10 ร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมบริการที่จอดรถสะดวกสะบาย
การหาร้านอร่อยในกรุงเทพฯ ว่ายากแล้ว แต่การหาที่จอดรถนั้นยากยิ่งกว่า บทความนี้เราจึงคัดสรรลายแทงร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมจากย่านใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท สีลม และทองหล่อ ที่นอกจากจะเด่นเรื่องรสชาติแบบต้นตำรับที่ใช้วัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมาพร้อมบริการที่จอดรถกว้างขวางให้คุณขับรถไปเช็กอินได้แบบสบายใจ ไม่ต้องวนหาที่จอดให้เสียเวลา เหมาะสำหรับทั้งมื้อครอบครัวและนัดสุดพิเศษที่เน้นความสะดวกสบายครบวงจรในที่เดียว
1. Sasaya Silom
บรรยากาศร้าน
Sasaya Silom ตั้งอยู่ใจกลางย่านสีลมบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ความดีงามอย่างแรกที่โดนใจคนใช้รถคือร้านมีที่จอดรถส่วนตัวบริเวณหน้าร้านและฝั่งตรงข้ามไม่ไกล ไม่ต้องไปขับวนหาให้ปวดหัวเหมือนร้านอื่น บรรยากาศด้านในให้ฟีลเหมือนเราหลุดเข้าไปบ้านดินเก่าแก่ของญี่ปุ่นด้วยการตกแต่งที่เน้นงานไม้และดินเผา มีความเป็นส่วนตัวสูงมากเพราะทุกที่นั่งจะกั้นเป็นห้องๆ หรือเป็นมุมที่มีฉากกั้นมิดชิด ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและสามารถคุยกับกันได้อย่างเต็มที่ เหมาะทั้งการมาเดทหรือคุยธุรกิจในบรรยากาศที่ดูขลังและอบอุ่นไปพร้อมกัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ยกให้เป็นที่สุดและหาทานยากคือเมนูประเภทอบเกลือที่เชฟย่างมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะปลาคินเมไดหรือปลาตามฤดูกาลที่เนื้อหวานฉ่ำหอมกลิ่นควันไม้ฟุ้งกระจายไปทั่ว อีกจานที่ห้ามพลาดคือข้าวอบหม้อดินที่หุงสดใหม่ชามต่อชาม เนื้อข้าวนุ่มหนึบซึมซับรสชาติของเครื่องเคียงได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเมนูแนวกับแกล้มที่ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนกว่าร้านอิซากายะทั่วไป วัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นโดยตรงเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท
Sasaya Silom
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.
- ที่อยู่
8/4 ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 1 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Robata Kitaro Sushi KAGUYA
บรรยากาศร้าน
Robata Kitaro Sushi KAGUYA ตั้งอยู่ในย่านอโศกในซอยสุขุมวิท 23 ถือเป็นสวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่นที่ขับรถมาเองเพราะมีที่จอดรถทางด้านหลังร้านให้บริการอย่างสะดวกสบายไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่จอดในซอยแคบ บรรยากาศภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความคึกคักของร้านซูชิชื่อดังจากโอซาก้าเข้ากับศิลปะการย่างแบบโรบาทายากิ (Rabatayaki) พื้นที่ร้านถูกออกแบบให้มีความหรูหราแต่ยังคงความสนุกสนาน มีเคาน์เตอร์ที่ล้อมเตาขนาดใหญ่บริเวณกลางร้านที่เปิดให้เห็นการทำอาหารแบบสดๆ และการตกแต่งที่ใช้แสงไฟอบอุ่นทำให้รู้สึกถึงพลังงานที่เต็มเปี่ยม เหมาะสำหรับการมาปาร์ตี้กับแก๊งเพื่อนหรือมื้อค่ำที่ต้องการความตื่นตาตื่นใจในการชมเชฟย่างวัตถุดิบด้วยไม้พายยาวตามสไตล์ดั้งเดิม
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่พลาดไม่ได้คือซูชิคำโตที่เป็นเอกลักษณ์ของคิทาโร่ เน้นความสดของปลาที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นในราคาที่จับต้องได้ แต่สิ่งที่ทำให้สาขานี้พิเศษกว่าที่อื่นคือเมนูปิ้งย่างบนเตาโรบาตายากิอย่างปลาหรือผักตามฤดูกาลที่ย่างจนหอมกรุ่น ซิกเนเจอร์อย่างซูชิหน้าอูนิและโทโร่ที่จัดมาแบบพูนๆ คำก็ยังคงคุณภาพความฟินไว้ได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีเมนูแนวฟิวชั่นที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มอรรถรสการกินอาหารญี่ปุ่นให้ไม่น่าเบื่อ วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกดึงรสชาติออกมาได้อย่างโดดเด่นผ่านการปรุงที่เน้นโชว์ความสดใหม่ของวัตถุดิบ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท
Robata Kitaro Sushi KAGUYA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–1:00 น.
- ที่อยู่
94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23, แขวงวัฒนา, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. SHAKARIKI432 THE STREET RATCHADA
บรรยากาศร้าน
SHAKARIKI432 THE STREET RATCHADA ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปิดให้บริการยาวนานย่านรัชดา ทำให้เรื่องที่จอดรถกลายเป็นเรื่องง่ายหายห่วงเพราะสามารถจอดในพื้นที่จอดรถของห้างได้เลย บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยพลังงานความสนุกสนานสไตล์โอซาก้าแท้ๆ ตกแต่งด้วยป้ายสีสันฉูดฉาดและโคมไฟญี่ปุ่นละลานตา ความพิเศษของสาขานี้คือความคึกคักที่เป็นเอกลักษณ์ มีเสียงต้อนรับจากพนักงานที่กระตือรือร้นตลอดเวลา พื้นที่ร้านค่อนข้างโปร่งนั่งสบายไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับการมาปลดปล่อยความเครียดหลังเลิกงานหรือจัดปาร์ตี้วันเกิดกับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการความเป็นกันเองและเสียงหัวเราะ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่ต้องสั่งมาคือทาโกยากิที่เราสามารถสนุกกับการทำเองบนเตาร้อนๆ หรือจะเลือกแบบที่เชฟทำมาให้เสร็จสรรพก็อร่อยไม่แพ้กัน อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ที่สายดื่มชอบมากคือชุดคุชิคัตสึหรือของทอดเสียบไม้ที่แป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน จิ้มกับซอสสูตรเข้มข้น นอกจากของทานเล่นแล้วที่นี่ยังมีเมนูอาหารที่เติมท้องหิวๆ จนอิ่มอย่างหม้อไฟและซาซิมิรวมที่หั่นมาชิ้นหนาจุใจ ความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกมากกว่าร้อยรายการทำให้การมาทานที่นี่ไม่มีคำว่าเบื่อ เพราะมีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มที่เสิร์ฟมาในแก้วขนาดใหญ่สะใจ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท
SHAKARIKI432 THE STREET RATCHADA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 0:00–6:00 น. และ 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Sakura Saku
บรรยากาศร้าน
Sakura Saku ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ถือเป็นย่านที่หาที่จอดรถยากระดับปราบเซียน แต่ร้านนี้กลับตอบโจทย์คนใช้รถได้ดีเยี่ยมเพราะมีพื้นที่จอดรถกว้างขวางอยู่ด้านหน้าและบริเวณใกล้เคียงทำให้การมาทานอาหารญี่ปุ่นที่นี่สะดวกสบาย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัวอย่างมาก ตกแต่งด้วยไม้โทนสีอุ่นที่ดูเรียบหรู พื้นที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว มีทั้งโซนโต๊ะทั่วไปและห้องส่วนตัวที่เหมาะแก่การนัดพบปะพูดคุยเรื่องงานหรือมื้อพิเศษกับครอบครัว ความเงียบเชียบและแสงไฟที่นวลตาช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ต่างจากความวุ่นวายภายนอกซอยสุขุมวิทอย่างสิ้นเชิง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องลองคือชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ ที่มีเนื้อวากิวให้เลือกถึง 6 ชนิด อีกเมนูที่น่าสนใจคือบรรดาอาหารจานเดียวสไตล์คัปโปะที่มีการนำวัตถุดิบตามฤดูกาลมาปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิม แต่ดึงรสชาติความสดออกมาได้โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นปลาเผาเกลือที่หนังกรอบเนื้อฉ่ำ หรือข้าวหน้าปลาดิบหรือของทะเลต่างๆ ที่ให้ปริมาณเครื่องมาแบบไม่หวง เมนูโซบะสดที่ทางร้านทำเองอย่างพิถีพิถัน เส้นมีความเหนียวนุ่มและหอมกลิ่นบัควีทชัดเจน ซึ่งหาทานรสสัมผัสแบบนี้ได้ยากในร้านทั่วไป ทุกคำที่ทานเข้าไปสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความเป็นต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
Sakura Saku
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
22 สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. YAKINIKU HIROSHIMA
บรรยากาศร้าน
YAKINIKU HIROSHIMA ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 42 ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัย ร้านนี้มีพื้นที่จอดรถกว้างขวางรองรับได้หลายคันอยู่ด้านหน้าร้านเลย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนร้านปิ้งย่างดั้งเดิมในเมืองฮิโรชิม่าที่ดูเป็นส่วนตัวและมีกลิ่นอายความย้อนยุคนิดๆ พื้นที่ภายในจัดวางโต๊ะไม้ขนาดใหญ่พร้อมระบบดูดควันที่ทำงานได้ดีมาก ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นควันจะติดเสื้อผ้าจนเสียบุคลิก ความพิเศษคือการจัดโซนที่นั่งที่ไม่เบียดจนเกินไป ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายจะมากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือพาครอบครัวมาทานมื้อค่ำก็ดูเหมาะสมและเป็นกันเอง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่พลาดไม่ได้คือเนื้อวากิวคัดเกรดพรีเมียมที่มีลายหินอ่อนแทรกสวยงาม โดยเฉพาะลิ้นวัวส่วนโคนย่างเกลือที่หั่นมาหนากำลังดี พอกระทบความร้อนบนเตาถ่านจะได้สัมผัสที่กรุบนอกนุ่มในและชุ่มฉ่ำสุดๆ ซิกเนเจอร์อีกอย่างคือซอสสูตรลับที่มีรสชาติเค็มหวานกลมกล่อมช่วยชูรสชาติของเนื้อได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากเนื้อย่างแล้วยังมีเมนูเครื่องเคียงอย่างข้าวยำเกาหลีสไตล์ญี่ปุ่นและกิมจิทำเอง รสชาติจัดจ้านกำลังดีช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ความใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่และอุณหภูมิของเตาถ่านที่สม่ำเสมอทำให้ทุกคำที่ย่างออกมามีรสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
YAKINIKU HIROSHIMA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
ถนนสุขุมวิท 42 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Umenohana Solaria
บรรยากาศร้าน
Umenohana Solaria ตั้งอยู่บนชั้นบนของโรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel Bangkok ตรงแยกอโศก ตอบโจทย์คนใช้รถได้ดีมากเพราะสามารถเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารของโรงแรมได้เลย ทั้งสะดวกและปลอดภัย บรรยากาศภายในร้านเป็นการยกระดับความหรูหราสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียกว่าไคเซกิ (Kaiseki) ให้ดูทันสมัยขึ้น มีการใช้แสงไฟนุ่มนวลประกอบกับงานไม้ที่เนียนละเอียด และสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยคือ วิวเมืองที่มองเห็นความคึกคักของย่านสุขุมวิทผ่านกระจกบานใหญ่ แต่ข้างในกลับเงียบสงบเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก มีห้องส่วนตัวให้บริการหลายรูปแบบ เหมาะที่สุดสำหรับการนัดทานข้าวในโอกาสพิเศษหรือมื้อสำคัญที่ต้องการทั้งความสะดวกเรื่องการเดินทางและความประทับใจในสถานที่
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่ห้ามพลาดและเป็นหัวใจหลักของที่นี่คือเต้าหู้และฟองเต้าหู้ที่ทำสดใหม่ มีความเนียนนุ่มและรสสัมผัสที่ละมุนลิ้นแบบหาตัวจับยาก โดยเฉพาะเมนู Kani Suki หรือหม้อไฟปูที่น้ำซุปมีความหวานกลมกล่อมจากการเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมขาปูทาราบะเนื้อแน่นและผักสดนานาชนิด อีกหนึ่งอย่างที่เป็นซิกเนเจอร์คือเต้าหู้ทอดในซอสสูตรพิเศษที่ผิวนอกมีความกรอบพอดีแต่ข้างในยังฉ่ำนิ่ม ความพิเศษของที่นี่คือการเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สที่ไล่เรียงลำดับรสชาติมาอย่างดี ทำให้เราได้สัมผัสความสดใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นในทุกคำที่ทาน
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาท
Umenohana Solaria
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ชั้น 2 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Sushi Kappo Ishimoto
บรรยากาศร้าน
Sushi Kappo Ishimoto ตั้งอยู่ที่โรงแรม Nikko Bangkok ย่านทองหล่อ ถือเป็นทำเลที่สะดวกมากสำหรับคนขับรถ เพราะสามารถจอดรถในอาคารของโรงแรมได้เลยแบบไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยหรือสภาพอากาศ บรรยากาศภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบโมเดิร์นและความอบอุ่นในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม มีการใช้เคาน์เตอร์บาร์ไม้สีอ่อนที่ทอดยาวเป็นจุดเด่นเพื่อให้ลูกค้าได้นั่งชมฝีมือการปั้นซูชิและการปรุงอาหารแบบคัปโปะของเชฟอย่างใกล้ชิด แสงไฟภายในร้านสว่างไสวกำลังดี ให้ความรู้สึกที่โปร่งและเป็นกันเองแต่ยังคงความพรีเมียมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เหมาะสำหรับการมาดื่มด่ำกับมื้อค่ำที่ต้องการความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ห้ามพลาดคือคอร์สโอมากาเสะที่เน้นความสดของวัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยเชฟจะรังสรรค์เมนูที่ผสมผสานทั้งซูชิและอาหารจานร้อนที่ปรุงมาอย่างพอดีคำ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเลือกใช้ปลาสดคุณภาพสูงที่หาทานได้ยาก รวมถึงเมนูจากเนื้อวากิวและผักตามฤดูกาลที่นำมาปรุงแบบดั้งเดิมแต่แฝงไปด้วยความสร้างสรรค์ อีกหนึ่งความพิเศษคือเมนูคุชิคัตสึหรือของทอดระดับพรีเมียมที่ทอดมาจนแป้งบางกรอบและไม่อมน้ำมัน เป็นซิกเนเจอร์ที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ต่างจากร้านโอมากาเสะทั่วไป ทุกคำที่เสิร์ฟออกมาสะท้อนถึงทักษะและความใส่ใจในรสชาติของวัตถุดิบอย่างแท้จริง
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-4,500 บาท
Sushi Kappo Ishimoto
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–22:00 น.
- ที่อยู่
Room 301, Hotel Nikko Bangkok 3rd Fl, 27 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. Isshin Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน
Isshin Japanese Restaurant ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 มีพื้นที่จอดรถส่วนตัวอยู่บริเวณหน้าร้านและด้านข้าง บรรยากาศภายในร้านจะพาย้อนกลับไปสัมผัสกับกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เรียบง่ายและคลาสสิก ตกแต่งด้วยไม้โทนสีธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปนั่งกินข้าวบ้านญาติผู้ใหญ่ที่โตเกียว ความพิเศษคือความสงบเงียบที่หาได้ยากในย่านใจกลางเมือง พื้นที่ร้านแบ่งออกเป็นหลายห้องรวมถึงห้องส่วนตัวที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งคุยงานหรือทานมื้อค่ำกับครอบครัวที่ต้องการความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่เป็นตำนานและเป็นหัวใจสำคัญของร้านนี้คือโซบะเย็นที่ทำสดใหม่วันต่อวัน โดยเชฟจะนวดและตัดเส้นด้วยมือเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่เหนียวนุ่มและมีกลิ่นหอมของบัควีทชัดเจนที่สุด ยิ่งถ้าสั่งมาทานคู่กับเทมปุระรวมที่ทอดมาจนกรอบฟูและไม่อมน้ำมัน จะได้รสชาติที่กลมกล่อมเข้ากันอย่างลงตัว อีกจานที่ต้องลองคือปลาหิมะย่างซีอิ๊วที่เนื้อปลาขาวเนียนละเอียดละลายในปาก ราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่มีความหวานเค็มกำลังดี ความโดดเด่นของที่นี่คือความสม่ำเสมอของรสชาติอาหารที่รักษามาตรฐานมาอย่างยาวนาน และการคัดเลือกวัตถุดิบที่เน้นคุณภาพระดับพรีเมียมแต่ยังคงความเรียบง่ายตามแบบฉบับดั้งเดิม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30–14:15 น. และ 17:30–22:00 น.
อา. 11:30–14:15 น. และ 17:30–21:30 น.
- ที่อยู่
16 ถนน สุขุมวิท ซอย สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
9. Kemuriya
บรรยากาศร้าน
Kemuriya ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เป็นพิกัดที่ตอบโจทย์คนมีรถส่วนตัวแบบสุด ๆ เพราะสามารถเลี้ยวเข้าไปจอดในอาคารจอดรถของโครงการได้เลย พื้นที่จอดกว้างขวางและไม่ต้องตากแดดตากฝน บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเท่และดิบในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายย่านกินดื่มของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว มีการใช้โทนสีมืดตัดกับแสงไฟและเฟอร์นิเจอร์ที่โทนสีอบอุ่น ทำให้มวลรวมของร้านดูน่านั่งและเป็นส่วนตัว ความโดดเด่นคือการจัดโซนที่นั่งที่มีทั้งแบบโต๊ะปกติและเคาน์เตอร์บาร์ที่จัดวางพื้นที่มาเป็นอย่างดี ทำให้นั่งทานได้ยาว ๆ เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ดูมีสไตล์ในเวลาเดียวกัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่เป็นพระเอกเลยคือปูเอจิเซ็น (Echizen) สดๆ ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นที่เชฟจะนำมาทำอาหารหลากหลายรูปแบบตามความชอบ แต่ที่ห้ามพลาดคือปูเอจิเซ็นย่างถ่านที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วร้าน เนื้อปูหวานเจี๊ยบ แน่นเด้ง และแกะมาให้ทานง่ายสุดๆ นอกจากเมนูปูแล้วที่นี่ยังมีซาซิมิเกรดโอมากาเสะที่หั่นมาชิ้นหนาจุใจ และเมนูข้าวอบหม้อดินที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องทะเล ความใส่ใจในการปรุงที่เน้นโชว์รสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบทำให้ร้านนี้ยืนหนึ่งเรื่องเมนูปูในย่านสุขุมวิทมาอย่างยาวนาน
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท
Kemuriya
- เวลาทำการ
อ.-อา. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
14 2 Soi Prommit แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. Yakiniku Kirabi 51
บรรยากาศร้าน
Yakiniku Kirabi 51 ตั้งอยู่ต้นซอยสุขุมวิท 51 เป็นทำเลที่คนรักเนื้อจะแฮปปี้มาก เพราะทางร้านมีพื้นที่จอดรถส่วนตัวเตรียมไว้ให้ด้านข้างร้านแบบสะดวกสบาย บรรยากาศด้านในให้ฟีลร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมที่เน้นความขรึมและเป็นส่วนตัวด้วยการตกแต่งโทนสีดำตัดกับไม้ มีฉากกั้นระหว่างโต๊ะที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเหมือนนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวย่อมๆ ความพิเศษคือการจัดการเรื่องระบบระบายอากาศที่ทำได้ดีเยี่ยม แม้จะเป็นร้านปิ้งย่างแต่กลับไม่มีกลิ่นควันมารบกวนให้เสียอารมณ์ เหมาะมากสำหรับการมาจัดมื้อค่ำสุดพิเศษกับคนรู้ใจหรือนัดคุยงานในบรรยากาศที่ดูหรูหราแต่ยังมีความเป็นกันเอง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ใครก็ต้องสั่งคือเนื้อวากิวญี่ปุ่นระดับ A5 ที่คัดสรรส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะคุโรเกะวากิว (Kuroge Wagyu) ที่ลายหินอ่อนสวยงามจนแทบละลายทันทีที่สัมผัสลิ้น ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือลิ้นวัวส่วนโคนคัดพิเศษที่หั่นมาหนาแต่มีความนุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งย่างบนเตาถ่านร้อนๆ จนผิวนอกเริ่มเกรียมหอมแล้วกินคู่กับเกลือมะนาวจะดึงรสชาติความหวานของเนื้อออกมาได้ชัดเจนมาก นอกจากเนื้อแล้วข้าวผัดกระเทียมของที่นี่ก็หอมกรุ่นและปรุงมาได้กลมกล่อมเข้ากับเนื้อย่างสุดๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท
Yakiniku Kirabi 51
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 16:00–23:00 น.
ส. 12:00–23:00 น.
อา. 12:00–22:00 น.
- ที่อยู่
46 1 ซ. สุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน
07.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น เดินทางง่ายตามแนวรถไฟฟ้า
05.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่คนรักซูชิตัวจริงต้องไปตาม
29.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สัมผัสรสชาติต้นตำรับแท้
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น นั่งชิลโซนเคาน์เตอร์บาร์
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีห้องส่วนตัว (Private Room) ให้บริการ
27.01.2026