10 ร้านราเมง (Ramen) ย่านเอกมัย อัปเดทความอร่อยต้นปี 2026

12.01.2026 (Updated: 12.01.2026)
10 ร้านราเมง (Ramen) ย่านเอกมัย อัปเดทความอร่อยต้นปี 2026

เอกมัย (Ekkamai) อีกหนึ่งพิกัดของสายราเมงที่รวมร้านอร่อยไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นร้านลับในตึกแถวหรือร้านดังในห้างสรรพสินค้า บทความนี้เราจึงรวบรวม 10 ร้านราเมงย่านเอกมัยที่คัดมาแล้วว่าเด็ดจริง พร้อมอัปเดตเมนูซิกเนเจอร์และพิกัดให้ตามไปรอยได้แบบไม่มีพลาด ใครที่กำลังมองหามื้ออร่อยอุ่น ๆ ไว้เติมพลังห้ามพลาดลิสต์นี้เด็ดขาด เตรียมจดลงลิสต์แล้วตามไปซดน้ำซุปให้ฟินกันได้เลย

1. Tsukemen GO GO

ร้าน Tsukemen GO GO กลายเป็นจุดหมายของคนรักสึเคเมงในย่านเอกมัย ด้วยจุดเด่นเรื่องน้ำซุปที่เคี่ยวจนเข้มข้น หอมกลิ่นปลาแห้งและกระดูกหมูแบบจัดเต็ม ตัวเส้นราเมงใช้เส้นขนาดใหญ่ที่มีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ พอลวกมาแบบพอดีจะมีความหนึบสู้ฟัน เข้ากันได้ดีกับน้ำซุปของทางร้าน เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ Umakara Tsukemen Special ที่เสิร์ฟคู่กับท็อปปิ้ง 5 อย่าง เช่น หมูชาชูเนื้อนุ่มแทรกมันและหน่อไม้รสกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปศุตรพิเศษที่ผสมเต้าหู้ทรงเครื่อง มีความเค็มนำตามด้วยความหวานธรรมชาติจากวัตถุดิบ ทำให้การจุ่มเส้นในแต่ละคำอิ่มเอมใจอย่าบอกใคร

ร้านนี้มักจะมีเมนูพิเศษประจำฤดูกาลมาให้ลองอยู่บ่อย ๆ และน้ำซุปที่นี่จะมีความร้อนเสิร์ฟมาในชามหินหรือภาชนะที่เก็บความร้อนได้ดี ทำให้กินได้อร่อยจนคำสุดท้ายโดยที่ซุปไม่เย็นชืดไปเสียก่อน ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 63 สามารถเดินทางด้วย BTS มาลงสถานีเอกมัยแล้วเดินเข้ามาเพียงนิดเดียว หรือจะนั่งวินเข้ามาก็ได้ ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 250-450 บาท เทียบกับคุณภาพและปริมาณถือว่าสมเหตุสมผล

Tsukemen GO GO

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:30 น.

ที่อยู่

50/13 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

2. Yume Ramen

Yume Ramen เป็นพิกัดที่สายราเมงซุปกระดูกหมูต้องมาทำความรู้จัก เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไมในการเคี่ยวน้ำซุปทงคัตสึจนกลายเป็นสีน้ำนมที่มีความครีมมี่และนุ่มละมุนลิ้นสุด ๆ จุดเด่นที่ทำให้หลายคนติดใจคือการเลือกระดับความนุ่มของเส้นได้ตามความชอบส่วนตัว เมนูแนะนำที่ถือเป็นจุดขายหลักคือ Yume Shio Ramen ชิโอะราเมงซุปใส ที่น้ำซุปเคี่ยวมาจากอาหารทะเล รสชาติมีความกลมกล่อมแบบพอดี ไม่เค็มโดดหรือเลี่ยนจนเกินไป หรือ Yume Sengyo Ramen ที่มีความครีมมี่จากน้ำซุปที่เคี่ยวมาจากกระดูกปลา นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกน้ำมันกระเทียมดำเพิ่มความหอมเข้มข้นให้กับราเมงชามโปรด เพิ่มความซับซ้อนและน่าสนใจมากขึ้นในทุกคำที่กิน

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนนั่งกินข้าวบ้านเพื่อน และยังมีเมนูเครื่องเคียงอย่างเกี๊ยวซ่าแป้งบางกรอบที่ทอดมาได้แบบกรอบนอกนุ่มใน ช่วยให้มื้ออาหารสมบูรณ์แบบมากขึ้น ร้านตั้งอยู่ภายในโครงการพาร์คเลน (Park Lane) เอกมัย เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย หรือต่อวินมอเตอร์ไซค์เพียงไม่กี่นาที ค่าใช้จ่ายต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท

Yume Ramen

เวลาทำการ

อ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ส.-อา. 11:00–22:00 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

1st Floor next to, 18 Sukhumvit 61 (Setthabut, ถนน เอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

3. Kourakuen Ramen

Kourakuen Ramen เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนที่มองหารสชาติดั้งเดิมส่งตรงจากญี่ปุ่นในราคาสบายกระเป๋า ร้านนี้คือตำนานราเมงอันดับ 1 จากญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณภาพ โดยเฉพาะน้ำซุปโชยุที่เป็นสูตรลับเฉพาะ มีความใสแต่รสชาติลุ่มลึก หอมกลิ่นซีอิ๊วญี่ปุ่นแบบพอดี เมนูแนะนำที่พลาดไม่ได้คือ Tonkotsu Nitamago Ramen ราเมงซุปกระดูกหมูที่เสิร์ฟมาพร้อมไข่ต้มยางมะตูมและหมูชาชู ตัวเส้นมีความแบนและหยักเล็กน้อยทำให้เคี้ยวสนุกและอุ้มน้ำซุปได้ดี หรือถ้าใครชอบความเข้มข้นขึ้นมาหน่อย ลองสั่ง Tomyum Goong Ramen ราเมงต้มยำกุ้งที่ปรับรสชาติมาให้ถูกปากคนไทย แถมยังได้กุ้งแบบจุก ๆ

ที่นี่มักจะมีโปรโมชั่นจัดเซตสุดคุ้มที่เสิร์ฟพร้อมเกี๊ยวซ่าและข้าวผัด ทำให้ได้กินหลากหลายเมนูในราคาประหยัด บรรยากาศภายในร้านก็กว้างขวาง รองรับลูกค้าได้จำนวนมากและบริการรวดเร็ว ร้านตั้งอยู่บนชั้น M ภายในศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย (Gateway Ekkamai) ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับ BTS สถานีเอกมัย ทำให้เป็นจุดนัดพบที่เดินทางสะดวกที่สุดร้านหนึ่งในย่านนี้ ราคาต่อหัวก็ไม่แรงเกินไป อยู่ที่ 200-400 บาท 

Kourakuen Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:30 น.

ที่อยู่

M118 ชั้น M อาคาร Gateway Ekamai ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

4. Nanase Ramen

Nanase Ramen นำเสนอความแตกต่างด้วยน้ำซุปไก่เข้มข้นหรือ โทริไพตัน (Tori Paitan) ที่เคี่ยวจนเป็นสีขาวนวล เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับคนที่ไม่ทานหมูหรืออยากหลีกเลี่ยงความมันเลี่ยนของซุปกระดูกหมูแบบเดิม ๆ มีเอกลักษณ์อยู่ที่รสสัมผัสของน้ำซุปที่มีความเหนียวข้น ให้รสชาติหวานนำและมีความหอมของเนื้อไก่แบบเน้น ๆ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ Nanase Soba ที่ให้ไก่ชาชูเนื้อนุ่มและลูกชิ้นไก่สูตรเฉพาะของทางร้านแบบจัดเต็ม เส้นของที่นี่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก เข้ากับน้ำซุปไก่ได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกคำที่ทานมีความละมุนลิ้นและอิ่มท้องแบบกำลังดี

ร้านนี้มีบรรยากาศแบบกึ่งโอเพ่นแอร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานอยู่ที่ร้านริมทาง บริการค่อนข้างรวดเร็วทันใจ และยังมีเมนูไก่ทอดคาราอาเกะรสชาติกลมกล่อมไว้ให้สั่งทานคู่กันเพื่อเพิ่มความอร่อย ร้านตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 42 ในศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย (Gateway Ekkamai) สามารถเดินจาก BTS สถานีเอกมัยมาได้ในระยะทางสั้น ๆ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท จัดว่าเป็นร้านราเมงคุณภาพดีที่ราคาเป็นมิตรแห่งหนึ่งในย่านเอกมัย

Nanase Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

3158 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

5. Lust Ramen

Lust Ramen ฉีกกฎการกินราเมงแบบเดิม ๆ ด้วยคอนเซปต์ฟิวชันที่ผสมผสานรสชาติจัดจ้านแบบร่วมสมัยเข้ากับเส้นราเมงเหนียวนุ่ม จุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ความหลากหลายของตัวเบสน้ำซุปที่มีให้เลือกตั้งแต่รสชาติต้นตำรับไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือ ฮากาตะทงคตสึราเมง (Hakata Tonkotsu Ramen) ที่รสชาติเข้มข้น และยังส่งกลิ่นหอมฟุ้งตั้งแต่ชามยังไม่วางบนโต๊ะ ตัวเส้นลวกมาได้พอดีมีความเด้งสู้ฟัน ยิ่งทานคู่กับเครื่องเคียงยิ่งทำให้ราเมงชามนี้มีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก ส่วนใครที่อยากเพิ่มความเผ็ดร้อนนิด ๆ สามารถสั่งเพิ่มคารามิโสะ หรือมิโสะรสเผ็ดเพิ่มได้

ตัวร้านตั้งอยู่ที่ Donki Mall Thonglor เอกมัยซอย 5 ร้านมีที่จอดรถกว้างขวางหรือจะใช้บริการรถรับส่งของโครงการก็ได้ ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 250-500 บาท ร้านนี้มักจะเปิดให้บริการจนถึงช่วงดึกสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนย่านเอกมัย-ทองหล่อ บรรยากาศภายในร้านมีการตกแต่งที่ดูทันสมัย มีความโฉบเฉี่ยวแต่ยังคงความนั่งสบาย เหมาะมากสำหรับคนที่มองหามื้ออาหารที่เน้นความตื่นเต้นและรสชาติที่แตกต่างจากราเมงแบบเดิม ๆ

Lust Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

167 195 ซอย เจริญสุข แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

6. Yuu Jou Ramen

Yuu Jou Ramen สาขาเอกมัยนำเสนอประสบการณ์การกินราเมงที่เน้นความจัดจ้านและรสชาติที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะคนที่หลงรักซุปกระดูกหมูทงคัตสึแบบเข้มข้นถึงใจแต่ยังมีความกลมกล่อม เอกลักษณ์ของที่นี่คือการปรุงน้ำซุปให้มีความนัวและหอมมันเป็นพิเศษ เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนต้องสั่งคือทงคัตสึราเมงที่เสิร์ฟพร้อมหมูชาชูชิ้นหนานุ่มที่ผ่านการตุ๋นจนแทบละลายในปาก และยังมีชาชูเมน เมนูราเมงที่ถูกใจคนรักหมูชาชูโดยเฉพาะ เส้นราเมงของทางร้านมีความเหนียวนุ่มกำลังดี ซึมซับรสชาติของซุปได้ดีเยี่ยม ทำให้ภาพรวมของอาหารในแต่ละชามมีความสมดุลระหว่างความมัน ความเค็ม และความหอมของเครื่องเทศ

บรรยากาศภายในร้านมีความเป็นกันเอง ตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ยิ่งถ้าสั่งเครื่องเคียงอย่างไก่คาราอาเกะที่ทอดมาแบบร้อน ๆ กินคู่กับราเมงจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้ดีขึ้นไปอีกระดับ ร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ใกล้กับทางออก BTS สถานีเอกมัย สามารถสังเกตเห็นป้ายร้านได้ชัดเจน ส่วนราคาต่อหัวโดยประมาณเริ่มต้นที่ 150-350 บาท นับว่าเป็นราเมงที่ราคาน่ารักและคุ้มค่ามากสำหรับย่านทองหล่อ-เอกมัย

Yuu Jou Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–20:00 น.

ที่อยู่

944 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

7. 44 Izakaya bkk

44 Izakaya bkk เป็นร้านลับที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 44 ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของเมนูสไตล์กินดื่ม แต่สำหรับสายเส้นแล้วราเมงของที่นี่คือความอร่อยที่ซ่อนอยู่ จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปเบสไก่ที่เคี่ยวมาจนเข้มข้นแต่ยังคงความเบาในทุกคนที่ซด รสชาติมีความละมุนและกลมกล่อมตามแบบฉบับโฮมเมด เมนูแนะนำคือ ชิโอะราเมง (Shio Ramen) ราเมงซุปเกลือที่ให้รสสัมผัสที่บางเบาแต่ลึก เหมาะสำหรับทานเป็นมื้อหลักหรือปิดท้ายมื้ออาหาร ตัวหมูชาชูของทางร้านจะมีความนุ่มและหอมกลิ่นย่างอ่อน ๆ เข้ากันได้ดีกับเส้นราเมงขนาดกลางที่ลวกมาแบบสุกกำลังพอดี สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นทุกคำที่ทาน

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 44 เดินทางได้ง่ายเพียงไม่กี่นาทีจาก BTS สถานีพระโขนง เป็นย่านที่อยู่ถัดจากเอกมัยที่คนรักราเมงมักแวะมาฝากท้อง ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 200-400 บาท บรรยากาศร้านมีความสบาย ๆ ให้ฟีลเหมือนร้านอิซากายะนั่งชิลยามเย็น นอกจากราเมงแล้วยังมีเมนูของย่างและของทอดที่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม เป็นพิกัดที่เหมาะสำหรับการนั่งคุยกับเพื่อนฝูงพร้อมทานราเมงรสชาติดีไปด้วย

44 Izakaya bkk

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–23:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

1040 48 ซ. สุขุมวิท 44 พระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

8. Ichikara

Ichikara เป็นร้านราเมงในย่านเอกมัยที่ยังคงรักษามาตรฐานความเข้มข้นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้เป็นอย่างดี จุดเด่นของร้านนี้คือน้ำซุปเข้มข้นที่มีมิติของรสชาติชัดเจน โดยเฉพาะใครที่ชอบความนัวของกระดูกหมูผสมผสานกับกลิ่นอายทะเลจะต้องถูกใจอย่างแน่นอน เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนบอกต่อคือ Sutaman Toku Jiro Ramen ราเม็งสุตามันจิโระ ที่น้ำซุปเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยนจนเกินไป เสิร์ฟมาพร้อมหมูชาชูชิ้นโตที่ผ่านการเบิร์นไฟจนหอมและมีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน ตัวเส้นราเมงเป็นเส้นใหญ่แบน เหนียวนุ่มอุ้มน้ำซุปได้ดี นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกความเผ็ดหลายระดับให้เลือกเติมเพื่อตัดรสชาติ

ร้านนี้ให้บรรยากาศที่ทันสมัยกว่าร้านราเมงดั้งเดิมทั่วไป เหมาะสำหรับการมานั่งทานในวันสบาย ๆ หรือมื้อค่ำที่ต้องการความอิ่มอร่อยแบบจัดเต็ม อีกหนึ่งทีเด็ดที่ห้ามพลาดคือเครื่องเคียงที่ทำออกมาได้อร่อยและช่วยเสริมรสชาติของราเมงชามหลักได้อย่างลงตัว ร้านตั้งอยู่ในศูนย์การค้าไทยซินสแควร์ (Taisin Square) ตึก 2 สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ ราคาต่อหัวโดยประมาณจะอยู่ที่ 200-400 บาท

Ichikara

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–0:30 น.

ที่อยู่

ชั้นที่1 1521/1 อาคาร ศูนย์การค้า ไทยชินสแควร์ อาคาร2 ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Nakamura Ramen

Nakamura Ramen หรือที่รู้จักกันในชื่อโตเกียว มูซาชิโน นากามูระ เป็นร้านราเมงต้นตำรับที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลังด้วยรสชาติแบบดั้งเดิมจากย่านมูซาชิโน จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปโชยุใสที่ให้ความรู้สึกเบาสบายท้องแต่แฝงด้วยความหอมของน้ำมันที่ได้จากการเจียวและซีอิ๊วญี่ปุ่นคุณภาพดี เมนูแนะนำที่ต้องสั่งคือ Musashino Ramen ที่มีให้เลือกทั้ง Tonkotsu Brended และ Tonkotsu Brended Special ที่เสิร์ฟหมูชาชูแผ่นบางนุ่มเรียงมาเต็มชาม ตัวเส้นราเมงเป็นเส้นหยักขนาดกลางที่มีความเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ รสชาติโดยรวมจะมีความกลมกล่อม เค็มนิดหวานปลายตามสไตล์ราเมงโตเกียวที่ไม่ปรุงแต่งจนล้น

ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 69 สามารถเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือนั่งวินต่อมาจาก BTS สถานีพระโขนง ราคาต่อหัวโดยประมาณตกอยู่ที่ 200-400 บาท ร้านนี้มีบรรยากาศที่เงียบสงบและให้ความรู้สึกย้อนยุคเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติราเมงแบบค่อยเป็นค่อยไป นอกจากเมนูน้ำซุปแล้ว ราเมงแบบแห้งหรือ อะบุระโซบะ (Abura Soba) ของที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความนัวจากการคลุกเคล้าซอสสูตรพิเศษและเครื่องเคียงที่จัดวางมาอย่างใส่ใจ

Nakamura Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:30 น. และ 18:00–23:00 น.

ที่อยู่

26 22 ซอย สุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Hachiban Ramen

Hachiban Ramen หรือราเมงเลข 8 เป็นร้านราเมงที่ทุกคนคุ้นเคยดีในเรื่องมาตรฐานความอร่อยที่คงเส้นคงวาและราคาสบายกระเป๋า จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์คือเส้นราเมงที่มีความเหนียวนุ่มและเป็นเส้นหยักช่วยให้ซึมซับน้ำซุปได้ดี เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ ซารุราเมง ราเมงที่แยกน้ำซุปมาให้ได้จุ่มกิน หรือถ้าใครชอบแบบน้ำซุปใสต้องลอง ฮะจังเมน ที่เสิร์ฟพร้อมลูกชิ้นหมายเลข 8 สัญลักษณ์ของร้าน รสชาติของที่นี่จะเน้นความกลมกล่อม ทานง่าย ไม่เค็มหรือมันจัดจนเกินไป ทำให้เป็นเมนูที่ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่นักเรียนไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องการมื้อด่วนคุณภาพดี

ฮาจิบังมักจะมีการรักษามาตรฐานความสะอาดและการบริการที่รวดเร็วเป็นอย่างดี นอกจากเมนูเส้นแล้ว เกี๊ยวซ่าของที่นี่ถือเป็นของกินเล่นอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องสั่งมากินคู่กับชามหลัก สาขานี้ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเกทเวย์ เอกมัย (Gateway Ekkamai) ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัย ราคาต่อหัวโดยประมาณอยู่ที่ 200-400 บาท 

Hachiban Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:30 น.

ที่อยู่

M118 ชั้น M อาคาร Gateway Ekamai ถ. สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110