10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาดี อิ่มอร่อยด้วยงบไม่เกิน 500 บาท
ใครว่าของถูกและดีไม่มีอยู่จริง โดยเฉพาะในโลกของอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนกังวลเรื่องงบประมาณ แต่ความจริงแล้วใจกลางกรุงเทพฯ ยังมีขุมทรัพย์ร้านอร่อยที่พร้อมเสิร์ฟเมนูคุณภาพในราคามิตรภาพสุดๆ ตั้งแต่ราเมงเส้นสดซุปเข้มข้น ข้าวหน้าล้นพูนชาม ไปจนถึงยากิโทริหอมกลิ่นถ่านที่สั่งได้แบบไม่ต้องยั้งมือ เพราะทุกร้านที่เราคัดมาให้นั้นการันตีว่าอิ่มได้ในงบไม่เกิน 500 บาทต่อคนแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสายออฟฟิศที่มองหามื้อเที่ยงสุดคุ้ม หรืออยากจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับกลุ่มเพื่อนหลังเลิกงาน บทความนี้จะพาไปเช็กอินพิกัดเด็ดที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแต่ยังได้ลิ้มลองรสชาติต้นตำรับไปแบบเต็มคำ
1. Rockmen 69men
บรรยากาศร้าน
Rockmen 69 men ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อหรือสุขุมวิท 55 พร้อมกับเอกลักษณ์ความเรียบง่ายสไตล์บาร์ราเมงขนาดกะทัดรัดที่เน้นการใช้งานจริง บรรยากาศด้านในจะพาย้อนกลับไปสัมผัสร้านราเมงแบบดั้งเดิมในญี่ปุ่นด้วยเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่โอบล้อมพื้นที่เตรียมอาหาร ทำให้มองเห็นเชฟปรุงน้ำซุปและลวกเส้นแบบใกล้ชิด ความพิเศษที่ต่างจากร้านหรูในย่านนี้คือความเป็นกันเองและไม่มีพิธีรีตอง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากแวะมากินมื้อด่วนคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋า พื้นที่ร้านแม้จะไม่กว้างขวางแต่กลับจัดการได้อย่างลงตัว มีความอบอุ่นและให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่พักใจของคนรักเส้นที่ต้องการรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของร้านนี้เน้นความพิถีพิถันของวัตถุดิบโดยเฉพาะซุปเกลือที่ใสและเชนแต่รสชาติลุ่มลึก จานเด็ดที่ห้ามพลาดคือ ชิโอะอคเมน (Shio Rockmen) ราเมงซุปใสที่ได้ความหอมจากไก่และหอยเชลล์รสสัมผัสเบาแต่กลมกล่อมเข้ากับเส้นราเมงขนาดเล็กได้ดีเยี่ยม ต่อมาคือ โชยุร็อคเมน (Shoyu Rockmen) ที่ใช้ซอสถั่วเหลืองหมักมาปรุงจนได้กลิ่นหอมกรุ่นและรสชาติที่เข้มข้นขึ้นมาอีกระดับ ส่วนสายเข้มข้นต้องลอง ราเมงซุปไก่ไพตัน (Shio Paitan) ที่เคี่ยวจนน้ำซุปมีสีขาวนวลและมีความมันนัวแต่ไม่เลี่ยน นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวอย่าง ชาชูด้ง (Chashu Don) ที่หมูชาชูนุ่มกำลังดี เป็นตัวช่วยเสริมทัพมื้ออาหารให้อิ่มแบบจัดเต็ม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท
Rockmen 69men
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 12:00–15:00 น. และ 18:00–0:00 น.
ส.-อา. 12:00–0:00 น.
- ที่อยู่
44/11 ซอยอัครภัทร ถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
2. Hiroshima Pizza Okonomiyaki
บรรยากาศร้าน
Hiroshima Pizza Okonomiyaki ซ่อนตัวอยู่ในซอยพร้อมพรรคย่านพร้อมพงษ์ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่นเหมือนไปนั่งกินข้าวในบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย พื้นที่ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมของซอสสูตรเข้มข้นที่โชยมาจากเตาเหล็กแบนหรือเทปปัน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ดูต่างจากที่อื่นคือการรักษาเสน่ห์แบบดั้งเดิมที่เรียบง่าย ไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหราแต่เน้นที่ความจริงใจในการปรุงอาหาร มีมุมที่นั่งทั้งแบบโต๊ะปกติและแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่ช่วยให้เราได้เห็นลีลาการทำอาหารแบบสดใหม่จานต่อจาน เป็นจุดหมายที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากถนนหลักมาสัมผัสความสงบและอิ่มอร่อยในราคาที่เป็นมิตร
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องโอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่าแท้ๆ ที่มีเลเยอร์ซ้อนกันแตกต่างจากสไตล์โอซาก้าทั่วไป จานที่ต้องสั่งเลยคือ โอโคโนมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า (Hiroshima Okonomiyaki) ราคาเริ่มต้นที่ 239 บาท จัดเต็มด้วยแป้ง กะหล่ำปลีฝอย เนื้อหมู และเส้นโซบะที่ผัดจนหอมกรุ่นเรียงกันเป็นชั้นๆ ตามด้วยไข่ดาวโปะด้านบน ต่อมาคือ ยากิโซบะ (Yakisoba) ราคา 220 บาท เส้นเหนียวนุ่มผัดซอสรสชาติเค็มหวาน หรือจะลองเมนูทานเล่นอย่าง ไก่ทอดคาราอาเกะ ที่หนังกรอบเนื้อฉ่ำเค็มกำลังดี วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกปรุงอย่างพิถีพิถันสะท้อนถึงรสชาติต้นตำรับจากญี่ปุ่น
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Hiroshima Pizza Okonomiyaki
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 16:00–0:00 น.
ส.-อา. 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
〒10110 กรุงเทพมหานคร วัฒนา กรุงเทพมหานคร Soi Prompuk 12/14
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hiroshima-pizza-okonomiyaki/
3. Hinata Izakaya Sutthisan
บรรยากาศร้าน
Hinata Izakaya Sutthisan ตั้งอยู่ย่านสุทธิสารพร้อมมอบบรรยากาศแบบร้านกินดื่มริมทางในญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายสุดๆ พื้นที่ภายในร้านไม่ได้กว้างขวางอลังการแต่กลับจัดสรรที่นั่งได้อย่างลงตัว ทั้งมุมเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่อยากมานั่งจิบเงียบๆ หรือโต๊ะสำหรับกลุ่มเพื่อนที่ต้องการมาสังสรรค์หลังเลิกงาน ความโดดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนย่านนี้คือความเป็นกันเองที่สัมผัสได้ตั้งแต่เดินเข้าร้าน แสงไฟสีนวลตาช่วยสร้างอารมณ์ให้รู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปอยู่ในร้านโลคอลของญี่ปุ่นจริงๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการมานั่งพักเหนื่อยและชาร์จพลังด้วยมื้ออาหารคุณภาพในราคาที่จ่ายไหว
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหลาย โดยเน้นการปรุงที่ดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจน จานเด็ดที่ต้องสั่งมาลองคือ เซตข้าวหน้าเนื้อไข่ออนเซ็น (Gyu Don) ที่ใช้เนื้อคุณภาพดีนุ่มจนแทบละลายมาพร้อมซอสสูตรพิเศษรสเข้มข้น ต่อด้วยเมนูยอดฮิตอย่าง ปลาแซลมอนย่างเกลือ (Grilled Salmon Set) ที่ย่างมาหนังกรอบแต่เนื้อนุ่มหอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ ส่วนใครที่ชอบทานปลาต้องไม่พลาดซาซิมิที่แล่มาชิ้นหนาพอดีคำสดใหม่ทุกวัน ทุกจานถูกปรุงอย่างตั้งใจทำให้รสชาติที่ได้เกินราคาไปมาก
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Hinata Izakaya Sutthisan
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–23:30 น.
อา. 12:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ถ. สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Tsuru Udon Thonglor
บรรยากาศร้าน
Tsuru Udon Thonglor ปักหลักอยู่ต้นซอยทองหล่อด้วยลุคที่ดูโมเดิร์นแต่ยังคงความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ก้าวแรกที่เดินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งสบายตาด้วยงานไม้และแสงไฟนวลๆ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ดูพรีเมียมกว่าร้านอุด้งทั่วไปคือครัวแบบเปิดที่โชว์ขั้นตอนการนวดแป้งและต้มเส้นให้เห็นกันจะๆ กลิ่นหอมของน้ำซุปปลาแห้งที่อบอวลไปทั่วร้านช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดีมาก แม้จะเป็นย่านทองหล่อที่ดูหรูหราแต่บรรยากาศที่นี่กลับดูเป็นมิตร ไม่เกร็ง เหมาะทั้งการมานั่งกินคนเดียวแบบรีบด่วนหรือจะนัดเพื่อนมานั่งคุยกันเพลินๆ ก็ลงตัวสุดๆ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่เน้นเส้นอุด้งสดที่ทำกันใหม่ๆ วันต่อวันเพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่มสู้ฟัน จานเด็ดที่มาแล้วต้องลองคือ อุด้งร้อนไข่ปลาเมนไทครีม (Mentai Cream) เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมความนัวของครีมเข้ากับความเค็มเผ็ดนิดๆ ของไข่ปลาได้อย่างมหัศจรรย์ ต่อด้วยอุด้งเย็นเนื้อสไลด์กับไข่ออนเซ็น (Niku Bukkake) น้ำซุปร้อนๆ รสกลมกล่อมพ่วงมาด้วยเนื้อสไลซ์นุ่มๆ ที่แทบละลายในปาก ส่วนใครที่ชอบความจัดจ้านขอแนะนำ อุด้งจุ่มซุปร้อนเข้มข้น (Tsuke Udon) ที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นถึงใจ หรือจะสั่งของทานเล่นอย่าง ไก่หมักเทมปุระ (Toriten) มากินคู่กันก็เพิ่มความฟินได้อีกระดับ ความพิเศษคือขนาดชามที่ค่อนข้างใหญ่ รับรองว่าอิ่มแบบไม่ต้องสั่งเพิ่ม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
Tsuru Udon Thonglor
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–21:00 น.
- ที่อยู่
64 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. RAMEN KAISUGI Bangkok
บรรยากาศร้าน
RAMEN KAISUGI Bangkok ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 33 เป็นร้านราเมงเล็กๆ ที่ให้ฟีลเหมือนเราเดินหลงเข้าไปในตรอกสักแห่งในญี่ปุ่นแล้วเจอขุมทรัพย์ของอร่อยเข้าให้ บรรยากาศด้านในเน้นความเรียบง่าย มีความเป็นมิตรสูงมากด้วยการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์ที่ล้อมรอบโซนทำอาหาร ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงแบบสดๆ ตั้งแต่การสะบัดเส้นไปจนถึงการจัดวางเครื่องเคียง ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ไม่มีความวุ่นวายแม้จะตั้งอยู่ในย่านธุรกิจที่พลุกพล่าน เป็นพิกัดที่เหมาะสำหรับการหนีความจลาจลบนท้องถนนมานั่งละเลียดซุปร้อนๆ แบบไม่ต้องรีบร้อนอะไร
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่มีความเป็นเอกลักษณ์ตรงน้ำซุปที่รสชาติลุ่มลึกแต่ไม่หนักจนเกินไป จานเด็ดที่ต้องยกให้เป็นพระเอกคือ ราเมงซุปกระดูกหมูซอสโชยุ (Tonkotsu Shoyu Ramen) น้ำซุปทงคตสึเข้มข้นที่รสชาติอัดแน่นไปด้วยความหอมของกระดูกที่เคี่ยวมาอย่างดี ต่อด้วยมาเซโซบะไก่เย็น (Cold Chicken Mazesoba) บะหมี่เย็นคลุกเคล้ากับน้ำมันไก่และโชยุที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่ทาน สำหรับสายเผ็ดต้องลองบะหมี่แห้งตันตัน (Dan Dan Noodles) ที่ช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าได้ดีเยี่ยม ส่วนเมนูทานเล่นที่พลาดไม่ได้คือ เกี๊ยวซ่าทอดที่แป้งบางและไส้ฉ่ำน้ำซุปสุดๆ นอกจากนี้ยังมีข้าวผัดหน้าหมูชาชู (Chashu Fried Rice) เป็นตัวเลือกเสริมสำหรับคนที่กลัวไม่อิ่ม ซึ่งหมูชาชูที่นี่นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยวเลยทีเดียว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-600 บาท
RAMEN KAISUGI Bangkok
- เวลาทำการ
ทุกวัน 7:30–23:30 น.
- ที่อยู่
39 Soi Sukhumvit 33, Dangudom, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Yakitori Ban Ban Ekkamai
บรรยากาศร้าน
Yakitori Ban Ban Ekkamai ตั้งอยู่ท่ามกลางความคึกคักของซอยเอกมัยหรือสุขุมวิท 63 นำเสนอเสน่ห์ของร้านไก่ย่างญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เน้นความเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยการตกแต่งที่ใช้ไม้เป็นหลัก เสริมด้วยแสงไฟสลัวที่สร้างความเป็นกันเองได้ทันทีที่ก้าวเข้าไป จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษและดึงดูดใจคือกลิ่นหอมของเตาถ่านที่อบอวลไปทั่ว ซึ่งเราจะได้เห็นเชฟย่างไก่สดๆ แบบไม้ต่อไม้บนตะแกรงเหล็ก พื้นที่มีให้เลือกทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งดูศิลปะการใช้ไฟและโต๊ะนั่งสำหรับกลุ่มเพื่อนที่อยากมาปาร์ตี้กันแบบไม่เกร็ง ถือเป็นแหล่งซ่อนตัวที่ยอดเยี่ยมสำหรับการมานั่งคลายเครียดหลังเลิกงานในราคาสบายกระเป๋าซึ่งหาได้ยากในย่านนี้
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่ชูโรงด้วยบรรดายากิโทริหรือไก่เสียบไม้ที่มีให้เลือกครอบคลุมแทบทุกส่วนของตัวไก่ โดยใช้เทคนิคการย่างถ่านที่ทำให้ด้านนอกมีความเกรียมหอมและด้านในยังคงความฉ่ำ จานที่ห้ามพลาดเลยคือ สะโพกไก่เสียบไม้ ที่เนื้อสัมผัสเด้งนุ่มสู้ฟัน ต่อด้วยตับไก่ย่าง สำหรับคนชอบความเนียนนุ่มแบบละลายในปาก หรือจะลองเมนูซิกเนเจอร์อย่างไก่บดเสียบไม้ ที่ผสมเครื่องเทศมาได้รสชาติกลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูจานเดี่ยวที่อิ่มท้องอย่าง ข้าวหน้าไก่ย่าง (Yakitori Don) และเมนูซุปร้อนๆ ที่เสิร์ฟมาให้ซดแก้เลี่ยนได้อย่างดีเยี่ยม
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท
Yakitori Ban Ban Ekkamai
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–0:00 น.
- ที่อยู่
56 11 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. Joto Curry x Tenyo Ramen
บรรยากาศร้าน
Joto Curry x Tenyo Ramen ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา เป็นการรวมตัวกันของสองความอร่อยระดับตำนานจากโอซาก้าและฟุกุโอกะมาไว้ในที่เดียว บรรยากาศร้านเน้นความทันสมัยแต่แฝงด้วยกลิ่นอายความเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่นที่สะอาดสะอ้านและดูโปร่งสบายตา ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือคอนเซปต์แบบทูอินวัน ที่ให้เราสามารถสั่งทั้งข้าวแกงกะหรี่รางวัลชนะเลิศและราเมงซุปเข้มข้นมาทานร่วมโต๊ะกันได้แบบไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งทานร้านเดี่ยวมาเป็นเมนูที่หลากหลายขึ้น มีที่นั่งทั้งแบบเคาน์เตอร์สำหรับมาคนเดียวและโต๊ะกว้างสำหรับมาเป็นกลุ่มเพื่อน ซึ่งการที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักพิงยอดฮิตของสายกินยามดึกในย่านรัชดา
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่มีความโดดเด่นที่แกงกะหรี่สูตรเข้มข้นซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่รสสัมผัสแบบเริ่มด้วยความหวานแล้วตามด้วยความเผ็ดร้อนปลายลิ้น ส่วนราเมงก็ใช้เทคนิคการเคี่ยวซุปแบบดั้งเดิมจนได้ความมันนัวที่ลงตัว จานที่ต้องลองให้ได้คือ ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด (Tonkatsu Curry) ที่ใช้ซอสรสชาติลุ่มลึกราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ทานคู่กับหมูทอดชิ้นโตที่กรอบนอกฉ่ำใน ต่อด้วยเมนูราเมงซุปกระดูกหมู (Tonkotsu Ramen) ที่เส้นเหนียวนุ่มเข้ากับน้ำซุปสีขาวนวลได้อย่างดีเยี่ยม หรือจะลองความเผ็ดร้อนกับราเมงรสต้มยำ (Tom Yum Ramen) ที่เอาใจคนรักรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ และยังมีเมนูทานเล่นอย่าง ไก่ทอดคาราอาเกะ (Karaage) ที่ปรุงรสมาได้เข้าเนื้อ เป็นการผสมผสานรสชาติต้นตำรับที่ราคาสบายกระเป๋าสุดๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาท
Joto Curry x Tenyo Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 0:00–6:00 น. และ 11:00–0:00 น.
- ที่อยู่
ชั้น B 07/3, ตั้งอยู่ใน เดอะ สตรีท รัชดา, 139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
8. IPPUDO Central Embassy
บรรยากาศร้าน
IPPUDO Central Embassy ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเพลินจิต แต่กลับให้การต้อนรับที่ดูเป็นมิตรและอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ บรรยากาศภายในร้านเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยกับเอกลักษณ์ของร้านราเมงญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว มีความโปร่งสบายและดูแพงด้วยดีไซน์ที่เน้นงานไม้และโทนสีแดงดำที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ความพิเศษที่ทำให้สาขานี้ต่างจากที่อื่นคือทัศนียภาพที่ดูเรียบหรูและบริการที่รวดเร็วทันใจ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเดินช้อปปิ้งแล้วอยากหาอะไรร้อนๆ ทานแบบไม่ต้องรอนานแต่ยังได้คุณภาพระดับพรีเมียม พื้นที่ร้านถูกจัดสรรให้มีทั้งมุมที่นั่งแบบโซฟานุ่มๆ และโต๊ะเดี่ยวที่ให้ความเป็นส่วนตัว ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหากคุณต้องการทานราเมงระดับโลกในบรรยากาศที่ดูดีแต่ราคายังเอื้อมถึง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนขาวข้นเป็นครีมเนียนละเอียดและเส้นที่เลือกความแข็งได้ตามใจชอบ จานแรกที่พลาดไม่ได้เลยคือ ชิโรมารุ โมโตอาจิ (Shiromaru Motoaji) ราเมงสูตรต้นตำรับรสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมทานง่ายมาก ต่อมาคืออากามารุ ชินอาจิ (Akamaru Shinaji) ที่เพิ่มความเข้มข้นด้วยซอสมิโซะสูตรพิเศษและน้ำมันกระเทียมดำช่วยอัพเกรดความหอมไปอีกขั้น สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดต้องลองคาราคะเมน (Karakamen) ที่มาพร้อมหมูสับปรุงรสเผ็ดจัดจ้านสะใจ และที่สำคัญห้ามลืมสั่งบันหมูสามชั้น (Ippudo Pork Bun) บันแป้งนุ่มๆ สอดไส้หมูสามชั้นชิ้นหนาที่แทบละลายในปาก เป็นเมนูเคียงที่ช่วยให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบที่สุด
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
IPPUDO Central Embassy
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00–21:00 น.
ส.-อา. 10:00–21:00 น.
- ที่อยู่
55 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Jidori cuisine Ken
บรรยากาศร้าน
Ichii jidoriya ตั้งอยู่บนชั้น B1 ของอาคารจัสมิน ซิตี้ ตรงหัวมุมปากซอยสุขุมวิท 23 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นพนักงานออฟฟิศในโตเกียวที่กำลังแวะหาของอร่อยราคาประหยัดทานหลังเลิกงาน บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และการจัดวางพื้นที่ที่ดูเป็นกันเอง แฝงไปด้วยความคลาสสิกของร้านอาหารญี่ปุ่นยุคก่อน ความพิเศษที่โดดเด่นคือความสงบและเป็นส่วนตัวที่หาได้ยากในย่านอโศกที่วุ่นวาย มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะมาตรฐานและมุมส่วนตัวเล็กๆ ที่ช่วยให้เราจดจ่อกับรสชาติอาหารตรงหน้าได้อย่างเต็มที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาร้านลับๆ ที่ไม่ต้องต่อคิวนานแต่ได้คุณภาพอาหารระดับพรีเมียมในราคามิตรภาพ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของร้านนี้มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเรื่องของไก่และเมนูข้าวหน้าต่างๆ ที่ปรุงออกมาได้รสชาติต้นตำรับแท้ๆ จานเด็ดที่มาแล้วต้องลองคือ ข้าวหน้าไก่กับไข่ (Oyako Don) เนื้อไก่นุ่มๆ ถูกเคลือบด้วยไข่ที่ปรุงมาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อม ต่อด้วยคัตสึด้ง (Katsu Don) ที่ตัวแป้งยังมีความกรอบเบาๆ แม้จะโดนน้ำซุปราดมาจนฉ่ำ ส่วนใครที่อยากลองของย่างต้องสั่งไก่เสียบไม้ย่างรวม 5 อย่าง (Yakitori Set 5 sticks) ที่ย่างด้วยเทคนิคเฉพาะจนหอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ และห้ามพลาดเมนูทานเล่นอย่าง เต้าหู้ทอดอาเกะดาชิ (Agedashi Tofu) ที่เนื้อเต้าหู้เนียนละเอียดตัดกับน้ำซุปร้อนๆ ได้อย่างลงตัว
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาท
Jidori cuisine Ken
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.
- ที่อยู่
อาคารจัสมิน ซิตี้ ยูนิต B-08 ชั้นใต้ดิน เลขที่ 2 ซอยประสานมิตร สุขุมวิท 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
10. SHO RYU Ramen
บรรยากาศร้าน
SHO RYU Ramen ตั้งอยู่ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นร้านราเมงขวัญใจคนนอนดึกและชาวออฟฟิศย่านนี้ที่อยากสัมผัสรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ในราคาที่เห็นแล้วต้องยิ้ม บรรยากาศภายในร้านให้ฟีลเหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในร้านราเมงเล็กๆ ตามย่านธุรกิจในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วอย่างคุ้มค่าด้วยเคาน์เตอร์บาร์ยาวที่เผยให้เห็นเชฟทำงานกันแบบขยันขันแข็ง สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือความรู้สึกเข้าถึงง่ายและไม่มีพิธีรีตอง แสงไฟสลัวสีส้มช่วยสร้างความผ่อนคลายได้ดีมากหลังจากเผชิญรถติดบนถนนเพชรบุรีมาทั้งวัน แถมยังเป็นร้านที่เหมาะจะแวะมาฝากท้องแบบเร่งด่วนแต่ยังได้ความอร่อยระดับคุณภาพที่ปรุงมาแบบชามต่อชาม
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูอาหารของที่นี่มีความโดดเด่นที่การปรุงน้ำซุปให้มีรสสัมผัสเข้มข้นจัดจ้านถูกปากคนไทยแต่ยังคงรสต้นตำรับไว้ครบถ้วน จานเด็ดที่ต้องสั่งเลยคือ โชริวราเมง (Sho Ryu Ramen) เมนูซิกเนเจอร์ ซุปกระดูกหมูสีขาวนวลรสเข้มข้นมาพร้อมหมูชาชูชิ้นโต ต่อด้วยโชยุราเมง (Shoyu Ramen) ที่หอมกลิ่นถั่วเหลืองหมักและให้รสสัมผัสที่เบาสบายกว่า สำหรับสายเผ็ดต้องลองต้มยำราเมง (Tom Yum Ramen) ที่เป็นการฟิวชั่นรสชาติเปรี้ยวเผ็ดแบบไทยเข้ากับเส้นราเมงเหนียวนุ่มได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีข้าวหน้าหมูชาชูย่างที่หมูมีความหอมกลิ่นไหม้นิดๆ และปิดท้ายด้วยเกี๊ยวซ่าทอดที่กรอบนอกนุ่มในสไตล์โฮมเมด
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200-400 บาท
SHO RYU Ramen
- เวลาทำการ
ทุกวัน 12:00–4:30 น.
- ที่อยู่
88/3 ถ. รัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับตำนาน เปิดในไทยมานานกว่าทศวรรษ
20.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่นั่งเอาท์ดอร์ (Outdoor) รูฟท็อป (Rooftop) ดื่มด่ำบรรยากาศรับลมเย็น
19.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
15 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีบริการเดลิเวอรี่ (Delivery) ส่งตรงความอร่อยถึงหน้าบ้าน
18.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
11 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองนาโกย่า (Nagoya) และมิเอะ (Mie)
17.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฟุกุโอกะ (Fukuoka) ภูมิภาคคิวชู
15.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอาหารพื้นเมืองจากฮอกไกโด (Hokkaido)
14.02.2026