10 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุง บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย

29.04.2026 (Updated: 29.04.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุง บรรยากาศดี ถ่ายรูปสวย

หากกำลังมองหาประสบการณ์การกินที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของเมืองเก่า เจริญกรุงคือพิกัดที่รวมร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายสไตล์เอาไว้ ตั้งแต่โอมากาเสะระดับพรีเมียมที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ร้านซูชิระดับตำนานพร้อมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดโรแมนติก ไปจนถึงคาเฟ่ญี่ปุ่นลับๆ ในตรอกซอกซอยที่พร้อมเสิร์ฟความสนุก การตามหาอาหารญี่ปุ่นในย่านนี้จึงไม่ใช่แค่การอิ่มอร่อยกับรสชาติที่คุ้นเคย แต่คือการดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัวที่พร้อมจะเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ

1. THE S BANGKOK

THE S BANGKOK ร้านอาหารอิตาเลียน-ญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมเดอะสลิล ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (The Salil Hotel Riverside Bangkok) ที่จะเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของการมาทานร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านเจริญกรุงให้ต่างออกไป บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกโปร่งสบายและหรูหราไปพร้อมกัน ตัวร้านเน้นการตกแต่งที่ดูร่วมสมัย ผสมผสานความเงียบสงบเข้ากับแสงสีเอิร์ธโทนได้อย่างลงตัว เหมาะกับการนั่งปล่อยอารมณ์ชมพระอาทิตย์ตกดิน หรือจะมาดินเนอร์ใต้แสงไฟสลัวในช่วงกลางคืนก็สร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจได้ดีเยี่ยม

ในส่วนของเมนูอาหารมีการนำเสนอที่หลากหลายภายในคอร์สอาหาร มีเมนูแนะนำอย่างสเต็กวากิว A5 สุดพรีเมียมที่นุ่มละลายในปาก หรือจะเป็นชุดซาซิมิรวมที่คัดเฉพาะปลาเกรดสดใหม่เนื้อหวานมาเสิร์ฟอย่างประณีต นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชั่นที่ชูรสชาติวัตถุดิบได้อย่างโดดเด่นและสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ทุกจานผ่านการรังสรรค์มาอย่างตั้งใจเพื่อดึงเอกลักษณ์ของร้านอาหารญี่ปุ่นออกมาให้ชัดเจนที่สุด

สำหรับราคาคอร์สอาหารจะเริ่มต้นที่ 3,000 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับวัตถุดิบและการบริการที่ได้รับ เป็นร้านที่ตอบโจทย์อย่างมากสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียน-ญี่ปุ่นในย่านเจริญกรุงเพื่อใช้เป็นสถานที่นัดเดทสุดโรแมนติก หรือเลี้ยงฉลองความสำเร็จท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามและมีความเป็นส่วนตัวสูง ใครที่ชอบความเป็นระเบียบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความพิเศษไม่ควรพลาดมาเช็คอินที่นี่สักครั้ง

THE S BANGKOK

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

2052/8 ซอยเจริญกรุง 72/1 (ซอยตรอกเจ้าพระยา) แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/the-s-bangkok/

2. Sushi Itto

Sushi Itto เป็นร้านที่มอบประสบการณ์การทานอาหารท่ามกลางความสงบและเรียบง่ายในสไตล์มินิมอลแบบเซน ตั้งอยู่ในโรงแรมเดอะสลิล ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (The Salil Hotel Riverside Bangkok) ย่านเจริญกรุง การตกแต่งภายในเน้นการใช้ไม้โทนสีอ่อนและแสงไฟที่นุ่มนวล สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไป จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันในการจัดวางเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำให้แขกทุกคนสามารถมองเห็นการทำงานของเชฟได้อย่างใกล้ชิด เหมือนได้นั่งชมศิลปะการทำอาหารสดๆ ในพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งละเมียดรสชาติอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและนิ่งสงบ

เมนูหลักของร้านจะเน้นไปที่รูปแบบโอมากาเสะที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การเลือกใช้ปลาเกรดพรีเมียมและเทคนิคการปรุงที่ดึงรสสัมผัสธรรมชาติออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม เมนูแนะนำมักจะเป็นคำที่ใช้ปลาเนื้อขาวรสหวานละมุน หรืออูนิสายพันธุ์คัดพิเศษที่หอมมันกระจายในปาก รวมถึงซูชิหน้าต่างๆ ที่ปั้นมาด้วยอุณหภูมิที่พอเหมาะพอดี ทุกคำที่เชฟรังสรรค์ออกมาสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและการใส่ใจในรายละเอียดอย่างแท้จริง รับรองว่าคนที่รักการทานปลาดิบต้องประทับใจในคุณภาพและบริการอย่างแน่นอน

สำหรับการมาทานที่นี่มีตัวเลือกคอร์สโอมากาเสะให้เลือกตามความต้องการ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6,000 บาทสำหรับคอร์สปกติ และ 8,000 บาทสำหรับคอร์สพิเศษที่จัดเต็มด้วยวัตถุดิบระดับท็อปมากยิ่งขึ้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านเจริญกรุงที่เหมาะสำหรับนักกินระดับฮาร์ดคอร์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบแบบเน้นๆ หรือผู้ที่กำลังมองหาสถานที่ฉลองโอกาสสำคัญที่ต้องการความเป็นเลิศทั้งด้านรสชาติและการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟในราคาที่สมเหตุสมผลกับประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่จะได้รับกลับไป

Sushi Itto

เวลาทำการ

12:00–14:30 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

โรงแรม เดอะ ซาลิล ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เลขที่ 2052/7-9 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-itto/

3. Sushi Saito

Sushi Saito นำเสนอประสบการณ์การทานซูชิระดับตำนานที่หลายคนมองหา โดยตัวร้านตั้งอยู่ในโครงการเจ้าพระยา เอสเตท (Chaophraya Estate) ทำเลที่เชื่อมต่อความคลาสสิกของย่านเจริญกรุงเข้ากับความหรูหราทันสมัย บรรยากาศภายในเน้นความเรียบง่ายตามปรัชญาญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ใช้ไม้ฮิโนกิสีอ่อนที่ให้กลิ่นหอมจางๆ ช่วยให้รู้สึกสงบและจดจ่ออยู่กับอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความเอ็กซ์คลูซีฟของการจัดที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์ไม้เพียงไม่กี่ที่ เพื่อให้เชฟสามารถดูแลและสื่อสารกับแขกได้ทั่วถึงทุกรายละเอียด เป็นบรรยากาศที่ดูนิ่งขรึมแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยพลังของการสร้างสรรค์อาหารญี่ปุ่นที่ประณีตที่สุดแห่งหนึ่ง

ในส่วนของเมนูนั้นจะถูกแบ่งเป็นมื้อกลางวันและมื้อค่ำที่มีความละเอียดต่างกันไป สำหรับไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือ Saito Omakase Course ในช่วงเย็นที่เสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยถึง 5 อย่าง ต่อด้วยนิกิริซูชิอีก 11 คำที่ปรุงรสมาอย่างแม่นยำ หรือหากใครมาช่วงกลางวันก็มี Nigiri Course ที่มีทีเด็ดตรง Chirashi Don รสสัมผัสกลมกล่อม เมนูแนะนำที่เป็นหัวใจหลักคือข้าวปั้นที่มีอุณหภูมิพอเหมาะและปลาที่บ่มจนได้รสชาติอูมามิสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นปลาเนื้อขาวที่แล่อย่างพอดีคำ หรือคำที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างโอโทโร่และอูนิที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานเดียวกับสาขาที่ญี่ปุ่น เพื่อให้คนรักอาหารญี่ปุ่นได้ลิ้มลองรสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด

สำหรับการมาทานที่นี่จัดอยู่ในกลุ่มระดับไฮเอนด์ โดยช่วงราคาต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 4,000 ไปจนถึงหลักหมื่นบาทขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือกและฤดูกาลของวัตถุดิบ ถือเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุงที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสความเหนือระดับในแบบดั้งเดิม หรือคนที่มองหาสถานที่สำหรับมื้ออาหารในฝันที่เน้นคุณภาพปลาและการปั้นซูชิที่เป็นเลิศ รวมถึงยังเหมาะเป็นสถานที่นัดพบของเหล่านักกินที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความเป็นมืออาชีพในระดับสากลอย่างแท้จริง

Sushi Saito

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–14:00 น., 18:00–19:30 น. และ 19:45–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

Chaophraya Estate (Riverfront Promenade 300 ถ. เจริญกรุง แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-saito/

4. Hanaya

Hanaya เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานที่ตั้งตระหง่านอยู่คู่กับย่านเจริญกรุงมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราได้ย้อนเวลากลับไปสู่ความคลาสสิกในยุคก่อน ด้วยการตกแต่งที่เน้นความดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของร้านอาหารครอบครัว จุดเด่นที่หลายคนประทับใจคือพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง มีห้องส่วนตัวให้เลือกนั่ง และการบริการที่สุภาพเรียบร้อยตามแบบฉบับดั้งเดิม ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่รวมตัวของคนหลายรุ่นที่อยากมานั่งทานอาหารในบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้

เมนูของที่นี่มีความหลากหลายมาก ครอบคลุมตั้งแต่ของว่างไปจนถึงจานหลักที่ปรุงด้วยสูตรเฉพาะตัว รายการอาหารที่ต้องสั่งมาลองคือซาซิมิรวมที่หั่นชิ้นหนาจุใจสดใหม่เหมือนส่งตรงจากทะเล หรือจะเป็นข้าวหน้าปลาดิบหลากชนิดที่จัดวางมาอย่างสวยงามน่าทาน นอกจากนี้ยังมีเมนูปรุงสุกที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างหัวปลาต้มซีอิ๊วที่เคี่ยวจนรสชาติเข้าเนื้อ หวานเค็มกำลังดี รวมถึงเทมปุระทอดกรอบที่ไม่อมน้ำมัน ทุกจานสะท้อนถึงมาตรฐานความอร่อยที่ส่งต่อกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น ใครที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นรสชาติแบบออริจินัลไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล

สำหรับงบประมาณในการมาทานที่ร้านนี้ถือว่าคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาทต่อคน ถือว่าราคาเป็นมิตรมากเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณที่ได้รับ Hanaya จึงเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุงที่เหมาะมากสำหรับการพาผู้ใหญ่ในครอบครัวมาทานมื้อค่ำ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากมาสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ ไม่เร่งรีบ รวมถึงคนที่อยากลิ้มรสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในราคาที่สบายกระเป๋าแต่ได้มาตรฐาน

Hanaya

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:15–14:00 น. และ 17:30–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

683 ซอย เจริญกรุง 39 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

5. C’est ici.BKK

C’est ici.BKK เป็นสถานที่ที่จะเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับการมานั่งทานอาหารในย่านเจริญกรุง เพราะที่นี่นำเสนอตัวตนผ่านการรีโนเวทอาคารเก่าให้กลายเป็นสเปซสุดชิคที่ผสมผสานความเท่แบบอินดัสเทรียลเข้ากับความนุ่มนวลของงานไม้ได้อย่างไร้ที่ติ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในสตูดิโอศิลปะที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมืองเก่า แสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวและผ่อนคลายอย่างมาก จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือการจัดวางเคาน์เตอร์บาร์ที่ดูทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของพื้นที่เอาไว้ได้อย่างลงตัว เหมาะกับการมานั่งชิลล์ปล่อยใจไปกับเพลงจังหวะดีๆ ในยามค่ำคืน

เมื่อเปิดดูลิสต์รายการอาหารจะพบความน่าตื่นเต้นของเมนูแบบฟิวชั่นที่หยิบเอาวัตถุดิบชั้นดีมาตีความใหม่ เมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือสปาเก็ตตี้ไข่ปลาเมนไทโกะรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม หรือจะเป็นสเต็กเนื้อวากิวที่ย่างมาแบบชุ่มฉ่ำเสิร์ฟพร้อมซอสสูตรพิเศษของทางร้าน นอกจากนี้ยังมีเมนูทานเล่นที่ผสมไอเดียใหม่ๆ เข้าไป เช่น สลัดที่ปรุงรสมาอย่างจัดจ้านลงตัว หรือเมนูของทอดกรุบกรอบ รวมถึงเครื่องดื่มค็อกเทลและไวน์ที่ได้รับการคัดสรรมาเพื่อชูรสชาติของจานอาหารโดยเฉพาะ ทุกจานถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สวยงามทันสมัย สะท้อนถึงความใส่ใจในความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการมอบประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับแขกที่มาเยือน

ในส่วนของค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับทั้งรสชาติอาหารและการออกแบบสถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ C’est ici.BKK จึงเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุงที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากหาสถานที่แฮงเอาท์ที่มีระดับ หรือคู่รักที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการเดทให้ดูเท่และมีสีสันมากขึ้น รวมถึงใครก็ตามที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านเจริญกรุงที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจนและมีรสนิยมแบบคนเมืองยุคใหม่ที่ไม่ซ้ำใครแน่นอน

C’est ici.BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

2nd Floor Cove Hill, 1888 ถ. เจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120

6. JUA Izakaya

JUA Izakaya เป็นร้านที่แอบซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ย่านเจริญกรุง ร้านถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสุดเท่ที่ยังคงกลิ่นอายความลึกลับและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของงานดีไซน์ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในบาร์ลับใจกลางกรุงโตเกียวที่มีความขรึมด้วยผนังปูนเปลือยและงานไม้โทนเข้ม แสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นส่วนตัวแต่ก็ยังแฝงความสนุกสนานแบบเป็นกันเอง จุดเด่นที่ห้ามพลาดคือบรรยากาศการนั่งล้อมรอบเตาย่างถ่านไม้สนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน ทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

สำหรับเมนูอาหาร ที่นี่นำเสนอศิลปะการย่างด้วยถ่านไม้สนบินโจตันที่มอบกลิ่นหอมลึกเป็นเอกลักษณ์ โดยมีเมนูชูโรงอย่างยากิโทริหรือไก่เสียบไม้ที่มีให้เลือกทานตั้งแต่ส่วนสะโพกไก่ย่างต้นหอมเนื้อนุ่ม หนังไก่ย่างกรอบๆ ไปจนถึงตับไก่รสละมุน และยังมีที่น่าสนใจอย่างพุงปลาทูน่าย่างรสอูมามิเข้มข้น สลัดมะเขือเทศออร์แกนิกซอสชิโซะเพสโต้ที่ให้ความสดชื่น หรือจะเป็นเมนูที่เพิ่มความพิเศษขึ้นมาอย่างพาสต้าอูนิรสชาติเข้มข้นหอมมันจัดเต็มด้วยไข่หอยเม่นและไข่ปลาแซลมอน นอกจากนี้ยังมีเนื้อแองกัสสตริปลอยน์ย่างถ่านที่คัดสรรมาอย่างดีเสิร์ฟคู่กับซอสสูตรพิเศษ รวมถึงเมนูทานเล่นอย่างไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นและข้าวโพดหวานย่างเนยฝรั่งเศส ทุกจานถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมรสชาติของสาเกและค็อกเทลได้อย่างลงตัว

ในเรื่องของงบประมาณนั้น การมาทานที่นี่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณเครื่องดื่มและเมนูพรีเมียมที่สั่ง นับเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุงที่เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนที่มองหาสถานที่แฮงเอาท์ในบรรยากาศเท่ๆ และต้องการลิ้มรสชาติอาหารย่างที่มีระดับ หรือคู่รักที่อยากหามุมสงบเพื่อพูดคุยท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะดีๆ และกลิ่นอายความย้อนยุคของย่านเจริญกรุงที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างน่าประทับใจที่สุดร้านหนึ่งในย่านนี้

JUA Izakaya

เวลาทำการ

ทุกวัน 18:00–0:00 น.

ที่อยู่

672 49 ถ. เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

7. MAD BEEF

MAD BEEF เป็นร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกของย่านเจริญกรุง 30 มาในคอนเซปต์ที่ไม่ซ้ำใครด้วยการเปลี่ยนบ้านเก่าให้กลายเป็นสเปซสำหรับคนรักเนื้อโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกดิบเท่แต่ยังมีความเป็นกันเองเหมือนมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อน การตกแต่งเน้นสไตล์อินดัสเทรียลที่ผสมผสานกับงานไม้และแสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างความรู้สึกน่าตื่นเต้นและลึกลับในคราวเดียว จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่พูดถึงคือการจัดวางที่นั่งที่ทำให้เห็นการทำงานของเชฟได้อย่างใกล้ชิด ทำให้ทุกนาทีที่รอคอยอาหารเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินเหมือนได้นั่งชมการแสดงสดที่มีเนื้อเป็นตัวเอก

เมนูของที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อดึงศักยภาพของเนื้อวัวออกมาให้ได้มากที่สุดในรูปแบบคอร์สอาหารสุดพิเศษ โดยมีเมนูที่ต้องพูดถึงอย่าง Mad Sando หรือแซนวิชเนื้อวากิวที่ใช้เนื้อนุ่มละลายในปากประกบด้วยขนมปังปิ้งกรอบๆ รวมถึงเมนู The Eye of The Chuck ที่นำเนื้อส่วนพิเศษมาปรุงด้วยเทคนิคเฉพาะตัวเพื่อชูรสชาติที่เข้มข้น นอกจากนี้ยังมี Mad Don หรือข้าวหน้าเนื้อที่อัดแน่นด้วยความอูมามิและไข่ดองเยิ้มๆ ที่ช่วยเสริมรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ความน่าสนใจของที่นี่คือการนำเนื้อส่วนที่หลายคนอาจมองข้ามมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ๆ ที่ให้รสสัมผัสและกลิ่นหอมที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำ

สำหรับที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจะเริ่มต้นที่ประมาณ 3,000 บาทขึ้นอยู่กับประเภทของคอร์สที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ในแต่ละช่วงเวลา MAD BEEF จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ลงตัวสุดๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารในย่านเจริญกรุงที่ต้องการความแตกต่างจากมื้ออาหารทั่วไป เหมาะมากสำหรับสายเนื้อที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ หรือใครที่อยากหาที่ฉลองโอกาสสำคัญแบบเอ็กซ์คลูซีฟในบรรยากาศเท่ๆ ที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้วนอกจากที่นี่ที่เดียวเท่านั้น

MAD BEEF

เวลาทำการ
อ.-ส. 19:00 – 22:00 น., อา. 19:00 – 21:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
ที่อยู่

19 เจริญกรุง 30 แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

8. Taiyo

Taiyo เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่แฝงตัวอยู่ในย่านเจริญกรุงด้วยบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสบายและเป็นกันเองอย่างมาก ตัวร้านมีการออกแบบที่เรียบง่าย เน้นการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกไม่อึดอัด จุดเด่นของที่นี่คือความอบอุ่นที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนมานั่งทานข้าวบ้านเพื่อนสนิทแต่ได้คุณภาพอาหารระดับพรีเมียม แสงไฟภายในร้านถูกจัดวางให้ดูนวลตา ช่วยเสริมให้สีสันของปลาบนจานดูน่าทานยิ่งขึ้น เป็นพิกัดที่เหมาะจะแวะมาพักเหนื่อยหลังจากเดินเที่ยวชมเมืองมาทั้งวัน

ลิสต์รายการอาหารของที่นี่เรียกได้ว่าจัดเต็มและมีตัวเลือกหลากหลายมาก โดยเมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนต้องสั่งคือ Taiyo Sashimi Premium Set ที่ยกเอาความสดของท้องทะเลมาไว้ในเรือไม้ขนาดกำลังดี ทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ และกุ้งหวาน หรือถ้าใครสายโรลต้องลอง Unagi Roll ที่อัดแน่นด้วยปลาไหลย่างหอมๆ และ Spicy Tempura Salmon Roll ที่ให้รสสัมผัสกรุบกรอบและเผ็ดนิดๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูทางเลือกอย่างสลัดปลาดิบรวมและข้าวหน้าล้นต่างๆ ที่ใช้วัตถุดิบคัดเกรดมาอย่างดี

สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท นับว่าเป็นอีกร้านในย่านนี้ที่ราคาเป็นมิตรมาก Taiyo Sushi จึงเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นย่านเจริญกรุงที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่มองหามื้อกลางวันคุณภาพดีในราคาเข้าถึงง่าย หรือกลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่อยากมาฉลองมื้อเย็นที่เน้นความคุ้มค่าและอยากได้รสสัมผัสของปลาสดๆ ในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ใครที่มองหาอาหารอร่อยในราคาที่คุ้มค่าต้องลองแวะมาเช็คอินที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนี้ดูสักครั้ง

Taiyo

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00–20:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

46 ถ. เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

9. Calling Calling

Calling Calling เป็นร้านขนมญี่ปุ่นสไตล์โมเดิร์นที่แฝงตัวอยู่ในย่านเจริญกรุงได้อย่างแนบเนียน โดยเปลี่ยนพื้นที่ของตึกเก่าให้กลายเป็นจุดนัดพบที่สุดแสนจะเท่และมีเอกลักษณ์ บรรยากาศภายในร้านเน้นความสลัวของแสงไฟที่ตัดกับงานดีไซน์ร่วมสมัย ให้บรรยากาศที่ดูสนุกสนานและเป็นกันเอง จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือการตกแต่งด้วยของเล็กๆ น่ารักๆ เป็นร้านที่เต็มไปด้วยดีเทลความเป็นญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยสร้างมู้ดการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมและแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไปในละแวกเดียวกัน เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งปล่อยจอยทิ้งความเหนื่อยล้าได้ทุกช่วงเวลา

เมนูของ Calling Calling คือสวรรค์ของคนรักขนมหวานที่มาในสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย โดยมีไฮไลท์อยู่ที่พาร์เฟต์ผลไม้สดตามฤดูกาลที่จัดเลเยอร์มาอย่างสวยงาม ทั้งสตรอว์เบอร์รี องุ่น และมังคุด รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่างพุดดิ้งคัสตาร์ดเนื้อเด้งที่มีหน้าตาสุดกวนอย่าง Meme Dog Pudding และพุดดิ้งกล้วยหอมรสละมุนที่เลือกมิกซ์กับมัทฉะหรือโกโก้ได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีครีมวิชรูปหน้าแมวสุดคิ้วท์และมาเดอลีนอบใหม่ที่หอมกลิ่นเนยฟุ้งไปทั่วร้าน ทานคู่กับเครื่องดื่มสีสันสดใสอย่างครีมโซดาผลไม้หรือโกโก้เย็นที่ท็อปด้วยวิปครีมและผลไม้สดแบบจัดเต็ม ทุกเมนูถูกรังสรรค์มาอย่างประณีตเพื่อมอบความสุขผ่านหน้าตาที่น่ารักและรสชาติที่ถูกใจใครหลายคน

สำหรับค่าใช้จ่ายในการมาเยือนที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท ถือว่าราคาไม่ได้แพงเกินไปเมื่อเทียบกับเมนูขนมที่ทั้งอร่อยและเป็นเอกลักษณ์ Calling Calling จึงเป็นร้านคาเฟ่ในย่านเจริญกรุงที่ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาร้านที่บรรยากาศดูดีมีสไตล์ ไม่ว่าจะมาเดทหรือมาสังสรรค์กับเพื่อนที่นี่ก็สามารถมอบช่วงเวลาที่น่าจดจำและเต็มไปด้วยพลังงานบวกได้อย่างดีที่สุดหนึ่งแห่งในย่านนี้

Calling Calling

เวลาทำการ

พ.-อา. 12:00–18:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร

ที่อยู่

เลขที่ 387/7 ซอย เจริญกรุง 45 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

10. Miyuki Kakigori

Miyuki Kakigori เป็นร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวบรรยากาศคลาสสิกของย่านเจริญกรุง ตัวร้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความน่ารักอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนเราเดินเข้าไปในคาเฟ่เล็กๆ ในย่านที่อยู่อาศัยของญี่ปุ่นจริงๆ จุดเด่นอยู่ที่ความเงียบสงบและเป็นกันเอง ตัดกับความวุ่นวายของถนนด้านนอกได้อย่างดีเยี่ยม พื้นที่ภายในจัดวางอย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนที่อยากแวะมานั่งพักคลายร้อนหรือหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่มีกลิ่นอายความดั้งเดิมผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัวในย่านเมืองเก่าแห่งนี้

เมนูพระเอกของที่นี่คือคากิโกริหรือน้ำแข็งไสสไตล์ญี่ปุ่นที่เนื้อเนียนนุ่มละเอียดยิบ เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนหลงรักคือ Milky Way ซึ่งเป็นน้ำแข็งไสอัญชันมะนาวสีสวยรสสดชื่น หรือจะเป็น Ujikintoki ที่เข้มข้นด้วยรสชาเขียวมัทฉะแท้ทานคู่กับถั่วแดง และ Shirokuma น้ำแข็งไสหมีขาวสุดน่ารักที่เป็นขวัญใจของเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีขนมหวานญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง อันมิทสึ ที่รวบรวมความอร่อยของไอศกรีมและเครื่องเคียงหลากชนิด พุดดิ้งเต้าหู้น้ำผลไม้เนื้อนุ่ม และเซตชิราทามะดังโงะหนึบหนับที่เสิร์ฟมาพร้อมถั่วแดงกวน รวมถึงยังมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟผสมน้ำผลไม้และมัทฉะลาเต้ให้เลือกสั่งมาทานคู่กันอีกด้วย

สำหรับราคาอาหารที่นี่ถือว่าคุ้มค่าและสบายกระเป๋ามาก โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงสองร้อยบาทนิดๆ ทำให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาทเท่านั้น Miyuki Kakigori จึงเป็นร้านที่ตอบโจทย์อย่างมากสำหรับคนที่มาเดินเล่นเที่ยวชมงานศิลปะในเจริญกรุงแล้วอยากหาร้านขนมหวานเพื่อเติมความสดชื่น หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการหาสถานที่นั่งคุยกันในบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ รวมถึงคนที่ชื่นชอบขนมหวานญี่ปุ่นที่เน้นรสสัมผัสที่นุ่มละมุนและการนำเสนอที่น่าประทับใจในราคาที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทุกคนที่แวะเวียนมายังย่านนี้

Miyuki Kakigori

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–19:00 น.

ที่อยู่

12 ซอย เจริญกรุง 45 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

บทความแนะนำ บทความแนะนำ