มอนจายากิ (Monjayaki) คืออะไร แนะนำ 4 ร้านมอนจายากิอันเป็นเอกลักษณ์
สายกินคนไหนที่กำลังโหยหาบรรยากาศการนั่งล้อมวงรอบเตาเทปันร้อนๆ พร้อมเสียงตะหลิวจิ๋วที่กระทบกระทะอย่างเพลิดเพลิน ต้องบอกเลยว่าเมนูมอนจายากิ (Monjayaki) คือคำตอบที่ช่วยเติมเต็มความสนุกในมื้ออาหารได้ดีที่สุด แม้หน้าตาภายนอกอาจจะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าได้ลองสัมผัสความกรอบเกรียมที่ผสานกับความนุ่มหนึบของแป้งและน้ำซุปดาชิที่เข้มข้น รับรองว่าจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเมนูยอดฮิตจากโตเกียวนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแจกพิกัดร้านเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่นก็ฟินได้แบบจัดเต็มในไทย
1. มอนจายากิ (Monjayaki) คืออะไร
มอนจายากิ (Monjayaki) เมนูนี้มีต้นกำเนิดมาจากย่านสึกิชิมะในโตเกียว โดยลักษณะเด่นจะอยู่ที่ความเหลวของแป้งที่ผสมกับน้ำซุปดาชิปริมาณมาก เมื่อเทลงบนเตาเทปันยากิร้อนๆ แป้งจะไม่ได้เซตตัวจนแข็งแต่จะมีความยืดหยุ่นและข้นหนืดคล้ายกับออส่วนบ้านเรา วิธีการกินที่สนุกที่สุดคือการใช้ตะหลิวจิ๋วอันเป็นเอกลักษณ์ค่อยๆ แซะส่วนที่ไหม้กรอบตรงขอบหรือก้นกระทะขึ้นมาทาน ซึ่งส่วนที่เกรียมเหล่านั้นแหละคือหัวใจสำคัญที่อัดแน่นไปด้วยความหอมและรสชาติที่เข้มข้นที่สุด
ความแตกต่างที่ทำให้มอนจายากิโดดเด่นกว่าเมนูย่างบนกระทะชนิดอื่นคือความหลากหลายของเครื่องเคียงที่ผสมลงไป ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีซอยละเอียดที่เป็นเบสหลัก ผสมเข้ากับเนื้อสัตว์ อาหารทะเล หรือท็อปปิ้งยอดฮิตอย่างไข่ปลาเมนไทโกะและชีส เมื่อทุกอย่างถูกสับและผัดรวมกันจนกลายเป็นเนื้อเดียวบนเตา ความฉ่ำของน้ำซุปจะซึมเข้าไปในทุกอณูของวัตถุดิบ ทำให้ได้รสสัมผัสที่ทั้งนุ่มละมุนและกรุบกรอบในคำเดียว เป็นเมนูที่เน้นการใช้เวลาทำไปกินไปอย่างช้าๆ เหมาะสำหรับการนั่งล้อมวงคุยกันได้แบบยาวๆ โดยไม่ต้องรีบร้อน
เสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้มอนจายากิกลายเป็นเมนูยอดนิยมคือศิลปะการทำอาหารหน้าเตาที่ใครเห็นก็ต้องอยากลองพิสูจน์รสชาติด้วยตัวเอง แม้หน้าตาภายนอกตอนทำเสร็จใหม่อาจจะดูแปลกตาไปบ้างสำหรับคนที่ไม่เคยเห็น แต่ถ้าได้ลองคำแรกแล้วรับรองว่าจะติดใจในความอูมามิของซุปที่เคลือบอยู่บนแป้งบางๆ ยิ่งถ้าได้จับคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ในบรรยากาศร้านที่เป็นกันเอง ยิ่งช่วยยกระดับความอร่อยให้เพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
2. มอนจากยากิแตกต่างจากโอโคโนมิยากิอย่างไร
-
มอนจากยากิ (Monjayaki)
-
โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki)
ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพชัดๆ ระหว่างเมนูฝาแฝดอย่างมอนจากยากิ (Monjayaki) และโอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) จุดต่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของสัมผัสและความหนาแน่นของแป้ง ในขณะที่โอโคโนมิยากิถูกเปรียบว่าเป็นพิซซ่าญี่ปุ่นที่มีเนื้อแป้งหนานุ่มและถูกทอดจนเป็นรูปทรงวงกลมสมมาตร แต่มอนจายากิจะมาในรูปแบบที่ตรงกันข้าม เพราะเน้นไปที่ความเหลวของส่วนผสมที่มีสัดส่วนของน้ำซุปดาชิสูงมาก ทำให้ตอนอยู่บนกระทะจะมีลักษณะแผ่กระจายดูคล้ายกับอาหารที่ยังปรุงไม่เสร็จดี แต่สิ่งนี้แหละคือจุดขายที่ทำให้รสชาติซึมลึกเข้าถึงเนื้อวัตถุดิบได้มากกว่าและให้รสสัมผัสที่เบาสบายกว่าในแต่ละคำที่ทาน
-
มอนจากยากิ (Monjayaki)
-
โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki)
วิธีการทำก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ปกติเวลาทานโอโคโนมิยากิจะผสมทุกอย่างแล้วเทลงไปรวดเดียว แต่สำหรับการปรุงมอนจายากิจะต้องนำเครื่องเคียงและผักลงไปผัดจนสุกก่อน จากนั้นก็จัดระเบียบให้เป็นวงกลมล้อมคล้ายเขื่อนกั้น แล้วค่อยๆ เทส่วนผสมแป้งเหลวลงไปตรงกลางรอให้ความร้อนทำงานจนเริ่มเดือดปุดๆ ก่อนจะตะล่อมเข้าด้วยกันทั้งหมด ซึ่งเสน่ห์ที่ขาดไม่ได้เลยคือความกรอบเกรียมของแป้งบางๆ ที่ไหม้ติดอยู่กับผิวกระทะเทปัน เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คนรักอาหารญี่ปุ่นต้องใช้ตะหลิวจิ๋วค่อยๆ แซะกินอย่างเพลิดเพลินจนคำสุดท้าย
3. แนะนำ 4 ร้านมอนจายากิในกรุงเทพฯ
3.1 Tsukishima Monja Moheji
Tsukishima Monja Moheji ร้านมอนจายากิเจ้าดังอันดับหนึ่งในญี่ปุ่น ที่ได้ขยายสาขามาเปิดที่ต่างประเทศอย่างไทย ดึงดูดผู้คนให้มาเยือนด้วยบรรยากาศร้านที่เน้นความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมผ่านเตาเทปันร้อนๆ บนโต๊ะ จุดเด่นที่ทำให้หลายคนประทับใจคือการได้เห็นเชฟมือโปรมาปรุงมอนจายากิให้ดูแบบสดๆ ตรงหน้า ควันฉุยพร้อมกลิ่นหอมของซอสที่โชยมาช่วยสร้างอรรถรสในการทานได้ดีเยี่ยม เป็นการยกระดับมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นโชว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและเป็นกันเองสุดๆ
สำหรับเมนูไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เลยคือ Mentaiko Mochi Monja ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเค็มมันของไข่ปลาและโมจิเนื้อเหนียวนุ่ม แนะนำให้เพิ่มท็อปปิ้งอย่าง Cheese เข้าไปจะช่วยเพิ่มความนัวให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น ส่วนสายเส้นต้องลอง Moheji Yakisoba ที่ผ่านการจี่บนกระทะจนหอมกลิ่นไหม้นิดๆ และ Tonpeiyaki หมูห่อไข่ที่ราดซอสมาแบบฉ่ำๆ อย่าลืมสั่งเครื่องเคียงมาตัดเลี่ยนอย่าง Tomato no Dashi มะเขือเทศเย็นในซุปดาชิที่สดชื่นมาก หรือจะเป็น Kimi Nira กุยช่ายนึ่งไข่แดงที่รสสัมผัสนัวละมุนลิ้นสุดๆ
ในส่วนของงบประมาณจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อคนขึ้นไป ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับคุณภาพวัตถุดิบและบริการที่ได้รับ ร้านนี้เหมาะสำหรับใครที่อยากชวนกลุ่มเพื่อนมาล้อมวงปาร์ตี้ หรือพาครอบครัวมาเปลี่ยนบรรยากาศการทานอาหารที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังได้ร่วมลุ้นและสนุกไปกับขั้นตอนการทำมอนจายากิที่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใครบนโต๊ะอาหาร
Tsukishima Monja Moheji
- เวลาทำการ
ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
B1 Floor, One Bangkok Parade, ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
3.2 Don Don Japanese Restaurant
Don Don Japanese Restaurant เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศอบอุ่นที่ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท 39 บริเวณซอยข้างห้างเอ็มควอเทียร์ จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจคือความรู้สึกเหมือนได้นั่งทานอาหารอยู่ที่บ้านในญี่ปุ่นจริงๆ ร้านนี้โดดเด่นมากในเรื่องความเป็นกันเอง โดยเฉพาะการมีเตาไฟฟ้าจัดเตรียมไว้ให้ที่โต๊ะเพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับมื้ออาหาร ความสนุกอยู่ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้พนักงานมาช่วยปรุงให้ดูแบบเพลินๆ หรือจะโชว์ฝีมือละเลงตะหลิวเล็กๆ ลงบนกระทะด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่สร้างเสียงหัวเราะได้ดีเยี่ยมในกลุ่มเพื่อน
สำหรับเมนูพระเอกที่ทุกโต๊ะต้องสั่งคือ Monjayaki ที่มีเบสราคาเริ่มต้นเพียง 210 บาท ความพิเศษอยู่ที่เราสามารถครีเอทหน้าตาและรสชาติได้เองตามใจชอบผ่าน Topping หลากหลายที่มีให้เลือกเสริม ไม่ว่าจะเป็นหมู ปลาหมึก กุ้ง หรือหนวดปลาหมึก และที่ขาดไม่ได้สำหรับสายออริจินัลคือหน้าไข่ปลาเมนไทโกะชีสที่พอผัดจนได้ที่แล้วจะมีความเหนียวนุ่มตัดกับส่วนที่ไหม้กรอบติดก้นกระทะได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ทางร้านยังมี Modern Okonomiyaki ที่ใส่ทั้งหมู ไข่ และเส้นโซบะแบบจัดเต็มสำหรับคนที่อยากได้ความอิ่มท้องมากขึ้น
ราคาโดยเฉลี่ยต่อหัวของที่นี่ถือว่าย่อมเยามากสำหรับย่านสุขุมวิท โดยจะตกอยู่ประมาณ 300-500 บาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องเคียงที่สั่งเพิ่ม ร้านนี้จึงเหมาะสุดๆ สำหรับวัยรุ่นหรือคนทำงานที่กำลังมองหาพิกัดทานมอนจายากิในราคาสบายกระเป๋าแต่ได้รสชาติแบบดั้งเดิม รวมถึงครอบครัวที่อยากหากิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกันในมื้ออาหาร เพราะนอกจากจะอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีแล้ว ยังได้ประสบการณ์การทำอาหารด้วยตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอีกด้วย
Don Don Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.,พ.-ศ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:00 p.m.-11:00 p.m.
ส.-อา. 11:30 a.m.-10:00 p.m.
- ที่อยู่
1, 44-45 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
3.3 Kizahashi
หากกำลังมองหาร้านลับระดับตำนานที่ซ่อนตัวอยู่แถวสุรวงศ์ใกล้กับย่านธนิยะ Kizahashi คือจุดหมายที่คนรักอิซากายะสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมไม่ควรพลาด ร้านนี้ย้ายมาจากพิกัดเดิมในซอยสุขุมวิท 26 พร้อมหอบเอาประสบการณ์ความอร่อยที่ส่งต่อกันมานานกว่า 25 ปีมาด้วย จุดเด่นที่ทำให้ประทับใจมากคือบรรยากาศร้านที่ให้ฟีลเหมือนนั่งกินดื่มอยู่ในห้องลับที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะห้องส่วนตัวที่มีโต๊ะเทปันยากิเพียง 4 โต๊ะ ให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นกันเองสุดๆ เหมาะสำหรับการชวนกลุ่มเพื่อนซี้มานั่งสังสรรค์จิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมดูโชว์ทำอาหารบนกระทะร้อน
เมื่อมาถึงร้านนี้แล้ว มอนจายากิคือเมนูเด็ดที่ไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึง โดยเฉพาะเมนู Mochi Cheese Mentai Monja ที่รวมเอาความเหนียวหนึบของโมจิ ความเยิ้มของชีส และความเค็มมันของไข่ปลาเมนไทโกะเข้าด้วยกันได้อย่างไร้ที่ติ ความสนุกอีกอย่างคือเราสามารถโรยผงปลาแห้งและสาหร่ายอาโอโนริได้ตามใจชอบเพื่อเพิ่มความอูมามิ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจอย่าง Negi Tako Monja ที่หอมกลิ่นต้นหอมญี่ปุ่นและปลาหมึกยักษ์ หรือจะเป็นเมนูประยุกต์รสจัดจ้านแบบ Tomyam Monja และ Raap Monja ที่ทางร้านครีเอทออกมาได้น่าลองไม่แพ้กัน
ในส่วนของงบประมาณสำหรับมื้อนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับร้านที่มีประวัติยาวนานและตั้งอยู่ในทำเลทองย่านธุรกิจแบบนี้ Kizahashi จึงเหมาะสำหรับคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีความเก๋าในเรื่องรสชาติและบรรยากาศแบบดั้งเดิมที่หาตัวจับยาก ไม่ว่าจะเป็นการมานั่งชิลล์หลังเลิกงานหรืออยากลองสัมผัสวัฒนธรรมการกินมอนจายากิแบบแท้ๆ ที่มีทักษะการทำบนเตาเทปันอย่างมืออาชีพ รับรองว่าจะได้รับทั้งความอิ่มท้องและประทับใจกลับไปแน่นอน
Kizahashi
- เวลาทำการ
ทุกวัน 5:00 a.m.-1:00 a.m.
- ที่อยู่
ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
3.4 Okonomiyaki Seiryu (Seiryu Ramen)
Okonomiyaki Seiryu เป็นพิกัดลับที่น่าสนใจมากสำหรับสายกินย่านสุขุมวิท เพราะหลายคนอาจจะคุ้นเคยว่าที่นี่เป็นร้านราเมงชื่อดัง แต่ความลับที่ซ่อนอยู่คือบริเวณชั้นสองของร้านถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่สำหรับเมนูเทปันยากิโดยเฉพาะ บรรยากาศด้านบนให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและสงบกว่าด้านล่าง จุดเด่นคือทำเลที่เดินทางสะดวกสุดๆ เพราะตั้งอยู่ใกล้กับสถานี BTS พร้อมพงษ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดเพื่อนมานั่งล้อมวงแซะตะหลิวเล็กๆ บนกระทะร้อนในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ความพิเศษที่ทำให้มอนจายากิของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นคือการหยิบเอาเอกลักษณ์ของน้ำซุปราเมงมาปรับใช้ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งเลยคือ Kyushu Tonkotsu Monjayaki หรือมอนจายากิรสกระดูกหมูคิวชูที่ให้รสสัมผัสเข้มข้น หอมละมุนไม่เหมือนใคร หรือถ้าใครชอบความคลาสสิกก็มี Tokyo Monjayaki ให้เลือกสั่ง นอกจากนี้เรายังสามารถสนุกไปกับการมิกซ์แอนด์แมตช์ Topping ได้ตามใจชอบ ทั้งโมจิ ชีส ปลาหมึก เนื้อเปื่อย หรือเมนไทโกะ หากใครเลือกไม่ถูกแนะนำให้จัดแบบ All Topping ที่ใส่ม็อปปิ่งทุกอย่างแบบจุกๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่ซับซ้อนและอร่อยในทุกคำ
สำหรับช่วงราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาทต่อคน ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเลและคุณภาพวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ในการทานมอนจายากิที่ไม่ได้มีแค่สูตรมาตรฐานทั่วไป แต่มีการฟิวชั่นรสชาติซุปราเมงเข้าไปด้วย เหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนวัยทำงานหรือคนรักอาหารญี่ปุ่นที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากราเมงชามด่วน มาเป็นมื้ออาหารที่ต้องใช้เวลาค่อยๆ ปรุงและพูดคุยกันหน้าเตาอย่างเพลิดเพลินยามเย็นในย่านใจกลางเมืองแบบนี้
Okonomiyaki Seiryu (Seiryu Ramen)
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00 a.m.-3:00 a.m.
- ที่อยู่
PHJC+86V แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- อื่นๆ
- สมุทรปราการ
- เชียงใหม่
- ชลบุรี
- บทความพิเศษ
10 ร้านแซนด์วิชทอดไส้ทะลัก (Age Sando) แซนด์วิชสไตล์ญี่ปุ่นหน้าตาหน้าทาน
13.05.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านแฮมเบิร์ก (Hamburg) เนื้อวากิวฉ่ำซอส อร่อยฟินเหมือนกินที่ญี่ปุ่น
09.04.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่น (Japanese Italian) ความกลมกล่อมแบบอูมามิ ในสไตล์อิตาเลียน
01.04.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่นฝั่งธนฯ จัดเต็มเรื่องกินดื่ม
01.03.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 คาเฟ่ญี่ปุ่น เมนูมัทฉะ (Matcha) อร่อยเข้มข้นไปกับชาเขียวญี่ปุ่น
26.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ปี 2025 อัพเดทความอร่อย ไม่ตกเทรนด์
24.02.2026