10 ร้านราเมงซุปไพตัน (Paitan Ramen) ซุปขาวขุ่นสุดกลมกล่อม

07.06.2026 (Updated: 08.06.2026)
10 ร้านราเมงซุปไพตัน (Paitan Ramen) ซุปขาวขุ่นสุดกลมกล่อม

สำหรับคนรักเส้นที่กำลังมองหารสชาติความฟินแบบเต็มพิกัด เมนูราเมงน้ำซุปสีขาวนวลชวนน้ำลายสอคือคำตอบที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกพิกัด 10 ร้านราเมงซุปไพตันเด็ดๆ รอบกรุงที่คัดสรรมาแล้วว่าทำถึง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมนัวคอลลาเจนแบบเน้นๆ ซดร้อนๆ คล่องคอชื่นใจ เตรียมสมุดจดลิสต์แล้วตามไปตะลุยกินกันได้เลย

1. Rockmen 69men

Rockmen 69men หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ 69Men Bangkok เป็นร้านคราฟต์ราเมงและสึเคเมนสุดฮอตที่สายกินเส้นในกรุงเทพฯ ต่างพากันมาต่อคิว ตัวร้านมีเอกลักษณ์ด้วยการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเอง สามารถนั่งดูเชฟปรุงอาหารอย่างตั้งใจชามต่อชาม บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความกระฉับกระเฉงและการบริการที่รวดเร็วทันใจเป็นมิตร จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันในการเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมูและซุปไก่ที่เข้มข้นจนได้รสชาติที่ลุ่มลึก ทานคู่กับเส้นราเมงที่มีความเหนียวนุ่มเด้งสู้ฟัน รวมถึงการมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลมาคอยเซอร์ไพรส์คนรักราเมงอยู่เรื่อยๆ

ในส่วนของเมนูเด็ดที่อยากแนะนำให้ลองคือ Shoyu Paitan Ramen ชามนี้เป็นไพตันราเมงที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ตัวน้ำซุปมีลักษณะเป็นเนื้อโฟมมี่ละเอียดนุ่มละมุนละไม ให้รสชาติที่เค็มกำลังดีและมีความกลมกล่อม หอมกลิ่นไก่แบบชัดเจน ซดแล้วไม่รู้สึกเลี่ยนเลย ตัวเส้นเลือกใช้เส้นขนาดเล็ก ตรงตามสไตล์ดั้งเดิม ลวกมาในระดับที่พอเหมาะทำให้เคี้ยวสนุก ท็อปปิ้งมาพร้อมกับอกไก่ชาชูที่นุ่มละมุนลิ้น และไข่ต้มยางมะตูมรสชาติเข้มข้น หรือถ้าใครชอบแนวอื่น ในเมนูก็ยังมี Shio Paitan รสละมุน รวมถึงเมนูซุปใสและข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือกสั่งมาทานคู่กันอีกด้วย

สำหรับงบประมาณในการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ร้านนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 390-600 บาท โดยราคาของเมนูราเมงซุปข้นอย่าง Shoyu Paitan และ Shio Paitan จะอยู่ที่ชามละ 390-410 บาท ซึ่งราคาอาหารในเมนูยังไม่รวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูงตามสไตล์ร้านคราฟต์พรีเมียม แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของวัตถุดิบและรสชาติน้ำซุปโฟมมี่ที่นุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์แล้ว ก็นับว่าเป็นพิกัดที่คุ้มค่าน่าลองสำหรับสายซุปขุ่นอย่างแท้จริง

Rockmen 69men

เวลาทำการ

จ.-ศ. 12:00 p.m.-2:30 p.m. และ 6:00 p.m.-12:00 a.m.

ส.-อา. 12:00 p.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

44 11 Soi Akapat Sukhumvit 55 Rd, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/rockmen-69men/

2. Mensho Tokyo

Mensho Tokyo เป็นร้านราเมงสไตล์ฟิวชั่นจากโตเกียวที่ขยับขยายมาเปิดสาขาในกรุงเทพฯ พร้อมนำเสนอแนวคิดแบบฟาร์มทูโบวล์ (Farm to Bowl) มาให้คนรักเส้นได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในร้านจะรู้สึกถึงความร่วมสมัยและเป็นกันเอง มีโซนครัวเปิดให้นั่งดูเชฟปรุงอาหารและนวดเส้นโฮมเมดสดใหม่ที่โม่แป้งสาลีชั้นดีจากหลากหลายแหล่งกันแบบวันต่อวันอย่างเพลิดเพลิน จุดเด่นที่น่าประทับใจคือไอเดียในการผสมผสานรสชาติดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

ใครที่ชอบความเข้มข้นขีดสุดต้องถูกใจเมนูคลาสสิก โทริไพทัน (Classic Tori Paitan) เมนูซิกเนเจอร์ขายดีที่ใช้น้ำซุปไก่ข้นคลักเคี่ยวจากไก่ทั้งตัวจนได้ความนัวอุมามิแบบคอลลาเจนเน้นๆ สามารถเลือกความเข้มข้นได้ซึ่งเราลองแบบข้นมากคือหอมฟินสุดๆ ตัวน้ำซุปซึมเข้าเส้นสดหยักหนานุ่มหนึบกำลังดี เคียงคู่มากับหมูชาชูชิ้นหนาสะใจที่นุ่มละลายแต่มีมันแทรกเยอะหน่อย พร้อมเครื่องแน่นๆ อย่างหน่อไม้โฮซากิ ปวยเล้ง ต้นหอม กะหล่ำปลี ตัดรสด้วยซอสปลาคัตสึโอะแห้งและโชยุหมัก หรือจะเปลี่ยนฟีลมาเติมความสดชื่นรับซัมเมอร์กับ สไปซี่ โทริไพทัน (Spicy Tori Paitan) ไพตันราเมง รสจัดจ้านที่ตัดความนุ่มนวลของซุปไก่ด้วยความร้อนแรงของเครื่องเทศก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ส่วนสายจุ่มต้องลอง โทริไพทัน สึเคเมน (Tori Paitan Tsukemen) ที่เสิร์ฟเส้นหนาเคี้ยวสู้ฟันให้คีบไปจุ่มในซุปไก่สุดเข้มข้น ได้รสชาติล้ำลึกเต็มอิ่มในทุกคำ

สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทขึ้นอยู่กับเมนูราเมงที่เลือกและเครื่องเคียงเพิ่มเติม ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียม เส้นสดที่ทำด้วยความพิถีพิถัน และความเข้มข้นของน้ำซุปที่หาได้ยาก

Mensho Tokyo

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-9:30 p.m.

ที่อยู่

571 อาร์เอสยู ทาวเวอร์ (RSU Tower) ห้อง G-03 ชั้น G แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Hachicken Ramen

Hachicken Ramen เป็นร้านราเมงที่ส่งตรงรสชาติดั้งเดิมจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยกันแบบไม่ต้องบินไปไกล โดยจุดเด่นของร้านนี้คือการยกระดับเมนูสัตว์ปีกด้วยเทคนิคการปรุงที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโปร่งสบายและกว้างขวาง อย่างพิกัดที่เดินทางสะดวกเช่น สาขา Terminal 21 อโศก บริเวณชั้น 4 ตัวร้านค่อนข้างใหญ่ มีการแบ่งโซนที่นั่งออกเป็นสองฝั่งอย่างเป็นสัดส่วน เหมาะทั้งกับการมานั่งกินข้าวชิลๆ คนเดียว หรือจะพากลุ่มเพื่อนมากินมื้ออร่อยร่วมกันก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสาขาอื่นๆ อย่าง Emsphere และ One Bangkok ที่เดินทางสะดวกไม่แพ้กัน

เมนูไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดเลยก็คือ Paitan Ramen Special หรือ เมนูไพตันราเมงแบบพิเศษที่จัดเต็มเครื่องมาให้แบบครบครัน น้ำซุปไพตันของที่นี่โดดเด่นเรื่องความหอมมัน รสสัมผัสมีความครีมมี่นัวๆ ซดแล้วคล่องคอชื่นใจ โดยความพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือเนื้อสัตว์ที่ท็อปปิ้งมาด้านบน ที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อไก่และเนื้อเป็ดที่ผ่านกระบวนการซูวีจนได้ความนุ่มละมุนลิ้น ไม่เหนียวเลยแม้แต่น้อย เสิร์ฟเคียงคู่มากับไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ ต้นหอม และหอมแดงหั่นเต๋าเพิ่มมิติรสชาติ หรือถ้าใครอยากลองแบบแยกเฉพาะเจาะจง ก็มีให้เลือกสั่งทั้ง Paitan Ramen Chicken และ Paitan Ramen Duck ที่สำคัญถ้าใครเป็นสายชอบรสจัดจ้าน บนโต๊ะก็มีเครื่องปรุงให้เติมรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ได้ตามใจชอบอีกด้วย

เรื่องความคุ้มค่าต้องยกให้เป็นอันดับต้นๆ เพราะราคาอาหารจับต้องได้ง่ายมาก มีเมนูเริ่มต้นเพียงแค่ชามละ 99 บาทเท่านั้น หากสั่งเป็นเซตเมนูพิเศษหรือเพิ่มของกินเล่นอื่นๆ เข้าไปด้วย ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 150-250 บาท ถือเป็นไพตันราเมงคุณภาพเยี่ยมในราคาสบายกระเป๋า ตอบโจทย์คนที่อยากกินราเมงซุปไก่และเป็ดสูตรเข้มข้นต้นตำรับจากญี่ปุ่นในราคาที่สมเหตุสมผล สามารถแวะมาฝากท้องได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน

Hachicken Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Unit 4022A, 4th floor, 88 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. Menya Itto

Menya Itto เป็นร้านราเมงชื่อดังระดับท็อปจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตในการคัดสรรวัตถุดิบ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเรียบหรู อบอุ่น และแฝงไปด้วยความพิถีพิถันสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีการจัดวางที่นั่งที่เอื้อให้ได้ดื่มด่ำกับอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือความไม่หยุดนิ่งในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่มักจะเซอร์ไพรส์คนรักเส้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะการหยิบเอาวัตถุดิบระดับพรีเมียมมาเคี่ยวเป็นเวลานานจนได้น้ำซุปที่มีมิติรสชาติลุ่มลึกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่หาทานจากร้านอื่นได้ยาก

เมนูที่สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้มาเยือนคือ Uzura Paitan Ramen หรือราเมนไพตันนกกระทา ตัวน้ำซุปเคี่ยวจากนกกระทาจนข้นคลักเต็มไปด้วยคอลลาเจน ผสานกลิ่นอายพิเศษของพริกจากฝรั่งเศส กระเทียม และน้ำมันยี่หร่า ชูรสชาติให้หอมอบอวลจับใจ เสิร์ฟคู่กับเนื้อนกกระทาชาชูที่เนื้อแน่นเคี้ยวสนุก ไข่นกกระทาต้มรสละมุน เมนมะหรือหน่อไม้ และต้นหอม ความเก๋อยู่ตรงที่ทางร้านเลือกใช้ลูกพลับแห้งและส้มมาช่วยเติมความหวานละมุนแทนการตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวแบบเดิมๆ ส่วนตัวเส้นจะใช้แบบที่มีปริมาณน้ำต่ำทำให้มีความแข็งกรุบกำลังดี ไม่บวมน้ำ ยิ่งพอซดพร้อมซุปยิ่งเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ ทางร้านใช้เวลาเคี่ยวน้ำซุปไพตันนานกว่า 8 ชั่วโมงในทุกวัน เสิร์ฟพร้อมเส้นหยักและท็อปปิ้งชั้นดีให้เลือกฟิน นับเป็นเมนูไพตันราเมงที่สร้างความประทับใจได้ตั้งแต่มื้อแรกที่ได้ลอง

สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-700 บาท โดยเมนูราเมนไพตันนกกระทาจะอยู่ที่ชามละ 390 บาท แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูงกว่าร้านทั่วไปอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าด้านวัตถุดิบที่แปลกใหม่ ความพิถีพิถันในกระบวนการทำซุป และชื่อเสียงระดับสากลแล้ว ถือเป็นราคาที่คนรักราเมงสายลึกยอมจ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์ความอร่อยที่ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน

Menya Itto

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-8:30 p.m.

ที่อยู่

ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์ (เกษรวิลเลจ) อาคารใหม่ 127 ถ. ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Yume Ramen

Yume Ramen เป็นพิกัดที่คนรักเส้นสายครีเอทีฟไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะที่นี่โดดเด่นด้วยการนำเสนอราเมงซุปข้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์และวัตถุดิบชั้นเลิศเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความใส่ใจและพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง เหมาะกับการนั่งละเมียดละไมไปกับเรื่องราวในแต่ละชาม จุดเด่นของร้านนี้คือการกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดแบบเดิมๆ ด้วยการรังสรรค์เมนูมาสเตอร์พีซใหม่ๆ ที่หยิบยกเอาวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียมมาตีความและพรีเซนต์ในรูปแบบที่หลากหลาย ทำให้ทุกครั้งที่แวะมาจะได้สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยที่น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่อยู่เสมอ

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ทุกคนได้ลองคือ Yume Paitan Ramen ราเมงซุปไก่ข้นกำลังดีที่ได้ไอเดียมาจากซุปเห็ด รสชาติกลมกล่อมนวลๆ ซดได้เรื่อยๆ แบบไม่หนักเกินไป ท็อปด้านบนด้วยชาชูไก่ทาซอสเบิร์นไฟจนหอม พร้อมผักและเห็ดทอดกรุบกรอบ แต่ถ้าใครอยากสัมผัสความเหนือระดับขึ้นไปอีก ต้องจัด KANI PAITAN เมนู ไพตันราเมง เบสซุปปูสูตรลับที่เคี่ยวจนหอมมันนวลเป็นพิเศษ จับคู่กับปูหลากหลายรสสัมผัส ทั้งปูนิ่มทอดกรอบ เนื้อปูม้าสดหวาน และเจลลี่ปูเนื้อละมุน หรือจะเลือกเสริมความหรูหราด้วยออปชันปูนิ่มทอดซอสผงกะหรี่มันปูและมะนาวคาเวียร์ (Caviar Lime) ก็ฟินไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมี KAMO PAITAN ซุปเป็ดขาวข้นเนื้อเนียนรสลุ่มลึกที่เสิร์ฟพร้อมเป็ดรมควันเนื้อชมพูฉ่ำและหมูกรอบ พร้อมจุดไฟอบเชยเพิ่มความหอมโอบล้อมชวนประทับใจ

ในส่วนของช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 350-800 บาทขึ้นไป โดยเมนูเริ่มต้นอย่างราเมงซุปไก่ตัวดังจะอยู่ที่ชามละ 348 บาท ส่วนเมนูพรีเมียมสายปูจะเริ่มต้นที่ 580 บาท และขยับไปถึง 780 บาทสำหรับชุดจัดเต็ม แม้ราคาจะค่อนข้างอยู่ในระดับพรีเมียม แต่เมื่อเทียบกับความแปลกใหม่ของวัตถุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ในองค์ประกอบของอาหาร และรสชาติซุปไพตันที่ลุ่มลึกไม่ซ้ำใครแล้ว ถือเป็นมื้ออาหารที่คุ้มค่าและคู่ควรแก่การมาเปิดประสบการณ์สักครั้ง

Yume Ramen

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.

ส.-อา. 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

1st Floor next to, 18 Sukhumvit 61 (Setthabut, ถนน เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. Sendo Ramen

Sendo Ramen เป็นร้านราเมงที่ยึดมั่นในอุดมคติของการทำอาหารที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น ช่วยให้เราสามารถจดจ่อกับรสชาติที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นอันเป็นหัวใจสำคัญของร้านนี้คือการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมมาถ่ายทอดแก่นแท้ของรสชาติแบบดั้งเดิมโดยไม่มีการปรุงแต่งใดๆ ที่สำคัญคือคนรักสุขภาพต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะราเมงทุกชามของที่นี่การันตีว่าปราศจากผงชูรส ทำให้เราสามารถซดน้ำซุปได้อย่างสนิทใจ ได้รับรสความกลมกล่อมจากวัตถุดิบธรรมชาติอย่างแท้จริง

เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องสั่งคือ Signature Tori Paitan Ramen ไพตันราเมงซุปกระดูกไก่เข้มข้นรสชาติอร่อยแบบตะโกน ความพิเศษของน้ำซุปชามนี้คือการใช้เวลาเคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง จนได้เนื้อสัมผัสที่ข้นหนืดสะใจ รสชาติหนักแน่นเต็มคำแต่ทิ้งท้ายด้วยความนุ่มนวลละมุนลิ้นแบบครีมมี่สุดๆ ในชามจะท็อปปิ้งมาด้วยเครื่องเคราแบบจัดเต็ม ทั้งหมูสามชั้นตุ๋น หมูสันคอซูวีรมควันไม้ซากุระ หมูสันนอกซูวีรมควันไม้ลูกแพร หน่อไม้โกคุบุโตะ ต้นหอม เห็ดเข็มทองทอด และพริกแดงแห้งหั่นฝอย แถมความพิเศษของชามซิกเนเจอร์นี้จะมีการเพิ่มอกไก่ซูวี อกเป็ดซูวี และซอสสไปซี่เมนไทโกะสูตรเฉพาะเข้ามาช่วยเพิ่มมิติความอร่อยให้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ส่วนใครที่อยากลองแบบคลาสสิกก็มีเมนู Tori Paitan Ramen รุ่นปกติให้เลือกสั่งเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 340-500 บาท โดยเมนูราเมงซุปกระดูกไก่แบบเริ่มต้นจะอยู่ที่ชามละ 339 บาท ส่วนชามซิกเนเจอร์เครื่องแน่นจะอยู่ที่ 389 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าบริการ นอกจากนี้ถ้าใครอยากเพิ่มไข่อาจิตามะ เปลี่ยนเป็นเส้นโฮมเมด หรือเพิ่มเส้น ก็สามารถสั่ง add-on เพิ่มเติมได้ในราคาเบาๆ ถือเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับความพิถีพิถันและวัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่ทางร้านมอบให้ในทุกชาม

Sendo Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-8:00 p.m.

ที่อยู่

SENDO RAMEN, 4F Thaniya Building, 52 ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

7. Kataru by the Slurp Brothers

Kataru by the Slurp Brothers เป็นร้านราเมงพิกัดใหม่ในซอยเอกมัย 30 ที่เปิดตัวมาเพื่อเอาใจสายคราฟต์โดยเฉพาะ ตัวร้านโดดเด่นด้วยคอนเซปต์แบบแฮนด์คราฟต์ที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ทำให้บรรยากาศภายในมีความเป็นส่วนตัวสูง ได้ฟีลเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ จุดเด่นของที่นี่คือการดูแลและรังสรรค์เมนูโดยเชฟดูโอ้ผู้หลงใหลในศาสตร์ของราเมง ที่พร้อมมาเล่าเรื่องราวความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการปรุงแบบใกล้ชิด ทำให้การมาทานอาหารที่นี่ไม่ได้เป็นแค่การอิ่มท้อง แต่เหมือนการได้มาเสพงานศิลปะที่กินได้ในบรรยากาศสบายๆ และเป็นกันเอง

สำหรับเมนูไฮไลต์ชามเด็ดที่สร้างความประทับใจจนต้องยกนิ้วให้คือ Kaki Paitan Ramen หรือ Oyster Creamy Ramen ชามซุปข้นสีเหลืองนวลที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายของหอยนางรมในทุกอณู ความพิเศษอยู่ที่สตอรี่การเคี่ยวน้ำซุปของเชฟที่ทุ่มทุนใช้หอยนางรมจำนวนมหาศาลมาเคี่ยวจนได้เบสซุปครีมมี่นัวๆ รสสัมผัสมีความคล้ายซุปข้าวโพดแต่พอกลืนลงคอแล้วกลับอบอวลไปด้วยรสชาติเข้มข้นของหอยนางรมแบบเต็มๆ ตัวเส้นราเมงจะเสิร์ฟมาแบบมีความแข็งนิดๆ สู้ฟันกำลังดี เข้ากันกับซุปได้อย่างยอดเยี่ยม ท็อปปิ้งด้านบนจัดหนักด้วยเนื้อหมูชาชู เครื่องเคียงที่เข้ากัน และหอยนางรมคัดไซส์ชิ้นโตเต็มคำ ถือเป็นไพตันราเมงมิติใหม่ที่ยกระดับวัตถุดิบจากท้องทะเลมาฟิวชันกับซุปขุ่นได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจเป็นที่สุด

ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการมาเปิดประสบการณ์ลิ้มลองราเมงสายคราฟต์สุดพรีเมียมชามนี้จะอยู่ที่ชามละ 1,280 บาท ทำให้ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,600 บาทขึ้นไปเมื่อรวมเครื่องดื่มเพิ่มเติม แม้ว่าระดับราคาจะค่อนข้างสูงกว่าร้านทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณหอยนางรมระดับพรีเมียมที่เชฟใช้เคี่ยวซุปแบบไม่หวงของ ความเป็นส่วนตัวของร้านที่รับเฉพาะคิวจองล่วงหน้า และฝีมือการปรุงที่ประณีตในทุกชามแล้ว ก็นับว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาประสบการณ์ความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์และหาทานไม่ได้จากที่ไหนง่ายๆ

Kataru by the Slurp Brothers

เวลาทำการ

ศ.-อา. 11:00 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-8:00 p.m.

ปิดทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ และพฤหัสบดี

ที่อยู่

67 ซอย เอกมัย 30 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Tsuta Japanese Soba Noodles

Tsuta Japanese Soba Noodles เป็นร้านราเมงดีกรีระดับโลกที่สร้างชื่อด้วยการเป็นร้านราเมงแบรนด์แรกของโลกที่คว้าดาวมิชลินสตาร์ 1 ดวงมาครองสำเร็จจากสาขาต้นตำรับที่ญี่ปุ่น เมื่อได้มาเยือนสาขาในไทยจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เรียบหรูและเงียบสงบ มีกลิ่นอายความประณีตแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมผสมผสานอย่างลงตัว จุดเด่นของร้านคือการรักษามาตรฐานการปรุงอาหารที่เข้มงวดและใส่ใจในทุกรายละเอียด ราเมงของที่นี่จึงไม่มีการพึ่งพาผงชูรสในการชูรสชาติเลยแม้แต่น้อย แต่เลือกที่จะดึงความอร่อยและกลิ่นอายอันลุ่มลึกออกมาจากวัตถุดิบธรรมชาติแท้ๆ ผ่านความเชี่ยวชาญและการเคี่ยวกรำอย่างพิถีพิถัน ทำให้ผู้ที่ได้ทานสัมผัสได้ถึงความพรีเมียมตั้งแต่คำแรก

ทางด้านเมนูชวนลิ้มลองสำหรับคนรักน้ำซุปขุ่นเข้มข้น ทางร้านมีไฮไลต์เด็ดอย่าง Chicken Paitan Soba ชามราเมงที่มาพร้อมเบสน้ำซุปไก่ล้วนเนื้อสัมผัสสีขาวเนียนละเอียด ซึ่งผ่านกระบวนการเคี่ยวกระดูกไก่อย่างช้าๆ จนได้ความเข้มข้นอบอุ่น รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนและบาลานซ์มาอย่างพอดิบพอดี ทานคู่กับเส้นสดที่เรียงตัวสวยและท็อปปิ้งคุณภาพเยี่ยม หรือหากใครเป็นสายแซ่บที่อยากเพิ่มความเร้าใจ ต้องเปลี่ยนมาสั่ง Spicy Chicken Paitan Soba ไพตันราเมงเวอร์ชั่นเผ็ดร้อนจัดจ้านที่ยังคงเบสซุปไก่เนียนนุ่มหอมมันเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่มีการเพิ่มมิติชั้นเชิงของเครื่องเทศให้ได้รสชาติกลมกล่อมลึกถึงใจ เหมาะสำหรับการซดเพื่อวอร์มร่างกายในทุกคำที่กิน

สำหรับใครที่อยากมาเปิดประสบการณ์ระดับมิชลินสตาร์ที่ร้านนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-700 บาท โดยเมนูราเมงซุปไก่ไพตันทั้งสูตรดั้งเดิมและสูตรสไปซี่จะมีราคาอยู่ที่ชามละ 390 ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการและภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้จะดูเป็นเรตราคาที่ค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานร้านทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับการเป็นร้านระดับโลก ความพิถีพิถันแบบไร้ผงชูรส และความประทับใจในรสสัมผัสที่ได้รับ ก็นับว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าแก่การมาลองทานให้ได้สักครั้งในชีวิต

Tsuta Japanese Soba Noodles

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

ชั้น 3 ห้องเลขที่304, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ร้านซึตะราเมง ตั้งอยู่เลขที่ 999/9, ปทุมวัน, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

9. Tamashii Ramen

Tamashii Ramen เป็นร้านคราฟต์ราเมงเส้นสดพิกัดลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บรรยากาศภายในร้านมีขนาดกะทัดรัด ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนได้ไปนั่งทานในร้านโลคอลที่ญี่ปุ่น จุดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟราเมงสไตล์นิวเวฟที่มีความโมเดิร์นและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทว่ายังคงกลิ่นอายดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แฝงความพิถีพิถันด้วยการนวดเส้นสดโชว์แบบวันต่อวัน พร้อมเทคนิคการปรุงเนื้อสัตว์ชั้นเยี่ยมที่ถูกใจคนรักเส้นแน่นอน

เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านมีชื่อเดียวกับร้านอย่าง TAMASHII RAMEN ราเมงชามนี้ใช้เบสซุปไก่ข้นสีขาวนวลแบบโทริไพทัน แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยการใส่น้ำมันกุ้ง (Ebi oil) และกุ้งซากุระลงไป ทำให้รสสัมผัสและกลิ่นอายที่ได้มีความคล้ายคลึงกับซุปครีมกุ้ง (Shrimp Bisque) รสเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมหมูสามชั้นชาชูและหมูชาชูส่วนสไลด์บางที่ผ่านการซูวีจนเนื้อนุ่มหนึบละมุนลิ้น แต่ถ้าใครต้องการดื่มด่ำกับไพตันราเมงแบบต้นตำรับแท้ๆ ต้องลองสั่ง TORI PAITAN RAMEN ซุปไก่ข้นที่เคี่ยวจากไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ เคี่ยวจนครีมมี่นัวๆ รสกลมกล่อม ซดคล่องคอ ท็อปด้วยไก่ชาชูซูวี หมูชาชู และน้ำมันหอมเจียวเพิ่มความหอมหวนชวนกิน

ในส่วนของงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่อหัวเมื่อมาทานที่ร้านนี้ ถือว่าคุ้มค่าและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท ซึ่งเมนูซุปไพทันกระดูกไก่แบบคลาสสิกจะอยู่ที่ราคา 258 บาท ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ซุปข้นน้ำมันกุ้งยอดฮิตจะอยู่ที่ชามละ 238 บาท นับเป็นราคาที่คุ้มค่ากับวัตถุดิบโฮมเมดและรสชาติสไตล์นิวเวฟที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกินถึงกรุงเทพฯ ก็ฟินได้

Tamashii Ramen

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00 a.m.-8:00 p.m., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

30 ประชายินดี ซอย 2 ตำบล หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ สงขลา 90110

10. Ramen Desu

Ramen Desu เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่คนรักเส้นสายซุปข้นต้องพากันไปปักหมุด ตัวร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสดใสในสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิร์นที่ดูสะอาดสะอ้านและเข้าถึงง่าย มีการตกแต่งที่น่ารักทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป จุดเด่นที่ทำให้เราประทับใจคือความมุ่งมั่นในการคัดสรรวัตถุดิบและวิธีการปรุงที่ใส่ใจในมิติของเนื้อสัมผัสอย่างมาก ทำให้แต่ละชามที่ยกมาเสิร์ฟมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชวนครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนมานั่งล้อมวงแบ่งปันความอร่อยกันในวันพักผ่อน

เมื่อมาถึงร้านแล้ว เมนูแนะนำที่จัดว่าเป็นทีเด็ดห้ามพลาดเลยคือ OG Tori Paitan Ramen ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่มีใจรักไพตันราเมง โดยความพิเศษของชามนี้อยู่ที่ตัวเบสน้ำซุปสีขาวขุ่นที่ได้มาจากการเคี่ยวไก่สายพันธุ์ดีหลากหลายส่วนเข้าด้วยกันอย่างยาวนานกว่า 6 ชั่วโมงเต็ม จนเค้นเอาสารอาหารและคอลลาเจนออกมาได้อย่างเข้มข้น รสชาติกลมกล่อมหอมละมุนซดได้คล่องคอสุดๆ ส่วนเครื่องที่ใส่มาด้านบนก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมีทั้งอกไก่ชาชูที่ผ่านการซูวีมาจนเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น และที่เคี้ยวสนุกสุดๆ คือลูกชิ้นไก่สึคุเนะเนื้อแน่นที่ผสมกระดูกอ่อนลงไปด้วย ทำให้ได้ความกรุบกรับตามตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ ในทุกคำที่เคี้ยว

สำหรับราคาถือว่าเป็นร้านราเมงที่ราคามิตรภาพและสบายกระเป๋ามาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 180-300 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกสั่งเมนูจานหลักและของกินเล่นมาทานคู่กัน เมื่อเทียบความคุ้มค่ากับปริมาณที่อิ่มกำลังดี คุณภาพของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ รวมถึงความพิถีพิถันของน้ำซุปไก่ที่เคี่ยวนานหลายชั่วโมงแล้ว นับว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและสามารถแวะเวียนมาทานได้บ่อยๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะเลย

Ramen Desu

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

104, 42 ถ. แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210