30 ร้านราเมงในกรุงเทพฯ สำหรับคนรักเมนูเส้น
เมนูที่เป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักเมนูเส้นก็ต้อง ราเมง ใช่ไหมคะ เมนูอาหารญี่ปุ่นที่เป็นเกลักษณ์และมีให้เลือกทานหลากหลาย ทั้งน้ำซุป เส้น หรือท็อปปิ้งที่โป๊ะบนหน้า แค่คิดภาพตามก็หิวแล้วค่ะ วันนี้เราเลยรวบรวม 30 ร้านราเมงในกรุงเทพฯ มาฝากคนรักราเมงให้ได้อ่านกัน
1. Rockmen 69men
Rockmen 69men ใครที่ชอบเดินเล่นย่านพร้อมพงษ์น่าจะคุ้นเคยกับซอยสุขุมวิท 33/1 หรือซอยข้างเอ็มควอเทียร์เป็นอย่างดี ร้านนี้มีบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในร้านราเมงเล็กๆ ใจกลางโตเกียว ตัวร้านไม่ได้กว้างขวางมากนักแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างบอกไม่ถูก การจัดวางที่นั่งจะเน้นความเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ มีเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำให้เราได้เห็นเชฟปรุงเมนูอย่างตั้งใจ ความพิเศษคือความรู้สึกสงบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความจอแจมาดื่มด่ำกับรสชาติอาหารแบบเน้นๆ
จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายเส้นคือซุปที่ทำออกมาได้ถึงเครื่องสุดๆ เมนูห้ามพลาดเลยคือ White Chicken Paitan ราเมงน้ำข้นสีขาวนวลจากการเคี่ยวกระดูกไก่จนกลายเป็นครีมข้น รสชาติมีความละมุนแต่หนักแน่นในทุกคำที่ซดเข้าไป ส่วนใครที่อยากเพิ่มเลเวลความหอมและรสสัมผัสที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก ต้องสั่ง Black Garlic Oil Chicken Paitan ที่ทางร้านหยอดน้ำมันกระเทียมดำสูตรเฉพาะลงไปเพิ่ม ความหอมของกระเทียมเจียวสีดำช่วยชูรสซุปไก่ให้มีมิติและแก้เลี่ยนได้ดีมาก ตัวเส้นก็ลวกมาได้พอดี มีความหนึบสู้ฟันเข้ากับน้ำซุปได้แบบไร้ที่ติ
สำหรับงบประมาณในการมาทานที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 500 – 600 บาท ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและความพิถีพิถันในสไตล์โฮมเมดแบบที่หาตัวจับยากในย่านนี้ โดยรวมแล้วเป็นพิกัดที่คนรักราเมงน้ำข้นต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้งหนึ่ง
Rockmen 69men
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.
- ที่อยู่
44/11 ซอยเอกมัย สุขุมวิท 55 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. RAMEN KAISUGI Bangkok
RAMEN KAISUGI Bangkok ตั้งอยู่ในโครงการ 39 Boulevard ใจกลางซอยสุขุมวิท 33 เป็นร้านที่ส่งตรงสูตรเด็ดมาจากจังหวัดยามากุจิ บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกโปร่งสบายและดูทันสมัยกว่าร้านราเมงแบบดั้งเดิมทั่วไป มีการตกแต่งที่เรียบเท่แต่ยังคงกลิ่นอายความใส่ใจแบบญี่ปุ่นไว้อย่างเต็มเปี่ยม พื้นที่นั่งถูกจัดวางให้มีความเป็นส่วนตัวพอสมควร ไม่แออัดจนเกินไป ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการมานั่งทานคนเดียวในวันรีบๆ หรือจะมานั่งล้อมวงคุยกับกลุ่มเพื่อนก็ดูลงตัว ความพิเศษอยู่ที่การบริการที่ดูใส่ใจและบรรยากาศที่ดูพรีเมียมแต่เข้าถึงง่าย ทำให้การทานราเมงที่นี่ดูพิเศษขึ้นมาทันที
เมนูเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ Bangkok Black ราเมงซุปไก่สีทองใสที่มีรสสัมผัสเบาบางแต่แฝงด้วยความหอมหวานแบบเป็นเอกลักษณ์ ตัวเส้นเล็กเรียวซดพร้อมน้ำซุปได้แบบลื่นไหลคล่องคอสุดๆ ส่วนสายเข้มข้นต้องลอง Gyokai Tonkotsu Tsukemen ที่เสิร์ฟเส้นหนานุ่มหนึบขนาดใหญ่มาคู่กับน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจนได้รสปลาและกระดูกหมูแบบจัดเต็ม หรือถ้าใครอยากลองอะไรที่แปลกใหม่ไปจากเดิม Special Chilled Chicken Oil Mazesoba คือราเมงแบบแห้งคลุกน้ำมันไก่และซอสปรุงรสเข้มข้นที่ให้ความสดชื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นการผสมผสานรสชาติที่แปลกใหม่และหาทานจากที่อื่นได้ยาก
งบประมาณสำหรับการมาอิ่มอร่อยที่ร้านนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500 – 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับการเลือกสั่งเมนูพิเศษหรือเครื่องเคียงเพิ่มเติม แม้ราคาจะขยับขึ้นมาในระดับพรีเมียม แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติต้นตำรับที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแล้วถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสายกินอย่างแน่นอน
RAMEN KAISUGI Bangkok
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
39 ซอยสุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Joto Curry x Tenyo Ramen
Joto Curry x Tenyo Ramen ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของศูนย์การค้า The Street Ratchada พิกัดยอดฮิตของคนนอนดึกเพราะที่นี่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง บรรยากาศภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างร้านแกงกะหรี่ชื่อดังจากโอซาก้ากับร้านราเมงเข้าด้วยกัน ตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นความสว่างสดใสและสะอาดตา มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะแยกและเคาน์เตอร์บาร์ ความพิเศษคือความยืดหยุ่นของพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งพนักงานออฟฟิศที่มาทานมื้อเที่ยง หรือสายปาร์ตี้ที่ต้องการหาอะไรร้อนๆ รองท้องกลางดึก เป็นจุดพักใจที่ให้ความรู้สึกสบายใจและเข้าถึงง่ายได้ทุกเวลา
เมนูที่พลาดไม่ได้คือราเมงซุปกระดูกหมูทงคัตสึที่มีความเข้มข้นกำลังดี ไม่เลี่ยนจนเกินไป เส้นราเมงมีความเหนียวนุ่มที่ช่วยอุ้มน้ำซุปขึ้นมาในทุกคำที่คีบ ความโดดเด่นของร้านนี้คือการที่คุณสามารถสั่งเมนูที่รวมความอร่อยของสองอย่างไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะราเมงที่ท็อปปิ้งด้วยของทอดสไตล์แกงกะหรี่ หรือจะสั่งราเมงคู่กับมินิแกงกะหรี่ก็ได้รสชาติที่เข้ากันอย่างเหลือเชื่อ หมูชาชูของที่นี่ผ่านการปรุงมาอย่างดี เนื้อนุ่มแทบละลายในปาก และยังมีตัวเลือกของเครื่องเคียงอย่างไก่คาราอาเกะที่กรอบนอกนุ่มใน ช่วยเติมเต็มมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ส่วนเรื่องของราคานั้นถือว่าน่ารักและเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์มาก โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200 – 400 บาทเท่านั้น เทียบกับปริมาณอาหารที่ได้รับและทำเลที่ตั้งที่เปิดตลอดทั้งวันถือว่าคุ้มค่าสุดๆ ใครที่ผ่านไปแถวรัชดาแล้วเกิดอยากกินราเมงคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋าแบบไม่ต้องรอดูเวลา ร้านนี้คือคำตอบที่ตอบโจทย์ได้ครบถ้วนที่สุดร้านหนึ่งเลยทีเดียว
Joto Curry x Tenyo Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 0:00–6:00 น. และ 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น B 07/3, ตั้งอยู่ใน เดอะ สตรีท รัชดา, 139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
4. MISO RAMEN CHIKURA
MISO RAMEN CHIKURA ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33/1 ย่านพร้อมพงษ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนร้านราเมงเฉพาะทางในญี่ปุ่นจริงๆ พื้นที่ขนาดกะทัดรัดแต่จัดสรรที่นั่งได้อย่างลงตัว เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง จุดที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านอื่นคือบรรยากาศที่ดูขลังและให้ความรู้สึกเหมือนร้านลับที่คนรักเส้นสายซุปมิโสะชอบมานั่งทานเงียบๆ เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาฝากท้องในช่วงพักเที่ยงหรือหลังเลิกงานที่ต้องการความอิ่มอร่อยแบบรวดเร็วแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ
หัวใจสำคัญของร้านนี้คือกรรมวิธีการปรุงซุปมิโสะที่เข้มข้นจัดจ้านและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ Miso Ramen ที่ตัวน้ำซุปมีความหนืดพอเหมาะและมีรสชาติที่ลุ่มลึกจากมิโสะชั้นดี สำหรับใครที่ชอบรสเผ็ดร้อนแนะนำให้สั่ง Spicy Miso Ramen หรือ Tan-tan Miso Ramen ที่ช่วยชูรสให้ทานสนุกขึ้นไปอีกระดับ นอกจากนี้ยังมี Chashu Miso Ramen ที่ให้หมูชาชูชิ้นโตนุ่มละมุน หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาลองแบบคลุกคลิก Mixing Noodle ของที่นี่ก็ทำออกมาได้รสสัมผัสที่เข้มข้นเข้าเส้นไม่แพ้กัน โดยรวมแล้วโดดเด่นที่ความสมดุลระหว่างความมันและความหอมของถั่วหมักที่หาตัวจับยาก
ในส่วนของงบประมาณในการมาลิ้มลองราเมงสูตรเด็ดนี้ ราคาเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 300 – 400 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับทำเลใจกลางสุขุมวิทและรสชาติที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแท้ๆ ทำให้ร้านนี้เป็นจุดเช็กอินที่คนรักเมนูเส้นสายมิโสะไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงในการมาเยือนย่านพร้อมพงษ์
MISO RAMEN CHIKURA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–20:30 น.
- ที่อยู่
595/9 ซอยสุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. No Name Noodle
No Name Noodle ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 26 เป็นร้านที่ได้ชื่อว่าจองยากที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นตำนานที่สายกินต้องแย่งชิงสิทธิ์ผ่านระบบออนไลน์กันอย่างดุเดือด บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ เพราะเปิดรับจำนวนจำกัดเพียงไม่กี่ที่นั่งต่อรอบเท่านั้น ภายในตกแต่งสไตล์มินิมอลเรียบหรูที่เน้นความสงบ ทำให้เราสามารถโฟกัสกับอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการได้นั่งดูเชฟชินจิ ทานิฮาระ ปรุงราเมงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนเหมือนงานศิลปะ ตั้งแต่การจัดวางเส้นไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิน้ำซุปที่แม่นยำ เป็นประสบการณ์การทานราเมงที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมและเป็นส่วนตัวอย่างมาก
เมนูที่เป็นหัวใจหลักและห้ามพลาดเลยคือ Tokusei Shio Soba ซึ่งเป็นราเมงซุปเกลือที่น้ำซุปใสสะอาดตาแต่รสชาติกลับลุ่มลึกและกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างชื่อให้ร้านคือ Kombusui Tsuke Soba ราเมงเส้นสดที่เสิร์ฟมาในน้ำสกัดจากสาหร่ายคอมบุเข้มข้น ตัวเส้นจะมีความลื่นและหอมกลิ่นทะเลจางๆ เมื่อนำไปจุ่มกับซอสเข้มข้นจะให้รสสัมผัสที่สดชื่นและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน ความใส่ใจในรายละเอียดของวัตถุดิบแต่ละชนิดที่เชฟคัดสรรมาอย่างดี ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปมีมิติของรสชาติที่หาตัวจับยากในร้านราเมงทั่วไป
สำหรับการมาสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยระดับตำนานที่นี่ งบประมาณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นที่ประมาณ 500 ไปจนถึง 1,000 บาทขึ้นไป แม้ราคาจะค่อนข้างสูงและต้องใช้ความพยายามในการจองอย่างมาก แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพความสดใหม่ของวัตถุดิบและฝีมือการปรุงที่หาชมได้ยากแล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นจุดหมายที่คนรักราเมงตัวจริงควรหาโอกาสมาลองให้ได้สักครั้งในชีวิต
No Name Noodle
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:00–16:30 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
2 ซอย อรรถกวี 1 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. MENSHO TOKYO
MENSHO TOKYO เป็นร้านราเมงชื่อดังระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากโตเกียวและขยายสาขาไปไกลถึงซานฟรานซิสโก สำหรับในกรุงเทพฯ เราสามารถไปเช็กอินได้ที่ตึก RSU Tower สุขุมวิท 31 และแลนด์มาร์คใหม่อย่างวัน แบงค็อก (One Bangkok) บรรยากาศภายในร้านเน้นความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความเท่สไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีการใช้แสงไฟที่ให้ความรู้สึกสลัวเล็กน้อยดูน่าค้นหา จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือการจัดจานที่สวยงามราวกับงานศิลปะและการโชว์การทำเส้นสดๆ ให้เห็นกันแบบใกล้ชิด ทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การนวดแป้งไปจนถึงการคีบเสิร์ฟลงชาม เป็นบรรยากาศที่ดูพรีเมียมแต่ยังสามารถนั่งทานได้แบบชิลๆ ไม่เกร็ง
เมนูที่เป็นดาวเด่นและทำให้หลายคนต้องกลับมาซ้ำคือ Classic Tori Paitan Smoke Ajitama Egg ราเมงซุปไก่ขาวนวลที่เคี่ยวจนงวดได้รสสัมผัสข้นคลักแต่มีความนุ่มละมุนลิ้น ท็อปปิ้งด้วยหมูชาชูชิ้นโตและไฮไลท์อย่างไข่ยางมะตูมรมควันที่ส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ทันทีที่ส่งเข้าปาก นอกจากนี้ความสนุกของการมาทานที่นี่คือเมนู Seasonal ที่มักจะมีวัตถุดิบแปลกใหม่มาให้ลิ้มลองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Matcha Ramen ที่นำมัทฉะมาผสมในซุปได้อย่างลงตัว หรือ Wagyu Ramen ที่ใช้เนื้อวากิวเกรดเอมาวางบนหน้าเส้นราเมงเหนียวนุ่ม รวมถึง Lamb Tonkotsu Ramen ที่ดึงเอารสชาติของเนื้อแกะออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ถือเป็นร้านที่ขยันสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ให้สายเส้นได้ตื่นเต้นตลอดเวลา
สำหรับการแวะมาเติมพลังที่ร้านนี้ งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับนวัตกรรมทางรสชาติและความเป็นร้านราเมงดีกรีระดับสากล ใครที่อยากสัมผัสความแปลกใหม่ที่มากกว่าแค่การซดน้ำซุปแบบเดิมๆ การมาลองเมนูฟิวชันที่มีความซับซ้อนของที่นี่จะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อราเมงไปอย่างสิ้นเชิงแน่นอน
MENSHO TOKYO
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 17:00–21:30 น.
- ที่อยู่
571 ห้อง G-03 ชั้น G อาคารอาร์เอสยู ทาวเวอร์ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Tomita Ramen
Tomita Ramen ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นพิกัดที่สายกินต้องยอมต่อคิวเพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติระดับแชมป์จากประเทศญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความขลังในแบบฉบับร้านราเมงต้นตำรับจากจังหวัดจิบะ การจัดวางที่นั่งทำออกมาได้โปร่งสบายแต่ยังให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับการทำอาหาร จุดที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าใครคือความใส่ใจในการรักษามาตรฐานรสชาติให้เหมือนบินไปกินที่ญี่ปุ่นเป๊ะๆ ทำให้การนั่งทานที่นี่รู้สึกถึงความพรีเมียมและความตั้งใจในทุกขั้นตอนการเสิร์ฟ เป็นจุดนัดพบที่ลงตัวมากสำหรับคนที่มาเดินเล่นในห้างแล้วอยากเติมพลังด้วยเมนูเส้นคุณภาพสูง
ความเด็ดขาดที่เป็นเครื่องหมายการค้าของร้านนี้คือเมนู Tokusei Tsukemen หรือราเมงเส้นสดแบบแยกน้ำจุ่มที่ตัวซุปทำจากกระดูกหมูเคี่ยวผสมกับปลาทะเลจนงวดเข้มข้นถึงขีดสุด ตัวน้ำซุปมีความหนืดและเกาะเส้นได้ดีเยี่ยม ให้รสชาติที่เค็มมันนัวและหอมกลิ่นปลาแห้งอย่างชัดเจน เส้นราเมงของที่นี่เป็นเส้นหนาสูตรพิเศษที่มีความนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์ เสิร์ฟแบบเย็นเพื่อชูรสสัมผัสของแป้งให้เด่นขึ้นเมื่อนำไปจุ่มในซุปร้อนๆ นอกจากนี้เครื่องเคียงอย่างหมูชาชูที่ปรุงมาอย่างดีและไข่ต้มยางมะตูมยังช่วยเสริมให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบ เป็นรสชาติที่เข้มข้นสะใจแบบไม่ต้องปรุงเพิ่มตามสไตล์ราเมงจุ่มอันดับต้นๆ ของโลก
สำหรับการแวะมาจัดเต็มกับราเมงดีกรีรางวัลที่สาขานี้ งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 400 – 600 บาท เมื่อพิจารณาจากคุณภาพของวัตถุดิบที่นำเข้าและความพิถีพิถันในการเคี่ยวน้ำซุปหลายชั่วโมงจนได้ความเข้มข้นระดับนี้ ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าและตอบโจทย์คนที่กำลังมองหารสชาติต้นตำรับขนานแท้ใจกลางกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
Tomita Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
Floor 3, Nippon Avenue Zone Central World 999/9 Rama I Road B332/3B,B332, 3BT, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
8. SHOYU STAND
SHOYU STAND ตั้งอยู่ภายในโครงการ theCOMMONS ทองหล่อ แหล่งแฮงเอาต์สุดชิคใจกลางเมืองที่ให้บรรยากาศโปร่งสบาย ร้านนี้เป็นโปรเจกต์ลูกจากเครือเดียวกับ No Name Noodle แต่ปรับเปลี่ยนสไตล์ให้มีความเป็นกันเองและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก ตัวร้านตกแต่งแบบมินิมอลที่มีความทันสมัยผสมผสานกับกลิ่นอายญี่ปุ่นยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ความโดดเด่นที่ต่างจากร้านราเมงทั่วไปคือทำเลที่ตั้งที่ทำให้เราสามารถนั่งทานท่ามกลางบรรยากาศกึ่งสวนที่ดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับการมานั่งซดราเมงร้อนๆ ในวันที่อยากพักผ่อนแบบไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากแต่ยังได้คุณภาพระดับพรีเมียมเหมือนเดิม
หัวใจสำคัญของที่นี่คือการนำเสนอราเมงน้ำใสที่ใช้โชยุหรือซีอิ๊วญี่ปุ่นคุณภาพสูงเป็นตัวชูโรง เมนูที่ต้องลองให้ได้คือ Awesome Shoyu Soba ซึ่งเป็นการผสมผสานน้ำซุปที่รสชาติลุ่มลึกเข้ากับความหอมของโชยุที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เส้นราเมงของที่นี่ถูกทำออกมาให้มีความนุ่มเด้งสู้ฟันเป็นพิเศษ เมื่อทานคู่กับน้ำซุปรสกลมกล่อมจะให้ความรู้สึกที่เบาสบายแต่เปี่ยมไปด้วยมิติของรสชาติ ความพิเศษอีกอย่างคือการที่เชฟยังคงรักษามาตรฐานการคุมอุณหภูมิและการจัดวางวัตถุดิบไว้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ทุกชามที่เสิร์ฟออกมามีความสม่ำเสมอในแบบที่สายกินสายเส้นต้องประทับใจ
ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการมาอิ่มอร่อยที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 300 – 600 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับย่านทองหล่อและการได้รับประทานอาหารที่ผ่านการคิดค้นสูตรมาอย่างดีระดับแถวหน้าของเมืองไทย ใครที่มองหาร้านราเมงเดินทางสะดวกเพียงแค่นั่งวินมอเตอร์ไซค์ต่อมาจาก BTS ทองหล่อไม่กี่นาที ร้านนี้เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์ความอร่อยแบบคูลๆ ได้อย่างแน่นอน
SHOYU STAND
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:30 น.
- ที่อยู่
335/1 ยูนิต M13 ถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Ramen Tenyo NANA
Ramen Tenyo NANA ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 11/1 ในย่านที่ไม่เคยหลับใหลอย่างนานา ความเจ๋งที่เป็นหมัดเด็ดของร้านนี้คือการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์สายปาร์ตี้หรือคนทำงานดึกที่อยากหาอะไรอุ่นๆ ลงท้องได้ทุกเมื่อ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในร้านราเมงย่านโดทงโบริที่โอซาก้าจริงๆ ด้วยการตกแต่งที่เน้นความคึกคักและเป็นกันเอง ตัวร้านมองหาง่ายมากเพราะอยู่ติดริมถนนใหญ่ เดินเท้าจาก BTS สถานีนานามาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง เป็นพิกัดที่ให้ฟิลลิ่งสนุกสนานและมีชีวิตชีวาแตกต่างจากร้านราเมงในห้างทั่วไปอย่างชัดเจน
เมนูที่ถือเป็นหัวใจหลักและต้องสั่งมาลองคือ Tenyo Ramen ราเมงซุปกระดูกหมูทงคัตสึสไตล์โอซาก้าขนานแท้ที่ผ่านการเคี่ยวจนงวดได้ที่ รสชาติมีความเข้มข้นนัวลึกแต่แปลกตรงที่ไม่รู้สึกเลี่ยนเลยแม้แต่น้อย เสิร์ฟมาพร้อมกับหมูชาชูแผ่นใหญ่ที่นุ่มจนแทบจะละลายในปากและไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ ที่ช่วยเสริมรสสัมผัสให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ความพิเศษของที่นี่ยังมีเมนูอาหารทานเล่นและข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือกสั่งมาแชร์กับเพื่อนได้หลากหลาย ใครที่ชอบรสสัมผัสของเส้นที่เหนียวนุ่มและน้ำซุปที่ซดได้คล่องคอจนหยดสุดท้ายบอกเลยว่าต้องมาเช็กอินที่นี่ให้ได้
สำหรับงบประมาณในการมาอิ่มอร่อยที่สาขานานาแห่งนี้ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 200 – 400 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อย่างมากเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารและทำเลทองใจกลางสุขุมวิท แถมยังฝากท้องได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนแบบไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาปิดร้าน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มองหารสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาที่เข้าถึงง่ายและสะดวกสบายสุดๆ
Ramen Tenyo NANA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–3:00 น.
- ที่อยู่
155/8-9 ซอย สุขุมวิท 11/1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
10. Tsukesoba Sense
Tsukesoba Sense ตั้งอยู่ภายในโครงการพาร์ค สีลม แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางย่านธุรกิจที่เดินทางมาได้ง่ายมากไม่ว่าจะลง BTS ศาลาแดง หรือ MRT สีลม บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในบาร์ลับสุดเท่ที่ญี่ปุ่น ด้วยการตกแต่งที่เน้นโทนสีเข้มข้นขรึม เรียบหรูแต่ดูทันสมัย แตกต่างจากร้านราเมงทั่วไปที่มักจะดูพลุกพล่าน ความพิเศษของที่นี่คือความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานออฟฟิศที่ต้องการหลบความวุ่นวายมานั่งละเมียดละไมกับรสชาติอาหารชั้นเลิศ การจัดวางที่นั่งถูกออกแบบให้เราได้เห็นความพิถีพิถันของเชฟในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการล้างเส้นอย่างบรรจง ทำให้มื้ออาหารดูมีเรื่องราวและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือเมนูสึเคโซบะ (Tsukesoba) หรือราเมงแบบจุ่มที่นำเสนอออกมาได้อย่างลุ่มลึก เมนูแนะนำที่สายเส้นห้ามพลาดคือ Shio Tsukesoba ความพิเศษอยู่ที่เส้นราเมงนุ่มเด้งที่เสิร์ฟมาในน้ำสกัดจากสาหร่ายคอมบุเข้มข้น ให้รสสัมผัสที่ลื่นคอและหอมกลิ่นอายทะเลแบบธรรมชาติ เมื่อนำไปจุ่มในน้ำซุปเกลือรสละมุนที่ผสมผสานน้ำมันมะกอกเข้าไป จะได้รสชาติที่กลมกล่อมและสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน หรือถ้าใครชอบความเข้มข้นแบบดั้งเดิม ตัวโชยุก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้หมูชาชูของที่นี่ยังคัดเกรดมาอย่างดี นุ่มจนแทบละลายในปาก เป็นทางเลือกที่เพอร์เฟกต์สำหรับคนที่อยากทานราเมงรสชาติล้ำลึกแต่ให้ความรู้สึกเบาสบายท้อง ไม่หนักอึ้งเหมือนซุปกระดูกหมูทั่วไป
สำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัยที่พาร์ค สีลม แห่งนี้ งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 400 – 600 บาท เมื่อเทียบกับความละเอียดอ่อนในการปรุงและคุณภาพของวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลมากสำหรับย่านใจกลางเมืองแบบนี้ ใครที่อยากลองสัมผัสราเมงน้ำใสที่มีมิติของรสชาติซับซ้อนและให้ความสดชื่นในทุกคำที่ทาน ร้านนี้คือหมุดหมายที่ต้องรีบมาเช็กอินให้ได้สักครั้งหนึ่ง
Tsukesoba Sense
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
Park Silom ชั้นที่ 2 ห้องเลขที่ L205 1 ถ.สีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
11. UMA UMA Hakata Ramen
ร้านราเมงที่เป็นตำนานจากฟุกุโอกะ ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 23 และมีอีกสาขาที่ CentralwOrld เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาด คือ Uma Uma Ramen ราเมงรสชาติต้นตำหรับแบบฮากาตะแท้ๆ รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม หอมมัน Aka Ramen ราเมงที่มีความเผ็ดเล็กจากน้ำพริกเผาสูตรพิเศษของร้าน และอีกเมนูที่ถึงแม้จะไม่ใช่ราเมง แต่ก็ห้ามพลาดเลยคือ Torikawa หนังไก่ย่างกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษของร้าน ราคาต่อหัวประมาณ 200-400 บาท
UMA UMA Hakata Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 16:00–23:00 น.
- ที่อยู่
39/1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
12. SENDO RAMEN
ร้านราเมงที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปทงคตสึที่เข้มข้น ร้านตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าธนิยะ ชั้น 4 หัวใจหลักของร้าน คือ น้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวนานกว่า 10 ชั่วโมง และเส้นที่มีความเหนียวนุ่มกำลังดี และดูดซึมซุปได้อย่างยอดเยี่ยม มีเมนูซิกเนเจอร์ คือ Signature Shoyu Ramen ซุปโชยุที่มีเบสไก่และของทะเล รสชาตินุ่มนวลแต่มีมิติ Signature Shio Ramen น้ำซุปเกลือใสๆ ได้กลิ่นหอมของหอยและอาหารทะเล และ Signature Tori Paitan Ramen น้ำซุปไก่ที่รสชาติเข้มข้น แต่ไม่หนัก ราคาอยู่ที่ประมาณ 400 บาท
SENDO RAMEN
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 16:30–20:00 น.
- ที่อยู่
SENDO RAMEN, ชั้น 4 อาคารธนิยะ, 52 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
13. Shugetsu Ramen
ร้านราเมงที่มีดีกรีระดับมิชลินไกด์ ตั้งอยู่ที่โครงการ The 49 Terrace ร้านขึ้นชื่อเรื่องสึเคเมงและเส้นราเมงสดใหม่ที่ทำวันต่อวัน เมนูซิกเนเจอร์ คือ Tsukemen ราเมงแบบเย็นที่น้ำซุปหอมกลิ่นปลาแห้งและกระดูกหมู ส่วนเส้นจะมีความใหญ่ เหนียวนุ่ม เคี้ยวสู้ฟัน สามารถเพิ่มเส้นได้ฟรีสูงสุดถึง 400 กรัม ส่วนเมนูแนะนำอื่นๆ เช่น โชยุ ราเมง, คารามิโซะ ราเมง, อาบุระ โซบะ ราคาต่อหัวประมาณ 300-400 บาท
Shugetsu Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–15:00 น. และ 18:00–22:00 น.
- ที่อยู่
The 49 Terrace ซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
14. Ramen Tei
ร้านราเมงเก่าแก่ในกรุงเทพฯ มีหลายสาขา เช่น สุขุมวิท 39, สุขุมวิท 49, พร้อมพงษ์ และธนิยะ ราเมงร้านราเมงเทอิจะมีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างสไตล์ญี่ปุ่นและจีนเล็กน้อย เมนูคลาสสิกของร้าน คือ Shoyu Ramen ให้รสชาติกลมกล่อม ซดคล่องคอ สำหรับใครที่ชอบรสเข้มข้นขึ้นมา อาจจะสั่งเป็น Spicy Miso Ramen ที่รสจัดจ้าน หรือ Curry Ramen ราเมงที่ผสมผสานรสชาติแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เมนูราเมงส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 280 – 340 บาท
Ramen Tei
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30–22:30 น.
- ที่อยู่
593/23-24 ซอยสุขุมวิท 33/1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
15. Kiri Tsukemen Thonglor
ร้านราเมงที่โดดเด่นและเชี่ยวชาญในเรื่องสึเคเมง ตั้งอยู่ที่ทองหล่อ เดินไม่ไกลจากสถานีบีทีเอสพร้อมพงษ์ จุดเด่นของร้าน คือ เส้นราเมงที่ทำสดใหม่วันต่อวัน มีความใหญ่ หนา เหนียวนุ่ม และเด้งสู้ฟัน เมนูสึเคเมนูที่ควรสั่ง เช่น Signature Kiri Tsukemen เมนูซิกเนเจอร์ที่น้ำซุปเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม และเมนูแนะนำอื่นๆ เช่น Kiri Shiro, Kiri Seabura Shoyu, Yuzu Shio Tsukemen, Kara Tsukemen ราคาประมาณ 350 บาท
Kiri Tsukemen Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 17:00–21:00 น.
- ที่อยู่
64 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
16. Tonkotsu Kazan Ramen
ร้านราเมงที่มาในคอนเซ็ปท์ราเมงภูเขาไฟ มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ เช่น สยามเซนเตอร์, Jasmine City, Fashion Island, The Promenade เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เช่น Kazan Pork Sukiyaki, Kazan Karamiso Ramen, และ Kazan Tom Yum สำหรับคนที่ชอบรสชาติจัดจ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหนึ่งถ้วยเล็กๆ ไว้ใส่ในน้ำซุปที่เหลือหลังจากทานเส้นหมดแล้ว ทำเป็นข้าวต้มเพื่อลิ้มรสชาติของซุปจนหยดสุดท้าย ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท
Tonkotsu Kazan Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น G, 2 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 101
17. Ichikara Ramen
Ichikara Ramen มีจุดขายสำคัญคือน้ำซุปทงคัตสึต้นตำรับที่เคี่ยวจนงวดเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยนจนเกินไป ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปนั่งกินร้านราเมงแถวบ้านในญี่ปุ่น เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ Ichikara Ramen ที่เสิร์ฟพร้อมหมูชาชูเนื้อนุ่มและหน่อไม้รสดี หรือถ้าใครชอบความจัดจ้านต้องลอง Karai Ramen ที่เพิ่มความเผ็ดร้อนเข้าไปช่วยตัดรสได้อย่างลงตัว ที่นี่มีโปรโมชั่นเซตเมนูที่คุ้มค่ามาก มักจะมีข้าวหน้าต่างๆ หรือเกี๊ยวซ่าพ่วงมาด้วย เหมาะสำหรับมื้อเที่ยงที่ต้องการความรวดเร็วแต่อิ่มท้องแบบคุณภาพเน้นๆ พิกัดร้านตั้งอยู่ชั้น 1 ของศูนย์การค้าไทยชินสแควร์ ติดถนนสุขุมวิทใกล้ BTS พระโขนง เดินทางสะดวกมาก ส่วนราคาต่อหัวก็เป็นมิตรสุดๆ อยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Ichikara Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–0:30 น.
- ที่อยู่
ชั้นที่1 1521/1 อาคาร ศูนย์การค้า ไทยชินสแควร์ อาคาร2 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
18. Hachiban Ramen
ร้านราเมงที่เป็นที่คุ้นเคยของคนไทย มีสาขาอยู่ทั่วกรุงเทพฯ เช่น Siam Square 1, CentralwOrld, จามจุรี สแควร์, เกทเวย์ เอกมัย และยังมีสาขาอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย ร้านฮาจิบังเป็นร้านที่คนไทยแทบทุกคนต้องรู้จัก ทางร้านเน้นรสชาติที่เป็นมาตรฐาน คุณภาพคงที่ และราคาที่เข้าถึงง่าย เมนูซิกเนเจอร์ คือ ฮะจังเมน (Hachangmen) ราเมงสูตรต้นตำรับของฮะจิบัง ราเมน เมนูแนะนำอื่นๆ เช่น Chasyumen, Tom Yum Chasyumen, Zaru Ramen, Gomoku Ramen, Teriyaki Chicken Ramen ราคาต่อหัวประมาณ 100 – 250 บาท
Hachiban Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
979 ห้องเลขที่ 413 ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
19. Tonchin Ramen
ร้านราเมงที่ได้รับการการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand มีหลายสาขา เช่น Siam Paragon, EmSphere, Mercury Ville, La Villa Ari และ One Bangkok เมนูซิกเนเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน คือ Tokyo Tonkotsu Ramen ที่น้ำซุปทำจากกระดูกหมูและไก่ รวมถึงผักต่างๆ ที่เคี่ยวนานกว่า 24 ชั่วโมง ผสมผสานกับรสชาติโชยุอย่างลงตัว นอกจากโตเกียวทงคตสึแล้ว ทางร้านก็มีเมนูราเมงอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น Kamo Shio Ramen, Tokyo Truffle Shoyu Ramen, Gyokotsu Ramen ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท
Tonchin Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30–22:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น G สยามพารากอน 991 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
20. Ramen Ajisai
ร้านราเมงสไตล์ฮาโกดาเตะ จากฮอกไกโด โดดเด่นด้วยซุปเกลือใสๆ ที่หอมกลมกล่อม ร้านมี 2 สาขา ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 23 และถนนพหลโยธิน ติดบีทีเอสสะพานควาย เมนูซิกเนเจอร์ คือ Shio Ramen ราเมงน้ำซุปเกลือใสๆ ที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจากกระดูกหมู กระดูกไก่ และวัตถุดิบทะเลอย่างคอมบุและปลาแห้ง ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม หอมลึกซึ้ง และซดคล่องคอมากๆ เมนูน่าลองื่นๆ เช่น Shoyu Ramen เหมาะสำหรับคนชอบรสชาติที่ไลท์กว่า, Miso Ramen ที่หอมกลิ่นเต้าเจี้ยวหมัก ราคาต่อหัวประมาณ 200 – 300 บาท
Ramen Ajisai
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 16:30–23:00 น.
- ที่อยู่
4/7 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
21. Bankara Ramen
ร้านราเมงที่มีชื่อเสียงจากโตเกียว และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนไทย มีสาขากระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ เช่น สุขุมวิท 39, Siam Paragon, ICONSIAM, Future Park Rangsit เป็นร้านราเมงที่เป็นเหมือนตัวแทนของ Tokyo Tonkotsu Ramen เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน คือ Bankara Original ราเมงน้ำซุปกระดูกหมูที่เข้มข้นและมันวาว เสิร์ฟพร้อมหมูชาชูชิ้นใหญ่ เป็นรสชาติคลาสสิกของร้านที่หลายคนชื่นชอบ เมนูแนะนำอื่นๆ เช่น Kakuni Bankara, Tonkotsu Ramen, Tsukemen ราคาต่อหัวประมาณ 250 – 500 บาท
Bankara Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–22:30 น.
- ที่อยู่
The Manor 32/1 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
22. Ippudo
ร้านราเมงสไตล์ฮากาตะที่เป็นตำนานจากญี่ปุ่น มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ เช่น CentralWorld, Siam Paragon, Terminal 21 Asoke, EmQuartier และสนามบินดอนเมือง เมนูราเมงซิกเนเจอร์ของทางร้านคือ Shiromaru Motoaji ราเมงซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เป็นต้นตำรับของ Ippudo และอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ คือ Akamaru Shinaji เมนูที่พัฒนามาจากเมนูชิโรมารุ โมโตอาจิ แต่เพิ่มความซับซ้อนของรสชาติด้วยมิโสะสูตรพิเศษ ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท
Ippudo
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
622 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
23. IRODORI Japanese Ramen Cafe
ร้านราเมงที่ผสานราเมงเข้ากับบรรยากาศคาเฟ่สุดน่ารัก ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 53 มีเมนูเด็ด คือ Shoyu Soba เมนูซิกเนเจอร์ของร้านในสไตล์ Jukusei Shoyu Soba ซึ่งเป็นราเมงโชยุสไตล์ทาคายามะ และ Irodori Maze Soba เมนูมาเซะโซบะที่เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งหลายอย่างและซอสปรุงรสเข้มข้นที่ก้นชาม นอกจากนี้ยังมีเมนูราเมงฟิวชั่นอย่าง ราเมงต้มยำมันกุ้ง ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 200-300 บาท
IRODORI Japanese Ramen Cafe
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–21:00 น.
- ที่อยู่
138 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
24. Tsukemen GOGO
ร้านราเมงที่เชี่ยวชาญด้านสึเคเมง และนำเสนอรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในกรุงเทพฯ มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ เช่น ซอยสุขุมวิท 39, ซอยสุขุมวิท 63, พัฒนาการ ร้านราเมงร้านนี้โดดเด่นด้วยน้ำซุปที่เข้มข้น เส้นหนานุ่ม และบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่น มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะให้นั่งชิลล์ เมนูซิกเนเจอร์ คือ Tsukemen ที่รสชาติลุ่มลึกและหอมมัน ซุปไม่เค็มจนเกินไปทำให้ซดได้เพลินๆ เส้นราเมงก็เหนียวนุ่มสู้ฟัน ส่วนเมนูเด็ดอื่นๆ เช่น Tonkotsu Ramen, Gyuhoruomon Tsukemen ราคาต่อหัวประมาณ 200 – 300 บาท
Tsukemen GOGO
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
55 ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
25. Ramen Mentomi
ร้านราเมงที่เสิร์ฟรสชาติต้นตำหรับจากโอซาก้าแท้ๆ ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน คือ K Ramen ที่น้ำซุปที่หอม เข้มข้น กลมกล่อม และมีความเผ็ดที่ถูกปากคนไทย เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อหมูชิ้นใหญ่เต็มคำ อีกสองเมนูที่มาแล้วต้องสั่งก็คือ Curry Noodle การผสมผสานระหว่างราเมงกับแกงกะหรี่ในสไตล์โอซาก้า และ Miso Charsiu เมนูที่ชูความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ด้วยซุปมิโซะ หรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้น เมนูราเมงส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 200 – 300 บาท
Ramen Mentomi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–2:00 น.
- ที่อยู่
56/8 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
26. Nojiya Yushi
ใครที่ชอบราเมงสไตล์ฮอกไกโดต้องมาที่ Nojiya Yuushi ในโครงการทองหล่อ ทาวเวอร์ เพราะที่นี่คือแหล่งรวมความอร่อยของน้ำซุปมิโซะที่เข้มข้นถึงใจ จุดขายที่ไม่เหมือนใครคือการรวมเอาเอกลักษณ์ของราเมงจากเมืองฮาโกดาเตะมาเสิร์ฟให้คนไทยได้ลิ้มรสแบบต้นตำรับ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ Miso Ramen ที่หอมกลิ่นถั่วเหลืองหมักและมีความมันนัวกำลังดี หรือจะเป็นสไตล์ซุปเกลือ Shio Ramen ที่ซดคล่องคอ บรรยากาศร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ร้านราเมงแถวชานเมืองญี่ปุ่นจริงๆ มีเมนูเครื่องเคียงอย่างไก่ทอดคาราอาเกะที่กรอบนอกนุ่มในให้สั่งมาแกล้ม แถมปริมาณต่อชามยังให้เยอะแบบอิ่มจุกกันเลยทีเดียว ส่วนราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 200-400 บาท
Nojiya Yushi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–2:00 น.
- ที่อยู่
786, 15-16 ซอย ทองหล่อ 18 Klontan-Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
27. Taishoken Ramen
ร้านราเมงสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตั้งอยู่ที่ Fifty Fifth Thonglor เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน คือ Gyokai Tonkotsu Tsukemen ร้านเมงที่เคี่ยวน้ำซุปจากกระดูกหมูและปลาทะเลนานเกือบ 2 วัน ทำให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้น รสชาติกลมกล่อม แต่ไม่เค็มจัดจนเกินไป และมีกลิ่นหอมของปลาแห้งที่เป็นเอกลักษณ์ ทานกับเส้นราเมงขนาดใหญ่ มีความเหนียวนุ่ม เด้งสู้ฟัน และทีเด็ดของร้านอีกหนึ่งอย่างก็คือหมูชาชู ที่นุุ่ม ละลายในปาก ต่างจากร้านอื่น เพราะเป็นสูตรที่คุณ Kazuo Yamagishi ผู้ก่อตั้งร้าน เป็นคนคิดค้นขึ้น ราคาโดยเฉลี่ยประมาณ 200-300 บาท
Taishoken Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–23:30 น.
- ที่อยู่
ชั้น 1 Fifty Fifth, 90 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
28. Shoryu Ramen
ร้านราเมงที่เปิดจนถึงดึกมาก รสชาติถูกปากคนไทย สีสาขาที่รัชดา, ถนนเพชรบุรีตัดใหม่, Century The Movie plaza และสุขุมวิท 24 โดนเด่นด้วยราเมงสไตล์ฟิวชั่นที่ผสมความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความชอบของคนไทยได้อย่างลงตัว เมนูยอดนิยมที่แนะนำ คือ ทงคตสึราเมงหรือราเมงน้ำซุปกระดูกหมู ราเมงต้มยำซีฟู้ด สำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้าน และราเมงหมาล่าที่รสชาติเผ็ดร้อนถูกปาก นอกจากนี้ยังมีซารุราเมง ราเมงแบบเย็น เหมาะสำหรับทานในวันที่อากาศร้อน และสิ่งที่ทำให้หลายคนชอบร้านนี้ก็คือ ไข่ต้มยางมะตูม ที่สามารถเติมได้ไม่อั้น อร่อยและคุ้มค่าสุดๆ ราคาต่อหัวประมาณ 250 – 500 บาท
Shoryu Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–3:00 น.
- ที่อยู่
88/3 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
29. Hachicken
ร้านราเมงที่นำเสนอราเมงซุปไก่ต้นตำรับจากเกียวโต มี 4 สาขาในไทย คือที่ EmSphere, Terminal 21 อโศก, Terminal 21 พระราม 3, และ One Bangkok เมนูซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ร้าน คือ Paitan Ramen ราเมงที่น้ำซุปทำจากกระดูกไก่ที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้รสชาติที่เข้มข้น หอมกลิ่นไก่ ไม่คาว มีให้เลือก 4 รสชาติหลัก คือ โชยุ ชิโอะ มิโสะ และแกงกะหรี่นัมบัง ราคาเริ่มต้น 99 บาท
Hachicken
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
Unit 4022A, ชั้น 4, 88 ซอยสุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
30. Tsuta Japanese Soba Noodles
ร้านราเมงต้นกำเนิดจากโตเกียว มีสาขาในกรุงเทพฯ ที่ CentralWorld เสิร์ฟรสชาติแบบต้นตำหรับ เมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้ร้านมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกก็คือ Tsuta Signature Truffle Blend Shoyu Soba ราเมงที่น้ำซุปทำจากน้ำสต็อกไก่และน้ำสต็อกซีฟู้ด พร้อมด้วยเส้นโซบะนุ่มๆ ที่ทำสดใหม่ทุกวัน ท็อปด้วยหมูคุโรบุตะ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Black truffle oil และทรัฟเฟิลสไลด์ ทำให้ได้รสชาติที่ลุ่มลึก มีความหอม แตกต่างจากราเมงทั่วไป ราคาต่อหัวประมาณ 300 – 500 บาท
Tsuta Japanese Soba Noodles
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ห้องเลขที่ 304 ชั้น 3, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ร้านซึตะราเมง เลขที่ 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Italian) ความกลมกล่อมแบบอูมามิ ในสไตล์อิตาเลียน
01.04.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่นฝั่งธนฯ จัดเต็มเรื่องกินดื่ม
01.03.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 คาเฟ่ญี่ปุ่น เมนูมัทฉะ (Matcha) อร่อยเข้มข้นไปกับชาเขียวญี่ปุ่น
26.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ปี 2025 อัพเดทความอร่อย ไม่ตกเทรนด์
24.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาดี อิ่มอร่อยด้วยงบไม่เกิน 500 บาท
21.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ
20.02.2026