15 ร้านข้าวอบหม้อ (Kamameshi) ข้าวอบปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น
ถ้ากำลังมองหารสชาติความอบอุ่นในมื้ออาหารสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม เมนูข้าวอบหรือคามาเมชิ (Kamameshi) คืออีกหนึ่งเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ไม่อยากให้พลาด เม็ดข้าวญี่ปุ่นเหนียวนุ่มที่ซึมซับน้ำซุปดาชิกลมกล่อม หุงสดใหม่จนส่งกลิ่นหอมกรุ่นระอุโชยมาจากหม้อดิน พร้อมหน้าวัตถุดิบพรีเมียมจัดเต็ม วันนี้เราจะพาไปเช็คอินความอร่อยกับ 15 พิกัดร้านเด็ดที่จะทำให้คุณตกหลุมรักเมนูข้าวอบหม้อร้อนๆ แบบเต็มคำ
1. Sasaya Sukhumvit
Sasaya Sukhumvit เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแนววาโชกุซ่อนตัวอยู่ในย่านสุขุมวิทและสีลม ความพิเศษที่ทำให้หลายคนประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกคือการออกแบบให้เป็นห้องส่วนตัวแบบปิดทั้งหมด มอบพื้นที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับการนัดคุยธุรกิจสำคัญ การพาครอบครัวมาทานมื้อพิเศษ หรือการสังสรรค์ที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตกแต่งอย่างประณีตสะท้อนความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นโบราณควบคู่ไปกับความร่วมสมัยอย่างลงตัว
เมื่อเปิดเมนูขึ้นมา ไฮไลท์เด็ดที่ทุกคนห้ามพลาดคือ ข้าวอบหม้อดินที่ปรุงสดใหม่แบบหม้อต่อหม้อ เมนูยอดฮิตอย่างข้าวอบหอยเชลล์ญี่ปุ่นและฟองเต้าหู้ ให้รสสัมผัสของเมล็ดข้าวที่นุ่มฟูจากการดูดซับน้ำซุปสูตรเฉพาะจนชุ่มฉ่ำ ได้ความหวานธรรมชาติจากหอยเชลล์และความหอมละมุนของฟองเต้าหู้ ยิ่งถ้าสั่งท็อปปิ้งไข่ปลาแซลมอนมาเพิ่มความพรีเมียม เม็ดไข่ปลาจะระเบิดความมันในปากช่วยชูรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวอบหม้อหน้าอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย เช่น ข้าวอบหน้าหอยเม่นกับหอยเป๋าฮื้อ ข้าวอบหน้าปลาไท และข้าวอบหน้าปลาหมึกยักษ์รสเข้มข้น แต่ละหม้อจะใช้เวลาปรุงประมาณสี่สิบนาทีเพื่อให้ได้ความอร่อยที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 200-1,200 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบพรีเมียมที่เลือกสั่ง ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์ที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน แฟนพันธุ์แท้เมนูข้าวปรุงรสแบบดั้งเดิม รวมถึงผู้ที่ต้องการร้านอาหารบรรยากาศหรูหรา มีความเป็นส่วนตัวสูงเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษเลิศรสใจกลางเมือง
Sasaya Sukhumvit
- เวลาทำการ
จ.,พ.-ศ. 11:30 a.m.-1:30 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.
อ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.
ส. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-10:30 p.m.
อา. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Tempura NAGAOKA Phrom Phong
Tempura NAGAOKA Phrom Phong ส่งตรงเสน่ห์ความอร่อยมาจากเมืองฟุกุโอกะเพื่อเอาใจคนที่รักอาหารทอดและข้าวปรุงรสโดยเฉพาะ จุดเด่นที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจคือบาร์หน้าเตาที่ทุกคนจะได้นั่งชมเชฟชาวญี่ปุ่นสะบัดกระทะโชว์ฝีมือการทอดเทมปุระกันแบบคำต่อคำ ได้เห็นกระบวนการทำอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวัตถุดิบลอยอบอวล ช่วยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี เหมาะมากสำหรับการมานั่งคุยสบายๆ สไตล์เดทไนท์หรือสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนสนิท
ในส่วนของเมนูเด็ด แน่นอนว่าเทมปุระแป้งบางกรอบเสิร์ฟร้อนคือตัวชูโรงหลัก แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ท้าให้ลองและขึ้นแท่นเมนูยอดฮิตคือข้าวอบหม้อแบบดั้งเดิมที่เชฟหุงสดใหม่ทุกออเดอร์ ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการปรุงจนได้ข้าวอบหม้อที่ความสุกกำลังพอดี มีหน้าให้เลือกละลานตาถึงแปดแบบด้วยกัน โดยหม้อที่เป็นเมนูในใจหลายคนต้องยกให้หน้าปูม้าคลุกเคล้าไข่ปลาแซลมอน หน้าหอยเม่นปะทะความมันของไข่ปลา หรือสายเนื้อก็มีหน้าวากิวและหน้าปลาไหลญี่ปุ่นผสมเนื้อวากิวระดับพรีเมียมให้ฟินกันแบบเต็มคราบ ปริมาณต่อหม้อนั้นค่อนข้างจุใจสามารถแบ่งกันทานได้หลายคน แถมถ้าทานไม่หมดทางร้านยังมีกิมมิคน่ารักๆ ด้วยการนำข้าวที่เหลือมาปั้นเป็นโอนิกิริให้ห่อกลับบ้านไปอร่อยต่อได้อีกด้วย
งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเช็คอินที่นี่จะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 500 บาทสำหรับจานเดี่ยวไปจนถึง 1,000 บาทขึ้นไปหากเลือกทานเป็นคอร์สโอมากาเสะสุดหรู ร้านนี้จึงตอบโจทย์สุดๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ในการทานข้าวอบหม้อที่ไม่ต้องจำเจอยู่กับร้านอาหารญี่ปุ่นแบบเดิมๆ รวมถึงกลุ่มคนที่อยากเสพทั้งรสชาติอาหารชั้นเลิศและประสบการณ์ความบันเทิงจากฝีมือเชฟระดับพระกาฬไปพร้อมๆ กัน มั่นใจได้เลยว่าจะได้ความประทับใจกลับไปแบบเต็มอิ่มแน่นอน
Tempura NAGAOKA Phrom Phong
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:30 p.m.
- ที่อยู่
111 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/tempura-nagaoka-phromphong/
3. Japanese Kitchen Ant'z
Japanese Kitchen Ant’z เป็นร้านสไตล์อิซากายะที่ตั้งอยู่ในทำเลยอดฮิตอย่างย่านทองหล่อ ตัวร้านออกแบบตกแต่งได้อย่างมีสไตล์แต่ก็ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างดี จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือความครบเครื่องที่มีทั้งโซนที่นั่งโปร่งสบายและห้องส่วนตัวไว้คอยบริการ มอบความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้ไปนั่งชิลล์อยู่ที่โตเกียวหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน เหมาะมากสำหรับการนัดสังสรรค์หลังเลิกงาน ปาร์ตี้กลุ่มเล็ก หรือแม้กระทั่งการออกเดทที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
ความโดดเด่นของรายการอาหารที่นี่คือความหลากหลายที่ผสมผสานเมนูแกล้มเหล้าและจานหลักได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากซูชิคำโต ราเมงรสเข้มข้น และซาชิมิสดใหม่แล้ว เมนูเด็ดสายคาร์บที่ตอกย้ำความเป็นตัวจริงเรื่องข้าวอบหม้อดินสูตรต้นตำรับก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม โดยมีตัวเลือกชวนน้ำลายสออย่างข้าวอบหม้อหน้าปลาแซลมอนและไข่ปลาแซลมอนที่อัดแน่นไปด้วยความหอมมันของเนื้อปลาที่สุกกำลังดีตัดกับความเค็มกลมกล่อมของไข่ปลา หรือจะเป็นข้าวอบหน้าปลาไหลหม้อดินรสหวานละมุนละไม ยิ่งกินคู่กับเมนูซิกเนเจอร์อย่างไก่อบสูตรเฉพาะรสออริจินัลหรือรสเผ็ดร้อน ก็ยิ่งช่วยชูรสชาติให้จัดจ้านและอิ่มท้องขึ้นไปอีกระดับ
สำหรับค่าใช้จ่ายในการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-1,200 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและทำเลใจกลางเมืองทองหล่อ ร้านนี้จึงเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านกินดื่มสไตล์อิซากายะที่มีเมนูข้าวปรุงรสแบบดั้งเดิมให้เลือกสั่งทานควบคู่ไปกับอาหารแกล้มจานอื่นๆ ในบรรยากาศที่สบายๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไป และพร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่นในทุกค่ำคืน
Japanese Kitchen Ant'z
- เวลาทำการ
ทุกวัน 5:00 p.m.-2:00 a.m.
- ที่อยู่
416/4 Soi Sukhumvit 55(Thonglor Klongton, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Umenohana Restaurant Solaria Hotel
Umenohana Restaurant Solaria Hotel ยกระดับการทานอาหารสู่ความพรีเมียมด้วยศาสตร์แห่งไคเซกิขนานแท้ โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งเดินทางสะดวกสบายเชื่อมตรงจากสถานีรถไฟฟ้าอโศกเข้าสู่ตัวโรงแรมได้อย่างง่ายดาย ภายในร้านต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความอบอุ่นตามปรัชญาการบริการแบบโอโมเตะนาชิที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด โครงสร้างพื้นที่เน้นการจัดสัดส่วนให้เป็นห้องรับประทานอาหารแบบส่วนตัว มอบบรรยากาศที่หรูหรา สง่างาม และเปี่ยมด้วยความสงบเงียบ เหมาะสำหรับมื้ออาหารที่เป็นทางการ การเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือการพบปะพูดคุยที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟในระดับสูงสุด
เอกลักษณ์อันเลื่องชื่อของที่นี่คือการสร้างสรรค์เมนูจากเต้าหู้และฟองเต้าหู้สดสูตรเฉพาะที่มีความเนียนนุ่มละมุนลิ้น ทานสลับกับอาหารระดับตำนานอย่างข้าวอบหม้อสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่เสิร์ฟมาร้อนๆ ชวนน้ำลายสอ เมนูเด่นที่จัดว่าเด็ดมากคือข้าวอบหน้าเนื้อวัวคุโรเกะวากิวที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นหอมมันนุ่มนวลอย่างที่สุด หรือจะเป็นข้าวอบหน้าปลาไหลญี่ปุ่นรสชาติกลมกล่อมละเมียดละไม และข้าวอบหน้าปลาแซลมอนโรยไข่ปลาแซลมอนเม็ดโตเคี้ยวกรุบ โดยเมนูข้าวปรุงรสเหล่านี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับซุปมิโซะใส่ฟองเต้าหู้รสเช็งๆ ซดคล่องคอ ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารคาวได้อย่างสมบูรณ์แบบก่อนต่อด้วยของหวานล้างปาก
ในเรื่องของค่าใช้จ่ายสำหรับการมาเปิดประสบการณ์อาหารชุดไคเซกิและอาหารจานเดี่ยวที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาทขึ้นไปตามความพรีเมียมของเซ็ตเมนูที่เลือกสรร ร้านนี้จึงลงตัวเป็นอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นระดับไฟน์ไดนิ่งที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด แฟนพันธุ์แท้เมนูข้าวอบหม้อแบบดั้งเดิมที่ปรุงอย่างประณีต ตลอดจนผู้ที่ต้องการสถานที่ระดับหรูหราเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญร่วมกับครอบครัวหรือบุคคลสำคัญท่ามกลางการดูแลระดับห้าดาวใจกลางสุขุมวิท
Umenohana Restaurant Solaria Hotel
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 6:00 p.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
2nd Floor, No. 1 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. Kemuriya
Kemuriya เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะสุดพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ ความประทับใจแรกคือการดีไซน์หน้าร้านและภายในที่ถอดแบบความงามตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ให้ความรู้สึกสงบและหรูหราไปพร้อมกัน แถมยังมีที่จอดรถบริเวณหน้าร้านคอยอำนวยความสะดวกแบบไม่ต้องวนหาให้หงุดหงิด หัวใจหลักของความอร่อยที่นี่ถูกขับเคลื่อนโดยเชฟฮิโรอากิ ยามาชิตะ หรือเชฟอากิ ผู้สั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานกว่ายี่สิบปี ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมาเต็มไปด้วยความประณีตและการเลือกใช้วัตถุดิบขั้นเทพ
เมื่อพูดถึงจานเด็ดประจำร้าน ข้าวอบหม้อดินคือสิ่งที่ต้องสั่งมาลิ้มลองให้ได้ เมนูระดับซิกเนเจอร์ที่เป็นที่สุดของความพรีเมียมต้องยกให้ข้าวอบหม้อหน้าปูเอจิเซ็น ซึ่งเป็นราชาแห่งปูจากจังหวัดฟุคุอิ เนื้อปูมีความหวานฉ่ำ ละเอียดอ่อนละมุน ลิ้มรสพร้อมกับตัวข้าวที่อบมาได้หนุบหนับเรียงเม็ดสวยกำลังดีในหม้อดินร้อนๆ ตักแบ่งกันทานได้หลายชาม เสิร์ฟเคียงมากับเซตซุปและผักดองตัดเลี่ยน อีกหนึ่งเมนูทางเลือกที่กินง่ายและหอมฟุ้งคือ ข้าวอบหน้าไก่ย่างถ่าน ที่เชฟย่างไก่มาจนหนังกรอบเนื้อในยังคงความฉ่ำ เมล็ดข้าวด้านล่างซึมซับกลิ่นอายความหอมของควันถ่านได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาดื่มด่ำอาหารฝีมือเชฟอากิจะเริ่มตั้งแต่ประมาณ 800 บาทไปจนถึง 1,800 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความพรีเมียมของวัตถุดิบและรูปแบบคอร์สที่เลือกสั่ง ที่นี่จึงเหมาะเจาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดิมที่ยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น ยอดเยี่ยมสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากมาสังสรรค์ในบรรยากาศส่วนตัว หรือคนที่ต้องการดื่มด่ำกับข้าวอบหม้อดินระดับตำนานที่ปรุงจากวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองในวันพิเศษ
Kemuriya
- เวลาทำการ
อ.-อา. 5:00 p.m.-12:00 a.m., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
14/2 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Harakama
Harakama มอบนิยามใหม่ของการรับประทานอาหารญี่ปุ่นในฐานะร้านผู้เชี่ยวชาญด้านคามะเมชิโดยเฉพาะ จุดเริ่มต้นของที่นี่ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดการผสานธาตุทั้งสี่คือดิน น้ำ ลม และไฟ เข้ากับจิตวิญญาณอันแรงกล้า ภายในร้านเน้นการตกแต่งที่จัดโครงสร้างอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดตา แต่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นผ่อนคลายเหมือนได้นั่งพักผ่อนอยู่ในบ้านของตัวเอง จุดเด่นที่ดึงดูดสายตาคือครัวเปิดที่เปิดโอกาสให้เราได้มองเห็นเชฟชาวญี่ปุ่นคอยควบคุมอุณหภูมิและหุงข้าวอบหม้อดินทีละใบอย่างพิถีพิถันด้วยความสมดุลแบบแฮนด์คราฟต์เพื่อส่งมอบสุขภาพและความสุขผ่านอาหารจานเด็ดสู่ผู้มาเยือน
ความน่าสนใจของรายการอาหารคือการคัดเลือกวัตถุดิบชั้นยอดนำมาปรุงร่วมกับน้ำซุปสูตรดั้งเดิมและหุงอย่างประณีตจนได้รสสัมผัสที่ยอดเยี่ยม โดยมีเมนูเด่นทั้งหมดห้าชนิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวัดต่างๆ ทั่วแดนปลาดิบ จานเด็ดระยิบระยับระดับลักชัวรีที่สายเนื้อต้องกรีดร้องคือ Shiga Kamameshi ข้าวอบหม้อหน้าเนื้อโอมิวากิวระดับเอบ้าเกรดพรีเมียมที่นำไปผ่านไฟจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ถัดมาคือ Gifu Kamameshi ข้าวอบหน้าปลาค็อดขาวซอสมิโซะที่ให้รสละมุนลิ้น และ Hokkaido Kamameshi ข้าวอบหน้าหอยเชลล์โฮตาเตะไซส์บิ๊กกับไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีหน้าหอยนางรมฮิโรชิม่าและหน้าไก่ปรุงรสสูตรซิกเนเจอร์ให้ลิ้มลอง โดยทุกเซ็ตจะเสิร์ฟเคียงมากับผักดองและน้ำซุปดาชิสำหรับทำโอชาซึเกะในช่วงท้ายมื้อ
สำหรับการแวะมาทานมื้ออาหารแสนอร่อยที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,500 บาทขึ้นไปตามความหรูหราของวัตถุดิบหลักที่เลือก ร้านนี้จึงจัดเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เข้าใจแก่นแท้ของการทำข้าวอบหม้อแบบดั้งเดิม เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความประณีตทุกขั้นตอน ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบรสชาติอาหารที่ให้ทั้งความอบอุ่นใจ คุณค่าทางโภชนาการ และความอิ่มเอมใจในทุกๆ คำที่ได้สัมผัส
Harakama
- เวลาทำการ
จ., พ.-อา. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 17:00 p.m.-10:00 p.m., ปิดทุกวันอังคาร
- ที่อยู่
37/1 Prasarnmitr Sukhumvit 23 Klongtuey, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
7. Sousaku
Sousaku เติบโตจากร้านซูชิเล็กๆ ย่านอารีย์จนกลายมาเป็นพื้นที่แห่งความอร่อยที่มีถึงห้าสาขาทั่วกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดการปรุงอาหารญี่ปุ่นแบบร่วมสมัยที่กล้าตัดสลับทวิสต์ไอเดียใหม่ๆ เข้าไป บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง สบายตา แฝงความโมเดิร์นที่เข้าถึงง่ายแต่ยังคงสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียด คอนเซ็ปต์การจัดโต๊ะตอบโจทย์การมาล้อมวงกินดื่มอย่างสนุกสนาน จุดเด่นสำคัญคือการรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมกับการตั้งราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้ที่นี่กลายเป็นพิกัดยอดนิยมสำหรับการนัดสังสรรค์ของครอบครัวและกลุ่มเพื่อนอยู่เสมอ
แม้ว่าหลายคนจะติดใจร้านนี้จากชาบูซูกิยากี้น้ำดำสไตล์คันไซอันเข้มข้น หรือซูชิเอโดะมาเอะที่ใช้ข้าวหมักน้ำส้มสายชูแดง แต่บอกเลยว่าเมนูข้าวอบหม้อดินของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร เมนูห้ามพลาดอย่าง Kanimiso Kamameshi เกิดจากการหยิบเอาเทคนิคหม้อร้อนแบบเกาหลีมาผสมผสานกับวัตถุดิบแดนปลาดิบ โดยใช้มันปูขนญี่ปุ่นคลุกเคล้าซึมเข้าเนื้อข้าว รองฐานด้วยไข่กุ้ง ก่อนจะโปะหน้าด้วยเนื้อปูหิมะและไข่ปลาแซลมอน แล้วนำไปตั้งไฟกลางแบบเปิดฝาจงใจให้เมล็ดข้าวด้านล่างมีความเกรียมกรอบและส่งกลิ่นหอมไหม้อ่อนๆ นอกจากนี้ยังมี Unagi Kamameshi ข้าวอบหน้าปลาไหลญี่ปุ่นครึ่งตัวซอสฉ่ำๆ รสชาติหวานเค็มลงตัวเสิร์ฟมาในหม้อดินร้อนระอุให้เลือกฟินกันอีกด้วย
งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาอิ่มอร่อยที่ร้านจะอยู่ที่ประมาณ 600-1,800 บาท ถือเป็นเรทที่คุ้มค่าน่าคบหาเมื่อเทียบกับโลเคชั่นและการคัดสรรวัตถุดิบส่งตรงจากต่างประเทศ พิกัดนี้จึงเหมาะเจาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัยที่มีเมนูสร้างสรรค์ให้เลือกทานหลากหลาย ไม่จำเจอยู่กับกรอบเดิมๆ รวมถึงคนที่อยากลิ้มลองข้าวอบหม้อรสชาติแปลกใหม่ที่มีมิติของความกรุบกรอบและกลิ่นหอมระอุจากการตั้งเตาไฟสดๆ แบบคำต่อคำ
Sousaku
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 12:00 p.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 12:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
39 1 ซอย พหลโยธิน 7 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
8. Shichi Japanese Restaurant
Shichi Japanese Restaurant ถ่ายทอดปรัชญาแห่งความผูกพันหรือคิซึนะผ่านการต้อนรับอย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนในครอบครัว บรรยากาศภายในร้านเน้นความโมเดิร์นหรูหราที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวา จัดสรรพื้นที่นั่งได้อย่างโปร่งสบายและมีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาล้อมวงทานอาหารร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเฉลิมฉลองในครอบครัว การนัดสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง หรือการทานมื้อพิเศษร่วมกับคนรู้ใจ ท่ามกลางการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดจนสัมผัสได้ถึงความจริงใจตั้งแต่ก้าวแรก
ในส่วนของรายการอาหาร แม้ว่าที่นี่จะขึ้นชื่อเรื่องซูชิ โรลแซลมอน และดงบุริหน้าล้นชนิดต่างๆ แต่ถ้าอยากสัมผัสทีเด็ดที่เป็นเมนูลับชวนฟิน ต้องขอยกให้ข้าวอบหม้อดินสูตรพิเศษหอมกรุ่นรสชาติญี่ปุ่นแท้ ซึ่งมีเมนูไฮไลท์ที่จับคู่ความลักชัวรีได้อย่างไร้ที่ติอย่าง Wagyu & Foie Gras Kamameshi ที่นำเนื้อวากิวเบิร์นไฟฉ่ำๆ มาผสานความละมุนกับฟัวกราส์ชิ้นโต คลุกเคล้าเข้ากับข้าวอบร้อนๆ ปรุงรสอย่างกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีหน้าปลาซาบะย่างและหน้าปลาฮามาจิเนื้อหวานแน่น ซึ่งทั้งสองเมนูหลังนี้จะท็อปมาด้วยไข่ปลาเมนไทโกะรสเข้มข้นเพื่อเพิ่มมิติความอร่อยอย่างลงตัว โดยสามารถเลือกสั่งได้ตามพิกัดที่มีให้บริการเฉพาะสาขา
สำหรับงบประมาณในการมาทานอาหารที่ร้าน ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความพรีเมียมของวัตถุดิบและขนาดไซส์ของอาหารที่เลือกสั่ง ร้านนี้จึงจัดเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่มีเมนูหลากหลายและได้มาตรฐานคงที่ในย่านชานเมือง รวมถึงกลุ่มคนที่อยากลิ้มรสข้าวอบหม้อระดับลักชัวรีที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานวัตถุดิบตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างมีเอกลักษณ์ มอบความอิ่มเอมทั้งรสชาติและการบริการที่น่าประทับใจ
Shichi Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.
ส.-อา. 11:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
หมู่ที่15 29,29/1 ทางคู่ขนาน ถนนบางนา-ตราด ตำบล บางแก้ว อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540
9. HIMESHI by Gala Bangkok
HIMESHI by Gala Bangkok ฉีกทุกกฎการกินข้าวแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอประสบการณ์มื้ออาหารในรูปแบบ Theatrical Dining สุดอลังการที่จะพาทุกคนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งแสงสีและเปลวไฟภายในห้องที่มีการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและน่าค้นหา มีการเล่าเรื่องราวผ่านเสียงและภาพอย่างมีชั้นเชิงเสมือนกำลังชมละครเวทีฉากใหญ่ จุดเด่นของที่นี่คือการสลับฉากพรีเซนต์อาหารอย่างประณีต เปลี่ยนมื้อกลางวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความบันเทิงที่น่าประทับใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเปิดหูเปิดตา เสพศิลปะ และดื่มด่ำกับจินตนาการทางรสชาติที่ไม่เหมือนใคร
หัวใจสำคัญของคอร์สอาหารนี้คือการหลอมรวมศิลปะสองแขนงอย่างยากิโมโนะหรือการย่างบนเตาถ่านบินโจตัน เข้ากับเมนูข้าวอบหม้อปรุงสดใหม่แบบหม้อต่อหม้อ โดยเชฟเลือกใช้ข้าวสายพันธุ์คัดพิเศษถึงสามชนิดจากจังหวัดนีงาตะ แหล่งปลูกข้าวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น นำมาครีเอทรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สามสไตล์ให้ได้ลิ้มลอง ได้แก่ ข้าวอบซุปกระดูกปลาที่ผ่านการเคี่ยวนานกว่าแปดชั่วโมงจนงวดเข้าเนื้อ ข้าวอบสามหอยที่ผสมผสานความหวานของหอยตลับ หอยลาย และหอยเชลล์ได้อย่างลงตัว และข้าวอบซอสเห็ดชิตาเกะที่ทวีความหอมฟุ้งด้วยทรัฟเฟิลออยล์ โดยทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมไว้ในคอร์ส Kamashin แก่นแท้แห่งหม้อข้าวที่ชวนให้ทุกคนหลงใหล
เรทราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาสัมผัสคอร์สอาหารสุดพิเศษนี้จะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 ถึง 4,000 บาทขึ้นไป ถือว่าคุ้มค่ามากกับประสบการณ์ระดับลักชัวรีที่หาไม่ได้จากร้านทั่วไป พิกัดนี้จึงเหมาะเจาะที่สุดสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโชว์เคสที่เน้นความคิดสร้างสรรค์แบบไร้ขีดจำกัด คนที่อยากยกระดับการทานข้าวอบหม้อให้กลายเป็นการเสพงานศิลปะชั้นครู ตลอดจนผู้ที่ต้องการสถานที่นัดเดทหรือจัดเลี้ยงในโอกาสพิเศษที่ต้องการความอลังการและสร้างความทรงจำอันน่าตื่นตาตื่นใจในทุกๆ มิติ
HIMESHI by Gala Bangkok
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-4:00 p.m. และ 6:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
28 ซอย สมานฉันท์ พระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
10. KINKI Japanese Progressive Dining and Bar
KINKI Japanese Progressive Dining and Bar ยกระดับการทานอาหารญี่ปุ่นสู่ความร่วมสมัยด้วยสไตล์โมเดิร์นบาร์ที่ผสมผสานจิตวิญญาณแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคนิคการปรุงอาหารศตวรรษใหม่ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยว ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นลุ่มลึกอย่างมีระดับ ทีมงานทุกคนส่งต่อพลังงานและความใส่ใจผ่านการบริการที่ประณีต ทำให้ที่นี่กลายเป็นทั้งพื้นที่ไดนิ่งสุดพรีเมียมและสถานที่แฮงเอาท์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับการมาดื่มด่ำกับค่ำคืนที่พิเศษ ไม่ว่าจะมาเดทกับคนรู้ใจหรือนัดสังสรรค์ชิลล์ๆ กับกลุ่มเพื่อนที่ชื่นชอบความแปลกใหม่
ไฮไลท์เด็ดที่สร้างความฮือฮาและเป็นจานซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคือ 7 Crowns Kamameshi เมนูข้าวปรุงรสระอุในหม้อร้อนที่รวบรวมเอาสุดยอดอัญมณีแห่งท้องทะเลญี่ปุ่นถึงเจ็ดชนิดมาไว้ในที่เดียว นำทัพโดยปลากินกิจากฮอกไกโด ปูทาราบะ ปูซูไว บาฟุนอูนิ หอยเชลล์โฮตาเตะไซส์ยักษ์ ไข่ปลาแซลมอน และไข่ปลาบิน คลุกเคล้าเข้ากับข้าวอบหม้อที่ราดด้วยซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้าน ซึ่งเชฟนำก้าง ตับ และหัวปลากินกิไปซูวีนานถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เคี่ยวรวมกับเปลือกกุ้ง เปลือกปู และกังป๋วยจนได้น้ำซอสที่เข้มข้น มอบมสถิติรสชาติแห่งท้องทะเลที่ลึกซึ้งฉ่ำนัวในทุกคำ
สำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบโมเดิร์นที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาทขึ้นไป สอดคล้องกับความพรีเมียมและความยากในการเสาะหาวัตถุดิบระดับโกลด์คลาส ร้านนี้จึงตอบโจทย์สุดๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารแนวโปรเกรสซีฟที่กล้าฉีกกรอบเดิมๆ และอยากลิ้มลองข้าวอบหม้อในเวอร์ชันที่ลักชัวรีขั้นสุด รวมถึงกลุ่มคนที่ต้องการสัมผัสรสชาติอาหารที่มีมิติซับซ้อนน่าค้นหา ควบคู่ไปกับการนั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดท่ามกลางบรรยากาศบาร์สุดเลิศรสใจกลางเมือง
KINKI Japanese Progressive Dining and Bar
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00 a.m.-11:00 p.m.
ส.-อา. 11:30 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
Ascott Thonglor Bangkok 1 ซอย สุขุมวิท 59 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
11. OKO Japanese Pot Rice
OKO Japanese Pot Rice เป็นพิกัดข้าวอบหม้อร้อนเปิดใหม่ล่าสุดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านสยามสแควร์ซอย 9 ตัวร้านต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ละมุนตา สบายใจสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สายกินต้องหลงรักคือชื่อร้านที่แปลว่าข้าวกรอบสีทอง ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในการหุงข้าวให้ได้เลเยอร์ความกรอบเกรียมบริเวณก้นหม้อแบบพอดิบพอดี เคี้ยวสนุกและส่งกลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจ ถือเป็นกิมมิคเด็ดสำหรับสมาคมคนรักลัทธิก้นหม้อที่แท้จริง เหมาะสำหรับการมานั่งกินลมชมวิวคุยกันสบายๆ ในวันหยุดพักผ่อน
สำหรับรายการอาหารที่นี่เน้นจัดเสิร์ฟเป็นเซ็ตคามะเมชิสุดคุ้มที่มาพร้อมเครื่องเคียงแบบจัดเต็ม ทั้งซุปดาชิ สลัด ไข่หวาน และผักดอง เมนูแนะนำที่จัดว่าเด็ดและเป็นขวัญใจมหาชนต้องยกให้ข้าวอบหมูสามชั้นตุ๋นแปดชั่วโมงที่เนื้อหมูนุ่มละลายในปากฉ่ำซอสสูตรซิกเนเจอร์ หรือสายเนื้อก็มีข้าวอบเนื้อวากิวหั่นเต๋าชิ้นโตเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวอบหม้อหน้าทะเลให้เลือกฟินอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นข้าวอบปูซูไว ข้าวอบหอยเป๋าฮื้อราดซอสตับ และข้าวอบปลาแซลมอนรสกลมกล่อม ทานคู่กับของทานเล่นอย่างทาโกยากิราดซอสเมนไทโกะหรือโคร็อกเกะครีมปูก็เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ
ในส่วนของงบประมาณในการเช็คอินความอร่อย ราคาเริ่มต้นจับต้องได้ง่ายมากๆ เพียง 299 บาทไปจนถึง 600 บาทโดยประมาณต่อเซ็ต ทำให้เรทเฉลี่ยต่อหัวสบายกระเป๋าอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเทียบกับทำเลทำทอง พิกัดนี้จึงตอบโจทย์สุดๆ สำหรับกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา และคนทำงานที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นนั่งสบายใจกลางสยาม รวมถึงคนที่อยากเปิดใจลิ้มลองความแปลกใหม่ของข้าวอบหม้อดินที่เน้นเครื่องแน่นๆ ข้าวหอมนุ่ม และมีความกรอบกรุบตรงก้นหม้อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
OKO Japanese Pot Rice
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
สยามสเเควร์ 432 ซอย สยามสแควร์ 9 ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
12. Tsubohachi Thailand
Tsubohachi Thailand พร้อมเสิร์ฟกลิ่นอายความอร่อยระดับตำนานในฐานะร้านกินดื่มสไตล์อิซากายะอันดับหนึ่งที่ส่งตรงมาจากฮอกไกโด ด้วยประวัติศาสตร์การมอบความสุขผ่านมื้ออาหารมาอย่างยาวนานกว่าห้าสิบสองปี บรรยากาศภายในร้านเน้นความคึกคัก มีชีวิตชีวา ตกแต่งด้วยไม้ระแนงและโคมไฟญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองอย่างถึงที่สุด โดดเด่นด้วยพื้นที่นั่งที่มีให้เลือกหลากหลายโซน ตอบโจทย์ทั้งการมานั่งพักผ่อนคุยกันสบายๆ หรือการปาร์ตี้แฮงเอาท์หลังเลิกงาน เมนูส่วนใหญ่จะเน้นความหลากหลายและใช้วัตถุดิบสดใหม่จากทะเลเหนือเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับอย่างแท้จริง
รายการอาหารของที่นี่ตระการตาไปด้วยเมนูของกินเล่น ซาชิมิ แฮนด์โรลคำโต และชุดข้าวหน้าดงบุริต่างๆ แต่ถ้าอยากลิ้มลองความพรีเมียมขั้นสุดชวนน้ำลายสอ ต้องสั่งเมนูข้าวอบหม้อดินที่เสิร์ฟมาในหม้อโดนาเบะร้อนระอุจนควันฉุย จานเด็ดประจำเทศกาลที่ทุกคนไม่ควรพลาดคือ ข้าวอบโดนาเบะปูทาราบะและคานิมิโสะ (Tarabagani & Kanimiso Donabe Gohan) ซึ่งเป็นการผสมผสานความลักชัวรีอย่างลงตัวระหว่างเนื้อปูทาราบะรสหวานฉ่ำ คลุกเคล้าเข้ากับมันปูคานิมิโสะรสชาติเข้มข้นหอมมัน เพิ่มมิติความอร่อยด้วยการท็อปไข่ปลาแซลมอนเม็ดโตเคี้ยวกรุบ ยิ่งตอนเปิดฝาหม้อออกมาแล้วคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน กลิ่นหอมของข้าวและมันปูจะยิ่งโชยเตะจมูกชวนฟินแบบเต็มคำ
ในเรื่องของระดับราคา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-1,200 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเมนูอะลาคาร์ททั่วไปหรือจัดเต็มกับเซ็ตวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาล ร้านนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ลงตัวอย่างมากสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศสนุกสนาน มีเมนูให้เลือกชิมครบทุกหมวดหมู่ รวมถึงกลุ่มคนที่อยากลิ้มรสความอลังการของข้าวอบหม้อปรุงสดใหม่สไตล์ฮอกไกโดที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูและมันปูเน้นๆ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ
Tsubohachi Thailand
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 10:30 a.m.-9:30 p.m.
ส.-อา. 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
Future Park Rangsit, 2nd Floor, No. 94, ถ. พหลโยธิน อำเภอธัญบุรี 12130
13. Yayoi
Yayoi ตอบโจทย์ความสะดวกสบายด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมตามศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ ทำให้การเข้าถึงรสชาติสไตล์ญี่ปุ่นกลายเป็นเรื่องง่ายในทุกๆ วัน บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง สว่าง สะอาดสะอ้าน และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์ร้านอาหารครอบครัว จุดเด่นสำคัญคือการใช้ระบบเทคโนโลยีสั่งอาหารผ่านหน้าจอทัชสกรีนประจำโต๊ะที่สะดวกรวดเร็วทันใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศในช่วงพักเที่ยงอันเร่งรีบ วัยรุ่นที่มาเดินเล่น หรือการพาสมาชิกในบ้านมาล้อมวงทานมื้ออร่อยร่วมกันอย่างผ่อนคลาย
ความพิเศษในรอบนี้คือโปรโมชั่นสุดว้าวที่พร้อมเสิร์ฟความฟินให้สายกินได้เปิดหม้อลิ้มลองคามะเมชิต้นตำรับที่มีให้เลือกสรรถึงห้าเมนู โดยแบ่งเป็นข้าวอบหม้อสามรสชาติเบสหลักๆ อย่างข้าวอบหน่อไม้สไตล์ญี่ปุ่นไก่เทอริยากิรสหวานเค็มละมุนลิ้น ข้าวอบเห็ดสไปซี่สเต๊กไก่เนื้อนุ่มรสจัดจ้าน ข้าวอบแซลมอนเทอริยากิที่ได้เนื้อปลาชิ้นโต และข้าวอบเห็ดสไปซี่สุกี้ยากี้ที่มีให้เลือกทั้งเนื้อหมูและเนื้อวัวสไลด์บาง ความเก๋คือทุกชุดจะมาพร้อมเครื่องเคียงชุดใหม่แบบจัดเต็ม ทั้งไข่ออนเซ็น เต้าหู้ ผักดอง และน้ำซุปดาชิร้อนๆ ในเหยือก ทำให้เลือกอร่อยได้ถึงสองสไตล์ จะทานแบบข้าวอบทรงเครื่องแห้งๆ หรือจะเทซุปดาชิลงไปเปลี่ยนเป็นข้าวต้มโอชาซึเกะก็ซดคล่องคอ
สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ราคาย่อมเยาและเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงินมากๆ เริ่มต้นเพียง 199 บาทไปจนถึ 329 บาทต่อเซ็ตเท่านั้น ส่งผลให้เรทเฉลี่ยต่อหัวจัดอยู่ในเกณฑ์ที่คุ้มค่าน่าคบหาเมื่อเทียบกับคุณภาพและการจัดชุดอาหาร พิกัดนี้จึงเหมาะเจาะที่สุดสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน และครอบครัวที่กำลังมองหาอาหารจานด่วนที่ได้มาตรฐานรสชาติคงที่ เดินทางสะดวก รวมถึงกลุ่มคนที่อยากลิ้มลองมิติใหม่ของข้าวอบหม้อปรุงสดที่พลิกแพลงวิธีกินได้หลากหลายแบบในราคาที่สบายกระเป๋าขั้นสุด
Yayoi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
444 ถ. พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
14. HOU YUU
HOU YUU ส่งต่อประสบการณ์ความอร่อยตามแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมผ่านการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติที่ส่งตรงจากต่างประเทศอย่างพิถีพิถัน บรรยากาศภายในร้านสะท้อนความประณีต หรูหรา แต่แฝงไว้ด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง มอบความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายในทุกสัมผัส จุดเด่นของที่นี่คือความใส่ใจในรายละเอียดของอาหารทุกจาน ตั้งแต่ซาชิมิสดใหม่ ซูชิคำโต ไปจนถึงเมนูชาบูและสุกียากี้รสเลิศ เหมาะสำหรับการเป็นพิกัดนัดหมายในโอกาสพิเศษ มื้อเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ หรือการรวมตัวกันของครอบครัวที่ต้องการดื่มด่ำกับรสชาติแท้ๆ ของญี่ปุ่น
รายการอาหารชูโรงที่สายข้าวอบห้ามพลาดเด็ดขาดคือเมนูปะทะความร้อนในหม้อดินที่หุงสดใหม่แบบหม้อต่อหม้อด้วยซุปดาชิสูตรเฉพาะ จานเด่นที่เป็นไฮไลท์คือ Gindara Saikyo Yaki Kamameshi ข้าวอบหม้อหน้าปลาหิมะย่างซอสไซเกียวมิโสะที่เนื้อปลานุ่มละลายในปากฉ่ำซอสรสหวานเค็มกลมกล่อม หรือจะเป็น Salmon Saikyo Yaki Kamameshi ที่ใช้เนื้อปลาแซลมอนหมักซอสสูตรดั้งเดิมย่างจนหอมกรุ่นตัดสลับความกรุบฟินด้วยไข่กุ้ง นอกจากนี้ยังมีเมนูสุดลักชัวรีอย่าง Ichibo Wagyu Abura Kama Chahan ข้าวผัดมันเนื้อวากิวอิจิโบะชิ้นหนานุ่มท็อปด้วยไข่แดงดิบเยิ้มๆ และกระเทียมเจียวฝานบางที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจตั้งแต่คำแรก
สำหรับงบประมาณในการมาลิ้มลองอาหารจานหรูที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 800-2,000 บาทขึ้นไป สอดคล้องกับระดับความพรีเมียมของวัตถุดิบที่ใช้ปรุง ร้านนี้จึงตอบโจทย์เป็นอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวครอบครัวระดับไฟน์ไดนิ่งที่ให้ความสำคัญกับความสดใหม่และรสชาติสไตล์ดั้งเดิมอันละเมียดละไม รวมถึงแฟนพันธุ์แท้ที่อยากเปิดโลกความอร่อยของข้าวอบหม้อดินที่ผสานศาสตร์แห่งการเคี่ยวน้ำซุปดาชิและการย่างปลาซอสซึมลึกเข้าเนื้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ
HOU YUU
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
Unit 2345, Floor 3 The Storeys One Bangkok 1877 ถ. พระรามที่ 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
15. OJI.bkk
OJI.bkk เปิดมิติใหม่แห่งการรับประทานอาหารญี่ปุ่นด้วยการผสมผสานบาร์โอมากาเสะสุดโมเดิร์นเข้ากับสไตล์การกินดื่มที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความน่านั่ง ผ่อนคลาย และเป็นกันเองอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในความเรียบง่ายนั้นกลับซ่อนความประณีตตามแบบฉบับดั้งเดิมเอาไว้ในทุกขั้นตอน จุดเด่นของที่นี่คือการเชื่อมโยงระหว่างเชฟและผู้มาเยือนผ่านหน้าบาร์ยาวที่เผยให้เห็นเทคนิคการทำอาหารชั้นสูงอย่างใกล้ชิด นับเป็นพิกัดที่ลงตัวอย่างมากสำหรับการนัดมาเสพความอร่อยแบบชิลล์ๆ ในเย็นวันศุกร์ หรือการเฉลิมฉลองกลุ่มเล็กที่ต้องการความพรีเมียมในราคาจับต้องได้
รายการจานเด็ดที่ท้าให้มาเปิดโลกความอร่อยคือคามะเมชิสูตรพิเศษที่ใช้ข้าวสามสายพันธุ์ระดับท็อปจากเมืองนีงาตะ นำมาหุงในหม้อดินพร้อมกับเห็ดหลากชนิดด้วยน้ำสต็อคดาชิเคี่ยวกระดูกปลาจนได้ความหอมซึมลึกเข้าเมล็ดข้าว เมนูเด่นที่หลายคนยกนิ้วให้มีทั้ง Salmon Hotate Meshi หน้าปลาแซลมอนคู่หอยเชลล์โฮตาเตะหวานฉ่ำ Unagi Meshi หน้าปลาไหลเนื้อหนานุ่ม และตัวท็อปอย่าง Hokkaido Meshi รวมถึง Wagyu Meshi ที่สายเนื้อต้องหลงรัก ยิ่งไปกว่านั้นทางร้านยังมีหน้าลักชัวรีอย่างชูโทโร่ ชิมะอาจิ ปลาซันมะ อังกิโมะเนื้อเนียน และหอยเป๋าฮื้อชิ้นยักษ์ให้เลือกสั่ง โดยในช่วงท้ายยังสามารถเติมน้ำซุปร้อนๆ เปลี่ยนเป็นข้าวต้มโอชาซึเกะเพิ่มความคล่องคอได้อีกด้วย
สำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ร้านแห่งนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 600 บาทสำหรับจานเดี่ยว ไปจนถึง 1,500-3,000 บาทหากเลือกสั่งเป็นคอร์สโอมากาเสะเต็มรูปแบบ ร้านนี้จึงตอบโจทย์แบบสุดๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวร่วมสมัยที่เสิร์ฟทั้งซูชิคำโตและเมนูข้าวอบหม้อดินที่โดดเด่นด้วยการเคี่ยวน้ำซุปดาชิสูตรเข้มข้นจนเมล็ดข้าวมีความฉ่ำนัวไม่ซ้ำใคร ท่ามกลางบรรยากาศชิคๆ คูลๆ
OJI.bkk
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
50 ซ งามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านพาร์เฟต์ (Parfait) เมนูไอศกรีมหวานเย็นดับร้อนสไตล์ญี่ปุ่น
25.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- สมุทรปราการ
- นนทบุรี
- บทความพิเศษ
7 ร้านอาหารญี่ปุ่นเครือมากุโระกรุ๊ป (MAGURO Group) อาหารระดับพรีเมียมที่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น
21.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านเทปปันยากิ (Teppanyaki) เสิร์ฟความฟินจากเตาร้อนถึงจาน
18.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- อื่นๆ
- สมุทรปราการ
- เชียงใหม่
- ชลบุรี
- บทความพิเศษ
10 ร้านแซนด์วิชทอดไส้ทะลัก (Age Sando) แซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาหน้าทาน
13.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
มอนจายากิ (Monjayaki) คืออะไร แนะนำ 4 ร้านมอนจายากิอันเป็นเอกลักษณ์
10.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านแฮมเบิร์ก (Hamburg) เนื้อวากิวฉ่ำซอส อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น
09.04.2026