10 ร้านราเมง (Ramen) ราคาเป็นมิตร อร่อยอยู่ท้องในงบสามใบแดง

08.06.2026 (Updated: 08.06.2026)
10 ร้านราเมง (Ramen) ราคาเป็นมิตร อร่อยอยู่ท้องในงบสามใบแดง

สำหรับใครที่กำลังมองหาอาหารญี่ปุ่นมื้อโปรดที่ทั้งอิ่มท้องและสบายกระเป๋าในวันอันแสนเหน็ดเหนื่อย การได้นั่งซดน้ำซุปร้อนๆ เคี้ยวเส้นบะหมี่เหนียวนุ่มคงเป็นอะไรที่เยียวยาจิตใจได้ดี แต่ในยุคนี้หลายคนอาจกังวลว่าเมนูเส้นยอดฮิตชนิดนี้จะมีราคาแพงจนกระเป๋าฉีก แต่รู้ไหมว่าในกรุงเทพฯ ยังมีพิกัดเด็ดรสชาติต้นตำรับที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยในระดับราคาเป็นมิตร วันนี้เราเลยขออาสาพาทุกคนไปส่องพิกัดและเปิดลายแทงร้านเด็ดชวนน้ำลายสอที่จะช่วยให้อิ่มแปล้ได้อย่างจุใจในงบประมาณไม่เกินสามใบแดง รับรองว่าคุ้มค่าทั้งปริมาณและรสชาติจนต้องอยากกลับไปซ้ำบ่อยๆ แน่นอน

1. Ramen Osaka The Street Ratchada

Ramen Osaka The Street Ratchada พิกัดตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายด้วยการตกแต่งที่สะท้อนถึงกลิ่นอายย่านโดทงโบริอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโอซาก้า จุดเด่นอยู่ที่การบริหารจัดการโดยเชฟชาวญี่ปุ่นผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่าสองทศวรรษ ยึดมั่นในปรัชญาดั้งเดิมที่เน้นความรวดเร็ว คุณภาพเยี่ยม และราคาเข้าถึงง่าย เพื่อให้เหล่านักชิมสามารถแวะเวียนมาลิ้มลองรสชาติแท้ๆ ได้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน

เมนูเด็ดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนคือ โอซาก้า ซุปกระดูกหมูโชยุราเมง (Osaka Tonkotsu Ramen) ชูรสชาติด้วยน้ำซุปทงคตสึเค็มข้นจับคู่กับหมูชาชูและเป็ดชาชูผ่านการปรุงแบบชูวีอุณหภูมิต่ำนานถึงหกชั่วโมงจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน หรือจะเลือกเป็นราเมงโชยุสุกาเกะสไตล์โอซาก้า (Osaka Shoyu Ramen) ที่ผสมผสานวัตถุดิบจากปลา หมู และไก่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกน่าสนใจอย่าง ราเมงซุปหอยตลับฮามากุริ (Hamakuri Ramen) และมัทฉะ ทงคตสึราเมง (Matcha Tonkotsu Ramen) ที่นำผงชาเขียวจากชิซูโอกะมาเพิ่มมิติใหม่ให้กับน้ำซุป โดยทางร้านยังมีบริการขนาดมินิสำหรับผู้ที่อยากลิ้มลองหลายๆ รสชาติอีกด้วย

งบประมาณในการกินดื่มที่นี่ถือว่าคุ้มค่า โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 200-300 บาท เมนูชูโรงส่วนใหญ่มีระดับราคาเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทไปจนถึงสองร้อยปลายๆ เท่านั้น ทำให้การมากินราเมงชามโตที่อิ่มท้องได้จริงไม่เป็นภาระต่อกระเป๋าเงินจนเกินไป จัดเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่มองหาอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับในราคาเป็นมิตรและสบายกระเป๋า

Ramen Osaka The Street Ratchada

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00 a.m.-6:00 a.m. และ 11:00 a.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

ชั้น B ห้อง B07, ศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา, 139, 3 ถ. รัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ramen-osaka-the-street-ratchada/

2. A RAMEN

A RAMEN พาเราไปสัมผัสโลกของการกินบะหมี่ซุปสไตล์ญี่ปุ่นในแบบส่วนตัวสุดๆ ด้วยที่นั่งกั้นเป็นคูหาเล็กๆ แยกเฉพาะคน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งทำข้อสอบในห้องเรียนไม่มีผิด จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือการได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวเพื่อโฟกัสกับอาหารตรงหน้าอย่างเต็มที่ แถมยังเปิดต้อนรับคนหิวตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด เหมาะกับจังหวะชีวิตของคนเมืองที่มองหาความอิ่มอร่อยในยามดึก

เมื่อพลิกดูใบเมนู สิ่งที่พลาดไม่ได้คือ ราเมงข้อสอบ ที่เปิดโอกาสให้เราสวมบทบาทเป็นผู้สร้างสรรค์รสชาติเอง ตั้งแต่ระดับความนุ่มของเส้น ความเข้มข้นของซุป ไปจนถึงปริมาณกระเทียมและความเผ็ดตามใจชอบ สำหรับใครที่อยากจับคู่ความอร่อยให้คุ้มค่า แนะนำให้มองหาเซตอาหารสุดคุ้มในราคาเป็นมิตรอย่าง เซตเดี่ยว A ที่จับคู่ราเมงชามหลักมาพร้อมเกี๊ยวซ่าและสาหร่าย หรือจะเป็นเซตเดี่ยว B ที่เปลี่ยนจากเกี๊ยวซ่าเป็นไข่ต้มและชาเขียวเย็น ซึ่งทั้งสองเซตนี้อิ่มครบจบในชุดเดียวแบบกระเป๋าไม่ฉีก หรือถ้าอยากลองซุปแบบอื่น เมนูยูซุ ซารุ ราเมง บะหมี่เย็นซอสส้มยูซุก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

สำหรับการมานั่งทานอาหารที่นี่ งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณร้อยปลายๆ ไปจนถึงสองร้อยกว่าบาทเท่านั้น ยิ่งถ้าสั่งเป็นชุดเซตเดี่ยวที่รวมทั้งจานหลักและเครื่องเคียงเข้าด้วยกัน จ่ายเพียงสองร้อยสี่สิบบาทก็สามารถอิ่มท้องกลับบ้านได้สบายๆ ถือเป็นร้านราเมงที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ประสบการณ์การกินที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครและราคาสบายกระเป๋าสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

A RAMEN

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชม.

ที่อยู่

โครงการสามย่านมิตรทาวน์ ห้องเลขที่ 1U021-1U023 ชั้น 1 เลขที่ 944/1, ถ. พระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. Ramenga

Ramenga ชวนให้คิดถึงบรรยากาศการนั่งทานบะหมี่ริมทางที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการดีไซน์หน้าร้านให้มีเคาน์เตอร์บาร์ยาวพร้อมผ้าม่านสีแดงสะดุดตาถอดแบบมาจากร้านรถเข็นสไตล์ยาไต (Yatai) ดั้งเดิม การจัดวางพื้นที่เน้นความเรียบง่ายเป็นกันเอง สามารถมองเห็นเชฟปรุงอาหารได้อย่างใกล้ชิด จุดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟอาหารที่รวดเร็ว รสชาติเข้มข้นตรงตามสูตรต้นตำรับ แต่มาในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเหมาะกับการแวะเติมพลังในวันรีบๆ

ในส่วนของเมนูเด็ดที่ต้องสั่งมาลองคือ ทงคตสึราเมง (Tonkotsu Ramen) น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวนวลรสเข้มข้นกลมกล่อมที่เคี่ยวมาอย่างดี ทานคู่กับหมูชาชูชิ้นโต หน่อไม้ญี่ปุ่น และไข่ต้มซอสโชยุเยิ้มๆ หรือถ้าใครชอบความเย็นสดชื่นก็มี ซารุราเมง (Zaru Ramen) บะหมี่เย็นจุ่มซอสรสเปรี้ยวเค็มเคี้ยวเพลิน สำหรับสายเนื้อเน้นๆ คากุนิ ทงคตสึ ราเมง (Kakuni Tonkotsu Ramen) ที่ท็อปด้วยหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นหนานุ่มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวอย่าง ข้าวหน้าหมูชาชูพ่นไฟ ที่ส่งกลิ่นหอมซอสเทริยากิมาช่วยตัดสลับความอร่อย แถมทุกชามยังเลือกสไตล์เส้นได้ตามใจชอบ ทั้งแบบเหนียวนุ่มหรือแบบหนึบหนับ

เรื่องราคาสบายใจได้เลยเพราะจัดอยู่ในเกณฑ์ราคาเป็นมิตรแบบสุดๆ เฉลี่ยต่อหัวแล้วอยู่ประมาณ 100-200 บาทก็อิ่มได้ เนื่องจากราคาเริ่มต้นของราเมงและข้าวหน้าต่างๆ อยู่เพียงหลักสิบถึงร้อยกว่าบาทเท่านั้น ยิ่งถ้าสั่งเป็นเซตอาหารที่รวมเครื่องดื่มชาเขียวและของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าทอดกรอบหรือไก่คาราอาเกะเข้าไปด้วย จ่ายไปไม่เกินสองร้อยกว่าบาทก็เอาอยู่ ถือเป็นพิกัดลึกลับที่ตอบโจทย์คนรักเมนูเส้นสายประหยัดได้อย่างดีเยี่ยม

Ramenga

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

444 MBK Center (ชั้น5, แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

4. Sho Ryu Ramen

Sho Ryu Ramen ต้อนรับเราด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นโบราณ มีกิมมิกเด็ดโดนใจตรงที่มีบริการไข่ต้มให้หยิบทานฟรีได้เรื่อยๆ แบบไม่มีอั้น ยิ่งถ้าเป็นสายกินดึกหลังเที่ยงคืนบอกเลยว่าตอบโจทย์อย่างที่สุด เพราะมีโปรโมชั่นสุดคุ้มซื้อหนึ่งแถมหนึ่งพ่วงมาด้วย หรือหากสั่งชามแรกแล้วยังไม่อิ่ม ชามที่สองก็รับส่วนลดครึ่งราคาไปทันที นับเป็นจุดเด่นที่ช่วยดึงดูดใจเหล่านักชิมผู้โปรดปรานความคุ้มค่าและมองหาความคุ้มทุนในการเติมพลังยามค่ำคืน

ความโดดเด่นของรายการอาหารที่นี่เริ่มต้นด้วยเมนูแนะนำอย่าง โชริวราเมง (Shoryu Ramen) ซุปทงคตสึสีนวล และทันทันราเมง (Tan Tan Ramen) ซุปรสเข้มข้นถึงใจ หรือถ้าใครชอบความจัดจ้านแนวฟิวชัน ต้มยำซีฟู้ดราเมง (Seafood Tomyum Ramen) และหม่าล่าราเมงหน้าเนื้อย่าง (Beef Mala Ramen) ก็พร้อมมอบความอร่อยที่ตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ส่วนสายเส้นแบบแห้งต้องลองซารุราเมง (Zaru Ramen) ที่เลือกท็อปปิ้งเคียงได้หลากหลาย อาทิ ไก่คาราอาเกะ หมูทอด หรือกุ้งชุบแป้งทอด ตัวน้ำซุปของที่ร้านมีให้เลือกจุใจทั้งซุปโชยุ ซุปมิโซะ และซุปต้มยำรสแซ่บ ซึ่งทุกชามล้วนคัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดีและปรุงอย่างพิถีพิถัน

ส่วนช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ราวๆ สองร้อยถึงสามร้อยบาทเท่านั้น เนื่องจากราคาอาหารจานหลักส่วนใหญ่เริ่มต้นเพียงสองร้อยบาทต้นๆ ประกอบกับทางร้านมีข้อเสนอสุดพิเศษอย่างไข่ต้มฟรีและโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ ที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าลงไปได้อีกมาก จึงจัดเป็นอีกหนึ่งพิกัดร้านราเมงที่ให้ทั้งความอิ่มท้องแบบเน้นๆ และนำเสนอราคาเป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋าอย่างแท้จริง

Sho ryu ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00 p.m.-4:30 a.m.

ที่อยู่

88/3 ถ. รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320

5. Gojiro Ramen

Gojiro Ramen เป็นร้านขนาดกะทัดรัดที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวร้านเน้นการต้อนรับลูกค้าแบบวอล์กอินเป็นหลักเพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงรสชาติที่ปรุงขึ้นจากความใส่ใจอย่างเท่าเทียม จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้ามาคือพลังความตั้งใจของทีมเชฟที่สะท้อนผ่านกระบวนการทำอาหารแบบเปิดโล่ง พิถีพิถันเลือกสรรวัตถุดิบทุกชนิดเพื่อส่งมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมผ่านน้ำซุปรสชาติลุ่มลึก จัดเป็นพิกัดลับที่เหมาะแก่การชวนกลุ่มเพื่อนสนิทมานั่งล้อมวงเคี้ยวเส้นซดซุปร้อนๆ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน

สำหรับเมนูชูโรงที่ต้องลองคือ Tonkotsu Ramen น้ำซุปกระดูกหมูสีขาวนวลรสเข้มข้นกลมกล่อม ท็อปมาด้วยหมูชาชูซูวี หมูสามชั้นตุ๋นคากุนิเนื้อนุ่มละลายในปาก และไข่ต้มอาจิตามะเยิ้มๆ หากใครชื่นชอบความหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศ ขยับไปสั่ง Black Garlic Ramen ซุปกระเทียมดำรสเข้ม หรือ Tan Tan Ramen ซุปงาบดสไตล์เผ็ดนุ่มก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ส่วนสายคลุกคลิกต้องชอบ Mazemen ราเมงแห้งรสเผ็ดมันนัวที่เสิร์ฟพร้อมไข่แดงดิบเพิ่มความเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเมนูทางเลือกอย่าง Curry Ramen แกงกะหรี่ญี่ปุ่นรสเข้มข้น และเมนูสไตล์จัดจ้านแบบไทยอย่าง Tomyum Thai Ramen ให้เลือกอิ่มอร่อยอีกด้วย

ขอบอกเลยว่าช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวดีมาก ตกอยู่ราวๆ 200-250 บาทเท่านั้น เนื่องจากรายการอาหารจานหลักส่วนใหญ่มีระดับราคาเริ่มต้น 175 บาทไปจนถึง 210 บาท ยิ่งถ้าสั่งเครื่องเคียงมาแชร์กันอย่างเกี๊ยวซ่านึ่ง ยำแมงกะพรุน หรือทาโกะวาซาบิ ตัวเลขรวมก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ราคาเป็นมิตรและเป็นไปตามแผนงบประมาณสามใบแดงได้อย่างสบายๆ มอบความคุ้มค่าทั้งในแง่ปริมาณและรสชาติที่ประทับใจจนอยากกลับมาซ้ำบ่อยๆ

Gojiro Ramen

เวลาทำการ

จ. 3:00 p.m.-10:00 p.m.

อ.-ศ., อา. 11:30 a.m.-10:00 p.m.

ส. 11:30 a.m.-6:30 p.m.

ที่อยู่

545 ถ. ประชาราษฎร์ สาย 2 แขวงบางซื่อ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800

6. Ebisu Ramen

Ebisu Ramen ชวนให้เรานึกถึงร้านอาหารริมทางที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกซอกซอยของญี่ปุ่น ด้วยการจัดวางที่นั่งสไตล์บาร์เปิดโล่งที่เผยให้เห็นกระบวนการนวดแป้งและต้มเส้นแบบสดใหม่วันต่อวัน ปรัชญาของที่นี่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าอาหารประเภทนี้ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย และทุกคนควรได้รับประทานของอร่อยในราคาที่เป็นธรรม โครงสร้างของร้านจึงเน้นความเรียบง่าย เข้าถึงง่าย และไม่มีพิธีรีตอง เหมาะสำหรับการแวะเติมพลังในช่วงเวลาที่ต้องการความรวดเร็วแต่ยังคงได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

เมื่อพูดถึงรายการอาหาร จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การเสิร์ฟเส้นสดทำเอง โดยมีเมนูยอดนิยมให้เลือกหลากหลายในราคาเป็นมิตรอย่าง ทงคตสึราเมน (Tonkotsu Ramen) น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นขวัญใจมหาชน โชยุราเมน (Shoyu Ramem) ซุปซีอิ๊วญี่ปุ่นรสกลมกล่อม รวมถึงทันทันราเมน (Tan Tan Ramen) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเผ็ดร้อนนุ่มนวล และต้มยำราเมน (Tomyum Ramen) ที่ผสมผสานรสชาติจัดจ้านแบบไทยได้อย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดตัวด้วยราคาไม่ถึงหนึ่งร้อยบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกพรีเมียมอย่าง คากุนิทงคตสึราเมน (Kakuni Tonkotsu Ramen) ที่เพิ่มหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นโต หรือบะหมี่เย็นจุ่มซอสซารุราเมนให้เลือกสั่งมาลิ้มลองกันตามความชอบ

ด้านงบประมาณถือว่าตอบโจทย์คนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างยอดเยี่ยม โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 100-200 บาทเท่านั้น เนื่องจากราคาอาหารจานหลักส่วนใหญ่เริ่มต้นเพียง 98 บาท ทำให้เราสามารถเลือกสั่งของทานเล่นเพิ่มเติม เช่น เกี๊ยวซ่าย่าง ไก่คาราอาเกะ หรือทาโกะยากิ มาทานคู่กันได้โดยที่ยอดรวมยังคงสบายกระเป๋าและไม่เกินงบสามใบแดงอย่างแน่นอน

Ebisu Ramen

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00 a.m.-9:00 p.m., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

ห้องเลขที่ B207 15/1 ถ. รัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

7. Uchidaya Ramen

Uchidaya Ramen ชวนเราไปเปิดโลกความอร่อยของแผงลอยอาหารญี่ปุ่นขนานแท้ โดดเด่นด้วยการสืบทอดจิตวิญญาณสูตรดั้งเดิมสไตล์โยโกฮาม่า ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบเท่ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความดั้งเดิมที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปนั่งทานอยู่ที่คานากาว่า จุดเด่นที่ผูกใจนักชิมคือการเคี่ยวน้ำซุปจนได้ความเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานกับเส้นที่มีเอกลักษณ์ คัดสรรมาให้เข้ากับซุปแต่ละชนิดเพื่อส่งมอบรสชาติที่ลุ่มลึกในทุกๆ ชาม

จุดขายหลักของรายการอาหารที่นี่เริ่มต้นด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่างซีรีส์น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นยอดนิยมอย่างแบบใส่สาหร่ายเน้นๆ แผ่นโต หรือเพิ่มไข่มะตูมเยิ้มๆ รสชาติเค็มมันนัวละมุนลิ้น ทานคู่กับหมูชาชูชิ้นหนากำลังดี นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกน้ำซุปใสรสกลมกล่อมเบาสบายท้อง หรือซุปปลาแห้งรสละมุนให้เลือกชิม ส่วนใครที่อยากลองอะไรแปลกใหม่ ทางร้านยังมีเมนูราเมงผัดซอสรสเข้มข้น บะหมี่เย็นทรงเครื่องหน้าล้น ไปจนถึงราเมงเผ็ดรสแซ่บจัดจ้านที่ผสมผสานพริกสามสัญชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ถือเป็นทางเลือกที่หลากหลายและตอบโจทย์คนรัก ราเมง ได้ครบทุกสไตล์

ร้านราเมงร้านนี้ถือเป็นร้านที่นำเสนอระดับราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มาก โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 200-300 บาทเท่านั้น เนื่องจากรายการอาหารจานหลักส่วนใหญ่เปิดราคาเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทไปจนถึงสองร้อยปลายๆ ทำให้เราสามารถอิ่มอร่อยกับเมนูเส้นชามโตคุณภาพพรีเมียมได้แบบสบายใจ โดยที่ยอดรวมในบิลไม่สร้างภาระให้กระเป๋าเงิน และจบมื้อได้ในงบสามใบแดงอย่างแน่นอน

Uchidaya Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

23 12-13 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

8. Sendai Ramen Mokkori

Sendai Ramen Mokkori มอบความรู้สึกเหมือนเราได้ก้าวเข้าไปในร้านกินดื่มย่านโชเตนไก (Shotengai) ของญี่ปุ่น ด้วยแผ่นป้ายเมนูสีสันฉูดฉาดและรูปภาพอาหารภาษาญี่ปุ่นที่แปะเรียงรายอยู่เต็มผนังร้านอย่างเป็นเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในมีความคึกคักและเป็นกันเองแบบสุดๆ จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจจนต้องแวะมาบ่อยๆ คือความขี้เล่นของเจ้าของร้านและสไตล์การปรุงอาหารแบบดั้งเดิมที่เน้นปริมาณจัดเต็ม ชามโต เส้นเยอะ ซดน้ำซุปร้อนๆ ท่ามกลางแสงไฟอบอุ่น เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับการมาล้อมวงทานอาหารร่วมกับเพื่อนหลังเลิกงาน

เมื่อเปิดดูรายการอาหาร สิ่งแรกที่สะดุดตาคือความสร้างสรรค์ของเมนูที่หลากหลายและไม่ซ้ำใคร โดยมีตัวเลือกยอดนิยมในราคาไม่เกินสามร้อยบาทให้เลือกชิมมากมาย เช่น ทงคตสึโชยุราเมง (Tonkotsu Shoyu Ramen) น้ำซุปกระดูกหมูผสมซีอิ๊วญี่ปุ่นรสเข้มข้นกลมกล่อม บะหมี่ซุปเต้าเจี้ยวหน้าหมูต้มซีอิ๊วย่าง (Miso Aburi Chashu Men) บะหมี่ซุปเกลือรสยูซุหนาหมูที่ให้ความสดชื่นชวนน้ำลายสอ รวมถึงบะหมี่ซุปแกงกะหรี่มิโซะและนมสด (Miso Curry Milk Ramen) สำหรับสายท้าลองยังมี บะหมี่ซุปมิโซะและมะเขือเทศ (Tomato Miso Ramen) และบะหมี่รสชาติเข้มข้นอย่างบะหมี่หน้าหอยนางรม (Kaki Ramen) หรือจะเลือกทานเป็นแนวบะหมี่แห้งทรงเครื่อง บะหมี่เย็น และบะหมี่แบบจุ่มก็มีให้เลือกสรรตามความชอบใจ

สำหรับเรื่องงบประมาณในการมาอิ่มอร่อยที่นี่ ขอบอกเลยว่าช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ  250-300 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับราคาเป็นมิตรอย่างมากเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่เสิร์ฟมาแบบชามยักษ์อิ่มอยู่ท้องแน่นอน แถมทางร้านยังไม่มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการเพิ่มเติมให้ต้องกังวลใจตอนเช็คบิล ช่วยให้เราสามารถลิ้มลองรสชาติต้นตำรับแท้ๆ ได้อย่างสบายกระเป๋าและจบมื้อได้อย่างประทับใจในงบสามใบแดง

Sendai Ramen Mokkori

เวลาทำการ

อ.-อา. 10:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:00 p.m.-11:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

43/1 สีลมสุรวงศ์คอนโด ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 1 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 1 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

9. Taishoken Ramen

Taishoken Ramen พิกัดความอร่อยตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ เป็นร้านที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศอบอุ่นสไตล์ร้านบะหมี่ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เหมาะทั้งสำหรับการมานั่งทานคนเดียวชิลๆ หลังเลิกงาน หรือจะชวนแก๊งเพื่อนมาล้อมวงจัดมื้อใหญ่กันแบบพร้อมหน้า จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือการสืบทอดรสชาติแท้ๆ มาจากร้านดังระดับตำนานของญี่ปุ่น โดยมีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะสายตรงผู้ให้กำเนิดเมนูบะหมี่จุ่ม ตัวร้านผสมผสานการเป็นร้านอาหารที่เข้าถึงง่ายเข้ากับกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ช่วยเพิ่มอรรถรสให้มื้ออาหารมีชีวิตชีวาและชวนผ่อนคลายในทุกครั้งที่แวะมา

เมนูขึ้นชื่อที่มาแล้วต้องสั่งคือ บะหมี่จุ่มซุปกระดูกหมูเข้มข้นใส่ผงปลาแห้ง (Rich Gyokai Tonkotsu Tsukemen) ด้วยจุดเด่นของตัวซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนได้ความนัวขั้นสุด ทานคู่กับเส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่มสู้ฟัน สำหรับสายคลาสสิกก็มี โชยุราเมง (Shoyu Ramen) รสกลมกล่อมที่หอมกลิ่นซีอิ๊วญี่ปุ่น หรือจะขยับไปลองราเมงซุปกระดูกหมูโชยุ ที่เพิ่มมิติความมันสะใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชันและตัวเลือกชวนลิ้มลองในราคาไม่เกินสามร้อยบาทอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นราเมงซุปกระดูกหมูใส่เกลือปรุงรสด้วยหอยนางรมจากฮิโรชิม่า (Tonkotsu Oyster Ramen) ราเมงซุปกระดูกหมูน้ำมันมายุ (Tonkotsu Shoyu Black Ramen) หอมๆ ไปจนถึงราเมงแดงเดือดรสจัดจ้านสำหรับคนชอบความเผ็ดร้อน

ราคาของร้านนี้จัดว่าอยู่ในเกณฑ์เป็นมิตรอย่างมาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ราวๆ 200-300 บาทเท่านั้น เนื่องจากราคาอาหารจานหลักส่วนใหญ่เริ่มต้นเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบบาทไปจนถึงสองร้อยปลายๆ ทำให้เราสามารถอิ่มอร่อยกับราเมงชามโตคุณภาพพรีเมียมในย่านใจกลางเมืองได้แบบสบายใจ โดยที่ยอดรวมในบิลไม่สร้างความลำบากให้กระเป๋าเงิน และช่วยให้จบมื้อคุณภาพนี้ได้ตามเป้าหมายของงบสามใบแดงแบบอิ่มอยู่ท้องยาวๆ

Taishoken Ramen

เวลาทำการ

จ.-ส. 10:00 a.m.-11:00 p.m.

อา. 10:00 a.m.-9:30 p.m.

ที่อยู่

ชั้น 1 Fifty Fifth 90 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Kouchan Ramen

Kouchan Ramen ชวนให้เรานึกถึงร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสถานีรถไฟในคิวชู ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นความกระฉับกระเฉงและส่งกลิ่นหอมของน้ำซุปต้มกระดูกหมูฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือการสืบทอดจิตวิญญาณและความเป็นเมืองหลวงแห่งทงคตสึจากผู้ก่อตั้งแบรนด์ราเมงชื่อดัง โดยตั้งใจรังสรรค์บะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูสไตล์ท้องถิ่นแท้ๆ ที่รสชาติเรียบง่าย ทานได้ทุกวันไม่มีเบื่อ ภายใต้คอนเซปต์ที่เน้นความรวดเร็ว คุณภาพเยี่ยม และชวนให้รู้สึกอยากกลับมาเยือนอีกครั้งในวันที่ต้องการความอิ่มอร่อยแบบดั้งเดิม

เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ ซิกเนเจอร์ ทงคตสึราเมง (Signature Tonkotsu) น้ำซุปเข้มข้นสีนวลหอมมันลื่นคอจับคู่กับเส้นบะหมี่สไตล์ฮากาตะและหมูชาชูชิ้นโต หรือจะขยับไปลองราเมงซุปกระดูกหมูงาดำ (Kuro Ma-yu Tonkotsu) ที่เพิ่มมิติความหอมของน้ำมันมายุกระเทียมดำเจียว หรือสายชอบเครื่องแน่นก็น่าจะถูกใจ ราเมงซุปกระดูกหมูใส่เกี้ยว (Wantan Men) ชามยักษ์ สำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้านขึ้นมาหน่อยก็มี สไปซี่ทงคตสึราเมง (Spicy Tonkotsu) และโชยุราเมงแบบเผ็ด (Spicy Shoyu Ramen) ให้เลือกสั่ง นอกจากนี้ยังมียาคิราเมง (Yaki Ramen) หรือราเมงผัดซอสญี่ปุ่น และฮากาตะมาเซะโซบะ (Hakata Mazesoba) บะหมี่แห้งคลุกซอสเข้มข้นที่ท็อปด้วยไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ ให้ลิ้มลองในงบประมาณสบายกระเป๋าอีกด้วย

สำหรับเรื่องงบประมาณในการมาฝากท้องที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ราวๆ 200-300 บาท ถือเป็นระดับราคาเป็นมิตรอย่างแท้จริง เพราะรายการอาหารจานหลักเกือบทั้งหมดในเมนูมีราคาเริ่มต้นเพียงหนึ่งร้อยเก้าสิบบาทไปจนถึงสองร้อยห้าสิบบาท ทำให้เราสามารถเลือกสั่งของทานเล่นยอดนิยมอย่าง เกี๊ยวซ่าโฮมเมด ข้าวผัดญี่ปุ่น หรือชาชูมายองเนสดัง มาแชร์กันทานได้อย่างจุใจโดยที่ยอดรวมยังคงอยู่ในงบสามใบแดงและอิ่มท้องกลับบ้านได้อย่างแน่นอน

Kouchan Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

15 ห้องเลขที่ 9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110