8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido)

14.02.2026 (Updated: 09.03.2026)
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido)

หนีร้อนไปพึ่งเย็นกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากเกาะทางเหนือของญี่ปุ่นในบทความรวม 8 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยกขบวนเมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido) มาเสิร์ฟให้คนไทยได้ฟินกันถึงที่ ไม่ว่าจะเป็นปูยักษ์ทาราบะเนื้อหวานฉ่ำ ข้าวหน้าหมูย่างซอสเข้มข้น หรืออาหารทะเลสดใหม่ส่งตรงจากท่าเรือที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม เตรียมพบกับลายแทงร้านเด็ด ทั้งร้านบรรยากาศแบบอิซากายะสุดคึกคักไปจนถึงร้านหรูสไตล์ไคเซกิที่สายกินตัวจริงห้ามพลาด รับรองว่าแต่ละพิกัดจะพาไปสัมผัสความอร่อยแบบต้นตำรับที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น

1. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

บรรยากาศร้าน

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 30 ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในย่านกินดื่มกลางซัปโปโรจริงๆ ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของตึกแถว เมื่อเดินขึ้นไปจะเจอกับบรรยากาศแบบอิซากายะแท้ๆ ที่มีความคึกคักและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ภายในตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก มีโซนที่นั่งให้เลือกหลากหลายทั้งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งดูเชฟแล่ปลาสดๆ หรือจะเป็นโต๊ะแยกที่ให้ความเป็นส่วนตัว จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอื่นคือความจริงใจในงานบริการและความเป็นกันเองที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะมากสำหรับการมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหรือพาครอบครัวมาดื่มด่ำกับรสชาติอาหารทางเหนือของญี่ปุ่นแบบไม่ต้องพิธีรีตอง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ยกให้เป็นไฮไลต์เด็ดชนิดที่ว่าถ้าไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงคือปลาฮอกเกะย่างถ่าน ซึ่งทางร้านคัดไซส์ใหญ่พิเศษ เนื้อปลาแน่นและมันฟู ย่างมาแบบหนังกรอบหอมกลิ่นควันถ่านชัดเจน อีกหนึ่งเมนูที่สร้างชื่อให้ร้านคือ ข้าวหน้าล้น หรือเมนูที่มีชื่อว่าสึโคมิโกะ ที่เชฟจะตักไข่ปลาแซลมอนราดลงบนข้าวให้แบบพูนๆ จนล้นออกมานอกชาม พร้อมเสียงตะโกนเชียร์ที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วทั้งร้าน นอกจากนี้ยังมีเจงกิสข่านหรือเนื้อแกะย่างบนกระทะร้อนที่เป็นซิกเนเจอร์ของฮอกไกโด รสชาติเข้มข้นไม่มีกลิ่นสาบ และที่ขาดไม่ได้คือซาซิมิรวมที่ส่งตรงมาจากท่าเรือในฮอกไกโดโดยเฉพาะ ความสดของโฮตาเตะและอูนิที่นี่หวานฉ่ำเหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเล

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับการมาทานที่นี่เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทต่อคน

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

เวลาทำการ

จ.-ศ.16:00-23:00 น.

ส.12:00-23:00 น.

อา.12:00-22:00 น.

ที่อยู่

30 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/

2. Taraba Prime Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Taraba Prime Japanese Restaurant ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 ช่วงระหว่างสถานี BTS อโศกกับพร้อมพงษ์ เป็นพิกัดที่ยกระดับการทานอาหารฮอกไกโดให้ดูหรูหราและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตัวร้านเน้นการตกแต่งที่เรียบหรูสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีการจัดวางพื้นที่ให้รู้สึกโปร่งสบายและไม่แออัด จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือการมีห้องส่วนตัวให้บริการหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงหรืออยากจัดมื้อพิเศษเพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญ ทันทีที่ก้าวเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความสงบและความใส่ใจในการบริการที่ดูเป็นมืออาชีพแต่ยังคงความรู้สึกต้อนรับอย่างอบอุ่น

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่เป็นพระเอกของที่นี่ตามชื่อร้านเลยคือ ปูยักษ์ทาราบะ ที่ส่งมาถึงที่ร้านแบบตัวเป็นๆ ทำให้เนื้อปูมีความหวานเด้งและฉ่ำน้ำ เราสามารถเลือกให้เชฟปรุงได้หลากหลายสไตล์ทั้งแบบนึ่งสุกเพื่อดึงรสชาติธรรมชาติออกมา หรือจะนำไปย่างถ่านให้ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งโต๊ะ หรือจะนำไปทำเมนูหม้อไฟซดซุปร้อนๆ กับเมนูมันปู่ยางที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ก็น่าสนใจไม่น้อย  ส่วนใครที่ชอบทานเนื้อต้องไม่พลาดเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมเมนู Wagyu Mayo ที่ใช้เนื้อวัวมิยาซากิ A5 เป็นการผสมผสานความอร่อยจากผืนดินและท้องทะเลได้อย่างลงตัวที่สุด

ช่วงราคา

สำหรับมื้ออาหารที่เน้นวัตถุดิบระดับพรีเมียมเช่นนี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาทไปจนถึง 5,000 บาทขึ้นไป

Taraba Prime Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

เลขที่ 1 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/taraba-prime-japanese-restaurant/

3. Hokkaido Restaurant Genshiyaki

บรรยากาศร้าน

Hokkaido Restaurant Genshiyaki พาเราย้อนกลับไปสัมผัสวิถีการกินแบบดั้งเดิมของชาวประมงฮอกไกโดผ่านกรรมวิธีการย่างอาหารแบบเก็นชิยากิ (Genshiyaki) หรือการปักอาหารที่เสียบไม้ไว้รอบๆ เตาถ่านหรือกองไฟ บรรยากาศภายในร้านเน้นความดิบเท่ มีกองไฟขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางที่เป็นจุดศูนย์กลางของสายตา ล้อมรอบด้วยวัตถุดิบสดๆ ที่ปักเรียงรายรอการย่างอย่างใจเย็น กลิ่นหอมของฟืนและควันที่คลุ้งอยู่ในอากาศช่วยสร้างอารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในกระท่อมกลางหิมะที่ฮอกไกโดจริงๆ เป็นร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากและเหมาะสำหรับคนที่ชอบดูโชว์การทำอาหารสดๆ ไปพร้อมกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในค่ำคืนที่แสนพิเศษ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งมาลองคือ ปลาคินเมไดหรือปลาฮอกเกะย่างเกลือแบบโบราณ ซึ่งทางร้านใช้ความร้อนจากถ่านไม้ค่อยๆ รีดน้ำมันออกมาจนหนังปลากรอบเกรียมแต่เนื้อข้างในยังคงความฉ่ำวาวและนุ่มละมุนลิ้น รสชาติเค็มอ่อนๆ จากเกลือทะเลช่วยชูความหวานของเนื้อปลาได้ดีเยี่ยม นอกจากของทะเลแล้วยังมีผักพื้นเมืองย่างนานาชนิดที่ส่งตรงมาจากฟาร์มในฮอกไกโด และเมนู ข้าวอบหน้าไข่ปลาแซลมอน ที่ให้มาแบบจัดเต็มระเบิดความมันในปากแบบสะใจ ความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลทำให้เราได้ทานของดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลาของปี

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับการมาทานมื้อค่ำที่นี่จะตกอยู่ที่คนละประมาณ 1,200-2,500 บาท

Hokkaido Restaurant Genshiyaki

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–16:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

83 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน klongton, กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-restaurant-genshiyaki/

4. Tsubohachi Thailand

บรรยากาศร้าน

Tsubohachi Thailand เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์กินดื่มที่ส่งตรงความอร่อยมาจากเมืองอาซาฮิคาว่า มีประวัติยาวนานและขยายสาขาไปทั่วเกาะฮอกไกโดจนมาถึงเมืองไทย บรรยากาศภายในร้านเน้นความกว้างขวางและดูทันสมัย มีการจัดสัดส่วนที่นั่งได้ดีมาก มีทั้งโซนโต๊ะทั่วไปและห้องกั้นที่เป็นส่วนตัวสูงซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้เลย ทำให้เหมาะทั้งการมานั่งทานข้าวกับครอบครัวในวันหยุดหรือจะมาล้อมวงปาร์ตี้กับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงานก็ลงตัว สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ดูแตกต่างคือความรู้สึกที่เข้าถึงง่าย ไม่เกร็ง และมาตรฐานความสะอาดที่วางใจได้ในทุกสาขาที่เปิดให้บริการ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นไฮไลต์เด็ดและรวมความเป็นฮอกไกโดไว้อย่างครบถ้วนคือ ปูทาราบะนึ่งที่เนื้อหวานฉ่ำพร้อมแกะมาให้ทานแบบสะดวก หรือถ้าใครชอบแนวปิ้งย่างต้องลอง ปลาฮอกเกะย่างถ่าน ที่ตัวใหญ่เนื้อแน่นมันวาวหอมกลิ่นย่างไฟแบบดั้งเดิม อีกหนึ่งจานที่สร้างชื่อให้ทางร้านคือ ข้าวอบหม้อดินฮอกไกโด ที่หุงมาแบบร้อนๆ พร้อมเครื่องจากทะเลแบบจัดเต็ม รสชาติความอร่อยซึมลึกเข้าไปในทุกอณูเมล็ดข้าว นอกจากนี้ยังมีเมนูของทานเล่นสไตล์อิซากายะให้เลือกเยอะมาก ทั้งไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นและสลัดสดๆ ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเหมือนยกฟาร์มจากแดนเหนือมาไว้ที่นี่

ช่วงราคา

สำหรับราคาค่าอาหารโดยเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท

Tsubohachi Thailand

เวลาทำการ

จ.-ศ. 10:30–21:30 น.

ส.-อา. 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Future Park Rangsit, 2nd Floor, No. 94, ถ. พหลโยธิน อำเภอธัญบุรี 12130

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tsubohachi/

5. Hokkaido Butadon Tokachi

บรรยากาศร้าน

Hokkaido Butadon Tokachi เป็นร้านที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพตามแบบฉบับร้านอาหารจานด่วนยอดฮิตในเมืองโอบิฮิโระ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกกะทัดรัดและดูสะอาดสะอ้าน ตกแต่งโทนสีอุ่นที่ให้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสานความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้น่าแวะมาคือความรวดเร็วและกลิ่นหอมของซอสสูตรเฉพาะที่ตลบอบอวลไปทั่วร้านทันทีที่เปิดประตูเข้าไป เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับมื้อกลางวันที่ต้องการความอิ่มท้องแบบเร่งด่วน หรือมื้อเย็นที่เน้นความสะดวกแต่ยังได้ลิ้มรสความอร่อยแบบต้นตำรับเหมือนบินไปทานที่เกาะฮอกไกโดเอง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่เป็นหัวใจหลักของร้านคือ ข้าวหน้าหมูย่างโทคาจิ ที่ใช้เนื้อหมูส่วนสันนอกหรือสันคอคุณภาพดี นำไปย่างบนเตาจนสุกพอดีและมีรอยเกรียมที่ช่วยเพิ่มความหอมหวน ความลับที่ทำให้จานนี้พิเศษกว่าใครคือการเคลือบซอสสูตรลับที่เคี่ยวจนเหนียวข้น รสชาติเค็มนำตัดหวานติดปลายลิ้น ซึ่งตัวซอสจะซึมเข้าไปในเนื้อหมูและราดลงบนข้าวญี่ปุ่นเม็ดนุ่มที่หุงมาอย่างดี ทานพร้อมกันแล้วฟินสุดๆ นอกจากเนื้อหมูที่นุ่มแทบละลายในปากแล้ว ยังสามารถเลือกขนาดของชามตามความหิวได้อีกด้วย เป็นการเปิดประสบการณ์การทานอาหารพื้นเมืองที่เน้นวัตถุดิบอย่างแท้จริง

ช่วงราคา

งบประมาณต่อหัวสำหรับการอิ่มอร่อยที่ร้านนี้ถือว่าสบายกระเป๋ามาก โดยจะตกอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาทต่อคน

Hokkaido Butadon Tokachi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

ชั้น B1 อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ ถ.สีลม สีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

6. Hokkaido Yakidon

บรรยากาศร้าน

Hokkaido Yakidon เป็นร้านอาหารแนวข้าวดงบุริย่างถ่านที่หยิบยกเอาเสน่ห์ของอาหารจานเดียวสไตล์ฮอกไกโดมาให้ได้สัมผัสกันในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น บรรยากาศภายในร้านจะเน้นความเรียบง่าย โปร่งสบาย มีการจัดที่นั่งให้เหมาะกับทั้งคนที่มาคนเดียวแบบเร่งรีบหรือจะมาเป็นคู่ก็ดูไม่เคอะเขิน จุดที่น่าประทับใจคือครัวแบบเปิดที่ทำให้เห็นขั้นตอนการย่างเนื้อบนเตาไฟกันแบบสดๆ กลิ่นหอมของซอสที่โดนความร้อนจะช่วยกระตุ้นความอยากอาหารตั้งแต่ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าโต๊ะ เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกคล่องตัวแต่ยังคงรักษามาตรฐานความใส่ใจแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ต่างจากร้านข้าวหน้าทั่วไปตรงที่เน้นการใช้ความร้อนจากไฟในการดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาให้ชัดเจนที่สุด

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ ข้าวหน้าหมูย่างสไตล์โทคาจิ ที่ใช้หมูชิ้นหนากำลังดีนำไปหมักจนเข้าเนื้อแล้วย่างด้วยไฟแรงจนเกิดความหอมและมีรสสัมผัสที่นุ่มหนึบ ความพิเศษของทางร้านคือตัวซอสสูตรเข้มข้นที่เคลือบชิ้นเนื้อจนเป็นเงาสวย รสชาติจะมีความหวานเค็มกลมกล่อมที่เข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นเม็ดสวยที่หุงมาแบบพอดีคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูไก่ย่างถ่านและเนื้อวัวที่คัดสรรมาอย่างดีสำหรับสายเนื้อ รวมถึงไข่ลวกออนเซ็นที่เยิ้มกำลังดีมาช่วยเพิ่มความละมุนให้กับมื้ออาหาร เป็นความอร่อยแบบจานเดียวจบที่ให้สารอาหารและพลังงานครบถ้วนแบบชาวฮอกไกโด

ช่วงราคา

สำหรับงบประมาณในการมาฝากท้องที่นี่ถือว่าคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยเฉลี่ยราคาต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทเท่านั้น

Hokkaido Yakidon

เวลาทำการ

จ.ศ. 11:00–21:00 น.

อา. 11:00–20:00 น.

ปิดทุกวันเสาร์

ที่อยู่

ชั้น 2, โครงการบ้านก้ามปู อโศก, Baan Kampu Asoke 2nd floor, 68 ซอย สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. Peko Hokkaido Kitchen

บรรยากาศร้าน

Peko Hokkaido Kitchen เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปนั่งทานอาหารในบ้านไม้แถบชนบทของเกาะฮอกไกโดจริงๆ ตัวร้านซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 49 พร้อมการตกแต่งที่เน้นงานปูนลอฟท์และไม้โทนอุ่น และของสะสมกุ๊กกิ๊กสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูเป็นกันเองมาก บรรยากาศภายในมีความโฮมมี่สูงและเงียบสงบ ต่างจากร้านอิซากายะสายคึกคักทั่วไปอย่างสิ้นเชิง จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือแนวคิด Farm to Table ที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มในฮอกไกโดโดยตรง ทำให้เรารู้สึกถึงความใส่ใจและความละเมียดละไมในแบบฉบับครัวแม่บ้านญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งทานมื้อค่ำแบบสโลว์ไลฟ์ในพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเพื่อน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องยกนิ้วให้คือ สเต็กเนื้อโทคาจิ ที่ส่งตรงมาจากเมืองโทคาจิแหล่งเลี้ยงวัวชั้นดี เนื้อมีความนุ่มนวลและรสชาติเข้มข้นในตัวเองแบบไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ อีกหนึ่งจานที่พลาดไม่ได้คือเมนูที่ทำจากนมและชีสฮอกไกโด ไม่ว่าจะเป็นพาสต้าครีมซอสที่หอมมันเป็นพิเศษ หรือชีสทอดที่กัดเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์นมจากแดนเหนือ นอกจากนี้ยังมีเมนูผักย่างนานาชนิดที่ดึงความหวานตามธรรมชาติออกมาได้อย่างน่าประทับใจ รวมถึงแกงกะหรี่สูตรโฮมเมดที่รสสัมผัสละมุนลิ้น ซึ่งหาทานรสชาติแบบนี้ได้ยากในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับการมาอิ่มอร่อยที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาทต่อคน

Peko Hokkaido Kitchen

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

5 15 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Kitaohji Ginza

บรรยากาศร้าน

Kitaohji Ginza เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่มอบประสบการณ์การทานอาหารสไตล์ไคเซกิหรือคอร์สเมนูสุดประณีตท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและหรูหราใจกลางกรุง ตัวร้านโดดเด่นด้วยการออกแบบพื้นที่ให้เป็นห้องส่วนตัวทั้งหมดพร้อมตกแต่งอย่างประณีตตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ มีสวนหินและทางเดินไม้ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือมาตรฐานการบริการระดับโรงแรมห้าดาวและการต้อนรับด้วยพนักงานในชุดกิโมโนที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดแต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับมื้อสำคัญที่ต้องการความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุดหรือการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งคือคอร์สปูขนและปูทาราบะจากฮอกไกโด ซึ่งเชฟจะนำเสนอออกมาในรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ซาซิมิปูที่หวานเด้งไปจนถึงขาปูนึ่งที่ดึงรสชาติความสดออกมาได้อย่างเต็มที่ ความพิเศษของที่นี่คือการจัดจานที่สวยงามราวกกับงานศิลปะและการเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่น นอกจากเมนูปูแล้วยังมีเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมที่นำมาย่างบนหินร้อนให้รสสัมผัสที่ละลายในปาก และซุปใสรสชาติกลมกล่อมที่ช่วยล้างปากระหว่างเปลี่ยนคอร์สได้อย่างดีเยี่ยม ทุกคำที่ทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและการปรุงที่ชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

ช่วงราคา

ระดับราคาต่อหัวสำหรับที่นี่จะค่อนข้างสูง โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 บาทไปจนถึง 8,000 บาทขึ้นไป

Kitaohji Ginza

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

212 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaohji-ginza-thailand/