15 ร้านสไตล์คัปโปะ (Kappo) อิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารญี่ปุ่นสุดพิถีพิถัน อัปเดท 2026

08.09.2025 (Updated: 26.03.2026)
15 ร้านสไตล์คัปโปะ (Kappo) อิ่มอร่อยไปกับเมนูอาหารญี่ปุ่นสุดพิถีพิถัน อัปเดท 2026

คัปโปะ (Kappo) สื่อถึงรูปแบบการทำอาหารแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เน้นการแสดงทักษะของเชฟในการหั่นและปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน ทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารแสนพิเศษในแบบฉบับของญี่ปุ่นได้ บทความนี้เราได้รวบรวมมาจำนวน 15 ร้านที่ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับเทคนิคการทำอาหารของเชฟ และความอร่อยที่ส่งผ่านเมนูต่าง ๆ จะมีร้านไหนบ้าง ไปอ่านกัน

1. Kappo Tomo

Kappo Tomo เป็นร้านที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปนั่งอยู่ในย่านหรูของญี่ปุ่นด้วยบรรยากาศที่เน้นความอบอุ่นเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหรูหราแบบเป็นกันเอง พื้นที่ถูกออกแบบมาให้แขกได้ใกล้ชิดกับเชฟผ่านเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เผยให้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงอย่างประณีต ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือความลื่นไหลของการบริการที่ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาที่ดินเนอร์แบบส่วนตัวหรืออยากมานั่งดูศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

เมนูอาหารของทางร้านมีความน่าสนใจตรงที่หยิบเอาวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลส่งตรงจากตลาดปลาชื่อดังในญี่ปุ่นมานำเสนอใหม่ โดยมีให้เลือกทั้งแบบคอร์สโอมากาเสะและแบบอะลาคาร์ทตามใจชอบ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือสารพัดเมนูจากปลาตามฤดูกาลที่เชฟดึงรสชาติธรรมชาติออกมาได้โดดเด่นมาก ไม่ว่าจะเป็นของนึ่งหรือของทอดที่ทำออกมาได้กรอบนอกนุ่มในสไตล์คัปโปะแท้ๆ รวมถึงเมนูข้าวปรุงพิเศษที่หอมกลิ่นน้ำซุปและเครื่องเทศญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแต่ละจานจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาทำให้มาซ้ำได้บ่อยไม่มีเบื่อ

ราคาโดยเฉลี่ยสำหรับการเปิดประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นมื้อพิเศษที่นี่จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่เชฟคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและเทคนิคการปรุงที่หาตัวจับยากในกรุงเทพฯ

Kappo Tomo

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

1F, Rain Hill 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-tomo/

2. Kappo Hisa

Kappo Hisa นำเสนอประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นที่เน้นความสงบและเป็นส่วนตัวสูงมาก เหมาะสำหรับคนที่เบื่อความวุ่นวายและอยากดื่มด่ำกับรสชาติอาหารอย่างแท้จริง ภายในร้านจัดวางที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์เพื่อให้แขกทุกคนได้สบตากับเชฟขณะกำลังปรุงอาหารอย่างใจจดใจจ่อ การตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูแพงตามสไตล์เซน ทำให้รู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในร้านลับย่านกินซ่า ความพิเศษคือการบริการที่ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยรอบด้าน และเนื่องจากรับเฉพาะลูกค้าที่จองล่วงหน้าเท่านั้น ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเอ็กซ์คลูซีฟและไม่พลุกพล่านเลย

เสน่ห์ของเมนูที่นี่คือการเสิร์ฟแบบโอมากาเสะไคเซกิ (Kaiseki-style omakase) ที่ร้อยเรียงเรื่องราวผ่านอาหาร 12 อย่าง ไล่เรียงตั้งแต่ของว่างเรียกน้ำย่อย ซุปใสที่หอมกลิ่นคัตสึโอะบูชิ ซาซิมิเกรดพรีเมียม ไปจนถึงของนึ่งและของทอดที่ใช้เทคนิคขั้นสูง จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือการนำเข้าวัตถุดิบหายากตามฤดูกาลมาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน เชฟจะเน้นการดึงรสสัมผัสที่แท้จริงของวัตถุดิบออกมาโดยไม่ปรุงแต่งจนเกินไป ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปสัมผัสได้ถึงความสดใหม่และความประณีตในระดับที่หาทานได้ยากจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเปิดประสบการณ์มื้อพิเศษนี้ คอร์สมาตรฐานจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4,600 บาทต่อท่าน และหากใครอยากยกระดับความหรูหราด้วยวัตถุดิบที่หายากยิ่งขึ้นไปอีก ก็มีคอร์สพรีเมียมให้บริการในราคาประมาณ 6,900 บาท ซึ่งทั้งสองราคายังไม่รวมภาษีและค่าบริการเพิ่มเติม ถือเป็นราคาที่เหมาะสมมากสำหรับคุณภาพอาหารและการดูแลระดับวีไอพีตลอดระยะเวลาการทานประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

Kappo Hisa

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

66/4 mile malle sukhmvit20 g floor room103, ซอย ไผ่สิงห์โต sukhmvit20, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-hisa/

3. Kappo Takashi

Kappo Takashi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านทองหล่อ ให้ฟีลลิ่งเหมือนเรากำลังนั่งทานมื้อพิเศษอยู่ในบ้านลับที่ญี่ปุ่น บรรยากาศภายในร้านเน้นความกะทัดรัดและเป็นส่วนตัวสูงมาก มีความโมเดิร์นที่ผสมผสานความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ทำให้หลงรักคือความเป็นกันเองของเชฟที่ทำให้เราไม่รู้สึกเกร็งเลย แม้จะเป็นมื้ออาหารสุดพรีเมียมก็ตาม แสงไฟสลัวๆ ช่วยขับเน้นให้เคาน์เตอร์เชฟดูมีเสน่ห์ เหมาะมากสำหรับสายชิลที่อยากมานั่งดื่มด่ำกับรสชาติอาหารพร้อมดูเชฟโชว์ฝีมือปั้นและปรุงอาหารตรงหน้าแบบเพลินๆ

เมนูอาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกใหม่และรสชาติที่ลุ่มลึก โดยเฉพาะ Katsu Sando ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่เชฟทำออกมาได้นุ่มกรอบลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ยังมี Ensui Uni ที่เสิร์ฟมาพร้อมคาเวียร์และน้ำซุปดาชิให้รสสัมผัสที่สดชื่น และเมนู Mitsu Maguro ที่รวมส่วนเด็ดทั้ง Otoro, Chutoro และ Akami มาให้ทานคู่กับโชยุไข่แดงรสชาติเข้มข้น อีกจานที่ไม่ควรพลาดคือ Gyutan Chawanmushi หรือไข่ตุ๋นลิ้นวัวที่หาทานที่อื่นได้ยาก รวมถึงเมนูย่างถ่านอย่าง Awabi และ Hotate ที่เชฟย่างมาแบบหอมกรุ่น ปิดท้ายด้วยข้าวอบหม้อดินตามฤดูกาลที่หอมฟุ้งและขนมหวานอย่างชีสเค้กสาเกที่ทำออกมาได้นุ่มนวลติดใจมาก

ราคาเฉลี่ยต่อคนสำหรับคอร์สโอมากาเสะสุดประณีตที่นี่จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงราคาที่แลกมาด้วยวัตถุดิบนำเข้าชั้นยอดและความเป็นส่วนตัวระดับสูง ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นแบบคัปโปะที่เน้นคุณภาพเน้นๆ และอยากสัมผัสเมนูที่มีความครีเอทีฟไม่ซ้ำใคร บอกเลยว่าร้านนี้ต้องอยู่ในลิสต์ที่ต้องไปลองให้ได้สักครั้งในชีวิตแน่นอน

Kappo Takashi

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–23:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

11th Floor, The Residences, 38 ซอย สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/article/15-kappo/

4. Sushi Kappou Ishimoto

Sushi Kappou Ishimoto ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Hotel Nikko Bangkok ย่านทองหล่อ เดินทางสะดวกและให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน บรรยากาศด้านในเน้นความเงียบสงบและการตกแต่งที่เรียบง่ายตามสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ มีความโปร่งสบายไม่แออัด จุดที่ทำให้ประทับใจคือความเป็นส่วนตัวที่ลงตัวมาก ไม่ว่าจะมาฉลองโอกาสพิเศษหรือนัดคุยธุระสำคัญก็ตอบโจทย์ แสงไฟในร้านช่วยขับเน้นให้เคาน์เตอร์ไม้ดูโดดเด่น ทำให้เราจดจ่อกับการดูเชฟแสดงฝีมือได้อย่างเพลิดเพลิน เป็นสถานที่ที่มอบความผ่อนคลายและดูดีในเวลาเดียวกัน

ความน่าสนใจของเมนูที่นี่คือการผสมผสานศิลปะระหว่างซูชิและการทำอาหารแบบคัปโปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยเชฟจะคัดเลือกปลาและอาหารทะเลที่สดที่สุดตามฤดูกาลส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่อนำมาปรุงแบบจานต่อจาน เมนูซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดคือกลุ่มนิกิริซูชิที่ปั้นมาในอุณหภูมิที่พอเหมาะและปรุงรสมาอย่างพอดี รวมถึงเมนูของนึ่งและของต้มที่โชว์ทักษะการดึงรสอูมามิจากวัตถุดิบออกมาได้อย่างซับซ้อน ความพิเศษอีกอย่างคือการจัดวางอาหารที่สวยงามราวกับงานศิลปะ ทำให้แต่ละคอร์สที่เสิร์ฟออกมาสร้างความตื่นเต้นได้ตลอดทั้งมื้อ

ราคาสำหรับการมาสัมผัสประสบการณ์โอมากาเสะคุณภาพสูงที่ร้านแห่งนี้เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาทต่อท่าน ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งใจกลางเมืองและมาตรฐานการบริการระดับโรงแรมห้าดาว รวมถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เชฟใส่ใจคัดสรรมาให้ทานในแต่ละวันอย่างเต็มที่

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Room 301, Hotel Nikko Bangkok 3rd Fl, 27 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

5. Sho Japanese Dining

Sho Japanese Dining เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะที่ซ่อนตัวอยู่ย่านเอกมัย มอบบรรยากาศที่ดูโปร่งสบายและมีความโมเดิร์นแฝงอยู่อย่างลงตัว ภายในร้านเน้นการใช้แสงธรรมชาติในช่วงกลางวันและเปลี่ยนเป็นความเรียบหรูอบอุ่นในช่วงค่ำ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้น่าสนใจคือการออกแบบพื้นที่ให้ดูทันสมัยไม่จำเจ มีโซนที่นั่งกว้างขวางและเคาน์เตอร์บาร์ที่ดูสะอาดตา เหมาะทั้งการมานั่งทานมื้อเที่ยงแบบสบายๆ หรือจะจัดมื้อเย็นแบบเป็นทางการขึ้นมาหน่อยก็ได้ ความใส่ใจในการต้อนรับและการบริการที่ดูเป็นมืออาชีพช่วยเสริมให้การมาทานที่นี่ดูพิเศษและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

เมนูอาหารของร้านโดดเด่นด้วยการนำเสนอในรูปแบบคัปโปะดั้งเดิมที่เน้นความสดของวัตถุดิบเป็นหัวใจหลัก จานที่ห้ามพลาดเลยคือบรรดาเมนูจากเนื้อวากิวพรีเมียมและปลาทะเลตามฤดูกาลที่เชฟปรุงออกมาได้รสชาติที่กลมกล่อมมาก โดยเฉพาะเมนูข้าวหน้าปลาไหลหรือข้าวอบหม้อดินที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวล ความพิเศษคือเชฟมักจะสอดแทรกเทคนิคการปรุงที่ดึงเอารสอูมามิออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของย่าง หรือซาซิมิที่แล่มาอย่างประณีต ทุกจานสะท้อนถึงความตั้งใจและการคัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยสำหรับการมาทานมื้ออร่อยที่ร้านแห่งนี้จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคอร์สหรือเมนูอะลาคาร์ทที่เลือกสั่ง ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับทำเลที่ตั้งและคุณภาพอาหารระดับพรีเมียมใจกลางเมือง ใครที่กำลังมองหาร้านคัปโปะที่เดินทางสะดวกและมีเมนูให้เลือกหลากหลายต้องไม่พลาดร้านนี้เลยนคะ

Sho Japanese Dining

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

Vibes 267/13 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sho-japanese-dining/

6. Miyabi Kappo

Miyabi Kappo เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นพิกัดลับที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 25 มอบบรรยากาศที่แตกต่างด้วยการตกแต่งที่ดูทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีความเป็นกันเองสูงมาก ไม่ดูเกร็งจนเกินไปเหมือนร้านคัปโปะดั้งเดิมบางแห่ง จุดที่น่าประทับใจคือการจัดวางที่นั่งที่ทำให้เห็นการทำงานของเชฟในระยะประชิด ช่วยให้มื้ออาหารดูมีสีสันและสนุกยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการมานั่งชิลหลังเลิกงานหรือนัดแก๊งเพื่อนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในบรรยากาศที่ดูโมเดิร์นและมีสไตล์

ความโดดเด่นของอาหารที่นี่คือความกล้าที่จะนำเทคนิคการปรุงแบบดั้งเดิมมาปัดฝุ่นใหม่ให้มีความครีเอทีฟมากขึ้น เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือกลุ่มของว่างและจานเรียกน้ำย่อยที่มีการจัดจานอย่างสวยงามแปลกตา รวมถึงเมนูย่างถ่านที่ดึงกลิ่นหอมเฉพาะตัวของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจน เชฟที่นี่เก่งเรื่องการใช้เครื่องปรุงสมัยใหม่เข้ามาเสริมรสชาติทำให้แต่ละจานมีรสสัมผัสที่ซับซ้อนและน่าตื่นเต้น ความพิเศษอีกอย่างคือการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีตามฤดูกาลมาทำเป็นเมนูพิเศษที่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกครั้งที่กลับมาทานจะได้พบกับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

ราคาเฉลี่ยต่อคนสำหรับการมาทานที่ร้านแห่งนี้จะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายมากสำหรับย่านใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท เมื่อเทียบกับความพิถีพิถันของเชฟและคุณภาพของวัตถุดิบที่ได้รับ นับเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับใครที่อยากเริ่มต้นทำความรู้จักกับวัฒนธรรมการกินแบบคัปโปะในสไตล์ที่ทันสมัยและไม่จำเจ

Miyabi Kappo

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

9 11 ซอย ทองหล่อ 25 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. Hyotan Kappo

Hyotan Kappo เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปไปนั่งอยู่ในร้านคัปโปะแถวเกียวโตด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและดูภูมิฐานแบบผู้ใหญ่ ภายในร้านเน้นการตกแต่งด้วยงานไม้ที่ดูเรียบแต่โก้ แสงไฟสลัวสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวอย่างมาก ความโดดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือความขลังของบรรยากาศที่ส่งต่อมาจากประสบการณ์อันยาวนานของเชฟ ทำให้ทุกจังหวะการทำอาหารดูนิ่งและเปี่ยมไปด้วยสมาธิ เหมาะมากสำหรับใครที่อยากมาซึมซับจิตวิญญาณการกินดื่มแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองหลวง

เมนูอาหารที่นี่จะเน้นการนำเสนอผ่านคอร์สโอมากาเสะที่รวบรวมเทคนิคการปรุงแบบคัปโปะไว้อย่างครบเครื่อง จานที่ห้ามพลาดคือบรรดาเมนูย่างและนึ่งที่เชฟควบคุมอุณหภูมิมาได้อย่างไร้ที่ติ ดึงความหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบตามฤดูกาลออกมาได้ถึงขีดสุด ซาซิมิของที่นี่ก็มีความพิเศษตรงการคัดเลือกส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟพร้อมการปรุงรสเพียงเล็กน้อยเพื่อชูรสสัมผัสที่แท้จริง รวมถึงเมนูข้าวปรุงในหม้อดินที่หอมกรุ่นและมีรสชาติลุ่มลึก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในศาสตร์อาหารญี่ปุ่นอย่างถ่องแท้ในทุกคำที่ได้ทาน

ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาดื่มด่ำกับรสชาติระดับพรีเมียมนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับฝีมือระดับปรมาจารย์และการคัดสรรวัตถุดิบเกรดสูงสุดมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่คนรักอาหารญี่ปุ่นแนวนี้น่าจะประทับใจตั้งแต่จานแรกจนจบมื้อแน่นอน

Hyotan Kappo

เวลาทำการ

อ.-ส. 17:30–22:00 น.

อา. 17:30–21:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

812 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Kappo Yume bangkok

Kappo Yume Bangkok ตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทที่ให้ความรู้สึกสงบและหรูหราแบบเงียบๆ เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในร้านจะสัมผัสได้ถึงความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว พื้นที่ภายในเน้นการใช้ไม้โทนสีอุ่นและแสงไฟที่ดูนุ่มนวล จุดที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าที่อื่นคือการวางผังที่นั่งให้แขกได้รับชมการสะบัดมีดและเทคนิคการปรุงอาหารของเชฟที่มีประสบการณ์ระดับโลกจากทั้งโตเกียว ปารีส และฮ่องกง ทำให้บรรยากาศดูน่าตื่นเต้นเหมือนได้มาดูโชว์ศิลปะการทำอาหารที่หาชมได้ยาก เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมาฉลองวันสำคัญหรือพบคุยกับคนพิเศษในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและดูมีระดับ

หัวใจสำคัญของเมนูอาหารที่นี่คือการเดินทางของรสชาติที่เชฟนำเทคนิคจากหลายซีกโลกมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบพรีเมียมตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น เมนูที่ห้ามพลาดคือการนำวัตถุดิบชั้นสูงอย่างหอยเป๋าฮื้อตัวโตที่ปรุงจนนุ่มละมุน หรือเนื้อวากิวลายหินอ่อนที่เชฟรังสรรค์ออกมาให้มีรสสัมผัสที่ซับซ้อนกว่าการย่างทั่วไป รวมถึงเมนูที่ใช้ไข่หอยเม่นสดๆ มาปรุงเป็นจานพิเศษที่ดึงความหวานฉ่ำออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ความพิเศษของที่นี่คือเมนูจะหมุนเวียนไปตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละวัน ทำให้ทุกครั้งที่แวะมาเหมือนได้เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่ไม่เคยซ้ำเดิม

สำหรับเรื่องราคาคอร์สอาหารจะแบ่งตามช่วงเวลาเพื่อให้เลือกเข้าใช้บริการได้ตามสะดวก โดยคอร์สมื้อกลางวันจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,800 บาท หากต้องการจัดเต็มในมื้อค่ำจะมีคอร์สมาตรฐานราคาประมาณ 4,800 บาท และสำหรับใครที่อยากสัมผัสความเหนือระดับด้วยวัตถุดิบหายากสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ก็ยังมีคอร์สมื้อพิเศษที่ราคาประมาณ 7,200 บาทต่อคน ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับประสบการณ์การทานอาหารระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพฯ

Kappo Yume bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

725 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Kappo Yamauchi

Kappo Yamauchi เป็นพิกัดที่สายกินดื่มแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมต้องหลงรักด้วยบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งอยู่ในบ้านของเชฟชาวญี่ปุ่นจริงๆ ร้านนี้เน้นความเป็นกันเองและความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น พื้นที่ภายในจัดวางให้แขกได้รับชมการทำงานของเชฟได้อย่างใกล้ชิด จุดเด่นที่ต่างจากที่อื่นคือการที่เชฟจะคอยเล่าเรื่องราวของวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงในแต่ละจานอย่างสนุกสนาน ทำให้มื้ออาหารดูมีมิติมากขึ้นและไม่เกร็ง เหมาะสำหรับคนที่อยากเสพทั้งรสชาติอาหารและเกร็ดความรู้ทางวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว

เมนูที่ต้องยกนิ้วให้คือการรังสรรค์จานอาหารที่ยึดตามขนบธรรมเนียมแบบคัปโปะแท้ๆ โดยเน้นความสดของวัตถุดิบที่ส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นตามฤดูกาล เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือกลุ่มอาหารทอดอย่างเทมปุระที่เชฟทอดออกมาได้แป้งบางเบาและไม่อมน้ำมัน รวมถึงซาซิมิที่แล่มาในความหนาที่พอเหมาะเพื่อชูรสสัมผัสธรรมชาติของปลาแต่ละชนิด นอกจากนี้ยังมีเมนูย่างถ่านที่หอมกลิ่นควันจางๆ ซึ่งเชฟใส่ใจในรายละเอียดการควบคุมไฟอย่างมากเพื่อให้วัตถุดิบสุกพอดีและยังคงความฉ่ำไว้ข้างในได้อย่างน่าทึ่ง

ราคาสำหรับประสบการณ์มื้อพิเศษที่ร้านแห่งนี้จะมีให้เลือกตามความเอ็กซ์คลูซีฟของวัตถุดิบ โดยคอร์สมาตรฐานเริ่มต้นที่ประมาณ 4,000++ บาท และสำหรับใครที่ต้องการสัมผัสความพรีเมียมขั้นสุดที่ใช้ส่วนผสมหายากและประณีตมากขึ้นไปอีกก็จะมีคอร์สในราคาประมาณ 6,000++ บาทต่อคน ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพการบริการและการได้ลิ้มรสชาติแบบออริจินัลแล้วถือว่าเป็นการเปิดโลกการทานอาหารญี่ปุ่นที่คุ้มค่าและน่าจดจำอย่างยิ่ง

Kappo Yamauchi

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

1F Rain Hill, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Kisso Japanese Restaurant

Kisso Japanese Restaurant ตั้งอยู่ภายในโรงแรมชั้นนำที่มอบความรู้สึกสง่าผ่าเผยและคลาสสิกตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้มีความหรูหราตามมาตรฐานสากลแต่ยังคงกลิ่นอายความสงบนิ่งแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือพื้นที่ที่กว้างขวาง มีมุมที่นั่งให้เลือกหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟ หรือห้องส่วนตัวที่เหมาะมากสำหรับการนัดคุยธุรกิจและงานเลี้ยงในครอบครัว การบริการที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจระดับโรงแรมห้าดาว ทำให้แขกทุกคนรู้สึกถึงความพิเศษและความเป็นส่วนตัวตลอดการมื้ออาหาร

ความน่าสนใจของเมนูที่นี่คือความครบเครื่องของอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟในสไตล์ไคเซกิและคัปโปะ โดยเน้นการดึงรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด เมนูที่พลาดไม่ได้คือซาซิมิและซูชิที่ใช้ปลาสดใหม่คัดเกรดพรีเมียม รวมถึงเมนูยากิโทริหรือของย่างที่ปรุงด้วยความร้อนที่แม่นยำจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มชุ่มฉ่ำ ความประณีตของเชฟยังสะท้อนออกมาผ่านการเลือกใช้ภาชนะที่สวยงามและการจัดวางอาหารที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมาไม่ใช่แค่การทานให้อิ่มท้องแต่เป็นการเสพศิลปะอาหารญี่ปุ่นที่ส่งตรงจากฝีมือผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยในการมาดื่มด่ำกับมื้ออาหารสุดพิถีพิถันที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานการบริการและคุณภาพของวัตถุดิบที่ได้รับในย่านใจกลางเมือง เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ตอบโจทย์ทั้งความอร่อยและความประทับใจในทุกโอกาสสำคัญของคุณอย่างแน่นอน

Kisso Japanese Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:30 น. และ 18:00–22:30 น.

ที่อยู่

259 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

11. Tenko Omakase

Tenko Omakase อีกร้านอาหารญี่ปุ่นน่าไป จุดเด่นของร้านอยุ่ที่การผสมผสานระหว่างเทคนิคดั้งเดิมและวัตถุดิบพรีเมียม แต่ละคำที่เสิร์ฟมามีทั้งความพิถีพิถันและเรื่องราว เมนูของที่นี่จะเน้นซูชิและซาชิมิเป็นหลัก โดยเชฟจะเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้ไม่ซ้ำกัน บอกเลยว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่ปลาสดๆ แต่ยังมีเมนูที่ปรุงสุกด้วยเทคนิคที่หลากหลาย ทำให้คุณได้สัมผัสรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 บาทต่อคน

Tenko Omakase

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–20:00 น.

ที่อยู่

8, 2 ถนน รางน้ำ Thanonphayathai, เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

12. Kinu by Takagi

Kinu by Takagi ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์คัปโปะที่การันตีความอร่อย ความพรีเมียมด้วยดาวมิชลิน ความพิเศษของที่นี่คือเป็นร้านในเครือของเชฟ Takagi Kazuo เชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาวจากญี่ปุ่น ที่นำเอาปรัชญาการปรุงอาหารแบบเกียวโตมาผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลก ทำให้แต่ละเมนูมีความประณีตและเต็มไปด้วยศิลปะมากๆ โดยเชฟจะนำเสนอเมนูแบบคอร์สที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เพื่อให้เราได้ลิ้มลองรสชาติที่สดใหม่และไม่เหมือนใคร ราคาโดยประมาณจะอยู่ที่ 6,00 -10,000 บาท ต่อคน

Kinu by Takagi

เวลาทำการ

พ.-อา. 19:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร

ที่อยู่

Mandarin Oriental Bangkok, 48 ซอย โอเรียนเต็ล อเวนิว แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

13. Sushi Kappou Kitaohji

Sushi Kappou Kitaohji ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 8 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ฟีลแบบญี่ปุ่นแท้ๆ จุดเด่นของที่นี่คือความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น และการนำเสนออาหารแบบคัปโปะที่ครบเครื่องมากๆ ไม่ได้มีแค่ซูชิหรือซาชิมิ แต่ยังมีเมนูย่าง ทอด และต้มที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ลิ้มรสอาหารหลากหลายรูปแบบในคอร์สเดียวเลย ที่นี่ยังมีเมนูอะลาคาร์ทให้เลือกอีกเพียบ ใครที่อยากลองคัปโปะแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องคิดมาก บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาท ต่อคน

Sushi Kappou Kitaohji

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

212 ซอย ทองหล่อ 8 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

14. Kappo Takashi

อีกหนึ่งร้านคัปโปะบรรยากาศดี ๆ ร้าน Kappo Takashi ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ใน The Residences 38 นำเสนออาหารสไตล์คัปโปะในรูปแบบโอมากาเสะ เชฟทาคาชิ (Takashi) จะคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลมานำปรุงให้ได้ลิ้มลอง ความพิเศษอีกอย่างคือการได้พูดคุยกับเชฟทาคาชิอย่างใกล้ชิดบนเคาน์เตอร์บาร์ไม้ ทุกขั้นตอนการทำอาหารดูเพลินตาและเต็มไปด้วยความใส่ใจ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป

Kappo Takashi

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

11th Floor, The Residences, 38 ซอย สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

15. Kozue Omakase

Kozue Omakase เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มอบประสบการณ์การทานแบบคัปโปะในบรรยากาศทันสมัยและมีชีวิตชีวาโดดเด่นกว่าร้านดั้งเดิมทั่วไปด้วยการตกแต่งที่ถ่ายรูปสวยและดูเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการนัดกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงที่เคาน์เตอร์บาร์เพื่อชมเชฟรังสรรค์เมนูโอมากาเสะสุดพรีเมียมอย่างใกล้ชิด โดยไฮไลท์อยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาลมาปรุงเป็นนิกิริซูชิคำโตและเมนูเรียกน้ำย่อยที่จัดจานมาอย่างประณีตสะดุดตา ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาที่คุ้มค่าและเป็นมิตรโดยเริ่มต้นเพียงประมาณ 1,000-3,000 บาทต่อคน

Kozue Omakase

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

Town Hall สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110