10 ร้านแซนด์วิชทอดไส้ทะลัก (Age Sando) แซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาหน้าทาน

13.05.2026 (Updated: 13.05.2026)
10 ร้านแซนด์วิชทอดไส้ทะลัก (Age Sando) แซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาหน้าทาน

ใครที่กำลังมองหาเมนูฮีลใจในวันว่าง นาทีนี้ต้องยกให้แซนด์วิชทอดไส้ทะลัก หรืออาเกะ ซันโดะ (Age Sando) ขนมทานเล่นสไตล์ญี่ปุ่นที่กำลังกลายเป็นกระแสยอดฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ด้วยความโดดเด่นของเนื้อขนมปังที่นำไปทอดจนกลายเป็นสีเหลืองทอง มอบสัมผัสกรอบนอกนุ่มในแบบที่กัดไปคำไหนก็ฟิน ผสมผสานกับวิปครีมสดเนื้อละมุนและไส้ต่างๆ ที่อัดแน่นมาจนล้นทะลัก ไม่ว่าจะเป็นผลไม้สด ช็อกโกแลตเข้มข้น หรือคัสตาร์ดหอมหวาน ก็ทำให้เมนูนี้ครองใจสายหวานได้ไม่ยาก วันนี้เราเลยมัดรวม 10 พิกัดร้านเด็ดหน้าตาหน้าทานมาให้ทุกคนได้ตามไปเช็คอินเติมความหวานกันแบบจัดเต็ม รับรองว่าถูกใจเด็กอ้วนและคนรักเบเกอรี่แน่นอน

1. Age Age

เริ่มกันที่ร้านอะเกะอะเกะ (Age Age) ร้านแซนด์วิชทอดที่เป็นกระแสมากๆ เพราะเขาหยิบเอาเสน่ห์ของขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่นมาถ่ายทอดภายใต้คอนเซปต์ Original Japanese-style crispy Sanwiches ที่เน้นความสดใหม่และใส่ใจในทุกคำ จุดเด่นที่ทำให้ต้องหลงรักคือความลงตัวของเนื้อสัมผัสที่ข้างนอกกรอบแต่ข้างในยังมีความนุ่มละมุน ตัวร้านเน้นการเข้าถึงง่าย ให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ความโดดเด่นอยู่ที่การใช้ครีมแท้รสชาติเข้มข้นที่เติมเต็มความต้องการของสายหวานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกว่าเป็นพิกัดลับที่รวมความกรอบและความละมุนไว้ในที่เดียวจนถูกใจเด็กอ้วนอย่างแท้จริง

หัวใจหลักที่ทำให้หลายคนต้องกลับมาซ้ำคือเมนูแซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มีให้เลือกหลากหลายอารมณ์มาก เริ่มต้นด้วยเมนูขายดีตลอดกาลอย่าง แครมบรูว์เล (Crème Brûlée) ที่มีความหอมหวานของน้ำตาลไหม้ผสมกับความนุ่มของคัสตาร์ดครีม หรือถ้าอยากเปลี่ยนฟีลมาทางของคาวก็มี Tuna melt ที่ไส้แน่นจนล้น กัดไปทางไหนก็เจอเนื้อทูน่าปรุงรสมาแบบกลมกล่อม ส่วนสายช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องไม่พลาด Double Chocolate crispy sando ที่จัดหนักความเข้มข้นมาแบบคูณสอง หรือจะลอง Caramel Peanut crispy sando ที่ผสมความกรุบกรอบของถั่วเข้ากับความหวานมันของคาราเมลได้อย่างพอดิบพอดี นอกจากนี้ยังมีไส้รสชาไทยและไส้สลัดไข่ให้เลือกทานตามใจชอบอีกด้วย

สำหรับเรื่องความคุ้มค่า ร้านนี้ตั้งบราคาไว้น่ารักและเข้าถึงง่ายมาก โดยเฉลี่ยต่อชิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 45 ไปจนถึง 90 บาทเท่านั้น ทำให้งบประมาณต่อหัวไม่สูงเลยแม้จะสั่งหลายรสชาติมาแบ่งกันชิม จึงเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาขนมทานเล่นที่ดูแปลกใหม่หน้าตาดีเพื่อเอาไปเป็นของฝาก หรือใครที่มองหาเมนูมื้อเบาๆ ที่ช่วยฮีลใจได้ในวันที่เหนื่อยล้า ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูปอาหารสวยๆ หรือสายกินจริงจังที่เน้นรสชาติอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ ร้านอะเกะอะเกะจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

Age Age

ที่อยู่

ติดตามได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของร้าน

Facebook

facebook.com/Age-Age

instagram.com/ageage_official

2. Junepang

Junepang หรือจูนปัง ย่านบรรทัดทอง เป็นร้านขนมปังโฮมเมดที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในครัวที่บ้านเพื่อน ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองอย่างมาก จุดเด่นที่ทำให้ใครต่อใครต้องแวะเวียนมาคือความพิถีพิถันในการนวดและอบขนมปังสดใหม่ทุกวันโดยไม่ใส่สารกันเสีย ทำให้เนื้อขนมปังมีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ การตกแต่งร้านเน้นความเรียบง่ายแต่ดูดี เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนและดื่มด่ำกับรสชาติขนมที่ทำออกมาจากใจจริงๆ

เมนูที่ไม่ควรพลาดเลยคือ Crispy Milk Cream Sandwich แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่อัดแน่นไปด้วยครีมนมสดนัวๆ รสหวานกำลังดี ตัวชูโรงอย่างรสครีมชีสผลไม้สดให้ความสดชื่นจากผลไม้หลากหลายชนิดที่วางท็อปมาแบบไม่ยั้ง หรือถ้าใครชอบความหอมมันต้องลองคัสตาร์ดแครมบรูว์เลที่มาพร้อมความหอมของสังขยาหรือวานิลลาตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีเมนูนามะช็อกโกแลตเข้มข้น รสดูไบพิตาชิโอที่กำลังอินเทรนด์ รวมถึงสตรอว์เบอร์รี่เลเยอร์ที่ดูดีน่าทานสุดๆ ทุกคำที่กัดลงไปจะสัมผัสได้ถึงความกรอบของผิวขนมปังที่ตัดกับความเยิ้มของไส้ด้านในได้อย่างมหัศจรรย์

ช่วงราคาของเมนูที่ร้านนี้จะอยู่ระหว่าง 69 บาทไปจนถึง 129 บาทต่อชิ้น เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและขนาดของไส้ที่ให้มาแบบจัดเต็มแล้วเรียกได้ว่าไม่แพงเลย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาท เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านขนมหวานในย่านบรรทัดทองที่เน้นคุณภาพงานฝีมือโฮมเมดแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูปที่ต้องการเมนูหน้าตาสวยงาม หรือกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากมาอิ่มอร่อยกับขนมปังนุ่มๆ ในบรรยากาศที่สบายใจและเป็นมิตร พิกัดนี้คือจุดเช็คอินที่คนรักขนมปังทอดไม่ควรพลาดเด็ดขาด

Junepang

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 4:00 p.m.-12:00 a.m.

ศ.-อา. 4:00 p.m.-1:00 a.m.

ที่อยู่

1529 1531 ถนน บรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. Sandoclub

ใครที่แวะเวียนไปแถวตลาดเซฟวันโก (SaveOneGo) กรุงเทพฯ แล้วสะดุดตากับบูธเล็กๆ ที่มีป้ายเมนูสีสันสดใสพร้อมรูปขนมปังทรงสามเหลี่ยมชิ้นโต นั่นคือพิกัดของ Sandoclub ร้านที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำเสนอแซนด์วิชครีมสไตล์ญี่ปุ่นอย่างจริงจัง จุดเด่นของร้านนี้คือการยกระดับสตรีทฟู้ดให้ดูพรีเมียมขึ้นด้วยการใช้ครีมนมฮอกไกโดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บรรยากาศรอบร้านจะคึกคักไปด้วยผู้คนที่ต่อคิวรอชิมความกรอบนอกนุ่มใน เป็นร้านที่เน้นความเร็วและคุณภาพแบบหยิบสะดวกทานง่าย เหมาะกับการเดินถือทานในตลาดชิลๆ พร้อมกับชมวิถีชีวิตยามค่ำคืน

ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเมนูซึ่งเน้นความเป็นแซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มาพร้อมท็อปปิ้งแบบจัดเต็มจนแทบมองไม่เห็นขนมปัง เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคืออ ครีมนมฮอกไกโด (Hokkaido Milk)ที่ให้รสสัมผัสเบาละมุนละลายในปาก หรือจะเป็นสายเข้มข้นอย่างมัทฉะครีมบอมบ์ (Matcha Cream Bomb) ที่ใช้ชาเขียวแท้จากญี่ปุ่นรสชาติขมปลายลิ้นตัดกับความหวานได้ดี นอกจากนี้ยังมีรสชาติยอดนิยมอย่างบิสคอฟครัมเบิล (Biscoff Crumble) ที่ให้ความกรุบกรอบ กล้วยครีมช็อค (Chocolate Cream Banana) และเมนูใหม่อย่างเมสซี่บานอฟฟี่ (Messy Banoffee) ที่อัดแน่นไปด้วยซอสคาราเมลเยิ้มๆ และกล้วยชิ้นใหญ่ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของคนรักวิปครีมที่อยากได้ความแปลกใหม่จากขนมปังทอดสูตรเฉพาะของทางร้าน

ในส่วนของราคานั้นถือว่าสบายกระเป๋ามากเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพวัตถุดิบ โดยราคาจะเริ่มต้นที่ชิ้นละ 50 บาทไปจนถึง 70 บาทเท่านั้น ทำให้เฉลี่ยต่อหัวไม่เกินหลักร้อยก็สามารถอิ่มอร่อยกับขนมหวานเกรดพรีเมียมได้แล้ว Sandoclub จึงตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่กำลังมองหาของว่างรสชาติทันสมัยหน้าตาน่าถ่ายรูป รวมถึงใครก็ตามที่อยากลองชิมต้นตำรับแซนด์วิชครีมสดสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความสดใหม่และไส้ล้นจนเลอะมือแบบฟินๆ ในราคาที่ใครก็เข้าถึงได้

Sandoclub

เวลาทำการ

ทุกวัน 4:00 p.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

1/130 ซอย พหลโยธิน 54/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220

4. Grinkiinhouse

Grinkiinhouse ตั้งอยู่ในตลาดแบล็คมาเก็ต ซอย 7 เป็นพิกัดที่เดินทางสะดวกมากเพราะอยู่ใกล้กับ BTS แพรกษา ใครที่ผ่านไปแถวนั้นจะสะดุดตากับร้านที่นำเสนอขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่นในบรรยากาศสตรีทฟู้ดที่ดูทันสมัยและเป็นกันเอง จุดเด่นที่ทำให้เราต้องหยุดมองคือการโชว์หน้าตาของขนมที่อัดแน่นไปด้วยท็อปปิ้งสีสันสดใสชวนให้ลิ้มลอง ตัวร้านเน้นความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการใช้ครีมนมที่ตีจนเนียนนุ่มและผลไม้สดที่คัดสรรมาอย่างดี ทำให้กลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตสำหรับคนที่มองหาของอร่อยในย่านสมุทรปราการ

เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดเลยคือ แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มีให้เลือกหลากหลายรสชาติจนเลือกไม่ถูก โดยมีตัวชูโรงเป็นรสสตอเบอร์รี่ที่ใช้ผลสดรสเปรี้ยวอมหวานตัดกับความนัวของครีมได้อย่างลงตัว หรือจะเป็นรสคัสตาร์ด แครมบรูว์เล ที่แนะนำให้ลองเพราะมีการเบิร์นไฟตรงผิวหน้าจนหอมกลิ่นน้ำตาลไหม้ ส่วนสายหวานเข้มข้นต้องจัดรสบราวนี่ช็อกโกแลต บานอฟฟี่ หรือบิสคอฟคาราเมลที่ราคาก็เป็นมิตรมากๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูครีมนมฮอกไกโดแบบดั้งเดิมสำหรับคนที่อยากสัมผัสรสชาติละมุนของครีมแท้แบบเน้นๆ ซึ่งขนมปังทอดของ Grinkiinhouse นั้นกรอบนอกและยังมีความนุ่มอยู่ข้างในแบบพอดี

ราคาเริ่มต้นของร้าน Grinkiinhouse สบายกระเป๋ามากเพียงชิ้นละ 50 บาท ไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์ที่ท็อปปิ้งล้นๆ ในราคา 79 ถึง 89 บาทเท่านั้น ทำให้เฉลี่ยต่อหัวจ่ายไม่ถึงร้อยบาทก็อิ่มฟินได้แล้ว ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาของว่างยามเย็นหรือขนมหวานฮีลใจหลังจากเลิกงาน รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ชอบทานขนมที่หน้าตาสวยงามถ่ายรูปสวยและรสชาติอร่อยคุ้มค่า เป็นร้านที่เปลี่ยนการเดินตลาดธรรมดาให้กลายเป็นมื้อขนมสุดพรีเมียมได้อย่างง่ายดาย

Grinkiinhouse

เวลาทำการ

จ.,พ.-อา. 4:30 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

353 ม 2 ถ. สุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ 10270

5. Kulikuli

Kulikuli เป็นร้านขนมปังทอดที่ขยันเสิร์ฟความอร่อยตามแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นและนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นแถว ม.รังสิต มธ.ศูนย์รังสิต ทั้งฝั่งอินเตอร์ปาร์คและ U-Village รวมถึง ม.หอการค้า และห้างเซ็นเตอร์วัน บรรยากาศของร้านเน้นความคล่องตัว เข้าถึงง่าย เหมาะกับคนที่อยากหาอะไรทานเล่นแบบด่วนๆ แต่รสชาติพรีเมียม จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายกินคือความใส่ใจในการทอดขนมปังให้มีสีเหลืองทองและส่งกลิ่นหอมฟุ้งออกมาจากร้าน ตัวขนมปังมีความกรอบนอกนุ่มในที่ลงตัวสุดๆ เป็นร้านขนมยอดฮิตที่นำเอาเทรนด์การกินจากญี่ปุ่นมาส่งต่อความอร่อยให้คนไทยได้ลิ้มลองกันแบบสดใหม่ทุกวัน

หัวใจสำคัญของร้านนี้คือบรรดาเมนูแซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มีไส้ให้เลือกถึง 6 รสชาติยอดนิยม โดยเฉพาะเมนู Strawberry Sando ที่ใช้สตรอว์เบอร์รี่สดตัดกับความหวานของครีมได้อย่างดีเยี่ยม หรือใครที่ชอบแนวขนมไทยประยุกต์ต้องไม่พลาด Thai Golden Thread Sando ที่หยิบเอาฝอยทองมาเป็นส่วนประกอบหลักได้อย่างน่าสนใจ สำหรับสายเข้มข้นทางร้านก็มี Banoffee Sando ที่อัดแน่นด้วยกล้วยหอมและคาราเมล Matcha Sando สำหรับคอชาเขียว รวมถึง Chocolate Chip และ Biscoff Crumble ที่ให้รสสัมผัสกรุบกรอบในทุกคำที่กัด นอกจากนี้ยังมีเมนูรสบลูเบอร์รี่วิปครีมที่ให้รสสัมผัสกลมกล่อมละมุนลิ้นเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมอีกด้วย

สำหรับเรื่องราคาต้องบอกว่า Kulikuli ทำออกมาได้เป็นมิตรกับนักศึกษาและคนวัยทำงานอย่างมาก โดยเริ่มต้นเพียง 49 บาทเท่านั้น และบางเมนูผลไม้สดจะอยู่ที่ประมาณ 69 บาท ทำให้เฉลี่ยต่อหัวจ่ายแบงค์ร้อยยังมีเงินทอนกลับมา ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาของว่างทานเล่นระหว่างรอเรียน หรือคนที่อยากหาขนมหวานหน้าตาน่ารักรสชาติเข้มข้นไปเติมพลังยามบ่าย หากคุณเป็นคนชอบลองขนมปังทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นวิปครีมนุ่มๆ และไส้แน่นเต็มคำในราคาที่สบายกระเป๋า การเดินหาร้านที่มีโลโก้เด็กผู้หญิงผมชมพูจะมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แน่นอน

Kulikuli

เวลาทำการ

จ.-ศ.,อา. 11:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

69 ถ. คลองหลวง ตำบล คลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี 12120

6. ILy Bakery

ILy Bakery เป็นคาเฟ่เล็กๆ แสนอบอุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ย่านประตูเชียงใหม่ ใครที่ชอบร้านสไตล์มินิมอลต้องหลงรักการตกแต่งที่เน้นโทนสีน้ำตาลขาว ตัดกับของประดับอย่างตุ๊กตาน่ารักและดอกไม้สดชื่นหน้าร้าน บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเงียบสงบและเป็นกันเอง เหมาะมากสำหรับการมานั่งพักผ่อนหลบมุมจากความวุ่นวายภายนอก จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายคอนเทนต์คือมุมถ่ายรูปที่จัดวางไว้อย่างลงตัวในทุกมุมร้าน ทำให้การมานั่งทานขนมที่นี่ได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบพร้อมกับความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้นั่งเล่นอยู่ในบ้านเพื่อนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเบเกอรี่อบใหม่

ในส่วนของเมนูที่นี่มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ไดฟูกุไปจนถึงเค้กโมจิ แต่สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือการนำเสนอเมนูยอดฮิตอย่างแซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มาในหน้าตาพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่น ไส้ที่ได้รับความนิยมสูงคือช็อกโกแลตครีมและมัทฉะครีมที่รสชาติเข้มข้นถึงใจ ส่วนใครที่ชอบความหอมหวานสดชื่นต้องลองแยมสตรอว์เบอร์รี่ แยมบลูเบอร์รี่ หรือจะเป็นหน้าผลไม้สดอย่างมะม่วงและกล้วยช็อกโกแลตที่จัดวางมาบนวิปครีมนุ่มฟู นอกจากนี้ยังมีรสชาติชวนลองอย่างโอรีโอและบิสคอฟที่ให้สัมผัสกรุบกรอบ ตัดกับความนุ่มของขนมปังทอดสูตรเฉพาะของร้านได้อย่างลงตัว

ช่วงราคาของเมนูที่ร้านนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 79 บาทต่อชิ้น ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความใส่ใจในการสร้างสรรค์และบรรยากาศสุดน่ารัก โดยงบประมาณต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทรวมเครื่องดื่มรสชาติดี เรียกได้ว่าเป็นร้านที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาคาเฟ่ในเชียงใหม่ที่มีเมนูขนมหวานหน้าตาสวยงามและรสชาติละมุนลิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากหาที่นั่งพักชิลๆ หรือคนในพื้นที่ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาทานของว่างในร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รับรองว่าความนุ่มละมุนของขนมที่นี่จะทำให้อยากกลับมาซ้ำอีกแน่นอน

ILy Bakery

เวลาทำการ

ทุกวัน 8:00 a.m.-6:00 p.m.

ที่อยู่

เลขที่2 ถนน พระปกเกล้า ซอย 1 ตำบล พระสิงห์ เมือง เชียงใหม่ 50200

7. Greek Yogurt m²

Greek Yogurt m² เป็นพิกัดขนมหวานเจ้าดังที่กระจายความอร่อยอยู่ตามจุดยุทธศาสตร์ของขอนแก่นและอุดรธานี ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลขอนแก่น ชั้น G สาขาศูนย์แพทย์ ตลาดกังสดารไนท์ หรือแม้แต่เซ็นทรัลอุดรธานี บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกสดใสและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการนำเสนอเมนูของว่างแนวใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร จุดเด่นที่ทำให้เราต้องสะดุดตาคือการสร้างสรรค์เมนูจากกรีกโยเกิร์ตเนื้อข้นที่มีรสชาติละมุนลิ้นแต่ให้ความสดชื่นต่างจากร้านขนมทั่วไป เป็นร้านที่ดึงดูดใจทั้งสายเฮลตี้และสายหวานที่อยากสัมผัสความแปลกใหม่ในบรรยากาศการบริการที่เป็นกันเองและรวดเร็ว

เมนูที่ต้องยกให้เป็นไฮไลท์เลยคือ แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่เปลี่ยนจากครีมสดทั่วไปมาเป็นโยเกิร์ตสูตรเข้มข้นจัดเต็มมาให้ล้นชิ้น เมนูที่อยากให้ลองคือ Yogurt Sandwich Strawberry ที่ใช้ผลไม้สดรสเปรี้ยวหวานตัดกับความนัวของโยเกิร์ตได้อย่างมหัศจรรย์ หรือจะเป็น Yogurt Sandwich Blueberry ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่แพ้กัน ส่วนใครที่ยังตัดใจจากความเข้มข้นไม่ได้ รส Chocolate ที่อัดแน่นด้วยโอรีโอและซอสช็อกโกแลตเยิ้มๆ หรือรส Biscoff ที่มีความกรุบกรอบของคุกกี้สไตล์ยุโรปก็ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ขนมปังทุกชิ้นถูกทอดจนกรอบเหลืองทองสวยงามแต่ยังคงความนุ่มในที่เข้ากับไส้โยเกิร์ตได้อย่างลงตัว

สำหรับเรื่องราคานั้นเรียกว่าเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์แบบสุดๆ โดยทุกเมนูซิกเนเจอร์ราคาเพียงชิ้นละ 69 บาทเท่านั้น ทำให้เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึงร้อยบาทก็สามารถดื่มด่ำกับขนมคุณภาพดีได้แล้ว เป็นร้านที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาขนมทานเล่นที่หน้าตาดีเอาไว้ถ่ายรูปเช็คอิน หรือคนที่ต้องการเมนูฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้าแต่ไม่อยากรู้สึกผิดมากนักเพราะได้ประโยชน์จากโยเกิร์ตและผลไม้สด ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือคนทำงาน พิกัดนี้คือจุดหยุดพักเติมพลังที่มอบความอร่อยแบบไส้ล้นจนคำสุดท้ายจริงๆ

Greek Yogurt m²

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

99 99/1 ถ.ศรีจันทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

8. Peek A Brew Cafe

Peek A Brew Cafe เป็นคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารัก มาพร้อมกับรสชาติอาหารที่ประณีตในทุกรายละเอียด บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีความเป็นกันเอง ตกแต่งในสไตล์ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสนุกไปกับสีสันของเมนูอาหาร จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายคาเฟ่คือเมนู Age Sando Peak ที่นำเสนอขนมปังในรูปแบบที่กรอบนอกนุ่มในเป็นพิเศษ โดยมีทางเลือกให้เลือกทั้งแบบทอดด้วยน้ำมันรำข้าวเพื่อความกรอบระดับซิกเนเจอร์ หรือจะเลือกแบบอบด้วยเนยแท้สำหรับสายสุขภาพที่ยังอยากสัมผัสความหอมกรุ่น เป็นร้านที่เปลี่ยนเมนูเบเกอรี่ธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะที่ทานได้จริง

เมื่อพูดถึงความฟินต้องยกให้แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มีไส้ให้เลือกอย่างจุใจ เมนูขายดีตลอดกาลต้องยกให้หน้าแครมบรูว์เลที่ใช้ครีมชีสเนื้อนุ่มท็อปด้วยน้ำตาลทรายแดงเบิร์นไฟจนกรอบหอมมัน หรือจะเป็นหน้าบิสคอฟฟ์ที่ผสมผสานสเปรดเข้มข้นเข้ากับวิปครีมได้อย่างลงตัว สำหรับคนรักชาเขียวทางร้านมีซีรีส์มัจฉะที่เลือกจับคู่ได้ทั้งสตรอว์เบอร์รี่รสเปรี้ยวหวาน หรือจะคู่กับโอรีโอชิ้นโตก็เข้มข้นไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูใหม่สุดล้ำอย่างหน้าวิปครีมที่ผสานความสดชื่นจากส้มยูสุและช็อกโกแลตกรุบกรอบ เป็นการรวมตัวของรสชาติที่แปลกใหม่และลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 85 ถึง 130 บาท โดยงบประมาณต่อหัวเมื่อรวมเครื่องดื่มจะตกอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาท ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาคาเฟ่ที่มีเมนูขนมหวานโดดเด่นไม่ซ้ำใคร และให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบเป็นหลัก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายถ่ายรูปที่ต้องการเมนูหน้าตาสวยงามระดับพรีเมียม หรือคนที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์การทานแซนด์วิชทอดในเวอร์ชันที่อัปเกรดความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น Peek A Brew Cafe คือพิกัดที่คุณควรแวะมาเติมความหวานให้ร่างกายในวันหยุดอย่างแน่นอน

Peek A Brew Cafe

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

149 27 ม.3 ตำบล ท่าศาลา อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช 80160

9. SmoreBite

SmoreBite เป็นร้านขนมเจ้าดังพิกัดบางแสน ชลบุรี ที่ใครผ่านมาแถวนี้ต้องสะดุดตากับความเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนแวะมานั่งเล่นบ้านเพื่อนริมทะเล จุดเด่นที่ทำให้เราประทับใจคือเทคนิคการเตรียมขนมปังที่เน้นความสดใหม่ กลิ่นหอมของขนมปังอบอวลไปทั่วร้าน และที่สำคัญคือทางร้านใส่ใจเรื่องเนื้อสัมผัสเป็นพิเศษ โดยเน้นความสมดุลระหว่างความนุ่มด้านในและความกรอบบางด้านนอก ถือเป็นสวรรค์ของคนรักเบเกอรี่ที่อยากสัมผัสรสชาติแบบโฮมเมดแท้ๆ ในราคาสบายกระเป๋า

เมนูไฮไลท์ที่ดึงดูดลูกค้าให้มาเข้าคิวคือ แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่อัดแน่นไปด้วยไส้เนียนละมุน รสชาติยอดนิยมที่ห้ามพลาดเลยคือ Custard Sando ที่มีการเบิร์นไฟตรงผิวหน้าจนหอมกลิ่นน้ำตาลไหม้กรุบกรอบ หรือจะเป็น Straw Sando ที่ใช้สตรอว์เบอร์รี่สดชิ้นโตวางบนครีมรสหวานพอดี สำหรับสายเข้มข้นต้องลอง Choc Sando ที่ราดซอสช็อกโกแลตมาแบบจัดเต็ม นอกจากนี้ยังมีรส Cream แบบออริจินัลที่เน้นความนัวของนมสไตล์ญี่ปุ่น และเมนูพิเศษอย่าง Bacon Maple Syrup ที่ผสมผสานความคาวหวานเข้าด้วยกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทุกชิ้นทำสดใหม่เพื่อให้ได้ความกรอบที่เข้ากับไส้เยิ้มๆ ได้ดีที่สุด

ราคาเริ่มต้นของร้าน SmoreBite ถือว่าน่ารักมาก โดยเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 40- 65 บาทเท่านั้น ทำให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวไม่เกินหนึ่งร้อยบาทก็สามารถอิ่มอร่อยกับเมนูพรีเมียมได้ ร้านนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาของว่างทานเล่นระหว่างเดินเที่ยวบางแสน หรือคนที่มองหาเมนูขนมหวานหน้าตาดีรสชาติกลมกล่อมไปเป็นของฝาก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่อยากลองชิมแซนด์วิชทอดสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นความสดใหม่และไส้แน่นจนล้นคำ พิกัดนี้จะทำให้วันพักผ่อนของคุณที่ชลบุรีสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นแน่นอน

SmoreBite

เวลาทำการ

พ.-อา. 8:00 a.m.-5:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร

ที่อยู่

แสนสุข 208 ถนน ลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ชลบุรี 20130

10. Nommunnua

Nommunnua หรือ นมมันนัว เป็นพิกัดยอดฮิตของชาวเชียงใหม่ที่กระจายความอร่อยไปถึง 4 สาขา ไม่ว่าจะเป็นที่โครงการ Wasabi Park ย่านสันป่าข่อย หลังมช. หรือโครงการมีโชคพลาซ่า บรรยากาศของร้านเน้นความมีชีวิตชีวาและเข้าถึงง่าย เป็นจุดรวมตัวของกลุ่มเพื่อนและวัยรุ่นที่อยากหาของหวานทานเล่นในราคาสบายกระเป๋า จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านนี้คือการนำเสนอขนมปังทอดที่ให้สัมผัสกรอบนอกหนึบใน กลิ่นหอมฟุ้งของนมแท้ๆ สอดคล้องกับชื่อร้านที่เน้นความมันนัวเข้มข้น ใครที่เป็นสายวิปครีมฉ่ำๆ รับรองว่าต้องถูกใจกับความอลังการของไส้ที่อัดแน่นมาแบบจัดเต็ม

ในส่วนของเมนูไฮไลท์ที่ดึงดูดใจสายกินคือ แซนด์วิชทอดไส้ทะลักที่มาในรูปแบบ Creamy Sandwich หลากหลายรสชาติ เมนูที่ทางร้านแนะนำเป็นพิเศษคือ ครีมข้าวโพด แครมบรูว์เล ที่ผสมผสานความหอมของข้าวโพดเข้ากับผิวหน้าน้ำตาลไหม้กรุบกรอบ หรือจะลองรสชาติสุดเทรนดี้อย่าง ดูไบช็อกโกแลต ที่ให้ความเข้มข้นแบบพรีเมียม สำหรับคนที่ชอบความนุ่มละมุนต้องสั่งวิปครีมนม รสออริจินัล หรือจะเป็น สังขยาใบเตย ที่โรยด้วยครัมเบิลเพิ่มเนื้อสัมผัส นอกจากนี้ยังมี สตรอว์เบอร์รี่ครีมชีส และวิปครีมฝอยทอง ที่จัดแต่งหน้าตามาอย่างสวยงามชวนให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปก่อนทาน

เรื่องราคานั้นถือว่าคุ้มค่ามากเพราะเริ่มต้นเพียงชิ้นละ 59 บาท ไปจนถึงเมนูท็อปปิ้งพรีเมียมในราคา 99 บาทเท่านั้น งบประมาณต่อหัวเพียงไม่เกินหนึ่งร้อยบาทก็สามารถเติมความหวานได้แบบฟินๆ นมมันนัว จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านขนมปังทอดในเชียงใหม่ที่เน้นความเข้มข้นของวิปครีมและความหลากหลายของไส้ ไม่ว่าจะแวะมาชิมหลังมื้ออาหารหลักหรือซื้อติดมือไปทานระหว่างเดินเล่นในโครงการต่างๆ พิกัดนี้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรสชาติและความสะดวกรวดเร็วได้อย่างดีเยี่ยม

Nommunnua

เวลาทำการ

ทุกวัน 2:00 p.m.-11:30 p.m.

ที่อยู่

QXV4+34 เทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่

บทความแนะนำ บทความแนะนำ