8 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่นั่งเอาท์ดอร์ (Outdoor) รูฟท็อป (Rooftop) ดื่มด่ำบรรยากาศรับลมเย็น
ถ้ากำลังมองหาพิกัดนั่งชิลล์ที่ได้ฟีลญี่ปุ่นแบบจัดเต็มแต่ไม่อยากอุดอู้อยู่แค่ในห้องแอร์ การเลือกเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งโซนเอาท์ดอร์รับลมเย็นๆ หรือโซนรูฟท็อปที่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืนคือคำตอบที่ใช่ที่สุด บทความนี้เราจัดเต็ม 8 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีพื้นที่เปิดโล่งให้ได้นั่งผ่อนคลายไปกับรสชาติระดับพรีเมียมและบรรยากาศสุดพิเศษที่หาไม่ได้จากร้านทั่วไป เตรียมตัวเตรียมท้องให้พร้อมแล้วตามไปเช็คอินความอร่อยในมุมมองใหม่ที่รับรองว่าฟินกว่าเดิมแน่นอน
1. SHAKARIKI432 PHRA KHANONG
บรรยากาศร้าน
SHAKARIKI432 PHRA KHANONG ในโครงการ W District ให้ความรู้สึกแตกต่างจากสาขาอื่นด้วยโลเคชันที่ตั้งอยู่ท่ามกลางลานกว้างแบบเปิดโล่ง ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของสายชิลล์ในย่านพระโขนง บรรยากาศของร้านนี้จะมีความเป็นกันเองสูงมาก เน้นที่นั่งอินดอร์ที่เต็มไปด้วยความคึกคักจากเสียงเพลงและที่นั่งเอาท์ดอร์ที่จะได้รับลมธรรมชาติพร้อมแสงไฟสลัวในช่วงค่ำคืนที่ให้ฟีลเหมือนนั่งอยู่ย่านสตรีทฟู้ดในโอซาก้า ความพิเศษคือความโปร่งสบายที่ไม่แออัด เหมาะกับการนัดแก๊งเพื่อนมานั่งปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ขณะที่เสียงเพลงและพลังงานความสนุกของพนักงานก็ช่วยสร้างสีสันให้มื้ออาหารดูมีชีวิตชีวามากกว่าการนั่งในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ขึ้นชื่อและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ คือ ซูชิและซาชิมิสดใหม่ ที่แล่มาชิ้นหนาโตๆ อีกหนึ่งอย่างที่ห้ามพลาดคือ คุชิคัตสึ หรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด แป้งทอดมาได้กรอบเหลืองทองน่าทาน นอกจากนี้ยังมีเมนูจำพวกนาเบะหรือหม้อไฟรสชาติเข้มข้นที่เหมาะสำหรับล้อมวงทานด้วยกันในคืนที่มีลมเย็นพัดผ่าน
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท
SHAKARIKI432 PHRA KHANONG
- เวลาทำการ
ตลอด 24 ชม.
- ที่อยู่
E88, Bangkok โครงการ W, District 1589, แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. EBISU Shoten Silom
บรรยากาศร้าน
EBISU Shoten Silom ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ แต่พอเดินเข้ามาในร้านกลับให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปไปอยู่ร้านกินดื่มริมทางในญี่ปุ่นจริงๆ พื้นที่เอาท์ดอร์ของสาขานี้จัดวางโต๊ะเก้าอี้แบบเรียบง่ายบริเวณหน้าร้าน เน้นรับลมธรรมชาติผสานกับกลิ่นอายความคึกคักของย่านสีลม จุดเด่นที่ทำให้ต่างจากร้านอื่นคือความโปร่งโล่งที่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับใครที่อยากนั่งพักสายตาดูผู้คนผ่านไปมาพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในบรรยากาศกึ่งเปิดโล่งที่หาได้ยากในย่านตึกสูงแบบนี้ ความสว่างจากโคมไฟกระดาษช่วยสร้างอารมณ์ผ่อนคลายแบบเป็นกันเองจนลืมเวลาไปเลย
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูเด็ดที่เป็นสัญลักษณ์ของร้านคือ คุชิคัตสึ หรือของทอดเสียบไม้ที่มีให้เลือกสารพัดอย่าง แป้งทอดของที่นี่มีความเบาและกรอบเหลืองกรุ่นจากเตา กินคู่กับซอสสูตรเฉพาะรสชาติเข้ากันสุดๆ อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมคือ ข้าวหน้าปลาดิบรวม ที่จัดเต็มวัตถุดิบสดใหม่ในราคาที่เข้าถึงง่าย รวมถึงพวกเมนูยำสไตล์ญี่ปุ่นรสจัดจ้านที่ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี ทำให้การทานอาหารญี่ปุ่นที่นี่ดูมีความหลากหลายและไม่จำเจเหมือนร้านทั่วไป
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาทเท่านั้น
EBISU Shoten Silom
- เวลาทำการ
จ.-พฤ.,อา. 11:00–1:00 น.
ศ.-ส. 11:00–3:00 น.
- ที่อยู่
บริษัท ไมที ฮีรอส จำกัด, อาคารพรภิวัฒน์ ชั้นที่ 1 เอบี, 149, 27-28 ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. Sanriku Sushi Kyodoizakaya
บรรยากาศร้าน
Sanriku Sushi Kyodoizakaya ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 19 แถวอโศกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่ตัวร้านกลับมอบความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด พื้นที่เอาท์ดอร์ของที่นี่จัดวางโต๊ะเก้าอี้ไม้ท่ามกลางแมกไม้สีเขียวขจีที่ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้ดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานอาหารในสวนหลังบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่น บรรยากาศมีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นแบบบ้านไม้สมัยก่อน เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความอึดอัดจากห้องแอร์มานั่งรับลมเย็นๆ พร้อมดูวิถีชีวิตผู้คนในย่านสุขุมวิทแบบไม่เร่งรีบ ความพิเศษคือการผสมผสานระหว่างความเป็นร้านซูชิคุณภาพสูงเข้ากับกลิ่นอายความครึกครื้นได้อย่างลงตัว
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์คือบรรดาซูชิหน้าต่างๆ ที่ส่งตรงวัตถุดิบมาจากภูมิภาคซันริคุ โดยเฉพาะพวกข้าวหน้าปลาดิบรวมและซูชิเซตที่ปลาแต่ละชิ้นถูกแล่มาอย่างหนาและสดใหม่เสิร์ฟให้ทานกันแบบจานต่อจาน นอกจากนี้ยังมีเมนูของนึ่งและของต้มสูตรดั้งเดิมที่หาทานยาก รสชาติกลมกล่อมและมีกลิ่นหอมของน้ำซุปที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงพวกเมนูปลาย่างเกลือที่หนังยังมีความกรอบและเนื้อในชุ่มฉ่ำ เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มองหาอาหารญี่ปุ่นคุณภาพพรีเมียม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
Sanriku Sushi Kyodoizakaya
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–4:00 น.
อา. 17:00–2:00 น.
- ที่อยู่
ซอย สุขุมวิท 19 แยก 2 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/sanriku-sushi-kyodoizakaya/
4. GoGo Sakaba
บรรยากาศร้าน
GoGo Sakaba บนถนนกาญจนาภิเษกเป็นพิกัดลับสำหรับคนที่เบื่อความแออัดในเมืองและอยากนั่งชิลล์ในพื้นที่เปิดโล่งกว้างขวาง ตัวร้านถูกออกแบบมาให้มีโซนเอาท์ดอร์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยไฟประดับระยิบระยับเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้แนวโมเดิร์น ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในลานเบียร์ที่ญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศมีความผ่อนคลายสูงมากด้วยลมที่พัดผ่านโกรกตลอดเวลาและวิวกว้างๆ ที่ไม่มีตึกสูงมาบดบังสายตา ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการนั่งสนทนากันยาวๆ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ต้องสั่งคือบรรดาของย่างถ่านรสเลิศ โดยเฉพาะหมูสามชั้นย่างซอสและยากิโทริที่ทางร้านย่างมาได้หอมกลิ่นควันจางๆ เนื้อยังคงความฉ่ำไม่แห้งกระด้าง นอกจากนี้ยังมีเมนูไฮไลท์อย่าง ข้าวหน้าเนื้อวากิวเบิร์นไฟ ที่ใช้เนื้อคุณภาพดีโรยด้วยไข่กุ้งและซอสสูตรเข้มข้น รสชาติอร่อยกลมกล่อม รวมถึงพวกเมนูยำสาหร่ายและถั่วแระญี่ปุ่นที่เอาไว้ทานเล่นคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี
ช่วงราคา
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาท
GoGo Sakaba
- เวลาทำการ
จ.-พฤ. 12:00–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.
ศ.-ส. 12:00–0:00 น.
อา. 12:00–23:00 น.
- ที่อยู่
456 ถ. กาญจนาภิเษก แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. TEN-SHOW Live kitchen
บรรยากาศร้าน
TEN-SHOW Live kitchen ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ที่ให้ฟีลลิ่งแบบพรีเมียมแต่ยังคงความเข้าถึงง่ายด้วยโซนที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ริมระเบียงที่สามารถมองเห็นบรรยากาศความมีชีวิตชีวาของย่านพร้อมรับลมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านอื่นคือคอนเซปต์ครัวแบบมีชีวิตหรือ Live Kitchen ที่คุณจะได้เห็นความตั้งใจของเชฟในการปรุงอาหารสดใหม่ บรรยากาศด้านนอกจะให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งและดูทันสมัย ตัดกับความคึกคักภายในร้านได้อย่างลงตัว เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นนั่งชิลล์ในวันหยุดหรือหลังเลิกงานที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังดูดีมีสไตล์
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้ต้องยกให้ ข้าวหน้าปลาไหลที่ย่างมาจนหอมกรุ่นและมีความชุ่มฉ่ำของซอสสูตรพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเมนูเทมปุระรวมที่ทอดมาได้กรอบเบาเป็นพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของร้านที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบ รวมถึงพวกเมนูซูชิโรลหน้าต่างๆ ที่จัดเต็มทั้งเครื่องและซอสรสชาติเข้มข้นสะใจ ทุกจานปรุงอย่างประณีตเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้สัมผัสรสชาติที่ดีที่สุดทันทีที่เสิร์ฟจากครัว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท
TEN-SHOW Live kitchen
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
12Soi Sukhumvit 24, Sukhumvit Rd.,, Khlong Toei 12 ซ.สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
6. Tsubaki Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน
Tsubaki Japanese Restaurant ตั้งอยู่ย่านพระราม 9 ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเจอโอเอซิสลับท่ามกลางความวุ่นวายของย่านธุรกิจ จุดเด่นของที่นี่คือพื้นที่ที่เน้นความโปร่งสบายและโซนที่นั่งแบบเอาท์ดอร์ที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัวท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ตัวร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบที่หาได้ยากในทำเลนี้ ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งพักผ่อนหย่อนใจรับลมเย็นๆ พร้อมมองดูแสงไฟยามค่ำคืนที่ไม่พลุกพล่านจนเกินไป
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ขึ้นชื่ออย่างมากคือบรรดาข้าวหน้าปลาดิบหรือดงบุริที่คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียมส่งตรงจากตลาดปลา โดยเฉพาะเมนูข้าวหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาที่จัดมาแบบล้นชาม เนื้อปลาสดหวานและมีความมันกำลังดี อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือโรลปลาไหลย่างที่มาพร้อมกับซอสรสชาติกลมกล่อมเข้มข้น รวมถึงพวกเมนูสลัดปลาเงินที่ตัวปลาทอดมาได้กรอบไม่อมน้ำมัน ทานคู่กับผักสดกรอบและน้ำสลัดสูตรทางร้านได้อย่างลงตัว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
Tsubaki Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–2:00 น.
- ที่อยู่
29/11-12 Soonvijai Aly, Rama 9 Road, Bang Kapi Subdistrict, เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
7. Zuma Bangkok
บรรยากาศร้าน
Zuma Bangkok ตั้งอยู่ภายในโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ บนถนนราชดำริ มอบประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นในสไตล์ร่วมสมัยที่ไม่เหมือนใคร ความโดดเด่นของที่นี่อยู่ที่โซนเอาท์ดอร์ริมระเบียงที่ถูกออกแบบมาให้ดูหรูหราแต่ยังคงความผ่อนคลายด้วยสวนแนวตั้งสีเขียวและวิวรถไฟฟ้ายามค่ำคืนที่ให้กลิ่นอายความเป็นเมืองหลวงอย่างเต็มที่ บรรยากาศด้านนอกมีความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูงมาก เหมาะสำหรับการมานั่งรับลมเย็นๆ พร้อมดื่มด่ำกับแสงไฟสลัวที่สร้างอารมณ์สุดโรแมนติก แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปตรงที่การผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัวและดูมีระดับ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูระดับซิกเนเจอร์ที่หลายคนหลงรักคือปลาค็อดดำย่างห่อใบโอบะที่เนื้อปลามีความนุ่มละมุนและหอมกลิ่นย่างถ่านอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงเมนูยอดนิยมอย่างสไปซี่บีฟเทนเดอร์ลอยน์ที่ปรุงรสมาได้อย่างเข้มข้นถึงเครื่อง ทุกจานเสิร์ฟมาอย่างสวยงามและใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ ทำให้การทานอาหารที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นการยกระดับมื้อค่ำให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาทขึ้นไป
Zuma Bangkok
- เวลาทำการ
จ.-พฤ. 11:30–15:00 น. และ 18:00–1:00 น.
ศ.ส. 11:30–15:00 น. และ 18:00–2:00 น.
อา. 12:00–15:30 น. และ 18:00–1:00 น.
- ที่อยู่
159 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
8. Japanish Rooftop Bar & Modern Kitchen
บรรยากาศร้าน
Japanish Rooftop Bar & Modern Kitchen ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมรามาดา บาย วินด์แฮม ในย่านนานา เป็นพิกัดที่รวมเอาความทันสมัยของบาร์และความอบอุ่นของครัวญี่ปุ่นมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตัวร้านเน้นพื้นที่เอาท์ดอร์แบบเปิดกว้างที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวตึกระฟ้าใจกลางสุขุมวิทได้แบบพาโนรามา บรรยากาศที่นี่จะมีความเท่และดูโฉบเฉี่ยว มีลมพัดโกรกตลอดเวลาทำให้รู้สึกเย็นสบาย ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางย่านที่คึกคักที่สุด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายขึ้นมานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินในบรรยากาศกึ่งรูฟท็อป
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับสไตล์ตะวันตกได้อย่างน่าสนใจคือบรรดาฟิวชั่นโรลที่ประณีตทั้งการจัดวางและรสชาติ โดยเฉพาะโรลปลาแซลมอนเบิร์นไฟที่ราดซอสสูตรเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเมนูของทานเล่นสไตล์อิซากายะยุคใหม่ที่เหมาะกับการนั่งทานเล่นไปพร้อมกับการชมวิวอย่างไก่ทอดคาราอาเกะราดซอสรสพิเศษและสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความสดของผักและน้ำสลัดรสกลมกล่อม ความโดดเด่นของเมนูที่นี่คือความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี ทำให้รสชาติอาหารมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
Japanish Rooftop Bar & Modern Kitchen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:30–4:00 น.
- ที่อยู่
155, 19th floor, Ramada by Wyndham Hotel, 23-24 ซ. สุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้าน
18.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
11 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองนาโกย่า (Nagoya) และมิเอะ (Mie)
17.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภูมิภาคคิวชู
15.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido)
14.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
5 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองฮิโรชิม่า (Hiroshima)
12.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- ชลบุรี
- บทความพิเศษ
7 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองโอซาก้า (Osaka)
11.02.2026