13 ร้านโอนิกิริ (Onigiri) เมนูข้าวปั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

08.09.2025 (Updated: 26.03.2026)
13 ร้านโอนิกิริ (Onigiri) เมนูข้าวปั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น

โอนิกิริ (Onigiri) ข้าวปั้นทรงสามเหลี่ยมในร้านสะดวกซื้อที่เป็นภาพจำของหลายคน ถึงแม้จะเป็นอาหารที่ดูเรียบง่ายแต่เป็นเมนูที่บ่งบอกถึงความเอาใจใส่และมีเอกลักษณ์แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ หรือแต่ละร้าน บทความนี้เราจึงรวบรวม 13 ร้านในไทยที่มีเมนูโอนิกิริหรือข้าวปั้นวางขาย จะมีร้านไหนให้ได้ไปลองชิมบ้าง ไปอ่านกันเลย

1. Japanese Rice Ball Kome Kome

Japanese Rice Ball Kome Kome ถือเป็นสวรรค์ของคนรักข้าวปั้นที่หิวดึกแค่ไหนก็แวะมาได้เพราะเขาเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือคอนเซปต์การปั้นสดใหม่ชิ้นต่อชิ้นเมื่อมีออเดอร์เท่านั้น ไม่มีการปั้นทิ้งไว้ให้ข้าวเสียสัมผัส ตัวร้านให้กลิ่นอายความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใส่ใจในรายละเอียด เราจะได้เห็นกรรมวิธีการปั้นที่พิถีพิถันและการอัดไส้แบบจัดหนักจนแทบทะลักออกมาด้านนอก เป็นจุดเช็กอินที่ตอบโจทย์ทั้งคนที่ต้องการมื้อด่วนคุณภาพดีและคนที่อยากสัมผัสรสชาติข้าวปั้นโฮมเมดแบบต้นตำรับ

เมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องสั่งคือข้าวปั้นไส้แซลมอนและไข่ปลาอิคุระ ซึ่งเป็นการจับคู่ความมันของเนื้อปลาและความเค็มกรุบของไข่ปลาได้อย่างลงตัว หรือถ้าชอบความนัวต้องลองเมนไทโกะมาโยและทูน่ามายองเนสที่รสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทยแน่นอน ความลับความอร่อยอยู่ที่การใช้ข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์คัดพิเศษหุงด้วยเทคนิคเฉพาะตัวจนเมล็ดข้าวเรียงตัวสวย นุ่มหนึบ และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ใครที่เป็นสายคลีนยังมีข้าวปั้นเกลือสุดคลาสสิกที่โชว์รสชาติธรรมชาติของข้าวได้อย่างชัดเจน แนะนำให้สั่งเป็นเซ็ตที่เสิร์ฟพร้อมซุปมิโซะร้อนๆ และผักดองเครื่องเคียงจะช่วยชูรสชาติของโอนิกิริให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

ราคาเฉลี่ยต่อหัวเริ่มต้นเพียงหลักสิบเท่านั้น โดยราคาต่อชิ้นอยู่ประมาณ 70 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบและปริมาณไส้ที่ได้รับในหนึ่งอิ่ม

Japanese Rice Ball Kome Kome

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชม.

ที่อยู่

12 21 Phrom Mit Alley, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/rice-ball-kome-kome/

2. ONiGiRi Lab

ONiGiRi Lab ปักหมุดอยู่ในย่านพร้อมพงษ์พร้อมกับคอนเซปต์สุดล้ำที่เปลี่ยนภาพจำของร้านข้าวปั้นทั่วไปให้กลายเป็นห้องทดลองอาหารญี่ปุ่นขนาดย่อม การตกแต่งร้านเน้นความทันสมัยและดูสนุกสนานสะท้อนถึงชื่อร้านที่พร้อมจะหยิบจับวัตถุดิบต่างๆ มามิกซ์แอนด์แมตช์ให้เกิดรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ ความพิเศษที่ทำให้ที่นี่ดูต่างจากร้านอื่นคือความตื่นเต้นในการลุ้นเมนูพิเศษประจำวันหรือเมนูตามฤดูกาลที่หมุนเวียนมาให้ชิมแบบไม่ซ้ำหน้า เป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับคนที่เบื่อรสชาติเดิมๆ และอยากสัมผัสความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในก้อนข้าวปั้นทรงสามเหลี่ยม

เมนูที่พลาดไม่ได้และถือเป็นตัวชูโรงของทางร้านต้องยกให้ ข้าวปั้นไส้ไข่แดงดองมิโซะ ที่ให้สัมผัสเข้มข้นนัวมันเข้ากับข้าวญี่ปุ่นได้ดีอย่างเหลือเชื่อ หรือจะเป็นเมนูที่เพิ่มความหอมมันไปอีกขั้นอย่าง เมนไทโกะเนย ที่ทางร้านปรุงออกมาได้รสชาติกลมกล่อมไม่เลี่ยนจนเกินไป ส่วนสายจัดเต็มต้องสั่งข้าวปั้นไส้แซลมอนและไข่ปลาแซลมอนที่ให้เครื่องมาแบบเน้นๆ เต็มคำ นอกจากไส้ฟิวชันแล้ว รสชาติมาตรฐานอย่างทูน่ามายองเนสของที่นี่ก็มีการปรุงรสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ทุกคำที่กัดลงไปได้รับรู้ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างดี

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 80 บาทต่อชิ้น ซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับย่านใจกลางเมืองและแลกกับความประณีตในการสร้างสรรค์เมนูข้าวปั้นสไตล์โฮมเมดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครในแบบฉบับของห้องทดลองข้าวปั้นแห่งนี้

ONiGiRi Lab

เวลาทำการ

จ., พ.-อา. 6:00–14:00 น. และ 16:00–20:00 น., ปิดทุกวันอังคาร

ที่อยู่

26 ซอยเมธีนิเวศม์ แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

3. Onigirazu Thailand

Onigirazu Thailand ฉีกกฎการกินข้าวปั้นแบบเดิมๆ ด้วยการนำเสนอสไตล์โอนิกิราซึหรือแซนด์วิชข้าวปั้นญี่ปุ่นที่เน้นความอิ่มใจในไซส์ยักษ์ ตัวร้านเน้นความคล่องตัวและทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาอาหารจานด่วนแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือเทคนิคการห่อที่ใช้สาหร่ายแผ่นใหญ่โอบล้อมข้าวและเครื่องเคราแบบมิดชิด ทำให้เราได้สัมผัสความนุ่มของข้าวและความกรุบกรอบของสาหร่ายไปพร้อมกับการกัดเจอไส้แบบเต็มพิกัดในทุกคำ เป็นการยกระดับเมนูข้าวปั้นให้กลายเป็นมื้อหลักที่อยู่ท้องและสะดวกต่อการพกพาไปทานได้ทุกที่

เมนูไฮไลต์ที่ต้องลิ้มลองยกให้ ไก่เทริยากิ และ หมูย่างซอสญี่ปุ่น ที่ปรุงรสมาอย่างเข้มข้นเข้าเนื้อสไตล์โตเกียวแท้ๆ แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาทางสายเฮลตี้ สลัดแซลมอนรมควัน ถือเป็นทางเลือกที่สดชื่นและลงตัวมาก ความเจ๋งอีกอย่างคือการฟิวชันรสชาติแบบไทยๆ เข้าไปอย่างลงตัวกับเมนู กะเพราไก่ไข่ดาว ที่จัดจ้านถึงเครื่องกะเพราแท้ๆ แต่อยู่ในรูปแบบข้าวปั้นห่อสาหร่ายซึ่งถือเป็นนวัตกรรมความอร่อยที่หาทานจากที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ วัตถุดิบแต่ละอย่างถูกจัดวางเลเยอร์มาอย่างสวยงามเหมือนงานศิลปะที่กินได้

ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นเริ่มต้นที่ประมาณ 90 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเพราะปริมาณที่ได้รับนั้นอัดแน่นจนเทียบเท่าข้าวหนึ่งมื้อใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์การกินข้าวปั้นญี่ปุ่นในมิติใหม่ที่ให้ทั้งความอร่อยและความอิ่มแบบจัดเต็มในราคาสบายกระเป๋า

Onigirazu Thailand

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

622 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

4. Naeki Go

Naeki Go โดดเด่นด้วยคอนเซปต์ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ Grab & Go ที่เน้นความรวดเร็วและคุณภาพระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่เร่งรีบแต่ยังโหยหารสชาติแบบต้นตำรับ ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านโอนิกิริทั่วไปอย่างชัดเจนคือเทคนิคการทำ ยากิโอนิกิริ หรือข้าวปั้นย่างที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณ ตัวร้านมักตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงง่ายตามสถานีรถไฟฟ้าหรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตกแต่งแบบโปร่งโล่งสะอาดตา เผยให้เห็นข้าวปั้นที่เรียงรายอย่างสวยงามพร้อมให้หยิบไปอร่อยได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน

เมนูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือข้าวปั้นย่างไส้เนื้อวากิวและแซลมอนย่าง ซึ่งความลับความอร่อยอยู่ที่ผิวด้านนอกของข้าวที่ถูกย่างจนมีความกรอบนิดๆ และเคลือบด้วยซอสสูตรลับจนเข้าเนื้อ เมื่อกัดเข้าไปจะเจอความนุ่มของข้าวญี่ปุ่นด้านในและไส้ที่อัดมาให้แบบเน้นๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูกุ้งเทมปุระที่ยังคงความกรอบเอาไว้ได้ดี หรือจะเป็นหมูกิมจิรสชาติจัดจ้านสะใจสำหรับคนที่ชอบความแปลกใหม่ การผสมผสานระหว่างสัมผัสที่แตกต่างของข้าวที่ผ่านไฟและความสดใหม่ของวัตถุดิบทำให้ทุกคำมีมิติของรสชาติที่ลุ่มลึกกว่าการกินข้าวปั้นแบบธรรมดา

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60 ถึง 120 บาทต่อชิ้น ขึ้นอยู่กับประเภทของไส้ที่เลือก ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับเมนูระดับกูร์เมต์ที่คัดสรรวัตถุดิบมาอย่างดีและผ่านกรรมวิธีการทำที่พิถีพิถันแบบนี้

Naeki Go

เวลาทำการ

จ.-ศ. 7:00–20:00 น.

ส.-อา. 8:00–20:00 น.

ที่อยู่

สถานีสุขุมวิท บีทีเอสอโศก BTS Asok Exit 3 ทางเชื่อมไป รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

5. Nigiritate Tamapo

Nigiritate Tamapo เป็นพิกัดข้าวปั้นญี่ปุ่นที่มาพร้อมชื่อร้านสุดคิ้วท์และความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร เพราะเขาเลือกนำเสนอโอนิกิริในรูปทรงที่ดูคล้ายกับเบอร์เกอร์หรือแซนด์วิชชิ้นยักษ์ที่อัดแน่นไปด้วยไส้แบบทะลักจุดเดือด บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเป็นกันเองและดูเข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับคนที่อยากลองสัมผัสเมนูข้าวปั้นในมิติที่ดูสนุกสนานและแปลกตาไปจากเดิม สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษคือการผสมผสานวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูสมัยใหม่ ทำให้แต่ละชิ้นที่เสิร์ฟออกมาดูน่าถ่ายรูปและน่ารับประทานไปพร้อมกัน แถมยังมีกลิ่นอายความสดใหม่ของการปรุงรสที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่ชาวญี่ปุ่นจริงๆ

เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่งคือ จัมโบ้เอบิฟราย ข้าวปั้นที่มีกุ้งทอดตัวโตกรอบนอกนุ่มในสอดแทรกอยู่ท่ามกลางชั้นข้าวและสาหร่าย หรือถ้าชอบความนุ่มละมุนต้องลอง หมูผัดซอสสุกี้ยากี้ ที่รสชาติซอสซึมลึกเข้าเนื้อหมูให้รสหวานเค็มกำลังดี นอกจากนี้ยังมี แซลมอน และ คาราอาเกะ ที่ชิ้นใหญ่เต็มคำสะใจสุดๆ ส่วนใครที่เป็นสายครีมมี่ห้ามพลาด เมนไทโกะมาโย ที่ให้รสชาติเค็มมันนัวลิ้น ความโดดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ปริมาณไส้ที่ใส่มาแบบไม่ยั้งมือเมื่อเทียบกับปริมาณข้าว ทำให้ทุกคำที่กัดลงไปได้รับรสสัมผัสของเครื่องเคราอย่างเต็มที่ และสำหรับใครที่ยังอยากได้ฟีลคลาสสิก ทางร้านก็ยังมีข้าวปั้นรูปทรงสามเหลี่ยมแบบดั้งเดิมไว้คอยให้บริการเช่นกัน

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นเพียงประมาณ 50 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มากๆ เมื่อเทียบกับขนาดชิ้นที่ใหญ่และคุณภาพของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างตั้งใจ เป็นร้านที่คุ้มค่าแก่การแวะมาฝากท้องไม่ว่าจะเป็นมื้อรองหรือมื้อหลักก็ตาม

Onigiri Burger Tamapo

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–21:00 น.

ที่อยู่

อาคารพาเหรด โครงการวัน แบงค็อก เลขที่ 1877 ห้องเลขที่ C-18 ชั้น B1 ถ. พระรามที่ 4 กรุงเทพมหานคร 10330

7. O KOME NO AJI

O KOME NO AJI เป็นพิกัดลับที่คนรักข้าวปั้นญี่ปุ่นต้องมาลองให้ได้ เพราะชื่อร้านมีความหมายลึกซึ้งที่สื่อถึงรสชาติแท้จริงของเมล็ดข้าว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในร้านโอนิกิริแถวสถานีรถไฟในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายและอบอุ่น จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือการปั้นสดใหม่แบบชิ้นต่อชิ้นตามออเดอร์เท่านั้น ไม่มีการปั้นวางทิ้งไว้ล่วงหน้า ทำให้เราได้สัมผัสกับข้าวญี่ปุ่นสายพันธุ์พรีเมียมที่ยังมีความอุ่นนุ่มและกลิ่นหอมกรุ่นชัดเจน เป็นเสน่ห์ของงานคราฟต์ที่หาได้ยากในร้านแฟรนไชส์ทั่วไป และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เหล่า Onigiri Lover ยอมต่อคิวรอเพื่อให้ได้ชิมรสชาติที่ดีที่สุด

เมนูห้ามพลาดที่ยกให้เป็นซิกเนเจอร์เลยคือ แซลมอนย่างเกลือพริกยูซุ ที่ดึงเอาความหอมสดชื่นของส้มยูซุมาตัดเลี่ยนกับความมันของปลาแซลมอนได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือถ้าใครชอบรสสัมผัสที่นุ่มละมุนต้องสั่ง เนงิโทโระ ข้าวปั้นไส้ปลาทูน่าสับผสมต้นหอมที่ละลายในปาก และยังมี ไข่ปลาเมนไทโกะย่าง ที่หอมกลิ่นเตาถ่านเบาๆ ให้รสชาติเค็มมันกำลังดี ความพิเศษอีกอย่างคือการคัดสรรสาหร่ายคุณภาพเยี่ยมที่ยังคงความกรอบเอาไว้ได้ดีเมื่อห่อหุ้มเมล็ดข้าวที่หุงมาอย่างพอเหมาะพอดี ทำให้ทุกคำที่กัดลงไปมีเลเยอร์ของรสชาติที่ซับซ้อนและกลมกล่อม ทั้งแบบรสชาติดั้งเดิมและแบบฟิวชันที่ทางร้านรังสรรค์ขึ้นมาใหม่

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 60 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและย่อมเยามากเมื่อเทียบกับเกรดของข้าวญี่ปุ่นและวัตถุดิบนำเข้าที่ทางร้านเลือกใช้ เป็นระดับราคาที่ทำให้เราสามารถเลือกชิมได้หลายรสชาติในหนึ่งมื้อโดยไม่ลำบากกระเป๋าตังค์จนเกินไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็วแต่ยังคงคุณภาพอาหารระดับพรีเมียมเอาไว้ครบถ้วน

O KOME NO AJI

เวลาทำการ

อ.-อา. 8:00–21:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

81 Sukhumvit 31, Klongton nue, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

8. ISE Don: Japanese Onigiri&Bento Restaurant

ISE Don: Japanese Onigiri&Bento Restaurant เป็นร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปนั่งทานอาหารในย่านที่พักอาศัยของคนญี่ปุ่นจริงๆ เพราะที่นี่ควบคุมความอร่อยโดยเชฟชาวญี่ปุ่นที่ตั้งใจส่งต่อรสชาติโฮมเมดแบบดั้งเดิม บรรยากาศร้านเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไปนั่งกินข้าวบ้านเพื่อน ความพิเศษอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวไปจนถึงการปรุงไส้แต่ละชนิด ทำให้ร้านนี้กลายเป็นจุดหมายของคนที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของโอนิกิริแท้ๆ ที่ไม่ได้เน้นแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เน้นความสมดุลของรสชาติที่กลมกล่อมและลงตัวในทุกคำ

เมนูที่ต้องลองให้ได้คือ สไปซี่แซลมอน ที่ปรุงรสมาอย่างจัดจ้านพอดิบพอดีตัดกับความนุ่มของข้าวญี่ปุ่นที่เหนียวหนึบกำลังดี หรือจะเป็น ไข่หวานเมนไทโกะ ที่ผสมผสานความหวานละมุนของไข่เข้ากับความเค็มมันของไข่ปลาได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีเมนู ทูน่ามาโย รสชาติมาตรฐานที่ทำออกมาได้นุ่มนวลกว่าที่เคยทานมา และห้ามพลาดที่จะตรวจสอบเมนูพิเศษประจำวันซึ่งจะมีการหมุนเวียนไส้ใหม่ๆ มาให้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอด ความน่าสนใจอีกอย่างคือร้านนี้จัดเต็มเรื่องเบนโตะหรือข้าวกล่องญี่ปุ่นที่ทานคู่กับโอนิกิริแล้วเข้ากันสุดๆ ทำให้เราสามารถอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารที่มีความหลากหลายของเครื่องเคียงได้ในคราวเดียว

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 70 บาทต่อชิ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับฝีมือการปรุงโดยคนญี่ปุ่นและคุณภาพของวัตถุดิบสดใหม่ที่ทางร้านเลือกใช้ ถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับใครที่กำลังมองหาเมนูข้าวปั้นคุณภาพพรีเมียมในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบออริจินัล

ISE Don: Japanese Onigiri&Bento Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 7:30–19:30 น.

ส.-อา. 10:00–20:00 น.

ที่อยู่

Thong Lo BTS Station, Sukhumvit Road, BTS Thong Lor Station, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

9. Khao yiphun

Khao yiphun นำเสนอความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยความใส่ใจตามแบบฉบับร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนรักข้าวปั้นต้องมาลอง บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองเหมือนแวะมาทานข้าวบ้านคนรู้จัก จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้มีความต่างคือความหลงใหลในตัวเมล็ดข้าวญี่ปุ่นอย่างจริงจังตามชื่อร้าน โดยทางร้านให้ความสำคัญกับขั้นตอนการหุงข้าวเป็นพิเศษเพื่อให้ได้สัมผัสที่นุ่มเหนียวและมีความหนึบสู้ฟันกำลังดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวที่หุงสุกใหม่ๆ กระจายอยู่ทั่วร้านชวนให้เจริญอาหาร เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับคนที่มองหามื้ออาหารที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบพื้นฐานเป็นหลักในบรรยากาศที่สบายใจ

เมนูห้ามพลาดที่อยากให้ลองคือข้าวปั้นไส้มันปูที่ให้รสสัมผัสเข้มข้นหอมมันเป็นเอกลักษณ์ หรือจะเป็นไส้ไข่ปลาแซลมอนที่กัดแล้วแตกเป๊ะในปากให้ความสดชื่นสุดๆ สำหรับสายย่างต้องไม่พ้นแซลมอนย่างที่ปรุงมาแบบพอเหมาะเข้ากับตัวข้าวได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีไส้เมนไทโกะ คาราอาเกะ และเมนูพิเศษที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาลทำให้การมาทานแต่ละครั้งมีความน่าตื่นเต้นไม่ซ้ำเจู ความพิเศษอีกอย่างคือร้านนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่โอนิกิริเท่านั้น แต่ยังมีอาหารญี่ปุ่นจานหลักอื่นๆ ที่ปรุงด้วยข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ดีชนิดเดียวกันนี้สลับสับเปลี่ยนมาให้เลือกชิมกันแบบจุใจ

ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยถือว่าย่อมเยาและเข้าถึงได้ง่ายมาก โดยราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาทต่อชิ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับความพิถีพิถันในการคัดสรรสายพันธุ์ข้าวและการปรุงไส้แต่ละชนิดแล้ว นับว่าเป็นพิกัดที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาโอนิกิริคุณภาพดีในราคาสบายกระเป๋าซึ่งหาได้ยากในย่านใจกลางเมืองแบบนี้

Khao yiphun

เวลาทำการ

จ.-ศ. 9:00–14:00 น. และ 17:00–20:00 น.

ส.-อา. 9:00–20:00 น.

ที่อยู่

B104 UBC2 591 ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Nigiri Bar at King Square

Nigiri Bar at King Square ตั้งอยู่ใจกลางย่านที่เต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย โดยตัวร้านมีการออกแบบที่ผสมผสานความเท่แบบบาร์ญี่ปุ่นยุคใหม่เข้ากับความประณีตของอาหารได้อย่างลงตัว บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกพรีเมียมแต่ยังคงความผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการนัดพบคุยงานหรือมานั่งทานข้าวปั้นในมื้อพิเศษ จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้มีความต่างคือการนำเสนอเมนูโอนิกิริที่ไม่ได้มาแค่รูปทรงสามเหลี่ยมทั่วไป แต่มีการดีไซน์หน้าตาให้ดูน่ารักและน่ารับประทานมากขึ้น พร้อมทั้งการคัดสรรวัตถุดิบระดับคุณภาพมาจัดวางอย่างสวยงาม ทำให้การกินข้าวปั้นญี่ปุ่นที่นี่ดูมีระดับและมีสไตล์มากกว่าที่ไหนๆ

เมนูซิกเนเจอร์ที่ยกระดับข้าวปั้นขึ้นไปอีกขั้นคือ Crispy Wasabi ที่ให้รสสัมผัสกรุบกรอบพร้อมความเผ็ดซ่าที่ปลายลิ้นอย่างลงตัว หรือจะเป็น Salmon Solo สำหรับคนรักปลาแซลมอนที่ทางร้านคัดเกรดสดใหม่มาแบบเน้นๆ นอกจากนี้ยังมี Teriyaki Cream ที่ให้รสสัมผัสหอมหวานมัน และ Sukiyaki Gold ที่ดึงเอารสชาติความเข้มข้นของเนื้อสไตล์ญี่ปุ่นมาไว้ในก้อนข้าวได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความพิเศษของที่นี่คือการเลือกใช้ข้าวญี่ปุ่นที่หอมนุ่มมาปั้นให้ได้สัดส่วนที่พอดีกับไส้ ไม่ว่าจะเลือกทานไส้คลาสสิกอย่างบ๊วยหรือทูน่ามายองเนส ก็จะได้สัมผัสถึงความฉ่ำของไส้และความสดของวัตถุดิบที่ปรุงมาอย่างดีเยี่ยม

ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นเริ่มต้นที่ประมาณ 120 บาท ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพวัตถุดิบเกรดคัดพิเศษและการตกแต่งที่พิถีพิถัน เป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับใครที่ต้องการลิ้มลองข้าวปั้นญี่ปุ่นในรูปแบบพรีเมียมฟิวชันในบรรยากาศสุดชิคริมถนนพระราม 3 แห่งนี้

Nigiri Bar at King Square

เวลาทำการ

จ.-ศ. 7:00–17:00 น.

ส.-อา. 9:00–17:00 น.

ที่อยู่

King Square Community Mall. 775 Ratchadaphisek Road, Bang Phongphang Sub-district, เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

11. Nigiritate

Nigiritate ร้านโอนิกิริที่เด่นเรื่องข้าวปั้นทำสดใหม่ทุกชิ้น ทำให้ได้ข้าวปั้นที่อุ่น ๆ นุ่ม ๆ และไส้ที่ยังคงความสดใหม่แบบเต็ม ๆ คำ Nigiritate มีเมนูให้เลือกเยอะมาก ทั้งไส้แบบดั้งเดิมอย่าง แซลมอนย่าง บ๊วย หรือทูน่ามายองเนส ไปจนถึงไส้พิเศษที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล แถมยังมีเมนูเซ็ตพร้อมซุปมิโสะร้อน ๆ ให้เลือกด้วยนะ เมนูแนะนำ เช่น ซาบะ โอบิเทน คาราอาเกะ และเมนไทโกะมายองเนส ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 60 บาท

Nigiritate

เวลาทำการ

จ.-ศ. 7:00–19:00 น.

ส.-อา. 9:00–16:00 น.

ที่อยู่

Interchange 21 Building, 399 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

12. Yukari Japanese restaurant

มากันต่อที่ร้าน Yukari Japanese restaurant ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์โฮมเมด ที่นอกจากมีเมนูยอดฮิตอย่างแกงกะหรี่ เทมปุระ หรือซูชิแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูโอนิกิริที่อร่อยไม่แพ้กัน ข้าวปั้นของร้านนี้จะปั้นมาเป็นรูปทรงน่ารัก ๆ และมีไส้ให้เลือกมาก ๆ เช่น ทูน่ามายองเนส โอกากะ ข้าวปั้นย่างชีส ข้าวปั้นย่างรสแกงกะหรี่ เมนูแนะนำอื่น ๆ เช่น ข้าวปั้นไส้โอกากะมาโย ข้าวปั้นไส้บ๊วยและโอกากะ ข้าวปั้นไส้ขิงดอง และคิมบับโอนิกิริ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 80 บาท

Yukari Japanese restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 15:00–23:15 น.

ส.-อา. 12:00–23:15 น.

ที่อยู่

14/2 ซอย สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

13. IZAKAYA FURUSATO

IZAKAYA FURUSATO ร้านอิซากายะบรรยากาศชิลล์ ๆ ที่เสิร์ฟอาหารสไตล์โฮมเมดทำสดใหม่ทุกวัน เมนูที่นี่หลากหลายและอร่อยทุกอย่าง ตั้งแต่เมนูย่างเสียบไม้ จนถึงเมนูข้าวและเมนูเส้นต่างๆ และที่นี่มีเมนูเด็ดอย่างโอนิกิริด้วย ทั้งข้าวปั้นปลาแซลมอน ข้าวปั้นคอมบุ ข้าวปั้นบ๊วย ข้าวปั้นเมนไทโกะ และข้าวปั้นย่าง ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 80 บาท

IZAKAYA FURUSATO

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

9, 9 ซ. สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

14. Don Don Donki MBK Center

มาถึงที่สุดท้ายของเมนูโอนิกิริ คงไม่มีใครไม่รู้จักห้าง Don Don Donki ที่ MBK Center ใช่ไหมคะ ที่นี่มีอาหารและสินค้าญี่ปุ่นให้เลือกละลานตาไปหมด และหนึ่งในนั้นก็คือเมนูยอดฮิตอย่างโอนิกิริ ที่นี่มีโอนิกิริให้เลือกเยอะมาก ๆ และทำสดใหม่ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ข้าวเพิ่งหุงใหม่ ๆ จะอร่อยเป็นพิเศษ จุดเด่นของที่นี่คือความหลากหลายของไส้ และความคุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้ ไส้แนะนำ เช่น บ๊วย เมนไทโกะ แซลมอนเทริยากิ และหอยเชลล์ซอสเทริยากิ ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50 บาท

Don Don Donki MBK Center

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชม.

ที่อยู่

444 ถ. พญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330