SHAKARIKI 432 The Up Rama 3 เป็นร้านอิซากายะที่เต็มไปด้วยพลังและความสนุกสนาน ตั้งอยู่ในโครงการ The Up Rama 3 ซึ่งเป็นทำเลที่สะดวกสบายสำหรับการนัดพบ ด้วยตัวเลือกเมนูอาหารที่หลากหลายกว่า 200 รายการ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับวัยทำงานที่ต้องการผ่อนคลายก่อนจะจบวัน หรือมองหาเมนูอร่อยๆ รองท้องในช่วงดึก ร้านเปิดให้บริการยาวนานเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของชาวพระราม 3 ให้ได้มาสนุกสนานกับมื้ออาหารคุณภาพในบรรยากาศที่เป็นกันเอง


ร้านพิถีพิถันในการปรุงอาหารทุกจานด้วยความใส่ใจและเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้รับรสชาติที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ การตกแต่งภายในร้านเน้นความอบอุ่นสไตล์อิซากายะดั้งเดิมที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ช่วยสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลายแต่ยังคงความครึกครื้น เหมาะสำหรับการพูดคุยสังสรรค์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองในโอกาสพิเศษหรือเพียงแค่การนัดทานข้าวมื้อธรรมดาแต่รสชาติไม่ธรรมดา



เมนูของสาขานี้เรียกได้ว่าครบเครื่องและตอบโจทย์ทุกความชอบได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ของทานเล่นเคี้ยวเพลินอย่างหนังไก่ทอดกรอบ ไปจนถึงเมนูหลักยอดนิยมอย่างยากิโทริย่างเตาถ่านหอมๆ ซาชิมิและซูชิคำโตที่ชูความสดของปลา ตลอดจนเมนูซิกเนเจอร์อย่าง โอโคโนมิยากิ และ Tenyo Ramen ราเมงกระเทียมสูตรต้นตำรับจากโอซาก้าที่น้ำซุปเข้มข้นถึงใจ นอกจากนี้ยังมีความพิเศษที่ไม่เหมือนใครด้วยการเสริมเมนูอาหารไทยและอาหารอีสานรสจัดจ้านมาคอยให้บริการ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับการรับประทานอาหาร✨


เมนูอาหาร
Grand Menu (เมนูทั้งหมด)
Course Menu (เมนูคอร์ส)
Lunch menu (เมนูอาหารกลางวัน)
Drink Menu (เมนูเครื่องดื่ม)
ประวัติร้าน Shakariki 432 ✨
ร้าน Shakariki432 เปิดสาขาแรกที่เมืองโนดะ โอซาก้า เป็นร้านเล็กๆ ประมาณ 8 ตารางเมตร มีที่นั่งเพียง 30 ที่นั่ง หลังจากเปิดสาขาแรกไปได้ 2 ปี 3 เดือน ก็ได้เปิดสาขาที่ 2 และสาขาต่อไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงตัดสินใจขยายกิจการสู่ต่างประเทศ โดยได้เปิดร้าน shakariki432 สาขาอโศก ในเดือนกรกฎาคม ปี 2012


ร้านเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยมากขึ้น จนปัจจุบันมีร้าน Shakariki432″ รวมทั้งหมด 23 สาขา และร้าน Shakarich 2 สาขา ร้าน Nikusho 1 สาขา ร้าน Kuma No Yakitori 1 สาขา และร้าน Cafe Temari 1 สาขา ร้าน Tenyo Ramen, Joto Curry, Tokumasa Curry Udon รวม 5 สาขา และ Tenyo Ramen ที่เป็นร้านแฟรนไชส์ อีก 1 สาขา รวมทั้งสิ้น 33 สาขาในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมี 2 สาขาที่มาเลเซีย 1 สาขาที่กัมพูชา และ 1 สาขาที่เวียดนามอีกด้วย

ในปี 2025 นี้ เราเข้าสู่ปีที่ 14 ของการเปิดสาขาในประเทศไทยครับ เราจะไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่ เราได้ปรับปรุงเมนูใหม่ทั้งหมด เกิดเป็น Shakariki ในรูปแบบใหม่ครับ
เราขอเชิญลูกค้าทุกท่าน ทั้งที่เคยมาใช้บริการและยังไม่เคยมาเยือนร้านของเรา ให้มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่นี่ ด้วยเมนูอาหารมากกว่า 700 รายการที่ปรุงด้วยความพิถีพิถัน และบริการที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ
เราหวังว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านที่ร้านของเราในเร็วๆ นี้ครับ
-คุณ Shimizu เจ้าของร้าน Shakariki-


