แนะนำ 30 ร้านซูชิ (Sushi) ในกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก

23.07.2025 (Updated: 19.03.2026)
แนะนำ 30 ร้านซูชิ (Sushi) ในกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก

ถ้าอยากกินอาหารญี่ปุ่น หลายคนคงเลือกทานซูชิใช่ไหมคะ แต่ซูชิเองก็มีแบ่งราคาหลายระดับตามความพรีเมียมของวัตถุดิบ ทำให้มีร้านซูชิหลายร้านมากมายในไทย ตั้งแต่ซูชิสายพาน ไปจนถึงซูชิแบบโอมากาเสะที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมหายาก วันนี้เราขอแนะนำ 30 ร้านซูชิเดินทางสะดวกในโซนกรุงเทพฯ จะมีร้านไหนบ้าง ไปอ่านกันเลย

1. Robata Kitaro Sushi KAGUYA

Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าดังที่บินตรงมาจากโอซาก้าเพื่อมอบประสบการณ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้คนรักอาหารญี่ปุ่นได้ลิ้มลอง โดยสาขาแรกในซอยสุขุมวิท 23 ย่านอโศกนั้นจัดเต็มเรื่องบรรยากาศที่ถอดแบบมาจากญี่ปุ่นเป๊ะ มีทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ให้เรานั่งดูเชฟชาวญี่ปุ่นโชว์ทักษะการปั้นซูชิกันแบบคำต่อคำ รวมไปถึงชมเทคนิคการย่างอาหารทะเลบนเตาโรบาตายากิแบบสดๆ หรือถ้าใครอยากได้ความสงบหน่อยก็มีที่นั่งที่ให้ความเป็นส่วนตัว ส่วนใครที่อยู่แถวใจกลางเมืองอย่างสยาม ล่าสุดทางร้านได้ขยายความอร่อยไปเปิดสาขาใหม่ที่สยามพารากอน เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้า BTS สยาม ตัวร้านดีไซน์ทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี เหมาะทั้งการมาเดตหรือสังสรรค์หลังเลิกงาน

หัวใจหลักของความอร่อยที่นี่คือการผสานความโดดเด่นของซูชิพรีเมียมเข้ากับโรบาตายากิ (Robatayaki) หรือการปิ้งย่างสไตล์โบราณที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงจากทะเลมาปรุงผ่านเปลวไฟจนได้กลิ่นหอมถ่านที่เป็นเอกลักษณ์ เมนูที่ต้องสั่งคือเมนูซูชิอย่างโอโทโร่เนื้อนุ่มและไข่หอยเม่นรสหวานละมุนที่ละลายในปาก ซูชิของที่นี่ราคาเริ่มต้นเพียงคู่ละ 120 บาท หรือคำละ 60 บาทเท่านั้น คุ้มค่าสุดๆ ส่วนสายปิ้งย่างต้องลองเนื้อเสียบไม้ย่างที่ดึงรสชาติเนื้อออกมาได้เข้มข้นจัดจ้าน รวมถึงเมนูปลาญี่ปุ่นย่างเกลือที่ทางร้านคัดสรรปลาตามฤดูกาลมาเสิร์ฟแบบจัดเต็ม

งบประมาณในการทานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเน้นสั่งเมนูอะลาคาร์ททั่วไปหรือเลือกทานวัตถุดิบพรีเมียมประจำฤดูกาลเป็นหลัก

Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-kaguya/

เบอร์ติดต่อ

02-100-1191

Facebook

facebook.com/sushi-robata-kitaro-sushi-kaguya

2. Sushi Kappou Ishimoto

Sushi Kappou Ishimoto ตั้งอยู่ภายในโรงแรม Hotel Nikko Bangkok ย่านทองหล่อเดินทางสะดวกมากด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อแล้วเดินหรือต่อรถเข้ามาเพียงนิดเดียว บรรยากาศด้านในร้านคุมโทนความเรียบหรูสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิสที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองไปพร้อมกัน จุดเด่นคือการออกแบบพื้นที่ที่เน้นเคาน์เตอร์ไม้ให้เราได้นั่งแถวหน้าเพื่อชมจังหวะการทำอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อคุยธุรกิจหรือดินเนอร์กับครอบครัว ที่นี่ก็มีห้องไพรเวทไว้รองรับเช่นกัน เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาสัมผัสศิลปะการกินแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ในบรรยากาศที่ดูแพงแต่เข้าถึงง่าย

ความพิเศษของร้านนี้อยู่ที่การนำเสนออาหารรูปแบบคัปโปะซึ่งเป็นการปรุงอาหารที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงและความรวดเร็วเพื่อให้คงความสดของวัตถุดิบไว้ให้ได้มากที่สุด โดยวัตถุดิบทั้งหมดถูกคัดสรรตามฤดูกาลและส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดคือคอร์สโอมากาเสะที่เชฟจะรังสรรค์ซูชิแต่ละคำให้มีรสสัมผัสที่แตกต่างกันไปตามชนิดของปลา ข้าวซูชิที่นี่มีการปรุงรสอย่างพิถีพิถันให้มีความเปรี้ยวหวานที่พอเหมาะช่วยชูรสชาติของเนื้อปลาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากซูชิแล้วยังมีเมนูปรุงร้อนที่ทำออกมาได้ละเมียดละไม รวมถึงเมนูอะลาคาร์ทพรีเมียมที่มีให้เลือกสั่งเพิ่มตามความชอบ

งบประมาณสำหรับการมาใช้บริการที่นี่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทขึ้นไปต่อคน ซึ่งราคาจะปรับเปลี่ยนไปตามประเภทของคอร์สโอมากาเสะที่เลือกหรือจำนวนเมนูพิเศษที่สั่งเพิ่มเติมในมื้อนั้นๆ

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Room 301, Hotel Nikko Bangkok 3rd Fl, 27 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

เบอร์ติดต่อ

095-881-9485

Facebook

facebook.com/Sushi-Kappou-Ishimoto

3. Sushi Sekiji

Sushi Sekiji ตั้งอยู่ย่านสีลมที่เดินทางง่ายสุดๆ เพราะอยู่ใกล้ทั้ง BTS สถานีศาลาแดง และ MRT สถานีสีลมในระยะเดินถึง ตัวร้านเน้นการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนแวะมากินข้าวบ้านเพื่อนที่เชี่ยวชาญเรื่องปลา ภายในร้านมีพื้นที่กะทัดรัดทำให้การบริการทั่วถึงและเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเปิดใจเข้าวงการโอมากาเสะเป็นครั้งแรก หรืออยากหาที่นั่งทานซูชิคุณภาพดีกับคนพิเศษในบรรยากาศที่ไม่เกร็งจนเกินไป ความใส่ใจของเชฟที่คอยแนะนำข้อมูลของวัตถุดิบแต่ละคำอย่างใจดีถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนติดใจจนต้องบอกต่อ

ความโดดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟซูชิเกรดพรีเมียมที่เน้นชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบตามฤดูกาลจากญี่ปุ่น โดยไม่ผ่านการปรุงแต่งที่ซับซ้อนจนเกินไปเพื่อให้เราได้รับรสสัมผัสที่แท้จริง เมนูไฮไลท์ที่มักจะถูกหยิบยกมาแนะนำคือบรรดาปลาเนื้อขาวที่มีความสดเด้ง และปลาเนื้อแดงที่บ่มมาจนได้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม ข้าวซูชิของทางร้านทำออกมาได้พอดีคำ ไม่เปรี้ยวโดดและเข้ากับเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี นอกจากคอร์สโอมากาเสะที่มีให้เลือกหลากหลายระดับตามความต้องการแล้ว ทางร้านยังมีเมนูอะลาคาร์ทที่คัดสรรมาอย่างดีสำหรับคนที่อยากสั่งเพิ่มความฟินเป็นพิเศษอีกด้วย

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท ไปจนถึง 4,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของปลาและประสบการณ์การทานใจกลางเมืองแบบนี้ โดยราคาสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับประเภทคอร์สและเครื่องดื่มที่เลือกสั่งเพิ่มเติมในมื้อนั้นๆ

Sushi Sekiji

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

62/5-6, ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-sekiji/

เบอร์ติดต่อ

097-239-0808

Facebook

facebook.com/sushisekiji

4. Sushi Shishichi

Sushi Shishichi ตั้งอยู่ในทำเลสุดฮอตอย่างซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ เดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า BTS บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเราหลุดเข้าไปนั่งอยู่ในร้านซูชิลับๆ ที่ญี่ปุ่น ด้วยการจัดวางที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เปิดโอกาสให้ได้สบตากับเชฟชาวญี่ปุ่นขณะปั้นซูชิสดๆ เสิร์ฟตรงถึงมือคำต่อคำ แม้ที่นี่จะเน้นการสั่งแบบอะลาคาร์ทแต่กลับมอบบรรยากาศการกินที่ละเมียดละไมไม่ต่างจากการนั่งทานคอร์สโอมากาเสะหรูๆ เลย เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์พรีเมียมในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองเยอะแต่ยังได้ความเอ็กซ์คลูซีฟในทุกคำที่ทาน

ความโดดเด่นที่ทำให้หลายคนยกให้เป็นร้านโปรดคือการเลือกใช้น้ำส้มสายชูแดงหรืออากาซุ (Akazu) มาปรุงเป็นข้าวซูชิ ให้รสสัมผัสที่มีมิติ มีความเปรี้ยวละมุนและหอมที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยขับรสชาติของปลาให้เด่นชัดขึ้นกว่าข้าวขาวทั่วไป วัตถุดิบทุกอย่างส่งตรงมาจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ความสดใหม่สูงสุด เมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งหนีไม่พ้นกลุ่มทูน่าพรีเมียมอย่างโอโทโร่และชูโทโร่ที่เนื้อแทรกมันลายสวยจนแทบละลายในปาก รวมถึงไข่หอยเม่นหรืออูนิที่คัดเกรดมาอย่างดี รสชาติหวานมันไม่มีกลิ่นคาว โดยเราสามารถเลือกสั่งเฉพาะคำที่ชอบได้ตามใจชอบ ทำให้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์มื้ออาหารได้เองแบบเต็มที่

งบประมาณสำหรับการมาทานที่นี่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาทต่อคน ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบระดับโอมากาเสะที่สามารถเลือกทานได้ตามงบประมาณที่ตั้งไว้จริง ๆ

Shishichi

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-shishichi/

เบอร์ติดต่อ

02-258-7798

Facebook

facebook.com/Shishichi

5. Sushi Misaki-Nobu

Sushi Misaki-Nobu ตั้งอยู่บนชั้น B1 ของตึก GMM Grammy Place ใจกลางย่านอโศกที่เดินทางได้ง่ายทั้งทางรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซูชิบาร์ลับๆ ที่ญี่ปุ่นด้วยการตกแต่งไม้โทนอุ่นและที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาวที่โอบล้อมพื้นที่ทำงานของเชฟเอาไว้ ความพิเศษของที่นี่คือความมีชีวิตชีวาของเชฟที่ไม่ได้เน้นแค่การปั้นซูชิอย่างเคร่งขรึม แต่ยังมีการพูดคุยสร้างเสียงหัวเราะและโชว์ลูกเล่นในการพรีเซนต์อาหาร ทำให้การนั่งทานคนเดียวหรือมากับเพื่อนไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย เป็นการเปิดประสบการณ์โอมากาเสะที่ดูหรูหราแต่กลับมีความเป็นกันเองสูงมากจนเราลืมความเกร็งไปได้เลย

เอกลักษณ์ที่ทำให้หลายคนยกนิ้วให้คือการเสิร์ฟซูชิในสไตล์เอโดะมาเอะแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานเข้ากับเมนูทานเล่นสไตล์ไคเซกิได้อย่างลงตัว วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกคัดเฟ้นมาจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่นตามฤดูกาลอย่างพิถีพิถันเพื่อนำมาเข้ากระบวนการบ่มหรือปรุงรสตามสูตรเฉพาะ เมนูที่ห้ามพลาดคือบรรดาซูชิคำโตที่เน้นการดึงรสหวานตามธรรมชาติของปลาออกมาให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างการใช้ข้าวซูชิปรุงรสเข้มข้นที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อปลาที่มีไขมันแทรก นอกจากนี้ยังมีจานพิเศษที่เชฟมักจะนำเสนอเทคนิคใหม่ๆ ในการปรุงอาหารทะเลที่หาทานได้ยาก ทำให้คอร์สโอมากาเสะที่นี่มีความหลากหลายและสร้างเซอร์ไพรส์ได้ในทุกคำ

งบประมาณสำหรับมื้อพิเศษที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับประเภทของคอร์สที่เลือกในช่วงมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับใครที่มองหาประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นระดับมิชลินไกด์ในบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ

Sushi Misaki-Nobu

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

BF1 Floor 50 GMM Grammy PLACE , Sukhumvit 21 Rd 50 ถนน อโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-misaki-nobu/

เบอร์ติดต่อ

062-495-2386

Facebook

facebook.com/SushiMisakiNOBU

6. Tanaka Suisan Phra Khanong

Tanaka Suisan Phra Khanong ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้วาร์ปไปนั่งอยู่ในร้านซูชิท้องถิ่นย่านชานเมืองของญี่ปุ่นจริงๆ ตัวร้านมีขนาดกะทัดรัดไม่ได้เน้นความหรูหราอลังการแต่กลับอบอวลไปด้วยความเป็นกันเองและความเรียบง่าย บรรยากาศภายในดูคึกคักและมีชีวิตชีวา ยิ่งถ้าวันไหนเห็นลูกค้าชาวญี่ปุ่นแวะเวียนมานั่งทานกันหนาตาก็ยิ่งช่วยการันตีความออริจินัลได้เป็นอย่างดี เป็นพิกัดลับที่เหมาะมากสำหรับสายกินที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายจากห้างสรรพสินค้ามานั่งละเลียดซูชิคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋าแบบไม่ต้องเกร็ง

ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาแบบวันต่อวันในราคาที่เข้าถึงง่ายจนน่าตกใจ เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลองคือเหล่าซูชิหน้าต่างๆ ที่จัดมาให้แบบชิ้นหนาเต็มคำ ไม่ว่าจะเป็นฮามาจิเนื้อเด้ง เอ็นกาวะรสมันหอม หรือทูน่าเนื้อหวานฉ่ำที่คัดมาอย่างดี ข้าวซูชิที่นี่ปรุงรสมาได้กลมกล่อมมีความเปรี้ยวหวานที่พอดีช่วยชูรสปลาได้ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ทางร้านยังมีทีเด็ดอย่างบุฟเฟต์ซูชิในราคาที่คุ้มค่าสุดๆ รวมถึงเมนูเซ็ตอาหารกลางวันและซาซิมิรวมที่จัดจานมาอย่างน่าทาน เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักซูชิที่เน้นความสดสะอาดและรสชาติแบบดั้งเดิม

งบประมาณในการทานโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเลือกทานแบบบุฟเฟต์ตามช่วงเวลาโปรโมชั่นหรือสั่งเมนูอลาคาร์ทแยกเป็นคำ ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าและหาได้ยากในทำเลสุขุมวิทแบบนี้

Tanaka Suisan Phra Khanong

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

3/31 ถ. สุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tanaka-suisan-phra-khanong/

เบอร์ติดต่อ

063-920-5698

Facebook

facebook.com/tanakasuisanbkk

7. Temagokoro

Temagokoro ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 เดินทางมาได้ง่ายๆ จากรถไฟฟ้า BTS สถานีพร้อมพงษ์ เป็นร้านที่ฉีกกฎร้านซูชิแบบเดิมๆ ด้วยคอนเซปต์เทมากิซูชิ (Temaki Sushi) หรือซูชิม้วนมือ (Hand Roll) ที่เน้นความสดใหม่และสนุกสนาน บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้มีความทันสมัยสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีเคาน์เตอร์บาร์ทรงแอลที่ให้เราได้นั่งประจันหน้ากับเชฟเพื่อรอรับซูชิโรลที่ห่อเสร็จแล้วเสิร์ฟตรงลงบนแท่นไม้ทันที ความเจ๋งคือเราจะได้ยินเสียงความกรอบของสาหร่ายตั้งแต่คำแรกที่กัด เข้ากับแสงไฟสลัวๆ ที่ให้ความรู้สึกเท่และอบอุ่นไปพร้อมกัน เหมาะมากสำหรับการชวนเพื่อนมานั่งแฮงเอาท์หรือจะมาเดตแบบชิลล์ๆ ในย่านใจกลางเมือง

ความโดดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ศิลปะการทำเทมากิที่เน้นคุณภาพของสาหร่ายเป็นอันดับต้นๆ เพราะเขาจะใช้สาหร่ายเกรดพรีเมียมที่ผ่านการย่างจนกรอบกริบห่อหุ้มข้าวและวัตถุดิบชั้นเลิศเอาไว้ เมนูที่มาแล้วห้ามพลาดคือ Negitoro Roll ที่ผสมผสานความมันของทูน่าสับกับความหอมของต้นหอมญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว หรือจะเป็นหน้า Uni และ Hotate ที่คัดไซส์พิเศษมาแบบเน้นๆ รสชาติหวานฉ่ำละมุนลิ้น นอกจากเมนูโรลแล้ว ทางร้านยังมีเมนูทานเล่นสไตล์ฟิวชั่นและเครื่องดื่มให้เลือกจับคู่เพิ่มความฟินอีกหลากหลายชนิด ซึ่งเชฟจะแนะนำลำดับการทานเพื่อให้เราได้รับรสสัมผัสที่ดีที่สุดของวัตถุดิบแต่ละอย่าง

งบประมาณสำหรับมื้อนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-2,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกสั่งเป็นแบบคอร์สเซ็ตที่ทางร้านจัดไว้ให้เพื่อความคุ้มค่า หรือจะเลือกสั่งแยกเป็นคำตามความชอบส่วนตัว ซึ่งระดับราคานี้เมื่อเทียบกับโลเคชั่นและคุณภาพที่ได้รับถือว่าสมเหตุสมผลและคุ้มค่ากับการมาลองสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ มาก

Temagokoro

เวลาทำการ

จ.-อ., พฤ.-อา. 11:30–23:30 น., ปิดทุกวันพุธ

ที่อยู่

สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/temagokoro/

เบอร์ติดต่อ

02-001-0112

Facebook

facebook.com/temagokoro

8. Sushi Juban

ร้าน Sushi Juban โดดเด่นเรื่องซูชิคุณภาพดี ทั้งแบบโอมากาเสะและอาลาคาร์ท พร้อมการผสมผสานสไตล์ดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัย มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ เช่น อโศก ทองหล่อ และพญาไท ซึ่งแต่ละสาขาก็มีบรรยากาศและเมนูที่ปรับให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ ร้านเน้นการนำเสนอซูชิที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ คัดสรรอย่างดี และส่งตรงจากญี่ปุ่น โดยเชฟชาวญี่ปุ่นผู้มากประสบการณ์

Sushi Juban ขึ้นชื่อเรื่องการนำเสนอคอร์สโอมากาเสะในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากลองโอมากาเสะโดยไม่ต้องใช้งบประมาณสูงมาก เช่น คอร์สโอมากาเสะมื้อกลางวันราคาเริ่มต้นประมาณ 960 บาท ไปจนถึงคอร์สพรีเมียมที่ใช้วัตถุดิบพิเศษ นอกจากโอมากาเสะแล้ว ยังมีเมนูอะลาคาร์ทให้เลือกสั่งมากมาย เช่น ซูชิหน้าต่างๆ ซาชิมิโรล

Sushi Juban

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

36, 1Fl, 1 ซอย พร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-juban-takumi-thonglor/

เบอร์ติดต่อ

063-189-2440

Facebook

facebook.com/sushijubantakumi

9. Sushi Ichizu

ร้านตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บรรยากาศภายในเรียบหรู มีที่นั่งหน้าเคาน์เจอร์บาร์เพียงไม่กี่ที่ ปกติรับประมาณ 9 ที่นั่งต่อรอบ ร้าน Sushi Ichizu ไม่เพียงได้รับการยอมรับในประเทศไทย แต่ยังได้รับการจัดอันดับจาก OAD (Opinionated About Dining’s Ranking) ให้เป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่นมาแล้วหลายปีติดต่อกัน ร้านมักจะเปิดให้จองทุกวันที่ 15 ของทุกเดือน เวลาเที่ยงคืน ผ่านเว็บไซต์ของร้าน ซึ่งต้องอาศัยความรวดเร็วและแต้มบุญพอสมควร

ร้านคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีที่วดและคุณภาพพรีเมียมจากตลาดปลาในโตเกียว ส่งตรงมาที่ร้าน เพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่เติมเต็มต่อมความอยากอาหาร คอร์สโอมากาเสะมีหลายระดับราคาให้เลือกตามต้องการ เช่น Nigiri Course ที่เน้นเสิร์ฟนิงิริซูชิเป็นหลัก Mini Omakase Course ที่มีเมนูเรียกน้ำย่อยและซูชิในจำนวนที่มากขึ้น และ Omakase Course คอร์สเต็มรูปแบบที่มีอาหารเรียกน้ำย่อย วัตถุดิบพรีเมียมหายาก เช่น ปูขนญี่ปุ่น อังคิโมะ (Ankimo) หอยเป๋าฮื้อ ชิราโกะ (Shirako) และซูชิประมาณ 16-18 คำ

Sushi Ichizu

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น., 17:30–19:30 น., 19:45–22:00 น.

ที่อยู่

1982 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-ichizu/

เบอร์ติดต่อ

065-738-9999

Facebook

facebook.com/sushiichizu

10. Sushi Hiro

ร้านอาหารที่เป็นที่รู้จัก มีสาขาอยู่มากมายทั่วกรุงเทพฯ และครองใจคนไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะสายซูชิ ซาชิมิ ที่มองหาคุณภาพและความคุ้มค่า เพราะร้านขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ของปลาและอาหารทะเลที่ใช้ทำซูชิและซาชิมิ วัตถุดิบอย่างปลาแซลมอน ปลาทูน่า หอยโฮตาเตะ หรือเอ็นกาวะนั้นถูกคัดสรรมาอย่างดี แต่ละชิ้นหั่นหนาเต็มคำ สดใหม่ และมีรสชาติเยี่ยม ซูชิแต่ละคำปั้นมาอย่างพิถีพิถัน ข้าวเองก็ปรุงรสกำลังดี

จุดแข็ง คือ ทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษที่หมุนเวียนมาให้ได้ลิ้มลองความอร่อยอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา 50-70% สำหรับเมนูยอดนิยมบางอย่าง เช่น ฟัวกราส์ โอโทโร่ หรืออูนิในช่วงเวลาจำกัด หรือการจัดเซ็ตปลาแซลมอนขนาดใหญ่ 1 กิโลกรัมพร้อมส่วนลด ทำให้สามารถทานอาหารคุณภาพพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่าเกินคาดได้

Sushi Hiro

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

อาคาร เอททองหล่อ, 88/36, 88/36 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

065-715-3323

Facebook

facebook.com/SushiHiroThailand

11. Sushi Takuya

ร้าน Sushi Takuya ตั้งอยู่ในย่านสาทร เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือใครที่ขับรถไปเองไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอด เพราะร้านมีที่จอดรถรับรองเพียงพอ นอกจากนี้ร้านเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนรักอาหารญี่ปุ่นว่าที่นี่จัดหนักจัดเต็มเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ แถมราคาก็ยังเข้าถึงง่ายด้วย บรรยากาศภายในร้านก็มีความอบอุ่น สบายๆ เป็นกันเอง เหมาะกับการมานั่งทานพร้อมจิบสาเกดีๆ แล้วชมเชฟปั้นซูชิแบบเพลินๆ

จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่รักของทุกคน คือการเป็นร้านโอมากาเสะที่เน้นความคุ้มค่าและวัตถุดิบพรีเมียม เชฟจะคัดเลือกปลาและวัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน ทำให้แต่ละคำที่เราได้ทานสดใหม่แบบสุดๆ ที่สำคัญคือราคาคอร์สเริ่มต้นดีมาก เหมาะกับคนที่อยากลองโอมากาเสะครั้งแรก นอกจากซูชิแล้ว เมนูอื่นๆ ที่เสิร์ฟในคอร์สก็ทำออกมาได้ดีงามไม่แพ้กัน เรียกได้ว่าอิ่มเอมทั้งตาและลิ้นจริงๆ

Sushi Takuya

เวลาทำการ

อ.,ศ. 18:00–21:00 น.

พ.-พฤ.,ศ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 18:00–21:00 น.

ที่อยู่

1F, Sathorn 111 Residence, 111/1 ซอย สาทร 7 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-takuya/

เบอร์ติดต่อ

098-829-5278

Facebook

facebook.com/SathornSushiTakuya

12. Sushi Masato

ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมากาเสะ การันตีความอร่อยด้วยมิชลินสตาร์ 1 ดาว และขึ้นชื่อเรื่องความยากในการจองคิว ภายในร้านถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย สงบ แต่ยังคงความหรูหราตามสไตล์โอมากาเสะ มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์เพียงไม่กี่ที่ เพื่อให้เชฟสามารถดูแลลูกค้าแต่ละท่านได้อย่างใกล้ชิดที่สุด และมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ

ร้านให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงสุดที่ส่งตรงจากตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Market) ในโตเกียว ทั้งปลาทูน่าชั้นดี ไข่หอยเม่น หอยลล์  ปลาคิงกิ (Kinki) ปลาโนโดกุโระ (Nodoguro) หรือปลากระพง หรือปลาตามฤดูกาลต่างๆ ที่หาทานยาก รังสรรค์เมนูโดยเชฟ Masato Shimizu ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี จากการฝึกฝนในโตเกียวและนิวยอร์ก ความสามารถในการปั้นซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ การควบคุมอุณหภูมิของข้าวซูชิ และเทคนิคการเตรียมปลาของเชฟนั้นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เมนูยอดนิยมที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆ ได้แก่ ปลาหมึกยัดไส้อังคิโมะ (Ankimo) อูนิสองชนิด และปลาไหลทะเล

Sushi Masato

เวลาทำการ

พ.-อา. 12:00–14:00 น., 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร

ที่อยู่

3 22 ซอย สวัสดี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-masato/

เบอร์ติดต่อ

097-234-1370

13. Sushi Yorokobu

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อนำเสนอโอมากาเสะที่เน้นวัตถุดิบตามฤดูกาล ความสดใหม่ และการบริการที่เป็นกันเอง ตั้งอยู่ในทองหล่อซอย 13 ร้านค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว มีที่นั่งเคาน์เตอร์ให้ได้ชมเชฟปั้นซูชิแบบสดๆ เพิ่มอรรถรสในการทานโอมากาเสะมากขึ้น

หัวใจของโอมากาเสะคือความสดใหม่ของปลาและอาหารทะเล ดังนั้น ร้านจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและรสชาติ เชฟจะปั้นซูชิออกมาทีละคำ ด้วยความใส่ใจ เสิร์ฟพร้อมอธิบายรายละเอียดของปลาแต่ละชนิด คอร์สโอมากาเสะมีให้เลือกหลายระดับราคา จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ที่อยากลองโอมากาเสะเป็นครั้งแรก หรือผู้ที่ต้องการประสบการณ์พรีเมียม

Sushi Yorokobu

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น., 16:00–22:00 น.

ที่อยู่

10 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

098-899-8740

Facebook

facebook.com/Sushiyorokobubkk

14. Ginza Sushi Ichi

ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมากาเสะในเกษรวิลเลจ ย่านราชประสงค์ ไม่ไกลจากสยาม ร้านโด่งดังในโตเกียวและเคยได้รับการการันตีด้วยมิชลินสตาร์ 1 ดาวในกรุงเทพฯ ภายในร้านด้วยการตกแต่งที่ใช้ไม้ฮิโนกิเป็นหลัก ให้บรรยากาศอบอุ่นแต่ยังเรียบหรูตามสไตล์ญี่ปุ่น

ถึงแม้ตัวร้านจะอยู่ที่ไทย แต่ทางร้านก็มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์โอมากาเสะในมาตรฐานเดียวกับสาขาแม่ที่กินซ่า โตเกียว เชฟจะรังสรรค์ซูชิทีละคำอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ลิ้มรสชาติกลมกล่อมของหน้าซูชิและข้าวได้อย่างเต็มคำโดยไม่จำเป็นต้องปรุงหรือจิ้มซอสเพิ่มเติม แถมทางร้านยังมีสูตรข้าวซูชิที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ช่วยดึงรสชาติของปลาและอาหารทะเลออกมาได้อย่างลงตัว

Ginza Sushi Ichi

เวลาทำการ

พ.-อา. 11:30–14:30 น., 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร

ที่อยู่

3rd Floor,999 Gaysorn Centre Room 3F-08 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/ginza-sushi-ichi/

เบอร์ติดต่อ

02-250-0014

Facebook

facebook.com/ginzasushiichiBKK

15. Sushi Zo

ร้านอาหารญี่ปุ่นโอมากาเสะระดับมิชลินสตาร์ มีต้นกำเนิดจากลอสแองเจลิส อเมริกา ที่จะมอบประสบการณ์ซูชิขั้นสุดยอดและแตกต่างไม่เหมือนใคร การรันตีความอร่อยด้วยดาวมิชิลิน บรรยากาศภายในร้านเรียบหรูและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการดื่มด่ำกับมื้ออาหารพิเศษ หรือโอกาสสำคัญต่างๆ พนักงานและเชฟให้บริการด้วยความเอาใจใส่

ซูชิแต่ละคำปั้นมาอย่างพิถีพิถันด้วยสไตล์การปั้นแบบเอโดะมาเอะ ที่ให้ความสำคัญกับการคุมอุณหภูมิของข้าว การปรุงรส และเทคนิคที่ละเอียดอ่อน เกิดการผสมผสานรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ลงตัว เชฟจะลำดับเมนูให้มีการไต่ระดับของรสชาติ เพื่อให้สามารถสัมผัสความอร่อยของแต่ละจานได้อย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง ทำให้ทุกคำเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและคุ้มค่ากับราคาคอร์สที่ค่อนข้างสูง

Sushi Zo

เวลาทำการ

จ.-ส.12:00–14:00 น., 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

63 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-zo/

เบอร์ติดต่อ

091-757-2222

Facebook

facebook.com/sushizothailand

16. Sushi Kanda

ร้านโอมากาเสะในย่านทองหล่อที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 10 ปี ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการ No.88 ตกแต่งด้วยการใช้ไม้และโทนสีอบอุ่น ให้บรรยากาศหรูหราแต่เป็นกันเอง ร้านให้ความสำคัญกับเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงที่ส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่นเกือบทุกวัน เชฟถึงกับบินไปเลือกปลาและนำเข้ามาเองในบางโอกาส เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น มั่นใจได้ว่าวัตถุดิบแต่ละชิ้นจะถูกเลือกมาอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ซูชิของ Sushi Kanda เน้นเทคนิคเอโดะมาเอะอย่างเคร่งครัด ซึ่งให้ความสำคัญกับการเตรียมปลา เช่น การหมัก การบ่ม การปรุงข้าวซูชิให้ได้อุณหภูมิ รสชาติ และความร่วนที่พอดี และการปั้นที่สมบูรณ์แบบ เพื่อให้รสชาติของข้าวและปลาหลอมรวมกันอย่างลงตัวในคำเดียว ร้านมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลายราคา ซึ่งมักจะแตกต่างกันที่ชนิดและคุณภาพของปลา รวมถึงรายการอาหารเรียกน้ำย่อย นอกจากนี้ ยังมี Lunch Set ในวันธรรมดาที่เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากๆ เช่น เซ็ตซูชิ 10 คำ พร้อมสลัดและซุป ซึ่งบางครั้งอาจมีปลาดีๆ อย่างโอโทโร่ (Otoro) หรือโฮตาเตะ (Hotate) ในเมนูด้วย

Sushi Kanda

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น., 17:30–23:00 น.

ที่อยู่

2Fl., 2A1 Klongton-nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-712-6639

Facebook

facebook.com/sushi.kanda

17. Sushi Niwa

ร้านอาหารญี่ปุ่นโอมากาเสะที่มอบประสบการณ์ซูชิสุดพรีเมียมในบรรยากาศสงบและสวยงาม โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง และฝีมือการรังสรรค์ของเชฟที่เน้นความประณีตภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สมบูรณ์แบบ บรรยากาศของร้านถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันในสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความหรูหรา โดยมีแรงบันดาลใจจากสวนญี่ปุ่นที่สื่อถึงความสงบและสุนทรียะ

วัตถุดิบที่นำมาทำซูชิแต่ละชิ้นถูกคัดสรรอย่างดีและส่งตรงมาจากตลาดปลาในญี่ปุ่นเกือบทุกวัน ผ่านการปั้นโดยใช้เทคนิคการปั้นซูชิสไตล์เอโดะมาเอะที่ละเอียดอ่อน เพื่อดึงรสชาติวัตถุดิบและข้าวออกมาให้ได้มากที่สุด ร้านมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลายระดับราคา โดยมักจะมีคอร์สกลางวันและคอร์สเย็นที่แตกต่างกันที่จำนวนคำและวัตถุดิบพรีเมียม ทำให้สามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ

Sushi Niwa

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:30 น., 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

39/5 ซ. ร่วมฤดี 2 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

063-456-5656

Facebook

facebook.com/SushiNiwaBangkok

18. Sushi Seki

ร้าน Sushi Seki  มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ แต่สาขาที่สยามพารากอนและเซนทรัลเวิร์ด ถือเป็นสาขาสำคัญในย่านสยาม เพราะเดินทางด้วรถไฟฟ้าสะดวกมากๆ บรรยากาศของร้านในแต่ละสาขาจะดูทันสมัย กว้างขวาง เหมาะกับการมาทานอาหารกับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคนที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ ทางร้านมักจะมีการจัดโปรโมชั่นอยู่เสมอเพื่อดึงดูดลูกค้า

หัวใจของร้านคือวัตถุดิบปลาและอาหารทะเลที่คัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอนชิ้นหนานุ่ม ปลาทูน่าเนื้อแดงสด ฮามาจิ เอ็นกาวะ หอยโฮตาเตะ หรือแม้แต่อูนิ วัตถุดิบทุกอย่างสดใหม่และคุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป ซูชิแต่ละคำปั้นได้อย่างพิถีพิถัน และข้าวซูชิปรุงรสอ่อนๆ เข้ากันดีกับเนื้อปลา ให้รสชาติกลมกล่อม

Sushi Seki

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

EmQuartier, 4th Floor, ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-003-6626

Facebook

facebook.com/SushiSekiThailand

19. Isao

หนึ่งในร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี  ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ไม่ไกลจากย่านสยาม สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปลงสถานีพร้อมพงษ์หรืออโศกแล้วเดินต่อได้ ร้านเป็นอาคารเล็กๆ ที่อาจดูไม่โดดเด่นจากภายนอกนัก แต่ภายในมักจะเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาแน่นร้าน บรรยากาศคึกคักและเป็นกันเอง

Isao โดดเด่นด้วยเมนูซูชิโรลฟิวชันที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งหลายเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่ง เช่น เมนู Jackie เมนูที่โด่งดังที่สุดของ Isao  เป็นโรลรูปหนอนน่ารักๆ ที่ด้านในมีกุ้งเทมปุระ อะโวคาโด และไข่กุ้ง ห่อด้วยกุ้งต้ม ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของร้าน รสชาติอร่อยและหน้าตาน่ารักจนต้องถ่ายรูป เมนู Lava Maki โรลแซลมอนเบิร์นไฟ ที่ด้านในเป็นกุ้งเทมปุระและอะโวคาโด ท็อปด้วยไข่ปลาแซลมอน และราดด้วยซอสลาวาเผ็ดร้อนเล็กน้อย เป็นเมนูที่ให้ทั้งความหอม ความกรอบ และความสด

Isao

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:30 น., 17:00–21:30 น.

ที่อยู่

5 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-258-0645

Facebook

facebook.com/isaobkk

20. Sushi Mori

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ รวมถึงสาขาในย่านใจกลางเมือง เช่นเกษรวิลเลจ และสาธรสแควร์ การตกแต่งร้านเน้นความทันสมัย หรูหราเล็กน้อย และสบายตา มีทั้งเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟปั้นซูชิ และโต๊ะสำหรับกลุ่มเล็กใหญ่

หัวใจของร้านคือวัตถุดิบที่ล้วนสดใหม่และมีคุณภาพดี แต่ละชิ้นมักจะหั่นมาอย่างพอดีคำหรือชิ้นใหญ่เต็มคำ ร้านยังขึ้นชื่อเรื่องการสร้างสรรค์เมนูซูชิโรลและซูชิหน้าพิเศษที่มีการผสมผสานรสชาติและวัตถุดิบที่น่าสนใจ ทำให้มีตัวเลือกที่แปลกใหม่และถูกปากคนไทยหลายคน เช่น Engawa Twist หรือ Salmon Shoyu Tama Roll นอกจากนี้ยังมีบริการทั้งเมนูแบบอาลาคาร์ท และบางสาขาอาจมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกด้วย

Sushi Mori

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

127 อาคารเกษร ทาวเวอร์ ชั้น 3 ถนน ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

092-892-9528

Facebook

facebook.com/sushimori.bangkok

21. Sushiro

ร้านซูชิสายพานจากญี่ปุ่นที่คนไทยรักและเป็นที่นิยมสุดๆ ด้วยซูชิคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศของร้านจะคึกคัก สดใส และเป็นกันเอง เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย และเสียงพนักงานที่คอยต้อนรับและส่งลูกค้า ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ ที่นี่มีซูชิให้เลือกเยอะมาก วัตถุดิบสดใหม่และคุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป มีทั้งหน้าคลาสสิกยอดนิยมอย่างปลาแซลมอน ทูน่า กุ้ง ปลาหมึก ไข่หวาน ไปจนถึงหน้าปลาตามฤดูกาล หรือหน้าซูชิฟิวชันที่สร้างสรรค์ สามารถเลือกหยิบจากสายพานที่หมุนเวียน หรือสั่งผ่านหน้าจอทัชสกรีนเพื่อให้เชฟปั้นสดๆ แล้วส่งตรงมาที่โต๊ะ

ซูชิส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่จานละ 40 บาท และค่อยๆ เพิ่มราคาไปตามสีจาน บางสาขา โดยเฉพาะที่ Siam Paragon อาจมีเมนูพิเศษที่แตกต่างออกไป เช่น ข้าวซูชิสีแดงแบบ Akashari ที่ใช้การผสมน้ำส้มสายชูแดง เป็นสไตล์ดั้งเดิมที่ใช้ในร้านซูชิระดับสูงบางแห่งนอกจากเมนูซูชิยังมีเมนูอาหารอื่นๆ รวมไปถึงเมนูของหวาน เช่น พุดดิ้ง ไอศกรีม และขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่มาแล้วจะต้องลองให้ได้

Sushiro

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

No.4, 4/1, 4/2, 4/4 Central World, Room no.B725 7th Floor, ถนน ราชดำริ Pathumwan, เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushiro/

เบอร์ติดต่อ

02-118-2997

Facebook

facebook.com/SushiroThailand

22. Honmono Sushi

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดเด่นเรื่องซูชิ ซาชิมิ และอาหารญี่ปุ่นคุณภาพสูง เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่และดีที่สุดส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่น ทำให้ได้ลิ้มรสชาติแท้ๆ ของอาหารทะเลพรีเมียม ทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นพิเศษอยู่เสมอ ทำให้สามารถทานอาหารคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า

นอกจากซูชิแบบดั้งเดิม ยังมีเมนูโรลหลากหลายและสร้างสรรค์ เช่น ข้าวห่อปลาแซลมอนเบิร์นไฟโรยไข่ปลาแซลมอน หรือโรลที่ผสมผสานวัตถุดิบและซอสพิเศษ บางเมนูโรลแซลมอนรมควันสอดไส้กุ้งลายเสือ เสิร์ฟบนกระทะร้อนพร้อมชีสและเห็ดทรัฟเฟิลสดๆ ให้รสชาติหอมละมุนและเข้มข้น และยังมีข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือก เช่น ข้าวหน้าปลาแซลมอนไข่ปลาแซลมอน หรือข้าวหน้าปลาไหลย่างกระเทียม รวมถึงเมนูอุด้งและโซบะ

Honmono Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–23:00 น.

ที่อยู่

บริษัท ฮอนโมโน กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่, 19 ซอย ทองหล่อ 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

02-658-6533

Facebook

facebook.com/Honmono

23. Yuzu Omakase

ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมากาเสะที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานซูชิแบบดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ที่ทันสมัย พร้อมวัตถุดิบพรีเมียม และได้รับแรงบันดาลใจจากส้มยูซุ ร้านถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม หรูหรา ทันสมัยสไตล์คอนเทมโพลารีที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับยุคสมัยใหม่ มีการใช้ไม้และหินอย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่สงบและเป็นส่วนตัว มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟรังสรรค์เมนูได้อย่างใกล้ชิด และมุมที่นั่งสำหรับกลุ่มที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

ทางร้านมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์โอมากาเสะที่ผสมผสานเทคนิคญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมการทำอาหารสมัยใหม่ โดยมีส้มยูซุเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่เชฟนำมาใช้สร้างสรรค์รสชาติ มีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลากหลายราคา ตั้งแต่ Lunch Omakase ที่เริ่มต้น 3,500 บาท The Experience คอร์สที่ยกระดับขึ้นด้วยวัตถุดิบพิเศษและเมนูที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น The Symphony คอร์สพรีเมียมสูงสุดที่รวมสุดยอดวัตถุดิบหายากและเทคนิคการปรุงที่ล้ำหน้า และ The Blue Diamond คอร์สสุดพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้าและจำนวนคนขั้นต่ำ นำเสนอวัตถุดิบที่หายากที่สุดและประสบการณ์โอมากาเสะที่เหนือระดับ

Yuzu Omakase

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00 – 22:00 น.

ที่อยู่

259 สยามสแควร์ ซอย 3 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เบอร์ติดต่อ

063-898-8989

Facebook

facebook.com/yuzuomakase

24. Sushi Otaru

ร้าน Sushi Otaru ให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของซูชิและซาชิมิในราคาที่คุ้มค่า ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองท่าแห่งอาหารทะเลอย่างโอตารุในจังหวัดฮอกไกโด บรรยากาศของร้านมักจะเน้นความเรียบง่าย สะอาดตา และสบายๆ เหมาะกับการมาทานอาหารได้ทุกโอกาส

วัตถุดิบที่นี่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาฮามาจิ เอ็นกาวะ หรือไข่ปลาแซลมอน ล้วนสดใหม่และมีคุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป ซูชิแต่ละคำปั้นอย่างพิถีพิถัน ข้าวซูชิปรุงรสอ่อนๆ เข้ากับเนื้อปลาได้ดี นอกจากซูชิและซาชิมิแบบคำเดี่ยวแล้ว ยังมีเมนูโรลและเมนูดงบุริที่ให้ปริมาณจุใจและคุ้มค่า

c

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–20:00 น.

ที่อยู่

8 ถนน กำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

เบอร์ติดต่อ

061-329-8989

Facebook

facebook.com/Sushiotaruinfo

25. Ryoshin the premium sushi house

Ryoshin the Premium Sushi House มีหลายสาขาในกรุงเทพฯ และสาขาที่รู้จักกันดีคือที่อโศก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านสยามและทองหล่อมากนัก บรรยากาศของร้านมักจะดูเรียบง่าย สบายๆ และเป็นกันเอง เมนูซูชิและซาชิมิมีปลาและอาหารทะเลให้เลือกมากมาย เช่น แซลมอน ทูน่า เอ็นกาวะ และหอยโฮตาเตะ ที่ได้รับคำชมว่าสดและคุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคา มีเมนูโรลอย่าง Red Miso Salmon Roll หรือ Spicy Crispy Salmon Roll ที่น่าลองทาน ส่วนเมนูเด็ดที่หลายๆ คนมักจะสั่งเมื่อมาที่ร้าน คือ Shiro Hotate และ Engawa Sashimi

Ryoshin the premium sushi house

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:00 น.

ที่อยู่

299, ซอย สุขุมวิท 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

065-450-5072

Facebook

facebook.com/RyoshinAsoke

26. Sushi Sora

ร้านโอมากาเสะที่มอบประสบการณ์ซูชิสุดพรีเมียม ตั้งอยู่ที่ชั้น G ของโรงแรม SO/ Bangkok บรรยากาศของร้านถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกสงบ หรูหรา และมีความเป็นส่วนตัวสูงตาม ผนังห้องล้อมด้วยโครงไม้ และมีอักษรคันจิคำว่า Sora ที่หมายถึงก้อนเมฆ ติดอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ขนาดประมาณ 12 ที่นั่ง พร้อมแสงไฟเหนือเคาน์เตอร์ที่คล้องจองกับคอนเซ็ปต์ท้องฟ้า โดดเด่นด้วยการนำเสนอซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ ผสานกับวัตถุดิบคุณภาพสูง และฝีมือเชฟผู้เชี่ยวชาญ

ร้านมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลายระดับราคา โดยมักจะมีคอร์สกลางวันและคอร์สเย็นที่แตกต่างกันที่จำนวนคำและวัตถุดิบ เช่น Lunch Course, Omakase Course, Sora Omakase Course, Chef’s Special Omakase Course และ Emperor Omakase Course นอกจากเมนูซูชิ เมนูเรียกน้ำย่อยก็น่าทานไม่แพ้กัน เช่น Mejimaguro Sashimi, Shiayu Karaage หรือเมนูพิเศษอื่นๆ ที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อเสริมประสบการณ์การทานอาหาร เช่น ซอสปูสูตรพิเศษที่ช่วยเพิ่มรสอูมามิ

Sushi Sora

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:30 น., 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

G Floor, SO/ Bangkok Hotel, 2 ถ. สาทรเหนือ แขวงปทุมวัน เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

เบอร์ติดต่อ

090-095-0666

Facebook

facebook.com/Sushi-Sora

27. Endo Sushi

ร้านซูชิต้นตำรับส่งตรงจากโอซาก้าที่มีประวัติยาวนานกว่าร้อยปี บรรยากาศเน้นความเรียบง่าย เป็นกันเอง และให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทานอาหารอยู่ในร้านซูชิแบบดั้งเดิมที่ญี่ปุ่น มีทั้งที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟปั้นซูชิ และโต๊ะนั่งสบายๆ โดดเด่นด้วยการนำเสนอซูชิสไตล์คันไซแบบดั้งเดิม

เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องลองคือ Sushi Set A-D ที่ทางร้านจะเสิร์ฟซูชิเป็นเซ็ตๆ โดยเชฟจะคัดสรรปลาตามฤดูกาลที่ดีที่สุดมาปั้นให้ แต่ละคำจะมีการปรุงรสมาอย่างพอดีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องปรุงเพิ่ม Endo Sushi ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ข้าวซูชิที่อุ่นเล็กน้อย ไม่ได้เย็นจัด ซึ่งเมื่อสัมผัสกับเนื้อปลาสดๆ จะช่วยให้ไขมันในเนื้อปลาละลายได้กำลังพอเหมาะ ทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มละลายในปาก เมนูของ Endo Sushi อาจจะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่หวือหวามากนัก แต่เน้นที่คุณภาพของวัตถุดิบและฝีมือการปั้นที่พิถีพิถัน ทำให้รสชาติอร่อยและคงความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ

Endo Sushi

เวลาทำการ

อ.-อา. 11:30–14:00 น., 17:00–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

เดอะ เทสต์ ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

092-904-2355

Facebook

facebook.com/endosushithailand

28. Mido Omakase

Mido Omakase ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์วัน บรรยากาศของร้านถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย อบอุ่น และเป็นกันเอง มีที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชมเชฟปั้นซูชิอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเสน่ห์ของการทานโอมากาเสะ ที่จะได้พูดคุยกับเชฟและรับทราบข้อมูลของวัตถุดิบต่างๆ ระหว่างที่ทาน

ร้านให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นปลาทูน่า ไข่หอยเม่น  หอยเชลล์ หรือปลาตามฤดูกาลต่างๆ ที่สดใหม่และมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ร้านมีคอร์สโอมากาเสะให้เลือกหลายระดับราคา ตอบโจทย์ทั้งคนที่อยากเริ่มต้นลองทานโอมากาเสะ หรือคนที่ต้องการประสบการณ์ที่พิเศษมากขึ้น สามารถเลือกคอร์สได้ตามงบประมาณ

Mido Omakase

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–14:00 น., 17:30–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

เอททองหล่อ Sukhumvit 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

063-426-4266

Facebook

facebook.com/mido.omakase

29. Kozue Omakase Thonglor

ร้านอาหารญี่ปุ่นแนวโอมากาเสะที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์ที่ร่มรื่น บรรยากาศของร้านจะให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และโมเดิร์นเล็กน้อย การตกแต่งภายในเน้นการใช้ไม้สีอ่อน แสงไฟอบอุ่น และความสะอาดตา ซึ่งสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง นำเสนอประสบการณ์ซูชิคุณภาพพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้และคุ้มค่า

ร้านมีจุดเด่นคือ วัตถุดิบที่สดใหม่ตามฤดูกาล ฝีมือเชฟที่ประณีต และ บรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง มีคอร์สให้เลือกหลากหลายระดับราคา เช่น คอร์สกลางวัน (Lunch Omakase) และคอร์สเย็น (Dinner Omakase) ที่คอร์สที่ใหญ่ขึ้นและมีวัตถุดิบพรีเมียมมากขึ้น ทำให้เหมาะกับทั้งผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นลองโอมากาเสะไปจนถึงผู้ที่ต้องการคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล

Kozue Omakase Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

335 ซอย ทองหล่อ 17 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

093-691-5651

Facebook

facebook.com/kozueomakase

30. Masu Maki & Sushi Bar

ร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของคนรักซูชิโรลและซูชิคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เดินไม่ไกลจากบีทีเอสพร้อมพงษ์ ร้านมีขนาดเล็กกระทัดรัด บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง สไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นที่ตกแต่งด้วยงานไม้เรียบหรู ทำให้รู้สึกสบายๆ เหมือนมาทานข้าวที่บ้านเพื่อน เหมาะกับการมาทานคนเดียว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนเล็กๆ

Masu Maki & Sushi Bar ไม่ใช่แค่ร้านซูชิโรลทั่วไป แต่เป็นร้านที่ยกระดับมากิซูชิให้เป็นเมนูที่โดดเด่นไม่แพ้ซูชิแบบนิกิริ ที่นี่ มีเมนูมากิซูชิให้เลือกเยอะมากจนตาลายกว่า 40 เมนู แต่ละเมนูถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบ การผสมผสานรสชาติ และการจัดวางที่สวยงามราวกับงานศิลปะ ทำให้การทานมากิที่นี่เหมือนได้มาหาความรู้สึกและประMasu Maki & Sushi BarMasu Maki & Sushi Barสบการณ์ใหม่ๆ จากการทานซูชิ

Masu Maki & Sushi Bar

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:30 น.

ที่อยู่

ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ

0615494663

Facebook

facebook.com/MASU.BANGKOK