10 ร้านราเมงที่มีหลายสาขาให้ได้ซูดเส้น ซดน้ำซุป

09.06.2026 (Updated: 09.06.2026)
10 ร้านราเมงที่มีหลายสาขาให้ได้ซูดเส้น ซดน้ำซุป

สายกินเส้นเตรียมตัวฟิน วันนี้เราจะพาทุกคนไปตะลุยเช็กอินกับ 10 ร้านราเมงเจ้าเด็ดที่มีหลายสาขา กระจายความอร่อยอยู่ทั่วทุกพื้นที่ บอกเลยว่าเดินทางตามไปกินได้ง่ายและสะดวกสุดๆ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็สามารถแวะซูดเส้น ราเมง สายพันธุ์แท้ที่มีจุดเด่นเรื่องเส้นสดเหนียวนุ่มหนึบหนับเป็นเอกลักษณ์ พร้อมชวนซดน้ำซุปอุ่นๆ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมที่เคี่ยวมาอย่างพิถีพิถันจนได้รสสัมผัสระดับตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ รับรองว่าถูกใจทั้งสายกินมื้อด่วนและสายชิลแน่นอน

1. Hachiban Ramen

Hachiban Ramen หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าราเมงหมายเลขแปด ถือเป็นร้านราเมงขวัญใจมหาชนที่มีหลายสาขามากๆ เดินไปห้างไหนก็เจอเพราะเขากระจายความอร่อยไปมากกว่า 150 สาขาทั่วไทย บรรยากาศในร้านให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบายๆ เหมาะกับการแวะกินมื้อด่วนหรือมานั่งทานกับครอบครัวในวันหยุด จุดเด่นที่ทำให้หลงรักจนต้องกลับมาซ้ำคือเรื่องของเส้นสดที่ทำออกมาได้เหนียวนุ่มกำลังดี ไม่อืดง่าย นำไปทำเมนูไหนก็เข้ากันอย่างลงตัว ถือเป็นร้านราเมงที่เข้าถึงง่ายและพึ่งพาได้เสมอเวลาหิว

พูดถึงเมนูเด็ดที่ไปทีไรต้องสั่ง ขอยกให้ ซารุ ราเมน บะหมี่เย็นสไตล์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟเส้นสดนุ่มๆ จุ่มกินกับซอสสูตรเฉพาะ รสชาติสดชื่นและกลมกล่อมมาก หรือถ้าใครชอบความแปลกใหม่ขึ้นมาอีกนิด มีเมนูใหม่อย่าง โกมะ ซารุราเมน ที่เป็นราเมนเย็นจุ่มซอสงาขาวหอมๆ และ สไปซี่ โกมะ ซารุราเมน สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดจัดจ้าน ส่วนสายน้ำซุปร้อนๆ ต้องลอง ต้มยำกุ้ง ราเมน แซ่บๆ หรือ ฮะจังเมน สูตรดั้งเดิม และที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนูทานเล่นยอดฮิตอย่าง เกี๊ยวซ่า ทอดมาแบบกรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับลูกชิ้นปลาหมายเลข 8 เอกลักษณ์ประจำร้าน

สำหรับเรื่องราคาก็มิตรภาพสุดๆ เฉลี่ยแล้วตกอยู่ประมาณ 100-200 บาทต่อคนเท่านั้นเอง เมนูจานหลักส่วนใหญ่เริ่มต้นที่หลักสิบปลายๆ ไปจนถึงร้อยต้นๆ อย่างฮะจังเมนแค่ 88 บาท หรือต้มยำกุ้งราเมนก็แค่ 138 บาท ส่วนของกินเล่นก็ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า สรุปคือจ่ายแบงค์ร้อยสองใบมีทอน ได้อิ่มอร่อยกับราเมงคุณภาพดีแบบสบายใจแน่นอน

Hachiban Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

979 ห้องเลขที่ 413 ชั้น 2 Siam Center ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hachiban-ramen/

2. Bankara Ramen

Bankara Ramen เป็นพิกัดที่สายกินเส้นกดเซฟไว้ในลิสต์กันถ้วนหน้าแน่นอน เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวจนเข้มข้น มีเอกลักษณ์ส่งตรงความอร่อยจากโตเกียวมายาวนานกว่า 26 ปี สำหรับคนที่กำลังมองหาร้านอาหารจานด่วนอิ่มท้องและไม่อยากเดินทางไกล ร้านนี้ตอบโจทย์มากเพราะเขามี หลายสาขา คอยเปิดต้อนรับตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตัวร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ได้กลิ่นอายความอบอุ่น ส่วนทีเด็ดที่ต้องยกนิ้วให้คือร้านนี้ใช้ ราเมง เส้นสดที่ทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน มีการจับคู่ขนาดเส้นให้เข้ากับประเภทของน้ำซุปแต่ละแบบอย่างลงตัว มั่นใจได้เลยว่าทุกชามที่ยกมาเสิร์ฟจะได้สัมผัสความเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวสนุก สดใหม่แบบไม่เหมือนใคร

ก้าวเข้ามาในร้านแล้วไม่รู้จะสั่งอะไรดี แนะนำให้เลือกชามซิกเนเจอร์อย่าง Kakuni Bankara ที่จัดเต็มหมูสามชั้นตุ๋นชิ้นโตสูตรพิเศษ เนื้อนุ่มละมุนลิ้นแทบละลายในปาก หรือถ้าชอบความนุ่มเด้งของเส้นสดขนาดใหญ่ที่ทานแบบจุ่ม ซุปทสึเคเมนเข้มข้นรสชาติหวานเค็มอมเปรี้ยวก็มีเมนู Tsukemen และ Kakuni Tsukemen เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นอกจากนี้ใครที่รักความครีมมี่ของซุปกระดูกหมูสีขาวข้นอุดมด้วยคอลลาเจนก็มี Tonkotsu คอยให้บริการ ส่วนสายแซ่บที่ชอบรสเผ็ดร้อนตื่นตัว เมนู Maara Miso ก็น่าจะถูกปาก ปิดท้ายด้วยของทานเล่นยอดฮิตอย่าง Yaki Gyoza เกี๊ยวซ่าย่างเนื้อนุ่ม และ Kakuni Saramori หมูตุ๋นจานเดี่ยวมาเคี้ยวเล่นเพลินๆ

ขยับมาดูที่เรื่องค่าใช้จ่ายกันบ้าง ด้วยความที่เป็นแบรนด์พรีเมียมวัตถุดิบนำเข้า คุณภาพและปริมาณที่ได้ต่อชามเลยค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 300-500 บาท ราคาอาหารจานหลักเริ่มต้นที่ประมาณ 210 บาทไปจนถึง 375 บาท ส่วนพวกเมนูซุปเปล่าๆ หรือเส้นสดสำหรับสั่งเพิ่มจะอยู่ที่ประมาณ 65-160 บาท เมื่อรวมค่าน้ำและของทานเล่นเข้าไปแล้ว ถือว่าเป็นงบประมาณที่คุ้มค่ากับรสชาติระดับต้นตำรับแท้ๆ ที่ไม่ต้องบินไปกินไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

Bankara Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-10:00 p.m.

ที่อยู่

ชั้น G, สยามพารากอน ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

3. Ippudo

Ippudo เป็นร้านระดับตำนานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวจริงเรื่องทงคตสึราเมง โดยถือกำเนิดขึ้นที่เมืองฮากาตะตั้งแต่ปี 1985 จนกลายเป็นกระแสโด่งดังและขยายตัวไปทั่วโลก บรรยากาศภายในร้านได้รับการออกแบบให้มีกลิ่นอายความทันสมัย ผสมผสานความใส่ใจและบริการอันอบอุ่นแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหาชามโปรดในวันพักผ่อน เอกลักษณ์ที่ทำให้สายกินติดใจคือการยกระดับศิลปะแห่งการปรุงอาหารด้วยการใช้ ราเมง เส้นสดที่ทำขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ตัวเส้นมีลักษณะเรียวเล็กแต่เหนียวนุ่ม นวดและตัดใหม่เพื่อให้ซับน้ำซุปได้ดีที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังสามารถเลือกความแข็งของเส้นตามใจชอบได้ถึง 4 ระดับ ตั้งแต่แข็งมากไปจนถึงนุ่ม ทำให้การทานอาหารที่นี่ได้อรรถรสและตอบโจทย์รสนิยมส่วนบุคคลได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อพูดถึงเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด ชามแรกที่ต้องลองคือ ชิโรมารุ โมโตอาจิ ราเมงซุปกระดูกหมูสูตรดั้งเดิมที่เคี่ยวนานกว่า 18 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปสีขาวข้นรสกลมกล่อม ทานคู่กับหมูชาชูส่วนท้องและส่วนไหล่ หรือหากใครชอบรสชาติที่เข้มข้นขึ้นมาอีกขั้น อากะมารุ ชินนาจิ จะตอบโจทย์ด้วยการเพิ่มความหอมมันจากซอสมิโสะสูตรพิเศษและน้ำมันกระเทียมเจียว ส่วนสายแซ่บต้องลอง คาราคะเมน ที่ผสานความเผ็ดร้อนจากหมูสับผัดมิโสะและน้ำมันพริก นอกจากนี้ยังมี คาซาเนะ ราเมงซุปกระดูกหมูผสมซุปไก่ และ สึเคเมน บะหมี่เย็นเส้นหนาเหนียวนุ่มจุ่มซุปรสเข้มข้นสะใจ รวมไปถึงเมนูร่วมสมัยอย่าง หม่าล่า ทงคตสึ สำหรับผู้ที่รักความเผ็ดชา ปิดท้ายมื้อด้วยของทานเล่นยอดนิยมอย่าง อาบุริ แซลมอน โรล ข้าวหน้าเนื้อผัดซีอิ๊ว หรือข้าวแซลมอนโปเก ก็อร่อยเต็มอิ่มไม่แพ้กัน

ในส่วนของระดับราคา ถือว่าสมเหตุสมผลกับแบรนด์ระดับพรีเมียมและวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉลี่ยแล้วช่วงราคาต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 250-400 บาท เมนูราเมงชามมาตรฐานส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 170 บาทสำหรับ ซีโร่ ราเมง ไปจนถึงช่วง 220-290 บาท หากต้องการสั่งเวอร์ชันสเปเชียลที่เพิ่มเครื่องเคียงเต็มสูบ ราคาจะขยับไปอยู่ที่ประมาณ 230-350 บาท ถือเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับประสบการณ์การทานอาหารสไตล์ฮากาตะแท้ๆ ที่มี หลายสาขา คอยส่งต่อความอร่อยตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ให้เข้าถึงได้ง่ายในหลายพื้นที่โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น

Ippudo

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00 a.m.-9:00 p.m.

ส.-อา. 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

55 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

4. Oishi Ramen

Oishi Ramen เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่คนรักเส้นคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีพิกัดความอร่อยกระจายอยู่ตามศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มคนที่กำลังมองหาร้าน ราเมง รสชาติได้มาตรฐานที่มี หลายสาขา ให้แวะเติมพลังได้แทบทุกพื้นที่ บรรยากาศภายในร้านเน้นความสว่างสดใส นั่งสบาย จัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนเพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้มาใช้บริการ ไฮไลท์เด่นที่ต้องพูดถึงคือกระบวนการผลิตเส้นที่พิถีพิถันผ่านการนวด พับ รีด และกรีด จนเกิดเป็นเส้น โมะโตะ เมน หรือเส้นราเมงสดขนาดใหญ่ที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม นุ่มเด้งสู้ฟันอย่างเป็นเอกลักษณ์ เข้ากันได้อย่างลงตัวกับน้ำซุปสูตรลับที่เคี่ยวนานกว่า 8 ชั่วโมง จนได้น้ำซุป 3 สไตล์หลัก ทั้งซุปทงคตสึ ซุปมิโซะ และซุปอาโกะดาชิหรือซุปปลาแห้งที่ให้รสสัมผัสหอมละมุน

ทางร้านนำเสนอเมนูอาหารที่ผสมผสานระหว่างความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ และรสชาติที่ถูกปากคนไทยได้อย่างยอดเยี่ยม หากอยากทานซิกเนเจอร์สไตล์ดั้งเดิม ขอยกให้ ทงคตสึ ทันทัน ราเมน บะหมี่ซุปกระดูกหมูเข้มข้นโรยด้วยหมูสับปรุงรส อากะ ทงคตสึ ราเมน ที่เพิ่มความจัดจ้านพรีเมียม และ มิโซะ ชาชู ราเมน บะหมี่ในซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นหน้าหมูชาชูชิ้นโต นอกจากนี้ยังมีเมนูคลายร้อนอย่าง ฮิยาชิ ชูคะ เทมปุระ หรือบะหมี่เย็นซอสโชยุที่เสิร์ฟคู่กับกุ้งทอดเทมปุระเนื้อแน่น ส่วนใครที่ชอบรสชาติแบบไทยๆ ก็มี ราเมนต้มยำหมูชาชู ราเมนหอยลายผัดน้ำพริกเผา และราเมนกะเพรากรอบ คอยให้บริการความแซ่บ เคียงคู่ไปกับของว่างยอดฮิตอย่าง เกี๊ยวซ่าทรงเครื่อง และทาโกะยากิ

เมื่อพิจารณาในเรื่องของความคุ้มค่าและงบประมาณในการกิน ถือว่าเป็นร้านที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์อย่างมาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 120-250 บาท ราคาของอาหารจานหลักแบบเดี่ยวๆ เริ่มต้นเพียง 89 บาท ไปจนถึงร้อยกลางๆ อย่าง ทงคตสึ ทันทัน ราเมน ราคา 109 บาท มิโซะ ชาชู ราเมน ราคา 129 บาท และเมนูจัดเต็มอย่าง อากะ ทงคตสึ ราเมน อยู่ที่ 189 บาท อีกทั้งทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นจับคู่สุดคุ้มร่วมกับเกี๊ยวซ่าและเครื่องดื่มในราคาพิเศษ ช่วยให้อิ่มอร่อยสบายท้องในราคาสบายใจ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่าและสะดวกสบายในทุกมื้ออาหาร

Oishi Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30 a.m.-9:30 p.m.

ที่อยู่

QJ8R+GQ6 ถ. ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240

5. Ramen Ozawa

Ramen Ozawa พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสวัฒนธรรมการกินแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ผ่านบรรยากาศร้านที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการแวะเติมพลังในวันลุยงานหรือวันพักผ่อนสบายๆ แบรนด์นี้ถือเป็นตัวจริงที่สายกินเส้นตามหา เพราะเขามี หลายสาขา กระจายอยู่ตามทำเลต่างๆ ทำให้แวะไปซดความอร่อยได้ง่าย ไฮไลท์เด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือเรื่องของเส้นสด โดยเส้นของทางร้านผลิตจากแป้งสาลีคุณภาพสูงที่ส่งตรงมาจากเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น นำมาทำสดใหม่ในทุกเช้าด้วยความใส่ใจ มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในอากาศอย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ ราเมง เส้นสดที่มีความเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวสนุก และอุ้มน้ำซุปได้ดีเป็นพิเศษในทุกชามที่เสิร์ฟ

สำหรับเมนูเด็ดที่ต้องสั่งมาลิ้มลอง ขอยกให้กลุ่มเมนูซึเคเมนหรือบะหมี่เย็นแยกซุปอย่าง โนโค ซึเคเมน ที่ตั้งใจรังสรรค์เส้นเหนียวนุ่มหนึบเสิร์ฟคู่กับน้ำซุปสูตรเข้มข้นพิเศษเคี่ยวจนได้รสชาติถึงเครื่อง หรือจะเลือกเป็น โอซาว่า ซีเคเมน ซุปไก่ผสมมิโซะและทงคตสึ และ โอซาว่า คาระ ซีเคเมน สำหรับคนชอบความเผ็ดจัดจ้านสะใจจากน้ำมันพริกโกมะ รายุ แต่อีกหนึ่งชามระดับมาสเตอร์พีซที่ห้ามพลาดเลยคือ โดโรเคอิราเมน ซุปกระดูกหมูพรีเมียมที่ผ่านการเคี่ยวนานกว่า 48 ชั่วโมงจนได้คอลลาเจนและไขกระดูกเข้มข้นขีดสุด ส่วนใครที่ชอบซุปร้อนๆ แนวอื่นก็มี ทันทัน ราเมน รสชาติน้ำซุปสไตล์นาโกย่าแท้ๆ ยามานาชิ ราเมน ซุปโชยุสูตรต้นตำรับผสมหมูบดทรงเครื่องรสเผ็ด และ ซารุ ราเมน บะหมี่เย็นทานง่ายท็อปปิ้งด้วยหมูชาชูและไข่อาจิทามะ ปิดท้ายด้วยเมนูข้าวอย่าง ข้าวหน้าปลาไหล เนื้อนุ่มย่างซอสรสกลมกล่อม

เรื่องราคาก็สบายกระเป๋าและเข้าถึงง่ายมากๆ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 150-250 บาทเท่านั้น ราคาอาหารจานหลักเริ่มต้นที่ 89 บาทสำหรับเมนูแห้งอย่างอาบุระโซบะ ส่วนราเมงซุปโชยุและวาฟูโชยุจะอยู่ที่ 95-110 บาท สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ยอดฮิตอย่างซารุราเมนราคาเพียง 125 บาท โอซาว่าซีเคเมน 175 บาท และชามพรีเมียมเคี่ยวซุปเข้มข้นอย่างโดโรเคอิราเมนอยู่ที่ 230 บาท นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าปลาไหลในราคา 190 บาท และทางร้านยังมีตัวเลือกเซ็ตสุดคุ้มให้เลือกจับคู่กับเกี๊ยวซ่าหรือไก่คาราอาเกะในราคาประหยัด ถือเป็นพิกัดที่คุ้มค่าน่าคบหา ได้ทานเส้นสดคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้แน่นอน

Ramen Ozawa

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-8:30 p.m.

ที่อยู่

296 ถ. พญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

6. A Ramen

A Ramen หรือที่คอกินเส้นรู้จักกันดีในชื่อราเมงข้อสอบ นำเสนอประสบการณ์การทานอาหารที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยห้องทานอาหารที่กั้นเป็นคอกเดี่ยวคล้ายโต๊ะสอบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้ดื่มด่ำกับรสชาติอย่างเป็นส่วนตัวที่สุด ความเจ๋งของที่นี่คือการเปิดต้อนรับคนหิวตลอด 24 ชั่วโมง และขยายความอร่อยไปใน หลายสาขา ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น สามย่านมิตรทาวน์ ทองหล่อ สีลมเอจ และรัชโยธิน บรรยากาศให้ความรู้สึกสนุกตั้งแต่เริ่มจดออเดอร์ที่คุณสามารถกดยกหูเรียกพนักงานได้ทันที สำหรับจุดเด่นในเรื่องของอาหารคือการเลือกใช้ ราเมง เส้นสดที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ มีการลวกเส้นอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ความเหนียวนุ่มที่พอดี สามารถเลือกปรับระดับความแข็งของเส้นสดตามใจชอบได้ในใบข้อสอบ ทำให้คนรักราเมงได้ซูดเส้นสดอย่างเพลิดเพลินใจในทุกช่วงเวลา

เมนูเด็ดที่เป็นตัวชูโรงของร้านแน่นอนว่าต้องเป็น ราเมงข้อสอบ ชามซิกเนเจอร์น้ำซุปทงคตสึเข้มข้นที่ผู้ทานสามารถเลือกปรุงแต่งองค์ประกอบได้เองทั้งหมด ตั้งแต่ระดับความนุ่มของเส้นสด ความเข้มข้นของน้ำซุป ความมัน ไปจนถึงระดับความเผ็ดจากพริกสูตรเฉพาะ หรือถ้าใครไม่อยากเลือกเองก็มี ราเมง สูตรต้นตำรับ แบบมาตรฐานพร้อมเสิร์ฟ นอกจากเมนูร้อนแล้ว สำหรับสายบะหมี่เย็นยังมี โกมะซารุ ราเมง บะหมี่เย็นซอสงา และ ยูซุ ซารุ ราเมง ที่ให้กลิ่นอายความสดชื่นหอมละมุน ทานคู่กับหมูชาชูติดมัน หน่อไม้ และไข่ต้มซอสชาได้อย่างเข้ากัน ส่วนใครที่มองหาความอิ่มท้องรูปแบบอื่นก็มี ข้าวหน้าหมูชาชูเต๋า และ อาหารทานเล่นยอดฮิตอย่าง เกี๊ยวซ่า แป้งบางนุ่ม ไก่ทอดคาราอาเกะ ตบท้ายด้วยของหวานราคาเบาๆ อย่าง ซอฟต์เสิร์ฟรสนมหรือช็อกโกแลต

ขยับมาส่องที่เรื่องของงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการกิน ดินเนอร์หรือมื้อดึกที่นี่ถือว่าสบายกระเป๋ามาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 160-300 บาท ราคาเมนูจานหลักอย่างราเมงสูตรต้นตำรับและราเมงข้อสอบเริ่มต้นเพียงชามละ 160 บาทเท่านั้น ส่วนเมนูข้าวและบะหมี่เย็นจะอยู่ที่ 130-160 บาท หากอยากกินให้คุ้มค่าที่สุดแนะนำให้เลือกสั่งเป็นเซตเมนู เช่น เซตเดี่ยว A หรือเซตเดี่ยว B ที่รวมราเมง เครื่องเคียง และเกี๊ยวซ่าในราคาเพียง 240 บาท ยิ่งไปกว่านั้นราคาทั้งหมดในร้านเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้วและไม่มีการคิดค่าบริการหรือ Service Charge เพิ่มเติม ทำให้คำนวณเงินในกระเป๋าได้ง่ายและคุ้มค่าอย่างแน่นอน

A Ramen

เวลาทำการ

ตลอด 24 ชม.

ที่อยู่

B Floor, The Street Ratchada, 139 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

7. Ebisu Ramen

Ebisu Ramen เป็นร้านแนวซุ้มรถเข็นสไตล์ยาไตที่ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปนั่งกินอาหารอยู่ที่ฟุกุโอกะขนานแท้ ตัวร้านเน้นความเรียบง่าย เป็นกันเอง มอบประสบการณ์การทานที่เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับทุกคน ปัจจุบันแบรนด์นี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมี หลายสาขา ทั่วประเทศไทยมากกว่า 70 แห่ง ช่วยให้คนที่กำลังมองหา ราเมง อร่อยๆ ทานในละแวกบ้านสามารถแวะไปเช็กอินได้สะดวก จุดเด่นที่ต้องยกนิ้วให้คือการเป็นร้านที่ชูเรื่องเส้นสดสไตล์ฮากาตะ โดยตัวเส้นจะมีความเรียวเล็ก ลวกมาแบบพอดี มีความหนึบสู้ฟัน นุ่มเด้งเป็นเอกลักษณ์ และซับน้ำซุปเข้มข้นขึ้นมาได้อย่างเต็มคำ

สำหรับรายการอาหารที่มาแล้วต้องสั่ง แนะนำให้ลองชามซิกเนเจอร์อย่าง ทงคตสึราเมน บะหมี่ซุปกระดูกหมูเข้มข้นกลมกล่อมที่เคี่ยวมาอย่างดี ท็อปด้วยหมูชาชูและไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ หรือถ้าชอบรสชาติแนวอื่นๆ ก็มี โชยุราเมน มิโซะราเมน และ ชิโอะราเมน ซุปใสเบสเกลือทะเลเข้มข้น ส่วนใครที่เป็นสายแซ่บต้องการความเผ็ดร้อน คารามิโซะราเมน ซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นรสเผ็ด และ หม่าล่าราเมน จะตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมี ทันทันราเมน และ ต้มยำราเมน รสชาติสไตล์ไทยๆ รวมไปถึงเมนูพิเศษแนวแห้งและแบบจุ่มอย่าง นิชิกิราเมน เกียวไกทสึเคเมน ยาโกุด้ง และนัทสึอุด้ง คอยสลับสับเปลี่ยนมาสร้างความแปลกใหม่ให้ลิ้มลอง

เมื่อพูดถึงเรื่องราคาขอบอกเลยว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ทำราคาออกมาได้ชวนอัศจรรย์ใจและสบายกระเป๋าแบบสุดๆ โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 100-150 บาทเท่านั้น เมนูบะหมี่ชามหลักยอดฮิตส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นทงคตสึ โชยุ มิโซะ ชิโอะ ทันทัน หรือต้มยำ ต่างเปิดตัวในราคาเท่ากันเพียงชามละ 98 บาท ส่วนเมนูรสเผ็ดจัดจ้านอย่างคารามิโซะจะอยู่ที่ 118 บาท และเมนูพิเศษกลุ่มทสึเคเมนหรืออุด้งจะอยู่ในช่วง 118-158 บาท ยิ่งถ้าเป็น ซารุราเมน บะหมี่เย็นคลายร้อน ราคาเริ่มต้นเพียง 68 บาทเท่านั้น เรียกว่าจ่ายแบงค์ร้อยใบเดียวก็อิ่มอร่อยกับเมนูเส้นสดคุณภาพเยี่ยมระดับต้นตำรับได้แล้ว

Ebisu Ramen

เวลาทำการ

จ.-ส. 11:00 a.m.-9:00 p.m., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

ห้องเลขที่ B207 15/1 ถ. รัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

8. Ramen Kagetsu Arashi

Ramen Kagetsu Arashi เป็นร้านระดับตำนานที่ครองใจคนญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 30 ปี และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มท็อป 3 ของร้านที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับในไทยเขาก็เดินหน้าขยายความอร่อยไปใน หลายสาขา ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำเพื่อให้สายกินได้เข้าถึงได้ง่าย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจและสนุกสนาน เปรียบเสมือนพื้นที่แห่งความบันเทิงระดับโลกในสไตล์ญี่ปุ่น ไฮไลท์สำคัญที่ทำให้ชวนประทับใจคือความใส่ใจในเรื่องของอาหารที่ปรุงออกมาอย่างมีมาตรฐาน โดยเฉพาะการใช้ ราเมง เส้นสดที่ทำออกมาได้เหนียวนุ่ม นุ่มเด้งสู้ฟันกำลังดี ตัวเส้นสดสามารถซับน้ำซุปสูตรเข้มข้นเฉพาะตัวขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม มอบสัมผัสที่สดใหม่และแตกต่างในทุกๆ คำที่ซูด

สำหรับไลน์เมนูอาหารที่นี่ขอบอกเลยว่ามีความหลากหลายและน่าสนใจมาก ภายใต้แนวคิดที่ว่าราเมนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกวัน โดยมีน้ำซุปเด่นๆ ให้เลือกถึง 4 สไตล์ เริ่มจากเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Genkotsu Ramen ซุปกระดูกหมูส่วนหน้าแข้งที่เคี่ยวนานจนได้ความเข้มข้นนัวผสมผสานกับโชยุหอมลึก ถัดมาคือ Chuka Soba Takeshita Shokudo ซุปโชยุเบสไก่รสชาตินุ่มนวล ละมุนละไม ทานง่ายสไตล์คลาสสิก ส่วนใครที่ชอบความพรีเมียมแนวฟิวชันต้องลอง Tsukemen Truffle & Lemon Zaru-Pork บะหมี่เย็นแบบจุ่มที่ผสานความหอมของซุปทรัฟเฟิล ตัดเลมอนเปรี้ยวสดชื่นลงตัว และปิดท้ายด้วย Ginjirou Black Ramen ซุปกระดูกหมูผสมซุปปลาเข้มข้นเพิ่มความหนักแน่นด้วยน้ำมันกระเทียมดำย่างหอมมันสะใจ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวเปปเปอร์กระทะร้อนและของทานเล่นอย่างเกี๊ยวซ่าและไก่ทอดคอยเสริมทัพความอร่อย

เมื่อหันมามองในแง่ของงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการกิน ถือว่าเป็นร้านราเมงพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่คุ้มค่าคุ้มราคามาก โดยช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะตกอยู่ประมาณ 200-350 บาท ราคาอาหารจานหลักระดับซิกเนเจอร์ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ช่วงสองร้อยต้นๆ ซึ่งเทียบกับคุณภาพของเส้นสด ซุปที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน และปริมาณที่เสิร์ฟมาแบบชามโตอิ่มกำลังดีแล้ว ถือว่าเป็นเรทราคาที่สมน้ำสมเนื้อและจับต้องได้ง่าย เหมาะสำหรับการแวะมาจัดมื้อกลางวันด่วนๆ หรือจะมานั่งล้อมวงกินกับกลุ่มเพื่อนในเย็นวันศุกร์ก็ฟินไม่แพ้กัน

Ramen Kagetsu Arashi

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:30 p.m.

ที่อยู่

10330 กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

9. TSUKEMEN Go Go

TSUKEMEN Go Go เป็นร้านที่สายซดน้ำซุปเข้มข้นสไตล์นาโกย่าต้องร้องกรี๊ดอย่างแน่นอน บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และดูเอาจริงเอาจังกับการปรุงอาหาร ถือเป็นตัวเลือกชั้นยอดสำหรับคนที่ตามหา ราเมง รสชาติออริจินัลที่มี หลายสาขา คอยเปิดต้อนรับตามจุดสำคัญต่างๆ ความพิเศษขั้นสุดของที่นี่คือความโดดเด่นในฐานะร้านราเมงเส้นสดที่ทำเส้นเอง โดยมีโรงงานขนาดย่อมคอยนวดและรีดแป้งออกมาเป็นเส้นสดหน้าตาเหนียวนุ่ม หนึบหนับ เคี้ยวสู้ฟัน ซึ่งเส้นสดแต่ละแบบจะถูกเลือกให้แมตช์เข้ากับน้ำซุปแต่ละชนิดอย่างเหมาะสม ช่วยให้ทุกคำที่คีบเข้าปากได้รสสัมผัสที่ดีที่สุด

เมื่อพลิกดูรายการอาหารจานเด่น เมนูที่สร้างชื่อให้ทางร้านและห้ามพลาดเด็ดขาดคือกลุ่มสึเคเมนหรือบะหมี่เย็นแยกน้ำซุปเข้มข้น เช่น Gyokai Tsukemen ที่เสิร์ฟเส้นสดคู่กับซุปปลาโอแห้งรสเข้มข้น Nou Kou Tsukemen และเมนูเอาใจคนรักเนื้ออย่าง กิวโฮรูมอน ซึเคเมน ที่ใช้ไส้วัวนำเข้าจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีราเมงแห้งคลุกคลิกสไตล์มาเซโซบะอย่าง Mazesoba และ Umakara Mazesoba ที่ท็อปปิ้งเครื่องแน่นๆ ทานคู่กับไข่แดงสด ส่วนใครที่เป็นสายซดซุปร้อนๆ ก็มี ทงคตสึ ราเมน โกโร ราเมน ซุปใสอย่าง โชยุ ราเมน และเมนูรสเผ็ดจัดจ้านชวนตื่นตัวอย่าง นาโกยะ ราเมน บะหมี่ซุปโชยุรสเผ็ดร้อนจากหมูบดสูตรพิเศษที่หาทานได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น

ขยับมาส่องที่เรื่องของค่าใช้จ่ายต่อหัวกันบ้าง งบประมาณสำหรับการมากินอิ่มแปล้ที่นี่จะเฉลี่ยอยู่ประมาณ 200-350 บาทต่อคน ราคาเมนูจานหลักอย่างโชยุราเมน ทงคตสึราเมน และนาโกยะราเมน จะอยู่ที่ชามละ 230 บาท ส่วนตระกูลบะหมี่เย็นแยกซุปหรือสึเคเมนจะเริ่มต้นที่ 210 บาทไปจนถึงเมนูพรีเมียมอย่างซุปไส้วัวในราคา 290 บาท สำหรับสายแห้งมาเซโซบะราคาเปิดตัวอยู่ที่ 220 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่คุ้มค่าสมราคาเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารชามใหญ่ บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ และคุณภาพของเส้นสดที่ทำเองแบบชามต่อชาม

TSUKEMEN Go Go

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00 a.m.-11:00 p.m.

ที่อยู่

55 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

10. Tonkotsu Kazan Ramen

Tonkotsu Kazan Ramen พร้อมเปิดประสบการณ์การกินราเมงที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ด้วยเอกลักษณ์ประจำร้านที่ไม่เหมือนใครอย่างราเมงภูเขาไฟชามโตที่เสิร์ฟมาในชามหินร้อนๆ อุณหภูมิกว่า 300 องศาเซลเซียส ครอบด้วยปล่องภูเขาไฟสีแดงสดคอยพ่นควันฉุย บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกคึกคัก สนุกสนาน และได้กลิ่นอายสตรีทฟู้ดแบบญี่ปุ่นร่วมสมัย เหมาะมากสำหรับชวนกลุ่มเพื่อนมานั่งซูดเส้นพร้อมถ่ายรูปสวยๆ ลงโซเชียล ทางร้านให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบเป็นอันดับหนึ่ง จุดเด่นที่ต้องขออวยยศให้เลยคือการเลือกใช้เส้นสดแบบหนาพิเศษที่มีความเหนียวและนุ่มเด้งในตัว เมื่อนำไปใส่ในชามหินร้อนๆ ตัวเส้นสดจะยิ่งดูดซับน้ำซุปทงคตสึที่เคี่ยวจนเข้มข้นนัวขั้นสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ อร่อยจนต้องซดกินจนหยดสุดท้ายแน่นอน

สำหรับเมนูเด็ดมาแล้วต้องสั่ง แน่นอนว่าต้องเป็นกลุ่มราเมงภูเขาไฟรสจัดจ้านสะใจอย่าง คะซังคารามิโซะ ราเมงซุปกระดูกหมูรสเต้าเจี้ยวเผ็ด และ คะซังแกงกะหรี่ญี่ปุ่น รวมถึงเมนูทะเลจัดเต็มอย่าง คะซังไคเซ็นชิโอะ ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวเปล่ามาให้กินคู่กัน นอกจากนี้ยังมีชามภูเขาไฟไฮไลท์อย่าง คะซังสุกี้ยากี้หมู ที่จัดวางเนื้อหมูสไลด์ซ้อนกันเป็นทรงสูงดูอลังการคล้ายภูเขาไฟ หรือหากใครชอบแนวซุปร้อนแบบชามธรรมดาทั่วไป ทางร้านก็มี ราเมงน้ำซุปกระดูกหมู รสชาติต้นตำรับที่มีให้เลือกทั้งสูตร โชยุราเมน ชิโอะราเมน และ คารามิโซะราเมน รวมถึงเมนูพิเศษอย่าง แบล็คโชยุราเมน และ อุมาคาระราเมน รสเผ็ดร้อน ทานคู่กับของว่างอย่าง เกี๊ยวซ่าทอด ไก่ทอดคาราอาเกะ หรือ กุ้งทอด ก็เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ

มาดูกันที่เรื่องของงบประมาณและราคาเฉลี่ยต่อหัว สำหรับร้านนี้จะตกอยู่ประมาณ 200-350 บาทต่อคน เมนูราเมงชามปกติทั่วไปแบบชามเดี่ยวไซส์เล็กเริ่มต้นเพียง 159 บาท ส่วนไซส์ปกติอยู่ที่ 189 บาท สำหรับตระกูลราเมงภูเขาไฟเสิร์ฟพร้อมข้าวเปล่าราคาจะขยับขึ้นมาตามความพรีเมียมของท็อปปิ้ง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ชามละ 239-279 บาท และมีแบบเซตเมนูสุดคุ้มให้เลือกจับคู่กับเกี๊ยวซ่าและข้าวผัดในราคาบวกเพิ่มอีกนิดหน่อย ถือเป็นเรทราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความอิ่มและประสบการณ์การกินราเมงรูปแบบใหม่ที่มี หลายสาขา พร้อมเสิร์ฟความอร่อยทั่วพื้นที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

Tonkotsu Kazan Ramen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00 a.m.-9:00 p.m.

ที่อยู่

979 Siam Center ชั้นที่ 2 ถ. พระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330