7 ร้านอาหารญี่ปุ่นเครือมากุโระกรุ๊ป (MAGURO Group) อาหารระดับพรีเมียมที่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น

21.05.2026 (Updated: 22.05.2026)
7 ร้านอาหารญี่ปุ่นเครือมากุโระกรุ๊ป (MAGURO Group) อาหารระดับพรีเมียมที่ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น

สำหรับใครที่กำลังโหยหารสชาติความสดใหม่และสัมผัสอันละเมียดละไมของอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม แต่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางไกลไปถึงแดนปลาดิบ บทความนี้พร้อมพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบจัดเต็ม ผ่าน 7 ร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือมากุโระ กรุ๊ป (MAGURO Group) ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุด มารังสรรค์เป็นเมนูหลากหลายสไตล์ ทั้งซูชิคำโต ชาบูพรีเมียม และทงคัตสึระดับตำนาน ท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

1. Maguro

Maguro เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ปัจจุบันขยับขยายความอร่อยไปมากกว่า 19 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรักปลาดิบได้อย่างทั่วถึง โดยแต่ละพิกัดตั้งอยู่ตามคอมมูนิตี้มอลล์และศูนย์การค้าชั้นนำ เดินทางสะดวกสบาย ตัวร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นที่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบตะวันออก ให้ความรู้สึกโปร่งสบายและเป็นกันเอง จุดเด่นที่ทำให้ใครหลายคนติดใจจนต้องกลับมาซ้ำคือปรัชญาการเสิร์ฟที่เน้นการให้มากกว่าที่ขอ สะท้อนออกมาผ่านความใส่ใจและความหนาของชิ้นปลาที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม แถมทางร้านยังพิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นและนอร์เวย์ สามารถรับรู้ได้ถึงความพรีเมียมและความเคารพในศิลปะการทำอาหารในทุกคำที่ทาน เหมาะสำหรับคนที่กำลังเดินช้อปปิ้งแล้วมองหาพิกัดเติมพลังด้วยเมนูคุณภาพเยี่ยมในเซ็นทรัลพาร์ค รวมถึงสาขายอดนิยมที่คนแน่นตลอดอย่างสาขา Central World หรือสาขา Marché Thonglor ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้เป็นอย่างดี

เมื่อเปิดดูเมนูจะพบกับความหลากหลายที่ละลานตามาก แต่ถ้ามาถึงแล้วไม่ได้สั่งถือว่าพลาดก็คือเซตซาชิมิรวมเจ็ดคาบสมุทรอย่าง Seven Oceans ที่ขนทัพความสดทั้งแซลมอน ท้องแซลมอน ปลาฮามาจิ และหอยเชลล์ฮอกไกโดชิ้นโต เรียกไดว่ายกทั้งทะเลมาอัดแน่นในเมนูเดียว อีกจานที่ป๊อปปูลาร์บนโต๊ะอาหารไม่แพ้กันคือ Salmon Engawa Roll โรลแซลมอนท็อปด้วยครีบปลาตาเดียวเบิร์นไฟหอมๆ ราดซอสรสเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชันสุดครีเอทีฟอย่างซูชิฟัวกราส์ (Foie Gras Sushi) และข้าวหน้าทะเลรวมหรือข้าวหน้าปลาดิบรวม (Kaisen Don) เมนูดงบุริอันดับหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบพรีเมียมหลากชนิดรวมถึงฟัวกราส์ชิ้นโต เป็นมื้อที่เติมเต็มประสาทสัมผัสทั้งรสชาติและกลิ่นหอมได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของวัตถุดิบและเซตอาหารที่เลือกสั่ง ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับมาตรฐานและการบริการที่ได้รับ พื้นที่แห่งนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาร้านอาหารสำหรับมื้อพิเศษ ไม่ว่าจะพาครอบครัวมาดื่มด่ำกับรสชาติญี่ปุ่นแท้ๆ นัดสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อน หรือแม้กระทั่งการพาคนรู้ใจมาเดตในบรรยากาศที่เรียบหรูแต่เข้าถึงง่าย เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางของคนรักอาหารญี่ปุ่นที่ต้องการความอิ่มเอมทั้งกายและใจในทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย

Maguro

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Floor 2, Zone A, 144/4 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

2. Hitori Shabu

Hitori Shabu พาคุณวาร์ปไปสัมผัสเสน่ห์ของร้านอร่อยที่เน้นความสงบและเรียบง่ายสมกับที่เป็นญี่ปุ่น ทันทีที่ก้าวเข้าไปจะพบกับการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อการปล่อยใจให้เพลิดเพลินกับหม้อไฟตรงหน้าได้อย่างลึกซึ้ง เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของที่นี่คือการเสิร์ฟความสุขแบบคนเดียวตามชื่อร้านในรูปแบบของหม้อเดี่ยวส่วนตัว จัดเป็นเซตเฉพาะคนตามตำรับคันไซแท้ๆ ปัจจุบันแบรนด์นี้ขยายความอร่อยไปแล้วถึง 17 สาขา โดยมีพิกัดที่เหล่านักชิมนิยมแวะเวียนไปกันเป็นประจำอย่างสาขาสยามพารากอน (Siam Paragon) และสาขาเอ็มสเฟียร์ (Emsphere) ถ้าใครกำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวหม้อไฟพรีเมียม รับรองว่าที่นี่ตอบโจทย์เรื่องการสร้างช่วงเวลาอันน่าประทับใจได้อย่างดีเยี่ยม

ทีเด็ดที่มัดใจสายเนื้อจนยกให้เป็นมาสเตอร์ตัวจริงคือเนื้อวัววากิวพรีเมียมอย่าง วากิวอาคิตะ (Akita) A5 ส่งตรงจากเมืองอาคิตะทางตอนเหนือของญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนสวยงามและนุ่มละลายในปาก หรือจะเป็นซาบูตง (Zabuton) A5 เนื้อส่วนสันคอที่มีความนุ่ม สามารถเลือกทานจับคู่กับน้ำซุปสูตรเฉพาะของร้านไม่ว่าจะเป็นซุปสุกียากี้รสหวานเค็มเข้มข้น ซุปคอมบุจากริชิริคอมบุ หรือซุปทรัฟเฟิลโทริไพต้นที่ผ่านการเคี่ยวเป็นเวลานานจนได้รสกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเมนูหมูดำไอเบริโกะ (Iberico Pork) และเนื้อหมูสายพันธุ์พิเศษของทางญี่ปุ่นอย่าง อิโมะบูตะ (Imo Buta) รวมถึง Lobster Royale ล็อบสเตอร์พรีเมียมและเซตรวมซีฟู้ดพรีเมียมอย่าง Kaisen Zeitaku Mori ให้เลือกอิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ

ในส่วนของงบประมาณสำหรับมื้อนี้ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ราวๆ 400-1,500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเซตเนื้อสัตว์และน้ำซุปที่เลือกทาน นับเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่กำลังมองหาพื้นที่รับประทานอาหารที่เน้นความพิถีพิถันและต้องการสเปซส่วนตัวในการดื่มด่ำกับรสชาติวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะแวะมาเติมพลังคนเดียวแบบคลายเหนื่อยหลังจากเดินช้อปปิ้งมาทั้งวัน หรือจะชวนแก๊งเพื่อนสนิทและคนพิเศษมานั่งล้อมวงลิ้มลองความอร่อยของเนื้อในน้ำซุปร้อนๆ ก็มอบความอิ่มเอมใจให้แก่ผู้มาเยือนได้เสมอ

Hitori Shabu

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Siam Paragon, G Fl, 991 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. Hitori Sukiyaki

Hitori Sukiyaki ตั้งอยู่ที่เอกมัย 12 พร้อมเปิดมิติใหม่ของการกินสุกียากี้ด้วยบรรยากาศที่เรียบง่ายทว่าแฝงความหรูหรา ให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลายเหมือนมีเชฟฝีมือดีมาเปิดครัวปรุงอาหารให้ทานถึงที่บ้าน ไฮไลต์เด็ดที่ทำเอาประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกคือการนำเสนอประสบการณ์มื้ออาหารในสไตล์เชฟเทเบิ้ล (Chef’s Table) คอร์สสุกียากี้คันไซแบบดั้งเดิมที่จะพาผู้ทานไปพบกับความอร่อยที่ค่อยๆ ไต่ระดับรสชาติอันลุ่มลึกของเนื้อวัวพรีเมียมไปทีละคำ ถือเป็นพิกัดที่ห้ามพลาดสำหรับคนที่หลงใหลในกลิ่นอายการทานอาหารญี่ปุ่น และหากกำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ควรปักหมุดไว้ในลิสต์อย่างยิ่ง

เมนูจานเด็ดที่ต้องยกนิ้วให้กับความครีเอทีฟคือบรรดาเมนูแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่นเนื้อนุ่มฉ่ำรสเข้มข้นอย่าง Wafu Hamburg Trio Set ที่เสิร์ฟแฮมเบิร์กเนื้อวากิวหอมกลิ่นย่างไฟมาถึงสามสไตล์คลาสสิกในจานเดียว ทั้งแบบดั้งเดิม ท็อปชีส และไข่ดาว ขยับมาที่หมวดจานเดี่ยวชวนอิ่มท้องอย่างข้าวแกงกะหรี่คัตสึวากิว (A5 Wagyu Katsu Curry) และข้าวหน้าเนื้อสุกียากี้ (Wagyu Sukiyaki Don) นอกจากนี้ยังมีซูชิรวมพรีเมียม (Kiwami Sushi Set) รวมถึงข้าวหน้าปลามากุโระที่รวมความพรีเมียมทั้งสองแบบไว้อย่าง Otoro Chutoro Donburi แต่สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือการคัดสรรเนื้อวากิวสดคุณภาพสูงที่ไม่ผ่านการแช่แข็งมาปรุงด้วยซอสสูตรลับและน้ำตาลชะราโตะอย่างประณีต จนได้เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นที่เคลือบด้วยซอสหวานเค็มลงตัวทานคู่กับไข่ไก่สดพรีเมียม

สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 350-1,500 บาทขึ้นไป  ผันแปรตามเซตเมนูและเกรดของเนื้อสัตว์ที่เลือกทาน ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพของเนื้อระดับท็อปและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเชฟแล้วบอกเลยว่าคุ้มค่าทุกบาท ร้านนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่กำลังเสาะหาร้านอาหารที่เหนือระดับเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นมื้อค่ำสุดโรแมนติกของคู่รัก นัดกินข้าวพูดคุยธุรกิจในบรรยากาศที่มีระดับ หรือกลุ่มเพื่อนสนิทที่อยากมาเปิดหูเปิดตากับรสชาติอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างและมีชั้นเชิง เป็นการยกระดับการเดินทางของรสชาติที่ทำให้คนรักเนื้อฟินจนลืมไม่ลง

Hitori Sukiyaki

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

30 3 ซ. เจริญใจ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

4. Tonkatsu AOKI

Tonkatsu AOKI เป็นร้านที่ส่งตรงความอร่อยมาจากย่านคามาตะในโตเกียว ที่นี่ขึ้นชื่อมากในฐานะร้านทงคัตสึแบบเซ็นมงเต็นหรือร้านที่เชี่ยวชาญด้านหมูทอดโดยเฉพาะ ความน่าสนใจของร้านนี้อยู่ตรงที่เป็นเจ้าแรกในญี่ปุ่นที่เปิดมิติใหม่ด้วยการกินทงคัตสึคู่กับเกลือสูตรพิเศษถึง 3 ชนิด เพื่อดึงรสชาติและความหวานตามธรรมชาติของเนื้อหมูออกมาให้ได้มากที่สุด แถมยังการันตีความเด็ดด้วยการติดอันดับท็อปของเว็บไซต์รีวิวอาหารชื่อดังอย่างแท้จริง บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้รู้สึกอบอุ่น สบายตา และมีกลิ่นอายความดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาอาหารญี่ปุ่นมื้อพิเศษ

เมื่อพลิกดูเมนูจะพบกับเนื้อหมูส่วนต่างๆ ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือกลุ่มหมูสันนอกพรีเมียมที่ให้รสสัมผัสชุ่มฉ่ำ มีชั้นไขมันแทรกกำลังดี ทอดออกมาได้กรอบนอกนุ่มในแบบไร้ที่ติ หรือถ้าใครชอบเนื้อส่วนไหล่ที่มีความเข้มข้นเต็มคำก็มีให้เลือกทาน นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนคนที่ไม่เน้นมันก็มีหมูสันในเกรดพิเศษอย่าง Tokuhire ที่นุ่มละมุนไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีข้าวแกงกะหรี่ทงคัตสึรสชาติเข้มข้นหอมเครื่องเทศ รวมถึงเซตผสมกุ้งลายเสือทอดตัวใหญ่ยักษ์อย่าง King Ebi ให้เลือกสั่ง โดยทุกเซตจะเสิร์ฟพร้อมข้าวสายพันธุ์พิเศษจากฮอกไกโดและซุปทงจิรุรสกลมกล่อม

สำหรับงบประมาณในการมาอิ่มอร่อยที่นี่ ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-700 บาท ขึ้นอยู่กับส่วนของเนื้อหมูและขนาดที่เราเลือกสั่ง ราคานี้ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและมาตรฐานการทอดระดับเดียวกับที่ญี่ปุ่น ร้านนี้จึงตอบโจทย์กลุ่มคนที่ชอบตระเวนชิมของอร่อยสายฟู้ดดี้ รวมถึงคนที่อยากพาครอบครัวหรือจูงมือเพื่อนๆ มานั่งกินอาหารแบบจานด่วนที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมในวันพักผ่อนอย่างลงตัว

Tonkatsu AOKI

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

4 เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้นที่ 3 Nippon Avenue zone ห้องเลขที่ 4/1-4 ซ. วิภาวดี 2 แยก 4-4 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

5. Bincho

Bincho พาคุณเดินทางย้อนเวลากลับไปสัมผัสวิถีการกินอันลึกซึ้งในชนบทของประเทศญี่ปุ่นผ่านกลิ่นอายเตาถ่าน บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองสไตล์ครันทรี่ไซด์ มีจุดศูนย์รวมสายตาอยู่ที่เตาอิโรริโบราณกลางร้าน จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือศิลปะการย่างแบบโรบาตายากิที่ทำสดๆ ตรงหน้า โดยทางร้านยึดมั่นในการปรุงอาหารตามแนวคิดอิจิจู ซันไซ หรือการจัดสำรับสารอาหารที่สมดุลประกอบไปด้วยซุปหนึ่งอย่างและเครื่องเคียงสามสิ่ง ควบคู่ไปกับการใช้ถ่านไม้บินโชตันเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอและไร้ควันมารังสรรค์จานอร่อย ปัจจุบันเปิดให้บริการมอบความอบอุ่นแล้วที่สาขาเมกาบางนาและสาขาวัน แบ็งคอก นับเป็นอีกหนึ่งพิกัดทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังหาร้านอาหารญี่ปุ่นแนวดั้งเดิมที่มีความประณีตไม่ซ้ำใครเพื่อมาลิ้มลองในย่านเซ็นทรัลพาร์ค

เสน่ห์ของอาหารที่นี่เน้นการชูรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบจากธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีจานเด่นชวนลิ้มลองในหมวดปลาอย่าง Salmon Shioyaki with Ikura แซลมอนย่างเกลือเนื้อฉ่ำท็อปไข่ปลาแซลมอนล้นๆ หรือจะเลือกเปลี่ยนรสชาติไปลองปลากระพงแดงแอตแลนติกย่างเกลืออย่าง Akauo Shioyaki และปลาอากิย่างเกลืออย่างชาเปลินสไตล์ดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีเมนูปลาหมักมิโซะรสหวานละมุนอย่าง Shima aji Saikyoyaki และปลากระบอกหิมะย่างซีอิ๊ว (Haze Nitsuke Yaki) ที่ซอสซึมลึกเข้าเนื้อ รวมถึงหมวดเนื้อสัตว์อย่างแฮมเบิร์กและลิ้นวัวย่างเตาถ่าน Hambagu & Gyutan เมนูไก่เสียบไม้ย่างยากิโทริหลากสไตล์ และโอดังซุปร้อนๆ ชวนคล่องคอ ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบคือการเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยญี่ปุ่นหอมนุ่มเงางามที่บรรจงหุงสดใหม่มาทีละหม้อด้วยหม้อฮากามะแบบโบราณ

สำหรับงบประมาณเฉลี่ยในการเปิดประสบการณ์ทานอาหารที่นี่ ค่าใช้จ่ายต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-800 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการเลือกสั่งเป็นเซตอาหาร (Teishoku) หรือเลือกทานเมนูอลาคาร์ทคู่กับเครื่องเคียงตามฤดูกาล ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความพิถีพิถันในกรรมวิธีการปรุงแบบโบราณ ร้านนี้จึงตอบโจทย์และเหมาะเป็นพิเศษสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารแนวโฮมมี่ที่เน้นจานเดี่ยวสารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่อยากมาใช้เวลาลิ้มรสชาติละเมียดละไมร่วมกัน ชาวออฟฟิศที่มองหามื้อกลางวันเติมพลังที่รวดเร็ว หรือแม้แต่เหล่านักชิมที่อยากปลีกวิเวกมานั่งปล่อยใจไปกับเปลวไฟและกลิ่นหอมของเตาถ่านยามเย็นก็สร้างความอิ่มเอมใจได้เป็นอย่างดี

Bincho

เวลาทำการ

จ.-พ., ศ.-อา. 10:00 a.m.-10:00 p.m.

พฤ. 11:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

บางแก้ว 39 ศูนย์การค้าเมกาบางนา ห้องเลขที่ 1209, 1209-O ชั้นที่ 1 อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540

6. Kiwamiya

Kiwamiya พร้อมเปิดประตูต้อนรับเหล่านักกินให้มาสัมผัสความตื่นตาตื่นใจของตำนานแฮมเบิร์กสเต็กชื่อดังระดับท็อปจากฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น มอบบรรยากาศที่สนุกสนานและมีชีวิตชีวาในรูปแบบพื้นที่ครัวเปิด ไฮไลต์และจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องร้องว้าวคือจิตวิญญาณแห่งการย่างด้วยตัวเองบนเตาเทปปันส่วนตัวที่ตั้งอยู่ตรงหน้า โดยชื่อร้านสื่อถึงการแสวงหาความสมบูรณ์แบบขั้นสุด ทางร้านจะจัดเซตเนื้อบดกลมโตเสิร์ฟมาแบบแรร์เพื่อให้เราได้ใช้ตะเกียบคีบแบ่งไปกดแนบลงบนหินร้อนๆ ควบคุมระดับความสุกและดีไซน์ความอร่อยได้ตามใจชอบในพริบตา ถือเป็นมิติใหม่ของการทานอาหารญี่ปุ่นที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่กำลังมองหาพิกัดแปลกใหม่เพื่อมาเช็คอินในย่านเซ็นทรัลพาร์ค

ในส่วนของลิสต์อาหารที่ห้ามพลาดแน่นอนว่าต้องยกให้ชุดแฮมเบิร์กเนื้อวากิวพรีเมียม 100% ซิกเนเจอร์ชิ้นโตที่เชฟบรรจงปั้นสดใหม่ตามออเดอร์คำต่อคำ เพื่อกักเก็บความชุ่มฉ่ำของเนื้อสัตว์ตามธรรมชาติไว้ให้ดีที่สุด ทันทีที่เนื้อสัมผัสกับเตาความร้อน กลิ่นหอมมันของวากิวจะอบอวลชวนน้ำลายสอ ผิวด้านนอกจะเริ่มเกรียมเป็นสีน้ำตาลทองขณะที่เนื้อด้านในยังคงความนุ่มเด้งละมุนลิ้น ทานคู่กับซอสสูตรพิเศษที่มีให้เลือกหลากหลายสไตล์เพื่อดึงความหวานกลมกล่อมออกมาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในเซตยังเสิร์ฟเคียงมาด้วยข้าวสวยญี่ปุ่นหุงร้อนๆ ซุปมิโซะรสชาติเข้มข้น และสลัดผักสดกรอบคอยตัดเลี่ยน เติมเต็มสัมผัสรสชาติอันยอดเยี่ยมได้อย่างไร้ที่ติ

สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายจะมีช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 400-900 บาท ถือว่าเป็นงบประมาณที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับการได้รับประทานเนื้อวัวสายพันธุ์แท้คุณภาพสูงในบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พื้นที่แห่งนี้จึงตอบโจทย์และเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารแนวอินเตอร์แอคทีฟที่เน้นความสนุกสนานและมีส่วนร่วมกับมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่ชวนกันมาตระเวนหาของอร่อยแปลกใหม่ทานในวันหยุด คู่เดตที่อยากสร้างบทสนทนาอันน่าจดจำผ่านกิจกรรมการย่างเนื้อร่วมกัน หรือแม้แต่คนที่ชอบเดินทางคนเดียวแล้วอยากดื่มด่ำกับรสชาติเนื้อย่างชั้นเลิศในพื้นที่ส่วนตัวอย่างเต็มอิ่ม

Kiwamiya

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

86 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ห้องเลขที่ 510-510T ชั้นที่ 5 ถ. พระรามที่ 4 แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

7. Ippe Koppe

Ippe Koppe เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับคนที่คลั่งไคล้ข้าวแกงกะหรี่สไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 5 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตกแต่งในบรรยากาศสบายๆ แฝงความคึกคักแบบร้านอาหารจานด่วนในโตเกียว จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้เหนือชั้นกว่าใครคือการสืบทอดจิตวิญญาณความอร่อยจากร้านทงคัตสึระดับตำนานอย่าง Tonkatsu AOKI การันตีความเด็ดดวงด้วยรางวัลอันทรงเกียรติ Tabelog Curry Hyakumeiten ติดอันดับหนึ่งในร้อยร้านแกงกะหรี่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นถึงหลายปีซ้อน ปัจจุบันแบรนด์นี้เติบโตและขยายความอร่อยไปมากกว่า 17 สาขาในญี่ปุ่น โดยเริ่มเปิดสาขาแรกที่คามาตะในกรุงโตเกียวเมื่อช่วงต้นปี 2015 ถือเป็นพิกัดร้านอาหารญี่ปุ่นที่ต้องรีบพุ่งตัวไปเช็คอินด่วนๆ

ความลับของซอสแกงกะหรี่ที่นี่จะไม่ได้เริ่มที่เครื่องเทศเหมือนร้านทั่วไป แต่เริ่มจากการเคี่ยวซุปผักนานาชนิดอย่างช้าๆ จนได้ความหวานใสตามธรรมชาติ ก่อนจะผสานเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะมากกว่า 10 ชนิด เคี่ยวต่อจนขันเงาสวย เข้มข้น และลุ่มลึก จานซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ Curry Rice with Rosu แกงกะหรี่หมูสันนอกทอดกรอบที่เนื้อแน่นฉ่ำแทรกไขมัน และ Curry Rice with Hire แกงกะหรี่หมูสันในเนื้อนุ่มละมุน สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ถึง 3 ระดับ หรือจะสั่งเป็นแนวข้าวไข่ข้นอย่าง Rosu Katsu Curry Omurice ก็ฟินไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดที่ไม่เหมือนใครคือ อาโตะ โนะ เซะโรส คัตสึดัง(Ato no serosu katsudon) ที่แยกวางหมูทอดทงคัตสึไว้บนไข่ตุ๋นซุปดาชิราดข้าว เพื่อรักษาความกรอบของแป้งทอดและความหอมของดาชิไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 170-400 บาทเท่านั้น ถือเป็นเรทราคาที่ย่อมเยาและคุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับรสชาติระดับรางวัลและกรรมวิธีการปรุงอันประณีตตามแบบฉบับร้านที่เชี่ยวชาญด้านแกงกะหรี่ ร้านนี้จึงตอบโจทย์และเหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาร้านอาหารจานเดียวที่อิ่มท้องได้อย่างรวดเร็วแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่อยากมาลิ้มลองรสชาติแกงกะหรี่แท้ๆ คนทำงานที่แวะมาหาอะไรทานง่ายๆ ในชั่วโมงเร่งด่วน หรือแม้แต่คนที่มาเดินเที่ยวคนเดียวแล้วต้องการเซฟโซนความอร่อยที่กินกี่ครั้งก็อิ่มใจและได้มาตรฐานสม่ำเสมอในทุกคำ

Ippe Koppe

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

4/1-4/2,4/4 ห้องเลขที่ A606/1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิล์ด 4 ชั้นที่ 6 ถ. ราชดำริ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

บทความแนะนำ บทความแนะนำ