อัปเดท 10 ร้านซูชิ (Sushi) ย่านเอกมัยที่ต้องไปลองปี 2026

12.01.2026 (Updated: 12.01.2026)
อัปเดท 10 ร้านซูชิ (Sushi) ย่านเอกมัยที่ต้องไปลองปี 2026

ย่านเอกมัยคืออีกหนึ่งพิกัดที่คนรักอาหารญี่ปุ่นต้องไม่พลาดในปี 2026 นี้ เพราะย่านนี้มีร้านซูชิให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่ร้านซูชิสไตล์ดั้งเดิมไปจนถึงร้านที่มาในสไตล์ฟิวชันสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สโอมากาเสะสุดหรูที่เชฟบรรจงปั้นทีละคำ หรือบุฟเฟต์คุณภาพเยี่ยมที่คุ้มค่าเกินราคา เราจึงรวบรวมร้านเด็ดที่ต้องไปเช็คอินมาให้ครบทุกสไตล์ ให้ทุกคนได้ตามไปสัมผัสความหวานของเนื้อปลาเกรดพรีเมียมที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น รับรองว่าลิสต์นี้จะทำให้การทานซูชิน่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม

1. Sushi Juban Takumi Ekkamai

สายกินย่านเอกมัยต้องคุ้นชื่อ Sushi Juban Takumi เป็นอย่างดี เพราะที่นี่เน้นการเสิร์ฟซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ ที่ชูจุดเด่นเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น ผสมผสานกับเทคนิคการปรุงที่น่าสนใจอย่างการย่างด้วยฟางข้าว (Warayaki) มาสร้างกลิ่นหอมรมควันให้กับเนื้อปลา สิ่งที่ทำให้หลายคนติดใจคือ คอร์สโอมากาเสะ ที่เชฟจะรังสรรค์เมนูให้แบบคำต่อคำ มีไฮไลต์เป็น Akami Tsuke หรือทูน่าเนื้อแดงที่หมักโชยุจนเข้าเนื้อ และเมนูจำพวกปลาเนื้อขาวที่เชฟจะดึงรสชาติและรสสัมผัสออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม รสชาติของข้าวซูชิที่นี่มีความเปรี้ยวเค็มกำลังดี ช่วยขับความสดของปลาให้โดดเด่นขึ้น

ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยชัยพฤกษ์ มีที่จอดรถสะดวกสบายสำหรับคนที่ขับรถส่วนตัวมา หรือจะนั่งรถสาธารณะเข้ามาจากปากซอยก็ใช้เวลาไม่นาน บรรยากาศภายในเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่น ราคาต่อหัวสำหรับการทานแบบคอร์สจะเริ่มต้นประมาณ 1,500 บาท ไปจนถึง 4,000 บาทขึ้นไป ส่วนใครที่อยากสั่งแบบอะลาคาร์ท (A La Carte) ก็มีเมนูให้เลือกหลากหลายเช่นกัน

Sushi Juban Takumi Ekkamai

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

236 ชั้นที่1 ซ. สุขุมวิท 65 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

2. Sushi Totoya

Sushi Totoya เป็นพิกัดลับในย่านเอกมัยที่เหล่าคนรักปลาสดต่างยกนิ้วให้ในเรื่องความคุ้มค่าเกินราคา ร้านนี้มีจุดขายสำคัญคือการเป็นผู้นำเข้าปลาโดยตรง ทำให้สามารถเสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าร้านอื่นในระดับเดียวกัน เมนูแนะนำที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือชุดซูชิรวมและข้าวหน้าปลาดิบรวม (Kaisen Don) ที่จัดเต็มทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ และอูนิแบบไม่หวง เนื้อปลาที่นี่มีความสดเด้งและรสชาติหวานฉ่ำตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมนูที่ใช้ปลาทูน่าซึ่งถือเป็นทีเด็ดของร้าน เพราะเชฟคัดเกรดมาอย่างดี ทานแล้วแทบจะละลายในปากทันที เหมาะสำหรับคนที่อยากทานซูชิเกรดพรีเมียมในบรรยากาศที่เป็นกันเองและเรียบง่าย

ร้านตั้งอยู่ในโครงการ The Horizon ปากซอยเอกมัย 10 หรือซอยสุขุมวิท 63 สามารถเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโครงการได้เลย สะดวกมากสำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว หรือจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยแล้วต่อรถเข้ามาก็ได้เช่นกัน ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ร้านนี้มักจะมีโปรโมชั่นวัตถุดิบพิเศษตามฤดูกาลสลับหมุนเวียนกันไป เป็นร้านที่ตอบโจทย์ทั้งการมาทานมื้อเที่ยงหรือมื้อค่ำที่เน้นความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ

Sushi Totoya

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Joushitsu Sushi

Joshitsu Sushi นำเสนอประสบการณ์การทานซูชิระดับพรีเมียมที่เน้นความพิถีพิถันแบบดั้งเดิมผสมผสานกับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว จุดเด่นของที่นี่คือการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลจากตลาดปลาซึคิจิส่งตรงถึงครัว คอร์สโอมากาเสะของที่นี่เชฟจะโชว์ทักษะการปั้นซูชิแบบคำต่อคำ สิ่งหนึ่งที่แนะนำให้ตั้งตารอคือเมนูซิกเนเจอร์อย่างเอ็นกาวะ (Engawa) ที่มีความหอมมันจากการเบิร์นไฟอ่อน ๆ และไข่หอยเม่นที่สดหวานไม่มีกลิ่นคาว รสชาติของข้าวซูชิที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการปรุงรสที่กลมกล่อม ช่วยส่งเสริมรสชาติของเนื้อปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เป็นร้านที่สายซูชิต้องหาโอกาสมาลิ้มลองให้ได้สักครั้ง

ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 2 มีที่จอดรถไว้คอยบริการลูกค้าอย่างสะดวกสบาย บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงความอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมาเลี้ยงฉลองในโอกาสพิเศษหรือมื้อธุรกิจที่ต้องการความประทับใจ ราคาต่อหัวโดยประมาณสำหรับการทานแบบอะลาคาร์ทจะอยู่ที่ 1,500-2,000 บาท ส่วนคอร์สโอมากาเสะจะมีระดับราคาที่สูงขึ้นตามเกรดของวัตถุดิบ ทางร้านมีห้องส่วนตัวคอยให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วย

Joushitsu Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:30 น. และ 18:00–22:30 น.

ที่อยู่

20, 2 ซอย เอกมัย 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. Sushi Kogane

Sushi Kogane นำเสนอเสน่ห์ของซูชิสไตล์เอโดะมาเอะที่ให้ความสำคัญกับสมดุลระหว่างอุณหภูมิของข้าวและคุณภาพของปลา จุดขายหลักของร้านคือการใช้ข้าวสายพันธุ์พิเศษผสมกับน้ำส้มสายชูแดง (Akazu) จนได้ข้าวซูชิที่มีรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมเข้ากับปลาดิบได้เป็นอย่างดี เมนูแนะนำที่สายเนื้อห้ามพลาดคือ เมนูซูชิที่หน้าต่าง ๆ ผ่านการบ่ม (Aging) เพื่อดึงรสอูมามิออกมา หรือจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่างชูโทโร่และโอโทโร่ที่เชฟคัดเฉพาะส่วนที่ลายไขมันสวยงามมาเสิร์ฟ ที่นี่เน้นรสชาติที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งตามแบบฉบับดั้งเดิม ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปน่าประทับใจ

ร้านตั้งอยู่ในโครงการพาร์ค อเวนิว เอกมัย (Park Avenue) สุขุมวิท 63 สะดวกต่อการเดินทางและมีที่จอดรถกว้างขวางภายในตัวโครงการ สามารถเดินเท้าจาก BTS สถานีเอกมัยเข้ามาได้ไม่ไกล บรรยากาศภายในร้านเน้นความเงียบสงบและเรียบหรูด้วยเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนตามสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น ราคาต่อหัวโดยประมาณสำหรับการทานแบบคอร์สจะอยู่ที่ 2,500-5,000 บาทขึ้นไป

Sushi Kogane

เวลาทำการ

อ.-ศ. 16:00–22:00 น.

ส.-อา. 12:00–14:00 น. และ 16:00–22:00 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

อาคารพาร์คอเวนิวชั้น 2 126/43 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

5. Mainichi Sushi

Mainichi Sushi สาขาเอกมัย นำเสนอความโดดเด่นของร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คาเฟ่ที่เน้นความสดใหม่และรสชาติที่เป็นมิตรกับทุกคน จุดขายหลักอยู่ที่การรังสรรค์เมนูซูชิและโรลหน้าต่าง ๆ ให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์ เมนูแนะนำที่ใครมาก็ต้องลองคือ เมนูโรลฟิวชั่น ที่จัดเต็มด้วยซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้าน และเมนูแซลมอนอะบุริ (Salmon Aburi) ที่เบิร์นไฟมาจนหอมฟุ้งละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีเมนูดงบุริหรือข้าวหน้าปลาดิบที่ให้เครื่องแน่นจนมองไม่เห็นข้าว เป็นร้านที่ตอบโจทย์ทั้งมื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็วและมื้อเย็นที่อยากนั่งทานสบาย ๆ กับครอบครัว

ร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านเอกมัย ในซอยสุขุมวิท 61 เดินทางมาได้ง่ายทั้งทางรถส่วนตัวและรถสาธารณะ บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายกว่าร้านซูชิแบบทางการทั่วไป ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาท ร้านมักจะมีเซ็ตโปรโมชั่นมื้อเที่ยงที่คุ้มค่าสุด ๆ และยังมีบริการเดลิเวอรีอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งร้านคุณภาพที่จะทำให้มีความสุขในการทานซูชิเลยก็ว่าได้

Mainichi Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–16:50 น.

ที่อยู่

14/2-01 ซ สุขุมวิท 61 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. Yume Omakase

Yume Omakase ร้านโอมากาเสะที่เน้นการเล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาล ให้ความสำคัญกับความสดใหม่และการคัดสรรปลาที่ดีที่สุดจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่น จุดขายของที่นี่คือการสร้างสรรค์เมนูแบบร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายความดั้งเดิมเอาไว้อย่างสวยงาม เมนูแนะนำที่เป็นไฮไลต์คือ เมนูซูชิที่เชฟมักจะท็อปปิ้งด้วยส่วนผสมที่ช่วยชูรสชาติ เช่น ทรัฟเฟิลหรือไข่ปลาคาเวียร์ รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Uni Shot ที่จัดองค์ประกอบมาได้อย่างสวยงาม ให้รสชาติที่เข้มข้นและหวานละมุน รสชาติอาหารในแต่ละคอร์สถูกเรียงลำดับมาอย่างดี ค่อยๆ ไต่ระดับความอร่อยและปิดท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีม

ร้านตั้งอยู่ในย่านเอกมัย เดินทางสะดวกและมีพื้นที่จอดรถไว้คอยให้บริการลูกค้าอย่างเพียงพอ บรรยากาศภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่ดูหรูหราแต่ยังคงความอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวด้วยการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับเชฟและเห็นทุกขั้นตอนการปรุง ราคาต่อหัวสำหรับคอร์สโอมากาเสะจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4,900 บาท ไปจนถึง 6,900 บาทขึ้นไป ร้านมักจะมีการเปลี่ยนเมนูไปตามฤดูกาล เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่อยู่เสมอ

Yume Omakase

เวลาทำการ

จ.-ศ. 17:30–22:00 น.

ส.-อา. 12:15–22:00 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

18 Parklane Ekkamai Sukhumvit 61 Room A 106, กรุงเทพมหานคร 10110

7. Ebisu Sushi

Ebisu Sushi เป็นร้านซูชิยอดฮิตในย่านเอกมัยที่ขึ้นชื่อเรื่องการเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีในราคาที่เป็นมิตรสุด ๆ จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกทั้งแบบดั้งเดิมและแบบฟิวชัน โดยเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่และชิ้นปลาที่หั่นมาแบบหนาเต็มคำ เมนูแนะนำที่แทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือ Salmon 4 Seasons ที่รวมนิกิริหน้าแซลมอนท็อปด้วยวัตถุดิบพรีเมียมอื่นๆ ที่จะช่วยชูรสชาติของแซลมอนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เช่น ซอสพอนสึ อะโวคาโด หรือจะเป็นซูชิหน้าต่าง ๆ อย่างปลาไหลย่างซีอิ๊วและเอนกาวะที่นำไปเบิร์นไฟให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว รสชาติอาหารของที่นี่มีความกลมกล่อมเข้าถึงง่าย ทำให้กลายเป็นร้านประจำของทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานในพื้นที่

ร้านตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 10 มีที่จอดรถสะดวกสบายภายในโครงการ หรือจะเดินทางมาด้วย BTS สถานีเอกมัยแล้วต่อรถเข้ามาก็ได้ บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกอบอุ่นและคึกคักเป็นกันเองตามแบบฉบับญี่ปุ่นสุดๆ เหมาะสำหรับการมาทานมื้อเย็นสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 400-600 บาท ในช่วงวันหยุดลูกค้าจะค่อนข้างเยอะ แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับการรอคิวสักเล็กน้อย

Ebisu Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

1, 5/1 ซอย เอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Tanaka Suisan Phra Khanong

Tanaka Suisan สาขาพระโขนง-เอกมัย เป็นร้านซูชิที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าแบบจัดเต็มด้วยคอนเซปต์บุฟเฟต์ซูชิที่คัดเกรดวัตถุดิบมาได้คุณภาพดีไม่แพ้แบบอะลาคาร์ท จุดขายหลักคือการเป็นร้านลูกของบริษัทนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น ทำให้สามารถเสิร์ฟปลาที่สดใหม่ได้ในราคาสบายกระเป๋า เมนูแนะนำที่ทุกคนต้องสั่งคือเมนูจากทูน่าที่มีให้เลือกครบทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ และอาคามิ รวมถึงหน้ายอดฮิตอย่างไข่หอยเม้นและหอยโฮตาเตะที่เสิร์ฟมาแบบไม่อั้น รสชาติของข้าวซูชิปรุงมาได้ดี มีขนาดคำที่พอเหมาะพอดีคำ ทำให้สามารถลิ้มลองรสชาติที่หลากหลายได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกอิ่มเร็วเกินไป

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 71 ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนงและย่านเอกมัย บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายตามสไตล์ร้านซูชิในญี่ปุ่น ให้ฟีลลิ่งที่เป็นกันเองและเหมาะกับการมาทานกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ราคาต่อหัวโดยประมาณจะอยู่ที่ 500-1,000 บาท ขึ้นไป เป็นพิกัดที่สายบุฟเฟต์ต้องมาโดนให้ได้สักครั้ง

Tanaka Suisan Phra Khanong

เวลาทำการ

พ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–23:00 น.

ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร

ที่อยู่

3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Yotsuha Sushi

Yotsuha Sushi ร้านที่นำเสน่ห์ของซูชิระดับพรีเมียมมาเสิร์ฟให้คนย่านเอกมัยได้สัมผัสในบรรยากาศที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น จุดเด่นของร้านอยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบฤดูกาลต่อฤดูกาล โดยเฉพาะการโชว์ฝีมือการปั้นซูชิที่มีสัดส่วนระหว่างปลาและข้าวอย่างพอดี เมนูแนะนำที่ห้ามพลาดคือบรรดาเมนูซูชิหน้าปลาเนื้อขาวที่มีความหวานละมุนตามธรรมชาติ หรือจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่างไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน ที่คัดเกรดมาอย่างดี ทานแล้วให้ความสดชื่น รสชาติโดยรวมจะเน้นการดึงความโดดเด่นของเนื้อปลาออกมาให้มากที่สุด และไม่ปรุงรสจนจัดจ้านเกินไป เหมาะสำหรับคนที่อยากลิ้มรสความสดของวัตถุดิบในราคาที่คุ้มค่า

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 ย่านทองหล่อ-เอกมัย สะดวกในการเดินทาง มีพื้นที่รองรับลูกค้าทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่อยากนั่งดูเชฟทำงานอย่างใกล้ชิด และแบบโต๊ะนั่งสำหรับมาเป็นกลุ่ม ราคาต่อหัวโดยประมาณจะอยู่ที่ 1,000-2,500 บาท ร้านมักจะมีเมนูพิเศษที่หาทานได้ยากในแต่ละช่วงเวลาของปีเข้ามาเซอร์ไพรส์ลูกค้าอยู่เสมอ ใครที่ชอบค้นหารสชาติใหม่ ๆ หรืออยากลองปลาสายพันธุ์แปลก ๆ แนะนำร้านนี้เลย

Yotsuha Sushi

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

168, 1 ซอย แสนสบาย แขวงพระโขนง Klong Toei, กรุงเทพมหานคร 10110

10. Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet

Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet สาขาเกตเวย์ เอกมัย (Gateway Ekamai) ตอบโจทย์คนที่อยากกินทั้งซูชิและปิ้งย่างคุณภาพดีแบบครบจบในที่เดียว จุดขายสำคัญคือความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกเยอะมากตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงเกรดพรีเมียมขั้นสุด โดยเฉพาะสายซูชิที่ต้องตื่นตาตื่นใจกับซูชิหน้าปลาไหลย่างเนื้อหนา ฟัวกราส์ และซูชิหน้าเนื้อวากิวเบิร์นไฟที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหล เมนูแนะนำที่เป็นไฮไลต์คือซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนและกุ้งแม่น้ำที่สามารถสั่งมาทานคู่กันได้แบบไม่อั้น อาหารที่นี่เน้นความจัดจ้านและเข้มข้น มีซอสสูตรเฉพาะที่ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับอาหารได้หลากหลายประเภทแบบไม่มีเบื่อ

ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น M ของศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย (Gateway Ekamai) เดินทางสะดวกสบายแบบสุด ๆ เพราะมีทางเชื่อมตรงจาก BTS สถานีเอกมัยเข้าสู่ตัวห้างเลย ภายในร้านกว้างขวาง ดูโปร่งสบาย เหมาะสำหรับมาเลี้ยงสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือทานข้าวกับครอบครัว ราคาต่อหัวโดยประมาณมีให้เลือกหลายแพ็กเกจตั้งแต่ประมาณ 399 บาทไปจนถึง 1,299บาทขึ้นไป ร้านมีโซนบาร์เครื่องดื่มและมีของหวานอย่างแพนเค้ก DIY ให้เราสนุกกับการทำแพนเค้กของตัวเองด้วย เป็นร้านที่เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ครบทั้งคาวและหวานเลย

Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

982/22 โครงการเกตเวย์ ห้อง 101 ชั้น M 8 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110