10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูไก่ (Chicken Menu) อร่อยฟินกินเพลินฉบับต้นตำรับ

12.06.2026 (Updated: 12.06.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูไก่ (Chicken Menu) อร่อยฟินกินเพลินฉบับต้นตำรับ

เอาใจสายกินที่กำลังมองหาพิกัดความอร่อยระดับพรีเมียม วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยเช็คอินกับพิกัดเด็ดที่คนรักเมนูไก่ห้ามพลาดเด็ดขาด หากคุณคิดว่าอาหารจากแดนปลาดิบจะมีดีแค่ปลาดิบหรือเนื้อวัว ขอบอกเลยว่าคุณกำลังพลาดของดี เพราะบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเราตอนนี้ ต่างพากันยกระดับวัตถุดิบประเภทสัตว์ปีกมาครีเอตเป็นจานเด็ดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นยากิโทริย่างเตาถ่านหอมกรุ่น ปีกไก่ทอดกรอบสูตรลับเฉพาะ หรือหม้อไฟซุปเข้มข้นรสกลมกล่อม ซึ่งแต่ละพิกัดที่เราคัดสรรมานั้นล้วนเต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีเทคนิคการปรุงที่พิถีพิถัน และให้รสชาติแท้ๆ ตามแบบฉบับอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม รับรองว่าอ่านจบแล้วต้องตามไปลิ้มลองความฉ่ำนุ่มละมุนลิ้นกันให้ฟินแบบเต็มอิ่มแน่นอน

1. KUMA NO YAKITORI

Kuma No Yakitori เป็นพิกัดแรกที่สายกินห้ามพลาดเด็ดขาด ร้านนี้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากโอซาก้าพร้อมดีกรีร้านยากิโทริระดับไฮเอนด์ที่จองยากสุดๆ สาขาญี่ปุ่นเขาเปิดรับเฉพาะสมาชิกเท่านั้นด้วย แต่สาขาที่กรุงเทพฯ ทุกคนสามารถกดจองล่วงหน้าเข้าไปสัมผัสประสบการณ์โอมากาเสะเมนูไก่สุดพรีเมียมได้เลย ตัวร้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและเอ็กซ์คลูซีฟมาก มีโซนเคาน์เตอร์บาร์ให้จดจ่อกับการย่างของเชฟแค่ 12 ที่นั่ง และมีห้องวีไอพีแยกต่างหากอีกห้อง เชฟนาริเจ้าของร้านตั้งใจรังสรรค์ทุกจานให้เป็นแนว Fun & Fine Dining ที่เราจะได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าไปกับอาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ที่ไม่จำเจ เมนูในคอร์สจะสลับปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ทำให้มาซ้ำได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ

จานเด่นของที่นี่ขอยกเมนู Yakitori Chicken Skin ที่ใช้ไฟอ่อนค่อยๆ ไล่ความมันจนหนังไก่ด้านนอกกรอบกริ๊บแต่เนื้อข้างในยังนุ่มฉ่ำ หรือจะเป็น Yakitori Chicken Wings ปีกไก่ถอดกระดูกรมควันย่างถ่านที่พอกัดเข้าไปแล้วน้ำซุปหอมๆ จะทะลักออกมาทันที ส่วนสายชีสต้องรัก Tsukune with Red Wine Sauce & Cheese ลูกชิ้นไก่บดเนื้อเด้งราดซอสไวน์แดงสูตรเข้มข้นแล้วท็อปด้วยพาร์เมซานชีสขูดฝอยแบบพูนๆ นอกจากนี้ยังมีจานตัดเลี่ยนอย่าง Bagna Cauda Salad สลัดผักสดกรอบเสิร์ฟพร้อมซอสรสนัว และ Towa Toro Tofu เต้าหู้ขาวเนื้อเนียนละมุนลิ้นที่ท็อปมาด้วยอูนิกับไข่ปลาแซลมอน ปิดท้ายมื้อให้อิ่มอุ่นด้วย TKG หรือข้าวหน้าไข่ดิบเกรดพรีเมียมที่ตีจนเนื้อเนียนฟู กินแล้วแสงออกปากแน่นอน

เนื่องจากเสิร์ฟมาในรูปแบบคอร์สโอมากาเสะที่ใช้วัตถุดิบไก่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ราคาเฉลี่ยต่อหัวจึงเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 2,800++ ไปจนถึง 4,500++ บาท ขึ้นอยู่กับประเภทคอร์สและเครื่องดื่มที่เลือกสั่งเพิ่มเติม แม้ราคาจะค่อนข้างสูงตามสไตล์ร้านหรูระดับท็อปจากญี่ปุ่น แต่เมื่อเทียบกับเทคนิคการย่าง รสชาติที่แปลกใหม่ และการบริการที่ดูแลเราเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอนแล้ว ถือว่าเป็นมื้อที่คุ้มค่าและสร้างความประทับใจให้คนรักเมนูย่างถ่านได้อย่างแน่นอน

KUMA NO YAKITORI

เวลาทำการ

จ.-ส. 5:00 p.m.-11:30 p.m., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

Rain Hill, 1F, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kuma-no-yakitori/

2. Japanese Kitchen Ant'z

Japanese Kitchen Ant’z เป็นอิซากายะย่านทองหล่อที่ซ่อนตัวอยู่พร้อมกลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ บรรยากาศด้านในตกแต่งอย่างมีสไตล์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ก็แฝงความประณีตอยู่ในที จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายและเป็นส่วนตัว เพราะมีห้องส่วนตัวคอยให้บริการ เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาพื้นที่แฮงเอาต์กับกลุ่มเพื่อน นัดเดต หรือแม้แต่การเจรจาธุรกิจในมื้อค่ำอันแสนพิเศษ อาหารทุกจานของร้านนี้ทำสดใหม่ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับพรีเมียม ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดใจกลางกรุงเทพฯ ที่ส่งตรงรสชาติโลคอลจากแดนปลาดิบมาให้ลิ้มลองแบบไม่ต้องบินไปไกล

มาถึงพาร์ทของกิน ขอยกให้จานเด็ดที่เป็นหน้าเป็นตาของร้านอย่าง ไก่ย่างซอสเกรวี่ เมนูซิกเนเจอร์รสชาติเข้มข้นที่พนักงานจะมาคอยอำนวยความสะดวกด้วยการตัดและเลาะกระดูกให้เราทานง่ายๆ ถึงโต๊ะ ตัวสะโพกไก่ย่างมาแบบหนังกรอบเนื้อด้านในนุ่มเด้ง ฉ่ำซอสเกรวี่รสกลมกล่อม ทานคู่กับหอมใหญ่ย่างเข้ากันดีมาก มีให้เลือกทั้งสูตรออริจินัลและสูตรเผ็ดร้อนจัดจ้าน นอกจากนี้ในเล่มเมนูก็ยังมีของกินเล่นยอดฮิตอย่าง ปีกไก่ยัดไส้เกี๊ยวซ่า และอิชิยะโบชิ คาราอาเกะ รวมถึงเมนูสไตล์คลาสสิกอย่างไก่ทอดนัมบัง ไข่ม้วนพรีเมียม และข้าวอบหม้อหน้าปลาแซลมอน เรียกว่าตอบโจทย์คนรักเมนูสัตว์ปีกและอาหารญี่ปุ่นได้ครบถ้วนจริงๆ

ในส่วนของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเราเน้นสั่งเมนูจานเดี่ยวมาทานกรุบกริบพอกรุ้มกริ่ม หรือจัดเต็มกับพวกข้าวหม้อดิน ของทอด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สไตล์อิซากายะ ตัวราคาอาหารจานเดี่ยวเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยกว่าบาทไปจนถึงสามร้อยกว่าบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับวัตถุดิบทำสดใหม่ รสชาติต้นตำรับ และทำเลทองย่านใจกลางเมืองเดินทางสะดวกแบบนี้ ก็นับว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าน่าคบหาและชวนให้กลับมาซ้ำได้บ่อยๆ

Japanese Kitchen Ant'z

เวลาทำการ

ทุกวัน 5:00 p.m.-2:00 a.m.

ที่อยู่

416/4 Soi Sukhumvit 55(Thonglor Klongton, Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/japanese-kitchen-antz/

3. Hinata Izakaya Sutthisan

Hinata Izakaya Sutthisan ถือเป็นพิกัดแฮงเอาต์ลับๆ ของมนุษย์เงินเดือนและคนชอบกินดื่มย่านสุทธิสารที่อยากสัมผัสวิถีออริจินัลแท้ๆ ตัวร้านนำเสนอความเป็นอิซากายะดั้งเดิมตามแบบฉบับแดนปลาดิบ บรรยากาศเป็นกันเอง แฝงไปด้วยความอบอุ่นและคึกคักในเวลาเดียวกัน เหมาะมากสำหรับเป็นสถานที่นัดพบหลังเลิกงานเพื่อมาล้อมวงกินของอร่อยและพูดคุยกันให้หายเหนื่อย จุดเด่นคือความเรียบง่ายที่ไม่ปรุงแต่งเยอะ แต่เน้นรสชาติที่ตรงไปตรงมาและการบริการที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในตรอกกินดื่มที่โตเกียวจริงๆ ใครที่กำลังหาสถานที่สำหรับปาร์ตี้เล็กๆ ในราคาสบายกระเป๋า ปักหมุดที่นี่ไว้ได้เลย

เมนูอาหารของที่นี่มีความหลากหลายสูงมาก โดยเฉพาะเมนูประเภทเสียบไม้ที่มีให้เลือกละลานตา จานเด็ดที่ต้องสั่งมาลองคือสารพัดเมนูไก่เสียบไม้ปิ้งย่าง ไม่ว่าจะเป็นสะโพกไก่ เนื้อไก่ผสมต้นหอมญี่ปุ่น หนังไก่ ตับ หัวใจ หรือเมนูสึคุเนะไก่บดปรุงรสที่มีออปชันให้เลือกทั้งแบบรสชาติดั้งเดิม ท็อปชีสเยิ้มๆ หรือราดซอสหัวไชเท้าขูด สำหรับคนที่ชอบของทอดก็มีคุชิคัตสึหรือเมนูเสียบไม้ทอดอย่างสันในไก่ใบโอบะ นอกจากนี้ยังมีอาหารจานเดี่ยวและอาหารชุดสุดคุ้มคอยเติมความอิ่มท้อง เช่น ข้าวหน้าไก่ย่างชาร์โคลหอมๆ ข้าวหน้าไก่ไข่ข้นโอยาโกะด้ง เซตไก่ทอดซอสตาร์ตาร์ และเซตไก่ย่างเกลือผัดผักรวม ที่พร้อมเสิร์ฟรสชาติต้นตำรับให้ฟินกันแบบจุใจ

ส่วนเรื่องของราคาต้องบอกเลยว่าเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มากๆ เพราะราคาอาหารจานเดี่ยวและเซตเมนูส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่แค่หลักสิบกลางๆ ไปจนถึงร้อยกว่าบาทเท่านั้น เมนูเสียบไม้เริ่มต้นเพียงไม้ละ 20-35 บาท ทำให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวในการมาทานอาหารที่นี่ตกอยู่ราวๆ 200-400 บาทก็อิ่มได้แล้ว หรือหากจะเน้นสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ควบคู่ไปด้วยเพื่อความบันเทิงสไตล์อาหารญี่ปุ่นกินดื่ม ค่าใช้จ่ายก็อาจจะขยับขึ้นมาอีกนิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าคุ้มค่าและเซฟงบสุดๆ เมื่อเทียบกับปริมาณและรสชาติที่ได้รับกลับไปในย่านใจกลางเมืองแบบนี้

Hinata Izakaya Sutthisan

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30 a.m.-2:30 p.m. และ 5:30 p.m.-11:30 p.m.

อา. 12:00 p.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

1 18 ถ. สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hinata-izakaya-sutthisan/

4. FukuFuku

FukuFuku ชวนให้เรานึกถึงร้านกินดื่มพื้นบ้านของญี่ปุ่นแท้ๆ ด้วยคาแรกเตอร์แบบอิซากายะดั้งเดิมที่ดูแลและควบคุมความอร่อยโดยเชฟชาวญี่ปุ่น ร้านรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ภายใต้แนวคิดที่อยากให้ทุกคนที่ก้าวเท้าเข้ามาได้สัมผัสความสุขและอิ่มเอมใจในราคาที่เข้าถึงง่าย บรรยากาศด้านในจึงอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง ความเด็ดดวงที่เป็นจุดขายสำคัญของร้านนี้คือการคัดสรรวัตถุดิบอย่างเข้มงวด ทั้งปลาสดๆ ที่ส่งตรงมาจากตลาดโทโยสุ และไฮไลต์สำคัญอย่างเนื้อสัตว์ปีกคัดเกรดพิเศษที่คัดเลือกแบบสดใหม่วันต่อวัน ทำให้ได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

สิ่งที่ทำให้สายกินต้องร้องว้าวคือความสดของวัตถุดิบหลักที่นำมาครีเอตเป็นเมนูเด็ดมากมาย โดยเฉพาะ ยากิโทริ (Yakitori) หรือสารพัดเมนูไก่ย่างเสียบไม้เตาถ่านที่หอมกลิ่นควันปิ้งย่างฟุ้งไปทั่วร้าน มีให้เลือกทานตั้งแต่ส่วนเบสิกไปจนถึงส่วนที่หากินยากอย่าง น่องเล็ก สะโพกไก่ หลอดเลือด หรือรังไข่ นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดอย่าง หม้อไฟซุปไก่ (Pitan NABE) หม้อไฟที่ใช้น้ำซุปเคี่ยวจนขาวข้นรสชาติเข้มข้นกลมกล่อม จัดเต็มเครื่องมาแน่นหม้อทั้งน่องไก่ อกไก่สไลด์ และลูกชิ้นไก่สับ และถ้าใครอยากเปิดโลกการกินแนะนำให้ลอง ซาชิมิไก่สด 3 อย่าง ที่โชว์ความสดสะอาดแบบไร้กลิ่นคาว ตบท้ายด้วยเมนูของทอดสไตล์อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่างไก่ทอดคาราอาเกะกรอบนอกนุ่มใน และไก่ทอดนัมบังราดซอสตาร์ตาร์ฉ่ำๆ บอกเลยว่าดีงามทุกจาน

สำหรับราคาอาหารถือว่าน่ารักและเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า โดยเมนูเสียบไม้ปิ้งย่างส่วนของหายากจะเริ่มต้นเพียงไม้ละ 68 บาท ส่วนพวกซาชิมิสดและอาหารจานเดียวจะวนเวียนอยู่ที่ประมาณ 150-350 บาท ทำให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวในการมานั่งกินดื่มชิลๆ ที่ร้านนี้ตกอยู่ราวๆ 400-800 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบที่สดใหม่และรสชาติต้นตำรับแท้ๆ ที่เชฟญี่ปุ่นลงมือปรุงเองทุกขั้นตอน ถือเป็นพิกัดที่คุ้มค่าคุ้มราคาและคุ้มต่อการชวนแก๊งเพื่อนมาล้อมวงปาร์ตี้มื้อค่ำเป็นที่สุด

FukuFuku

เวลาทำการ

จ.-พฤ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-10:30 p.m.

ศ. 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 4:00 p.m.-1:00 a.m.

ส.-อา. 11:30 a.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/fukufuku/

5. Karayama

Karayama พาร้านลับเจ้าดังจากโตเกียวมาให้เราได้ลิ้มลองความอร่อยกันถึงที่ โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากร้านเล็กๆ แถววัดเซ็นโซจิในย่านอาซากุสะ ก่อนจะขยับขยายกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของคนชอบกินของทอด ตัวร้านออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย เน้นความสะดวกสบายและรวดเร็วตามสไตล์ร้านฟาสต์ฟู้ดคุณภาพสูงของแดนปลาดิบ ความโดดเด่นที่ทำให้ใครต่อใครติดใจจนต้องแวะเวียนมาบ่อยๆ อยู่ที่ความพิถีพิถันตั้งแต่การหมักเนื้อด้วยซอสสูตรลับเฉพาะ และการนำมาชุบแป้งอย่างประณีตชิ้นต่อชิ้นก่อนจะทอดในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เหมาะมากสำหรับมื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็วหรือมื้อเย็นที่อยากจัดเต็มความอิ่มอร่อย

รายการอาหารของร้านนี้อัดแน่นไปด้วยเมนูสารพัดอย่าง โดยมีพระเอกตลอดกาลอย่างไก่ทอดคาราอาเกะสูตรต้นตำรับที่ผิวสัมผัสภายนอกกรอบกรุบแต่เนื้อข้างในยังฉ่ำเด้ง สามารถเลือกสั่งเป็นเซตไก่ทอดคารายามะที่เสิร์ฟพร้อมข้าวและซุปมิโซะร้อนๆ หรือจะลองเป็นเซตสไตล์นัมบังที่ราดซอสตาร์ตาร์สูตรเข้มข้นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีจานดงบุริยอดนิยมอย่างข้าวหน้าไก่ทอดราดไข่ ข้าวหน้าไก่ทอดซอสอามาซึไข่ออนเซนรสชาติกลมกล่อม รวมถึงข้าวหน้าไก่ราดไข่โอยาโกะด้งแบบดั้งเดิม ส่วนใครที่ชอบทานเส้นห้ามพลาดไพทันราเมงน้ำซุปสีขาวนวลรสละมุนที่ท็อปมาด้วยไก่ชาชูเนื้อนุ่ม หรือจะเลือกสั่งทานเล่นควบคู่ไปกับขนมจีบไก่สูตรเฉพาะและเทมปุระไก่ทอดก็ฟินสุดๆ ไปเลย

ขอบอกเลยว่าร้านนี้ทำราคาออกมาได้น่ารักและสบายกระเป๋าแบบสุดๆ โดยพวกเมนูจานเดี่ยวหรือข้าวหน้าต่างๆ เริ่มต้นเพียงร้อยกว่าบาทเท่านั้น ส่วนเมนูจัดเซตอาหารชุดสุดคุ้มที่อิ่มได้แบบจบในชุดเดียวจะอยู่ราวๆ 199-239 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเช็คอินความอร่อยที่นี่ตกอยู่ที่ประมาณ 150-250 บาทก็อิ่มจนจุกได้แล้ว เมื่อเทียบกับปริมาณที่ให้มาแบบพูนชาม ควบคู่กับมาตรฐาน รสชาติตามแบบฉบับอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ที่แทบไม่ต้องบินไปกินถึงอาซากุสะ จึงเป็นอีกหนึ่งร้านที่คุ้มค่าน่าคบหาและกินได้บ่อยๆ แบบไม่มีเบื่อแน่นอน

Karayama

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

อาคารศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ห้องเลขที่ B1U013 ชั้น B1 เลขที่ 944/1 ถ. พระรามที่ 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

6. Jidori cuisine Ken

Jidori cuisine Ken นับเป็นร้านระดับตำนานที่ยืนหนึ่งเรื่องเมนูสัตว์ปีกมานานกว่า 20 ปีในกรุงเทพฯ แถมยังพกดีกรีความอร่อยระดับมิชลินไกด์หลายปีซ้อนมาการันตีด้วย พิกัดร้านตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 23 เดินทางมาง่ายมาก จะนั่งบีทีเอสมาลงแล้วต่อรถเข้ามานิดหน่อยหรือจะขับรถมาเองเขาก็มีที่จอดรถพร้อม บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเรียบหรูแต่แฝงด้วยความอบอุ่นตามสไตล์ร้านกินดื่มดั้งเดิม เหมาะทั้งการชวนครอบครัวมาล้อมวงกินข้าว หรือนัดคุยธุรกิจในบรรยากาศเป็นกันเอง ความเด็ดขาดของที่นี่คือการเลือกใช้จิโดริหรือไก่บ้านสายพันธุ์คัดเกรดพรีเมียม นำมาย่างบนเตาถ่านบินโจบันซึ่งเป็นถ่านขาวคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ทำให้ได้ความร้อนที่สม่ำเสมอและส่งกลิ่นหอมรมควันที่เป็นเอกลักษณ์ ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างในเรื่องความนุ่มและความยืดหยุ่นของเนื้อสัมผัสทันที

ไลน์อาหารของทางร้านค่อนข้างเฉพาะทางและจัดเต็มเรื่องเมนูปิ้งย่างเสียบไม้ หรือยากิโทริ ที่คัดสรรเนื้อไก่ส่วนต่างๆ มาย่างแบบชิ้นต่อชิ้น เมนูไฮไลต์ที่มาแล้วต้องสั่งคือ จิโดริโบ (Jidoribo) ไก่บ้านเสียบไม้ย่างเกลือหรือซอสเทริยากิรสเข้มข้น ซาซามิ อุเมะ ชิโซะโบ (Sasami Ume Shisobo) หรือเนื้อสันในย่างระดับมีเดียมแรร์ท็อปด้วยใบชิโซะและซอสบ๊วยรสเปรี้ยวสดชื่น และสึคุเนะโบ (Tsukunebo) เนื้อบดปรุงรสสูตรโฮมเมดจิ้มไข่แดงดิบ นอกเหนือจากของย่างแล้ว เมนูจานเดี่ยวอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างเช่น อกไก่เบิร์นไฟซาชิมิซอสส้มยูซุคอสโช่ จิโดริยุกเกะรสจัดจ้าน น่องไก่ทอดสไตล์ซันโซคุยากิ รวมถึงของกินเล่นอย่างตับไก่บดบดกินคู่กับขนมปังฝรั่งเศสกรอบๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีโฮมเมดโซบะเส้นสดทำมือเหนียวนุ่มให้เลือกสั่งมาทานคู่กับซุปร้อนๆ ปิดท้ายมื้อด้วยชาเขียวพาร์เฟต์ล้างปากได้แบบสมบูรณ์แบบ

หากแวะมาช่วงกลางวันที่มีเซตเมนูกลางวันสุดคุ้มสำหรับคนทำงาน ราคาจะค่อนข้างประหยัดและเข้าถึงง่ายมาก แต่ถ้ามาจัดเต็มมื้อเย็นในรูปแบบ ออปชันอาหารญี่ปุ่นสไตล์อลาคาร์ต สั่งของย่างเสียบไม้เฉลี่ยไม้ละ 80-120 บาท ควบคู่กับอาหารจานเดี่ยวราคาประมาณ 160-360 บาท และเส้นโซบะทำมือ ราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 600-1,200 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกรรมวิธีการย่างด้วยถ่านชาโคลระดับพรีเมียม คุณภาพวัตถุดิบที่สดสะอาด และรางวัลการันตีความอร่อยระดับสากลที่มีมาอย่างยาวนาน

Jidori cuisine Ken

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.

ที่อยู่

Jasmine City Building Unit B-08, Basement Floor, No.2 Soi Prasanmit, ซ. สุขุมวิท 23 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

7. Hachicken Ramen

Hachicken Ramen แบรนด์นี้นำเสนอความแปลกใหม่ด้วยการเป็นร้านราเมงน้ำซุปกระดูกไก่และเป็ดสุดกลมกล่อมตามแบบฉบับต้นตำรับ ส่งตรงภูมิปัญญาการปรุงเนื้อแบบดั้งเดิมที่มีจุดเริ่มต้นจากโตเกียว แล้วนำมาผสมผสานยกระดับรสชาติให้มีความละมุนตามสไตล์เกียวโตโบราณ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งได้อย่างเรียบง่าย สะอาดสะอ้านตามสไตล์มินิมอล ให้ความรู้สึกสบายๆ เป็นกันเองเหมือนแวะมานั่งกินมื้อด่วนในย่านสถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น จุดเด่นของร้านคือการฉีกแนวจากซุปกระดูกหมูทงคัตสึแบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย แล้วหันมาโฟกัสกับการเคี่ยวน้ำซุปจากโครงกระดูกสัตว์ปีกจนได้รสสัมผัสที่หอมกลมกล่อม มีความมันกำลังดีแต่ไม่เลี่ยน ถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนรักเส้นและต้องการสัมผัสความฟินรูปแบบใหม่

เมนูไฮไลต์ขอยกให้ ไพทันราเมงพิเศษ (Special Paitan Ramen) ที่ใช้น้ำซุปซุปไก่สีขาวนวลรสชาติเข้มข้นนุ่มลึก ท็อปมาด้วยเนื้อส่วนอกและสะโพกที่ปรุงมาอย่างนุ่มละมุน หรือถ้าใครชอบความสดชื่นหอมกลิ่นสมุนไพรต้องลอง ยูซุชิโอะราเมง (Yuzu Shio Ramen) ซุปเกลือรสกลมกล่อมที่ตัดรสด้วยความเปรี้ยวอมหวานของส้มยูซุได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากนี้ยังมีโซยุราเมงและมิโซะราเมงให้เลือกสั่งทานคู่กับชาชูเนื้อเป็ดหรือเนื้อไก่ตามใจชอบ ส่วนสายข้าวก็มีทีเด็ดไม่แพ้กันอย่าง ข้าวหน้าไก่ชาชู (Chashu Don) ที่เสิร์ฟมาพร้อมวิธีกินแบบโอชาซึเกะ (Ochazuke) โดยการเทน้ำซุปดาชิร้อนๆ ลงไปบนชามข้าวเพื่อเปิดมิติรสชาติใหม่ รวมถึงข้าวหน้าไก่ทอดคาราอาเกะแบบเผ็ดและข้าวหน้าเทมปุระรสชาติเด็ด

ราคาอาหารญี่ปุ่นในร้านนี้เริ่มต้นเพียงหลักสิบปลายๆ ไปจนถึงร้อยกว่าบาทเท่านั้น ตัวราเมงชามเดี่ยวเริ่มต้นที่ 99 บาท ส่วนชามพิเศษแบบจัดเต็มท็อปปิ้งพูนๆ จะอยู่ที่ราวๆ 149-179 บาท หากต้องการสั่งเพิ่มความอิ่มด้วยการมิกซ์เป็นเซตคู่กับของกินเล่นอย่างไก่ทอดหรือโอนิกิริก็จ่ายเพิ่มอีกเพียงไม่กี่สิบบาท ทำให้ยอดรวมค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาเช็คอินความอร่อยที่นี่ตกอยู่ราวๆ 130-250 บาทเท่านั้น นับเป็นเรทราคาที่ดีต่อใจ ได้กินของอร่อยคุณภาพพรีเมียมในราคามิตรภาพสุดๆ

Hachicken Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

Unit 4022A, 4th floor, 88 ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. Gen Japanese Charcoal Grill Restaurant & Bar

Gen Japanese Charcoal Grill Restaurant & Bar พร้อมเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษในสไตล์ร้านกินดื่มกึ่งบาร์ระดับพรีเมียม ตัวร้านซ่อนตัวอยู่พร้อมการตกแต่งที่ผสมผสานความร่วมสมัยและความคลาสสิกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกเท่ ขรึม แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองอย่างน่าประหลาด จุดเด่นที่ยกให้เป็นหัวใจหลักของร้านคือการใช้ถ่านไม้บินโจบันในการปิ้งย่าง ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณของแดนปลาดิบที่ช่วยกักเก็บความฉ่ำของวัตถุดิบและเติมกลิ่นหอมรมควันจางๆ ชวนน้ำลายสอ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พลางชมเชฟโชว์ฝีมือการย่างหน้าเตา หรือจะชวนคนรู้ใจมาเดตในบรรยากาศสลัวๆ ก็โรแมนติกไม่เบา

ในส่วนของจานเด็ดประจำร้านขอยกนิ้วให้กลุ่มเมนูที่รังสรรค์จากไก่สายพันธุ์จิโดริ (Jidori) และชาโมะ (Shamo) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่แน่นเด้งและมีไขมันแทรกต่ำ เมนูที่ต้องสั่งมาประเดิมคือ Jidori Kushi Yaki หรือของย่างเสียบไม้รวมส่วนเด็ด ทั้งสะโพก ปีก อก และทีเด็ดอย่างไก่บดสับผสมกระดูกอ่อนกรุบๆ จิ้มทานคู่กับไข่แดงดิบลาวาเยิ้มๆ หรือจะขยับไปลอง Mixed Jidori Shamo เมนูรวมเนื้อส่วนพรีเมียมย่างถ่านที่ทานคู่กับหัวไชเท้าฝอยและซอสยูซุเพิ่มความสดชื่น ส่วนใครที่ชอบของทอดก็มี Jidori Su-ege หรือไก่บ้านหมักเกลือทอดกรอบเสิร์ฟมาแบบครึ่งตัว หนังบางกรอบสะใจเนื้อข้างในยังนุ่มฉ่ำ นอกจากนี้ยังมีจานหลักชวนอิ่มท้องอย่าง Oyakodon ข้าวหน้าไก่สไตล์ดั้งเดิมที่ใช้ไข่นำเข้ารสชาตินุ่มละมุน และ Tori Soba โซบะเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปโครงกระดูกรสชาติเข้มข้น ซดคล่องคอ

ในส่วนของราคาอาหารก็จะขยับขึ้นตามเกรดของวัตถุดิบนำเข้าและเทคนิคการปรุงอันพิถีพิถัน โดยเมนูจานเดี่ยวและของย่างจะเริ่มต้นที่ประมาณ 180-530 บาท ส่วนชุดอาหารจานเดี่ยวแบบเซตเมนูโกเซ็นจะเฉลี่ยอยู่ที่ 320-650 บาท และอาจขยับไปถึงหลักพันหากเลือกทานเป็นเนื้อวากิวเกรดสูง ทำให้ยอดรวมค่าเสียหายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาทานอาหารญี่ปุ่นมื้อค่ำที่ร้านนี้จะตกอยู่ที่ประมาณ 600-1,500 บาท เป็นเรทราคาที่สมน้ำสมเนื้อกับคุณภาพระดับลักชัวรี รสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ และบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมืองแบบนี้แน่นอน

Gen Japanese Charcoal Grill Restaurant & Bar

เวลาทำการ

ทุกวัน 6:00 a.m.-10:00 a.m., 11:00 a.m.-2:00 p.m. และ 5:30 p.m.-11:00 p.m.

ที่อยู่

7 ซ. สุขุมวิท 25 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Sekai No Yamachan

Sekai No Yamachan เป็นพิกัดที่คนรักการสังสรรค์ยามค่ำคืนต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ร้านนี้เป็นอิซากายะชื่อดังที่ส่งตรงความอร่อยมาจากเมืองนาโกย่า การันตีความฮอตด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 70 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น บรรยากาศด้านในร้านเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา คึกคัก และสนุกสนาน เหมาะกับการมานั่งล้อมวงคุยเล่นระบายความเครียดจากการทำงาน จุดเด่นของที่นี่คือการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายๆ และเป็นกันเองอย่างถึงที่สุด ยิ่งถ้าได้มากับกลุ่มเพื่อนสนิทจะยิ่งสนุกเป็นพิเศษ ถือเป็นร้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาความสำราญควบคู่กับของกินเล่นรสจัดจ้านได้อย่างยอดเยี่ยม

ไฮไลต์เด็ดที่ยืนหนึ่งในใจทุกคนคือ ปีกไก่ทอดยามะจังรสต้นตำรับ หรือที่มีชื่อเรียกว่า Maboroshino Tebasaki จานนี้บอกเลยว่าสั่งกันทุกโต๊ะและจานเดียวไม่เคยพอ ตัวปีกไก่ทอดมาแบบแห้งสนิท ไม่อมน้ำมัน ผิวสัมผัสกรอบกรุบ ปรุงรสด้วยเครื่องเทศสูตรลับที่ให้รสชาติเค็มๆ เผ็ดๆ พ่วงความหอมฉุนของพริกไทยแบบจัดเต็ม เวลากินก็มีกิมมิคสนุกๆ ด้วยการหักกระดูกแล้วรูดเนื้อเข้าปากในคำเดียว นอกเหนือจากนี้ยังมีเมนูไก่ทอดคาราเกะชิ้นโตที่มีเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในให้เลือกจับคู่กับซอสต่างๆ อย่างสูตรดั้งเดิมหรือซอสวาซาบิ รวมถึงเมนูน่าลองอื่นๆ เช่น หนังไก่ทอดซอสยากิโทริ ไก่ทอดราดซอสนัมบัง ข้าวปั้นไส้กุ้งเทมปุระ และคิชิเมนเส้นแบนลวกเสิร์ฟแบบเย็น

สำหรับเรื่องราคาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สบายกระเป๋าและเฉลี่ยแบ่งกันจ่ายได้ โดยปีกไก่ทอดซิกเนเจอร์รสเด็ดราคาเริ่มต้นเพียงชุดละ 139 บาทสำหรับ 5 ชิ้น ส่วนของกินเล่นและอาหารญี่ปุ่นจานเดี่ยวอื่นๆ จะวนเวียนอยู่ที่ประมาณ 90-190 บาทเท่านั้น ส่งผลให้งบประมาณเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมานั่งกินดื่มชิลๆ จะตกอยู่ที่ราวๆ 300-600 บาท แต่อาจจะขยับขึ้นอีกนิดหน่อยหากเน้นสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสชาติต่างๆ มาดื่มด่ำคู่ไปด้วย ถือเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ากับความสนุกและความอร่อยที่ได้รับกลับไปแบบเต็มๆ

Sekai No Yamachan

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:30 a.m.-1:00 a.m.

อา. 11:30 a.m.-11:30 p.m.

ที่อยู่

ถ. สุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

10. Minami BKK

Minami BKK นำรสชาติต้นตำรับแบบฉบับจังหวัดคากาวะมาเสิร์ฟให้คนกรุงได้ลิ้มลองกันในโครงการ Warehouse 26 บนถนนสุขุมวิท 26 ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมพงษ์แบบเดินทางต่อเข้ามาได้สบายๆ ตัวร้านโดดเด่นด้วยการตกแต่งในสไตล์มินิมอลที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ได้ดีมากสำหรับหลากหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการแวะมาฝากท้องในช่วงมื้อกลางวันที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว มื้อเย็นแบบครอบครัว หรือแม้กระทั่งการนัดสังสรรค์แฮงเอาต์ชิลๆ หลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อนสนิทในสไตล์แคชชวลไดนิ่ง

จานเด็ดที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านต้องยกให้ Honetsuki Dori หรือเมนูไก่อบติดกระดูกชิ้นโตสะใจ โดยเชฟจะเลือกใช้เนื้อส่วนน่องติดสะโพกชิ้นล่ำๆ นำไปอบด้วยเทคนิคเฉพาะจนได้เนื้อสัมผัสที่ฉ่ำนุ่มสวนทางกับหนังด้านนอกที่กรอบกรุบ เสิร์ฟมาบนกระทะร้อนพร้อมโชว์เบิร์นไฟสดๆ ให้ชมกันถึงข้างโต๊ะจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง มีรสชาติหลักให้เลือกฟินกันสองสไตล์คือไก่รสเกลือกระเทียม ที่หอมกลิ่นกระเทียมย่างปรุงรสกลมกล่อมทานคู่กับมะนาวซีกและซอสพริก หรือถ้าใครชอบความร้อนแรงต้องสั่งรสสไปซี่เฮิร์บที่จัดจ้านด้วยสมุนไพรและมีความเผ็ดปลายลิ้น นอกจากนี้ในเล่มเมนูก็ยังมีจานอร่อยน่าลองอีกเพียบ เช่น หนังไก่กรอบซอสยูซุ ข้าวผัดกระเทียมเนื้อย่าง ข้าวหน้าฟัวกราส์ ข้าวหน้าหมูสามชั้นตุ๋นคาคุนิ และทาโกะวาซาบิ

เนื่องจากทางร้านเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพดีและจัดเต็มปริมาณต่อจานมาแบบเน้นๆ ราคาอาหารจานเดี่ยวและเมนูซิกเนเจอร์ส่วนใหญ่จึงเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 150 ไปจนถึง 400 กว่าบาท ส่งผลให้ยอดรวมค่าเสียหายเฉลี่ยต่อหัวสำหรับการมาทานอาหารญี่ปุ่นที่ร้านนี้จะตกอยู่ราวๆ 350-700 บาทต่อคน เมื่อเทียบกับพิกัดใจกลางเมืองย่านสุขุมวิทที่เดินทางสะดวก รวมถึงความประณีตในการปรุงสดใหม่และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่หาทานได้ยากในไทยแล้ว นับว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มค่าแก่การตามมาเช็คอินอย่างยิ่ง

Minami BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-12:00 a.m.

ที่อยู่

Warehouse, 26 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110