเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหนียวหนึบเหมือนอุด้งที่อื่น ราดด้วยซอสโชยุเข้มข้นรสเค็มหวานสูตรเฉพาะ โรยเพียงต้นหอมและปลาแห้งแต่กลับให้รสชาติที่ลุ่มลึก ยังมีอีกหนึ่งเมนูไม้ตายที่เป็นของดีประจำเมืองมิเอะนั่นคือ สเต็กหมูทงเทกิ (Tonteki) ที่เสิร์ฟมาแบบชิ้นโตเต็มคำ ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่การเลือกใช้เนื้อหมูส่วนติดมันเล็กน้อยนำไปย่างจนสุกกำลังดี เนื้อสัมผัสมีความนุ่มเด้งไม่แห้งกระด้าง ราดซอสกระเทียมรสชาติเข้มข้นออกเค็มนำตัดหวานตาม ทานคู่กับกะหล่ำปลีฝอยที่ช่วยตัดเลียนได้เป็นอย่างดี

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ขึ้นไป

Sakura Saku

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

22 สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sakura-saku/

2. Tanaka Suisan Phra Khanong

บรรยากาศร้าน

Tanaka Suisan Phra Khanong ในย่านสุขุมวิท 71 ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เดินหลุดเข้าไปในร้านซูชิแถวตลาดปลาที่ญี่ปุ่นจริงๆ ด้วยบรรยากาศที่ดูเรียบง่าย สบายๆ และเป็นกันเองอย่างมาก พื้นที่ภายในร้านอาจไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตแต่กลับให้ความรู้สึกคึกคักและดูมีชีวิตชีวาจากเสียงเชฟที่ทักทายอย่างขยันขันแข็ง การตกแต่งเน้นการใช้ไม้และป้ายเมนูภาษาญี่ปุ่นที่แปะอยู่ตามผนัง ช่วยสร้างอารมณ์แบบร้านท้องถิ่นที่เน้นการมากินดื่มเพื่อความผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์คนที่ชอบความคุ้มค่าและบรรยากาศที่ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากมาย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องสั่งและถือเป็นไฮไลท์เด็ดคือบรรดาซูชิหน้าปลาไหลและเมนูที่ปรุงด้วยซอสมิโสะเข้มข้นอย่าง Kaisen Miso Ramen ให้รสสัมผัสที่หนักแน่นและลุ่มลึกตามแบบฉบับดั้งเดิม เนื้อปลาไหลของที่นี่มีความนุ่มฟูและย่างมาได้หอมกรุ่นเข้ากับซอสรสหวานเค็มที่เคลือบมาบางๆ ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ความพิเศษยังอยู่ที่การนำปลาตามฤดูกาลมาทำเป็นซาซิมิและซูชิคำโตที่เน้นดึงรสชาติความสดจากธรรมชาติออกมาให้มากที่สุด ชูรสชาติของวัตถุดิบทางทะเลให้เด่นชัดขึ้นผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารที่เชี่ยวชาญจนได้รสชาติที่คนไทยเข้าถึงง่ายแต่ยังคงเอกลักษณ์ญี่ปุ่นไว้อย่างครบถ้วน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Tanaka Suisan Phra Khanong

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Unagi Yondaime Kikukawa

บรรยากาศร้าน

Unagi Yondaime Kikukawa มอบประสบการณ์การทานอาหารที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมกันไม่ว่าจะเป็นสาขาที่ EmQuartier หรือแลนด์มาร์คใหม่อย่าง One Bangkok บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาให้มีความโอ่โถงและโปร่งสบายด้วยเพดานสูงและการตกแต่งที่ใช้โทนสีธรรมชาติผสมผสานกับงานไม้ที่ประณีต สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูตื่นตาตื่นใจกว่าร้านอื่นคือโซนครัวแบบเปิดที่โชว์ให้เห็นขั้นตอนการย่างปลาไหลบนเตาถ่านแบบสดๆ ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วยกลิ่นหอมหวลที่อบอวลไปทั่วร้าน เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการพาครอบครัวมาฉลองหรือรับรองแขกคนสำคัญที่อยากสัมผัสรสชาติต้นตำรับระดับพรีเมียมในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่เป็นระดับตำนานและเป็นหัวใจหลักของร้านคือ ฮิตสึมะบุชิ (Hitsumabushi) หรือข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่าที่เสิร์ฟปลาไหลย่างทั้งตัวในภาชนะทรงยาวชวนสะดุดตา ความพิเศษอยู่ที่การใช้ปลาไหลคุณภาพสูงที่มีขนาดและน้ำหนักตามมาตรฐานเป๊ะๆ นำมาย่างสดด้วยไฟแรงจนหนังกรอบเกรียมแต่เนื้อด้านในยังคงความฉ่ำเด้งตามแบบฉบับร้านปลาไหลที่สืบทอดความอร่อยมานานกว่า 90 ปี วิธีการทานที่แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ทั้งแบบทานคู่กับเครื่องเคียงอย่างวาซาบิและต้นหอม หรือจะราดน้ำซุปทำเป็นข้าวต้มปลาไหลก็ให้รสสัมผัสที่หลากหลายและลุ่มลึกอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูไข่ม้วนปลาไหลย่างที่นุ่มละมุนลิ้นเป็นตัวเลือกเสริมที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Unagi Yondaime Kikukawa

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

The HELIX SKY DINING, The EmQuartier, 5A03, 6Fl, 693 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/unagi-yondaime-kikukawa/

4. Washo Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Washo Japanese Restaurant ตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 2 เป็นร้านที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ค้นพบขุมทรัพย์ความอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่นอกย่านใจกลางเมือง ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูเรียบง่ายแต่มั่นคง มีกลิ่นอายความดั้งเดิมที่ผสมผสานกับความสบายตาของพื้นที่กว้างขวางและโปร่งโล่ง สิ่งที่ทำให้ร้านนี้มีความพิเศษกว่าที่ไหนๆ คือความรู้สึกที่เหมือนร้านอาหารท้องถิ่นในญี่ปุ่นจริงๆ ที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบมากกว่าการตกแต่งที่หวือหวา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นกันเองทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่คนรักอาหารญี่ปุ่นเลือกที่จะขับรถมาเพื่อเสพงานฝีมือของเชฟอย่างแท้จริง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ยกให้เป็นที่สุดและต้องมาลองให้ได้คือ Nagoya Natural Unagi Kabayaki ซึ่งเป็นการย่างปลาไหลธรรมชาติด้วยเทคนิคดั้งเดิมแบบนาโกย่าแท้ๆ ตัวปลาไหลถูกย่างจนหนังมีความกรอบนิดๆ ขณะที่เนื้อในยังคงความฉ่ำนุ่มและมีกลิ่นหอมของถ่านไม้อบอวล และอีกหนึ่งจานเด็ดคือ ฮิตสึมาบูชิ (Hitsumabushi) ที่เสิร์ฟมาให้เราได้เพลิดเพลินกับการกินถึงสามสไตล์ในชามเดียว ความพิเศษคือความสดของปลาไหลที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและการปรุงรสที่ไม่ได้หวานโดด ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของอาหารพื้นเมืองนาโกย่าอย่างสมบูรณ์แบบ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท

Washo Japanese Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–22:00 น.

ที่อยู่

65, 2 ถ. สุขาภิบาล 2 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250

5. Sekai no Yamachan

บรรยากาศร้าน

Sekai no Yamachan คือพิกัดที่คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายความสนุกสนานสไตล์อิซากายะขนานแท้ที่ดูเป็นกันเองแบบสุดๆ ภายในร้านมักจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศการดื่มกินที่ครึกครื้น เหมาะมากสำหรับการนัดรวมตัวกับเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ดูโดดเด่นกว่าร้านเหล้าญี่ปุ่นทั่วไปคือคาแรกเตอร์ของคุณยามะจังที่เป็นโลโก้ร้าน ที่จะเห็นได้ทุกที่ตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงบนจานอาหาร การตกแต่งเน้นความเรียบง่าย ใช้โต๊ะไม้และแสงไฟสลัวๆ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย ทำให้ใครที่เข้ามาใช้บริการไม่ต้องเกร็งและสามารถเอ็นจอยกับมื้ออาหารได้อย่างเต็มที่

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ถ้ามาถึงที่นี่แล้วไม่ได้สั่ง ปีกไก่ทอดรสเผ็ด หรือที่รู้จักกันในชื่อเทบะซากิ  (Tebasaki) ถือว่ามาไม่ถึงนาโกย่าเด็ดขาด เพราะนี่คือซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วญี่ปุ่น ความพิเศษอยู่ที่ความกรอบของหนังไก่ที่ทอดมาจนแห้งแต่เนื้อด้านในยังนุ่ม และจุดเด่นคือการคลุกเคล้าด้วยซอสสูตรลับเฉพาะที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำแบบเน้นๆ กินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูท้องถิ่นอย่าง มิโสะคัตสึ (Miso Katsu) หรือหมูทอดราดซอสมิโสะแดงรสเข้มข้น และเมนูคิชิเมน (Kishimen) เมนูเส้นแบนนุ่มหนึบในน้ำซุปที่กลมกล่อมไว้ให้ลองเปลี่ยนรสชาติกันด้วย เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของอร่อยเมืองนาโกย่าที่ครบจบในที่เดียว

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Sekai no Yamachan

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30–1:00 น.

อา. 11:30–23:30 น.

ที่อยู่

ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

6. ISE Japanese Yakitori Restaurant

บรรยากาศร้าน

ISE Japanese Yakitori Restaurant ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านพร้อมพงษ์แต่กลับให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด ภายในร้านเน้นความกะทัดรัดแต่ดูเท่ด้วยการใช้โทนสีเข้มตัดกับงานไม้สไตล์โมเดิร์นคลาสสิก สิ่งที่ทำให้ร้านนี้มีความพิเศษและต่างจากร้านยากิโทริทั่วไปคือความขลังของเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่โอบล้อมเตาย่างถ่านเอาไว้ ทำให้เราสามารถนั่งมองเชฟบรรจงย่างไก่ทีละไม้ด้วยความใจเย็นพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งที่ชวนหิวตลอดเวลา เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ คู่กับของย่างคุณภาพเยี่ยมในที่พักผ่อนที่เป็นกันเอง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ถึงแม้ชื่อร้านจะเน้นเรื่องไก่ย่างแต่เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดระดับตำนานของที่นี่คือ โอยาโกะด้ง (Oyakodon) หรือข้าวหน้าไก่กับไข่ที่ใช้เทคนิคพิเศษทำให้ไข่มีความนุ่มฟูเยิ้มราวกับพุดดิ้ง ซึ่งถือเป็นสูตรเฉพาะที่หาทานที่อื่นได้ยากมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยสไตล์นาโกย่าอย่างไก่ย่างเกลือและซอส ที่เน้นดึงรสชาติความหวานตามธรรมชาติของเนื้อไก่ออกมาได้ดีที่สุด ความพิเศษของร้านนี้คือการใช้เนื้อไก่สดใหม่เกรดพรีเมียมมาย่างด้วยถ่านไม้จนหนังกรอบและเนื้อในยังคงความฉ่ำวาว หรือถ้าใครอยากลองเมนูท้องถิ่นแบบฟิวชั่นเบาๆ ก็มีทางเลือกของทานเล่นที่ปรุงรสมาได้อย่างเข้มข้นถูกปากคนชอบรสชาติแบบต้นตำรับ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ขึ้นไป

ISE Japanese Yakitori Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–23:00 น.

อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

ที่อยู่

1st Floor, Boulevard Tower S, 39, 39 soi Sukhumvit33 (DeangUdom, Khlong ton nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. Kenshin Izakaya

บรรยากาศร้าน

Kenshin Izakaya สาขาสุขุมวิท 33 เป็นร้านที่แค่ก้าวเท้าเข้าไปก็เหมือนถูกวาร์ปไปอยู่ในย่านกินดื่มใจกลางญี่ปุ่นด้วยการตกแต่งที่จัดเต็มสุดๆ ตั้งแต่โคมไฟสีแดงระย้า ป้ายโฆษณาเรโทร ไปจนถึงลังไม้ที่นำมาดัดแปลงเป็นที่นั่งซึ่งให้ฟีลดิบๆ แต่เท่มาก บรรยากาศภายในร้านจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ มีเสียงแก้วกระทบกันและเสียงพูดคุยสนุกสนานอบอวลไปทั่วร้าน สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอื่นคือพลังงานความสนุกที่ส่งผ่านมาถึงลูกค้าทุกคน เหมาะสำหรับการมาปลดปล่อยความเหนื่อยล้าหลังเลิกงานในสไตล์รื่นเริงแบบชาวนาโกย่าที่รักการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องสั่งมาวางบนโต๊ะให้ได้คือ ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ที่ทอดมาได้แห้งกรอบกำลังดีและคลุกเคล้ากับซอสรสชาติเค็มหวานซึมลึกเข้าเนื้อ ยิ่งทานคู่กับเบียร์สดเย็นๆ ที่เป็นไฮไลท์ของทางร้านยิ่งเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้ยังมีเมนูมิโสะคัตสึ หรือหมูทอดราดซอสมิโสะแดงรสเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์ให้ได้ลิ้มลองความอร่อยแบบต้นตำรับ รวมถึงเมนูหม้อไฟที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพและของทานเล่นสไตล์อิซากายะอีกหลากหลายรายการที่ปรุงออกมาได้รสชาติถึงเครื่องแบบไม่ต้องบินไปกินถึงถิ่นนาโกย่าเลยทีเดียว

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท

Kenshin Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

155 ถนน อโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Nagoya Izakaya

บรรยากาศร้าน

Nagoya Izakaya ย่านพัฒนาการ เป็นร้านลับที่ให้ฟีลเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในตรอกของกินแถวนาโกย่า ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบร้านอิซากายะดั้งเดิม ภายในร้านไม่ได้กว้างขวางจนเกินไปทำให้สัมผัสได้ถึงความใกล้ชิดและการบริการที่ดูแลอย่างทั่วถึง จุดเด่นที่ต่างจากร้านในเมืองคือความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งละเมียดอาหารรสชาติต้นตำรับในบรรยากาศสบายๆ เหมือนแวะมากินข้าวบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจจัดเตรียมเมนูเด็ดไว้ต้อนรับ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ยกให้เป็นอันดับหนึ่งคือ มิโสะคัตสึ หรือหมูทอดราดซอสมิโสะแดงเข้มข้นที่รสชาติถอดแบบมาจากต้นฉบับเป๊ะๆ ความพิเศษอยู่ที่ตัวซอสที่มีความหวานเค็มและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของมิโสะซึ่งเข้ากับความกรอบของแป้งขนมปังได้ดีมาก อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ที่ปรุงรสมาได้เค็มเผ็ดกำลังดีจนกินได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูของทานเล่นและกับแกล้มสไตล์ญี่ปุ่นอีกเพียบที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพและรสชาติที่ถึงเครื่องตามแบบฉบับอาหารท้องถิ่นภูมิภาคชูบุจริงๆ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท

Nagoya Izakaya

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

1864 ถ. พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250

9. Unagi Toku

บรรยากาศร้าน

Unagi Toku ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของไอคอนสยาม พร้อมมอบสัมผัสแห่งความเหนือระดับในแบบฉบับร้านปลาไหลเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปีจากเมืองฮามามัตสึ บรรยากาศภายในถูกถ่ายทอดออกมาอย่างประณีตผ่านงานดีไซน์ที่ดูเรียบหรูและสง่างาม มีการใช้เส้นสายของไม้ระแนงสไตล์ญี่ปุ่นเข้ามาช่วยสร้างมิติให้ดูทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความขลัง จุดที่ทำให้ที่นี่แตกต่างคือวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามจับตา ช่วยยกระดับมื้ออาหารให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาพื้นที่รับประทานอาหารที่ดูเป็นทางการแต่ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายในคราวเดียวกัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่เป็นเหมือนพระเอกของร้านคือ ฮิตสึมะบุชิ (Hitsumabushi) ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่าที่เสิร์ฟมาในชามไม้ทรงกลมพร้อมเครื่องเคียงครบชุด ความโดดเด่นอยู่ที่เทคนิคการย่างปลาไหลแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ทำให้ได้เนื้อปลาที่นุ่มฟูและหนังที่หอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ เคลือบด้วยน้ำซอสสูตรลับที่รสชาติกลมกล่อมไม่หวานจัดจนเกินไป นอกจากความอร่อยของตัวปลาแล้ว ความสนุกยังอยู่ที่การทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบทานเปล่าๆ การเติมเครื่องเทศอย่างวาซาบิและต้นหอม หรือการปิดท้ายด้วยการเทน้ำซุปร้อนๆ ลงไปทำเป็นข้าวต้มซุปปลาไหลที่ให้รสสัมผัสที่คล่องคอและสดชื่นอย่างที่สุด

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาท

Unagi Toku

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

299 4FL Rod, Siam Takashimaya 5 Soi Charoen Nakhyon แขวงคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

10. Katsushin

บรรยากาศร้าน

Katsushin สาขาสุรวงศ์ เป็นร้านระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านธุรกิจ ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในร้านทงคัตสึดั้งเดิมใจกลางกรุงโตเกียวหรือนาโกย่าไม่มีผิดเพี้ยน บรรยากาศภายในมีความขลังและคลาสสิกด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีเข้มและแสงไฟที่ให้ความรู้สึกสลัวๆ ดูอบอุ่น ร้านนี้ไม่ได้เน้นความกว้างขวางแต่กลับจัดการพื้นที่ได้อย่างมีเสน่ห์ มีความพลุกพล่านของพนักงานที่ทำงานอย่างรวดเร็วและกระฉับกระเฉงสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูพิเศษคือความน่าเชื่อถือที่สะสมมานานจนกลายเป็นจุดหมายหลักของเหล่าคนญี่ปุ่นที่ทำงานในไทยและคนที่หลงใหลในของทอดคุณภาพเยี่ยม ซึ่งบรรยากาศความคึกคักในช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็นนั้นช่วยสร้างอรรถรสในการกินได้ดีมาก

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องเจาะจงมาเพื่อสัมผัสรสชาติชาวนาโกย่าเลยก็คือ Miso Katsu Set หรือชุดหมูทอดราดซอสมิโสะแดงนั่นเอง ความเด็ดขาดอยู่ที่เนื้อหมูคัดเกรดที่ชุบเกล็ดขนมปังสดทอดมาจนเหลืองทองกรอบนอกนุ่มในแบบไม่อมน้ำมัน และจุดชี้วัดความอร่อยคือตัวซอสมิโสะที่มีความเข้มข้นจัดจ้าน รสชาติจะออกไปทางเค็มนำและมีความหวานลึกๆ ตามสไตล์อาคะมิโสะของภูมิภาคชูบุ ซึ่งทางร้านเคี่ยวออกมาได้เหนียวข้นกำลังดี เมื่อราดลงบนหมูทอดร้อนๆ แล้วทานพร้อมกับกะหล่ำปลีซอยฝอยและข้าวสวยญี่ปุ่นเม็ดนุ่มจะช่วยตัดเลี่ยนได้สมบูรณ์แบบมาก ถือเป็นเมนูพื้นเมืองนาโกย่าที่ทำออกมาได้ถึงเครื่องและมีคุณภาพมาก

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท

Katsushin

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

9/1 ถ.สีลม แขวง บางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

11. Tsu Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Tsu Japanese Restaurant ตั้งอยู่ภายในชั้นใต้ดินของโรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพ มอบสัมผัสที่แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นร่วมสมัยที่แฝงความหรูหราไว้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในถูกจัดสรรให้มีความเป็นส่วนตัวสูงด้วยมุมที่นั่งที่ดูโปร่งสบายแต่ยังคงความสลัวสร้างบรรยากาศที่ดูน่าค้นหา จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน ผสมผสานกับการบริการระดับโรงแรมห้าดาวที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการมาฉลองในโอกาสพิเศษหรือมื้ออาหารค่ำที่ต้องการความสงบและมีรสนิยม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้และถือเป็นที่สุดของความฟินคือเนื้อวัวมัตสึซากะ ถือเป็นวัตถุดิบล้ำค่าของจังหวัดมิเอะและติดอันดับเนื้อที่ดีที่สุดของโลก โดยเชฟจะนำมารังสรรค์หลากหลายรูปแบบทั้งแบบเทปปันยากิที่ย่างจนไขมันแทรกซึมละลายในปาก หรือแบบสเต็กที่โชว์รสสัมผัสความนุ่มของเนื้อแดงได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ใช้กุ้งมังกรอิเสะ (Ise Ebi) วัตถุดิบเลื่องชื่อจากท้องทะเลมิเอะที่นำมาปรุงแบบสดใหม่จนได้เนื้อสัมผัสที่เด้งกรอบและมีรสหวานตามธรรมชาติ ความพิเศษของที่นี่คือการนำเทคนิคการทำอาหารชั้นสูงมาชูรสชาติของวัตถุดิบพื้นเมืองมิเอะให้ดูแพงและมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับอาหารท้องถิ่นให้กลายเป็นมื้ออาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่หาทานได้ยากในกรุงเทพฯ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาท

Tsu Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:00 น.

ส.-อา. 11:30–15:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

JW Marriott Hotel 4 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

บทความแนะนำ บทความแนะนำ