10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ
ท่ามกลางกระแสร้านอาหารญี่ปุ่นเกิดใหม่ที่เน้นความน่าตื่นตาตื่นใจตามเทรนด์ แต่ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานอีกหลายแห่งที่ยืนหยัดคู่กรุงเทพฯ มานานกว่าทศวรรษ บางร้านเปิดมานานหลายสิบปีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ร้านเหล่านี้ไม่ใช่แค่สถานที่ฝากท้อง แต่คือพื้นที่บันทึกความทรงจำผ่านรสชาติต้นตำรับที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่ร้านบ้านไม้โบราณที่แฝงตัวอยู่ในซอย ไปจนถึงร้านระดับพรีเมียมที่อยู่คู่โรงแรมหรู หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านผ่านบททดสอบของกาลเวลามาได้คือความใส่ใจในวัตถุดิบและมาตรฐานที่ไม่เคยลดละ หากกำลังมองหารสชาติที่ไว้ใจได้และบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง นี่คือ 10 พิกัดร้านเก่าแก่ที่ต้องหาโอกาสไปลองให้ได้สักครั้ง
1. Umenohana Restaurant Solaria Hotel
บรรยากาศร้าน
Umenohana Restaurant Solaria Hotel ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงแรมโซลาเรีย นิชิเทสซึ กรุงเทพฯ (Solaria Nishitetsu Hotel Bangkok) ตรงแยกอโศก ที่ยังคงความขลังในฐานะร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่เปิดในไทยมานานกว่า 10 ปี มีต้นกำเนิดจากเมืองคุรุเมะ จังหวัดฟุกุโอกะที่มีประวัติยาวนานหลายทศวรรษ บรรยากาศภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยของโรงแรมกับกลิ่นอายความสงบแบบเซน มีทางเดินที่ประดับประดาด้วยไม้และแสงไฟนวลตาที่ช่วยปรับโหมดความรู้สึกให้ผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้ามา มีความประณีตในการจัดวางห้องอาหารที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงมาก มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นความเคลื่อนไหวของย่านสุขุมวิทได้แบบพาโนรามา เหมาะสำหรับการมาทานมื้อพิเศษที่ต้องการทั้งรสชาติชั้นเลิศและความหรูหราที่เงียบสงบ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่คือสวรรค์ของคนรักสุขภาพและหลงใหลในศิลปะอาหารญี่ปุ่นชั้นสูง โดยเฉพาะการนำเสนอเมนูจากเต้าหู้และปูที่ปรุงออกมาได้อย่างไร้ที่ติ จานที่เป็นหัวใจสำคัญคือเต้าหู้สดในหม้อร้อนที่เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดแทบละลายในปากเสิร์ฟพร้อมซอสรสกลมกล่อม หรือจะเป็นเมนูฟองเต้าหู้ทำสดที่เชฟจะมาทำให้ดูที่โต๊ะให้เราได้คีบแผ่นฟองเต้าหู้บางนุ่มมาทานคู่กับโชยุสูตรพิเศษ นอกจากนี้ยังมีเมนูปูทาราบะและปูขนคัดเกรดพรีเมียมนำมานึ่งหรือย่างจนได้ความหวานธรรมชาติ และที่ห้ามพลาดเลยคือบรรดาเมนูไคเซกิหรือคอร์สอาหารตามฤดูกาลที่แต่ละจานถูกจัดแต่งมาอย่างงดงามสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่เครื่องเคียงไปจนถึงจานหลัก
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-4,000 บาท
Umenohana Restaurant Solaria Hotel
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ชั้น 2 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Isshin Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน
Isshin Japanese Restaurant ถือเป็นร้านเก่าแก่ระดับครูที่เปิดมอบความอร่อยมานานกว่า 25 ปี โดยยังคงรักษามาตรฐานเส้นโซบะทำมือไว้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่ยุคบุกเบิก จนกลายเป็นที่พึ่งทางใจของชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในไทย บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกอบอุ่นนุ่มลึกด้วยงานไม้โทนเข้มและแสงไฟสลัวที่ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคือความสงบและเป็นส่วนตัวสูง มีห้องกั้นที่แบ่งสัดส่วนได้ดีมาก ทำให้เหมือนได้วาร์ปเข้าไปนั่งกินข้าวในร้านท้องถิ่นที่โตเกียวจริงๆ เป็นสถานที่ที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาตามแฟชั่น แต่เน้นความขลังและมาตรฐานที่สม่ำเสมอจนได้รับรางวัลการันตีจากหลายสถาบัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่เป็นหัวใจสำคัญของร้านนี้ต้องยกให้โซบะทำมือที่ทางร้านนวดแป้งและรีดเส้นเองแบบสดๆ วันต่อวัน ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและมีกลิ่นหอมของบัควีทชัดเจนมาก โดยเฉพาะโซบะเย็นที่เสิร์ฟมาพร้อมซุปรสชาติกลมกล่อม นอกจากเส้นโซบะแล้ว เมนูแกงกะหรี่ญี่ปุ่นของที่นี่ก็นับว่าระดับเทพ เพราะน้ำแกงมีความข้นคลักและรสชาติลุ่มลึกจากการเคี่ยววัตถุดิบยาวนาน หรือจะลองสั่งชุดข้าวหน้าหมูทอดทงคัตสึที่ทอดมาได้กรอบไม่อมน้ำมัน เนื้อหมูข้างในยังฉ่ำนุ่ม รวมถึงเซตอาหารกลางวันที่คุ้มค่าทั้งปริมาณและคุณภาพ วัตถุดิบทุกอย่างถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเสมือนทำให้คนในครอบครัวทาน
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.ส. 11:30–14:15 น. และ 17:30–22:00 น.
อา. 11:30–14:15 น. และ 17:30–21:30 น.
- ที่อยู่
16 ถนน สุขุมวิท – ซอย สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
3. Sasaya Sukhumvit
บรรยากาศร้าน
Sasaya Sukhumvit เริ่มสร้างตำนานความลึกลับและประณีตในซอยสุขุมวิท 49 มานานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนที่มองหาบรรยากาศญี่ปุ่นแบบย้อนยุคใจกลางเมือง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสงบและลึกลับในเวลาเดียวกัน ด้วยการตกแต่งที่เน้นวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และดินเผา ผสมผสานกับทางเดินแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องอาหารแบบส่วนตัวหลากหลายรูปแบบ แต่ละห้องมีการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ความโดดเด่นที่ต่างจากร้านอื่นคือการนำเสนอวิถีการกินแบบดั้งเดิมที่เรียกว่าอิซากายะระดับพรีเมียม เน้นความละเมียดละไมและกลิ่นอายของวัฒนธรรมท้องถิ่นญี่ปุ่นที่หาดูได้ยากในย่านใจกลางเมืองที่ทันสมัยแบบนี้
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความแปลกใหม่ของวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น โดยมีจานเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งอย่างข้าวอบหม้อดินที่หุงสดใหม่ด้วยน้ำซุปสูตรเฉพาะและเนื้อปลาหรือวัตถุดิบพรีเมียม ซึ่งต้องรอประมาณสามสิบนาทีเพื่อให้ได้ความนุ่มและหอมกรุ่นถึงขีดสุด อีกหนึ่งความพิเศษคือเมนูปลาย่างถ่านที่ใช้เทคนิคการย่างแบบโบราณจนหนังกรอบแต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ รวมถึงบรรดาเมนูเรียกน้ำย่อยอย่างเต้าหู้ทำเองที่มีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดแทบละลายในปาก และยังมีเมนูสร้างสรรค์อย่างฟัวกราส์ย่างที่เสิร์ฟมาพร้อมซอสรสชาติเข้มข้นที่เข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทุกจานถูกจัดวางมาอย่างประณีตสะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดของเชฟที่มีต่ออาหาร
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท
Sasaya Sukhumvit
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.
ส.-อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.
- ที่อยู่
165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Sakura Saku
บรรยากาศร้าน
Sakura Saku ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 31 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศอบอุ่นที่เปิดต้อนรับเหล่านักกินใจกลางซอยสุขุมวิทมานานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตที่ชาวญี่ปุ่นในย่านนี้มักจะแวะเวียนมาผ่อนคลายหลังเลิกงาน บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในบาร์ลับๆ ย่านที่อยู่อาศัยในโตเกียว ตกแต่งด้วยไม้โทนสีนวลตาและมีมุมที่นั่งหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเคาน์เตอร์บาร์สำหรับมาคนเดียวและโต๊ะกึ่งส่วนตัวที่เหมาะแก่การนั่งสังสรรค์ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ครองใจผู้คนได้ยาวนานคือบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา มีความเป็นกันเองสูงและให้ความรู้สึกที่ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นเชิงพาณิชย์ตามห้างสรรพสินค้าอย่างสิ้นเชิง เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งละเลียดรสชาติดั้งเดิมในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูหม้อร้อนที่เป็นหัวใจหลักของร้านคือชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ในแบบฉบับโฮมเมดที่เน้นความพิถีพิถันของน้ำซุปและวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเมนูชาบูชาบูจะใช้ซุปใสรสละเมียดที่ดึงความหวานของเนื้อวากิวสไลซ์ชิ้นโตออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทานคู่กับน้ำจิ้มพอนสึและซอสงารสเข้มข้น ส่วนสุกี้ยากี้มาในสไตล์ญี่ปุ่นแท้ที่ใช้น้ำซุปดำรสชาติกลมกล่อมเค็มหวานกำลังดี เมื่อนำเนื้อไปแกว่งจนชุ่มซอสแล้วจุ่มลงในไข่ไก่สดเกรดพรีเมียมจะให้สัมผัสที่นุ่มละมุนและมันวาวเป็นพิเศษ นอกจากนี้ในชุดยังจัดเต็มด้วยผักสดนานาชนิดและเต้าหู้ที่ต้มจนซึมซับรสชาติของน้ำซุปไว้อย่างเต็มที่ เป็นมื้ออาหารที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและอิ่มเอม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 600-1,200 บาท
Sakura Saku
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ชั้น 2 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. Hiroshima Pizza Okonomiyaki
บรรยากาศร้าน
Hiroshima Pizza Okonomiyaki ปักหลักสร้างตำนานความอร่อยอยู่ในย่านทองหล่อมาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษจนเป็นที่รู้กันในหมู่คนรักอาหารญี่ปุ่นว่าหากอยากทานโอโคโนมิยากิแบบต้นตำรับต้องพุ่งตัวมาที่นี่ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปเข้าไปอยู่ในร้านย่านโฮมทาวน์ที่ญี่ปุ่นด้วยการตกแต่งที่เน้นความเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีเข้มและแสงไฟที่ดูอบอุ่นสบายตา ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือใจกลางร้านจะมีเตาเหล็กแบนขนาดใหญ่หรือเทปปันที่เชฟจะโชว์ลีลาการทำอาหารให้ดูแบบสดๆ กลิ่นหอมของซอสและแป้งที่โดนความร้อนช่วยสร้างบรรยากาศให้การทานอาหารมีอรรถรสมากขึ้น เป็นร้านที่ไม่ได้เน้นความหรูหราแต่เน้นความเก๋าและความเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการมานั่งล้อมวงคุยกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่ผ่อนคลายสุดๆ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่เป็นนางเอกตลอดกาลต้องยกให้พิซซ่าญี่ปุ่นสไตล์ฮิโรชิม่าที่ความพิเศษอยู่ที่การเรียงซ้อนวัตถุดิบเป็นชั้นๆ เริ่มตั้งแต่แป้งบาง กะหล่ำปลีพูนๆ เนื้อสัตว์ และเส้นโซบะหรืออุด้งที่ผัดจนหอมกรุ่นก่อนจะโปะด้วยไข่และราดซอสสูตรลับที่รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน อีกจานที่สายเส้นต้องเลิฟคือยากิโซบะที่ผัดมาแบบแห้งกำลังดีหอมกลิ่นกระทะ หรือจะเป็นเมนูไข่ม้วนสอดไส้หมูและกิมจิที่เนื้อไข่นุ่มละมุนเข้ากันได้ดีกับไส้รสเข้มด้านใน นอกจากนี้ยังมีบรรดาเมนูของย่างบนเตาเทปปันอย่างหอยเชลล์ย่างเนยและเนื้อวัวเกรดดีที่เชฟปรุงมาแบบสุกพอเหมาะ ทุกจานเสิร์ฟมาในกระทะร้อนเพื่อให้รักษาอุณหภูมิและความอร่อยไว้ได้จนคำสุดท้าย
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-800 บาท
Hiroshima Pizza Okonomiyaki
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 16:00–0:00 น.
ส.-อา. 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
ซอยพร้อมพุก 12/14 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/
6. Sushi Sekiji
บรรยากาศร้าน
Sushi Sekiji ตั้งอยู่ใจกลางย่านธนิยะ ติดกับสถานี BTS ศาลาแดง เป็นร้านซูชิระดับตำนานที่ยืนหยัดมอบความอร่อยแบบเงียบเชียบแต่ทรงพลังมานานกว่าทศวรรษ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในย่านกินดื่มของพนักงานออฟฟิศในโตเกียว ด้วยการตกแต่งที่เน้นความคลาสสิกขรึมๆ มีเคาน์เตอร์ไม้ตัวยาวเป็นจุดศูนย์กลางที่เผยให้เห็นลีลาการปั้นซูชิของเชฟแบบใกล้ชิด ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านซูชิสมัยใหม่คือความเรียบง่ายที่ไม่เน้นการจัดจานที่หวือหวา แต่เน้นความขลังและกลิ่นอายความจริงจังตามสไตล์เอโดะมาเอะแบบดั้งเดิม เป็นสถานที่ที่เหล่าชาวญี่ปุ่นที่พำนักในไทยมักจะมานั่งล้อมวงดื่มด่ำกับรสชาติปลาสดๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเป็นส่วนตัวและเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่คือตัวจริงเรื่องความสดของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากตลาดปลาชั้นนำ โดยมีเมนูที่ใครมาก็ต้องสั่งอย่างซูชิหน้าโอโทโร่ที่เนื้อปลามันวาวและแทรกไขมันมาอย่างสวยงามจนแทบละลายในปาก หรือจะเป็นอุนิที่หวานฉ่ำไร้กลิ่นคาวสะท้อนถึงการคัดเกรดปลาระดับพรีเมียม อีกหนึ่งความโดดเด่นคือบรรดาซูชิหน้าต่างๆ ที่ปรุงรสข้าวมาได้อย่างกลมกล่อม มีความเปรี้ยวและเค็มที่สมดุลกับเนื้อปลา รวมถึงเมนูของทานเล่นอย่างหัวปลาต้มซีอิ๊วที่เคี่ยวจนซอสซึมลึกเข้าเนื้อรสชาติเข้มข้น และไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียดที่ช่วยล้างปากได้เป็นอย่างดี ทุกจานถูกปั้นมาอย่างประณีตด้วยน้ำหนักมือที่สม่ำเสมอตามมาตรฐานเชฟรุ่นเก๋าที่รักษาความอร่อยมานานหลายปี
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาท
Sushi Sekiji
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–23:00 น.
- ที่อยู่
62/5-6, ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Yakiniku Kirabi 23
บรรยากาศร้าน
Yakiniku Kirabi เริ่มต้นเส้นทางสายเนื้อในซอยสุขุมวิท 23 มานานกว่า 9 ปี สร้างชื่อเสียงโดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อวากิวจนกลายเป็นร้านประจำของเหล่านักกินเนื้อตัวจริง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในย่านกินดื่มที่โตเกียวด้วยการตกแต่งที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ทุกโต๊ะถูกแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจนด้วยฉากกั้นไม้และม่านบังตา ทำให้การนั่งปิ้งย่างดูไม่อึดอัดและเป็นกันเองสุดๆ สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นและต่างจากร้านอื่นคือความเงียบสงบที่ผสมผสานกับเสียงฉ่าของเนื้อบนเตาถ่านอย่างลงตัว เหมาะมากสำหรับการมานั่งคุยแบบเจาะลึกพร้อมลิ้มรสเนื้อชั้นดีในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรเนื้อวัวญี่ปุ่นระดับพรีเมียมโดยเฉพาะเนื้อวากิวที่มีลายไขมันแทรกสวยงาม จานที่พลาดไม่ได้เลยคือเซตเนื้อรวมห้าชนิดที่รวมส่วนเด็ดๆ มาให้ชิมแบบจุใจ ทั้งเนื้อส่วนท้องที่นุ่มละลายในปากและเนื้อส่วนสันนอกที่เคี้ยวเพลินพ่วงมาด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวเมื่อโดนความร้อนจากเตาถ่าน อีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์คือลิ้นวัวส่วนโคนสไลซ์หนาที่ให้สัมผัสกรุบเด้งแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของเนื้อไว้ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีข้าวยำเกาหลีสไตล์ญี่ปุ่นที่รสชาติเข้มข้นจัดจ้านช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี รวมถึงผักสดและกิมจิเครื่องเคียงที่ทำออกมาได้รสชาติต้นตำรับจริงๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท
Yakiniku Kirabi 23
- เวลาทำการ
จ.-ส. 16:00–23:30 น.
อา. 12:00–22:00 น.
- ที่อยู่
118/8-10 Soi Sukhumvit 23, Klongtoei, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. Hanaya
บรรยากาศร้าน
Hanaya คือพี่ใหญ่ตัวจริงที่เป็นรากฐานของอาหารญี่ปุ่นในไทย โดยเปิดให้บริการมาอย่างยาวนานเกือบ 90 ปี ตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันบริหารงานต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 3 เรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่สุดในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยเลยก็ว่าได้ บรรยากาศภายในร้านจะพาย้อนเวลากลับไปสู่ยุคบุกเบิกด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่ผสมผสานความคลาสสิกของบ้านไม้ญี่ปุ่นกับกลิ่นอายตึกเก่าในซอยเจริญกรุง 39 ได้อย่างลงตัว พื้นที่ด้านในค่อนข้างกว้างขวางมีทั้งโซนโต๊ะนั่งทั่วไปและห้องส่วนตัวแบบเสื่อทาทามิที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก ความพิเศษที่ต่างจากร้านสมัยใหม่คือความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปกินข้าวบ้านญาติผู้ใหญ่ที่เป็นชาวญี่ปุ่น บริการมีความเป็นกันเองและเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยมาตรฐานที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่คือตัวแทนของรสชาติญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เน้นการปรุงแต่งจนเกินไป โดยเฉพาะปลาดิบที่สไลซ์มาแบบชิ้นหนากำลังดี สดใหม่เหมือนส่งตรงจากตลาดปลาทุกวัน เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือหมูทอดทงคัตสึที่ใช้เทคนิคการทอดแบบเฉพาะตัวจนได้แป้งที่กรอบเบาแต่เนื้อหมูด้านในยังมีความนุ่มเด้ง หรือจะเป็นปลาหิมะย่างซีอิ๊วที่ซอสรสชาติเค็มหวานซึมเข้าเนื้อปลา กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ คือนิยามของความฟิน นอกจากนี้ยังมีเมนูหาทานยากอย่างสุกี้ยากี้สไตล์คันไซที่เชฟจะมาปรุงให้ดูแบบสดๆ น้ำซุปดำมีความหอมและเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงเมนูเทมปุระที่ทอดมาได้แห้งสนิทไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท
Hanaya
- เวลาทำการ
อ.-อา. 11:15–14:00 น. และ 17:30–21:30 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
683 ซอย เจริญกรุง 39 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
9. Kitaro Sushi Thonglor
บรรยากาศร้าน
Kitaro Sushi Thonglor ส่งตรงความอร่อยจากโอซาก้ามาถึงย่านทองหล่อได้ประมาณเกือบ 10 ปี โดยยังคงคอนเซปต์ซูชิราคาเดียวที่เปิดต้อนรับคนนอนดึกมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกคึกคักและเป็นกันเองอย่างมาก พื้นที่ถูกจัดสรรให้มีทั้งเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เผยให้เห็นลีลาการปั้นซูชิของเชฟแบบสดๆ และโต๊ะที่นั่งกึ่งส่วนตัวที่กระจายตัวอยู่รอบร้าน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังงานเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในย่านโดทงโบริ ยิ่งดึกบรรยากาศยิ่งมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับการมานั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมทานซูชิคุณภาพดีหลังจากผ่านวันอันเหนื่อยล้าโดยไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมากมาย
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่ชูโรงด้วยซูชิราคามิตรภาพแต่คุณภาพวัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบคำต่อคำ โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่างซูชิหน้าปลาไหลย่างที่เสิร์ฟมาชิ้นหนาจุใจเนื้อนุ่มฟูแทบละลายในปาก หรือจะเป็นอูนิที่สดและหวานละมุนไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่นิดเดียว อีกหนึ่งจานที่ห้ามพลาดคือบรรดาซาซิมิรวมที่จัดจานมาอย่างสวยงามพร้อมเนื้อปลาที่แล่มาแบบพอดีคำให้รสสัมผัสที่เด้งสู้ลิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูของทอดและอาหารปรุงร้อนอย่างกุ้งเทมปุระที่แป้งบางกรอบและซุปมิโซะร้อนๆ ที่รสชาติกลมกล่อมช่วยชูรสชาติของมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี ความเจ๋งคือทางร้านมีเมนูพิเศษประจำวันตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละฤดูกาลทำให้มาทานกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกจำเจ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท
Kitaro Sushi Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 18:00–3:00 น.
- ที่อยู่
161/2 ถนน สุขุมวิท Klongtan Nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. Ashibi Japanese Restaurant Thonglor 18
บรรยากาศร้าน
Ashibi Japanese Restaurant เปิดให้บริการห้องอาหารกึ่งส่วนตัวที่เงียบสงบในซอยทองหล่อ 18 มานานกว่า 20 ปี ถือเป็นจุดนัดพบที่รักษามาตรฐานรสชาติแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างยาวนาน กลายเป็นหนึ่งในร้านระดับตำนานของย่านนี้ บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูงมากด้วยห้องไม้กั้นแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในบ้านพักส่วนตัวที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ผสมผสานความขลังของเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอุ่นและของตกแต่งที่ดูมีเรื่องราว สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าใครคือความเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในย่านทองหล่อ เหมาะสำหรับการมานั่งล้อมวงคุยกันอย่างเต็มอิ่มท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารจานเด็ดที่ใครมาก็ต้องสั่งคือนาเบะหรือหม้อไฟร้อนๆ ที่น้ำซุปมีความเข้มข้นกลมกล่อมจากการเคี่ยวตามสูตรเฉพาะสืบทอดกันมานาน อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างชื่อให้ร้านคือความสดของชุดซาซิมิที่แล่มาชิ้นหนาพอดีคำ เนื้อปลาหวานฉ่ำสะท้อนถึงการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน รวมถึงเมนูปลาหิมะย่างเกลือที่ย่างมาได้หนังกรอบนิดๆ แต่เนื้อด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำกระจายไปทั่วปาก และที่ขาดไม่ได้เลยคือบรรดาเครื่องเคียงแนวกับแกล้มสไตล์โอสึมามิที่มีให้เลือกหลากหลายชนิด เชฟปรุงออกมาได้รสชาติลุ่มลึกเข้ากับเครื่องดื่มเย็นๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นรสชาติที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท
Ashibi Japanese Restaurant Thonglor 18
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
518/9 ซอยสุขุมวิท 55 ซอย ทองหล่อ 18 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาดี อิ่มอร่อยด้วยงบไม่เกิน 500 บาท
21.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่นั่งเอาท์ดอร์ (Outdoor) รูฟท็อป (Rooftop) ดื่มด่ำบรรยากาศรับลมเย็น
19.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้าน
18.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
11 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองนาโกย่า (Nagoya) และมิเอะ (Mie)
17.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภูมิภาคคิวชู
15.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido)
14.02.2026