10 ร้านพาร์เฟต์ (Parfait) เมนูไอศกรีมหวานเย็นดับร้อนสไตล์ญี่ปุ่น
ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเมืองไทย การได้หลบไปนั่งพักในคาเฟ่บรรยากาศดีๆ พร้อมสั่งเมนูของหวานเย็นฉ่ำมาช่วยเติมความสดชื่นคงเป็นวิธีคลายร้อนที่ยอดเยี่ยมที่สุด และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักในรสสัมผัสอันหลากหลายและหน้าตาอันสวยงามของไอศกรีม วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปิดพิกัดความอร่อยกับ 10 ร้านพาร์เฟต์ (Parfait) เมนูไอศกรีมหวานเย็นดับร้อนสไตล์ญี่ปุ่น ที่คัดสรรมาแล้วว่าเด็ดจริง เตรียมจดลิสต์แล้วตามไปตะลุยความเย็นฉ่ำพร้อมกันได้เลย
1. PARDEN
PARDEN คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความอบอุ่นของร้านขายของกระจุกกระจิกแนว zakka หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด เข้ากับความสดชื่นของผลไม้เมืองร้อนได้อย่างลงตัว เมื่อก้าวเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเรียบง่ายและเป็นกันเอง จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือความพิถีพึงพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ โดยทางร้านเลือกใช้ผลไม้ออร์แกนิกส่งตรงจากเกษตรกรไทยที่ตั้งใจเพาะปลูกอย่างเต็มที่ นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานที่เน้นรสชาติธรรมชาติแท้ๆ ปราศจากการปรุงแต่งด้วยน้ำตาลปริมาณมาก เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับใครที่อยากเติมความหวานแบบดีต่อสุขภาพในบรรยากาศสบายๆ
หัวใจหลักของที่นี่คือพาร์เฟต์ผลไม้สดที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละวัน ทำให้การมาเยือนในแต่ละช่วงเวลาจะได้พบกับความประหลาดใจใหม่ๆ เสมอ เมนูยอดนิยมที่สลับสับเปลี่ยนมาให้ลิ้มลองมีตั้งแต่ มะยงชิดพาร์เฟต์ กระท้อนพาร์เฟต์ ไปจนถึงพาร์เฟต์มังคุดออร์แกนิก รวมถึงพาร์เฟต์ผลไม้นำเข้าอย่างสตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นชั้นดี โดยทุกถ้วยจะถูกจัดเลเยอร์อย่างสวยงามในแก้วทรงสูง ประกอบด้วยไอศกรีม เจลาโต ซอร์เบต์โฮมเมด และเนื้อผลไม้ฉ่ำๆ ที่ช่างทำจะลงมือปอกและหั่นสดๆ หลังจากได้รับออเดอร์เท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสความสดใหม่ของผลไม้แต่ละชนิดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีเมนูของว่างอย่างแซนด์วิชพรอสชุตโตกับชีส และเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้สกัดเย็น ชา กาแฟ คัดพิเศษไว้คอยบริการอีกด้วย
สำหรับการมานั่งทานขนมและเครื่องดื่มที่นี่ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300-600 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทของผลไม้ฤดูกาลที่เลือกสั่ง เนื่องจากราคาของเมนูพาร์เฟต์ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 250 บาท ไปจนถึงผลไม้พิเศษบางชนิดที่อาจสูงถึงเกือบ 600 บาทต่อถ้วย แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่เมื่อเทียบกับคุณภาพของผลไม้สดออร์แกนิกเกรดพรีเมียมและความประณีตในการทำ ถือเป็นความคุ้มค่าที่คนรักของหวานสไตล์นี้ยอมจ่ายเพื่อประสบการณ์แสนพิเศษ
PARDEN
- เวลาทำการ
อ.-ศ. 11:00 a.m.-5:00 p.m.
ส.-อา. 12:00 p.m.-5:00 p.m.
ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
ซอยสุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
2. Calling Calling
Calling Calling คาเฟ่ลับฉบับกะทัดรัดย่านเจริญกรุงที่เนรมิตพื้นที่สไตล์คิสซาเต็นหรือร้านกาแฟย้อนยุคของญี่ปุ่นออกมาได้อย่างเป็นกันเองและน่ารักจนใจเจ็บ บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยความโฮมมี่เสมือนหลุดเข้าไปนั่งเล่นในบ้านเพื่อนแถวโตเกียว จุดเด่นที่ทำให้สายหวานต้องยอมเดินทางมาคือความใส่ใจในการสร้างสรรค์ขนมหน้าตาน่ารักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่าตัวร้านจะมีขนาดเล็กกะทัดรัดและขอความร่วมมือในการงดใช้แฟลชเพื่อไม่ให้รบกวนกัน แต่กลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกสงบและได้ดื่มด่ำกับของหวานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ สำหรับการเดินทางมาก็ไม่ยากเพราะตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 45 สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีสะพานตากสินหรือสถานีหัวลำโพงแล้วต่อรถเข้ามา หรือถ้าใครขับรถมาก็สามารถไปฝากรถไว้ที่ตึกไปรษณีย์กลางบางรักแล้วเดินย้อนมาได้แบบสบายๆ
ทีเด็ดของร้านที่ทุกคนต้องสั่งยกให้เมนูพาร์เฟต์ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยตัวชูโรงที่มาแล้วห้ามพลาดคือพุดดิ้งพาร์เฟต์ทรงเรือที่จัดเต็มด้วยพุดดิ้งเนื้อเนียนนุ่มรสละมุน เคียงคู่มากับผลไม้สดตามฤดูกาลและไอศกรีมรสหวานกำลังดี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเมนูที่ตกแต่งด้วยไอศกรีมและคุกกี้รูปการ์ตูนสุดคิวท์อย่างพาร์เฟต์แมวเหมียวสุดน่ารัก พาร์เฟต์ผลไม้รสชาติต่างๆ เช่น สตรอว์เบอร์รีหรือมังคุด รวมถึงซันเดเครื่องแน่น และคุกกี้แซนด์วิชไอศกรีมที่ถ่ายรูปมุมไหนก็ออกมาดูดีไปหมด ส่วนฝั่งเครื่องดื่มก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยเมนูครีมโซดาสีสันสดใสท็อปด้านบนด้วยไอศกรีมวนิลาลูกโตที่ช่วยตัดรสชาติและดับร้อนได้เป็นอย่างดี แนะนำว่าให้คอยเช็กเรื่องวัตถุดิบและวันเปิดปิดผ่านทางหน้าโซเชียลของร้านก่อนไป เพราะบางวันขนมโฮมเมดสุดอร่อยอาจจะหมดเร็วกว่าเวลาปิดร้านปกติ
งบประมาณสำหรับมานั่งกินขนมชิลๆ ที่คาเฟ่แห่งนี้จะตกอยู่ที่ราวๆ 150-350 บาทต่อคน โดยราคาของหวานจานหลักประเภทพาร์เฟต์และซันเดเครื่องแน่นๆ จะขยับไปตามความอลังการและการตกแต่ง ส่วนเครื่องดื่มจำพวกครีมโซดาหลากสีสันและคุกกี้โฮมเมดชิ้นกะทัดรัดจะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับความประณีตในการจัดจาน รสชาติที่กลมกล่อม รวมถึงความน่ารักแบบตะโกนที่หาไม่ได้จากร้านอื่น ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าและคุ้มเวลาในการมาเช็กอินเพื่อเติมพลังบวกเป็นที่สุด
Calling Calling
- เวลาทำการ
พ.-อา. 12:00 p.m.-6:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์และอังคาร
- ที่อยู่
เลขที่ 387/7 ซอย เจริญกรุง 45 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
3. Heiwa Kissa
Heiwa Kissa ชวนคุณมาทิ้งความวุ่นวายภายนอกแล้วก้าวเข้าสู่ความสงบเงียบย้อนยุคใจกลางย่านสามยอด ที่นี่สืบทอดจิตวิญญาณของคิสสะเต็นหรือบาร์กาแฟแบบญี่ปุ่นโบราณไว้อย่างเหนียวแน่น บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความสโลว์ไลฟ์ที่อบอุ่น เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งละเลียดของอร่อยอย่างละเมียดละไม จุดเด่นของที่นี่คือความพิถีพิถันและตั้งใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างมีความหมายและเปี่ยมไปด้วยความประณีตตามวิถีแดนปลาดิบแท้ๆ ทำให้นอกจากจะได้ลิ้มรสขนมแสนอร่อยแล้ว ยังได้เสพความสุขจากความเงียบสงบและการบริการที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนอีกด้วย
สวรรค์ของคนรักขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นต้องยกให้ Wa Parfait ขนมหวานแก้วทรงสูงที่จัดเลเยอร์มาอย่างงดงาม โดยมีให้เลือกฟินถึง 4 รสชาติ และไฮไลต์เด็ดที่ท้าทายให้ไปลิ้มลองคือ Grape Symphony Parfait พาร์เฟต์องุ่นสุดพรีเมียมที่รังสรรค์ขึ้นจากองุ่นสายพันธุ์ไชน์มัสแคทและพิโอเน่ส่งตรงจากไร่ญี่ปุ่น นำมาผสมผสานกับไอศกรีมโฮมเมด ซอสราสเบอร์รี มาสคาร์โปเน่ครีม และเจลลี่ไวน์ขาว ซึ่งเมนูพิเศษนี้จำกัดการเสิร์ฟเพียงแค่ 10 แก้วต่อวันเท่านั้น นอกจากพาร์เฟต์แล้ว เมนูซิกเนเจอร์ขึ้นชื่อที่ใครมาก็ต้องบอกต่อคือคัสตาร์ดพุดดิ้งเนื้อเด้งเนียนนุ่มรสชาติเข้มข้น และกาแฟดริปมือสุดคลาสสิกที่คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยมมาสกัดรสชาติอย่างพิถีพิถัน
การมาเยือนคาเฟ่สไตล์คิสสะเต็นแห่งนี้ จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-500 บาท โดยราคาจะขึ้นอยู่กับความพิเศษของเมนูที่เลือก หากเน้นทานพุดดิ้งคู่กับกาแฟดริปสักแก้วราคาก็จะอยู่ในระดับปานกลางสบายกระเป๋า แต่ถ้าหากต้องการดื่มด่ำกับพาร์เฟต์ผลไม้นำเข้าที่ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมแบบจำกัดจำนวนต่อวัน ราคาต่อแก้วก็จะขยับสูงขึ้นตามความเข้มข้นและคุณภาพของวัตถุดิบ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประสบการณ์ความอร่อยอันเงียบสงบและเป็นเอกลักษณ์ที่ทางร้านมอบให้
Heiwa Kissa
- เวลาทำการ
อ.-ศ. 10:00 a.m.-6:00 p.m.
ส.-อา. 10:00 a.m.-7:00 p.m.
ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
245 ถ. บริพัตร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
4. Tiny Frinkets
Tiny Frinkets คาเฟ่ไซส์มินิสุดคิวท์พิกัดใกล้รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีห้วยขวาง ที่จะพาทุกคนวาร์ปเข้าสู่โลกแห่งความสดใสสไตล์ซานริโอ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งได้อย่างน่ารักและอบอุ่นเป็นกันเอง มีโต๊ะรองรับลูกค้าประมาณ 5 โต๊ะ ซึ่งจุคนได้ราวๆ 15 ท่านต่อรอบ ทำให้รู้สึกไม่วุ่นวายจนเกินไป จุดเด่นของร้านคือการหยิบเอาความชอบในวัยเด็กมาถ่ายทอดผ่านตุ๊กตาและของสะสมน่ารักๆ ที่ประดับอยู่ทั่วทุกมุมร้าน แถมยังเดินทางสะดวกมากๆ เหมาะสำหรับแก๊งเพื่อนสายถ่ายรูปที่กำลังมองหาพิกัดนั่งเมาท์มอยพร้อมเสพความน่ารักให้ใจฟู
เมนูชวนฟินของทางร้านเน้นไปที่ของหวานแก้วโปรดของใครหลายคนอย่าง พาร์เฟต์ หน้าตาน่าเอ็นดูที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์ โดยเมนูเด่นที่ต้องสั่งมาลองคือ Ichigo Parfait ที่จัดเต็มด้วยไอศกรีมรสหวานละมุนและสตรอว์เบอร์รีสดชิ้นโต หรือจะเป็น Rainbow Parfait พาร์เฟต์สายรุ้งสุดสดใสที่ตกแต่งด้วยมาร์ชแมลโลว์และเยลลี่หลากสีสัน นอกจากนี้ยังมี Choco-Banana Parfait พาร์เฟต์รสช็อกโกแลตกล้วยหอมสุดคลาสสิก คาร์ตาร์ดพุดดิ้งเนื้อเด้ง และเมนูบานาน่าสปลิตให้เลือกทาน ส่วนเครื่องดื่มก็ดีงามไม่แพ้กัน โดยเฉพาะครีมโซดาหลากสีที่ท็อปด้วยไอศกรีมลูกโตคอยช่วยเติมความสดชื่นดับร้อนได้เป็นอย่างดี
สำหรับเรื่องงบประมาณในการมาเช็กอินที่นี่ถือว่าน่ารักเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มาก โดยเฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-200 บาทต่อคนเท่านั้น เนื่องจากราคาของหวานจานหลักอย่างพาร์เฟต์เครื่องแน่นและบานาน่าสปลิตจะอยู่ที่แก้วละ 150 บาท ส่วนเมนูพุดดิ้งและเครื่องดื่มนมรสชาติต่างๆ รวมถึงครีมโซดาสีสันสดใสจะเริ่มต้นที่ประมาณ 80-120 บาท เรียกว่าจ่ายแบงค์ร้อยแค่ไม่กี่ใบก็ได้ทั้งอิ่มอร่อยกับขนมโฮมเมดและได้รูปสวยๆ กลับไปอัพลงโซเชียลแบบเต็มอิ่ม
Tiny Frinkets
- เวลาทำการ
อ.-อา. 10:00 a.m.-5:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
339 ซอย รัชดาภิเษก 14 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
5. Maru Dessert House
Maru Dessert House พาเราเปิดประสบการณ์ทานของหวานพร้อมดื่มด่ำทัศนียภาพอันงดงามบนพิกัดสุดเอ็กซ์คลูซีฟชั้น 55 ของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ภายในโซน EA Rooftop แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม บรรยากาศของร้านตกแต่งในสไตล์เกาหลีที่มีความโมเดิร์น เรียบหรู แต่ยังคงความอบอุ่นละมุนสายตา จุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือนคือการได้นั่งทานขนมอร่อยๆ ไปพร้อมกับรับชมทิวทัศน์เมืองกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามาผ่านกระจกบานใหญ่ ยิ่งถ้ามาในช่วงเวลาเย็นเย็นจะเห็นแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าอันงดงาม เป็นสถานที่ที่เหมาะเจาะมากสำหรับคนที่ต้องการรางวัลชีวิตชิ้นเล็กๆ ในวันพักผ่อน
สายหวานที่ชอบความสดชื่นต้องมาลองเมนู พาร์เฟต์ และซอฟต์เสิร์ฟสูตรต้นตำรับที่เนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก โดยมีจานเด่นชวนลิ้มลองอย่าง พาร์เฟต์มันหวานญี่ปุ่นและเกาลัด ที่ผสานความหอมมันของมันหวานบดและเนื้อเกาลัดเกรดดีเข้ากับความเย็นฉ่ำของซอฟต์เสิร์ฟรสชาตินุ่มนวลได้อย่างลงตัว หรือถ้าชอบความสดชื่นแนวผลไม้ก็มี สตรอว์เบอร์รีโยเกิร์ตพาร์เฟต์ ที่ใช้สตรอว์เบอร์รีสดรสหวานอมเปรี้ยวจัดเลเยอร์มาอย่างสวยงามพร้อมซอสเบอร์รีและกราโนล่ากรุบกรอบ นอกจากนี้ยังมีพาร์เฟต์รสมะม่วง บล็อกเซซามิลาเต้รสเข้มข้น เมนูกาแฟมะพร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงคราฟต์โซดาทำเองหลากรสชาติคอยให้บริการดับร้อน
ด้วยตำแหน่งที่ตั้งบนดาดฟ้าตึกสูงระฟ้าและใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเช็กอินที่คาเฟ่แห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาท โดยเมนูพาร์เฟต์ทรงเครื่องและโยเกิร์ตโบวล์ผลไม้สดตามฤดูกาลจะมีราคาเริ่มต้นมาตรฐานอยู่ที่แก้วละ 280-320 บาท ส่วนเครื่องดื่มประเภทซิกเนเจอร์ลาเต้ คราฟต์โซดา และสมูทตี้จะอยู่ในช่วงราคาประมาณ 220-250 บาท เมื่อเทียบกับรสชาติระดับพรีเมียมและการได้นั่งเสพวิวหลักล้านจากมุมสูงใจกลางเมือง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่ได้รับอย่างแน่นอน
Maru Dessert House
- เวลาทำการ
อ.-อา. 9:00 a.m.-10:00 p.m., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ Level 55, EA, ถ. สาทรใต้ Yannawa, เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
6. PEAK Chocolate Passionist
PEAK Chocolate Passionist คาเฟ่ของคนรักช็อกโกแลตตัวจริงเสียงจริงที่เสิร์ฟความฟินระดับพรีเมียมในบรรยากาศโมเดิร์นทันสมัยและมีความเป็นกันเอง ตัวร้านออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย เหมาะแก่การแวะเติมความหวานในวันช้อปปิ้ง จุดเด่นที่ทำให้หลายคนต้องวนกลับมาซ้ำคือความเข้มข้นขั้นสุดของวัตถุดิบช็อกโกแลตสายพันธุ์ดีที่มีมิติของรสชาติเฉพาะตัว ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะได้กลิ่นอายความหอมหวานอบอวล ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดดับร้อนที่ตอบโจทย์แก๊งเพื่อนและครอบครัวที่อยากมานั่งพักผ่อนหย่อนใจพร้อมเพลิดเพลินไปกับสารพัดเมนูโกโก้รสชาติลุ่มลึก
สวรรค์ของคนรักไอศกรีมและผลไม้ต้องยกให้เมนู พาร์เฟต์ ของที่นี่ซึ่งรังสรรค์ขึ้นมาได้อย่างตื่นตาตื่นใจ โดยมีจานฮิตที่ใครเห็นก็ต้องสั่งอย่าง Chocolate Pudding Parfait พาร์เฟต์ช็อกโกแลตเนื้อแน่นที่ออนท็อปด้วยพุดดิ้งเด้งดึ๋งแสนอร่อย และรสชาติคลาสสิกขวัญใจมหาชนอย่าง Banana Caramel Parfait ที่ผสมผสานความหอมของกล้วยและความหวานละมุนของคาราเมลได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับใครที่มองหาความแปลกใหม่แนวสุขภาพ ทางร้านยังมี Greek Yogurt Parfait ที่ใช้กรีกโยเกิร์ตเนื้อข้นเสิร์ฟพร้อมผลไม้สดหลากชนิด หรือถ้าใครชอบความท้าทายก็สามารถสนุกกับการเลือกครีเอทถ้วยโปรดในแบบฉบับของตัวเองได้เช่นกัน นอกเหนือจากนี้ยังมีเมนูสลัชชี่เนื้อเนียนละเอียด ลาวาคุกกี้ และช็อกโกแลตฟองดูว์ชุดใหญ่ไว้ให้จิ้มทานกันอย่างสนุกสนาน
ในส่วนของเรื่องงบประมาณสำหรับการมาลุยของหวานที่นี่ ถือว่ามีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์อย่างมาก โดยเฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาทต่อคน เมนูพาร์เฟต์ทรงเครื่องและพาร์เฟต์สไตล์ครีเอทเองจะมีราคาเริ่มต้นเบาๆ อยู่ที่ประมาณ 99 บาท ไปจนถึง 155 บาทตามความอลังการของท็อปปิ้ง ส่วนเครื่องดื่มจำพวกชาไทยสลัชชี่ ซอฟต์เสิร์ฟเนื้อนุ่มในโคนวาฟเฟิล หรือขนมปังปิ้งโทสต์ต่างๆ จะขยับราคาไปตามขนาดและประเภทวัตถุดิบ ซึ่งเมื่อเทียบกับความเข้มข้นของช็อกโกแลตเกรดพรีเมียมแล้ว บอกได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทุกบาททุกสตางค์
PEAK Chocolate Passionist
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 10:00 a.m.-9:00 p.m.
ส.-อา. 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
ชั้น 6Room B616 สยามสแควร์ ซอย 6 Floor CentralWorld กรุงเทพมหานคร 10330
7. Kyo Roll En : The Parfait Parlour
Kyo Roll En : The Parfait Parlour ปรับโฉมคอนเซ็ปต์ใหม่เอาใจคนรักสุขภาพด้วยการรังสรรค์คาเฟ่ขนมหวานสไตล์โมเดิร์นเกียวโตที่เต็มไปด้วยความสดชื่น บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาอย่างเรียบง่าย ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นตามแบบฉบับมินิมอล จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายหวานสายเฮลตี้คือการชูโรงเมนูซอฟต์เสิร์ฟสูตรปราศจากน้ำตาลแต่ยังคงความหอมมันเข้มข้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผสมผสานกับไอเดียการจัดเลเยอร์สลับชั้นขนมหวานแบบญี่ปุ่นโบราณเข้ากับเทรนด์ยุคใหม่ เป็นพิกัดที่ลงตัวสุดๆ สำหรับการแวะมานั่งพักผ่อนหลังจากเดินช้อปปิ้งล้าๆ เพื่อเติมความเย็นฉ่ำให้ร่างกายชื่นใจ
ความตื่นตาตื่นใจของเมนูประจำร้านนี้ต้องยกให้กับ พาร์เฟต์ ทั้ง 6 รสชาติเด็ดที่จัดเต็มมาในแก้วทรงสูงสวยงาม โดยมีดาวเด่นรสชาติคลาสสิกอย่าง Matcha Azuki Parfait พาร์เฟต์ไอศกรีมชาเขียวเข้มข้นเสิร์ฟพร้อมถั่วแดงกวนและโมจิตัวเด็ด หรือถ้าใครชื่นชอบความสดชื่นจากผลไม้แท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทางร้านก็มีเมนู Strawberry Meringue Parfait และ Mango Yuzu Blossom Parfait ที่สลับชั้นด้วยกรานิต้าเนื้อเกล็ดน้ำแข็งใสรสผลไม้สดควบคู่ไปกับซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตสดรสละมุน นอกเหนือจากนี้ยังมีรสชาติเข้มข้นสำหรับสายดาร์กอย่าง Chocolate Heaven Parfait รวมถึงโรลเค้กสูตรซิกเนเจอร์อันเลื่องชื่อที่จัดเสิร์ฟเป็นเซตร่วมกับซอฟต์เสิร์ฟยอดนิยมให้เลือกทานคู่กัน
สำหรับการมานั่งละเลียดความอร่อยดับร้อนที่นี่ งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท โดยเมนูพาร์เฟต์ทรงเครื่องหลากสไตล์และชุดโรลเซตสุดอลังการจะมีราคาเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่แก้วละ 225-250 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับความใส่ใจในการคัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมและกรรมวิธีการทำไอศกรีมแบบไร้น้ำตาลที่ดีต่อร่างกาย ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าสมเหตุสมผลสำหรับประสบการณ์ความอร่อยสไตล์เกียวโตแท้ๆ
Kyo Roll En : The Parfait Parlour
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
194 ถ. พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
8. dessert de HIKARI
dessert de HIKARI ยกระดับการกินขนมหวานไปอีกขั้นด้วยการเสิร์ฟพาร์เฟต์ในรูปแบบพรีเมียมบาร์ที่มีกลิ่นอายแบบโอมากาเสะ ตั้งอยู่ภายในโครงการ 953 คอมมูนิตี้มอลล์ ใจกลางย่านทองหล่อ จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือที่นั่งรอบบาร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำกัดเพียง 6 ที่นั่งเท่านั้น เปิดโอกาสให้สายหวานได้เพลิดเพลินกับการชมเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ลงมือรังสรรค์และจัดจานขนมให้เห็นกันแบบสดๆ ถ้วยต่อถ้วยอย่างประณีต บรรยากาศภายในร้านมีความเป็นส่วนตัว เรียบหรู และน่าค้นหา เหมาะมากสำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ของหวานมื้อพิเศษในค่ำคืนที่แสนผ่อนคลาย
ผลงานศิลปะในแก้วทรงสูงที่ถือเป็นตัวชูโรงของร้านมีให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย โดยมี 4 เมนูหลักที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เช่น First Love พาร์เฟต์สตรอว์เบอร์รีญี่ปุ่นรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่ผสมผสานความหอมมันของไอศกรีมพิสตาชิโอ มิลเฟยกรุบกรอบ และเจลลี่ไวน์ขาว ถัดมาคือ RIN พาร์เฟต์มัทฉะเข้มข้นที่ซ่อนมิติของรสชาติด้วยไอศกรีมมิโซะขาวและทาร์ตมองบลังค์ชาเขียว นอกจากนี้ยังมี Melting Kiss พาร์เฟต์ช็อกโกแลตสุดเข้มข้นสำหรับสายดาร์ก และที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนูประจำฤดูกาลอย่าง Sakura Parfait ที่จัดเต็มถึง 15 เลเยอร์ ท็อปด้านบนด้วยทาร์ตซากุระและมาการองสีหวานที่ถอดรหัสความอร่อยของฤดูใบไม้ผลิจากแดนปลาดิบมาได้อย่างไร้ที่ติ
ด้วยความที่เป็นร้านขนมหวานสไตล์เชฟส์เทเบิลที่ใช้วัตถุดิบล้ำค่าส่งตรงจากญี่ปุ่น ช่วงราคาเฉลี่ยต่อคนจึงค่อนข้างสูง โดยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1000 บาทขึ้นไป ราคาของเมนูพาร์เฟต์มาตรฐานและเมนูพิเศษประจำฤดูกาลจะเริ่มต้นที่ประมาณ 690-830 บาทต่อแก้ว นอกจากนี้ยังมีขนมหวานจานเดี่ยวอื่นๆ อย่างพุดดิ้งคัสตาร์ดสไตล์คิสสะเต็นดั้งเดิม ทิรามิสุรสละมุน หรือเมนูจับคู่กับเครื่องดื่มและไวน์ชั้นดี ซึ่งเมื่อเทียบกับความประณีตระดับงานศิลปะและรสชาติที่ซับซ้อนในทุกคำ ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการเปิดประสบการณ์ลิ้มรสของหวานแบบเหนือระดับ
dessert de HIKARI
- เวลาทำการ
ทุกวัน 1.00 p.m.-10.00 p.m.
- ที่อยู่
103A, 9:53 Community mall, 124 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
9. On The Table Tokyo Cafe
On The Table Tokyo Cafe ร้านอาหารและคาเฟ่สไตล์โตเกียวคาเฟ่ยอดฮิตที่กระจายความสุขอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป บรรยากาศภายในร้านเน้นความอบอุ่น ละมุนละไม ด้วยการตกแต่งโทนสีไม้ธรรมชาติสไตล์มินิมอล ผสมผสานความน่ารักแบบญี่ปุ่นที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงง่าย จุดเด่นของที่นี่คือการส่งมอบช่วงเวลาดีๆ ผ่านอาหารจานอร่อยและการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเป็นพื้นที่รวมตัวของครอบครัว หรือแก๊งเพื่อนสนิทที่อยากมานั่งล้อมวงแบ่งปันเสียงหัวเราะและเติมพลังบวกให้แก่กันในวันสบายๆ
หลังจากอิ่มอร่อยกับของคาวหน้าตาน่าทานแล้ว เมนูของหวานจานเด็ดที่ห้ามพลาดสั่งมาปิดท้ายมื้ออาหารคือ พาร์เฟต์ หลากสไตล์ที่จัดเต็มรสชาติมาในแก้วทรงสูงสวยงาม โดยมีตัวเลือกชวนลิ้มลองอย่าง Fruity Parfait พาร์เฟต์ผลไม้รวมรสหวานอมเปรี้ยวสดชื่นที่เคียงคู่มากับบิสกิตแผ่นบางกรอบ หรือจะเป็น Banana Choco Parfait คู่อร่อยตลอดกาลของกล้วยหอมและช็อกโกแลตรสเข้มข้น และ Strawberry Black Forest Parfait สำหรับคนชอบความละมุนของเบอร์รี นอกจากนี้ทางร้านยังมีขนมสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยมอย่างบัตเตอร์โทสต์หอมเนย พานาคอตต้าเนื้อเนียนนุ่ม รวมถึงเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาหลากรสชาติคอยเสิร์ฟเติมความซ่าบซ่าดับร้อน
สำหรับการมานั่งทานอาหารควบคู่ไปกับการล้างปากด้วยขนมหวานที่ร้านแห่งนี้ ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าเป็นราคามาตรฐานของร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า โดยราคาของเมนูพาร์เฟต์ทรงเครื่องและของหวานจานเดี่ยวจะอยู่ในระดับร้อยต้นๆ ที่เข้าถึงได้ง่ายและเหมาะสำหรับการสั่งมาแบ่งกันทานตรงกลาง เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนสบาย รสชาติอาหารที่ถูกปาก และความสะดวกสบายในการเดินทาง ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับทุกการสังสรรค์
On The Table Tokyo Cafe
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
695 Sukhumvit Alley แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
10. OOTOYA
OOTOYA ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสไตล์รสมือแม่ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีตามศูนย์การค้าชั้นนำทั่วไป บรรยากาศภายในร้านเน้นความโปร่งโล่ง เรียบง่าย และให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นส่วนตัวเหมือนนั่งทานข้าวอยู่ที่บ้าน จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องเซตเมนูอาหารคาวที่ปรุงสดใหม่จานต่อจานแล้ว พิกัดนี้ยังซ่อนความพิเศษสำหรับสายขนมหวานด้วยเมนูของล้างปากรสชาติต้นตำรับที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจ เหมาะสำหรับเป็นจุดแวะพักเติมความสดชื่นหลังจากจัดเต็มกับมื้อหลักเพื่อความอิ่มเอมแบบครบสูตร
ไอเทมดับร้อนชิ้นใหม่ที่กำลังเป็นกระแสคอลเลกชันพิเศษที่ทางร้านร่วมมือกับเชฟชื่อดังรังสรรค์ พาร์เฟต์ ออกมาให้ลิ้มลองกันถึง 3 รสชาติซิกเนเจอร์ นำโดยเมนูน่าลองอย่าง Yuki Kinako Parfait พาร์เฟต์โทนละมุนสีนวลตาที่ชูความหอมของผงถั่วเหลืองคินาโกะ ทานคู่กับซอฟต์ครีมวานิลลา นามะช็อกโกแลต และซอสคุโรมิตสึรสหวานเค็ม ตามมาด้วย Mikkusu Matcha Parfait แก้วที่รวมเอาวัตถุดิบซิกเนเจอร์อย่างดังโงะ 3 สีสไตล์ญี่ปุ่น วุ้นชาเขียว และถั่วแดงกวนมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และปิดท้ายด้วย Ichigo Matcha Parfait ที่ตัดรสเข้มข้นของมัทฉะด้วยความหวานอมเปรี้ยวจากซอสสตรอว์เบอร์รีและผลสด พร้อมเพิ่มความกรุบกรอบด้วยแผ่นอัลมอนด์ตูเล่
สำหรับการแวะมาดื่มด่ำกับเซตของหวานสุดพิเศษนี้ งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาท หากตั้งใจมาทานเฉพาะเมนูไอศกรีมและขนมหวานหลังจากมื้ออาหารหลัก เนื่องจากราคาพาร์เฟต์คอลเลกชันนี้จะอยู่ในระดับร้อยต้นๆ ต่อแก้ว ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ง่ายและคุ้มค่าอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้และการจับคู่รสชาติอย่างมีชั้นเชิง นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเติมเต็มมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบและสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี
OOTOYA
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-:00 p.m.
- ที่อยู่
288 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านข้าวอบหม้อ (Kamameshi) ข้าวอบปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น
25.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- สมุทรปราการ
- นนทบุรี
- บทความพิเศษ
7 ร้านอาหารญี่ปุ่นเครือมากุโระกรุ๊ป (MAGURO Group) อาหารระดับพรีเมียมที่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น
21.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านเทปปันยากิ (Teppanyaki) เสิร์ฟความฟินจากเตาร้อนถึงจาน
18.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- อื่นๆ
- สมุทรปราการ
- เชียงใหม่
- ชลบุรี
- บทความพิเศษ
10 ร้านแซนด์วิชทอดไส้ทะลัก (Age Sando) แซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาหน้าทาน
13.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
มอนจายากิ (Monjayaki) คืออะไร แนะนำ 4 ร้านมอนจายากิอันเป็นเอกลักษณ์
10.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านแฮมเบิร์ก (Hamburg) เนื้อวากิวฉ่ำซอส อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น
09.04.2026