10 ร้านแกงกะหรี่ (Japanese Curry) รสต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น

07.08.2025 (Updated: 30.04.2026)
10 ร้านแกงกะหรี่ (Japanese Curry) รสต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น

สายแกงกะหรี่ห้ามพลาดบทความนี้ เพราะเราได้รวบรวม 10 ร้านแกงกะหรี่ที่จะทำให้ทุกคนฟินถึงขั้นสุด ทั้งร้านที่มีชื่อเสียง ที่ใครๆ ก็รู้จัก ไปจนถึงร้านลับๆ ที่ควรไปลองชิมดูสักครั้ง เมนูข้าว โปะด้วยท็อปปิ้งหลากหลาย ทั้งหมูทงคัตสึทอดกรอบๆ เนื้อวัวที่ย่างมานุ่มๆ กุ้งเนื้อเด้ง ไปจนถึงท็อปปิ้งหน้าผักต่างๆ บางร้านเป็นเมนูแกงกะหรี่ฟิวชั่น ที่จะทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พูดแล้วก็หิว อย่างนั้นก็ไม่รอช้า ไปอ่านกันเลย

1. Hinoya Curry Thonglor

Hinoya Curry Thonglor พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไม่มีหยุดในย่านเศรษฐกิจอย่างทองหล่อ เดินเข้ามาในร้านแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นตาม แม้พื้นที่จะไม่ได้กว้างขวางโอ่อ่าแต่กลับให้ความรู้สึกที่เป็นกันเอง เหมือนเรากำลังแวะมาฝากท้องที่ร้านโปรดแถวสถานีชิบูยะในโตเกียวจริงๆ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ดูต่างออกไปคือกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นความอยากอาหารได้ดีเยี่ยม ใครที่เบื่อการไปเบียดเสียดหาของกินในห้างแถวอโศก ลองขยับมาทางนี้หน่อยจะพบกับมุมสงบที่เน้นคุณภาพเน้นๆ ไม่เน้นการตกแต่งที่หวือหวาจนเกินพอดี

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Tamago Bukkake Katsu Curry ที่มาพร้อมหมูทอดทงคัตสึชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน ท็อปด้วยไข่ดิบสดที่ช่วยดึงความนัวของซอสแกงกะหรี่สูตรลับออกมาได้อย่างมหัศจรรย์ รสชาติของที่นี่มีมิติที่ค่อนข้างแปลกใหม่ คือจะเริ่มด้วยความหวานละมุนที่ปลายลิ้นก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับความเผ็ดร้อนตามมาทีหลัง ส่วนใครที่เป็นสายเนื้อขอแนะนำ Onsen Tamago Beef Curry เนื้อวัวคุณภาพดีที่เคี่ยวมาจนเข้าเนื้อกินคู่กับไข่ออนเซ็นเยิ้มๆ หรือจะเพิ่มความคลีนขึ้นมานิดด้วยเมนู Tamago Ebi fried Spinach Curry ที่ใส่ผักโขมเพิ่มสีสันและความกลมกล่อมเข้าไปอย่างลงตัว

สำหรับการมาทานที่นี่มีงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 250 ถึง 350 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานระดับแชมป์แกงกะหรี่จากญี่ปุ่น ร้านนี้ตอบโจทย์กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่มองหามื้อเที่ยงแบบจานเดียวจบที่คุณภาพคับจาน หรือคนที่กำลังมองหาร้านอาหารมื้อเย็นที่ไม่ได้มีแค่เมนูยอดฮิตทั่วไปอย่างชาบูชาบู-สุกี้ยากี้ แต่ต้องการความพิถีพิถันของรสชาติแกงกะหรี่ที่ทำถึงและมีความเป็นต้นตำรับสูงมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากลิ้มลองรสชาติที่ถูกถ่ายทอดมาจากทีมงานที่ไปฝึกฝนฝีมือมาจากสาขาชิบูยะโดยตรง

Hinoya Curry Thonglor

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–21:00 น.

ส.-อา. 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hinoya-curry-thonglor/

2. CoCo ICHIBANYA

CoCo ICHIBANYA เป็นร้านแกงกะหรี่ที่คุ้นเคยกันดีตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งตอบโจทย์มากสำหรับวันที่นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดีแต่ใจโหยหารสชาติมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศภายในร้านเน้นความสะอาดสะอ้าน จัดวางที่นั่งอย่างเป็นระเบียบและให้ความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ว่าจะมานั่งกินคนเดียวแบบรีบด่วนหรือมาเป็นกลุ่มเพื่อนก็รองรับได้สบาย สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอื่นคือระบบการสั่งอาหารที่ละเอียดมากจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะเราสามารถออกแบบจานโปรดได้เองทั้งหมด ตั้งแต่การลดหรือเพิ่มปริมาณข้าวไปจนถึงระดับความเผ็ดที่มีให้เลือกหลายระดับ ถือเป็นสวรรค์ของคนรักแกงกะหรี่ที่ต้องการความยืดหยุ่นในมื้ออาหาร

เมนูที่พลาดไม่ได้และครองใจคนรักแกงกะหรี่มาอย่างยาวนานต้องยกให้ข้าวแกงกะหรี่หน้าไข่ข้นท็อปด้วยหมูทอดทงคัตสึชิ้นโต หรือจะลองจับคู่ความละมุนอย่างแกงกะหรี่ครีมเห็ดก็เข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม ความสนุกของการกินที่นี่คือท็อปปิ้งที่มีให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชีสเยิ้มๆ ผักรวม หรือไก่คาราอาเกะ ทำให้แต่ละครั้งที่มาเราสามารถเปลี่ยนรสชาติได้ไม่ซ้ำกันเลย นอกจากเมนูข้าวแล้วยังมีตัวเลือกน่าสนใจอย่างอุด้งแกงกะหรี่ที่เส้นเหนียวนุ่ม หรือแม้แต่แกงกะหรี่ที่เสิร์ฟคู่กับขนมปังโทสต์กรอบๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หาทานจากที่อื่นได้ยาก

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-400 บาท ขึ้นอยู่กับการเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ท็อปปิ้งเพิ่มเติม แต่โดยรวมถือว่าเป็นราคามิตรภาพที่แลกกับคุณภาพและรสชาติที่เป็นมาตรฐานสากลจากญี่ปุ่นได้อย่างคุ้มค่าที่สุดร้านหนึ่งในไทย

CoCo ICHIBANYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:30 น.

ที่อยู่

669 Emquartier ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/coco-ichibanya/

3. Maji Curry

Maji Curry เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องดีกรีแชมป์แกงกะหรี่จากญี่ปุ่นที่การันตีความอร่อยระดับโลกด้วยรางวัล Kanda Curry Grand Prix ถึงสองสมัยซ้อน สำหรับใครที่แวะเวียนไปแถวสยามเซ็นเตอร์ เอ็มสเฟียร์ หรือวัน แบงค็อก จะพบกับบรรยากาศร้านที่เน้นความทันสมัยและจัดจ้านด้วยโทนสีที่ปลุกกระตุ้นความอยากอาหาร มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศคั่วใหม่ๆ อบอวลไปทั่วร้าน ทำให้รู้สึกถึงความเอาจริงเอาจังในการปรุงอาหารแบบจานต่อจาน พื้นที่ภายในร้านออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย ดูสนุกสนาน และให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งทานแกงกะหรี่ใจกลางกรุงโตเกียวที่เน้นความรวดเร็วแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพชั้นยอด

เมนูซิกเนเจอร์ที่สายกินห้ามพลาดคือข้าวแกงกะหรี่หน้าชีสเบิร์นไฟที่ราดมาแบบเยิ้มๆ เข้ากันได้ดีกับตัวน้ำแกงสีเข้มซึ่งผ่านการเคี่ยวจากผักและผลไม้จนได้รสสัมผัสที่ซับซ้อน เริ่มต้นด้วยความหวานนุ่มนวลก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนที่ค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นอย่างมีชั้นเชิง หรือจะเลือกสั่งข้าวแกงกะหรี่ไส้กรอกโฮมเมดที่เนื้อแน่นเด้งสู้ฟันก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ความพิเศษของที่นี่คือน้ำแกงที่มีความข้นและหนืดกำลังดี เคลือบเม็ดข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ได้ทั่วถึงทุกคำ ให้รสชาติที่ลุ่มลึกและจัดจ้านแบบคนรักเครื่องเทศต้องยอมสยบ

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับร้านระดับรางวัลแชมป์โลกที่ตั้งอยู่ในทำเลห้างสรรพสินค้าชั้นนำของกรุงเทพฯ แบบนี้

Maji Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

2F สยามเซ็นเตอร์ ถ. พระรามที่ 1 กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/maji-curry/

4. Gold Curry

Gold Curry เป็นร้านแกงกะหรี่ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวสไตล์คานาซาวะซึ่งหาทานได้ยากในกรุงเทพฯ บรรยากาศภายในร้านให้ฟีลเหมือนร้านอาหารริมทางในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง พื้นที่ใช้สอยถูกจัดสรรอย่างคุ้มค่าเพื่อให้ลูกค้านั่งทานได้อย่างสะดวกสบาย จุดที่ทำให้ร้านนี้ดูสนุกและต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจนคือกระดานรายชื่อผู้ชนะการกินจุที่แปะอยู่ตามผนังร้าน สร้างบรรยากาศที่ดูคึกคักและท้าทายสำหรับสายกินที่อยากลองประลองฝีมือกับข้าวแกงกะหรี่จานยักษ์ที่มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 2 กิโลกรัมไปจนถึงระดับ 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่จดจำไปทั่วโลก

เมนูที่ต้องลองคือข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่มาพร้อมกับน้ำแกงสีเข้มจัดจ้านและมีความข้นหนืดเป็นพิเศษตามแบบฉบับคานาซาวะแท้ๆ ตัวน้ำแกงจะไม่ได้เน้นแบบน้ำใสให้ซดคล่องคอ แต่จะมีความเข้มข้นถึงใจที่เคลือบอยู่บนตัวหมูทอดกรอบๆ ซึ่งทอดมาได้แห้งไม่อมน้ำมัน เสิร์ฟมาในจานสเตนเลสที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านพร้อมกะหล่ำปลีซอยที่ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ความพิเศษคือเราสามารถเติมซุปมิโซะและเครื่องเคียงได้แบบไม่อั้น รวมถึงมีระดับไซส์ของจานอาหารให้เลือกหลากหลายตั้งแต่จานเล็กสำหรับผู้หญิงไปจนถึงจานใหญ่ระดับยักษ์ที่มาพร้อมเงินรางวัลหากกินหมดตามเวลาที่กำหนด

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียง 100-250 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นราคาที่มิตรภาพและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารที่ได้รับและความเข้มข้นของรสชาติแกงกะหรี่ระดับตำนานแบบนี้

Gold Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30–21:00 น.

ที่อยู่

388 ชั้น 4 ถ. พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Joto Curry

Joto Curry ปักหมุดอยู่ที่ชั้น B ของ The Street Ratchada เดินทางสะดวกและหาเจอง่ายมาก ตัวร้านตกแต่งในสไตล์เจแปนนิสโมเดิร์นที่ดูโปร่งโล่งสบายตา ไม่ให้ความรู้สึกอึดอัดเหมือนร้านอาหารในห้างทั่วไป ความพิเศษของที่นี่คือการรวมเอาสองแบรนด์ดังระดับตำนานมาไว้ในจุดเดียว ทำให้ได้บรรยากาศแบบกึ่งคาเฟ่กึ่งร้านอาหารจานด่วนที่ตอบโจทย์ทั้งสายรีบและคนที่อยากนั่งพักหลังช้อปปิ้งเสร็จ เป็นพิกัดที่คนรักแกงกะหรี่แถวรัชดาไม่ควรพลาดเพราะเงียบสงบและนั่งได้ยาวๆ

เมนูเด็ดที่ต้องยกให้เป็นพระเอกคือแกงกะหรี่ส่งตรงจากโอซาก้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คำแรกจะสัมผัสได้ถึงความหวานหอม ตามด้วยความเปรี้ยวสดชื่นนิดๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความเผ็ดร้อนที่ซึมลึกอยู่ในคอ น้ำแกงเข้มข้นสีเข้มจากการเคี่ยวจนเข้าที่เข้ากันได้ดีกับทงคัตสึหมูทอดที่แป้งกรอบและเนื้อหมูยังคงความฉ่ำ ถ้าใครอยากเปลี่ยนรสสัมผัสก็มีราเมงซุปกระดูกหมูรสชาติกลมกล่อมให้เลือกสั่งมาทานคู่กันแบบคอมโบ เป็นการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างรสชาติเข้มข้นของแกงกะหรี่กับความนัวของน้ำซุปราเมง

ราคาต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นส่งตรงถึงกรุงเทพฯ

Joto Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

ซอย ทองหล่อ 14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/joto-curry-x-tenyo-ramen-the-street-ratchada/

6. Senryoku curry rice

Senryoku Curry Rice เป็นร้านแกงกะหรี่พิกัดดีในซอยพหลโยธิน 7 ที่เดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วย BTS อารีย์ ตัวร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยพลังความตั้งใจสมชื่อร้านที่แปลว่าการทุ่มสุดตัว บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกกึ่งคาเฟ่ญี่ปุ่นที่มีความเท่และอบอุ่นในคราวเดียวกัน เหมาะมากสำหรับชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งล้อมวงกินข้าวแกงกะหรี่จานยักษ์หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ ความพิเศษของที่นี่คือความใส่ใจในทุกองค์ประกอบตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเคี่ยวน้ำซุปที่ใช้เวลานานเพื่อให้ได้รสชาติที่นิ่งและได้มาตรฐานสม่ำเสมอทุกจาน

เมนูที่ยกให้เป็นไฮไลท์เลยคือข้าวแกงกะหรี่เนื้อวากิวตุ๋นที่ตัวเนื้อมีความนุ่มละมุนจนแทบไม่ต้องเคี้ยว เข้ากันได้ดีกับตัวน้ำแกงสีเข้มข้นที่หอมกลิ่นเครื่องเทศเตะจมูก มีรสชาติที่สมดุลระหว่างความเผ็ดร้อนและความกลมกล่อมที่ทานได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยน หรือถ้าใครชอบความคลาสสิกต้องสั่งข้าวแกงกะหรี่หมูทอดทงคัตสึที่เสิร์ฟมาในไซส์จัดเต็มแบบเน้นให้อิ่มจุก จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปแกงกะหรี่สูตรลับที่เคี่ยวจากวัตถุดิบคุณภาพสูงจนงวดได้ที่ ทำให้ได้รสสัมผัสที่จัดจ้านเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับร้านไหนในย่านนี้

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับปริมาณอาหารจานใหญ่ที่เสิร์ฟมาให้แบบไม่มีกั๊กผนวกกับคุณภาพเนื้อระดับพรีเมียมใจกลางย่านอารีย์

Senryoku curry rice

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

71, 10 ซ. พหลโยธิน 7 Khwaeng Phaya Thai, เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/senryoku-curry-rice/

7. IPPE KOPPE

Hinoya Curry Thonglor ร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราแวะเข้าไปนั่งในร้านลับย่านชิบูยะ ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นความสบายใจ และมีกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นขนานแท้ จุดเด่นที่สัมผัสได้ทันทีคือความหอมของน้ำแกงกะหรี่ที่อบอวลไปทั่วร้าน ซึ่งเป็นการนำสูตรที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักจากสาขาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโตเกียวมาเสิร์ฟให้คนไทยได้ทานกันถึงที่ แม้จะตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกไม่ต่างจากย่านอโศก แต่ที่นี่กลับให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเข้าถึงง่ายกว่า เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนเพื่อลิ้มรสอาหารที่มีกรรมวิธีการทำซับซ้อนและใส่ใจในทุกรายละเอียด

เมนูที่จัดว่าเป็นตัวท็อปและพลาดไม่ได้เลยคือ Tamago Bukkake Katsu Curry ที่เสิร์ฟหมูทอดทงคัตสึชิ้นใหญ่คู่กับไข่ดิบสด ความพิเศษอยู่ที่รสชาติแกงกะหรี่ที่มีมิติ เริ่มด้วยความหวานนุ่มนวลก่อนจะตามมาด้วยความเผ็ดลึกที่ทิ้งรสสัมผัสไว้ในลำคอ หรือถ้าใครชอบความนัวแบบไข่ออนเซ็นต้องลอง Onsen Tamago Beef Curry ที่ใช้เนื้อวัวคุณภาพดีเคี่ยวจนเข้าเนื้อรสชาติเข้มข้นจัดจ้าน นอกจากนี้ยังมี Tamago Ebi fried Spinach Curry เมนูที่มีทั้งกุ้งทอดตัวโตและผักโขมมาช่วยเพิ่มเลเยอร์ความอร่อยให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก ทุกจานคือการส่งต่อรสชาติจากญี่ปุ่นแท้ๆ ที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างประณีต

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อมื้อจะตกอยู่ที่ประมาณ 260 ถึง 300 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับแกงกะหรี่ระดับพรีเมียมในย่านทองหล่อ ร้านนี้ตอบโจทย์อย่างมากสำหรับคนที่เริ่มเบื่อเมนูต้มๆ อย่างชาบูชาบู-สุกี้ยากี้ แล้วอยากลองหันมาทานเมนูที่เน้นความลึกของรสชาติเครื่องเทศแบบจริงจัง เหมาะสำหรับพนักงานออฟฟิศที่มองหามื้อเที่ยงที่ให้พลังงานเต็มเปี่ยม หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากนัดเจอกันเพื่อแชร์ประสบการณ์การกินแกงกะหรี่สูตรลับเฉพาะที่ไม่สามารถหาทานได้จากร้านทั่วๆ ไปในไทยแน่นอน

IPPE KOPPE

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

4/1-4/2,4/4 ห้องเลขที่ A606/1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิล์ด 4 ชั้นที่ 6 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

8. TokiDoki Curry

Tokidoki Curry เป็นร้านแกงกะหรี่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวตั้งอยู่แถวสุทธิสาร บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนแวะไปกินข้าวบ้านเพื่อนที่ญี่ปุ่น มีความอบอุ่น เป็นกันเอง และเรียบง่าย ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือคอนเซ็ปต์ตามชื่อร้านที่แปลว่าบางครั้ง เพราะเมนูในแต่ละวันจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้ทุกครั้งที่ก้าวขาเข้าร้านจะได้สัมผัสกับความตื่นเต้นว่าวันนี้จะได้ลิ้มรสแกงกะหรี่สูตรไหน เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้คนรักแกงกะหรี่ได้แบบไม่รู้เบื่อและน่าติดตามทุกครั้งที่แวะมา

เมนูซิกเนเจอร์ที่หลายคนยกนิ้วให้คือแกงกะหรี่เนื้อตุ๋นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มแทบละลายในปาก ตัวน้ำแกงกะหรี่เป็นสไตล์โฮมเมดเข้มข้น มีความกลมกล่อมและกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่คั่วมาอย่างดีชัดเจนมาก ส่วนใครที่เป็นสายทอดต้องลองข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึที่ใช้หมูชิ้นหนาพิเศษแต่ยังคงความนุ่มและชุ่มฉ่ำเอาไว้ ตัดกับแป้งด้านนอกที่ทอดมาจนเหลืองทองกรอบสนิท ความใส่ใจในการปรุงรสชาติที่สม่ำเสมอทำให้เมนูแกงกะหรี่ของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาทานจากร้านเชนใหญ่ๆ ได้ยาก

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพอาหารแบบคราฟต์ที่พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำอย่างแท้จริง

TokiDoki Curry

เวลาทำการ

12 ซอย อุดมสุข แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ที่อยู่

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

9. Hokkaido Soup Curry Shop

Hokkaido Soup Curry Shop ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 11 เป็นร้านขนาดกะทัดรัดที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปนั่งกินข้าวในย่านซูซูกิโนะที่ฮอกไกโดจริงๆ บรรยากาศภายในดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีความสโลว์ไลฟ์ที่ต่างจากร้านแกงกะหรี่จานด่วนทั่วไปในกรุงเทพฯ ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือการนำเสนอวัฒนธรรมซุปแกงกะหรี่ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อจากทางเหนือของญี่ปุ่นมาให้คนไทยได้สัมผัส โดยเน้นการปรุงแบบสดใหม่จานต่อจาน ทำให้ได้กลิ่นอายความหอมของเครื่องเทศอบอวลไปทั่วทั้งร้าน เป็นพิกัดลับที่คนรักอาหารญี่ปุ่นแนวนอกกระแสต้องมาลองดูสักครั้ง

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วไม่สั่งถือว่าพลาดคือซุปแกงกะหรี่ไก่น่องโตที่ตุ๋นมาจนเนื้อร่อนจากกระดูก จุดเด่นอยู่ที่น้ำซุปใสที่ไม่ข้นหนืดแต่กลับมีรสชาติเข้มข้นจัดจ้านหอมสมุนไพรหลายชนิด และที่ขาดไม่ได้คือบรรดาผักนานาชนิดที่นำไปทอดแบบไม่ชุบแป้งเพื่อให้ได้ความหวานตามธรรมชาติและความกรอบนอกนุ่มในอย่างลงตัว นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกท็อปปิ้งเป็นไส้กรอกหรือหมูนุ่มได้ตามใจชอบ โดยความพิเศษอีกอย่างคือการเสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ที่แนะนำว่าให้เลือกเพิ่มชีสเบิร์นไฟหรือไข่ออนเซ็นลงบนข้าว เพื่อช่วยเพิ่มมิติความมันนัวและตัดรสเผ็ดร้อนของน้ำซุปได้อย่างพอดิบพอดี

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับย่านทองหล่อ เมื่อแลกกับรสชาติแกงกะหรี่ต้นตำรับที่หาทานได้ยากและวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันแบบนี้

Hokkaido Soup Curry Shop

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ส.-อา. 11:30–22:00 น.

ที่อยู่

138, 1 ซอย ทองหล่อ 11 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Aoringo Japanese Curry

Aoringo Japanese Curry เป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความละเมียดละไมในแบบฉบับครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่แท้จริง โดยเฉพาะสาขาธนิยะพลาซ่าที่ให้กลิ่นอายความดั้งเดิมและดูอบอุ่นเป็นพิเศษ บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา จัดสัดส่วนพื้นที่ได้ดีทำให้นั่งกินได้สบายใจไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมากับกลุ่มเพื่อน ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจสายกินมานานคือมาตรฐานรสชาติที่คงเส้นคงวาและการต้อนรับที่ดูเป็นกันเอง ทำให้เป็นหมุดหมายยอดนิยมของคนวัยทำงานและครอบครัวที่มองหาข้าวแกงกะหรี่คุณภาพเยี่ยมในย่านสุขุมวิทและสีลม

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือข้าวแกงกะหรี่หน้าหมูชุบแป้งทอดทงคัตสึ ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่น้ำแกงสีน้ำตาลทองสูตรเฉพาะที่ใช้แอปเปิลเขียวและผักผลไม้หลากชนิดมาเคี่ยวจนงวด รสชาติที่ได้จึงมีความหวานละมุนละไมพ่วงด้วยความเปรี้ยวนิดๆ ที่ปลายลิ้นช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ตัวเนื้อหมูทอดมาแบบไม่อมน้ำมันและมีความนุ่มชุ่มฉ่ำ อีกหนึ่งจุดที่คุ้มค่าสุดๆ คือในเซตจะเสิร์ฟมาพร้อมสลัดผักสดรวมถึงของหวานอย่างเยลลี่กาแฟหรือโยเกิร์ตสดไว้ล้างปากหลังจบมื้ออาหาร เป็นการจบบทสนทนาบนโต๊ะอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบและอิ่มท้องในจานเดียว

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 250-500 บาท เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารจานใหญ่ที่เสิร์ฟมาเป็นชุดพร้อมเครื่องเคียงและของหวานแบบจัดเต็ม ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าคุ้มราคามากสำหรับคอแกงกะหรี่ญี่ปุ่นในกรุงเทพ

Aoringo Japanese Curry

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:30 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

582 11 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

บทความแนะนำ บทความแนะนำ