10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีห้องส่วนตัว (Private Room) ให้บริการ

27.01.2026 (Updated: 27.01.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีห้องส่วนตัว (Private Room) ให้บริการ

ถ้าคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวในมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นการนัดเจรจาธุรกิจครั้งสำคัญที่ต้องการความเงียบสงบ หรือการสังสรรค์กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนสนิทที่อยากพูดคุยหัวเราะได้เต็มที่โดยไม่มีเสียงรบกวนจากโต๊ะข้างๆ บทความนี้ได้รวบรวมพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศที่ตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ส่วนตัวได้อย่างตรงจุด ไม่รอช้า ไปอ่านกันเลยกับ 10 ลิสต์ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพที่จะเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษในแบบที่เป็นส่วนตัวที่สุด

สารบัญ

Show More

1. Sushi Kappou Ishimoto

บรรยากาศร้าน

ก้าวเท้าเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงความขรึมแต่ทว่าอบอุ่นตามสไตล์คัปโปะดั้งเดิมที่เน้นความพิถีพิถันเป็นพิเศษ สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นกว่าร้านซูชิทั่วไปคือการจัดวางสเปซที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวสูงมาก มีโซนห้องส่วนตัวสำหรับคนที่มาเป็นกลุ่ม และแม้จะนั่งเคาน์เตอร์บาร์ก็ไม่รู้สึกอึดอัด การตกแต่งเน้นงานไม้สีอ่อนและแสงไฟที่นวลตา ช่วยขับให้ตัวเชฟและวัตถุดิบตรงหน้ากลายเป็นพระเอกของมื้ออาหารอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็กๆ อย่างการเลือกใช้เครื่องครัวที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ทุกจานที่เสิร์ฟออกมาดูเหมือนงานศิลปะที่ทานได้

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ถ้ามาถึงที่นี่แล้วไม่ได้ลองเมนูโอมากาเสะที่เชฟคัดสรรตามฤดูกาลถือว่าพลาดอย่างแรง โดยเฉพาะบรรดาปลาเนื้อขาวที่ผ่านการบ่มมาอย่างพอดีจนดึงรสอูมามิออกมาได้อย่างเต็มที่ เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดคือซูชิที่ทาซอสสูตรเฉพาะของร้านมาให้เรียบร้อยแบบไม่ต้องจิ้มโชยุเพิ่ม รวมถึงเมนูสัมผัสละมุนอย่างไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียดที่ใส่วัตถุดิบพรีเมียมลงไปเซอร์ไพรส์ด้านล่างถ้วย และซูชิหน้าอูนิที่คัดเกรดสดใหม่ชนิดที่ละลายในปากทันที

ช่วงราคา

งบประมาณสำหรับมื้ออาหารที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับว่าเลือกคอร์สเมนูในช่วงกลางวันหรือเย็น รวมถึงการสั่งเครื่องดื่มพรีเมียมเพิ่มเติม

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านนัดคุยธุรกิจสำคัญที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ หรืออยากพากลุ่มเพื่อนสนิทมาฉลองโอกาสพิเศษโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนจากโต๊ะข้างๆ ที่นี่ตอบโจทย์มาก ห้องส่วนตัวของที่นี่ออกแบบมาให้รู้สึกโปร่งสบายแต่ปิดมิดชิด เหมาะกับคนที่ต้องการสเปซในการพูดคุยควบคู่ไปกับการดื่มด่ำกับรสชาติอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์ที่เสิร์ฟแบบต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอน

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

ห้อง 301, โรงแรม Hotel Nikko Bangkok, ชั้น 3, 27 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

2. YAKINIKU HIROSHIMA

บรรยากาศร้าน

พอก้าวเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสมผสานความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว จุดที่ทำให้ที่นี่ดูพิเศษกว่าร้านปิ้งย่างทั่วไปคือการระบายอากาศที่ทำได้ดีเยี่ยมจนไม่มีกลิ่นควันมารบกวนบรรยากาศการสนทนา การตกแต่งเน้นวัสดุธรรมชาติและแสงไฟสลัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองมาก เหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในย่านร้านอาหารใจกลางเมืองฮิโรชิม่าจริงๆ ที่สำคัญคือการจัดวางโต๊ะและห้องต่างๆ ให้ความรู้สึกที่กว้างขวาง ไม่แออัด ทำให้มื้ออาหารดูมีความเป็นส่วนตัวและมีระดับขึ้นมาทันที

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นที่สุดของร้านนี้ต้องยกให้เนื้อวากิวคัดเกรดพิเศษจากฮิโรชิม่าที่เมื่อย่างแล้วแทบจะละลายในปากทันที อีกจานที่ห้ามพลาดคือลิ้นวัวหั่นหนาที่ให้ความหนึบและนุ่มในเวลาเดียวกัน ส่วนสายเครื่องเคียงต้องลองกิมจิสูตรโฮมเมดและข้าวยำเกาหลีสไตล์ญี่ปุ่นที่ปรุงรสมาได้กลมกล่อมลงตัว ช่วยตัดเลี่ยนหลังจากทานเนื้อได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายด้วยของกินเล่นอย่างหอยนางรมสดจากฮิโรชิม่าที่ตัวใหญ่และหวานฉ่ำสุดๆ

ช่วงราคา

สำหรับการมาทานที่นี่ ช่วงราคาต่อหัวจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราเน้นสั่งเนื้อส่วนพรีเมียมขนาดไหนและการเลือกสั่งเครื่องดื่มมาดื่มคู่กับปิ้งย่าง

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่ตอบโจทย์มากสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานสังสรรค์ขนาดเล็กหรือการมาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะห้องส่วนตัวของที่นี่มีความมิดชิดและนั่งสบาย ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเป็นอิสระในการปิ้งย่างและพูดคุยหัวเราะได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะไปรบกวนใคร เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่อยากกินปิ้งย่างสุดพรีเมียมแต่ยังต้องการพื้นที่ส่วนตัวในการสร้างความสัมพันธ์

YAKINIKU HIROSHIMA

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

ถนนสุขุมวิท 42 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-hiroshima/

3. Sasaya Sukhumvit

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศข้างในร้านให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดไปอยู่ในบ้านดินเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก การตกแต่งเน้นงานไม้สีเข้มและโครงสร้างแบบดั้งเดิมที่ดูขรึมและมีมนต์ขลัง สิ่งที่แตกต่างจากร้านอื่นอย่างเห็นได้ชัดคือการแบ่งสัดส่วนพื้นที่เป็นห้องย่อยๆ เยอะมาก ทำให้รู้สึกเหมือนว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนพลุกพล่านทันทีที่เข้ามาในร้าน ทุกมุมของร้านประดับด้วยของตกแต่งพื้นบ้านที่ชวนให้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปได้ไม่เบื่อ เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและอบอุ่นไปพร้อมกัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

จานเด็ดที่เกือบทุกโต๊ะต้องสั่งคือปลาเผาเกลือที่ใช้เทคนิคการย่างจนหนังกรอบและเนื้อในยังคงความชุ่มฉ่ำ รสชาติเข้มข้นถึงใจ อีกเมนูซิกเนเจอร์ที่ขาดไม่ได้คือข้าวอบหม้อดินที่เชฟปรุงสดใหม่ทุกออเดอร์ กลิ่นหอมของข้าวและวัตถุดิบที่อบมาด้วยกันจะอบอวลทันทีที่เปิดฝาหม้อ นอกจากนี้บรรดากับแกล้มแนวอิซากายะพรีเมียมอย่างของทอดและของย่างเสียบไม้ของที่นี่ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร

ช่วงราคา

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000-3,000 บาท เป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารและการบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่มองหาที่แฮงเอาท์หลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อนสนิท หรือการนัดกินเลี้ยงทีมงานที่ต้องการพื้นที่ในการคุยกันแบบส่วนตัวแต่ไม่อยากได้บรรยากาศที่ดูเป็นทางการจนเกินไป ห้องส่วนตัวของที่นี่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมากและมีหลายขนาดให้เลือก เหมาะกับคนที่ชอบดื่มด่ำกับสาเกดีๆ ควบคู่ไปกับกับแกล้มชั้นเลิศในพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนนั่งกินอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 18:00–23:00 น.

ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

165 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

4. Yakiniku Kirabi 23

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศข้างในร้านเต็มไปด้วยพลังของความเป็นร้านปิ้งย่างญี่ปุ่นแบบโมเดิร์นที่แฝงความหรูหราไว้นิดๆ แต่ยังคงความเท่ด้วยโทนสีมืดและการตกแต่งที่ดูโฉบเฉี่ยว จุดที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือการจัดการเรื่องควันที่ทำได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะเหมือนร้านปิ้งย่างทั่วไป การจัดแสงไฟจะเน้นเฉพาะจุดบนโต๊ะอาหาร ทำให้ตัวเนื้อวากิวที่วางลงไปดูโดดเด่นและน่ากินขึ้นไปอีก เป็นร้านที่เหมาะทั้งการมาเดทแบบมีสไตล์หรือจะมาสังสรรค์แบบเน้นความเอ็กซ์คลูซีฟก็ได้ทั้งหมด

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ต้องจดลงลิสต์ไว้เลยคือเนื้อวากิวระดับพรีเมียมคัดพิเศษที่เชฟจะคัดส่วนที่ดีที่สุดในแต่ละวันมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะเมนูรวมเนื้อหลายส่วนที่ทำให้เราได้ชิมรสสัมผัสที่แตกต่างกันไปตั้งแต่เนื้อส่วนที่เคี้ยวสนุกไปจนถึงส่วนที่แทบจะละลายหายไปทันทีที่เข้าปาก อีกหนึ่งจานเด็ดคือลิ้นวัวหั่นหนาที่นุ่มเด้งเป็นพิเศษ และที่พลาดไม่ได้คือข้าวผัดกระเทียมที่หอมทั้งกลิ่นกระทะและกลิ่นกระเทียมสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ถือเป็นเมนูลับที่ช่วยเติมเต็มมื้อปิ้งย่างให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ช่วงราคา

สำหรับค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อหัว ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกสั่งเนื้อเกรดไหนและปริมาณเครื่องดื่มที่เลือกมาทานคู่กัน

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มองหาที่นั่งคุยธุรกิจแบบไม่เป็นทางการมากนัก หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการจัดปาร์ตี้ส่วนตัวแบบที่ต้องการความเป็นอิสระในการปิ้งย่างและพูดคุยกันอย่างเต็มที่ ห้องส่วนตัวของที่นี่ให้ความรู้สึกที่มิดชิดแต่ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวและอยากได้บริการที่รวดเร็วทันใจในบรรยากาศที่ดูวัยรุ่นและทันสมัย

Yakiniku Kirabi 23

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–23:30 น.

ส. 12:00–23:30 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

118, 8-10 ซ. สุขุมวิท 23 Klongtoei-Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-kirabi-23/

5. Kemuriya

บรรยากาศร้าน

ก้าวเข้าไปในร้านจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่นสุดพรีเมียมดีๆ สักร้าน บรรยากาศมีความขรึมด้วยโทนสีไม้เข้มและแสงไฟสลัวๆ สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอื่นอย่างชัดเจนคือความสงบเงียบและความรู้สึกที่เป็นกันเอง มีความโฮมมี่สูงมากแต่ก็แฝงไปด้วยความเนี้ยบในรายละเอียด ทุกมุมของร้านให้ความรู้สึกเหมือนเป็นร้านลับที่คนรักอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดิมต้องมาเยือน บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นส่วนตัวโดยธรรมชาติด้วยการจัดสัดส่วนที่นั่งที่ทำให้เราได้จมดิ่งไปกับรสชาติอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ถือว่าห้ามพลาดเด็ดขาดคือ ข้าวหน้าเนื้อวากิวที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน เนื้อนุ่มแทบละลายและหอมกลิ่นซอสที่เป็นสูตรเฉพาะของร้าน อีกหนึ่งจานที่เป็นซิกเนเจอร์คือสเต็กเนื้อวากิวที่เสิร์ฟมาในระดับความสุกกำลังดี รวมถึงเมนูเคียงอย่างสลัดมันฝรั่งและซุปมิโซะที่รสชาติเข้มข้นถึงใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารเซ็ตที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาจัดวางอย่างสวยงาม ให้รสชาติที่กลมกล่อมและเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบไม่ต้องปรุงเยอะ

ช่วงราคา

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,500 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับประสบการณ์การทานเนื้อวากิวคุณภาพสูงในบรรยากาศที่หาได้ยากใจกลางเมืองแบบนี้

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีห้องส่วนตัวเพื่อดื่มด่ำกับมื้ออาหารอย่างเงียบเชียบ หรือนัดคุยธุระที่ต้องการความน่าเชื่อถือและบรรยากาศที่สุขุม ห้องส่วนตัวของเขาให้ความรู้สึกที่มิดชิดและอบอุ่น เหมาะกับคนที่เบื่อร้านอาหารในห้างที่เสียงดังวุ่นวาย แล้วอยากเปลี่ยนมานั่งในมุมสงบที่เน้นการเสพสุนทรียภาพของรสชาติอาหารและบทสนทนาอย่างแท้จริง

Kemuriya

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

14 2 Soi Prommit แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kemuriya/

6. Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศข้างในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความสนุกสนานของบาร์ซูชิและความคลาสสิกของการย่างแบบโรบาตายากิได้อย่างลงตัวมาก สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูแปลกตาคือความหลากหลายของโซนที่นั่งที่มีตั้งแต่เคาน์เตอร์ยาวไปจนถึงมุมที่จัดไว้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน การตกแต่งมีความเป็นญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ดูมีชีวิตชีวา แสงไฟไม่มืดจนเกินไปแต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น จุดเด่นคือความรู้สึกกึ่งอิซากายะที่มีความพรีเมียมมากกว่าร้านทั่วไป ทำให้บรรยากาศดูเป็นกันเองแต่ยังคงความเนี้ยบในเรื่องของการบริการและคุณภาพอาหาร

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือบรรดาของย่างโรบาตายากิที่เชฟจะนำวัตถุดิบสดๆ ไม่ว่าจะเป็นผักตามฤดูกาลหรือปลาเนื้อดีมาปรุงบนเตาต่อหน้าจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว รวมถึงซูชิคำโตที่เป็นเอกลักษณ์ของคิทาโร่ซูชิ โดยเฉพาะหน้าปลาไหลหรือเอนกาวะที่ให้มาชิ้นใหญ่สะใจ รสชาติซอสเข้มข้นเข้าเนื้อ และอีกอย่างที่ต้องสั่งคือเมนูของว่างประเภททอดหรือนึ่งที่มักจะมีลูกเล่นใส่มาในจานเสมอ ทำให้การทานอาหารที่นี่ดูมีสีสันและไม่น่าเบื่อ

ช่วงราคา

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างเป็นมิตรเมื่อเทียบกับความหลากหลายของเมนูที่มีให้เลือกทั้งสายซูชิและสายปิ้งย่าง

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ สำหรับคนที่อยากได้ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีห้องส่วนตัวแบบไม่เครียด เหมาะมากกับการนัดรวมตัวกลุ่มเพื่อนใหญ่ๆ ที่แต่ละคนชอบกินอาหารไม่เหมือนกัน เพราะมีทั้งซูชิและของย่างในที่เดียว ห้องส่วนตัวของที่นี่ให้ความรู้สึกสบายๆ จะเสียงดังหัวเราะกันหน่อยก็ไม่ค่อยมีปัญหา ใครที่กำลังมองหาที่เลี้ยงฉลองวันเกิดหรือมื้อสังสรรค์ออฟฟิศในบรรยากาศที่สนุกๆ แต่ยังอยากได้ความเป็นส่วนตัวเพื่อคุยกันได้ทั่วถึง ร้านนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

Kitaro Sushi & Robatayaki KAGUYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23, แขวงวัฒนา, เขตวัฒนา, กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-kaguya/

7. Sakura Saku

บรรยากาศร้าน

ก้าวเข้าไปข้างในจะรู้สึกได้ถึงความโอ่โถงที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบสมัยใหม่กับศิลปะญี่ปุ่นได้อย่างน่าประทับใจ จุดที่ทำให้ร้านนี้ดูแพงและต่างจากที่อื่นคือการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ดูมีดีไซน์ ไม่ใช่แค่ไม้เรียบๆ ทั่วไป แต่มีการเล่นระดับของแสงไฟและเงาที่ช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ บรรยากาศจะให้ความรู้สึกที่ดูสุขุมแต่ก็แฝงความตื่นเต้นด้วยครัวแบบเปิดในบางโซนที่โชว์การย่างแบบโรบาตายากิ การจัดวางโต๊ะและทางเดินเน้นความกว้างขวาง ทำให้รู้สึกว่ามีพื้นที่หายใจเยอะ ไม่ได้มานั่งเบียดกับใคร เป็นร้านที่แค่เดินเข้ามาก็ช่วยอัปเกรดความรู้สึกของมื้ออาหารให้ดูเป็นมื้อพิเศษขึ้นมาทันที

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นพระเอกและห้ามพลาดเด็ดขาดคือสุกี้ยากี้น้ำดำสูตรเข้มข้นที่รสชาติกลมกล่อมตามแบบฉบับดั้งเดิม ตัวน้ำซุปมีความหอมและหวานเค็มกำลังดี ยิ่งเมื่อนำเนื้อวากิวลายสวยๆ ลงไปแกว่งพอสุกแล้วจุ่มกับไข่สดเกรดพรีเมียมจะให้สัมผัสที่ละมุนลิ้นสุดๆ นอกจากนี้ยังมีบรรดาของว่างและอาหารเคียงที่ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน รวมถึงเมนูซาซิมิที่คัดความสดมาแบบเน้นๆ และของทอดที่ไม่อมน้ำมัน ทำให้ภาพรวมของมื้ออาหารมีความหลากหลายและลงตัวในทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟ

ช่วงราคา

สำหรับช่วงราคาต่อหัวจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาท ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับบรรยากาศที่หรูหราและการคัดเกรดวัตถุดิบระดับพรีเมียมมาเสิร์ฟ

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านรับรองแขกหรือนัดคุยงานที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดูดีและน่าเชื่อถือ เพราะห้องส่วนตัวของที่นี่มีความมิดชิดและออกแบบมาได้สวยงามมาก เหมาะกับการเป็นห้องเจรจาธุรกิจหรือมื้อค่ำที่ต้องการความเป็นทางการขึ้นมาหน่อยแต่ยังคงความผ่อนคลายด้วยอาหารเลิศรส ใครที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวที่ดูดีมีสไตล์เพื่อสร้างความประทับใจให้กับคู่สนทนา บอกเลยว่าที่นี่คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ

Sakura Saku

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

22 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sakura-saku/

8. Japanese Kitchen Ant’z

บรรยากาศร้าน

พอก้าวเข้าไปในร้านจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น บรรยากาศดูเรียบง่ายและเป็นกันเองมาก การตกแต่งไม่ได้เน้นความหรูหราอลังการแต่ให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนไปนั่งทานข้าวบ้านคนญี่ปุ่นจริงๆ สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าร้านอื่นคือบรรยากาศที่ดูโฮมมี่และเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน การจัดพื้นที่ทำออกมาได้เป็นสัดส่วน มีมุมที่ดูเฉพาะตัวและให้ความรู้สึกว่าเป็นที่พักผ่อนจากการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เป็นร้านที่เน้นความจริงใจในรสชาติและบรรยากาศที่ทำให้เราหายเครียดได้ตั้งแต่เดินเข้ามาเลย

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์และแทบทุกโต๊ะต้องสั่งคือบรรดาซูชิและโรลต่างๆ ที่ทำออกมาได้พอดีคำและมีรสชาติที่กลมกล่อมมาก โดยเฉพาะเมนูที่ใช้ปลาสดตามฤดูกาลซึ่งเชฟคัดมาอย่างพิถีพิถัน อีกจานที่ห้ามพลาดคือเมนูข้าวอบหม้อดินที่ให้รสชาติเหมือนรสมือแม่ชาวญี่ปุ่นแท้ๆ น้ำซุปมีความหอมและละมุนลิ้น รวมถึงบรรดาเมนูทานเล่นสไตล์กับแกล้มที่ปรุงมาได้จัดจ้านกำลังดี เหมาะกับการสั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อเริ่มต้นมื้ออาหารอย่างมีความสุข

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาท ถือว่าคุ้มค่าและย่อมเยามากเมื่อเทียบกับปริมาณและคุณภาพอาหารที่ได้รับในย่านนี้

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีห้องส่วนตัวแบบเรียบง่าย ไม่ต้องพิธีรีตองเยอะ เหมาะกับการนัดกลุ่มเพื่อนร่วมงานมานั่งเม้าท์มอยกันหลังเลิกงาน หรือครอบครัวที่อยากได้พื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ เพื่อทานข้าวกันแบบพร้อมหน้าในราคาที่สบายกระเป๋า ห้องส่วนตัวของที่นี่ตอบโจทย์เรื่องความรู้สึกเป็นกันเอง ทำให้เรากล้าที่จะพูดคุยหัวเราะได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกร็ง เป็นร้านที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

Japanese Kitchen Ant’z

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

416/4 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/japanese-kitchen-antz/

9. LABURI Shabu Izakaya Bangkok

บรรยากาศร้าน

ก้าวเข้าไปในร้านจะสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งที่แฝงไปด้วยความเท่แบบญี่ปุ่นร่วมสมัย การตกแต่งร้านเลือกใช้โทนสีไม้ที่ดูสว่างและสะอาดตา ตัดกับเส้นสายของโครงสร้างเหล็กที่ทำให้ร้านดูมีความทันสมัยมากขึ้น จุดที่แตกต่างจากร้านชาบูทั่วไปคือการผสมผสานอารมณ์แบบอิซากายะเข้าไป ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาและสนุกสนาน ไม่นิ่งจนเกินไป เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกว่าเราสามารถมานั่งล้อมวงกินหม้อไฟร้อนๆ ไปพร้อมกับสั่งกับแกล้มมาสังสรรค์ได้ในที่เดียว แสงไฟภายในร้านสว่างพอดีๆ ช่วยให้มื้ออาหารดูสดใสและเป็นกันเองมาก

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่เป็นหัวใจหลักและห้ามพลาดเลยคือเซตชาบูเนื้อวากิว เสิร์ฟคู่กับน้ำซุปสูตรเฉพาะของร้านที่เคี่ยวมาจนรสชาติกลมกล่อม ยิ่งถ้าได้จุ่มเนื้อแกว่งไปมาพอสุกแล้วจิ้มกับไข่สดเกรดพรีเมียมบอกเลยว่าฟินสุดๆ นอกจากสายชาบูแล้ว เมนูสไตล์อิซากายะอย่างพวกของทอดเสียบไม้คัดพิเศษ และซาซิมิที่หั่นมาแบบชิ้นหนาเต็มคำก็เป็นอะไรที่ช่วยชูโรงมื้อนี้ได้ดีมาก โดยเฉพาะเมนูทานเล่นที่มีลูกเล่นในการจัดจานที่ดูสนุกและเข้ากับบรรยากาศร้าน

ช่วงราคา

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนสำหรับการมาทานที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเน้นหนักไปทางเนื้อเกรดพรีเมียมหรือเลือกเพลิดเพลินกับบรรดาเมนูเครื่องดื่มและกับแกล้มที่หลากหลาย

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่คือพิกัดที่ลงตัวสุดๆ สำหรับคนที่อยากนัดแก๊งเพื่อนมาจัดปาร์ตี้ส่วนตัวแบบที่ต้องการทั้งความอิ่มท้องจากหม้อไฟและความมันส์แบบร้านอิซากายะ ห้องส่วนตัวของที่นี่ให้ความมิดชิดในระดับที่ทำให้เราสามารถคุยกันได้ออกรสชาติโดยไม่ต้องเกรงใจโต๊ะข้างๆ หรือถ้าใครอยากพาทีมงานมาเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์ในที่ที่บรรยากาศดูวัยรุ่นและไม่น่าเบื่อ ร้านนี้ตอบโจทย์เรื่องพื้นที่และความหลากหลายของเมนูอาหารได้แบบครบจบในที่เดียว

LABURI Shabu Izakaya Bangkok

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

120/10 ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/laburi/

10. Sho Japanese Dining

บรรยากาศร้าน

บรรยากาศข้างในร้านให้ความรู้สึกที่เก๋และเงียบสงบในเวลาเดียวกัน การตกแต่งเน้นสไตล์ร่วมสมัยที่ผสมความเป็นญี่ปุ่นเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างมีรสนิยม สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าร้านอื่นคือความใส่ใจในเรื่องของที่นั่งที่มีความโปร่งโล่ง แม้จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจนแต่ไม่รู้สึกอึดอัดเลย แสงไฟถูกออกแบบมาให้ดูนวลตา ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการหลบความวุ่นวายมานั่งละเมียดละไมกับอาหารดีๆ ในมุมที่สงบและดูดี

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาดคือบรรดาอาหารที่เน้นวัตถุดิบตามฤดูกาลซึ่งเชฟจะนำมาพรีเซนต์ในรูปแบบที่ทันสมัยแต่รสชาติยังคงความออริจินัลไว้ครบถ้วน โดยเฉพาะจานซาซิมิที่คัดเฉพาะปลาเกรดพรีเมียมหั่นมาชิ้นหนากำลังดี หรือจะเป็นเมนูประเภทเนื้อย่างที่ปรุงรสมาได้อย่างลุ่มลึก นอกจากนี้ยังมีบรรดาของทานเล่นที่ทำออกมาได้ละเอียดอ่อน รวมถึงเมนูข้าวหน้าปลาต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในเรื่องของรสชาติและหน้าตาที่จัดวางมาอย่างสวยงามจนแทบไม่กล้าทาน

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท ถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพวัตถุดิบที่ค่อนข้างหายากและการบริการที่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาที่นั่งทานอาหารญี่ปุ่นแบบส่วนตัวเพื่อคุยธุรกิจสำคัญที่ต้องการความเป็นทางการขึ้นมาอีกนิด หรือคู่รักที่อยากจะมาฉลองวันพิเศษในบรรยากาศที่ดูแพงและนิ่งสงบ ห้องส่วนตัวของที่นี่ถูกออกแบบมาให้มีความเป็นส่วนตัวสูงและมีการบริการที่ค่อนข้างเนี้ยบ ใครที่ชอบความนิ่ง ขรึม และอยากได้พื้นที่ที่รับรองแขกแล้วดูน่าเชื่อถือ ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

Sho Japanese Dining

เวลาทำการ

จ.-พฤ.11:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น.

ศ.-อา.11:00–14:30 น. และ 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

Vibes 267/13 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sho-japanese-dining/