10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูปลาย่าง (Yakizakana) หอมกรุ่นฉ่ำเนื้อ นุ่มละมุนลิ้น

15.06.2026 (Updated: 15.06.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูปลาย่าง (Yakizakana) หอมกรุ่นฉ่ำเนื้อ นุ่มละมุนลิ้น

ใครที่กำลังมองหาอาหารญี่ปุ่นมื้อพิเศษที่อร่อยและได้สุขภาพ เมนูปลาย่างหรือที่ชาวปลาดิบเรียกกันว่ายากิซากานะถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ไม่ควรพลาด เสน่ห์ของเนื้อปลาสดใหม่ชิ้นหนาที่ถูกนำไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จนหนังภายนอกมีความกรอบเกรียมเล็กน้อยและส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ทว่าเนื้อในยังคงความนุ่มเด้ง ฉ่ำมัน และชุ่มชื่นไปด้วยรสชาติธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ยิ่งเมื่อได้ทานคู่กับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ และซุปมิโซะรสกลมกล่อม ยิ่งช่วยเติมเต็มรสชาติให้กลายเป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกและเปิดวาร์ปพิกัดร้านเด็ดที่จะมอบความฟินแบบเต็มสิบไม่หักส่งตรงจากเชฟฝีมือเยี่ยม

1. Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA

Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA ส่งตรงความอร่อยมาจากเมืองโอซาก้าเพื่อเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ความพิเศษของที่นี่คือการรวมตัวกันระหว่างซูชิบาร์และเตาถ่านโบราณสไตล์โรบาตายากิที่ล้อมรอบด้วยทรายซิลิก้า ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปกับเปลวไฟที่พวยพุ่งและกลิ่นหอมของควันถ่านที่อบอวลไปทั่ว ยิ่งถ้าได้จับจองที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์จะยิ่งเพิ่มอรรถรสในการกินเข้าไปอีก เพราะจะได้เห็นเชฟปรุงอาหารสดใหม่เสิร์ฟตรงถึงหน้าแบบคำต่อคำ บรรยากาศด้านในผสมผสานความหรูหราเข้ากับความมีชีวิตชีวาได้อย่างลงตัว จะพาครอบครัวมาสังสรรค์หรือนัดเพื่อนมาแฮงเอาต์ก็เหมาะมาก

มาร้านนี้แล้วไม่ได้สั่งเมนูปลาย่างถือว่าพลาดอย่างแรง เพราะความฉ่ำของเนื้อปลาที่ผ่านความร้อนจากเตาถ่านอย่างทั่วถึงนั้นยากจะต้านทาน เริ่มด้วย Kinki Shio Yaki ปลาคิงกิย่างเกลือ เนื้อหวานมันนุ่มลิ้น ถัดมาคือ Nodoguro Shio Yaki ปลากะพงสีชมพูย่างเกลือที่หนังกรอบแต่เนื้อในยังชุ่มฉ่ำ และห้ามพลาด Gin Dara Yaki ปลาค็อดดำย่างซอสมิโซะที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย นอกเหนือจากสารพัดจานย่างแล้ว ทางร้านยังมีซูชิและซาชิมิระดับพรีเมียมที่คัดสรรวัตถุดิบสดๆ ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาให้ได้ลิ้มลองความอร่อยที่แท้จริงแบบครบถ้วนในที่เดียว

เรื่องของงบประมาณสำหรับมื้อพิเศษนี้ ราคาต่อหัวเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1000 บาทขึ้นไป ถือว่าคุ้มค่าและสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่ รสชาติระดับตำนาน และประสบการณ์การกินอาหารที่หาได้ยากในกรุงเทพฯ

Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 5:00 p.m.-1:00 a.m.

ที่อยู่

94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23, แขวงวัฒนา, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-kaguya/

2. KAYAKI

KAYAKI พิกัดใหม่ล่าสุดสำหรับคนที่อยากเปิดประสบการณ์กินอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร เพราะนี่คือแบรนด์น้องใหม่จากเครือ Kanori ที่ตั้งใจนำเสนอคอนเซ็ปต์โอมากาเสะปลาย่างเจ้าแรกในประเทศไทย มีพิกัดให้เลือกไปเช็กอินกันได้ทั้งที่โครงการ Yard 49 ซอยสุขุมวิท 49 และ Central Embassy ตัวร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นที่ดูเรียบหรู ทว่าให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง ไฮไลต์เด็ดคือการได้นั่งล้อมรอบสเตชันเตาถ่านแผ่ความร้อนระอุ ทำให้เราได้กลิ่นหอมของควันจางๆ พร้อมกับดูเชฟย่างปลาแต่ละชนิดอย่างพิถีพิถันแบบคำต่อคำ ได้ฟีลทั้งความลึกลับน่าค้นหาและความตื่นเต้นไปพร้อมกัน

เมนูหลักของที่นี่จะเน้นเสิร์ฟเป็นคอร์สเซตเมนูสุดพรีเมียมที่มีให้เลือกสรรตามความชอบอย่างเซต Seikai เซต Kaiyo หรือเซต Kayaki ที่จัดเต็มวัตถุดิบทางทะเลส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยเชฟจะนำเนื้อปลาส่วนต่างๆ รวมถึงอาหารทะเลสดๆ ไปย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จนได้ระดับความสุกที่พอดี หนังภายนอกมีความกรอบเกรียมเล็กน้อยและส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่เนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ ละมุนลิ้น ไม่แห้งกระด้าง นอกจากนี้ยังมีเมนูไฮไลต์ที่สายกินต้องตกหลุมรักอย่าง Toro Bomb ที่รวมเอาความอร่อยของชูโทโร่ อูนิ และอิกุระมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เป็นการยกระดับเมนูปลาปิ้งย่างดั้งเดิมให้มีความหรูหราและมีมิติของรสชาติที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น

สำหรับการมาลิ้มลองคอร์สอาหารสุดพิเศษที่ร้านนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นที่ประมาณ 900 บาทไปจนถึง 2000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเซตเมนูและอาหารจานเดี่ยวที่เราเลือกสั่งเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อเทียบกับความคิดสร้างสรรค์ในการรังสรรค์เมนู คุณภาพของวัตถุดิบชั้นเลิศ และการบริการที่ดูแลเราอย่างใกล้ชิดแบบคำต่อคำแล้ว ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับมื้ออาหารที่จะมอบความทรงจำดีๆ ให้กับคุณ

KAYAKI

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.

ส.-อา. 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

49 99 สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Bincho

Bincho ชวนให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในวิถีความอร่อยตามแบบฉบับแดนอาทิตย์อุทัยดั้งเดิมอย่างแท้จริง จุดเด่นที่ทำให้เราสะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรกคือการนำเตาอิโรริหรือเตาไฟโบราณมาตั้งไว้ใจกลางร้าน ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้ไปนั่งล้อมวงกินข้าวบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่น ทางร้านเลือกใช้ถ่านบินโชตันคุณภาพสูงในการปรุงอาหาร ข้อดีคือให้ความร้อนที่สม่ำเสมอ ควันน้อย และไม่มีกลิ่นรบกวน ทำให้โชยมาเพียงกลิ่นอายความหอมถ่านอ่อนๆ ชวนเจริญอาหาร บวกกับการหุงข้าวด้วยหม้อฮากามะแบบโบราณที่ดึงความหวานนุ่มของเมล็ดข้าวออกมาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งเสริมให้มื้ออาหารที่นี่มีเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวจริงเรื่องเมนูจานย่าง สายกินปลาบอกเลยว่าฟินแน่นอนเพราะเนื้อปลาแต่ละชนิดจะถูกแล่มาอย่างพอดีคำแล้วนำไปย่างด้วยเทคนิคที่เหมาะสมเพื่อชูรสชาติให้ออกมาดีที่สุด เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองยกให้ Salmon Shioyaki with Ikura แซลมอนย่างเกลือที่หนังปลากรอบบางแต่เนื้อในยังนุ่มฉ่ำท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอนรสเค็มมันลงตัว หรือจะเป็นกลุ่มปลาย่างหมักไซเกียวมิโซะขาวรสหวานละมุนอย่าง Gindara Saikyo ปลายักษ์เนื้อเนียนที่ส่งกลิ่นหอมโชยมาแต่ไกล นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หาทานยากอย่าง Kinki Shioyaki ปลาคิงกิย่างเกลือที่เนื้อหวานมันแน่นเต็มคำ เสิร์ฟมาในรูปแบบเซตอาหารชุดเทโชกุที่จับคู่กับซุปมิโซะร้อนๆ และเครื่องเคียงโฮมเมดสูตรเฉพาะ เติมเต็มความกลมกล่อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

สำหรับงบประมาณในการมาลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับที่ร้านนี้ ราคาอาหารแบบจานเดี่ยวจะเริ่มต้นที่ประมาณ 190 บาทไปจนถึง 650 บาท แต่ถ้าสั่งเป็นเซตอาหารชุดที่จะได้สัมผัสความอร่อยแบบครบถ้วนพร้อมข้าวและซุป ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นช่วงราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับความเอาใจใส่ในวัตถุดิบและกรรมวิธีการย่างถ่านโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน

Bincho

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

บางแก้ว 39 ศูนย์การค้าเมกาบางนา ห้องเลขที่ 1209, 1209-O ชั้นที่ 1 อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540

4. Kenji’s Lab

Kenji’s Lab เสน่ห์ของร้านอาหารญี่ปุ่นแนวอิซากายะสไตล์โมเดิร์นแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในซอยทองหล่อ ตัวร้านให้ความรู้สึกเหมือนห้องทดลองลับๆ ของเชฟเคนจิที่ผสมผสานความอบอุ่นแบบเป็นกันเองเข้ากับความเรียบเท่ได้อย่างมีสไตล์ ที่นี่ไม่ได้เน้นความหรูหราอลังการแต่ให้ความสำคัญกับความใส่ใจและการคัดสรรวัตถุดิบชั้นยอด เป็นพิกัดที่สายแฮงเอาต์รวมถึงชาวญี่ปุ่นในไทยชอบมานั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ พลางดื่มด่ำกับจานอร่อยหลังเลิกงาน ท่ามกลางเสียงพูดคุยเคล้าเสียงเพลงคลอเบาๆ ที่ชวนให้ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

ความน่าสนใจในส่วนของจานหลักต้องยกให้ความเก่งกาจในการรังสรรค์เมนูปลาปิ้งย่าง โดยมีจานเด่นที่ทุกคนบอกต่อว่าต้องลองคือปลาซันมะย่างรมควัน เมนูซิกเนเจอร์ที่ย่างออกมาได้หอมกลิ่นควันถ่านอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ถัดมาเป็นท้องปลาแซลมอนย่างเกลือที่เชฟย่างจนส่วนหนังมีความกรอบบาง ทว่าเนื้อในยังคงความฉ่ำมันของไข่ปลาธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม บีบเลมอนสดลงไปสักนิดจะช่วยชูรสได้ดีมาก ส่วนใครที่ชอบแนวสดชื่นขึ้นมาหน่อยห้ามพลาดทูน่ารนไฟที่นำเนื้อทูน่าสดไปเบิร์นไฟพอให้ผิวหน้าส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ตัดรสด้วยซอสพอนสึรสเปรี้ยวเค็มเคี้ยวเพลินสุดๆ

ในเรื่องของงบประมาณเฉลี่ยสำหรับการมาเช็กอินกินดื่มที่นี่ ค่าใช้จ่ายต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องดื่มและจานอาหารที่เราเลือกสั่งมาแชร์ร่วมกัน ถือเป็นเรตราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับฝีมือระดับเชฟชาวญี่ปุ่นและวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้

Kenji’s Lab

เวลาทำการ

จ.-ศ. 5:00 p.m.-11:00 p.m.

ส.-อา. 11:30 a.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:30 p.m.

ที่อยู่

808 13 ซอย ธารารมณ์ 2 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

5. Robatayaki & Sake AOKI

Robatayaki & Sake AOKI พร้อมต้อนรับคุณเข้าสู่พื้นที่แห่งความพรีเมียมที่ส่งตรงมาจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมาปักหลักอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในโครงการ Town Hall ซอยสุขุมวิท 49 ตัวร้านออกแบบมาให้มีกลิ่นอายความโมเดิร์นคลาสสิกที่แฝงความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะมากสำหรับกลุ่มครอบครัวหรือการนัดคุยธุรกิจในมื้อพิเศษ จุดเด่นที่เป็นพระเอกของร้านคือเคาน์เตอร์บาร์ชั้นล่างที่เราสามารถนั่งชมเชฟรังสรรค์จานอร่อยให้ดูแบบสดๆ ตรงหน้า โดยความพิเศษอยู่ที่การผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารผ่านเปลวไฟถึง 3 รูปแบบ ทั้งการใช้เตาถ่าน การใช้ฟางข้าว และการใช้เตาไฟโบราณ ยิ่งตอนที่เชฟเริ่มใช้เทคนิคการย่างด้วยฟางข้าวแรงสูง ควันหอมๆ ที่อบอวลจะช่วยปลุกประสาทสัมผัสให้เรารู้สึกตื่นเต้นกับอาหารจานตรงหน้าได้อย่างน่าประทับใจ

มาถึงร้านนี้แล้ว เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเป็นอันขาดคือกลุ่มอาหารทะเลสดๆ ที่นำมาผ่านกรรมวิธีโรบาตะยากิเพื่อดึงรสชาติความหวานธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุด โดยมีจานซิกเนเจอร์อย่างปลาคิงกิจากเนมุโระ ฮอกไกโด ที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนและมันฉ่ำ ย่างจนส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ นอกจากนี้ยังมีจานเด็ดอย่างปลาไหลญี่ปุ่นแบบสดๆ นำเข้าส่งตรงในสภาพมีชีวิตจากจังหวัดไอจิ ซึ่งเชฟจะนำมาแล่และเตรียมอย่างพิถีพิถันเมื่อได้รับออเดอร์เท่านั้น สามารถเลือกสั่งได้ทั้งแบบย่างเกลือทาความอร่อยแบบดั้งเดิม หรือย่างซอสทาเระสูตรโบราณรสเข้มข้น เสิร์ฟเคียงมาคู่กับกระดูกปลาไหลทอดกรอบและตับปลาไหลย่าง แถมทางร้านยังชูจุดขายเรื่องคนรักสุขภาพด้วยน้ำซุปออร์แกนิกบริสุทธิ์ที่ไม่ใส่สารปรุงแต่งหรือผงชูรสใดๆ ทำให้ทุกคำที่ลิ้มลองคือความอร่อยแท้จากธรรมชาติ

ในส่วนของงบประมาณสำหรับการเปิดประสบการณ์ดินเนอร์สุดพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่นี่ ราคาอาหารจะเริ่มต้นที่เมนูทานเล่นหลักร้อยต้นๆ ไปจนถึงอาหารจานหลักระดับพรีเมียม โดยเฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 1500-3000 บาทขึ้นไป เมื่อเทียบกับความสดใหม่ของวัตถุดิบมีชีวิตที่หาทานได้ยาก เทคนิคการใช้ไฟแรงจากฟางข้าวที่มอบกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมาตรฐานการบริการที่ใส่ใจในความปลอดภัยของผู้บริโภคแล้ว ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าสำหรับมื้อพิเศษที่จะช่วยยกระดับการทานเมนูปลาย่างของคุณให้พิเศษกว่าที่เคย

Robatayaki & Sake AOKI

เวลาทำการ

จ.-พฤ., อา. 12:00 p.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-11:00 p.m.

ศ.-ส. 12:00 p.m.-3:00 p.m. และ 5:00 p.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

88/8, ห้อง 101 Town Hall Project สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. Hokkaido Genshiyaki Silom

Hokkaido Genshiyaki Silom เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่ตั้งอยู่ในซอยธนิยะ ย่านสีลม บอกเลยว่าบรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปไปนั่งกินดื่มอยู่ที่เกาะฮอกไกโดจริงๆ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของทางร้านคือการสืบทอดวัฒนธรรมการปรุงอาหารด้วยเทคนิคโบราณที่เรียกว่า เกนชิยากิ (Genshiyaki) ซึ่งเป็นการปักไม้เสียบปลาลงรอบๆ กองถ่านร้อนโดยไม่ให้เนื้อปลาสัมผัสกับเปลวไฟโดยตรง ทำให้ความร้อนค่อยๆ ซึมลึกเข้าไปอย่างทั่วถึง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชวนแก๊งเพื่อนมานั่งล้อมวงแฮงเอาต์เมาท์มอยหลังเลิกงาน ท่ามกลางกลิ่นหอมของถ่านที่อบอวลและให้สัมผัสความมีชีวิตชีวาแบบเป็นกันเอง

สำหรับจานเด่นที่มาแล้วต้องสั่งคือ Medium-sized Grilled Hokke หรือปลาฮกเกะย่างไซส์กลาง ซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อที่สะท้อนถึงความยอดเยี่ยมของเทคนิคการย่างแบบโบราณได้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้ส่วนหนังปลามีความกรอบเกรียมและส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ในขณะที่เนื้อปลาด้านในยังคงรักษาความฉ่ำนุ่มและชุ่มไปด้วยน้ำมันปลาธรรมชาติ ไม่แห้งกระด้าง นอกจากนี้ทางร้านยังมีวัตถุดิบอาหารทะเลสดๆ ที่ส่งตรงมาจากฮอกไกโดอีกมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นนาเบะหม้อไฟอุ่นๆ หอยนางรมสดพร้อมเลมอน พาสต้าครีมเบคอนที่ใช้ชีสพรีเมียม และแซลมอนคลับ รังสรรค์ความอร่อยโดยเชฟชาวญี่ปุ่นเพื่อให้ได้รสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม

ในส่วนของเรื่องงบประมาณในการมาลิ้มลองปลาย่างและสารพัดเมนูทะเลฮอกไกโดที่นี่ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1200 บาทขึ้นไป ซึ่งแปรผันตามประเภทของอาหารจานหลักและเครื่องดื่มที่เลือกสั่งมาแชร์กัน นับว่าเป็นช่วงราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับประสบการณ์การกินอาหารที่พิถีพิถันและคุณภาพของวัตถุดิบชั้นเลิศที่คัดสรรมาเสิร์ฟราวกับนั่งกินอยู่ที่ญี่ปุ่น

Hokkaido Genshiyaki Silom

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

10, 13 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

7. Nakajima SuisanV

Nakajima Suisan เป็นพิกัดสำหรับใครที่อยากทานอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับแบบเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ โดยร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณ Rose Food Avenue ชั้น G ภายในห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ความพิเศษคือเป็นร้านในเครือของบริษัทประมงรายใหญ่จากแดนปลาดิบ ทำให้มั่นใจเรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบส่งตรงจากท้องทะเลได้เป็นอย่างดี ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน บรรยากาศโดยรอบจะให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ เหมือนเรากำลังนั่งทานข้าวอยู่ในร้านอาหารตามสั่งท้องถิ่นเวลาไปเดินเที่ยวที่ญี่ปุ่นเลย จุดเด่นที่น่าประทับใจสุดๆ คือความใส่ใจของทีมผู้บริหารที่จะคอยสังเกตพฤติกรรมการทานของลูกค้า แล้วนำข้อมูลมาหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูเครื่องเคียงที่เสิร์ฟในชุดอาหารเซตทุกๆ 1 ถึง 2 เดือน ทำให้มาทานบ่อยแค่ไหนก็ไม่มีเบื่อ

เมนูของที่นี่จะเน้นหนักไปที่จานปลาหลากสายพันธุ์ มีให้เลือกสรรสารพัดทั้งปลาแซลมอน ชิมาฮอกเกะ ปลาหิมะ ปลาไหล และปลาซาบะ ซึ่งสามารถเลือกสั่งได้ตามใจชอบว่าจะให้ปรุงแบบย่างเกลือรสธรรมชาติ หรือย่างซีอิ๊วซอสเทริยากิรสเข้มข้นหวานเค็มกำลังดี จานเด่นยอดนิยมที่ใครมาก็ต้องสั่งคือข้าวหน้าปลาไหลย่างที่ย่างออกมาได้เนื้อนุ่มฟูและไร้กลิ่นคาวโดยสิ้นเชิง หรือจะเป็นเซตปลาแซลมอนย่างซอสเทริยากิที่สัมผัสได้ถึงความสดฉ่ำของเนื้อปลาในทุกคำที่เคี้ยว ส่วนใครที่อยากลองรสชาติแปลกใหม่แนวฟิวชัน ขอแนะนำเซตปลาซาบะย่างซอสมายองเนส ที่เชฟคัดปลาเนื้อแน่นมาจับคู่กับความมันนัวของซอสได้อย่างเข้ากัน แถมทางร้านยังขยันคิดค้นเมนูใหม่ๆ ออกมาสร้างความเซอร์ไพรส์ให้สายกินได้ลิ้มลอง

ในเรื่องของงบประมาณ ข้าวกล่องและอาหารชุดเทโชกุของที่นี่ถือว่ามิตรภาพและเข้าถึงง่ายมากๆ โดยเมนูเซตจานย่างยอดนิยมอย่างปลาซาบะย่างเกลือจะเริ่มต้นเพียง 150 บาทเท่านั้น ส่วนเซตปลาแซลมอนย่างจะอยู่ที่ราวๆ 190-220 บาท และเมนูพรีเมียมอย่างข้าวหน้าปลาไหลจะอยู่ที่ประมาณ 290-390 บาท ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อหัวสะบายกระเป๋าอยู่ที่ไม่เกิน 150-400 บาท เป็นมื้ออาหารคุณภาพดีในราคาจับต้องได้ที่แวะมาฝากท้องได้ทุกวัน

Nakajima Suisan

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

299 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ซอย เจริญนคร 5 แขวงคลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

8. Ootoya

Ootoya คุ้นหูสายกินเป็นอย่างดีในฐานะร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโฮมคุกกิ้งที่เน้นความอบอุ่นเรียบง่ายเหมือนได้กลับไปทานข้าวฝีมือคุณแม่ที่บ้าน จุดเด่นที่ทำให้หลายคนหลงรักคือความใส่ใจในการตกแต่งสไตล์ครัวญี่ปุ่นโบราณ ตัวร้านตกแต่งด้วยไม้โทนสีอ่อนและเปิดไฟสีนวลตา ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและเจริญอาหาร ทันทีที่เดินผ่านหน้าครัวเราจะได้กลิ่นหอมของควันถ่านไม้อ่อนๆ ลอยมาทักทาย ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของทางร้านที่เลือกใช้วิธีการย่างถ่านเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและดึงรสชาติที่แท้จริงจากเนื้อในของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด เป็นพิกัดที่เหมาะกับมื้อกลางวันวันทำงานหรือการมานั่งทานอาหารมื้อเย็นแบบสบายๆ ร่วมกับครอบครัว

จานเด็ดที่ยืนหนึ่งในใจสายสุขภาพต้องยกให้ปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน เมนูซิกเนเจอร์ที่คัดสรรปลาจากแหล่งน้ำลึกตามฤดูกาล นำมาผ่านเปลวไฟร้อนจากถ่านไม้ด้วยเทคนิคเฉพาะจนได้ส่วนหนังที่กรอบกรุ่น แต่เนื้อปลาก็ดึงความนุ่มฉ่ำละมุนลิ้นออกมาได้อย่างเต็มคำ แนะนำให้ทานคู่กับหัวไชเท้าขูดสดที่เสิร์ฟมาเคียงกัน โดยจะสลับไปเหยาะโชยุเพิ่มความเค็มหวานนิดๆ ก็ช่วยขับความหวานธรรมชาติของตัวปลาให้เด่นชัดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีชุดปลาย่างที่น่าสนใจอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอนย่างถ่านกลิ่นหอมเฉพาะตัว ปลากินดาระหรือปลาโอกิเมไดหมักซอสโชยุโคจิรสกลมกล่อม รวมถึงปลาบุรีราดซอสเทริยากิรสเข้มข้นที่เคลือบเนื้อปลามาแบบฉ่ำวาว

ในเรื่องของงบประมาณถือว่าคุ้มค่าและสมเหตุสมผลกับคุณภาพอาหารระดับพรีเมียม โดยราคาเมนูเซตอาหารชุดปลาย่างแบบครบถ้วนที่มีทั้งข้าว ซุปมิโซะ และเครื่องเคียงจะเริ่มต้นที่ประมาณ 300 บาทไปจนถึง 500 บาท ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวตกอยู่ที่ราวๆ 350-600 บาท เป็นเรตราคาจับต้องได้ที่แลกกับความพิถีพิถันและคุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่นมาในถาดอาหารอย่างลงตัว

Ootoya

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

315, Chamchuri Square, G Floor, Rama 4 Road, Pathumwan, Khet Pathumwan, Bangkok, 10330

9. Tsubohachi Thailand

Tsubohachi Thailand ชวนให้ตื่นตาตื่นใจไปกับร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานที่มีประวัติความอร่อยมายาวนานกว่า 48 ปี โดยส่งตรงชื่อเสียงอันเลื่องชื่อจากฮอกไกโดมาให้คนไทยได้ลิ้มลองถึง 6 สาขา บรรยากาศภายในร้านเน้นการตกแต่งที่สะท้อนกลิ่นอายโมเดิร์นอิซากายะแบบดั้งเดิม ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ เหมาะสำหรับการนัดสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนหรือพาสมาชิกในครอบครัวมาร่วมโต๊ะทานข้าว จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้คือความหลากหลายของเมนูอาหารที่มีให้เลือกละลานตามากกว่า 200 รายการ โดยเฉพาะการคัดสรรวัตถุดิบทางทะเลชั้นดีมาปรุงสดใหม่ ทำให้เราได้สัมผัสความอร่อยฟินเหมือนแวะไปกินที่ญี่ปุ่นโดยไม่ต้องบินไปไกล

ในส่วนของจานเด่นที่มาแล้วพลาดไม่ได้ขอยกให้สารพัดเมนูจานเด็ดประเภทปลาย่างที่ย่างออกมาได้หอมกรุ่นน่าทาน เริ่มจากจานไฮไลต์อย่างปลาแซลมอนย่างใบโฮบะ ที่นำเนื้อปลาแซลมอนสีส้มสดไปวางย่างบนใบโฮบะจนส่งกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์พร้อมราดด้วยซอสมิโสะสูตรพิเศษสไตล์ฮอกไกโดรสเข้มข้น ถัดมาคือปลาอายุย่างเกลือ เจ้าของฉายาราชินีแห่งสายน้ำญี่ปุ่นที่เชฟนำเข้าวัตถุดิบชั้นดีจากจังหวัดกิฟุมาย่างไฟจนหนังกรอบและเนื้อมีรสหวานละมุนคลอเคล้ากลิ่นถ่านจางๆ นอกจากนี้ยังมีปลาซาบะย่างชิ้นหนาที่มีให้เลือกฟินทั้งแบบย่างเกลือรสคลาสสิกและย่างซีอิ๊วรสหวานเค็มกลมกล่อม เรียกว่าตอบโจทย์คนรักปลาปิ้งย่างได้อย่างครบครัน

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย ถือว่าเป็นร้านที่ตั้งราคาได้มิตรภาพและเข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารสไตล์ต้นตำรับ โดยเมนูยอดนิยมอย่างปลาอายุย่างเกลือมีราคาโปรโมชันเริ่มต้นเพียง 169 บาทเท่านั้น ส่งผลให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวสำหรับมื้ออาหารชุดและเครื่องดื่มจะตกอยู่ที่ประมาณ 250 บาทถึง 600 บาท เป็นเรตราคาคุ้มค่าสบายกระเป๋าที่ช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับความอร่อยระดับพรีเมียมได้แบบบ่อยๆ ทุกสัปดาห์

Tsubohachi Thailand

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 10:30 a.m.-9:30 p.m.

ศ.-อา. 10:30 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Future Park Rangsit, 2nd Floor, No. 94, ถ. พหลโยธิน อำเภอธัญบุรี 12130

10. Yayoi Restaurant

Yayoi Restaurant ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวจริงเรื่องอาหารชุดแบบประหยัดที่เดินทางไปทานได้ง่ายมากเพราะกระจายสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ จุดเด่นที่ทำให้เราแวะเวียนมาฝากท้องได้บ่อยๆ คือการบริการที่รวดเร็วทันใจผ่านระบบสั่งอาหารบนหน้าจอทัชสกรีนที่สะดวกล้ำสมัย บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง สะอาดสะอ้าน และตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่ดูสว่างไสว ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงและเป็นกันเองอย่างมาก ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองในวันเร่งรีบ ไม่ว่าจะแวะมาทานมื้อเที่ยงช่วงพักเบรกสั้นๆ หรือพาครอบครัวมาล้อมวงทานมื้อเย็นในวันหยุดพักผ่อน

ความน่าสนใจของรายการอาหารที่นี่ได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาแห่งอาหารเซตสไตล์โฮมเมดที่ส่งตรงสูตรความอร่อยมาจากเชฟญี่ปุ่นแท้ๆ มีเมนูให้เลือกทานหลากหลายละลานตาจนตอบโจทย์ความชอบที่แตกต่างกันของทุกคนในโต๊ะได้อย่างครบถ้วน สำหรับใครที่กำลังมองหาเมนูปลาย่างรสชาติกลมกล่อม ขอแนะนำเซตปลาซาบะย่างซีอิ๊วกระทะร้อนที่เสิร์ฟมาพร้อมเสียงซู่ซ่าและกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ โดยเนื้อปลาซาบะชิ้นโตจะถูกย่างจนผิวเกรียมสวยแต่เนื้อในยังนุ่มชุ่มฉ่ำชโลมด้วยซอสเทริยากิรสหวานเค็มลงตัว หรือจะเลือกสั่งเป็นเซตปลาแซลมอนย่างเกลือที่เน้นชูรสชาติความสดหวานธรรมชาติของเนื้อปลาแกล้มกับซุปมิโซะร้อนๆ ข้าวสวยนุ่มๆ และสลัดผักเคียงก็ฟินไม่แพ้กัน

ราคาอาหารชุดส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทไปจนถึงสามร้อยกว่าบาทเท่านั้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาทานอาหารญี่ปุ่นมื้อพรีเมียมที่นี่ตกอยู่ที่ประมาณ 180-350 บาทต่อคน เป็นเรตราคาจับต้องได้ที่ทำให้เราได้อิ่มอร่อยเต็มคุณภาพในราคาที่สบายใจได้ทุกวัน

Yayoi Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

617 เซ็นทรัล พระราม9 ชั้น 6 ถ. พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10310