8 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สัมผัสรสชาติต้นตำรับแท้

28.01.2026 (Updated: 03.02.2026)
8 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สัมผัสรสชาติต้นตำรับแท้

ในยุคที่ร้านอาหารญี่ปุ่นมีให้เลือกมากมาย การได้พบกับร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่รักษารสชาติต้นตำรับพร้อมการบริการที่น่าประทับใจจึงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าแก่การมาลอง บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ 8 ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำที่โดดเด่นทั้งเรื่องบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพวัตถุดิบที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน ช่วยให้เลือกร้านสำหรับมื้อพิเศษที่รับรองว่าจะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำที่แสนประทับใจผ่านรสชาติอันละเมียดละไม

สารบัญ

Show More

1. Kappo Hisa

บรรยากาศร้าน

Kappo Hisa นำเสนอเสน่ห์ของการกินดื่มสไตล์คัปโปะที่ดูเข้าถึงง่ายแต่แฝงไปด้วยความประณีตลุ่มลึก พื้นที่ภายในร้านเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยเคาน์เตอร์ไม้ที่จัดวางให้เราได้เห็นทุกท่วงท่าการขยับตัวของเชฟอย่างใกล้ชิด ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นออกมาคือการรักษาสมดุลระหว่างความเป็นกันเองกับความพิถีพิถันแบบดั้งเดิม แสงไฟในร้านช่วยขับเน้นให้อาหารตรงหน้าดูโดดเด่น ทำให้การมานั่งทานที่นี่ไม่ใช่แค่การอิ่มท้อง แต่เป็นการซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ที่หาได้ยากในย่านใจกลางเมือง

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

หัวใจสำคัญของเมนูที่นี่คือการหยิบเอาวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาลมาตีความใหม่โดยไม่เสียรสชาติธรรมชาติไป เมนูที่มาแล้วต้องลองคือเมนูสไตล์คัปโปะที่ใช้เทคนิคการทำที่เฉพาะตัว หรือจะเป็นจานปลาดิบที่คัดเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟ ความพรีเมียมของที่นี่วัดกันที่รายละเอียดเล็กน้อยอย่างอุณหภูมิของข้าวหรือความหนาของชิ้นปลาที่ถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อให้รสสัมผัสกระจายตัวได้ทั่วทั้งปากในคำเดียว

ช่วงราคา

สำหรับราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือกและวัตถุดิบพิเศษในช่วงเวลานั้น

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่เบื่อการทานโอมากาเสะแบบเดิมๆ แล้วอยากเปลี่ยนมาสัมผัสการทานโอมากาเสะสไตล์คัปโปะที่เน้นการสื่อสารและการปรุงอาหารที่หลากหลายรูปแบบกว่า ทั้งการต้ม นึ่ง ย่าง และทอด ถ้ากำลังมองหาที่สำหรับเดทสำคัญหรือมื้ออาหารฉลองโอกาสพิเศษที่ต้องการความสงบ เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพของวัตถุดิบระดับไฮเอนด์และการบริการที่ใส่ใจทุกรายละเอียด แนะนำให้แวะมาเช็กอินที่นี่เลย

Kappo Hisa

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 17:00–21:00 น.

ที่อยู่

66/4 mile malle sukhmvit20 g floor room103, ซอย ไผ่สิงห์โต sukhmvit20, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-hisa/

2. Kitaohji Ginza Thailand

บรรยากาศร้าน

Kitaohji Ginza Thailand ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมย่านทองหล่อที่มอบประสบการณ์การกินดื่มที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง พื้นที่ภายในจำลองบรรยากาศร้านระดับตำนานจากย่านกินซ่ามาไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การตกแต่งด้วยไม้ธรรมชาติที่ดูสงบเงียบ ไปจนถึงพนักงานที่สวมชุดกิโมโนคอยดูแลแบบนอบน้อม ความพิเศษที่แตกต่างจากร้านอื่นคือการเน้นวัฒนธรรมการต้อนรับแบบโอโมเตะนาชิ (Omotenashi) ที่ลงลึกในทุกรายละเอียด ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปนั่งทานอาหารอยู่ในเรียวกังหรูใจกลางญี่ปุ่นจริงๆ โดยไม่ต้องมีเสียงรบกวนจากโต๊ะข้างๆ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

จานเด่นที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของร้านคือปูขนนำเข้าจากฮอกไกโดที่เนื้อหวานแน่นและมันปูเข้มข้น รวมถึงเนื้อวากิวระดับ A5 ที่ปรุงออกมาในรูปแบบต่างๆ ทั้งการย่างบนหินภูเขาไฟหรือทำเป็นหม้อไฟสไตล์ไคเซกิ ความใส่ใจของที่นี่สะท้อนผ่านการจัดแต่งจานที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลอย่างบรรจง ทุกคอร์สผ่านการวางลำดับรสชาติมาอย่างดีเพื่อให้แขกได้สัมผัสถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นในมาตรฐานเดียวกับสาขาแม่

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3,500-7,500 บาทขึ้นไป ตามแต่ประเภทของคอร์สอาหารและวัตถุดิบพิเศษที่เลือกสั่งเพิ่มเติม

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับคนที่มองหาร้านอาหารเพื่อคุยธุรกิจสำคัญ หรือต้องการมื้อค่ำที่ต้องการความสงบและเป็นส่วนตัวแบบสุดโต่ง หากชอบการดูแลที่ประณีตและเน้นความเป็นทางการในระดับพรีเมียม แต่ยังคงได้ลิ้มลองรสชาติอาหารแบบไคเซกิขนานแท้ที่ไม่ต้องไปนั่งเบียดบนเคาน์เตอร์กับใคร ร้านนี้ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างไร้ที่ติ

Kitaohji Ginza Thailand

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

212 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaohji-ginza-thailand/

3. Yamazato Bangkok

บรรยากาศร้าน

Yamazato Bangkok คือจุดหมายปลายทางของคนที่หลงใหลในศาสตร์แห่งอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่เต็มไปด้วยความหรูหราสง่างามบนชั้น 24 ของโรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ภายในร้านถูกออกแบบโดยสะท้อนถึงวิถีเซนที่เงียบสงบผ่านงานไม้และการจัดวางพื้นที่อย่างสมดุล ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครคือทัศนียภาพของกรุงเทพฯ จากมุมสูงที่มองผ่านกระจกบานใหญ่ ช่วยส่งเสริมให้มื้ออาหารดูพรีเมียมยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากโซนโต๊ะนั่งทั่วไปแล้ว ร้านยังมีส่วนของเคาน์เตอร์ซูชิและเทปปันยากิที่แยกสัดส่วนชัดเจน ทำให้เป็นร้านที่มีความครบครันและได้มาตรฐานระดับสากล

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ไม่ควรพลาดคือคอร์สไคเซกิที่จัดเสิร์ฟตามฤดูกาล ซึ่งเชฟจะคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่นมาปรุงด้วยเทคนิคดั้งเดิมเพื่อชูรสธรรมชาติให้เด่นที่สุด นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างซูชิระดับพรีเมียมที่ใช้ปลาสดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่น และเทปปันยากิที่ใช้เนื้อวากิวชั้นเลิศ ความโดดเด่นของที่นี่คือความคงเส้นคงวาของรสชาติและการนำเสนอที่สวยงามจนเกือบจะไม่กล้าทาน ทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟเปรียบเสมือนการเล่าเรื่องราวของฤดูกาลผ่านสีสันและผิวสัมผัสของอาหาร

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 บาทขึ้นไปสำหรับมื้อค่ำ โดยมีตัวเลือกที่หลากหลายตามประเภทของคอร์สอาหาร

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการบรรยากาศที่เป็นทางการและมีความภูมิฐาน เหมาะทั้งการพาสมาชิกในครอบครัวมาทานมื้อพิเศษ หรือการรับรองแขกบ้านแขกเมืองที่ต้องการความประทับใจระดับห้าดาว หากคุณเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการที่ไร้ที่ติและความพิถีพิถันของอาหารในบรรยากาศที่ดูโปร่งสบายและมองเห็นวิวเมืองสวยๆ ร้านนี้คือจุดหมายที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง

Yamazato Bangkok

ที่อยู่

ทุกวัน 6:00–10:30 น., 11:30–14:30 น. และ 18:00–22:30 น.

การเดินทาง

57 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yamazato-bangkok/

4. Kisso Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

ร้าน Kisso Japanese Restaurant คือนิยามของความพรีเมียมที่อยู่คู่กับย่านสุขุมวิทมาอย่างยาวนาน การันตีด้วยรางวัลร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดมาหลายปีซ้อน ภายในร้านเน้นการตกแต่งที่เรียบหรูสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส ผสมผสานวัสดุไม้และแสงไฟโทนอุ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังคงความภูมิฐาน สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นในโรงแรมทั่วไปคือการรักษาจิตวิญญาณแบบดั้งเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นมุมที่นั่งส่วนตัวหรือโซนที่นั่งที่มองเห็นเชฟทำงาน ทุกตารางนิ้วถูกจัดสรรให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษและความเอาใจใส่ที่เป็นเลิศ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูอาหารที่ทำจากวัตถุดิบตามฤดูกาลที่เชฟคัดสรรมาอย่างเข้มงวดถือเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เมนูซิกเนเจอร์อย่างสเต็กเนื้อวากิวพรีเมียมและซาซิมิที่สดจนแทบจะละลายในปาก คือเมนูที่ดึงดูดใจให้นักชิมกลับมาที่ร้านอยู่เสมอ ความพิเศษของเมนูที่นี่คือความสมดุลระหว่างเทคนิคการปรุงที่แม่นยำกับการชูรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ โดยเฉพาะเมนูพิเศษที่หมุนเวียนไปตามเทศกาลของญี่ปุ่น ทำให้การมาทานที่นี่ในแต่ละครั้งมีความแปลกใหม่และไม่จำเจ

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500-5,000 บาทขึ้นไป ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบและมาตรฐานการบริการระดับสากล

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาสถานที่ฉลองโอกาสสำคัญที่เน้นในเรื่องรสชาติและบริการที่เป๊ะทุกขั้นตอน หากคุณเป็นคนที่ชอบบรรยากาศร้านที่ดูมีระดับ มีความเป็นส่วนตัวแต่ไม่ดูอึดอัดจนเกินไป หรืออยากพากลุ่มเพื่อนและคนพิเศษมาลองทานอาหารญี่ปุ่นที่ปรุงอย่างประณีตในบรรยากาศใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก ร้านนี้คือตัวเลือกที่รักษามาตรฐานความพรีเมียมได้อย่างยอดเยี่ยม

Kisso Japanese Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:30 น. และ 18:00–22:30 น.

ที่อยู่

259 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kisso-japanese-restaurant/

5. TENSUI

บรรยากาศร้าน

TENSUI เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานที่ตั้งอยู่ใจกลางซอยสุขุมวิท 16 ให้ความรู้สึกสงบราวกับได้เดินเข้าสู่โอเอซิสใจกลางเมือง ภายในร้านตกแต่งอย่างคลาสสิกด้วยงานไม้โทนเข้มและมีสวนญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างประณีตอยู่กลางร้าน ทุกที่นั่งสามารถทอดสายตามองเห็นความร่มรื่นของแมกไม้และสายน้ำได้อย่างสบายตา ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ครองใจนักชิมระดับพรีเมียมมาอย่างยาวนานคือบรรยากาศที่ดูสงบเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความขลังแบบผู้ดีญี่ปุ่น ซึ่งหาได้ยากในร้านสมัยใหม่ที่เน้นความหวือหวา

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่พลาดไม่ได้เมื่อมาที่นี่คือ เทมปุระที่ขึ้นชื่อเรื่องความบางกรอบของแป้งและความสดของวัตถุดิบที่ยังคงความฉ่ำไว้ข้างในได้อย่างน่าทึ่ง นอกจากนี้ยังมี ซาซิมิและซูชิที่เลือกใช้ปลาที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น รวมถึงคอร์สอาหารชุดที่จัดเรียงมาอย่างสวยงาม ความพิเศษของเมนูที่นี่คือการเลือกใช้เครื่องปรุงและซอสที่ปรุงเองแบบโฮมเมด เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่จัดจ้านจนกลบกลิ่นหอมของตัววัตถุดิบหลัก

ช่วงราคา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทขึ้นไป โดยมีทั้งเซ็ตมื้อกลางวันสุดคุ้มค่าและคอร์สเต็มรูปแบบในมื้อค่ำ

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งทานอาหารในบรรยากาศที่ดูร่มรื่นและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการพาผู้ใหญ่ที่เคารพมาทานมื้อค่ำ หรือคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นความละเมียดละไมของรสชาติแบบดั้งเดิมท่ามกลางธรรมชาติ หากคุณเป็นสายชิลล์ที่ให้ความสำคัญกับความสงบและการบริการที่เรียบง่ายแต่จริงใจ ร้านนี้จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปเลย

TENSUI

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

33 ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/tensui/

6. KiSara

บรรยากาศร้าน

KiSara นำเสนอมนต์เสน่ห์ของอาหารญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์บนชั้น 3 ของโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ที่นี่ฉีกกฎความจำเจด้วยการตกแต่งที่ผสานความร่วมสมัยเข้ากับวัสดุธรรมชาติอย่างหินและไม้ได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกสุขุม นุ่มลึก และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก จุดเด่นที่ทำให้แตกต่างจากร้านอื่นคือการมีโซนอาหารที่หลากหลายในที่เดียว ทั้งเคาน์เตอร์ซูชิ เคาน์เตอร์บาร์เทปปันยากิที่เชฟจะมาโชว์ลีลาการปรุงอาหารสดๆ ตรงหน้า โซนโต๊ะที่จัดวางระยะห่างมาอย่างดีให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว หรือแม้แต่ที่นั่งในสวนญี่ปุ่นจำลองที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการทานอาหารให้พิเศษยิ่งขึ้นจนดูเหมือนไม่ใช่แค่การนั่งทานในโรงแรมทั่วไป

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือเมนูที่ปรุงจากเนื้อฮิดะ (Hida Beef) ระดับพรีเมียม ซึ่งเชฟนำมารังสรรค์ทั้งในรูปแบบสเต็กเทปปันยากิที่นุ่มละลายในปาก หรือจะสั่งเป็นแบบย่างบนใบโฮบะเพื่อให้กลิ่นหอมของถ่านและใบไม้ซึมเข้าสู่เนื้อ ความพิเศษของที่นี่คือความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูซีฟู้ดที่ผ่านการปรุงด้วยเทคนิคที่เน้นการคงรสดั้งเดิมของวัตถุดิบไว้มากที่สุด แต่มีการนำเสนอที่ดูโมเดิร์นและสวยงาม

ช่วงราคา

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-6,000 บาทขึ้นไป ถือว่าเหมาะสมมากกับคุณภาพวัตถุดิบชั้นเลิศและการบริการระดับห้าดาว

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาสถานที่สำหรับคุยธุรกิจที่ต้องการความน่าเชื่อถือ หรือมื้ออาหารฉลองโอกาสพิเศษกับคนสำคัญที่เน้นความหรูหราและบริการที่รวดเร็วทันใจ หากเป็นคนที่ชอบความหลากหลายและต้องการทานอาหารญี่ปุ่นที่มีตัวเลือกครบถ้วนในบรรยากาศที่เงียบสงบและดูมีระดับ ร้านนี้ตอบโจทย์ความพรีเมียมที่กำลังตามหาได้อย่างแน่นอน

KiSara

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:30 น. และ 18:00–22:00 น.

ที่อยู่

Level 3, 87/3 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kisara/

7. Suikin Japanese Restaurant

บรรยากาศร้าน

Suikin Japanese Restaurant เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ซ่อนตัวอยู่ในโรงแรมคราวน์พลาซ่า กรุงเทพ ลุมพินีพาร์ค ย่านสีลม เมื่อก้าวเข้ามาจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเงียบสงบแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ตั้งแต่หน้าประตู การตกแต่งภายในเน้นความเรียบง่ายด้วยโทนสีไม้และมีพื้นที่กว้างขวาง สบายตา ไม่รู้สึกอึดอัด สิ่งที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นและต่างจากร้านอื่นอย่างชัดเจนคือความนิ่งสงบและความเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากในย่านธุรกิจที่วุ่นวาย เป็นร้านที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาตามสมัย แต่เน้นนำเสนอความลุ่มลึกของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นได้อย่างดีเยี่ยม

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

หัวใจหลักที่เป็นเมนูห้ามพลาดของที่นี่คือ Assorted Tofu เมนูเต้าหู้สดโฮมเมดที่ทางร้านทำเองทุกวันด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมจนได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและมีกลิ่นหอมของถั่วเหลืองแบบเข้มข้น แตกต่างจากเต้าหู้ทั่วไปที่เคย นอกจากนี้ยังมีเมนูซาซิมิและซูชิที่คัดเกรดปลาสดใหม่แบบวันต่อวัน รวมถึงเมนูโซบะและอุด้งที่ทำสดใหม่จานต่อจาน ความพิเศษของที่นี่คือรสชาติที่เป็นธรรมชาติและมีความบาลานซ์สูงมาก ไม่ปรุงแต่งจนเกินไป ทำให้เราได้รับรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างเต็มที่

ช่วงราคา

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท โดยมีเซ็ตเมนูมื้อกลางวันที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับวัยทำงานที่อยากสัมผัสอาหารระดับพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนกับมื้ออาหารที่สงบเรียบง่าย หรือคนที่ชอบรสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบคลีนๆ ที่เน้นความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นหลัก ถ้ากำลังมองหาสถานที่สำหรับคุยงานแบบเป็นส่วนตัว หรืออยากพาครอบครัวมาทานอาหารในบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและมีระดับแบบไม่โก้หรูจนเกินงาม ร้านนี้จะมอบความประทับใจให้ได้แน่นอน

Suikin Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น.

ส.-อา. 11:00–15:00 น. และ 17:30–21:00 น.

ที่อยู่

952 อาคารรามาแลนด์ ชั้น22 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/suikin-japanese-restaurant/

8. Umenohana

บรรยากาศร้าน

Umenohana มอบประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างด้วยศิลปะแห่งเต้าหู้และปูชั้นเลิศที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ภายใต้บรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในคฤหาสน์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ภายในร้านแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน มีห้องส่วนตัวสไตล์เสื่อทาทามิที่ออกแบบมาให้ดูโปร่งและไม่อึดอัด ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ครองตำแหน่งร้านระดับพรีเมียมในใจใครหลายคนคือความละเมียดละไมในการบริการและการจัดตกแต่งร้านที่เน้นความสงบ เหมาะกับการมานั่งพักผ่อนเพื่อละเลียดรสชาติอาหารในทุกคำ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ถือเป็นหัวใจและห้ามพลาดเลยคือ เมนูเต้าหู้สูตรลับของทางร้าน โดยเฉพาะเต้าหู้สดที่เนื้อเนียนละเอียดจนเกือบละลายในปาก และเมนูฟองเต้าหู้ (Yuba) ที่จะได้สัมผัสความหอมหวานของถั่วเหลืองแบบเน้นๆ ร้านนี้นอกจากจะเด่นเรื่องเต้าหู้แล้ว เมนูจากปูทาราบะและปูซูไวก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เชฟปรุงออกมาได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบนึ่ง ย่าง หรือทำเป็นหม้อไฟ ความพิเศษของอาหารที่นี่คือการลำดับคอร์สแบบไคเซกิที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและรสชาติที่นุ่มนวล ไม่จัดจ้านแต่ตราตรึงใจ

ช่วงราคา

ราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยสำหรับการสัมผัสคอร์สอาหารจะอยู่ที่ประมาณ 2,500-5,500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการเลือกคอร์สเมนูที่มีความหลากหลายตามวัตถุดิบแต่ละฤดูกาล

เหมาะสำหรับคนมองหาร้านแบบไหน

ที่นี่เหมาะมากสำหรับคนที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นความประณีตและรักสุขภาพ หรือต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านปลาดิบและเนื้อย่างมาลองทานอาหารที่เน้นความคิดสร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติ ถ้ากำลังมองหาสถานที่ฉลองมื้อพิเศษกับครอบครัวหรือรับรองแขกที่ชอบรสชาติแบบละเมียดละไมและให้ความสำคัญกับบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและดูหรูหราแบบเรียบง่าย ร้านนี้คือร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมไม่ควรพลาด

Umenohana

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–14:00 น. และ 18:00–21:00 น.

ที่อยู่

ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/umenohana/