15 ร้านอาหารญี่ปุ่น เดินทางง่ายตามแนวรถไฟฟ้า
บอกลาความหิว แล้วออกไปสัมผัสรสชาติแดนปลาดิบที่ซ่อนตัวอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้ากับลายแทง 15 ร้านอาหารญี่ปุ่นที่คัดมาทั้งเนื้อย่างยากินิกุสุดพรีเมียม ซูชิคำโต และอิซากายะสำหรับสายชิลที่เดินลงจากสถานีปุ๊บก็เจอกับความอร่อยปั๊บ ทุกร้านเน้นวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้วาร์ปไปอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ เหมาะมากสำหรับใครที่มองหาจุดนัดพบหลังเลิกงานหรือมื้อพิเศษในวันหยุดที่เดินทางง่ายและไม่ต้องวนหาที่จอดรถให้เสียเวลา พร้อมแล้วตามไปเก็บให้ครบทุกพิกัดกันเลย
1. Taraba Prime Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน
ใครที่เบื่อความวุ่นวายของร้านอาหารญี่ปุ่นในห้างแล้วอยากสัมผัสความพรีเมียมแบบสงบๆ แนะนำให้มาที่นี่เลย ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 ใจกลางระหว่างอโศกและพร้อมพงษ์ เดินทางสะดวกมากแค่ลงจากรถไฟฟ้าสถานีอโศกหรือพร้อมพงษ์แล้วต่อรถเข้ามานิดเดียว สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหรูหราที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น การตกแต่งเน้นโทนสีน้ำตาลและงานไม้ที่ดูโมเดิร์นแต่ก็ยังคงกลิ่นอายเซนแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความโปร่งสบายและบริการที่ใส่ใจเหมือนเราเป็นแขกคนพิเศษจริงๆ ไม่ว่าจะมาเดทกับแฟนหรือจัดเลี้ยงมื้อค่ำกับครอบครัว พื้นที่ด้านในก็จัดสรรไว้อย่างเป็นสัดส่วน ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ถ้าพูดถึงเมนูเด็ดที่นี่ ชื่อร้านก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าราชาปูยักษ์ทาราบะคือพระเอกของงาน ปูของเขาคัดไซส์พิเศษ เนื้อแน่น หวานฉ่ำ จะเลือกทานแบบนึ่งร้อนๆ หรือย่างถ่านให้มีกลิ่นหอมไหม้นิดๆ ก็ฟินไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีเซตซาชิมิที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเสิร์ฟแบบคำต่อคำ รวมถึงเมนูเนื้อวากิว A5 ที่ละลายในปากจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ความพิเศษคือความสดของวัตถุดิบที่เรียกได้ว่าพรีเมียมสมชื่อร้านจริงๆ
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทขึ้นไป ราคาถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารระดับท็อปที่ใช้วัตถุดิบพรีเมียมและการเดินทางที่สะดวกใจกลางเมือง
Taraba Prime Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:00–14:00 น. และ 17:00–23:00 น.
ส.-อา. 11:00–23:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/taraba-prime-japanese-restaurant/
2. Izakaya Naihua
บรรยากาศร้าน
ถ้ากำลังมองหาจุดแฮงเอาท์หลังเลิกงานที่ให้ความรู้สึกเหมือนวาร์ปไปอยู่ย่านกินดื่มในโตเกียว ก็คงจะพลาดร้านอิซากายะนายหัวไปไม่ได้ ตัวร้านตั้งอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีศาลาแดง เดินเท้าต่อมาอีกนิดก็ถึง ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุคที่เน้นความคึกคักเป็นกันเอง มีโปสเตอร์วินเทจและโคมไฟประดับประดาช่วยสร้างอารมณ์ผ่อนคลาย สิ่งที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นกว่าร้านแนวเดียวกันคือความรู้สึกติดดินและเป็นมิตร ไม่ว่าจะมานั่งปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทหรือเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ เสียงพูดคุยและกลิ่นหอมของอาหารปิ้งย่างที่อบอวลอยู่ข้างในจะช่วยละลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นปลิดทิ้ง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
อาหารของที่นี่เน้นความจัดจ้านและทานเพลิน โดยเฉพาะเมนูของย่างเสียบไม้หรือยากิโทริที่ย่างมาแบบพอดี เนื้อสัมผัสยังคงความฉ่ำและหอมกลิ่นถ่านอ่อนๆ จานที่ต้องสั่งมาวางบนโต๊ะคือลิ้นวัวย่างที่ทำออกมาได้นุ่มเด้งสู้ฟัน รวมถึงพวกเมนูยำสไตล์ญี่ปุ่นและปลาดิบที่เน้นความสดสะอาด นอกจากนี้ยังมีเมนูฟิวชั่นที่หยิบเอาวัตถุดิบไทยมาผสมผสานได้อย่างน่าสนใจ กลายเป็นกับแกล้มชั้นดีที่เข้ากันได้กับเครื่องดื่มเย็นๆ ทุกประเภท ความลับความอร่อยอยู่ที่ซอสสูตรเฉพาะของร้านที่ช่วยชูรสชาติวัตถุดิบให้เด่นขึ้นมาโดยไม่เลี่ยนจนเกินไป
ช่วงราคา
เรื่องราคาก็ถือว่าเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์คนทำงานเมืองอย่างมาก เฉลี่ยแล้วราคาต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาทขึ้นไป
Izakaya Naihua
- เวลาทำการ
จ.-ส. 18:00–3:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
9, 33 ถ. ธนิยะ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
3. 298 Nikuya Yakiniku
บรรยากาศร้าน
สายเนื้อย่างที่เน้นความสมเหตุสมผลของราคาและคุณภาพระดับพรีเมียมต้องลองแวะมาที่นี่ ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ เดินเท้ามาเพียงไม่กี่ก้าวก็จะได้พบกับสเปซที่ออกแบบมาให้ดูเท่และขรึมด้วยโทนสีเข้มของเฟอร์นิเจอร์ตัดกับแสงไฟวอร์มไวท์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สไตล์การตกแต่งมีความเป็นลอฟต์ผสมผสานกับกลิ่นอายญี่ปุ่นยุคใหม่ ความพิเศษคือการจัดวางโต๊ะที่กว้างขวางและมีระบบดูดควันที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ทำให้เราสามารถนั่งปิ้งเนื้อทานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นจะติดเสื้อผ้าหรือผมหลังเดินออกจากร้าน เหมาะมากสำหรับการนัดรวมตัวกลุ่มเพื่อนที่เน้นการกินแบบจริงจังในบรรยากาศที่เป็นกันเองและมีคลาสไปพร้อมกัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ทีเด็ดที่ทำให้หลายคนกลายมาเป็นลูกค้าประจำคือเนื้อวากิวญี่ปุ่นที่คัดสรรส่วนที่ดีที่สุดมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะเมนูเนื้อส่วนท้องที่เมื่อวางลงบนเตาถ่านร้อนๆ ไขมันจะค่อยๆ ละลายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วโต๊ะ ความนุ่มของเนื้อที่นี่แทบจะละลายไปกับลิ้นโดยไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมากนัก และที่พลาดไม่ได้คือลิ้นวัวหั่นหนาที่ผ่านการหมักมาอย่างดีจนได้รสชาติที่กลมกล่อม นอกจากเนื้อแดงแล้ว เครื่องเคียงอย่างกิมจิที่ร้านทำเองและผักสดก็ช่วยตัดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยน้ำจิ้มสูตรลับของทางร้านที่ช่วยชูรสชาติของเนื้อให้เด่นชัดขึ้นมาโดยไม่กลบกลิ่นหอมตามธรรมชาติของวัตถุดิบ
ช่วงราคา
ในส่วนของช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นเนื้อเกรดไหนหรือเลือกทานเป็นเซตเมนู
298 Nikuya Yakiniku
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–23:00 น.
- ที่อยู่
2/34 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
4. Umenohana Restaurant Solaria Hotel
บรรยากาศร้าน
หากกำลังมองหาสถานที่หลบความวุ่นวายใจกลางอโศกเพื่อดื่มด่ำกับมื้ออาหารที่ละเมียดละไม ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้นบนของโรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel เชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้าสถานีอโศกและรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท ทำให้การเดินทางสะดวกมาก ก้าวแรกที่เดินเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผสมผสานความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว การตกแต่งเน้นความเรียบง่ายแต่ดูแพง ใช้แสงไฟที่นุ่มนวลช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย จุดขายที่ต่างจากที่อื่นคือความเป็นส่วนตัวที่สูงมากและวิวเมืองที่มองเห็นผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้รู้สึกเหมือนได้นั่งทานอาหารอยู่ในห้องรับรองสุดหรู เหมาะสำหรับมื้อกลางวันเพื่อธุรกิจหรือมื้อค่ำที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
หัวใจสำคัญที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่คือศาสตร์แห่งการปรุงเต้าหู้และยุบะ (Yuba) หรือฟองเต้าหู้ที่ส่งตรงวัฒนธรรมการกินมาจากญี่ปุ่น เมนูที่ไม่ควรพลาดคืเซตรวมเต้าหู้สุดพรีเมียมที่มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มจนแทบจะละลายในปาก รวมถึงเซตอาหารไคเซกิที่จัดวางมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ วัตถุดิบตามฤดูกาลแต่ละชนิดถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นปูทาราบะเนื้อหวานหรือเนื้อวัวเกรดเอชั้นเลิศ ความพิเศษอยู่ที่ความเบาสบายของอาหารที่เน้นรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก ไม่จัดจ้านแต่ลุ่มลึก กินแล้วรู้สึกสุขภาพดีและอิ่มเอมไปกับความคิดสร้างสรรค์ที่เชฟใส่มาในทุกคำ
ช่วงราคา
ในส่วนของงบประมาณในการมาสัมผัสประสบการณ์ไคเซกิสุดพรีเมียมนี้ มีช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,500-4,000 บาท ซึ่งราคาจะเปลี่ยนไปตามคอร์สที่เลือกสั่ง
Umenohana Restaurant Solaria Hotel
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–15:00 น. และ 18:00–21:00 น.
- ที่อยู่
เลขที่ 1 ชั้น 2 ซ. สุขุมวิท 14 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
5. SUPER SHAKARIKI 432 EMSPHERE
บรรยากาศร้าน
ถ้าวันไหนรู้สึกหมดพลังแล้วอยากหาที่ชาร์จแบตด้วยความสนุกสนานสไตล์โอซาก้า ร้านนี้คือจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเลย ตัวร้านตั้งอยู่ในห้างเอ็มสเฟียร์ที่เชื่อมกับรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์แบบเดินถึงกันได้สบายๆ บรรยากาศข้างในคือความมันส์ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นแท้ๆ มีเสียงตะโกนต้อนรับพนักงานที่ดูขยันขันแข็งตลอดเวลา การตกแต่งเน้นความจัดจ้าน มีป้ายไฟและของประดับตกแต่งที่จัดออกมาได้อย่างลงตัว สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าสาขาอื่นคือความกว้างขวางและดูโมเดิร์นขึ้นมาอีกระดับ แต่ยังคงรักษาความสนุกสนานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้ดีมาก เหมาะสุดๆ สำหรับการนัดกลุ่มเพื่อนมาปลดปล่อยความเครียดหรือจะจัดปาร์ตี้วันเกิดที่นี่ก็รับรองว่าได้เสียงหัวเราะกลับไปแน่นอน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูของทางร้านมีให้เลือกเยอะจนตาลาย แต่ถ้ามาถึงถิ่นโอซาก้าแล้วไม่ได้สั่งทาโกะยากิก็เหมือนมาไม่ถึง ความสนุกอยู่ที่เราสามารถโชว์ฝีมือการหมุนลูกทาโกะยากิเองได้ที่โต๊ะ หรือถ้าใครอยากทานแบบอิ่มท้องต้องสั่งคุชิคะสึ หรือของทอดเสียบไม้ที่แป้งบางกรอบไม่อมน้ำมัน ทานคู่ซอสรสเข้มข้นที่เป็นสูตรเด็ดเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีเมนูหม้อไฟนาเบะและซาชิมิที่สดใหม่เอาไว้ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ความพิเศษอีกอย่างคือความคิดสร้างสรรค์ของเมนูที่ชอบมีชื่อแปลกๆ และการนำเสนอที่ดูน่าตื่นเต้น ทำให้ทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟกลายเป็นเรื่องราวให้เราได้คุยกันในวงสนทนาได้ตลอดมื้อ
ช่วงราคา
เรื่องความคุ้มค่าถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้ดีทีเดียว โดยช่วงราคาต่อหัวเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,200 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเน้นทานอาหารจานเดี่ยวหรือจัดเต็มชุดใหญ่พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายชนิด
SUPER SHAKARIKI 432 EMSPHERE
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:00–5:00 น.
- ที่อยู่
ชั้นที่5 ห้องเลขที่5D 03, อาคารศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, 05 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
6. Obanzai Kitaro
บรรยากาศร้าน
ใครที่โหยหารสชาติอาหารญี่ปุ่นแบบรสมือแม่หรือฟีลกับข้าวบ้านที่กินแล้วอุ่นใจ ต้องลองแวะมาแถวสุขุมวิท 41 เดินจากรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์มาได้แบบใกล้ๆ ร้านนี้ซ่อนบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองไว้ภายใน ร้านตกแต่งเรียบง่ายสไตล์โฮมมี่ มีที่นั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำให้เราเห็นวัตถุดิบและอาหารจานเล็กๆ วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า ความพิเศษที่ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคือคอนเซปต์ โอบันไซ (Obanzai) ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองสไตล์เกียวโตที่เน้นความสดใหม่และเน้นสุขภาพ เหมือนได้เข้าไปนั่งในครัวของบ้านคนญี่ปุ่นจริงๆ บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งจิบเครื่องดื่มเบาๆ พร้อมทานกับข้าวอร่อยๆ หลังเลิกงาน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่พลาดไม่ได้เลยคือบรรดาโอเด้งที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งเชฟจะหมุนเวียนวัตถุดิบไปเรื่อยๆ ตามฤดูกาล รสชาติจะมีความละเมียดละไม ไม่เข้มข้นเกินไปแต่กลมกล่อมอย่างบอกไม่ถูก อีกหนึ่งจานที่หลายคนยกนิ้วให้คือไข่ม้วนญี่ปุ่นที่ทำมาแบบนุ่มฟูหอมกลิ่นซุปดาชิ รวมถึงปลาเผาที่ย่างมาแบบหนังกรอบเนื้อในยังฉ่ำ ความโดดเด่นของอาหารที่นี่คือการชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างสูงสุด กินแล้วไม่รู้สึกหนักท้องจนเกินไป แต่กลับรู้สึกอิ่มเอมใจเหมือนได้รับพลังงานดีๆ ผ่านอาหารทุกคำที่เชฟตั้งใจปรุงมาให้
ช่วงราคา
ช่วงราคาต่อหัวเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ถือเป็นระดับราคาที่ไม่แรงมากสำหรับร้านคุณภาพย่านพร้อมพงษ์ที่เดินทางสะดวกแบบนี้
Obanzai Kitaro
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–0:00 น.
- ที่อยู่
2/13 ซ สุขุมวิท 41 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
7. KUMA NO YAKITORI
บรรยากาศร้าน
สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์กินไก่ย่างถ่านหรือยากิโทริ (Yakitori) ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ร้านนี้คือจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นและควรค่าแก่การตั้งตารอมาก เพราะตั้งอยู่ในโครงการ Rain Hill สุขุมวิท 47 อยู่กึ่งกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์และทองหล่อ เดินทางมาได้ไม่ยากเลย บรรยากาศภายในร้านจะให้ความรู้สึกลึกลับและเป็นส่วนตัวสูงมาก การตกแต่งเน้นโทนสีเข้มที่ดูขรึมและพรีเมียม จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านยากิโทริทั่วไปคือการจัดที่นั่งแบบเคาน์เตอร์บาร์รอบครัวเปิด ทำให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการย่างที่พิถีพิถันของเชฟอย่างใกล้ชิด แสงไฟสลัวๆ ช่วยสร้างอารมณ์ให้มื้ออาหารดูพิเศษขึ้น เหมาะมากสำหรับการมานั่งดื่มด่ำกับรสชาติอาหารในค่ำคืนที่ต้องการความสงบและเอ็กซ์คลูซีฟในแบบที่หาจากที่อื่นได้ยาก
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ความพิเศษของเมนูที่นี่คือการเสิร์ฟแบบคอร์สโอมากาเสะที่เน้นวัตถุดิบหลักคือไก่ ซึ่งเชฟใช้ไก่สายพันธุ์คัดเฉพาะที่มีเนื้อสัมผัสดีและรสชาติเข้มข้น เมนูซิกเนเจอร์ที่ทุกคนต้องพูดถึงคือต้นขาไก่ย่างถ่านที่ย่างมาจนหนังกรอบแต่เนื้อข้างในยังชุ่มฉ่ำหอมกลิ่นควันจากถ่านไม้ นอกจากนี้ยังมีเมนูตับไก่บดที่เนียนนุ่มแทบละลายในปาก และจานปิดท้ายที่ห้ามพลาดอย่างข้าวหน้าไข่ดิบที่มีความเข้มข้นของไข่แดงเกรดพรีเมียมคลุกเคล้ากับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ความเจ๋งคือเชฟจะคุมจังหวะการย่างแต่ละไม้ให้สุกพอดีเป๊ะเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดของส่วนต่างๆ ออกมา ทำให้การกินไก่ย่างกลายเป็นงานศิลปะที่น่าประทับใจ
ช่วงราคา
ในส่วนของค่าใช้จ่ายสำหรับการเปิดประสบการณ์ยากิโทริระดับไฮเอนด์นี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500-3,500 บาทขึ้นไปสำหรับคอร์สอาหารหลัก ซึ่งหากมีการสั่งเครื่องดื่มเพิ่มเติมราคาก็จะขยับขึ้นไปตามลำดับ ถือว่าเป็นราคาที่แลกมาด้วยความประณีตของวัตถุดิบและฝีมือการย่างระดับปรมาจารย์
KUMA NO YAKITORI
- เวลาทำการ
จ.-ส. 17:00–22:30 น., ปิดทุกวันอาทิตย์
- ที่อยู่
Rain Hill, 1F, 777 ซอย สุขุมวิท 47 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
8. Sushi Sekiji
บรรยากาศร้าน
ใครที่กำลังมองหาที่พึ่งทางใจในรูปของซูชิคำโตๆ แบบไม่ต้องจ่ายราคาแรงเท่าโอมากาเสะหรู ร้านนี้ซ่อนตัวอยู่ในย่านธนิยะ เดินจากสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดงมาได้ไม่กี่นาที ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายเน้นการใช้ไม้สีอ่อนตามสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่ที่ดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบ สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูต่างจากร้านซูชิแมสๆ ทั่วไปคือความเงียบสงบและการจัดวางที่นั่งที่ให้ความรู้สึกสบายใจ ไม่แออัด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความพลุกพล่านเข้ามานั่งละเมียดละไมกับปลาดิบคุณภาพดีในบรรยากาศที่เป็นกันเองเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อนที่รู้จักเรื่องปลาเป็นอย่างดี
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ความโดดเด่นของเมนูที่นี่อยู่ที่ความสดของวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะข้าวปั้นหน้าต่างๆ ที่ปั้นมาในขนาดกำลังดีและอุณหภูมิของข้าวที่พอเหมาะ จานที่ต้องลองให้ได้คือซูชิพรีเมียมและเมนูแฮนด์โรลที่มีทั้งโอโทโร่เนื้อนุ่มและอูนิที่หวานมันไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว หรือถ้าใครอยากทานเมนูย่างก็สามารถสั่งเพิ่มแบบอะลาคาร์ทได้ เช่น ลิ้นวัวย่าง ปลาไหลย่าง เนื้อว่ากิวเสียบไม้ย่าง ความพิเศษอีกอย่างคือการปรุงรสชาติที่เน้นดึงความหวานตามธรรมชาติของปลาออกมาให้มากที่สุด ทำให้แต่ละคำที่ทานเข้าไปรู้สึกถึงความพรีเมียมที่จับต้องได้จริง
ช่วงราคา
ในส่วนของเรื่องราคาก็ถือว่าทำออกมาได้น่ารักและสมเหตุสมผลสำหรับย่านใจกลางเมือง โดยช่วงราคาต่อหัวเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเป็นจานเดี่ยวหรือเลือกทานแบบโอมากาเสะ
Sushi Sekiji
- เวลาทำการ
ทุกวัน 17:00–23:00 น.
- ที่อยู่
62/5-6, ถ.สีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
- หน้ารายละเอียดร้าน
9. Fuku Fuku
บรรยากาศร้าน
ถ้าวันไหนลงจากรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์แล้วรู้สึกหิวจนไม่อยากเดินไกล ลองแวะมาที่อาคารสมัชชาวาณิช 2 ที่มีร้านฟุกุ ฟุกุซ่อนอยู่ ร้านนี้หลบมุมอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบกว่าห้างสรรพสินค้าข้างเคียง ภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นย่านธุรกิจในโตเกียวที่พนักงานออฟฟิศชอบมาฝากท้อง การตกแต่งเน้นความเรียบง่าย ใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดูสะอาดสะอ้านและเป็นสัดส่วน จุดเด่นที่ทำให้ต่างคือบรรยากาศที่ดูเป็นผู้ใหญ่และนิ่ง เหมาะสำหรับการมานั่งพักทานมื้อเที่ยงแบบรวดเร็วแต่คุณภาพคับแก้ว หรือจะนัดคุยงานเบาๆ พร้อมทานอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับในช่วงเย็นก็ดูลงตัว
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ความพิเศษของที่นี่คือการเสิร์ฟอาหารที่ทำออกมาได้คุ้มค่าและสารอาหารครบถ้วน เมนูที่ห้ามพลาดคือยากิโทริที่ย่างมากำลังดี เนื้อในยังฉ่ำ หรือจะเป็นปลาดิบที่หั่นปลามาแบบชิ้นหนาพอดีคำ วัตถุดิบมีความสดใหม่ตามมาตรฐานญี่ปุ่นแท้ๆ อีกหนึ่งเมนูที่หลายคนติดใจคือนาเบะ หรือเมนูหม้อไฟ ที่เหมาะกับการซดซุปร้อนๆ ให้หายเหนื่อย ความโดดเด่นอยู่ที่ความเร็วในการเสิร์ฟและความสดของอาหารที่รักษามาตรฐานได้อย่างคงเส้นคงวา เหมาะกับจังหวะชีวิตคนเมืองที่ต้องการความอร่อยแบบไม่ต้องรอนาน
ช่วงราคา
สำหรับงบประมาณในการมาฝาก ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ถือเป็นระดับราคาที่คุ้มค่ามากสำหรับร้านในย่านสุขุมวิท แถมยังเดินทางสะดวกสบายอีกด้วย
Fuku Fuku
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.
ส.-อา. 11:30–1:00 น.
- ที่อยู่
UBC2 591 ตึก ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
10. Hinata Izakaya Sutthisan
บรรยากาศร้าน
ถ้ากำลังมองหาที่กบดานหลังเลิกงานย่านรัชดา-สุทธิสาร ร้านนี้คือพิกัดที่คนรักแนวอิซากายะต้องมาเช็คอินให้ได้ เดินทางง่ายสุดๆ เพราะลงจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสารแค่ไม่กี่ก้าวก็ถึง บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในตรอกย่านกินดื่มของญี่ปุ่นจริงๆ ร้านไม่ได้ใหญ่โตจนดูเกร็ง แต่เน้นความคึกคัก มีแสงไฟวอร์มไวท์และโคมญี่ปุ่นสร้างมู้ดที่ผ่อนคลาย สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ดูต่างจากที่อื่นคือความเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเป็นกันเองเหมือนนั่งดื่มอยู่ที่บ้านเพื่อนสนิทที่คอยเติมอาหารแกล้มมาให้เรื่อยๆ เหมาะมากสำหรับสายชิลทที่อยากจะมาพักใจหรือนัดแก๊งเพื่อนมาเฮฮาได้แบบไม่ต้องพิธีรีตอง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ทีเด็ดที่ต้องยกให้เป็นซิกเนเจอร์คือสารพัดเมนูเสียบไม้ย่างที่ย่างมาได้กำลังดี มีความเกรียมที่ผิวหน้าพอให้ได้กลิ่นหอมไหม้แต่อัดแน่นด้วยความฉ่ำของเนื้อด้านใน เมนูที่ห้ามพลาดคือหมูสามชั้น เบคอนพันหน่อไม้ฝรั่ง และสันในไก่ที่ย่างมาได้นุ่มมากๆ นอกจากนี้พวกเมนูอาหารจานเดี่ยวอย่างยากิโซบะหรือข้าวหน้าแกงกะหรี่ก็ทำออกมาได้รสชาติเข้มข้นถึงใจ ความพิเศษอยู่ที่ซอสเข้มข้นที่เป็นสูตรลับของร้าน ช่วยดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจน ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ ในวันที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน บอกเลยว่าเป็นการฮีลใจที่ดีเยี่ยม
ช่วงราคา
ในส่วนของค่าเสียหายก็ต้องบอกว่าสบายใจหายห่วง เพราะราคาเป็นมิตรกับคนทำงานมาก เฉลี่ยแล้วช่วงราคาต่อหัวจะตกอยู่ที่ประมาณ 300-700 บาทเท่านั้น นับว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นติดรถไฟฟ้าที่คุณภาพเกินราคาและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองย่านสุทธิสารได้ดีแบบสุดๆ
Hinata Izakaya Sutthisan
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–23:30 น.
อา. 12:00–22:00 น.
- ที่อยู่
ถ. สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
- หน้ารายละเอียดร้าน
11. Yakiniku Suzuki Beef BKK
บรรยากาศร้าน
สายเนื้อคนไหนที่ชอบความสงบและอยากนั่งปิ้งย่างในฟีลร้านลับต้องมาทำความรู้จักกับที่นี่ ร้านตั้งอยู่ติดกับ BTS พร้อมพงษ์ สามารถเดินมาที่ร้านได้ในเวลาเพียบงไม่กี่นาที บรรยากาศด้านในให้ความรู้สึกเรียบหรูและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก การตกแต่งเน้นความคลาสสิกด้วยโทนสีที่ดูอบอุ่นสบายตา สิ่งที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือการดูแลที่เนียนกริบแต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการสมาธิในการลิ้มรสเนื้ออย่างจริงจัง หรือจะนัดเจรจาธุรกิจในมื้อค่ำที่ต้องการบรรยากาศที่ดูดีและไม่พลุกพล่านจนเกินไป
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
ความเหนือชั้นของเมนูที่นี่คือการนำเข้าเนื้อวากิวญี่ปุ่นระดับพรีเมียมมาเสิร์ฟ โดยเฉพาะเนื้อส่วนที่คัดพิเศษซึ่งมีความนุ่มละมุนและมีลายไขมันแทรกละเอียดราวกับผลงานศิลปะ เมนูห้ามพลาดคือลิ้นวัวส่วนโคนย่างที่ให้สัมผัสเด้งกรุบแต่ยังคงความชุ่มฉ่ำของน้ำในเนื้อเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน รวมถึงเนื้อสันนอกที่แค่เอาลงไปแตะตะแกรงร้อนๆ พอให้ไขมันเริ่มละลายส่งกลิ่นหอมฟุ้งก็พร้อมทานได้ทันที ความพิเศษอีกอย่างคือน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่ไปกลบกลิ่นหอมตามธรรมชาติของเนื้อชั้นดี นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องเคียงสไตล์ญี่ปุ่นที่ทำออกมาได้สดชื่น ช่วยตัดเลี่ยนระหว่างคำได้อย่างไร้ที่ติ
ช่วงราคา
สำหรับงบประมาณในการมาเปิดประสบการณ์ยากินิกุสุดพิเศษที่นี่ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกสั่งเนื้อเกรดไหนหรือสั่งเป็นเซตเมนู ถือว่าเป็นระดับราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเกรดของเนื้อที่เชฟคัดมาอย่างประณีตและบรรยากาศที่หาได้ยากในย่านพร้อมพงษ์
Yakiniku Suzuki Beef BKK
- เวลาทำการ
ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.
- ที่อยู่
682/5 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
12. Sushi Misaki-Nobu
บรรยากาศร้าน
ใครที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์โอมากาเสะแบบจริงจัง มีความเรียบหรูแต่ยังให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองเหมือนไปนั่งกินข้าวบ้านเชฟฝีมือดี ร้านนี้คือหมุดหมายที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด พิกัดร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านอโศก เดินทางมาลงที่รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก หรือ MRT สถานีสุขุมวิทแล้วต่อรถเข้ามาอีกนิดเดียว บรรยากาศภายในร้านเน้นความกะทัดรัดและอบอุ่น มีที่นั่งเคาน์เตอร์บาร์ไม่กี่ที่นั่งเพื่อให้เชฟได้ดูแลแขกทุกคนอย่างทั่วถึง สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านโอมากาเสะที่อื่นคือความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง การตกแต่งสไตล์เซนที่เน้นงานไม้สีอ่อนช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่เกร็งจนเกินไป ทำให้การทานอาหารมื้อนี้กลายเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวระหว่างเชฟและเราได้อย่างสนุกสนาน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
หัวใจหลักของเมนูที่นี่คือซูชิสไตล์เอโดะมาเอะ (Edomae) ที่เน้นความดั้งเดิมและการดึงรสสัมผัสของปลาออกมาให้ดีที่สุด วัตถุดิบแต่ละอย่างส่งตรงมาจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน เมนูที่ห้ามพลาดคือบรรดาซูชิที่เชฟจะรังสรรค์จากวัตถุดิยตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นอูนิที่หวานมัน หรือปลาฮิราเมะที่เนื้อสัมผัสเด้งสู้ฟัน ความพิเศษอยู่ที่การปรุงข้าวด้วยน้ำส้มสายชูสูตรลับที่มีกลิ่นหอมและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมรสชาติของปลาแต่ละชนิดให้เด่นออกมา ทุกคำที่เชฟปั้นออกมานั้นมีอุณหภูมิที่พอเหมาะและสัดส่วนที่ลงตัว จนรู้สึกได้ว่านี่คือความพิถีพิถันระดับงานคราฟต์จริงๆ
ช่วงราคา
ในส่วนของเรื่องงบประมาณ เนื่องจากเป็นร้านโอมากาเสะคุณภาพพรีเมียม ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4,000-8,000 บาทขึ้นไป ตามคอร์สที่เลือกสั่งและฤดูกาลของวัตถุดิบ
Sushi Misaki-Nobu
- เวลาทำการ
อ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์
- ที่อยู่
BF1 Floor 50 GMM Grammy PLACE , Sukhumvit 21 Rd 50 ถนน อโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
13. Tanaka Suisan Bang Na
บรรยากาศร้าน
ถ้ากำลังมองหาพิกัดปลาดิบแบบจัดหนักแต่สบายกระเป๋าต้องลองแวะมาแถวบางนา ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีบางนาแบบที่เดินถึงได้ไม่เหนื่อย บรรยากาศภายในร้านให้ฟีลเหมือนร้านซูชิโลคอลในญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย ไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหราแต่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและคึกคักตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปคือการเน้นบรรยากาศแบบครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่เน้นมากินเพื่อความอิ่มอร่อยจริงๆ พื้นที่ร้านดูโปร่งและสะอาดตา ทำให้การนั่งทานมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่นี่ดูเป็นเรื่องง่ายๆ ที่มีความสุขได้ทุกวัน
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
จุดเด่นที่เป็นพระเอกของร้านเลยคือเมนูบุฟเฟต์ซูชิที่คุณภาพเกินราคาไปมาก ปลาดิบที่นี่คัดมาแบบสดใหม่ชิ้นหนาเต็มคำ โดยเฉพาะซูชิหน้าปลาไหลที่ย่างมาแบบหอมๆ เนื้อนุ่มชุ่มซอส หรือจะเป็นซูชิหน้าเอนกาวะที่เบิร์นมาพอให้ไขมันละลายหอมฟุ้ง ความพิเศษอยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย รวมถึงเมนูข้าวหน้าปลาดิบรวมที่อัดแน่นจนมองไม่เห็นข้าวข้างล่าง ทุกคำที่ทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความสดและความหวานของเนื้อปลาแบบไม่ต้องพยายามปรุงแต่งเยอะ เหมาะสำหรับคนที่อยากทานซูชิคุณภาพดีในปริมาณที่จุใจ
ช่วงราคา
สำหรับเรื่องราคาต้องบอกว่าเป็นมิตรต่อผู้บริโภคสุดๆ โดยช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะตกอยู่ที่ประมาณ 500-800 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเรทราคาที่หาได้ยากสำหรับซูชิคุณภาพระดับนี้ในทำเลที่ติดแนวรถไฟฟ้า
Tanaka Suisan Bang Na
- เวลาทำการ
จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–21:00 น.
ส.-อา. 11:30–21:00 น.
- ที่อยู่
3410 ถ. สุขุมวิท แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
- หน้ารายละเอียดร้าน
14. Isshin Japanese Restaurant
บรรยากาศร้าน
สำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายของย่านสุขุมวิทมาสัมผัสรสชาติความละเมียดละไมแบบดั้งเดิม ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 เดินทางง่ายๆ เพียงลงจากรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์แล้วเดินเข้ามาในซอยเพียงครู่เดียว ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ให้ความรู้สึกขรึมและสงบเงียบอย่างบอกไม่ถูก มีการใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และจัดแบ่งที่นั่งให้มีความเป็นส่วนตัวสูง สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษกว่าร้านอื่นคือบรรยากาศที่ดูขลังและเก่าแก่ราวกับร้านอาหารที่เปิดมานานหลายสิบปีในญี่ปุ่นจริงๆ เหมาะมากสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำที่ต้องการความสงบเพื่อสนทนากับคนสำคัญในมู้ดที่เรียบหรูและคลาสสิก
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูซิกเนเจอร์ที่เป็นหัวใจหลักของร้านคือโซบะเส้นสดที่ทำขึ้นด้วยฝีมืออันประณีต เส้นโซบะที่นี่มีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและมีกลิ่นหอมของแป้งบักวีตที่ชัดเจนมาก เมนูที่พลาดไม่ได้คือโซบะเย็นที่เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสสึยุรสชาติกลมกล่อมและเทมปุระที่ทอดมาได้กรอบเบาไม่อมน้ำมัน ความพิเศษอีกอย่างคือเมนูอุด้งหม้อร้อนที่ตัวน้ำซุปถูกเคี่ยวจนได้รสชาติลึกซึ้งและกลมกล่อม รวมถึงเมนูเต้าหู้ทำเองที่ให้เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดและหอมถั่วเหลืองแบบสุดๆ ทุกจานที่ยกมาเสิร์ฟสะท้อนถึงความตั้งใจและการรักษามาตรฐานแบบดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น จนรู้สึกได้ถึงหัวใจของอาหารญี่ปุ่นในทุกคำที่ทาน
ช่วงราคา
ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับร้านอาหารที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวและเน้นงานฝีมือในการทำเส้นสดแบบนี้ เป็นการจ่ายเพื่อแลกกับความสงบและรสชาติต้นตำรับที่หาทานได้ยากในร้านอาหารญี่ปุ่นสมัยใหม่ทั่วไป
Isshin Japanese Restaurant
- เวลาทำการ
จ.-ส. 11:30–14:15 น. และ 17:30–22:00 น.
อา.11:30–14:15 น. และ 17:30–21:30 น.
- ที่อยู่
16 ถนน สุขุมวิท – ซอย สุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/isshin-japanese-restaurant/
15. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya
บรรยากาศร้าน
เดินเข้าซอยจากแนวรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์หรือทองหล่อมาเพียงนิดเดียวจะเจอกับร้านที่ให้ฟีลเหมือนเรากำลังก้าวเข้าสู่บ้านไม้เก่าแก่ในแถบชนบทของฮอกไกโด ภายในตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติและไม้เป็นหลัก แฝงไปด้วยความอบอุ่นและมีกลิ่นอายความขลังของวัฒนธรรมแดนเหนือ สิ่งที่ทำให้ที่นี่ดูโดดเด่นและแตกต่างจากร้านเหล้าญี่ปุ่นทั่วไปคือความสงบที่ซ่อนอยู่ในย่านใจกลางเมือง เหมาะแก่การนั่งคุยกันแบบส่วนตัว มีที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะปกติและห้องเสื่อทาทามิที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นกันเองแต่อบอวลไปด้วยเสน่ห์แบบดั้งเดิมที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่หย่อนตัวลงนั่ง
เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด
เมนูที่ต้องสั่งและถือเป็นพระเอกของทางร้านเลยคือดงบุริหรือข้าวหน้าปลาดิบที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบส่งตรงจากฮอกไกโด โดยเฉพาะข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอนล้นทะลักที่พนักงานจะมาตักเสิร์ฟให้ถึงที่โต๊ะพร้อมเสียงเชียร์สร้างความตื่นเต้น นอกจากนี้ยังมีซิกเนเจอร์อย่างเจงกิสข่านหรือเนื้อย่างสไตล์ฮอกไกโดที่ใช้กระทะรูปทรงเฉพาะตัว ย่างเนื้อแกะหรือเนื้อวัวจนหอมฟุ้งทานคู่กับผักสดๆ ความพิเศษอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลที่หาทานยากในไทย นำมาปรุงด้วยกรรมวิธีที่เน้นชูรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบนั้นๆ ทำให้ทุกจานที่ออกมามีรสสัมผัสที่ลึกซึ้งและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ช่วงราคา
ในส่วนของช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาทขึ้นไป นับว่าคุ้มค่ากับปริมาณและความสดใหม่ที่ได้รับ รวมถึงบรรยากาศการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ
Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya
- เวลาทำการ
จ.-ศ.16:00-23:00 น.
ส.12:00-23:00 น.
อา.12:00-22:00 น.
- ที่อยู่
30 ซ. สุขุมวิท 20 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
- หน้ารายละเอียดร้าน
https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/
บทความแนะนำ
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น พร้อมบริการที่จอดรถสะดวกสะบาย
08.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่นราคาถูกและดี อร่อยง่าย ๆ ด้วยงบไม่เกินพัน
07.02.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่คนรักซูชิตัวจริงต้องไปตาม
29.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
8 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม สัมผัสรสชาติต้นตำรับแท้
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น นั่งชิลโซนเคาน์เตอร์บาร์
28.01.2026
-
- กรุงเทพฯ
- บทความพิเศษ
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีห้องส่วนตัว (Private Room) ให้บริการ
27.01.2026