15 ร้านเทปปันยากิ (Teppanyaki) เสิร์ฟความฟินจากเตาร้อนถึงจาน

18.05.2026 (Updated: 18.05.2026)
15 ร้านเทปปันยากิ (Teppanyaki) เสิร์ฟความฟินจากเตาร้อนถึงจาน

สายกินที่หลงเสน่ห์เสียงฉ่าบนกระทะร้อนต้องไม่พลาด กับการรวบรวมพิกัดร้านเทปปันยากิ (Teppanyaki) สุดเด็ดที่มีตั้งแต่สไตล์ต้นตำรับไปจนถึงฟิวชั่นล้ำสมัย หัวใจของอาหารประเภทนี้ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือศิลปะการปรุงโชว์สดๆ ต่อหน้าที่ดึงรสสัมผัสของวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าคุณจะมองหามื้อพิเศษระดับพรีเมียมหรือร้านอร่อยราคาสบายกระเป๋า บทความนี้จะพาคุณไปเช็คอินให้ครบกับเมนูยอดฮิตที่ครองใจคนรักเทปปันยากิมาอย่างยาวนาน

1. SEARS BANGKOK TEPPANYAKI

SEARS BANGKOK TEPPANYAKI ตั้งอยู่ในสาทรซอย 7 เป็นพิกัดลับที่ให้ความรู้สึกเหมือนแวะมากินข้าวบ้านเพื่อนมากกว่ามาร้านอาหารทั่วไป บรรยากาศภายในมีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่นสูงมากด้วยการจำกัดจำนวนแขกเพียงรอบละประมาณ 7-8 ที่นั่งเท่านั้น ทำให้เราได้เห็นเทคนิคการทำอาหารของเชฟแรนดี้แบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องมีการโชว์ควงตะหลิวหรือโยนไข่ให้วุ่นวาย แต่เน้นไปที่ความละเอียดในการปรุงบนกระทะร้อนตามแบบฉบับดั้งเดิมเพื่อให้ดึงรสชาติวัตถุดิบออกมาได้ดีที่สุด

เสน่ห์ของเมนูที่นี่เริ่มต้นด้วยชุดเซ็ตพื้นฐานสุดคุ้มที่มีครบทั้งของทานเล่น สลัด ผักเทปัน สาหร่าย ไปจนถึงข้าวผัดกระเทียมและซุปที่รสชาติกลมกล่อม หลังจากนั้นเราสามารถเลือกสั่งเนื้อสัตว์มาเติมเต็มมื้ออาหารได้ตามใจชอบแบบอลาคาร์ท (A la carte) มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ซีฟู้ดสดๆ เนื้อหมูคุณภาพ เนื้อแกะที่ไม่มีกลิ่นสาป หรือจะยกระดับด้วยเนื้อวัวพรีเมียมคัดพิเศษจาก 3 ประเทศชั้นนำที่เชฟคัดมาแล้วว่าเหมาะกับการทำเทปปันยากิที่สุด ปิดท้ายด้วยไอศกรีมยุสุที่ช่วยล้างปากได้สดชื่นพอดี

สำหรับการมาทานที่นี่งบประมาณเริ่มต้นเบาๆ เพียง 350 บาทสำหรับตัวเซ็ตพื้นฐาน ส่วนราคาเฉลี่ยต่อหัวจะขึ้นอยู่กับประเภทเนื้อสัตว์ที่เราเลือกสั่งเพิ่ม โดยรวมถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียม ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหามื้อพิเศษที่ไม่เน้นความอึกทึก แต่อยากดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่ปรุงอย่างตั้งใจในพื้นที่เล็กๆ ที่เงียบสงบ โดยทางร้านจะเปิดให้บริการวันละ 3 รอบและปิดทุกวันอังคาร ใครที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์เทปปันยากิแบบเน้นฝีมือล้วนๆ แนะนำว่าควรจองล่วงหน้าก่อนเสมอ

SEARS BANGKOK TEPPANYAKI

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30 a.m.-9:30 p.m.

พ. 11:30 a.m.-8:30 p.m.

ที่อยู่

139/5 ซอย สาทร 7 แยก 3 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

2. Nami Teppanyaki Steakhouse

Nami Teppanyaki Steakhouse ตั้งอยู่ภายในโรงแรม JW Marriott Bangkok พร้อมมอบประสบการณ์การทานอาหารที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจในบรรยากาศหรูหราทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นไว้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือลีลาการปรุงอาหารบนกระทะร้อนของเชฟผู้เชี่ยวชาญที่จะมาโชว์ฝีมือให้เห็นกันแบบสดๆ ตรงหน้า นอกจากจะได้ลิ้มรสอาหารที่อร่อยแล้ว ยังได้รับความบันเทิงจากเทคนิคการทำเทปปันยากิที่มีชั้นเชิงและใส่ใจในทุกรายละเอียดตามความต้องการของแขกแต่ละคน

สำหรับเมนูไฮไลท์ที่ดึงดูดนักชิมทั่วสารทิศต้องยกให้เนื้อวากิวพรีเมียมคัดพิเศษอย่าง A5 Miyazaki Beef Striploin หรือเนื้อวากิวออสเตรเลียที่ย่างจนนุ่มละลายในปาก แต่ที่ถือว่าเป็นระดับโกลด์สแตนดาร์ดในตอนนี้คือเซ็ตเมนู 6 คอร์สที่ใช้เนื้อ A5 Sendai Baba Wagyu สุดหายาก นอกจากเนื้อสัตว์แล้วทางร้านยังมีซีฟู้ดสดใหม่ทั้งกุ้งมังกรบอสตันและหอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโต รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่างข้าวผัดฟัวกราส์เทอริยากิที่หอมฟุ้งติดจมูก ส่วนใครที่เป็นสายมังสวิรัติก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีตัวเลือกอย่างสเต็กเต้าหู้และอุด้งเย็นซอสทรัฟเฟิลไว้คอยบริการเช่นกัน

ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,300 บาทไปจนถึงหลักหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหลักที่คุณเลือกสั่งในชุดเมนูหรือแบบจานเดี่ยว โดยร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพิกัดเทปปันยากิเพื่อฉลองโอกาสพิเศษกับครอบครัวหรือมองหาที่รับรองแขกคนสำคัญที่ต้องการทั้งคุณภาพอาหารระดับพรีเมียมและการบริการที่น่าประทับใจ หากใครอยากสัมผัสความอร่อยสไตล์ดั้งเดิมในลุคโมเดิร์นใจกลางกรุง การแวะมาเช็คอินที่นี่รับรองว่าคุ้มค่าและได้ความทรงจำดีๆ กลับไปแน่นอ

Nami Teppanyaki Steakhouse

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.

ส.-อา. 11:30 a.m.-3:30 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพ 4 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

3. Chisana Nami

Chisana Nami เป็นร้านที่เปลี่ยนภาพจำของร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเดิมให้ดูโมเดิร์นและสุขุมมากขึ้น โดยทางร้านหยิบเอาสมดุลระหว่างเปลวไฟจากหน้าเตากับความสดชื่นของเกลียวคลื่นมาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการตกแต่ง บรรยากาศภายในมีความเป็นเซนที่เรียบหรู เน้นโทนสีขาวดำตัดกับงานไม้และเก้าอี้หนังสีอุ่นรอบเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาดยาว ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังดูแพงในเวลาเดียวกัน แถมการจัดวางที่นั่งยังแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจนรองรับแขกได้มากถึงรอบละ 16 ท่านต่อโซน ทำให้ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวแม้จะมาเป็นกลุ่มใหญ่

หัวใจสำคัญของเมนูเทปปันยากิที่นี่คือการคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอดทั้งจากผืนดินและมหาสมุทรมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัย โดยมีจานเด่นที่ห้ามพลาดอย่างเนื้อวากิวระดับ A5 จากเมืองมิยาซากิที่แทรกไขมันลายหินอ่อนสวยงาม หรือจะเป็นเนื้อโอกุมะ A3 สำหรับคนชอบรสสัมผัสที่เข้มข้นขึ้นมาหน่อย นอกจากนี้ยังมีเมนูแนวฟิวชั่นที่น่าสนใจอย่างคัตสึซานโดะเนื้อวากิวออสเตรเลียเสิร์ฟคู่กับขนมปังบริออช ส่วนสายซีฟู้ดก็มีหอยเชลล์ฮอกไกโดตัวโตและปลาหิมะซอสเทอริยากิให้เลือกสั่งทั้งแบบจานเดี่ยวหรือจัดเต็มเป็นเซ็ตเมนูที่มาพร้อมเครื่องเคียงครบชุด

ในส่วนของระดับราคานั้นถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพระดับพรีเมียมโดยเมนูจานหลักแบบอลาคาร์ท เริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทตามแต่ชนิดของเนื้อสัตว์ที่เลือก ส่วนราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาทขึ้นไป ร้านนี้จึงเหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ฉลองโอกาสพิเศษ มื้อค่ำสุดโรแมนติก หรืออยากมานั่งจิบสาเกคู่กับการชมศิลปะการปรุงอาหารบนกระทะร้อนในบรรยากาศที่ดูดีและมีระดับกลางกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนที่ชอบงานดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยรายละเอียดความประณีตตามสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่

Chisana Nami

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

494 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

4. KANPAI Teppanyaki

KANPAI Teppanyaki เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ฟีลเหมือนเราหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวในย่านใจกลางเมืองโตเกียวด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสูงมาก จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกฝากท้องไว้กับที่นี่คือความสะดวกในการเดินทางเพราะสามารถนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงแล้วเดินต่อมาที่ร้านได้เลยไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด แถมตัวร้านยังเน้นการบริการที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทำให้กลายเป็นที่พักพิงยอดฮิตของพนักงานออฟฟิศและกลุ่มเพื่อนที่อยากหาอะไรอร่อยๆ ลงท้องแบบไม่ต้องพิธีรีตองเยอะ

ถ้าพูดถึงจานเด็ดที่ห้ามพลาดแน่นอนว่าต้องยกให้เหล่าเมนูบนกระทะร้อน โดยเฉพาะเทปปันยากิไก่ที่ปรุงรสมาได้เข้มข้นกำลังดีเนื้อนุ่มฉ่ำไม่แห้งกระด้าง นอกจากนี้ยังมีเมนูที่เซอร์ไพรส์ปากอย่างข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่รสสัมผัสละมุนลิ้นหอมเครื่องเทศสุดๆ หรือถ้าใครสายเส้นก็ยังมีพวกยากิโซบะเนื้อวากิวและยากิอุด้งทะเลให้เลือกสั่งมาลองกินคู่กับของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าสูตรเฉพาะของทางร้านที่ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูที่ช่วยเสริมความอร่อยให้กับมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี

ช่วงราคาอาหารส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 150-400 บาทต่อเมนู ถือว่าเป็นระดับราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณและรสชาติที่ได้รับ เฉลี่ยต่อหัวแล้วกำเงินไปประมาณหลักร้อยกลางๆ ก็อิ่มจนจุก ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาเทปปันยากิรสชาติมาตรฐานญี่ปุ่นในราคาที่สบายกระเป๋า เหมาะสำหรับมื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็ว หรือมื้อเย็นที่อยากนั่งล้อมวงกินอาหารจานร้อนไปพร้อมกับการสนทนาในบรรยากาศที่สบายใจและไม่เป็นทางการจนเกินไป

KANPAI Teppanyaki

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-9:30 p.m.

ที่อยู่

15 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

5. Hono Teppanyaki

Hono Teppanyaki เป็นพิกัดที่สายกินเส้นรถไฟฟ้าต้องถูกใจ เพราะเดินทางง่ายและมีบรรยากาศร้านที่เป็นกันเองสุดๆ จุดเด่นของที่นี่คือการนำเสนออาหารญี่ปุ่นสไตล์กระทะร้อนที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเราจะได้เห็นเชฟปรุงอาหารบนเตาเหล็กแบนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน ตัวร้านอาจจะไม่ได้ใหญ่โตหรูหราแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะกับการมานั่งดูเชฟโชว์ฝีมือผัดอาหารสดๆ จานต่อจาน ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้ดีกว่าการสั่งอาหารที่ปรุงเสร็จมาจากในครัวเพียงอย่างเดียว

เมนูแนะนำที่ห้ามพลาดเลยคือบรรดาเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ผัดบนเตาเทปปันยากิได้นุ่มกำลังดี โดยเฉพาะเนื้อวัวเกรดพรีเมียมอย่าง Black Angus Beef Striploin หรือเนื้อส่วนพิคานย่าที่ย่างมาแบบชุ่มฉ่ำเสิร์ฟคู่กับกระเทียมเจียวหอมๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารทะเลอย่างกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ฮอกไกโด และปลาแซลมอนนอร์เวย์ที่เข้ากันได้ดีกับซอสสูตรลับของร้านที่มีความหอมโชยุชัดเจน ส่วนใครที่อยากกินแบบอิ่มท้องจบคุ้มในที่เดียว แนะนำให้สั่งเป็นเซ็ตที่จะมาพร้อมข้าว ผัดผัก ซุปมิโสะ และน้ำจิมรสเด็ดที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี

สำหรับเรื่องความคุ้มค่า ร้านนี้ถือว่าทำราคาออกมาได้เป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มาก โดยราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกสั่งเป็นเนื้อหมู ไก่ หรือขยับไปเป็นเนื้อวัวคัดพิเศษ เมนูจานเดี่ยวเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทเท่านั้น ที่นี่จึงเหมาะสำหรับวัยทำงานหรือกลุ่มเพื่อนที่กำลังมองหาเทปปันยากิคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ ไม่ต้องรอโอกาสพิเศษก็สามารถแวะมาเติมความสุขด้วยอาหารจานร้อนที่ปรุงอย่างพิถีพิถันได้ทุกวัน

Hono Teppanyaki

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. TEPPANYAKI SERINA

TEPPANYAKI SERINA เป็นร้านระดับตำนานที่ยืนหยัดอยู่บนถนนสีลมมานานกว่า 39 ปี ใครที่ก้าวเท้าเข้ามาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้แบบดั้งเดิม บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่งและเงียบสงบ ให้ความรู้สึกภูมิฐานแต่ยังคงความอบอุ่นด้วยงานบริการที่เอาใจใส่แบบญี่ปุ่น จุดเด่นที่สุดคือการรักษามาตรฐานความอร่อยมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของครอบครัวและนักธุรกิจที่ต้องการดื่มด่ำกับศิลปะการปรุงอาหารบนกระทะร้อนในสภาพแวดล้อมที่ดูมีระดับ

ในส่วนของเมนูอาหารนั้นมีความหลากหลายและเน้นวัตถุดิบระดับพรีเมียมเป็นหลัก โดยมีรายการ เทปปันยากิที่น่าสนใจอย่างฟัวกราส์สเต็กที่ปรุงออกมาได้พอเหมาะ หรือจะเป็นเมนูซีฟู้ดอย่างกุ้งเชลล์และปลาหิมะย่างกระทะร้อนที่ดึงรสชาติความสดออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หาทานยากอย่างลิ้นวัวย่างเกลือและนาสุกับหมูคุโรบูตะผัดชีส รวมถึงยังมีตัวเลือกสำหรับสายชาบูและสุกี้ยากี้ที่ใช้เนื้อวัวมิยาซากิ (Miyazaki) หรือเนื้อวัวคาโกชิม่า (Kagoshima) ลายสวยๆ มาคอยให้บริการควบคู่ไปกับอาหารทานเล่นที่มีให้เลือกละลานตา

สำหรับการมาใช้บริการที่นี่ งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวมักจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนถึงหลักหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับเกรดของเนื้อสัตว์และเมนูที่เลือกสั่ง ถือว่าสมเหตุสมผลกับคุณภาพและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานเกือบ 40 ปี ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาเทปปันยากิรสชาติดั้งเดิมในบรรยากาศที่มีความน่าเชื่อถือสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโอกาสพิเศษ การรับรองแขกคนสำคัญ หรือมื้อค่ำของครอบครัวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว โดยลูกค้าสามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคารชาญอิสสระ ทาวเวอร์ 1 สะดวกสบายมากสำหรับย่านใจกลางเมืองแบบนี้

TEPPANYAKI SERINA

เวลาทำการ

ทุกวัน 5:00 p.m.-12:30 a.m.

ที่อยู่

9 26 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

7. Teppan France Kanda

Teppan France Kanda นำเสนอประสบการณ์มื้ออาหารที่แปลกใหม่ด้วยการหยิบเอาศิลปะการปรุงอาหารสไตล์ฝรั่งเศสมาผสมผสานกับเทคนิคกระทะร้อนแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกหรูหราแบบคลาสสิกแต่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้มีความพิเศษกว่าที่ไหนคือการนำเสนออาหารในรูปแบบฟิวชั่นที่เน้นความคิดสร้างสรรค์ พร้อมกับโชว์ฝีมือการทำอาหารแบบสดๆ บนเตาต่อหน้าแขกทุกคน ทำให้เราได้รับชมทั้งศาสตร์และศิลป์ในการจัดแต่งจานที่สวยงามราวกับงานศิลปะในบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

เมนูอาหารของที่นี่มีความโดดเด่นเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลมานำเสนอในรูปแบบคอร์สเมนูที่สลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆ จานที่สร้างความประทับใจได้เสมอคือเหล่าวัตถุดิบชั้นยอดอย่างกุ้งโบตันเอบิเสิร์ฟคู่กับคาเวียร์ หรือหอยเป๋าฮื้อย่างซอสตับที่รสชาติเข้มข้นนุ่มลึก นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างแก้มวัวโอมิที่ตุ๋นจนละลายในปาก และขาดไม่ได้กับข้าวผัดกระเทียมวากิวที่ผัดบนเตาเทปปันยากิได้หอมกลิ่นกระทะเป็นเอกลักษณ์ ปิดท้ายมื้อด้วยรถเข็นขนมหวานที่ให้เราเลือกทานได้ตามใจชอบ เป็นมื้อที่รวมเอาความสดใหม่และรสชาติที่ซับซ้อนไว้ในที่เดียว

สำหรับการเดินทางมาสัมผัสรสชาติที่ร้านนี้ แนะนำว่าต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวันเพื่อให้เชฟจัดเตรียมวัตถุดิบที่ดีที่สุด โดยราคาคอร์สอาหารมีให้เลือกหลากหลายระดับเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 2,600 บาท ไปจนถึงคอร์สพรีเมียมราคา 6,000 บาทขึ้นไป ราคานี้ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเทปปันยากิระดับไฮเอนด์ที่มีกลิ่นอายตะวันตก เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่ฉลองโอกาสพิเศษ มื้อค่ำสุดโรแมนติก หรือการพบปะที่ต้องการความประทับใจในระดับสากลตรงย่านใจกลางเมืองที่ไม่ซ้ำใคร

Teppan France Kanda

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.

ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

1Fl., No.88, ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Leoka Teppanyaki

Leoka Teppanyaki เป็นพิกัดใหม่ล่าสุดบนชั้น G ของโรงแรม Pullman Bangkok King Power ที่เปลี่ยนภาพจำของร้านอาหารเดิมๆ ให้กลายเป็นเวทีแห่งศิลปะการปรุงรส บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรีที่เน้นความหรูหราแต่เรียบง่าย โดยมีที่นั่งหน้าเตาจำกัดเพียง 12 ที่เพื่อความเป็นส่วนตัวและให้ทุกคนได้ร่วมสนุกไปกับโชว์ของเชฟประภาศ สายทิพย์ อย่างใกล้ชิด จุดเด่นที่สัมผัสได้คือการดึงพลังความสง่างามของเสือดาวมาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอจานอาหาร ทำให้มื้อค่ำที่นี่ดูทรงพลังและมีจังหวะการเสิร์ฟที่น่าตื่นเต้นตลอดเวลา

ในส่วนของเมนูเด็ดที่ต้องจัดเลยคือเนื้อวากิว A5 คัดพิเศษจากแหล่งต้นกำเนิดชื่อดังในญี่ปุ่นที่ย่างออกมาได้นุ่มละลายในปาก หรือจะเป็นสายซีฟู้ดก็มีล็อบสเตอร์ตัวโตและหอยเชลล์ฮอกไกโดที่เชฟเน้นชูรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบโดยไม่แต่งเติมจนเกินไป สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบครบสูตร แนะนำให้สั่งเป็น Signature Set Menus ที่มีให้เลือกตั้งแต่คอร์สเริ่มต้นอย่าง Classic Teppan ไปจนถึง Chef’s Premium Omakase Teppan ในเซ็ตจะประกอบไปด้วยของว่าง ซาซิมิสดๆ เมนูจานหลักที่ปรุงบนเตาร้อนๆ และปิดท้ายด้วยของหวานที่คัดสรรมาอย่างดี

สำหรับการมาเยือนที่นี่เตรียมงบประมาณต่อหัวไว้เริ่มต้นที่ประมาณ 1,990 บาท สำหรับชุดคลาสสิก และขยับไปจนถึง 4,990 บาทสำหรับคอร์สโอมากาเสะระดับพรีเมียม เป็นเรทราคาที่รวมความคุ้มค่าทั้งด้านรสชาติและงานบริการระดับโรงแรมห้าดาว ร้านนี้จึงตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาประสบการณ์เทปปันยากิที่มากกว่าแค่การนั่งกินข้าว แต่อยากได้ความทรงจำที่พิเศษเหมาะสำหรับการนัดคุยธุรกิจมื้อสำคัญหรือฉลองวันเกิดกับคนรู้ใจท่ามกลางบรรยากาศใจกลางกรุงเทพที่ลงตัวที่สุด โดยร้านเปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำตั้งแต่หกโมงเย็นเป็นต้นไป

Leoka Teppanyaki

เวลาทำการ

ทุกวัน 18:00 a.m-11:00 p.m.

ที่อยู่

G Floor, Pullman Bangkok King Power, 8/2, ถนน รางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

9. Benihana Avani Atrium Bangkok

Benihana Avani Atrium Bangkok เป็นจุดหมายปลายทางที่เปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นโชว์สุดอลังการใจกลางกรุงเทพฯ บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและสไตล์การตกแต่งที่ทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายฟาร์มเฮ้าส์ญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือนคือคอนเซปต์ Eatertainment ที่เชฟผู้เชี่ยวชาญจะมาโชว์ทักษะทั้งการหั่น ควงตะหลิว และปรุงอาหารสดๆ บนเตากระทะร้อนต่อหน้าเรา สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยลีลาที่แม่นยำและสนุกสนาน ทำให้การทาน เทปปันยากิที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติแต่คือประสบการณ์ความบันเทิงที่น่าจดจำ

สำหรับคออาหารญี่ปุ่นที่นี่มีเมนูให้เลือกหลากหลายมากโดยเฉพาะวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่เป็นตัวชูโรง จานซิกเนเจอร์ที่เชฟแนะนำคือบรรดาเนื้อวากิวคัดพิเศษอย่าง Sendai Gyu A5 หรือ Iwate Wagyu A4 ที่มีลายไขมันแทรกสวยงามจนแทบละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีชุด Benihana Royal ที่รวมเอาเนื้อสันใน หอยเชลล์ และกุ้งมังกรตัวโตมาเสิร์ฟในเซ็ตเดียว ในชุดดั้งเดิมจะมาพร้อมซุปหัวหอม สลัด ผัดผัก และกุ้งเรียกน้ำย่อย ส่วนใครที่ชอบความหลากหลายก็ยังมีเมนูคอมโบที่จับคู่เนื้อฮากาตะกับอาหารทะเลสดๆ ให้ได้ลิ้มลองความอร่อยที่ปรุงรสด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน

ในเรื่องของงบประมาณราคาอาหารเริ่มต้นสำหรับเมนูจานเดี่ยวหรือของทานเล่นจะอยู่ที่ประมาณหลักร้อยบาท แต่หากต้องการจัดเต็มกับชุดคอร์สเทปปันยากิพรีเมียมราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาทไปจนถึง 5,000 บาทขึ้นไป ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเพื่อนที่มองหาความสนุกสนานในการสังสรรค์ หรือครอบครัวที่ต้องการฉลองมื้อพิเศษในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ รวมถึงนักธุรกิจที่อยากสร้างความประทับใจผ่านการนำเสนออาหารที่ดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำจำเจในมาตรฐานการบริการระดับสากล

Benihana Avani Atrium Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

1880 ถ. เพชรบุรี แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

10. Shichi Teppanyaki

Shichi Teppanyaki เป็นพิกัดที่สายกินในกรุงเทพฯ ต่างยกนิ้วให้ในเรื่องของความตื่นตาตื่นใจ เพราะมื้ออาหารของที่นี่ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนโชว์สุดพิเศษจากเชฟผู้เชี่ยวชาญ บรรยากาศภายในร้านมีความทันสมัยและให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกตารางนิ้ว จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกมาที่นี่คือความสามารถของเชฟที่ไม่ได้แค่ปรุงอาหารเก่ง แต่ยังรู้จักสร้างความสนุกสนานด้วยทักษะการใช้ตะหลิวและไฟบนเตาร้อนๆ ทำให้การรอคอยอาหารแต่ละจานกลายเป็นช่วงเวลาที่เพลิดเพลิน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญที่ต้องการทั้งรสชาติอาหารและภาพจำที่น่าประทับใจกลับไป

ในส่วนของลิสต์เมนูเรียกได้ว่าจัดเต็มวัตถุดิบระดับท็อปจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะสายเนื้อที่ห้ามพลาดเนื้อโอมิวากิว A5 หรือเนื้อคาโกชิม่าที่มีลายหินอ่อนสวยงามและนุ่มละลายในปาก ส่วนใครที่ชอบอาหารทะเลก็มีตัวเลือกอย่างแคนาเดียนล็อบสเตอร์ ขาปูทาราบะ และหอยเป๋าฮื้อตัวโตที่ปรุงมาแบบชุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีเมนู Special Set ที่จัดมาให้ทานแบบครบชุดทั้งสลัด ซุป และข้าวผัด โดยมีไฮไลต์เป็นข้าวผัดฟัวกราส์ที่หอมมันถึงใจ หรือจะเป็นสุกี้ยากี้เนื้อวากิวเสิร์ฟพร้อมไข่ดิบคุณภาพดีก็เป็นอีกจานที่ถูกสั่งมาวางบนโต๊ะบ่อยไม่แพ้กัน

มื้ออาหารที่ร้านนี้อาจจะต้องเตรียมงบประมาณต่อหัวไว้ที่ประมาณ 1,500-4,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการเลือกเกรดของเนื้อสัตว์และเมนูเสริมอื่นๆ เมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบนำเข้าและการบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก ที่นี่จึงเป็นร้านที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านเทปปันยากิที่ให้มากกว่าแค่ความอิ่ม แต่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารแบบ Fine Dining ที่มีความสนุกและเป็นส่วนตัวสูง ไม่ว่าจะชวนครอบครัวมาทานมื้อค่ำหรือนัดคู่รักมาเดทก็รับรองว่าประทับใจแน่นอน

Shichi Teppanyaki

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.

ส.-อา. 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

29 29/1 หมู่ที่15 ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ตำบล บางแก้ว อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540

11. Kissuisen (Kaen Teppanyaki & Grill)

Kissuisen (Kaen Teppanyaki & Grill) เป็นห้องอาหารญี่ปุ่นที่ยกระดับความประทับใจไปอีกขั้นด้วยฝีมือของเชฟยูอิชิ มิตซุย ผู้ที่มีประสบการณ์ยาวนานจากร้านมิชลินสตาร์ในญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านสะท้อนถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างลึกซึ้งผ่านการจัดแต่งที่ประณีตและมีระดับ จุดเด่นของที่นี่คือการปรุงอาหารแบบสดใหม่ต่อหน้าแขกแต่ละท่าน โดยเชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลมานำเสนอเพื่อให้เข้าถึงแก่นแท้ของรสชาติธรรมชาติ ถือเป็นสวรรค์ของคนที่ชอบนั่งหน้าเตาดูเทคนิคการทำอาหารที่แม่นยำและละเมียดละไมจานต่อจาน

ในส่วนของลิสต์รายการอาหารบอกเลยว่าคัดมาแต่ของพรีเมียมตัวท็อป โดยเฉพาะสายเนื้อที่มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อสันนอกสติปลอยน์วากิวมัตสึซากะที่ลายไขมันสวยเหมือนงานศิลปะ หรือจะเป็นเนื้อวากิวมิยาซากิและเนื้อออสเตรเลียทาจิมะที่ย่างออกมาได้ความสุกที่พอดีแบบสุดๆ นอกจากนี้ยังมีภูเก็ตล็อบสเตอร์สดๆ ก้ามปูทาราบะ และหอยเชลล์ฮอกไกโดชิ้นโต ทุกเมนูในรูปแบบ เทปปันยากิจะเสิร์ฟมาเป็นชุดพร้อมเครื่องเคียงครบครันทั้งผักย่าง สลัดสด ข้าวผัดกระเทียมที่ผัดจนหอมฟุ้ง ซุปมิโซะ ผักดอง และปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อย

สำหรับการมาทานที่นี่ ราคาอาหารจะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหลายพันตามประเภทของวัตถุดิบที่เราเลือก เช่น เนื้อแกะหรือหมูสันนอกชีวาจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันต้นๆ แต่ถ้าขยับไปเป็นเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมราคาจะเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทขึ้นไป ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหามื้อพิเศษระดับลักชัวรีที่ไม่ใช่แค่ความอิ่มท้อง แต่เป็นการได้สัมผัสประสบการณ์การกินที่หรูหราและมีคุณภาพในระดับสากล เหมาะสำหรับงานเลี้ยงฉลองในครอบครัวหรือการรับรองแขกคนสำคัญที่ต้องการความประทับใจขั้นสูงสุดบนถนนวิทยุใจกลางกรุงเทพฯ

Kissuisen (Kaen Teppanyaki & Grill)

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.

ที่อยู่

Kissuisen Building, 262 ถ. สุรวงศ์ Siphraya, เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

12. Kobe Steakhouse

Kobe Steakhouse เป็นหนึ่งในร้านระดับตำนานที่มอบประสบการณ์ทานสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมใจกลางกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกขรึมขลังแต่เป็นกันเอง ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและงานไม้ที่ดูคลาสสิก จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือการรักษามาตรฐานรสชาติแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ไม่เปลี่ยน โดยเราจะได้เห็นการปรุงอาหารบนกระทะร้อนอย่างใกล้ชิด ให้ฟีลเหมือนย้อนไปนั่งทานที่ร้านสเต็กในญี่ปุ่นสมัยก่อน ถือเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากในร้านสมัยใหม่ปัจจุบัน

รายการอาหารของที่นี่มีความหลากหลายจนเลือกแทบไม่ถูก โดยเฉพาะเมนู เทปปันยากิที่จัดมาเป็นเซ็ตสุดคุ้มทั้งเนื้อสเต็ก หมูคุโรบูตะ ไก่ และปลาแซลมอน ในชุดจะเสิร์ฟพร้อมข้าว ซุป และผักผัดจานโต สำหรับสายเนื้อตัวจริงต้องลอง Special Beef Set ที่มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อวัวมัตสึซากะ (Matsuzaka) เกรดพรีเมียมไปจนถึงเนื้อวัวออสเตรเลีย (Australian) ราคาสบายกระเป๋า นอกจากนี้ยังมีเมนูซีฟู้ดจานยักษ์อย่างกุ้งล็อบสเตอร์และหอยเป๋าฮื้อปรุงรสเข้มข้น รวมถึงของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าและพิซซ่าญี่ปุ่นที่อร่อยไม่แพ้จานหลักเลย

ช่วงราคาของร้านนี้ค่อนข้างกว้างและเป็นมิตรกับผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยชุดสเต็กเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทไปจนถึงหลักพันสำหรับเนื้อเกรดสูง เฉลี่ยต่อหัวแล้วประมาณ 300-1,500 บาทก็อิ่มอร่อยได้เต็มที่ ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มองหาความคุ้มค่าและรสชาติมาตรฐานญี่ปุ่นดั้งเดิม เหมาะทั้งมื้อกลางวันวันทำงานที่ต้องการความรวดเร็วและอิ่มท้อง หรือมื้อเย็นกับครอบครัวที่อยากได้บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคยในย่านสยามสแควร์หรือเพชรบุรีตัดใหม่ที่เดินทางสะดวกสุดๆ

Kobe Steakhouse

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

999 6th floor, ถ. พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

13. Okonomiyaki Ponpocotei

Okonomiyaki Ponpocotei One Bangkok ยกเอาต้นตำรับความอร่อยส่งตรงจากโอซาก้ามาให้คนไทยได้สัมผัสกันถึงใจกลางกรุง บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและรอยยิ้มที่เป็นกันเองของพนักงาน ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในย่านโดทงโบริไม่มีผิด จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนต้องแวะมาคือความเป็นตัวจริงเรื่องเมนูบนกระทะร้อนที่ปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เน้นการบริการที่รวดเร็วและรสชาติที่ได้มาตรฐานเดียวกับสาขาแม่ที่แดนปลาดิบ

ลิสต์เมนูที่นี่มีให้เลือกหลากหลายและครบเครื่องสุดๆ เริ่มต้นที่ซิกเนเจอร์อย่างโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นที่แป้งนุ่มด้านในและกรอบนอกเบาๆ ราดซอสเข้มข้นสูตรลับเฉพาะ ต่อด้วยมิกซ์ยากิโซบะที่ผัดมาร้อนๆ เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้าเครื่องแน่นจัดเต็ม สำหรับสาย เทปปันยากิห้ามพลาดชุดซีฟู้ดและเนื้ออย่างเกลือสามรสที่มีทั้งเนื้อสันในนุ่มๆ กุ้งตัวโต และหอยเชลล์ฮอกไกโดหวานฉ่ำ หรือถ้าใครเป็นคอเนื้อตัวจริงต้องลองเนื้อคุโรเกะวากิว A5 ย่างเกลือที่ละลายในปาก หรือสเต็กเนื้อสันในหั่นเต๋าหอมกลิ่นเนยกระเทียมสุดพลัง

เรื่องความคุ้มค่าบอกเลยว่าตอบโจทย์มากเพราะราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสั่งเมนูจานเดียวแบบประหยัดหรือจะจัดเต็มด้วยเนื้อวากิวพรีเมียม ร้านนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเพื่อนพนักงานออฟฟิศที่มองหามื้อกลางวันคุณภาพดี หรือครอบครัวที่อยากพาลูกๆ มาสนุกกับเมนูยอดฮิตหลากหลายประเภทในที่เดียว ใครที่กำลังมองหาประสบการณ์ทานอาหารญี่ปุ่นที่สนุกและรสชาติถึงใจ แนะนำว่าต้องมาลองสัมผัสด้วยตัวเองที่โครงการ One Bangkok เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่มเลย

Okonomiyaki Ponpocotei

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

One Bangkok Boulevard แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

14. Miyazaki Japanese Teppan Dining

Miyazaki Japanese Teppan Dining เป็นร้านที่สายกินกระทะร้อนต้องคุ้นเคยกันดี เพราะเขามีสาขาให้เลือกไปฟินได้หลายที่มาก บรรยากาศภายในร้านเน้นความคึกคักและสนุกสนาน จุดเด่นที่ทำเอาหลายคนติดใจคือการจัดวางที่นั่งแบบล้อมหน้าเตาเหล็กแบนๆ ทำให้เราได้เห็นลีลาของเชฟที่มาผัดอาหารให้ดูแบบสดๆ ต่อหน้าต่อตา กลิ่นหอมของเนยและซอสที่ปะทะกับความร้อนบนเตามันช่วยกระตุ้นความหิวได้ดีมาก เป็นประสบการณ์ที่ทำให้มื้ออาหารดูมีอรรถรสมากขึ้นเหมือนได้นั่งทานอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ

ในส่วนของเมนูที่นี่ถือว่าตอบโจทย์ความหลากหลายได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นสายเนื้อที่ชอบความพรีเมียมอย่างสเต็กเนื้อวากิวญี่ปุ่น หรือเนื้อนิวซีแลนด์ที่นุ่มชุ่มฉ่ำ ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อก็มีหมูสันคอคุโรบูตะ สันในหมูดำ หรือสะโพกไก่เบญจาที่ย่างมาจนหนังกรอบเนื้อในยังนุ่ม นอกจากนี้ยังมีเมนูซีฟู้ดและของทานเล่นที่ห้ามพลาดอย่าง ฮาชิมากิ โอเวอร์โหลด ที่เป็นเหมือนไข่ม้วนญี่ปุ่นเสียบไม้เครื่องแน่นๆ และที่สำคัญคือถ้าสั่งเป็นเซ็ตจะได้ทานคู่กับข้าว ซุปมิโสะ และผัดผักจานโตที่เชฟปรุงให้ใหม่ๆ แนะนำว่าให้ยอมบวกเงินอีกนิดเพื่อเปลี่ยนเป็นข้าวกระเทียม เพราะรสชาติของเขาหอมมันเข้ากับเมนูย่างที่สุด

สำหรับเรื่องความคุ้มค่านั้นต้องบอกว่ายืนหนึ่งในใจหลายคน เพราะราคาเริ่มต้นต่อชุดเพียงแค่ประมาณ 199 บาทเท่านั้น โดยเฉลี่ยแล้วกำเงินไปสัก 200-500 บาทก็อิ่มจุกแบบได้สารอาหารครบถ้วน หรือถ้าใครอยากจัดเต็มมื้อพิเศษด้วยเนื้อวากิวชั้นดีราคาก็จะขยับขึ้นไปตามเกรดวัตถุดิบ ร้านนี้จึงเหมาะมากสำหรับพนักงานออฟฟิศที่มองหามื้อเที่ยงที่คุ้มค่า หรือครอบครัวที่อยากพากันมาทานมื้อเย็นแบบสบายใจ ได้ดูโชว์ทำอาหารเพลินๆ ในราคาที่สบายกระเป๋า ใครที่กำลังตามหา เทปปันยากิที่รสชาติคงเส้นคงวาและราคาเข้าถึงง่าย รับรองว่าที่นี่ไม่มีผิดหวังแน่นอน

Miyazaki Japanese Teppan Dining

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

3rd floor, ตำบล เสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี 11110

15. Tigerburnsfire Teppanyaki

Tigerburnsfire Teppanyaki หรือที่รู้จักกันในชื่อเสือเบิร์นไฟ เป็นร้านที่ฉีกภาพลักษณ์ความหรูหราของร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเดิมๆ มาสู่สไตล์สตรีทฟู้ดที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองสุดๆ บรรยากาศภายในร้านเน้นความคึกคักและรวดเร็ว มีกลิ่นอายความโมเดิร์นที่ผสมผสานความเท่ของโลโก้รูปเสือ จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนต้องแวะมาคือศิลปะการเบิร์นไฟบนหน้าอาหารจานต่อจาน ทำให้เราได้กลิ่นหอมไหม้นิดๆ ของซอสที่ถูกความร้อนกระตุ้น ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้ดีกว่าการนั่งรออาหารทั่วไป เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งทานมื้อเที่ยงแบบไวๆ หรือมื้อเย็นที่เน้นความอิ่มอร่อยแบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง

ถ้าพูดถึงจานเด็ดที่ห้ามพลาดแน่นอนว่าต้องยกให้เหล่าเมนูเนื้อวากิวพรีเมียมที่ราคาน่ารักจนน่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าเนื้อเสือร้องไห้ไข่ออนเซ็นที่เนื้อนุ่มฉ่ำแทรกมันกำลังดี หรือข้าวหน้าเนื้อเสือไร้มันสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีซิกเนเจอร์อย่างข้าวเบคอนยากิไข่หวานและข้าวหมูยากิพ่นไฟที่มีรสชาติเผ็ดร้อนสะใจคนไทย ส่วนใครที่เป็นสายแกงกะหรี่ที่นี่เขาก็มีชุดไข่กุ้งกะหรี่ได้ใจที่ให้เครื่องมาแบบจัดเต็ม เสิร์ฟคู่กับเกี๊ยวซ่าทอดกรอบๆ และซุปมิโซะร้อนๆ ในรูปแบบเซ็ตที่กินคนเดียวก็อิ่มจนจุก

ในส่วนของงบประมาณต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก เพราะราคาอาหารจานเดี่ยวเริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทเท่านั้น เฉลี่ยต่อหัวรวมเครื่องดื่มแล้วอยู่แค่ประมาณ 100-200 บาทก็สามารถฟินกับ เทปปันยากิสไตล์ฟิวชั่นได้แบบเต็มอิ่ม ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและพนักงานออฟฟิศที่กำลังมองหาร้านอาหารจานด่วนที่รสชาติไม่ธรรมดาและมีเมนูให้เลือกหลากหลายไม่ซ้ำซาก ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ความร้อนแรงของไฟและซอสสูตรเข้มข้นในราคาประหยัด ต้องลองมาเช็คอินที่นี่สักครั้งรับรองว่าจะลืมภาพการกินอาหารญี่ปุ่นที่ต้องจ่ายแพงๆ ไปเลยแน่นอน

Tigerburnsfire Teppanyaki

เวลาทำการ

จ. 12:00 a.m.-7:00 a.m. และ 9:00 a.m.-11:30 p.m.

อ.-อา. 12:00 a.m.-3:00 a.m. และ 9:00 a.m.-11:30 p.m.

ที่อยู่

ถนน งามวงศ์วาน Ladyao, เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

บทความแนะนำ บทความแนะนำ