8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูไคเซกิ (Kaiseki) ศิลปะความประณีตที่สายกินห้ามพลาด

18.06.2026 (Updated: 18.06.2026)
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูไคเซกิ (Kaiseki) ศิลปะความประณีตที่สายกินห้ามพลาด

ถ้าพูดถึงที่สุดของอาหารญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความประณีต เชื่อว่า ไคเซกิ (Kaiseki) จะต้องเป็นคำตอบแรกๆ ที่เหล่านักกินนึกถึง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การทานให้อิ่มท้อง แต่คือการเสพศิลปะที่เชฟบรรจงรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล การใช้เทคนิคดั้งเดิมดึงรสธรรมชาติออกมาอย่างสูงสุด ไปจนถึงการจัดวางจานที่งดงามราวกับภาพวาด สะท้อนถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใครที่กำลังมองหามื้อพิเศษเพื่อฉลองโอกาสสำคัญหรืออยากเปิดโลกต่อมรับรส ตามมาปักหมุดไปพร้อมกันกับพิกัดเด็ดที่จะทำให้คุณตกหลุมรักอาหารจานประณีตนี้อย่างแน่นอน

1. Umenohana Solaria Restaurant

Umenohana มอบประสบการณ์การทานไคเซกิที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ บรรยากาศภายในร้านถูกตกแต่งอย่างประณีตและเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการพาครอบครัวมาฉลองมื้อพิเศษหรือนัดคุยธุรกิจในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้แตกต่างจากที่อื่นคือการหยิบยกเอาเต้าหู้และปูมาเป็นพระเอกหลักในการรังสรรค์เมนู โดยทางร้านพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงขั้นตอนการปรุงที่สะท้อนถึงวิถีการกินแบบดั้งเดิมได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟเต็มไปด้วยความประณีตและรสชาติที่อร่อยเกินคาดหมาย

ถ้าพูดถึงเมนูแนะนำที่ห้ามพลาดต้องยกให้เซ็ต Umenohana Zen ไคเซกิแบบต้นตำรับ 12 คอร์ส ที่จะพาไปสำรวจเสน่ห์ของเต้าหู้ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อยเบาๆ อย่างเต้าหู้มิเนโอกะราดซอสส้มยูสุไปจนถึงปลาดิบ ของทอด และจานหลักที่จัดวางมาอย่างสวยงาม นอกจากเซ็ตประจำแล้ว ทางร้านยังมีเซ็ตอาหารตามฤดูกาลที่คอยเปลี่ยนวัตถุดิบพรีเมียมไปตามช่วงเวลา เพื่อให้ลูกค้าได้รับรสสัมผัสสดใหม่เสมอ และสำหรับใครที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ ทางร้านก็ยังใจดีมีตัวเลือกเซ็ตอาหารมังสวิรัติทั้งแบบ Vegetarian และ Vegan ไว้คอยบริการอีกด้วย

หากวางแผนจะมาสัมผัสความอร่อยที่ลืมไม่ลงนี้ เตรียมงบประมาณไว้ที่ราคาเฉลี่ยเริ่มต้นประมาณ 1,250++ บาทต่อคนสำหรับเซ็ตไคเซกิมาตรฐาน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อแลกกับความหลากหลายของคอร์สอาหารและการบริการระดับพรีเมียม หากต้องการสั่งเมนูพิเศษหรือเซ็ตอาหารตามฤดูกาล ราคาก็อาจมีการปรับเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละช่วง แต่รับรองว่าประสบการณ์ที่ได้รับจะคุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน

Umenohana Solaria Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 p.m. และ 6:00 p.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

2nd Floor, No. 1 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/umenohana-solaria/

2. Kappo Takashi

Kappo Takashi พร้อมพาคุณไปเปิดประสบการณ์ทานอาหารสไตล์คัปโปะโอมากาเสะที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 11 ของอาคาร The Residences 38 แถวทองหล่อ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเงียบสงบ หลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงด้านล่างได้อย่างดีเยี่ยม โดยจุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ตัวเชฟ Takashi Sasaki ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวเชฟและพกพาประสบการณ์จากญี่ปุ่นมาแบบเต็มกระเป๋า เคาน์เตอร์บาร์ยาวถูกจัดวางให้ลูกค้าได้นั่งชมฝีมือการทำอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนมานั่งคุยกับเพื่อนสนิทที่ทำอาหารให้กิน พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับลวดลายตกแต่งที่สะท้อนถึงศิลปะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

แนวคิดหลักในการเสิร์ฟของเชฟจะเน้นการผสานศิลปะแบบไคเซกิดั้งเดิมเข้ากับความตื่นเต้นของโอมากาเสะ ทำให้เมนูแนะนำในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น จานเด่นที่เป็นซิกเนเจอร์และทำเอาหลายคนประทับใจคือโซเมงเย็นคลุกซอสไข่หอยเม่นรสครีมมี่สุดเข้มข้นที่ท็อปด้านบนด้วยอูนิสดๆ นอกจากนี้ยังมีจานเปิดมื้ออาหารอย่างปลามาไดนึ่งเสิร์ฟคู่กับยูสุเจลลี่และคาเวียร์ที่ให้รสสัมผัสสดชื่นอย่างลงตัว รวมไปถึงเซ็ต Mitsu Maguro ที่จัดเต็มทูน่า 3 ส่วนทั้งอากามิ ชูโทโร่ และโอโทโร่ กินคู่กับไข่แดงดองโชยุรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม

ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 4,500++ บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับท็อปอย่างปลาพรีเมียม อูนิ คาเวียร์ รวมถึงการดูแลอย่างอบอุ่นและใส่ใจในทุกรายละเอียดจากตัวเชฟเองตั้งแต่ต้นจนจบมื้อ ถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าและเหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาอาหารมื้อพิเศษเพื่อฉลองในโอกาสสำคัญ

Kappo Takashi

เวลาทำการ

อ.-อา. 6:00 p.m.-10:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

11th Floor, The Residences, 38 ซอย สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-takashi/

3. Tensui

Tensui เป็นพิกัดที่สายกินดื่มปักหมุดไว้แน่นหนาเพราะให้ความรู้สึกสบายใจทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป บรรยากาศรอบๆ ร้านโอบล้อมไปด้วยความร่มรื่นของสวนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำให้รู้สึกตัดขาดจากความเร่งรีบภายนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่น ละเมียดละไม จุดเด่นที่ผูกใจใครหลายคนไว้คือแนวคิดการต้อนรับที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างฤดูกาล อาหาร และธรรมชาติอย่างกลมกลืน ทำให้การมานั่งทานอาหารที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอิ่มท้อง แต่คือการเสพศิลปะความสุขผ่านประสาทสัมผัสทั้งหมดอย่างแท้จริง

เมื่อพูดถึงสำรับอาหารของที่นี่ ทางร้านจะนำเสนอคอร์สไคเซกิที่เสิร์ฟไล่เรียงอย่างเป็นระบบผ่านเทคนิคการปรุงหลักทั้ง 5 แบบ เมนูเริ่มต้นมื้อจะเปิดด้วย Sakizuke อย่างเต้าหู้งาเนื้อเนียนเสิร์ฟแบบเย็นฉ่ำเพื่อปลุกความสดชื่น ตามมาด้วย Hassun จานไฮไลต์ที่รวบรวมของอร่อยประจำฤดูกาลมาตกแต่งอย่างงดงามตระการตา รวมถึงซาชิมิเกรดคัดสรรพิเศษ ส่วนจานหลักก็มีตัวเลือกเด็ดๆ ให้เลือกตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นสเต๊กเนื้อวากิวละลายในปาก ขาปูทาราบะทอดเทมปุระสีเหลืองทอง หรือปลาทะเลตามฤดูกาลย่างเกลือเตาถ่านหอมๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยข้าวอบหม้อดินร้อนๆ คู่น้ำซุปรสเชงๆ ซดคล่องคอ

หากใครอยากลองแวะมาสัมผัสความประณีตของศิลปะการกินในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ คอร์สอาหารของทางร้านจะมีช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000++ บาท ขึ้นอยู่กับระดับพรีเมียมของวัตถุดิบและจานหลักที่เราเลือกสรรในวันนั้น ซึ่งเทียบกับมาตรฐานการคัดเกรดปลาสดใหม่ ประสบการณ์การบริการที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด และวิวสวนสวยๆ ที่หาได้ยากใจกลางเมือง ถือเป็นการลงทุนกับมื้ออาหารที่มอบความประทับใจกลับไปอย่างคุ้มค่าแน่นอน

Tensui

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

33 ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tensui/

4. Yamazato

Yamazato พร้อมต้อนรับคุณด้วยบรรยากาศการตกแต่งที่สะท้อนถึงขนบธรรมเนียมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างเด่นชัด การันตีความประณีตด้วยรางวัลมิเชลิน เพลท ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงการจัดวางอาหารลงบนจานอย่างงดงาม หากได้ก้าวเข้ามาด้านใน คุณจะสัมผัสได้ถึงความสงบและหรูหราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซึมซับศิลปะการกินดื่มที่แท้จริง โดยทางร้านเปิดให้บริการยาวๆ ตั้งแต่มื้อเช้าสไตล์ญี่ปุ่น มื้อกลางวัน ไปจนถึงมื้อค่ำสุดพิเศษที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ

สำหรับไลน์อาหารจะเน้นการเสิร์ฟคอร์สไคเซกิที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดของวัตถุดิบออกมา เช่น มื้อค่ำ Minazuki Dinner Kaiseki ที่จัดเต็มจานเด่นอย่างสเต๊กเนื้อวากิวเซอร์ลอยน์บนเตาถ่านร้อนๆ ปลากินเมไดดรายโทมาโท่มิโซะรสเข้มข้น และซาชิมิพรีเมียมสารพัดชนิด หรือหากแวะมาช่วงกลางวันก็มี Minazuki Lunch Kaiseki ที่ย่อส่วนความอร่อยมาในเซ็ตสองสำรับ ประกอบด้วยปลาหิมะย่างสมุนไพร เทมปุระกุ้งและปลาดาบเงิน รวมถึงข้าวหน้าปูท็อปไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกพรีเมียมอย่างแบบ Regular และ Premium Kaiseki Omakase ที่เน้นการเสิร์ฟซูชิคำเด่นควบคู่ไปกับจานย่างตามใจเชฟอีกด้วย

ขยับมาที่เรื่องของงบประมาณในการมาเปิดประสบการณ์มื้ออาหารสุดหรูนี้ ช่วงราคาจะมีความยืดหยุ่นค่อนข้างมากขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและรูปแบบคอร์สที่เราเลือก โดยเซ็ตมื้อกลางวันเริ่มต้นแบบเข้าถึงง่ายที่ประมาณ 1,700++ บาท ส่วนคอร์สมื้อค่ำตามฤดูกาลจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4,700++ บาท สำหรับใครที่อยากจัดเต็มกับคอร์สที่ผสมผสานความเป็นโอมากาเสะเข้าไปด้วย ก็จะมีตัวเลือกราคาตั้งแต่ 4,900++ บาท ไปจนถึงเซ็ตพรีเมียมสูงสุดที่ 6,500++ บาท ซึ่งราคาทั้งหมดนี้ยังไม่รวมค่าบริการและภาษีตามธรรมเนียม แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าด้านรสชาติและคุณภาพระดับมิเชลินแล้วก็นับว่าคุ้มค่าน่าลองสักครั้ง

Yamazato

เวลาทำการ

ทุกวัน 6:00 a.m.-10:30 a.m., 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 6:00 p.m.-10:30 p.m.

ที่อยู่

57 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yamazato-bangkok/

5. KiSara

KiSara นำเสนอเสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมผ่านมุมมองใหม่ๆ ตั้งอยู่ภายในโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ บรรยากาศด้านในได้รับการออกแบบมาให้สะท้อนถึงงานศิลปะและความประณีตในแบบฉบับแดนปลาดิบ ผสมผสานความทันสมัยเข้าไปได้อย่างลงตัวและมีรสนิยม จุดเด่นของที่นี่คือความสามารถในการรังสรรค์มื้ออาหารที่เชื่อมโยงระหว่างสูตรดั้งเดิมกับนวัตกรรมการปรุงยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเมนูอันหลากหลายที่มีให้เลือกสรรตามความชอบ เหมาะสำหรับใครที่ต้องการสัมผัสรสชาติอันลุ่มลึกในบรรยากาศที่หรูหราทว่าผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว

เมื่อเปิดดูสมุดรายชื่ออาหาร คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับคอร์สไคเซกิที่เสิร์ฟอาหารจานเด่นเรียงรายมาอย่างงดงาม เริ่มต้นด้วยสลัดปลาแซลมอนราดโฟมซุปโบนิโตและน้ำสลัดยูสุ ตามด้วยไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่ม และจานรวมของว่างตามฤดูกาลอย่างเนื้อทาทากิควบคู่กับซาชิมิสดใหม่คัดพิเศษ ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การเลือกจานหลักตามสไตล์ที่ชอบ โดยฝั่ง Kisara Dinner Kaiseki จะมีให้เลือกทั้งชุดซูชิพรีเมียม ข้าวหน้าปลาดิบ ข้าวหน้าปลาไหลย่าง หรือข้าวหน้าเทมปุระรวม ส่วนใครที่ชอบความเร้าใจในรสชาติก็มี Kisara Teppan Kaiseki ที่เสิร์ฟจานหลักเป็นเนื้อวากิวออสเตรเลีย สเต๊กปลาแซลมอนหอยเชลล์และหอยนางรม หรือเนื้อวากิวญี่ปุ่น A4 ชิ้นโต สำหรับสายสุขภาพทางร้านก็ยังมีคอร์ส Vegetarian Kaiseki ที่เน้นผักสดและเต้าหู้ทอดราดซอสขิงไว้คอยบริการเช่นกัน

ในส่วนของงบประมาณสำหรับมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ ตัวเลขราคาเฉลี่ยต่อหัวจะแตกต่างกันไปตามประเภทของจานหลักที่เราเลือกสรร โดยคอร์สไคเซกิสำหรับผู้ไม่ทานเนื้อสัตว์จะเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 1,388++ บาท หากขยับมาเป็นคอร์สมาตรฐานที่มีจานหลักเป็นข้าวหน้าเทมปุระ ข้าวหน้าปลาไหล หรือข้าวหน้าปลาดิบ ราคาจะอยู่ที่ช่วง 2,188-2,388++ บาท และสำหรับเซ็ตซูชิรวมพรีเมียมรวมถึงเซ็ตเทปปันยากิเนื้อวากิวออสเตรเลียหรือซีฟู้ดจะขยับขึ้นมาที่ 2,288++ บาท ไปจนถึงเซ็ตเนื้อวากิวญี่ปุ่น A4 และบอสตันล็อบสเตอร์ตัวโตในราคา 3,488-3,888++ บาท ถือเป็นระดับราคาที่แปรผันตามความพรีเมียมของวัตถุดิบได้อย่างสมเหตุสมผล

KiSara

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 6:00 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Level 3, 87/3 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kisara/

6. Kitaohji Ginza

Kitaohji Ginza พร้อมเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยการต้อนรับที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแบบโอโมเตะนาชิ บรรยากาศด้านในเน้นความเป็นส่วนตัวสูงมากผ่านการแบ่งสัดส่วนห้องหับที่ให้ความรู้สึกสงบและหรูหราไปพร้อมๆ กัน จุดเด่นของที่นี่คือการสืบทอดเอกลักษณ์และเทคนิคการปรุงอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมมายาวนานเกือบศตวรรษ โดยเน้นการดึงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลออกมาอย่างสูงสุด ทำให้ไม่ว่าจะมานั่งคุยธุรกิจ เจรจาดีลสำคัญ หรือพาครอบครัวมาเฉลองในโอกาสพิเศษ ทุกคนจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

สัมผัสความละเมียดละไมผ่านคอร์สไคเซกิที่จัดเสิร์ฟไล่เรียงอย่างเป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่จานเปิดต่อมรับรส ซาชิมิสดใหม่คัดพิเศษ ไปจนถึงจานหลักระดับเรือธง โดยเมนูแนะนำที่เป็นไฮไลต์เด็ดห้ามพลาดคือ เนื้อวากิวขนดำเกรด A4 ที่ปรุงมาในรูปแบบสุกี้ยากี้เตาถ่านร้อนๆ บรรจุมาแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งหม้อ รวมถึงปูขนเนื้อหวานฉ่ำที่จัดเสิร์ฟมาในกล่อง พร้อมลูกเล่นเปิดกล่องที่มีควันลอยออกมาสร้างความตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูปูทาราบะย่างถ่านเนื้อแน่นคู่ซอสเนยโชยุสูตรเฉพาะ และเซ็ตผสมผสานรสชาติแบบคลาสสิกอย่างคอร์สซูชิที่รวมเอาความอร่อยของปลาโนโดกุโระย่างและข้าวปั้นหน้าโอโทโร่ไว้ในมื้อเดียว โดยเมนูทั้งหมดนี้จะมีการหมุนเวียนปรับเปลี่ยนทุกๆ เดือนครึ่งตามฤดูกาลของญี่ปุ่น

สำหรับการมาร่วมเดินทางไปกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ในมื้อนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท สำหรับคอร์สสุกี้ยากี้หม้อไฟมาตรฐาน และขยับขึ้นมาที่ 3,000 บาทสำหรับเซ็ตสเปเชียล หากอยากลิ้มลองเมนูระดับแฟล็กชิปอย่างคอร์สปูขนหรือคอร์สเนื้อวากิวย่างใบโฮบะ ราคาก็จะอยู่ที่ช่วงประมาณ 4,200-4,300 บาท ขยับไปจนถึงเซ็ตพรีเมียมสุดหรูอย่างคอร์สปูทาราบะและคอร์สผสมซูชิในราคา 5,500-7,500 บาท ส่วนคอร์สสูงสุดที่รวบรวมของดีไว้ครบครันจะอยู่ที่ 8,000 บาท ซึ่งราคาทั้งหมดยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ  ถือเป็นระดับราคากลุ่มพรีเมียมที่สมน้ำสมเนื้อกับคุณภาพวัตถุดิบและการบริการอย่างแท้จริง

Kitaohji Ginza

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-11:00 p.m.

ที่อยู่

212 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaohji-ginza-thailand/

7. SEN.SEI Kaiseki

SEN.SEI Kaiseki เป็นพิกัดลับที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น 3 ของโครงการ The Pulse Sirindhorn ซึ่งใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นต้องแวะไปลองให้ได้ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น เป็นส่วนตัว และจัดวางที่นั่งได้อย่างน่านั่ง จุดเด่นหลักที่ชวนให้ประทับใจตั้งแต่แรกเริ่มคือความคล่องแคล่วของเชฟที่ตระเตรียมและปรุงอาหารได้อย่างรวดเร็วฉับไวแทบไม่ต้องนั่งรอนานให้เสียเวลา ผนวกกับการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่ส่งตรงความสดใหม่มาในทุกๆ จาน ทำให้การไปนั่งทานอาหารที่นี่ได้กลายเป็นการพักผ่อนและดื่มด่ำกับมื้ออาหารที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง

ในส่วนของจานเด่นและไลฟ์สไตล์การกินของที่นี่ ทางร้านยกเอาวัฒนธรรมการทานไคเซกิแบบดั้งเดิมมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ โดยเน้นชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบผ่านการปรุงที่ประณีตละเมียดละไม เมนูแนะนำที่แทบทุกโต๊ะต้องเอ่ยปากชมคือความสดของบรรดาปลาดิบและข้าวปั้นพรีเมียมสารพัดชนิดที่มีความสดหวานในทุกๆ คำ แต่สิ่งที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ยกระดับความอร่อยและโดดเด่นไม่ซ้ำใครเลยก็คือระบบ Tea Pairing ที่ทางร้านตั้งใจคัดสรรชาสายพันธุ์พิเศษมาจับคู่เสิร์ฟร่วมกับอาหารแต่ละจานอย่างลงตัวที่สุด ซึ่งพอได้จิบชาควบคู่ไปกับการทานอาหารแล้ว รสชาติของชาจะช่วยเปิดต่อมรับรสและดึงความกลมกล่อมของอาหารจานนั้นๆ ให้เด่นชัดและอร่อยยิ่งขึ้นไปอีกขั้น

สำหรับเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเปิดประสบการณ์มื้ออาหารพรีเมียมนี้ ขอบอกเลยว่าราคาน่ารักและคุ้มค่าจนเกินคาดมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่คุณจะได้รับ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับคอร์สอาหารจะเริ่มต้นเพียงแค่ประมาณ 1,850 บาท++ เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ได้รวมเอาทั้งอาหารจานประณีตและการจับคู่เครื่องดื่มชาชั้นดีเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมองหาร้านอาหารชั้นเลิศเพื่อมาให้รางวัลตัวเองในวันหยุดหรือชวนคนพิเศษมาเปลี่ยนบรรยากาศการทานอาหารปลาดิบในราคาที่สบายกระเป๋า

SEN.SEI Kaiseki

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

85 ถ. สิรินธร แขวงบางบำหรุ บางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700

8. Hoshi Japanese Restaurant

Hoshi Japanese Restaurant เป็นร้านอาหารที่ตอบโจทย์คำว่ามื้อแห่งความสุขของครอบครัวได้อย่างดีเยี่ยม บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเองเหมือนมานั่งกินข้าวบ้านเพื่อน จุดเด่นที่ทำให้หลายคนกลายเป็นลูกค้าประจำคือความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ทางร้านคัดสรรส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นรวมถึงอีกหลายมุมโลก มีเมนูให้เลือกหลากหลายมากตั้งแต่ข้าวหน้าล้น จานกินเล่น ไปจนถึงปลาสดๆ นานาชนิดที่พร้อมเสิร์ฟท่ามกลางการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมาะแก่การมาเติมพลังและสร้างความสุขร่วมกันในทุกๆ วัน

สำหรับใครที่อยากลิ้มลองเสน่ห์ของอาหารเซ็ตที่ให้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ทางร้านมีตัวเลือกเด็ดๆ อย่าง Deluxe Kaiseki Don ซึ่งเสิร์ฟมาเป็นข้าวด้งหน้าล้นพูนๆ ที่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบพรีเมียมอย่างแซลมอน ปลาฮามาจิ โฮตาเตะ และกุ้งอามะเอบิเนื้อหวาน โดยมาพร้อมกับเครื่องเคียงครบสำรับ ทั้งแซลมอนต้มซีอิ๊วรสกลมกล่อม ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน และสลัดหนังปลาทอดกรอบ หรือถ้าอยากได้ความฟินแบบอัปเกรดขึ้นไปอีกก็มี Premium Kaiseki Don ไว้คอยบริการ ส่วนสายปาร์ตี้หรือใครที่กำลังมีมื้อพิเศษในวันสำคัญ ทางร้านก็มีเซ็ตใหญ่อย่าง Kaiseki Shikou no en ที่จัดเต็มความอร่อยแบบจัดเต็มคอร์สมาให้กินกันแบบสะใจ

ในเรื่องของงบประมาณในการมาอิ่มอร่อยที่นี่ขอบอกเลยว่าจับต้องได้ง่ายและคุ้มค่ามาก ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นแบบเป็นมิตรมากๆ โดยเซ็ตข้าวหน้าล้นยอดฮิตพร้อมเครื่องเคียงอย่างสำรับดีลักซ์จะอยู่ที่เซ็ตละ 429 บาทเท่านั้น ส่วนคอร์สไคเซกิชุดใหญ่ที่เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษหรือการเฉลิมฉลองแบบจัดเต็มจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 1,850 บาท ซึ่งราคาระดับนี้เมื่อเทียบกับคุณภาพปลาสดๆ และปริมาณอาหารที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็มแล้ว ถือเป็นพิกัดที่คุ้มค่าและสบายกระเป๋าสำหรับทุกคนในครอบครัวอย่างแน่นอน

Hoshi Japanese Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

1788 ถ. เพชรบุรี บางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

บทความแนะนำ บทความแนะนำ