10 ร้านซอฟต์เสิร์ฟ (Soft Serve) รสชาติเนียนนุ่ม หอมละมุน ดับร้อนได้ฟินสุดๆ
สำหรับใครที่กำลังมองหาของหวานเย็นฉ่ำมาช่วยเติมความสดชื่นในวันอากาศร้อน ขนมหวานเนื้อเนียนละเอียดอย่างซอฟต์เสิร์ฟ ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม ฟูเบา และละลายในปากทันทีที่ได้ลิ้มลอง ปัจจุบันคาเฟ่และร้านขนมหวานต่างพากันรังสรรค์เมนูนี้ออกมาหลากหลายสไตล์เพื่อเอาใจสายกิน ไม่ว่าจะเป็นรสชาตินมฮอกไกโดแท้ๆ เข้มข้น รสชาติตำรับญี่ปุ่นโบราณ หรือแม้แต่สูตรโยเกิร์ตผสมซูเปอร์ฟู้ดสำหรับคนรักสุขภาพ บทความนี้เราจึงได้รวบรวมพิกัดร้านเด็ดที่จะพาทุกคนไปเปิดโลกความอร่อยแบบฟินกระจาย
1. Kyo Roll En
Kyo Roll En ชวนให้เรานึกถึงบรรยากาศคาเฟ่สไตล์เกียวโตแท้ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน คาเฟ่แห่งนี้พกพาความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นโมเดิร์นมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันขยายสาขาไปมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ทำให้คนรักขนมหวานเข้าถึงได้ง่าย จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือการนำเสนอขนมหวานแบบดั้งเดิมในรูปลักษณ์ที่ทันสมัย เน้นรสชาติที่เข้มข้นแต่หวานน้อยตามตำรับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ถือเป็นพิกัดที่ตอบโจทย์คนที่อยากนั่งพักผ่อนชิลๆ พร้อมกับละเลียดของหวานคุณภาพเยี่ยมในวันสบายๆ
เมื่อพูดถึงไฮไลต์เด็ดคงหนีไม่พ้นซอฟต์ครีมเนื้อเนียนนุ่มที่มีให้เลือกสรรหลากหลายรสชาติ เริ่มต้นด้วย Matcha Soft-Cream ที่ใช้ชาเขียวอูจิมัตฉะเข้มข้น คัดสรรมาอย่างดีจนได้กลิ่นหอมของชาแท้แบบเต็มคำ ต่อด้วย Sumi Soft-Cream ซอฟต์เสิร์ฟสีดำสนิทจากถ่านไม้ไผ่ญี่ปุ่นผสมวานิลลาซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร หรือหากเลือกไม่ได้ก็สามารถสั่ง Mixed Soft-Cream ที่รวมสองรสชาติยอดฮิตไว้ในโคนหรือถ้วยเดียวกันได้อย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมท็อปปิ้งสไตล์ญี่ปุ่นอย่างโมจิเนื้อหนึบและถั่วแดงกวน ส่วนสายสุขภาพที่กังวลเรื่องแคลอรี ทางร้านก็มี Sugar-Free / Fro-Yo ซึ่งเป็นสูตรไม่มีน้ำตาลหรือโฟรเซ่นโยเกิร์ตให้กินได้แบบไม่รู้สึกผิด
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่นำเข้ามาจากเมืองเกียวโตโดยตรง เงินจำนวนนี้สามารถเลือกอร่อยได้ทั้งเมนูเดี่ยว เมนูเซ็ตที่จับคู่ซอฟต์เสิร์ฟกับโรลเค้กชื่อดัง หรือเครื่องดื่มชาเขียวรสชาติจัดจ้าน นับเป็นระดับราคาที่จับต้องได้สำหรับประสบการณ์ความอร่อยแบบญี่ปุ่นขนานแท้
Kyo Roll En
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
CentralWorld, 3F แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
2. Shi-tori Cafe
Shi-tori Cafe ถือเป็นสวรรค์ของคนรักมันหวานญี่ปุ่นตัวจริงเสียงจริง เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นคาเฟ่มันหวานอันดับหนึ่งที่ส่งตรงความอร่อยมาจากแดนปลาดิบ ตัวร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอลที่เน้นความโปร่งสบาย ใช้โทนสีไม้อบอุ่นผสมผสานกับกลิ่นอายคาเฟ่ญี่ปุ่นสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ทำให้ใครๆ ต้องแวะเวียนมาคือกลิ่นหอมของมันเผาที่อบอวลไปทั่วร้านตั้งแต่เดินผ่านหน้าร้าน ยิ่งถ้าใครกำลังมองหารสสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่ใช่แค่นมหรือช็อกโกแลตทั่วไป คาเฟ่แห่งนี้พร้อมเสิร์ฟความฟินในรูปแบบขนมหวานแช่เย็นรสชาติธรรมชาติแท้ๆ ที่รับรองว่ากินแล้วจะลืมภาพจำเดิมๆ ไปเลย
หัวใจหลักของเมนูที่ทุกคนต้องสั่งคือ Soft Serve with Baked Sweet potato ซึ่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่นำซอฟต์ครีมมันหวานญี่ปุ่นแท้ๆ รสชาติหอมนัว เนื้อเนียนนุ่มเย็นชื่นใจ มาจับคู่เสิร์ฟกับมันหวานญี่ปุ่นชิ้นโตที่ผ่านการอบมาแบบร้อนๆ จนเนื้อฉ่ำหวาน การได้กินของร้อนสลับกับของเย็นในคำเดียวกันบอกเลยว่าฟินสุดๆ นอกจากนี้ยังมีอีกสองรสชาติที่ห้ามพลาดคือ Uji Matcha รสมัทฉะที่ให้ความหอมเข้มข้นเต็มคำสไตล์ชาเขียวเกรดพรีเมียม และรส Twotone ที่ผสานความอร่อยของมันหวานและมัทฉะเข้าด้วยกันได้อย่างละมุนละไมลงตัว เป็นตัวเลือกที่ช่วยเติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมานั่งกินขนมที่นี่จะตกอยู่ที่ประมาณ 120-220 บาท เทียบกับปริมาณที่ให้มาค่อนข้างเยอะและอิ่มท้องกำลังดี รวมถึงความใส่ใจในการเลือกใช้มันหวานสายพันธุ์แท้จากญี่ปุ่นที่มีความหวานตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลขัดสี ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและจับต้องได้ง่าย เหมาะมากสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากมาเปิดประสบการณ์กินซอฟต์เสิร์ฟคู่กับมันเผาร้อนๆ ในวันหยุด
Shi-tori Cafe
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
Central World โซน JAPAN AVENUE ชั้น 3 ฝั่งอิเซตัน 4 ถ. ราชดำริ ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
3. GOOD LICKS
GOOD LICKS พาเราไปเปิดโลกขนมหวานรูปแบบใหม่ที่สายเฮลท์ตี้ต้องกดไลก์รัวๆ เพราะนี่คือพิกัดไอศกรีมเจลาโต้และกรีกโยเกิร์ตซอฟต์เสิร์ฟสไตล์โฮมเมดเจ้าดังที่ตั้งอยู่ตามทำเลทองใจกลางเมืองอย่าง Emquartier, Central Chidlom, Rama 9 และ Silom complex ตัวร้านมาในธีมสดใส ทันสมัย และดูสะอาดสะอ้าน จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นขวัญใจคนเมืองคือคอนเซปต์ปั่นสดแบบถ้วยต่อถ้วย โดยหยิบเอาผลไม้แท้และวัตถุดิบเกรดพรีเมียมมาผสานเข้าด้วยกันแบบไร้สารสังเคราะห์ ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น แถมยังเคลมว่าปราศจากไขมันทรานส์และน้ำตาลขัดสี เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักแต่ยังอยากตามล่าหาความหวานฉ่ำมาเติมพลังในวันเหนื่อยๆ
ขยับมาส่องเมนูเด็ดของร้านที่บอกเลยว่าเลือกสนุกมาก เริ่มต้นจากเมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิตอย่าง Bisfull Day ที่ใช้เบสโยเกิร์ตผสมผสานกับคุ้กกี้และซอสบิสคอฟรสละมุน หรือถ้าใครชอบความสดชื่นโทนผลไม้ต้องลอง Grape Job ที่ใส่ทั้งกีวี่และองุ่นสดพร้อมเพรทเซิลกรอบๆ หรือเมนูใหม่อย่างพวกตระกูลโคนยักษ์ Super Big Cones อย่าง Baby Blue Bombsซอฟต์ครีมสีฟ้าพาสเทลจากสาหร่ายสไปรูลิน่าแมตช์กับบลูเบอร์รี่สด และ Pinktaya Berry ที่สกัดความสดชื่นจากแก้วมังกรแดงและสตรอว์เบอร์รี่ นอกจากนี้เรายังสามารถเล่นสนุกในโหมดดีไซน์เองได้ โดยเลือกเบสที่ชอบไม่ว่าจะเป็นกรีกโยเกิร์ตสูตรไม่ใส่น้ำตาล นมฮอกไกโด ช็อกโกแลตเข้มข้น หรือพิสตาชิโอ แล้วเลือกมิกซ์ส่วนผสมรวมถึงราดซอสต่างๆ ตามใจชอบได้เลย
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 120-280 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบและขนาดที่เราเลือกทาน โดยขนาดถ้วยปกติที่มีท็อปปิ้งในตัวจะเริ่มตั้งแต่ไซส์ Good, Better ไปจนถึง Best หรือถ้าชอบความสะใจแบบถือเดินกิน โคนขนาดใหญ่พิเศษก็จัดเต็มในราคาคงที่ตัวเลขเดียว ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ากับปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบธรรมชาตินำเข้า รวมถึงกระบวนการทำสดใหม่ที่ให้รสสัมผัสเหนียวหนึบแน่นเข้มข้น แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไปอย่างชัดเจน
GOOD LICKS
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
near Swensen’s, Emquartier Floor B, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10900
4. Soft Spot Acai
Soft Spot Acai ปฏิวัติวงการของหวานด้วยการเอาใจคนรักสุขภาพที่ไม่อยากตัดขาดจากของอร่อย ร้านนี้โดดเด่นสะดุดตาด้วยภาพลักษณ์ที่ดูคลีนและรักสุขภาพ พิกัดตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ที่มีกลุ่มคนเมืองแวะเวียนมาเติมความสดชื่นกันตลอดทั้งวัน เอกลักษณ์ที่ทำให้ร้านนี้แตกต่างคือการพิถีพิถันทำขนมแช่แข็งในรูปแบบสมอลแบตช์ ค่อยๆ ทำทีละถังเล็กๆ เพื่อควบคุมเนื้อสัมผัสให้เนียนนุ่มและคงคุณค่าสารอาหารเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ใครที่เบื่อของหวานรสชาตินมๆ ครีมๆ ทั่วไป แล้วกำลังมองหาของทานเล่นที่ให้รสสัมผัสเบาสบายท้อง สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่เรียบง่ายเป็นกันเอง ต้องลองมาเช็กอินที่นี่ดูสักครั้ง
ในส่วนของลิสต์เมนูเด็ดขวัญใจมหาชน ขอยกให้ซอฟต์เสิร์ฟอาซาอิแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์จากบราซิลที่ไม่เติมน้ำตาลและไซรัป ให้พลังงานต่ำเพียง 93 แคลอรีต่อ 100 กรัมเท่านั้น ทานคู่กับซอสโฮมเมดเข้มข้นอย่าง Biscoff Lover ที่ราดซอสบิสคอฟเยิ้มๆ บนเนื้ออาซาอิ หรือจะเป็นตระกูล Pistachio Greek Yogurtซอฟต์ครีมที่มีตัวเลือกหน้าตาหรูหราอย่าง Turkish Dream หรือ Sicilian Dream ที่ผสานรสชาติถั่วพรีเมียมได้อย่างนัวสมชื่อ นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นสายหวานซ่อนเปรี้ยวอย่างเมนูซีซันนอล Mayongchid Yoghurt Cheesepie และเมนูความอร่อยแปลกใหม่อย่าง Ube-Almond Kunafa Crunch หรือแม้แต่ The Donut Sundae ที่จับเอาโดนัทมามิกซ์เข้ากับตัวไอศกรีมได้อย่างน่าสนใจ
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 160-300 บาทต่อถ้วย และมีโปรโมชั่นจับคู่ Bundle Duo สองถ้วยในราคา 450 บาทผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอีกด้วย ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลสำหรับกลุ่มเมนูเพื่อสุขภาพ เพราะทางร้านคัดสรรเฉพาะท็อปปิ้งพรีเมียม ผลไม้สด กราโนล่าสูตรเฉพาะ และวัตถุดิบนำเข้าที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กินแล้วรู้สึกดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างแน่นอน
Soft Spot Acai
- เวลาทำการ
ทุกวัน 9:00 a.m.-9:00 p.m.
- ที่อยู่
Room 103 Floor 1, Kaulin Building, ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
5. Thank you Cup
Thank you Cup เปิดประตูต้อนรับสายเฮลท์ตี้ด้วยไวบ์ร้านที่อบอวลไปด้วยพลังงานบวกและชวนให้รู้สึกดีตามคอนเซปต์ของแบรนด์ พิกัดยอดฮิตแห่งนี้ขยายความอร่อยไปถึง 7 สาขา บรรยากาศหน้าร้านเน้นความเรียบง่าย สดใส มินิมอล และให้ความรู้สึกเป็นมิตร จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์คือการเป็นซอฟต์ครีมทางเลือกใหม่ที่ไม่มีการใช้น้ำตาลขัดสี ปราศจากนมวัว และไร้วัตถุกันเสีย ตอบโจทย์ชาวแพลนต์เบสและคนที่แพ้กลูเตนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวร้านมักจะมีแคมเปญน่ารักๆ ร่วมกับแบรนด์อื่นอยู่เสมอ ทำให้การแวะมาเติมความสดชื่นที่นี่ได้รับทั้งความอร่อยทางกายและความสุขทางใจกลับไปพร้อมกัน
ขยับมาส่องลิสต์ความอร่อยในโหมดครีเอทถ้วยโปรดด้วยตัวเอง ซึ่งเราสามารถเลือกเบสสลับชั้นความฟินได้ตามชอบใจ ไม่ว่าจะเป็น Acai รสผลไม้แท้ฉ่ำๆ พิสตาชิโอนมพืช หรือจะเป็นกรีกโยเกิร์ตเนื้อนุ่มฟูสูตรน้ำตาลน้อย และสูตรวานิลลาบัตเตอร์ครีมแบบไร้น้ำตาล นอกจากนี้ยังมีตระกูลโฮมเมดกรีกโยเกิร์ตเนื้อเนียนแน่นหนึบให้เลือกทานคู่กับน้ำผึ้งป่าฟรีๆ อีกด้วย ส่วนเมนูสำเร็จรูปที่ทางร้านจัดเซ็ตท็อปปิ้งมาให้ก็เก๋ไม่เบา มีการตั้งชื่อเมนูตามอารมณ์ความรู้สึก เช่น Kindness, Hugs, Holidays หรือเมนูล่าสุดที่คอลแลบส์พิเศษอย่าง Little Joys ที่มาพร้อมท็อปปิ้งหน้าใหม่อย่างมาการองสีชมพู คุกกี้ช็อกโกแลตชิปครัมเบิล และเรนโบว์สปริงเคิลส์ให้เคี้ยวกันแบบสนุกๆ
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 80-270 บาทต่อคน ขนาดถ้วยเริ่มต้นอย่างไซส์ Fun แบบไม่ใส่ท็อปปิ้งจะเปิดตัวด้วยราคาต่ำกว่าร้อย ขยับขึ้นมาเป็นไซส์ Happy แบบเลือกท็อปปิ้งได้ 3 อย่างในราคาใจดี และไซส์ใหญ่สุดอย่าง Love ที่จัดเต็มได้ถึง 5 ท็อปปิ้ง ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ากับเม็ดเงินมากเมื่อเทียบกับคุณประโยชน์ของซอฟต์เสิร์ฟระดับซูเปอร์ฟู้ดที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนและจุลินทรีย์ชนิดดีต่อระบบขับถ่าย กินได้บ่อยแบบไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด
Thank you Cup
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
G Floor, Siam Paragon, 911 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
6. Sofuto Cream
Sofuto Cream ร้านขนมหวานอันดับหนึ่งขวัญใจชาวเชียงใหม่ โดยเปิดต้อนรับทุกคนตามพิกัดเด็ดๆ อย่างหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการนิมซิตี้เดลี่ และเซ็นทรัลเชียงใหม่ บรรยากาศของร้านตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นที่เน้นงานไม้สีอบอุ่น ดูเรียบง่ายแต่แฝงความน่ารัก หน้าร้านมักจะมีกิมมิกเก๋ๆ อย่างโมเดลไอศกรีมยักษ์ที่ชวนให้คนเดินผ่านไปมาต้องหยุดแวะถ่ายรูป จุดเด่นของที่นี่คือการยึดมั่นในคอนเซปต์รสชาติญี่ปุ่นที่แท้จริง คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงมาสร้างสรรค์เมนูขนมหวานรสชาติกลมกล่อม เหมาะสำหรับแก๊งเพื่อนและครอบครัวที่อยากมานั่งล้อมวงแบ่งปันความสุขกันในวันพักผ่อน
ลายแทงความอร่อยของร้านนี้มีให้เลือกละลานตามาก โดยมีพระเอกตลอดกาลอย่างซอฟต์ครีมนมสดแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่หอมมันเนียนนุ่ม มีให้เลือกทั้งรส Hokkaido Fresh Milk รส Premium Matcha และแบบทูโทน รวมถึงรสชาติสดชื่นอย่าง Fresh Yogurt นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเมนูผสมผสานที่เสิร์ฟมาในรูปแบบ Sundae ท็อปปิ้งแน่นๆ และ Kakigori น้ำแข็งไสเกล็ดหิมะภูเขาไฟรสชาติต่างๆ เช่น Milo Bonsai หรือสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ อย่าง Matcha Bonsai ที่เสิร์ฟซอฟต์เสิร์ฟคู่กับซอสเข้มข้น แถมนกต่อความอร่อยด้วย Soft Pancake แพนเค้กเนื้อนุ่มฟูเด้งดึ๋ง ทอดสดใหม่จากเตาร้อนๆ ทานคู่กับผลไม้สดและครีมสดชีสวิป รวมถึงขนมทานเล่นอย่างไดฟูกุลูกโตที่มีให้เลือกหลากหลายไส้
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวในการมาเช็กอินที่คาเฟ่แห่งนี้จะตกอยู่ที่ประมาณ 40-180 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาเริ่มต้นสำหรับไอศกรีมแบบโคนเดี่ยวๆ ถือว่าน่ารักและเข้าถึงง่ายมาก ส่วนเมนูจานใหญ่อย่างแพนเค้กหรือน้ำแข็งไสภูเขาไฟถ้วยยักษ์ที่แชร์กันกินได้หลายคนก็มีราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับปริมาณและวัตถุดิบชั้นดีที่นำเข้ามา นับเป็นอีกหนึ่งพิกัดขนมหวานที่มอบความฟินระดับพรีเมียมในราคาที่นักเรียนนักศึกษาและคนทำงานกดเลิฟให้ได้อย่างแน่นอน
Sofuto Cream
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-11:00 p.m.
- ที่อยู่
PP Place ถนน สุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200
7. James Boulangerie
James Boulangerie เปลี่ยนนิยามของการกินเบเกอรี่ฝรั่งเศสให้สนุกและแปลกใหม่ขึ้นกว่าเดิมมาก ใครที่เคยแวะเวียนไปเยือนจะรู้เลยว่าร้านนี้เขาโด่งดังเรื่องครัวซองต์คิวต่อยาวระดับตำนาน บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยความหรูหราคลาสสิกสไตล์ปารีเซียง ผสมผสานความโมเดิร์นที่ดูโปร่งสบายตา กลิ่นเนยแท้หอมกรุ่นที่อบใหม่ๆ จากเตาโชยมาทักทายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป จุดเด่นที่ทำให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นพิกัดโปรดของหลายคนคือการยกระดับแป้งพัฟฟ์สตรีระดับพรีเมียมมาจับคู่กับของหวานแช่เย็นได้อย่างชาญฉลาด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนั่งละเลียดขนมหวานชั้นเลิศในวันพักผ่อนอย่างมีสไตล์
ในส่วนของเมนูไฮไลต์ที่กำลังเป็นกระแสและห้ามพลาดเด็ดขาดคือการฟีเจอริ่งกันระหว่าง Croissant X Soft Cream โดยทางร้านเลือกใช้ซอฟต์ครีมนมสุดพรีเมียมที่นำเข้าวัตถุดิบจากฝรั่งเศสเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด หอมละมุน รสชาติหวานกำลังดี เมนูแนะนำมีให้เลือกทั้งแบบเสิร์ฟในโคนครัวซองต์แป้งกรอบและแบบใส่ถ้วยซันเด เช่น รส Plain ที่เป็นครัวซองต์ออริจินัลทานคู่ไอศกรีมนมสด รส Black cocoa ที่ใช้ครัวซองต์โกโก้สีดำเข้มข้น ส่วนสายถั่วต้องลอง Macadamia หรือ Pistachio ที่ท็อปปิ้งด้วยถั่วพรีเมียมเคี้ยวกรุบกรอบ นอกจากนี้ยังมีเมนู Almond ครัวซองต์อัลมอนด์หอมมัน เมนู Rod-Fai หรือหากใครอยากกินแค่ตัวไอศกรีมเพียวๆ ทางร้านก็มี Just Soft Serve แยกขายให้ฟินกันแบบเนื้อๆ เน้นๆ
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการสั่งซอฟต์เสิร์ฟและขนมหวานจะตกอยู่ที่ประมาณ 100-250 บาท ราคาเริ่มต้นสำหรับเมนูถ้วยเดี่ยวแบบไม่ใส่เครื่องจะอยู่ที่หลักร้อยนิดๆ ส่วนเมนูผสมผสานที่เสิร์ฟคู่กับครัวซองต์ชิ้นโตและท็อปปิ้งจัดเต็มจะอยู่ที่ประมาณร้อยปลายๆ ถึงสองร้อยบาท ถือว่าเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ากับเม็ดเงินมาก เพราะวัตถุดิบทุกอย่างส่งตรงจากฝรั่งเศสและเป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในโรงแรมหรู ยิ่งเทียบกับความประณีตในการทำและการได้ลิ้มลองรสชาติเนยแท้ระดับพรีเมียมคู่กับไอศกรีมเนื้อเนียน ถือเป็นรางวัลชีวิตที่คุ้มราคาจริงๆ
James Boulangerie
- เวลาทำการ
ทุกวัน 9:30 a.m.-6:00 p.m.
- ที่อยู่
172 ถ. พรานนก – พุทธมณฑลสาย 4 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170
8. Nose Tea
Nose Tea ร้านชาชีสคิวยาวเหยียดที่นาทีนี้ไม่มีสายหวานคนไหนไม่รู้จัก ล่าสุดเขาได้ขยับขยายไลน์ความอร่อยมาเอาใจคนที่ชอบทานของหวานแช่เย็นกันบ้าง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ความปังของตัวแบรนด์เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น บรรยากาศหน้าร้านมาในสไตล์มินิมอลโมเดิร์นที่แฝงความน่ารักเข้าถึงง่าย สะอาดตา จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนยอมยืนรอต่อแถวคือความโปรดักทีฟในการนำชาและครีมชีสแท้ๆ รสชาติระดับตำนานมาดัดแปลงให้เป็นเมนูแปลกใหม่ ถือเป็นพิกัดชวนเช็กอินสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดโลกการกินชาชีสในมิติใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ
เมื่อพลิกมาดูของดีประจำร้าน ขอยกสปอตไลท์ให้เมนูใหม่อย่างซอฟต์ครีมชาไทยที่ถอดรหัสความเข้มข้นมาจากเครื่องดื่มแก้วโปรดของทุกคน เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นเนียนนุ่ม หอมกลิ่นชาไทยแท้แบบตะโกน รสชาติไม่หวานตัดขาจนเกินไป ทีเด็ดที่สุดแสนจะพรีเมียมคือวิธีการเสิร์ฟที่มาพร้อมถาดกระดาษสุดเก๋ แยกหลุมท็อปปิ้งมาให้ตักละเลียดเคียงกัน ทั้งไข่มุกเม็ดจิ๋วเคี้ยวหนึบหนับสุดฟิน และครีมชีสสูตรลับเนื้อนุ่มฟูที่ให้รสชาติเค็มๆ มันๆ อมเปรี้ยวปลายลิ้นนิดๆ พอตักไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟคำโตๆ มารวมร่างกับครีมชีสและไข่มุกในคำเดียว บอกได้คำเดียวเลยว่านัวขั้นสุด รสสัมผัสเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ สมฐานะสายชีสตัวจริงเสียงจริง
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 120 บาทเท่านั้น ซึ่งบอกเลยว่าเป็นราคาเดียวที่เน็ตและคุ้มค่าอย่างมากเมื่อเทียบกับปริมาณถ้วยขนาดกำลังพอเหมาะและท็อปปิ้งสองอย่างที่ให้มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ใครที่อยากไปพิสูจน์ความฟินในรูปแบบขนมหวานแช่แข็งนี้ ต้องปักหมุดมุ่งหน้าไปลองกันได้ที่พิกัดเฉพาะอย่างสาขาเซ็นทรัลชิดลมเท่านั้น รีบชวนเพื่อนไปลองด่วนๆ เพราะของอร่อยระดับนี้สายหวานบอกเลยว่าพลาดแล้วจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง
Nose Tea
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30 a.m.-8:00 p.m.
- ที่อยู่
2 Fl, เซ็นทรัล ชิดลม ทาวเวอร์ Lumphini, แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
9. ChaTraMue
ChaTraMue ยี่ห้อชาไทยในตำนานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานานแสนนาน ตัวร้านที่เราคุ้นตาตามสถานีรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปมักจะตกแต่งด้วยโทนสีแดงขาวอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกลิ่นอายความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาที่อบอวลอยู่รอบๆ บริเวณร้าน แค่เดินผ่านก็ชวนให้ใจสั่นจนต้องแวะซื้อ สำหรับใครที่กำลังมองหาของหวานรสชาติคุ้นเคยในรูปแบบที่เย็นฉ่ำชื่นใจ ร้านนี้เขาตอบโจทย์สุดๆ ด้วยการเปลี่ยนเครื่องดื่มแก้วโปรดของทุกคนให้กลายเป็นขนมหวานแช่แข็งเนื้อนุ่มละมุนที่กินเมื่อไหร่ก็ฟินเมื่อนั้น
มาถึงพิกัดเมนูแนะนำที่ไม่ว่าใครก็ต้องลอง ขอยกให้ซอฟต์เสิร์ฟรสชาไทยออริจินัลที่ถอดแบบความอร่อยเข้มข้น หอมกลิ่นชาแท้และหวานมันกำลังดีมาจากเมนูเครื่องดื่มเป๊ะๆ ถัดมาคือรส Extra Greenซอฟต์ครีมชาเขียวรสชาติเข้มข้นเต็มรสสัมผัสที่สายชาเขียวต้องประทับใจ หรือถ้าเลือกไม่ได้ว่าอยากกินฝั่งไหน ทางร้านก็จัดเวอร์ชันทูโทนที่ผสมผสานสองความอร่อยไว้ในโคนเดียวกันได้อย่างลงตัวสุดๆ ทุกรสชาติเลือกใส่ได้ทั้งแบบโคนวาฟเฟิลกรุบกรอบหรือแบบถ้วยพลาสติกทานง่าย แถมยังมีออปชันให้คนชอบเคี้ยวเลือกแอดท็อปปิ้งเพิ่มความสนุกได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นซอสคาราเมล ครัมเบิลกรอบๆ หรือบุกบราวน์ชูการ์เคี้ยวหนึบ
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 45-55 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นมิตรต่อผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง เงินเพียงหลักสิบกลางๆ ก็สามารถทำให้เราได้ลิ้มลองไอศกรีมเนื้อเนียนละเอียดเกรดพรีเมียมที่ทำจากชาคุณภาพดีได้แล้ว ถือเป็นระดับราคาที่เข้าถึงง่ายมากๆ เหมาะสำหรับซื้อเดินทานแก้ง่วงระหว่างวัน หรือจะตบท้ายมื้ออาหารคาวก็ช่วยตัดเลี่ยนและเติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
ChaTraMue
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:30 a.m.-9:30 p.m.
- ที่อยู่
PGWM+FXC แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
10. Yole
Yole จะพาสายกินทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบใหม่ส่งตรงจากประเทศสเปน ซึ่งแบรนด์นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นไอศกรีมโยเกิร์ตและขนมหวานแช่แข็งระดับพรีเมียมที่คนรักสุขภาพทั่วโลกต่างไว้วางใจ บรรยากาศหน้าร้านถูกออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นที่ดูเรียบหรู คลีนๆ สบายตา โดยเน้นการใช้โทนสีเขียวและเหลืองพาสเทลเพื่อสื่อถึงความสดชื่นและดีต่อร่างกาย จุดเด่นหลักที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนเมืองได้อย่างเหนียวแน่นคือคำมั่นสัญญาในการเสิร์ฟรสชาติอันยอดเยี่ยมโดยไม่เติมน้ำตาลลงไปในส่วนผสมเลย ทำให้เราสามารถเดินมาสั่งของอร่อยทานได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เหมาะสำหรับเป็นพิกัดแวะพักเติมพลังระหว่างการช้อปปิ้งอย่างไร้กังวล
เรื่องเมนูและรสชาติขอบอกเลยว่าจัดเต็มจนเลือกไม่ถูก เพราะมีเบสให้เลือกฟินกันถึงสองรูปแบบหลักๆ ได้แก่ Zero Sugar Added Frozen Yogurt และ Zero Dairy Zero Sugar Added Ice Cream สำหรับกลุ่มไอศกรีมทางร้านก็คัดสรรสารพัดรสชาติยอดฮิตมาให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นรสนมแบบดั้งเดิม รส Red Berries ที่มีความเปรี้ยวอมหวาน รส Mango Passion Fruit ที่หอมกลิ่นผลไม้เมืองร้อน รส Chocolate Hazelnut สำหรับคนชอบความเข้มข้น รวมถึงรสชาติสุดนัวอย่าง Pistachio และ Peanut Butter โดยซอฟต์ครีมของที่นี่สามารถเลือกทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งใส่ถ้วยซันเดคัพสลับชั้นกับซอสและผลไม้สด เสิร์ฟในโคนวาฟเฟิลกรุบกรอบ หรือทานคู่กับบั้บเบิ้ลวาฟเฟิลเนื้อนุ่มหนึบ ปิดท้ายด้วยการสาดท็อปปิ้งที่มีให้เลือกละลานตาตามใจชอบ
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาทานซอฟต์เสิร์ฟที่ร้านนี้จะตกอยู่ที่ประมาณ 130-260 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะและจำนวนท็อปปิ้งที่เราเลือกแอดเพิ่มเข้าไป ถึงแม้ระดับราคาอาจจะดูค่อนข้างสูงตามมาตรฐานแบรนด์พรีเมียมนำเข้า แต่เมื่อลองพิจารณาถึงนวัตกรรมการผลิตและคุณภาพของวัตถุดิบชั้นเลิศที่ให้รสสัมผัสเหนียวแน่นเข้มข้น แถมยังไม่มีน้ำตาลและไม่มีไดรี่ในบางเมนู บอกเลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากสำหรับสายเฮลท์ตี้ที่ต้องการของหวานรสชาติพรีเมียมมาเยียวยาจิตใจในวันล้าๆ
Yole
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
7th Floor, centralwOrld, แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูไก่ (Chicken Menu) อร่อยฟินกินเพลินฉบับต้นตำรับ
12.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นวีแกน (Vegan) รสเด็ด อร่อยฟินแบบไร้เนื้อสัตว์
11.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านราเมงที่มีหลายสาขาให้ได้ซูดเส้น ซดน้ำซุป
09.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านราเมงเส้นสด เหนียวเด้ง สู้ฟัน ทำใหม่วันต่อวัน
08.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านราเมง (Ramen) ราคาเป็นมิตร อร่อยอยู่ท้องในงบสามใบแดง
08.06.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านราเมงซุปไพตัน (Paitan Ramen) ซุปขาวขุ่นสุดกลมกล่อม
07.06.2026