25 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูซาชิมิ (Sashimi) เพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลในมื้อพิเศษ

10.09.2025 (Updated: 27.03.2026)
25 ร้านอาหารญี่ปุ่นเมนูซาชิมิ (Sashimi) เพลิดเพลินไปกับอาหารทะเลในมื้อพิเศษ

ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นที่มาคู่กับซูชิ จะขาดซาชิมิไปไม่ได้ เป็นเมนูอาหารที่อยู่คู่กับร้านอาหารญี่ปุ่นแทบทุกร้านเลยว่าไหมคะ หลาย ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยล้วนนำเข้าอาหารทะเลสด ๆ จากตลาดปลาในญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติของปลาสด ๆที่หวานละมุนลิ้นเหมือนได้นั่งกินที่ญี่ปุ่นจริง ๆ จะมีร้านไหนที่สามารถไปลิ้มลองความอร่อยนี้ได้บ้าง ไปอ่านกัน

1. Sushi Kappou Ishimoto

Sushi Kappou Ishimoto เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่พร้อมมอบประสบการณ์การกินดื่มสไตล์คัปโปะซึ่งหาตัวจับยากในย่านสีลม บรรยากาศภายในร้านเน้นความเรียบหรูแต่อบอุ่นด้วยการตกแต่งที่ใช้ไม้เป็นหลัก ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและใกล้ชิดกับเชฟผ่านเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกแบบมาให้เราได้เห็นทุกขั้นตอนการปรุงอย่างละเอียด ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากที่อื่นคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการบริการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนเป็นแขกคนพิเศษจริงๆ เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นที่สำหรับมื้อค่ำที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นกันเองในคราวเดียวกัน

ความโดดเด่นของเมนูที่นี่ต้องยกให้ความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงจากตลาดปลาชั้นนำในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูซาชิมิรวมที่เชฟจะคัดเลือกปลาที่ดีที่สุดตามฤดูกาลมาจัดเสิร์ฟ เนื้อปลาแต่ละคำมีความหวานฉ่ำและนุ่มละมุนลิ้นจนแทบละลายในปาก นอกจากนี้ยังมีเมนูไฮไลท์อย่าง Hotate Uni No Isobe Yaki ที่ผสมผสานความหวานของหอยเชลล์เข้ากับความมันเข้มข้นของไข่หอยเม่นได้อย่างลงตัว หรือจะเป็น Zuwai Kani Salad ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูซูไวหวานๆ ทานคู่กับผักสดช่วยเปิดรสชาติได้ดีเยี่ยม ทุกจานผ่านการรังสรรค์ด้วยเทคนิคเฉพาะตัวของเชฟเพื่อให้ดึงรสชาติแท้จริงของอาหารทะเลออกมาให้ได้มากที่สุด

สำหรับการมาลิ้มลองความอร่อยระดับพรีเมียมที่ร้านนี้ เตรียมงบประมาณเผื่อไว้สำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-5,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบและการบริการที่ได้รับในมื้อพิเศษแบบนี้

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

ห้อง 301, ชั้น 3, โรงแรม Hotel Nikko Bangkok, 27 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

2. Robata Kitaro Sushi KAGUYA

Robata Kitaro Sushi KAGUYA เป็นพิกัดแฮงเอาท์ย่านอโศกที่หยิบเอาเสน่ห์ของครัวเปิดสไตล์โรบาตายากิมาผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ภายในร้านตกแต่งให้ความรู้สึกคึกคักและมีชีวิตชีวาด้วยแสงไฟสลัวที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้มีความพิเศษกว่าที่ไหนคือพื้นที่บริเวณหน้าเตาถ่านที่เราสามารถนั่งชมเชฟย่างวัตถุดิบสดๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วร้าน เป็นสถานที่ที่เหมาะมากสำหรับการนัดแก๊งเพื่อนมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมดูการทำอาหารที่ดูเพลินตาและเป็นกันเองสุดๆ ในซอยสุขุมวิท 23

หากมาถึงที่นี่แล้วต้องไม่พลาดการสั่ง Sashimi Moriawase ที่คัดสรรปลาสดส่งตรงจากญี่ปุ่นมาจัดวางอย่างสวยงาม เนื้อปลาแล่มาหนากำลังดีให้สัมผัสที่เด้งสู้ฟันและหวานฉ่ำตามธรรมชาติ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ที่ครองใจใครหลายคนคือ Kitaro Roll ซูชิคำโตที่อัดแน่นไปด้วยไส้หลากหลายรสชาติในคำเดียว นอกจากของดิบแล้วรายการอาหารประเภทปิ้งย่างบนเตาถ่านก็ถือเป็นทีเด็ดที่ห้ามมองข้าม โดยเฉพาะวัตถุดิบตามฤดูกาลที่นำมาปรุงแบบเรียบง่ายแต่ดึงรสชาติความสดของอาหารทะเลออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

การมาทานที่นี่มีช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยเริ่มต้นตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึง 3,000 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นในทำเลใจกลางเมืองที่ใส่ใจทั้งเรื่องความสดของวัตถุดิบและประสบการณ์ความสนุกระหว่างมื้ออาหารไปพร้อมกัน

Robata Kitaro Sushi KAGUYA

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–1:00 น.

ที่อยู่

94 ชั้น 1 ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-kaguya/

3. Sanriku Sushi Kyodoizakaya

Sanriku Sushi Kyodoizakaya เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแถบชายฝั่งซันริคุจริงๆ ด้วยการตกแต่งสไตล์เคียวโดะอิซากายะหรือร้านเหล้าพื้นเมืองที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น บรรยากาศภายในร้านดูเป็นกันเองมากจนเหมาะจะเป็นที่พักผ่อนหลังเลิกงาน ความพิเศษที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นกว่าร้านทั่วไปในซอยสุขุมวิท 19 คือการนำเสนอวัฒนธรรมการกินดื่มแบบดั้งเดิมจากภูมิภาคโทโฮคุที่หาทานได้ยากในกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งทานอาหารในบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการต้อนรับที่จริงใจ

เรื่องความสดของอาหารทะเลต้องยกนิ้วให้เพราะทางร้านเน้นวัตถุดิบส่งตรงจากแหล่งประมงที่ดีที่สุด เมนูที่ต้องสั่งมาวางบนโต๊ะให้ได้คือ Sanriku Sashimi Set ซึ่งรวมเอาปลาดิบตัวท็อปตามฤดูกาลมาจัดเสิร์ฟ เนื้อปลาแต่ละชนิดมีความหวานและแน่นเด้งแสดงถึงความสดใหม่แบบสุดๆ นอกจากซาชิมิแล้วเมนูหอยนางรมตัวยักษ์ก็ถือเป็นทีเด็ดที่ห้ามพลาด เพราะทางร้านคัดไซส์พิเศษมาให้ลิ้มลองรสชาติที่เข้มข้นและฉ่ำน้ำทะเลแบบเต็มคำ เป็นการเปิดประสบการณ์การทานอาหารทะเลญี่ปุ่นที่เน้นรสสัมผัสจากธรรมชาติอย่างแท้จริง

สำหรับคนที่อยากมาดื่มด่ำกับรสชาติอาหารทะเลระดับคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยของที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 800-1,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับการมาทานมื้อพิเศษหรือการสังสรรค์ในบรรยากาศสบายๆ ใจกลางย่านอโศกแบบนี้

Sanriku Sushi Kyodoizakaya

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–4:00 น.

อา. 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

ซอย สุขุมวิท 19 แยก 2 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sanriku-sushi-kyodoizakaya/

4. Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA

Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA เป็นร้านที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้บินไปนั่งกินอาหารทะเลสดๆ อยู่ที่ซัปโปโรทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความคึกคักและสนุกสนานตามสไตล์อิซากายะขนานแท้ ตกแต่งด้วยป้ายไม้และของประดับที่ชวนให้นึกถึงตลาดปลาในฮอกไกโด ความพิเศษที่แตกต่างจากร้านอื่นคือความมีชีวิตชีวาและการต้อนรับที่ดูเป็นกันเองมาก เหมาะสำหรับการมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ หรือมานั่งดื่มด่ำกับมื้อค่ำหลังเลิกงานกับกลุ่มเพื่อน ยิ่งร้านตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทระหว่างซอย 28 และ 30 ใกล้กับ BTS พร้อมพงษ์ ยิ่งทำให้การเดินทางมาเช็คอินที่นี่สะดวกแบบสุดๆ

จานเด่นที่ห้ามพลาดคือ Sashimi Mori หรือเซตรวมปลาดิบที่ยกทัพความหวานฉ่ำจากท้องทะเลเกาะเหนือมาไว้ในจานเดียว ทั้งเนื้อปลาที่คัดมาอย่างดีและหอยเชลล์โฮตาเตะตัวโตเนื้อนุ่มเด้งที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอกไกโด นอกจากนี้ยังมีเมนูซูชิโรลหลากหลายแบบที่เชฟจัดเต็มเครื่องเครามาให้แบบเน้นๆ คำใหญ่สะใจ หรือใครที่ชอบเมนูปรุงสุกอย่างปลาฮอกเกะย่างเกลือที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งก็ถือเป็นของดีที่ควรสั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อดึงรสชาติความอร่อยออกมาให้ถึงขีดสุด เป็นมื้ออาหารที่เน้นความสดแท้แบบไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ

สำหรับการมาทานอาหารที่ร้านนี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มราคาและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากเมื่อเทียบกับคุณภาพวัตถุดิบพรีเมียมที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดสำหรับสายซาชิมิและอาหารทะเลที่ต้องการบรรยากาศที่สนุกสนานและเป็นกันเองแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

Hokkaido Sushi Izakaya EZOYA

เวลาทำการ

จ.-ศ. 16:00–23:00 น.

ส. 12:00–23:00 น.

อา. 12:00–22:00 น.

ที่อยู่

720/19-20 Sukhumvit Rd Between Soi28-30, 720/21 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/

5. Sushi Shishichi

Sushi Shishichi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นลับๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 ย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากร้านในย่านนี้ตรงความเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดี มีแสงไฟสลัวที่ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะแก่การพาคนพิเศษมานั่งคุยกันพร้อมทานปลาดิบคุณภาพเยี่ยม จุดที่ทำให้ที่นี่น่าสนใจคือการบริการที่ใส่ใจเหมือนเราเป็นแขกคนสำคัญและการจัดวางที่นั่งที่ไม่แออัด ทำให้มื้ออาหารดูพรีเมียมและไม่วุ่นวายจนเกินไป ใครที่อยากหนีความอึกทึกของเมืองมาเจอโอเอซิสของคนรักซูชิต้องประทับใจแน่นอน

สำหรับจานเด่นที่ยกให้เป็นซิกเนเจอร์เลยคือ Shishichi Sashimi Set ที่รวมเอาปลาทะเลเกรดพรีเมียมจากตลาดปลาชื่อดังของญี่ปุ่นมาจัดวางอย่างประณีต เนื้อปลาแต่ละชนิดมีความสดจนสัมผัสได้ถึงความหวานจากธรรมชาติแท้ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพิงน้ำจิ้มเยอะเลย ส่วนสายซูชิต้องลอง Nigiri Sushi Set ที่เชฟปั้นข้าวมาในอุณหภูมิที่พอเหมาะและขนาดพอดีคำ ให้รสสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นและเข้ากับหน้าปลาแต่ละชนิดได้อย่างลงตัว ความพิเศษของร้านนี้คือการคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลอย่างพิถีพิถัน ทำให้เราได้ชิมของอร่อยที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามช่วงเวลาของปี

หากใครกังวลเรื่องงบประมาณขอบอกเลยว่าที่นี่คุ้มค่ามาก เพราะช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท ซึ่งถือว่าจับต้องได้เมื่อเทียบกับคุณภาพปลาที่สดใหม่และการตกแต่งจานที่สวยงามระดับพรีเมียม เป็นอีกหนึ่งพิกัดในดวงใจที่สายอาหารทะเลญี่ปุ่นไม่ควรพลาดมาเช็คอินจริงๆ

Sushi Shishichi

เวลาทำการ

อ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 17:30–23:00 น.

ส. 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:00 น. และ 17:30–21:30 น.

ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

36 3 ถนน สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-shishichi/

6. Sasaya

Sasaya เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสเสน่ห์แบบดั้งเดิมผ่านการตกแต่งด้วยไม้และวัสดุธรรมชาติที่ดูเหมือนบ้านเก่าในชนบทของญี่ปุ่นจริงๆ ภายในร้านให้ความรู้สึกเงียบสงบและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก มีการแบ่งสัดส่วนที่นั่งให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในย่านธุรกิจอย่างสีลมหรือสุขุมวิท 49/11 จุดที่ทำให้ร้านนี้พิเศษกว่าที่อื่นคือการหยิบเอาวัฒนธรรมอาหารพื้นเมืองที่หาทานยากมาเสิร์ฟ ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนเราได้หลบหนีความวุ่นวายของกรุงเทพฯ เข้าไปพักผ่อนในบ้านไม้โบราณที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายย้อนยุค

เมนูที่จัดว่าเป็นตัวชูโรงและสายปลาดิบห้ามมองข้ามคือ Assorted Sashimi ที่ทางร้านจัดวางมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ โดยใช้ปลาสดใหม่ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีเสิร์ฟคู่กับวาซาบิสดรสสัมผัสนุ่มนวลช่วยชูรสชาติอาหารทะเลให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากซาชิมิแล้ว Nigiri Sushi Moriawase ก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่รวมเอาซูชิหน้าต่างๆ มาให้ลิ้มลองแบบเต็มคำ ความพิเศษของที่นี่คือความพิถีพิถันในการดึงรสชาติแท้จริงของวัตถุดิบออกมาโดยไม่เน้นการปรุงแต่งที่ฉูดฉาดเกินไป ทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปสัมผัสได้ถึงความสดและความใส่ใจของเชฟอย่างเต็มที่

สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารสุดพรีเมียมในราคาสบายกระเป๋า ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยของร้านนี้จะอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบและบรรยากาศร้านที่หาตัวจับยาก เป็นพิกัดที่เหมาะทั้งการมาทานมื้อกลางวันแบบเรียบง่ายหรือมื้อค่ำที่ต้องการความเป็นส่วนตัวกับครอบครัวและคนรู้ใจ

Sasaya

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–14:00 น. และ 18:00–23:00 น.

ส. 11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

อา. 11:30–14:30 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

165 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

7. Sushi Misaki-Nobu

Sushi Misaki-Nobu เป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าซูชิเลิฟเวอร์ที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณแห่งเอโดะมาเอะแบบดั้งเดิมใจกลางย่านอโศก ภายในร้านถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งความเงียบสงบและเรียบง่ายสไตล์มินิมอล โดยมีหัวใจหลักคือเคาน์เตอร์ไม้ไม้ฮิโนกิที่สวยงามสะอาดตา ความน่าสนใจของที่นี่คือการสร้างบรรยากาศที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกจดจ่ออยู่กับศิลปะการทำอาหารของเชฟได้อย่างเต็มที่ แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปตรงที่เน้นความประณีตในการควบคุมอุณหภูมิและจังหวะการเสิร์ฟที่เป็นส่วนตัวสุดๆ ทำให้เหมาะมากสำหรับใครที่อยากให้รางวัลตัวเองด้วยมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยสมาธิและความละเมียดละไมภายในตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

ความโดดเด่นของเมนูที่นี่คือการนำเสนอวัตถุดิบทางทะเลที่ส่งตรงจากแหล่งที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเซตซาชิมิตามฤดูกาลที่เชฟคัดเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดมานำเสนอเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่หวานเด้งและสดใหม่แบบไร้ที่ติ ทีเด็ดที่ห้ามมองข้ามคือการใช้ข้าวที่หมักด้วยน้ำส้มสายชูแดงสูตรเฉพาะ ซึ่งช่วยชูรสชาติของเนื้อปลาให้มีความลุ่มลึกและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ทุกคำที่เชฟปั้นออกมานั้นมีขนาดสมดุลและมีการป้ายโชยุหรือเครื่องปรุงมาให้เสร็จสรรพ ทำให้เราได้ลิ้มรสชาติที่สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องปรุงเพิ่ม เป็นความพิเศษที่ดึงเอาเอกลักษณ์ของอาหารทะเลญี่ปุ่นออกมาได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับช่วงราคาต่อหัวในการมาสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมนี้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบคอร์สที่เลือก โดยมีให้เลือก 3 ระดับ เริ่มต้นจาก Standard Course ในราคา 4,000 บาท ต่อด้วย Special Course ราคา 6,000 บาท และที่สุดของความอลังการกับ Premium Course ในราคา 8,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพงานฝีมือชั้นสูงและวัตถุดิบหายากที่ทางร้านคัดสรรมาให้ในมื้อพิเศษนี้จริงๆ

Sushi Misaki-Nobu

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

BF1 Floor 50 GMM Grammy PLACE , Sukhumvit 21 Rd 50 ถนน อโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-misaki-nobu/

8. Sakura Saku

Sakura Saku เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นพิกัดใจกลางเมืองที่ให้ฟีลเหมือนเราได้แวะเข้าไปนั่งพักผ่อนในร้านอิซากายะแถวย่านกินซ่า บรรยากาศภายในมีการผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายดั้งเดิมได้อย่างลงตัว พื้นที่กว้างขวางพอที่จะรองรับทั้งการมาเดทแบบสองคนหรือจะยกแก๊งเพื่อนมาเฮฮาก็ทำได้สบาย จุดที่ทำให้ที่นี่ดูพิเศษกว่าที่อื่นคือการต้อนรับที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา ยิ่งในช่วงมื้อค่ำแสงไฟสลัวภายในร้านจะช่วยสร้างบรรยากาศให้การทานอาหารทะเลและเมนูปิ้งย่างดูมีอรรถรสมากขึ้น เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เราลืมความเหนื่อยล้าจากงานได้ทันทีที่เริ่มคีบซาชิมิเข้าปาก

ในส่วนของเมนูที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดต้องยกให้ความหลากหลายของวัตถุดิบทางทะเลที่สดใหม่เสมอ โดยเฉพาะซาชิมิปลาตาเดียวที่แล่มาอย่างประณีตให้สัมผัสที่เด้งและรสชาติหวานมันเฉพาะตัว หรือถ้าใครชอบแบบจัดเต็มต้องลองข้าวหน้าปลาทูน่าที่วางเนื้อปลามาแบบล้นชามจนมองไม่เห็นข้าว นอกจากนี้ยังมีกุ้งเสียบไม้ย่างที่ส่งกลิ่นหอมเตาถ่านฟุ้งกระจายไปทั่ว ความโดดเด่นของที่นี่คือการที่เชฟสามารถดึงจุดเด่นของวัตถุดิบแต่ละอย่างออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเมนูของดิบหรือเมนูปรุงสุกอย่างชาบูชาบูน้ำซุปรสกลมกล่อมที่ทานคู่กับเนื้อวากิวแทรกมันสวยๆ ก็ถือเป็นคอมโบที่ลงตัวสุดๆ

หากใครกำลังวางแผนจะมาลิ้มลองความอร่อยที่ร้านนี้ เตรียมงบประมาณสำหรับช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับความหลากหลายของเมนูและคุณภาพวัตถุดิบพรีเมียมที่ทางร้านคัดสรรมาให้ในมื้อพิเศษแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดสำหรับสายกินที่มองหาร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดีและรสชาติได้มาตรฐานญี่ปุ่นแท้ๆ

Sakura Saku

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

22 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sakura-saku/

9. Shakarich Surawong

Shakarich Surawong เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะระดับพรีเมียมที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านสีลม-สุรวงศ์ ซึ่งยกระดับประสบการณ์การกินดื่มให้พิเศษกว่าร้านทั่วไปอย่างชัดเจน ภายในร้านออกแบบมาเพื่อมอบความรู้สึกเป็นส่วนตัวและหรูหรา โดยมีห้องส่วนตัวให้เลือกใช้บริการถึง 15 ห้อง รวมถึงโซนเคาน์เตอร์บาร์สำหรับคนที่อยากชมการปรุงอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด บรรยากาศโดยรวมมีความอบอุ่นและเงียบสงบ ต่างจากร้านอิซากายะส่วนใหญ่ที่มักจะเสียงดังวุ่นวาย ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบที่ยอดเยี่ยมสำหรับมื้อค่ำที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ว่าจะเป็นการคุยธุรกิจหรือการฉลองในโอกาสพิเศษ 

ความโดดเด่นของเมนูที่นี่คือความสดของวัตถุดิบทางทะเลที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมนูซาชิมิที่ห้ามพลาดคือ Assorted Sashimi ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 5 ชนิด และ 7 ชนิด ซึ่งคัดสรรปลาตามฤดูกาลมาเสิร์ฟด้วยความหวานธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Honmaguro Sashimi หรือทูน่าครีบน้ำเงินที่ส่งตรงจากเกาะโกโตะ จังหวัดนางาซากิ ซึ่งได้ฉายาว่า “เพชรสีดำ” เพราะมีคุณภาพสูงและหาทานได้ยาก อีกหนึ่งเมนูที่สร้างความประทับใจคือ Premium Nama Kaki หอยนางรมสดจากฮอกไกโดท็อปด้วยไข่หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอน และคาเวียร์ รวมถึงเมนูย่างอย่างปลาหมึกย่างซีอิ๊วและกุ้งแม่น้ำย่างเกลือที่เนื้อแน่นเด้งก็เป็นตัวชูโรงที่ทำให้หลายคนติดใจ 

สำหรับการมาลิ้มรสความอร่อยระดับพรีเมียมที่ร้านนี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป โดยทางร้านยังมีบริการอาหารแบบคอร์ส (Omakase Course) ที่มีให้เลือกหลากหลายระดับราคาตั้งแต่ 1,500 บาท ไปจนถึง 8,000 บาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของเหล่านักชิม

Shakarich Surawong

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–3:00 น.

ที่อยู่

16/1 ถ. สุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

10. Sushi Juban Takumi Thonglor

Sushi Juban Takumi Thonglor เป็นพิกัดที่สายซูชิและซาชิมิระดับพรีเมียมต้องลิสต์ไว้ในดวงใจ เพราะร้านนี้เขามีชื่อเสียงโด่งดังในย่านทองหล่อเรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน บรรยากาศภายในร้านออกแบบมาให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองตามสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส มีโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ทำให้เราได้เห็นฝีมือการปั้นและการแล่ปลาของเชฟแบบใกล้ชิด ความพิเศษที่ต่างจากร้านอื่นคือการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่ดูแพง ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนนั่งทานอาหารในร้านลับที่ญี่ปุ่น เหมาะทั้งการมาจัดมื้อพิเศษกับครอบครัวหรือจะนัดคุยงานแบบเป็นส่วนตัวก็ตอบโจทย์ได้ดีเยี่ยม

ถ้าพูดถึงเมนูที่ห้ามพลาดแน่นอนว่าต้องยกให้เหล่าบรรดาซาชิมิรวมที่คัดเฉพาะปลาเกรดดีที่สุดตามฤดูกาลมาจัดเสิร์ฟ เนื้อปลาแต่ละคำมีความหวานฉ่ำและนุ่มละมุนลิ้นจนสัมผัสได้ถึงคุณภาพที่แตกต่าง นอกจากนี้ทางร้านยังมีชื่อเสียงเรื่องซูชิสไตล์เอโดะมาเอะที่เน้นการดึงรสชาติธรรมชาติของปลาออกมาให้ได้มากที่สุด เมนูซิกเนเจอร์อย่างข้าวหน้าปลาไหลย่างหรือซูชิหน้าอุนิก็ถือเป็นทีเด็ดที่หลายคนยกนิ้วให้ ความพิถีพิถันในการเลือกสายพันธุ์ข้าวและอุณหภูมิที่พอเหมาะทำให้ทุกคำที่ทานเข้าไปนั้นลงตัวและกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลย

สำหรับการมาเปิดประสบการณ์ความอร่อยที่ร้านนี้ ช่วงราคาต่อหัวโดยเฉลี่ยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเกรดของวัตถุดิบนำเข้าและการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารญี่ปุ่นในทองหล่อที่คนรักอาหารทะเลและปลาดิบคุณภาพสูงไม่ควรพลาดมาเช็คอินจริงๆ

Sushi Juban Takumi Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–0:00 น.

ที่อยู่

36, 1Fl, 1 ซอย พร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-juban-takumi-thonglor/

11. Shinsen.BKK

ร้าน Shinsen.BKK ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เคยเป็นที่รู้จักในฐานะตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทยที่เน้นการนำเข้าวัตถุดิบอาหารทะเลสด ๆ ตอนนี้ก็ยังคงเอกลักษณ์เดิม คือการเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่ โดยเฉพาะอาหารทะเลและปลาที่นำเข้าจากญี่ปุ่น และบางชนิดยังเลี้ยงในบ่อภายในร้านอีกด้วย เมนูของร้านครอบคลุมอาหารญี่ปุ่นแทบทุกประเภท ใครที่อยากทานซาชิมิ  หรือเมนูอาหารทะเลสดใหม่ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา จะพลาดร้านนี้ไม่ได้เลยค่ะ ราคาต่อหัวอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไป

Shinsen.BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–1:00 น.

ที่อยู่

149 Tops Food Hall 1 ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

12. Mizuki Omakase

ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ที่เน้นประสบการณ์โอมากาเสะแบบฟิวชั่น มีธีมร้านที่โดดเด่นและแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากคอนเซ็ปท์ของร้านเชื่อมโยงกับดวงจันทร์และจักรวาลตามชื่อร้าน ร้านนี้ไม่ได้เน้นแค่อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่เชฟยังนำวัตถุดิบและเทคนิคที่หลากหลายมาผสมผสานกัน จนเกิดความแปลกใหม่ ถ้าอยากลองทานซาชิมิ และอาหารทะเลในรูปแบบที่แตกต่าง ขอแนะนำที่นี่เลย ราคาคอร์สเริ่มต้นที่ 2,500++ บาท

Mizuki Omakase

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–0:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

15 1 ชั้น4 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

13. MAGURO

MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูซาชิมิและซูชิให้เลือกแบบจัดเต็ม ที่สำคัญคือคุณภาพวัตถุดิบ ที่ร้านคัดวัตถุดิบคุณภาพดีเยี่ยม โดยเฉพาะปลาทูน่าที่คัดจากแหล่งที่ดีที่สุด ทำให้ทูน่าแต่ละชิ้นมีความนุ่มละมุนลิ้น เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือ Seven Oceans เมนูซิกเนอเจอร์ของร้าน ที่รวมอร่อยของวัตถุดิบทั้ง 7 ชนิดไว้ด้วยกัน หรือจะเป็นเมนูข้าวหน้าปลาดิบรวม ที่รวมเอาปลาและอาหารทะเลสดๆ มาไว้ในชามเดียวแบบจัดเต็มก็อร่อยไม่แพ้กัน ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 800-1,000 บาทขึ้นไป

MAGURO

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

Floor 2, Zone A, 144/4 ถ. ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

14. Omakase Don by Teppen

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่นำเสนอเมนูซาชิมิและดงบุริได้อย่างน่าสนใจ วัตถุดิบของที่นี่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะปลาและอาหารทะเลที่สดใหม่ส่งตรงจากตลาดปลาในญี่ปุ่น ทำให้ซาชิมิและข้าวหน้าต่างๆ ปลาแต่ละชิ้นมีความสดหวานตามธรรมชาติ เมนูที่ห้ามพลาด เช่น Kaisen Don, Salmon Don และ 5 Star Don ราคาต่อหัวอยู่ที่ 500-1,000 บาท

Omakase Don by Teppen

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

107 ซ. สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

15. Hokkai-Don

Hokkai-Don อีกหนึ่งร้านดงบุริ ที่จะได้กินอาหารทะเลแบบสด ๆ จุก ๆ กันไปเลย ร้านนี้เด่นเมนูไคเซนด้ง (Kaisendon) หรือเมนูข้าวหน้าปลาดิบ ที่อัดแน่นไปด้วยอาหารทะเลสดๆ คุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะปลาและหอยที่ส่งตรงมาจากฮอกไกโด นอกจากเมนูดงบุริที่เป็นพระเอกของร้านแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูซาชิมิและอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ รับรองว่าถูกใจคนรักอาหารทะเลแน่นอน ราคาต่อหัวอยู่ที่ 1,000 บาท ขึ้นไป

Hokkai-Don

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:00–22:00 น.

ที่อยู่

6th floor Helix Sky Dining, 693 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

16. Ebisu Sushi

Ebisu Sushi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นในย่านเอกมัย ตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในยุคโชวะของญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับความสดของวัตถุดิบมาก ๆ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของเมนูซูชิและซาชิมิ เมนูแนะนำ เช่น แซลมอนซาชิมิ ที่หลายคนรีวิวว่าปลาสดและชิ้นหนา หรือถ้าอยากทานซาชิมิแบบจัดเต็ม ต้องสั่งเมนู Ebisu Delight Sashimi Set และอย่างลืมลองเมนูอาหารทะเลอื่น ๆ ด้วยนะ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Ebisu Sushi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–0:00 น.

ที่อยู่

1, 5/1 ซอย เอกมัย 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

17. Masu Maki & Sushi Bar

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องซูชิโรล หรือที่เรียกว่ามากิ ที่มักจะมีขนาดใหญ่ ไส้แน่น และใช้ส่วนผสมที่ไม่เหมือนใคร ถือเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากับสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว แต่เมนูซาชิมิของที่นี่ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน ด้วยความสดใหม่ของวัตถุดิบที่เสิร์ฟมาในคำใหญ่ ๆ แบบเต็มคำ นอกจากเมนูซาชิมิแล้ว ขอแนะนำเมนู Thin Slice ที่จะได้ลองกินปลาดิบกับซอสโชยุทรัฟเฟิล รับรองว่าติดใจ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Masu Maki & Sushi Bar

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–21:30 น.

ที่อยู่

ซ. สุขุมวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

18. Aroi Sushi Japanese Restaurant

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นในเรื่องของบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูหลากหลายและคุ้มค่า โดยเฉพาะเมนูซูชิและซาชิมิที่หลายคนรีวิวว่าคุณภาพดีเกินราคา เมนูที่เป็นที่พูดถึงที่สุด คือ แซลมอนซาชิมิ ที่มีชิ้นหนาใหญ่และสด นอกจากนี้ยังมีเมนูซูชิพรีเมียมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ซูชิเนื้อวากิว และหอยนางรม รวมไปถึงเมนูอาหารอื่น ๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 600-800 บาท

Aroi Sushi Japanese Restaurant

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

40 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ เเขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

19. Kouen Sushi Bar

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่องของเมนูซูชิและอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ เป็นร้านยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบทานอาหารทะเลสดใหม่ คุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะเมนูแซลมอน และอูนิ เป็นเมนูที่ได้รับคำชมมาก ๆ ในเรื่องความสดใหม่และปริมาณที่ให้มาแบบไม่หวง นอกจากนั้น ทั้งโอโทโร่ ชูโทโร่ อากามิ และหอยโฮตาเตะก็อร่อยละมุนลิ้น คนรักปลาดิบต้องมาร้านนี้เลย ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Kouen Sushi Bar

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

201-203 AIA Capital Ratchadapisek Road, Dindang, Bangkok 10400

20. Yurijin Izakaya & Japanese Dining Ekkamai

ร้านอาหารสไตล์อิซากายะในย่านเอกมัย ที่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ และแน่นอนว่าที่นี่มีเมนูซาชิมิที่น่าสนใจไม่แพ้ร้านไหน โดยเฉพาะโอโทโร่ ที่มีไขมันแทรกสวยงามละลายในปาก และเซ็ตซาชิมิ ที่รวมเอาปลาและอาหารทะเลสดใหม่หลายชนิดมาไว้ในที่เดียว เช่น ปลาฮามาจิ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า อูนิ และอาหารทะเลอื่น ๆ นอกจากซาชิมิแล้วยังมีเมนูอาหารทะเลอื่น ๆ ที่น่าลองอีกมากมาย เช่น ข้าวปั้นหน้าปลาไหล แซลมอนคัตสึ และปลาหมึกย่างตัวใหญ่ ๆ ที่รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาท

Yurijin Izakaya & Japanese Dining Ekkamai

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–23:00 น.

ที่อยู่

โครงการ Earth Ekamai, ซ. สุขุมวิท 63 Klongton, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

21. Mekiki no Ginji

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะชื่อดังจากโอกินาว่า ที่โดดเด่นเรื่องการนำเสนอวัตถุดิบอาหารทะเลที่สดใหม่ ที่นี่มีเมนูซาชิมิให้เลือกหลากหลายชนิด ตั้งแต่ปลาเนื้อขาวอย่าง ปลามาได ปลาฮามาจิ ไปจนถึงเมนูยอดนิยมอย่างแซลมอน และไข่หอยเม่น นอกจากนี้ยังมีเมนูที่หาทานยากอย่าง ซาชิมิปลาบุริ ที่เนื้อนุ่มละมุนลิ้น และมีเมนูอาหารทะเลแบบย่างที่ขึ้นชื่ออีกด้วย เมนูแนะนำอื่น ๆ เช่น ซาชิมิ 7 อย่าง ข้าวหน้าปลาดิบ หอยนางรมซอสอุนิ และเอ็นกาวะ​โรล​ซอสอูนิ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

Mekiki no Ginji

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

95 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

22. KAI by Nippontei

KAI by Nippontei เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูปลาไหลย่าง และเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ที่เน้นความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด นอกจากเมนูอุนางิแล้ว ทางร้านยังมีเมนูอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นคือเมนูจากอาหารทะเลอย่าง ซาชิมิ และดงบุริ หรือข้าวหน้าต่างๆ เช่น ข้าวหน้าปลาดิบ ข้าวหน้าแซลมอนและฮนมากุโระ ข้าวหน้าแซลมอนและไข่ปลาแซลมอน ที่เชฟจะคัดสรรปลาคุณภาพดีมารังสรรค์เป็นเมนูแสนพิเศษ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 บาท

KAI by Nippontei

เวลาทำการ

ทุกวัน 10:30–21:00 น.

ที่อยู่

4th Fl, Gaysorn Amarin, 496, 502 ถนน เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

23. Emishi Japanese Restaurant

ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมที่เน้นความประณีตของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอาหารทะเลสดใหม่ ซาชิมิของที่นี่คุณภาพดี เป็นที่ชื่นชมเรื่องความสดใหม่ และความหนาของชิ้นปลา นอกจากอาหารทะเลแล้ว Emishi ยังขึ้นชื่อเรื่อง เนื้อวากิว ชั้นยอด ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบสเต็กหรือเป็นส่วนหนึ่งของชุดชาบูชาบูหรือสุกี้ยากี้ ซึ่งให้รสชาติที่เข้มข้นและอร่อยไม่แพ้กัน ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Emishi Japanese Restaurant

เวลาทำการ

จ.-ศ. 8:30–17:00 น., ปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์

ที่อยู่

ซอยสุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

24. Izaki

ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมที่นำเข้าตามฤดูกาล เชฟยังบรรจงแล่ปลาแต่ละชิ้นออกมาอย่างประณีต ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่ละมุนลิ้นและรสชาติที่แท้จริงของปลาแต่ละชนิด เมนูแนะนำของที่นี่ เช่น ข้าวอบปลา หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่ต้องสั่งล่วงหน้า พาสต้าเมนไทโกะโฮตาเตะ ที่ได้รับรีวิวไปในทางที่ดี และเมนูซาชิมิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ จัดเรียงมาในจานอย่างสวยงาม ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท ขึ้นไป

Izaki

เวลาทำการ

จ.-ส. 12:00–14:30 น. และ 17:30–22:30 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

ชั้น 3 อาคารที่4 เลขที่ 28 ถ. สุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

25. Uomura Thonglor

ร้าน Uomura ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในย่านทองหล่อ ซอย 13 มีทั้งห้องส่วนตัวให้บริการ และมีที่นั่งเคาน์เตอร์สำหรับนั่งดูเชฟทำซูชิ เซ็ตซูชิรวมจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามวัตถุดิบที่เชฟจะนำเสนอในวันนั้น ๆ นอกจากเมนูซาชิมิแบบคลาสสิกอย่างแซลมอน ทูน่า หรือปลาฮามาจิแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูพิเศษตามฤดูกาลที่หาทานได้ยากอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นปลาเนื้อขาวรสชาติละมุนลิ้น หรือหอยเชลล์โฮตาเตะตัวใหญ่ ๆ ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท ขึ้นไป

Uomura Thonglor

เวลาทำการ

จ.-ส. 17:00–0:00 น., ปิดทุกวันอาทิตย์

ที่อยู่

87 ซ. พร้อมมิตร แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

26. Sakana To Sakana

ร้าน Sakana To Sakana ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องวัตถุดิบที่สดใหม่ โดยเฉพาะปลาคุณภาพดีที่เป็นเมนูหลักของร้าน และเมนูอิซากายะต่าง ๆ ดังนั้น เมื่อมาทานอาหารที่ร้านนี้ อาจได้เจอเมนูพิเศษที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับปลาที่เข้ามาใหม่ๆ เมนูแนะนำที่ควรลอง เช่น ข้าวหน้าปลาดิบรวม เมนูยอดฮิตที่รวมปลาดิบหลายชนิดไว้ในชามเดียว ข้าวหน้าปลาดิบไข่หอยเม่น ซูชิและซาชิมิ และนอกจากเมนูปลาดิบแล้ว ยังมีเมนูย่างต่างๆ ที่ทำจากปลาและเนื้อคุณภาพดี ราคาต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 1,800-2,000 บาท

Sakana To Sakana

เวลาทำการ

อ.-อา. 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

fl. 2, Baan K Resident, 12/1 Soi Sathorn 2, แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

27. HOKKAIDO GENSHIYAKI

HOKKAIDO GENSHIYAKI ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ยกความสดใหม่ของวัตถุดิบจากฮอกไกโดมาให้ถึงที่ ร้านนี้ดังเรื่องเมนูปลาย่างถ่านแบบญี่ปุ่นโบราณ (Genshiyaki) แต่บอกเลยว่าซาชิมิของเขาก็เด็ดไม่แพ้กัน ทั้งรสชาติที่หวานฉ่ำ และเนื้อสัมผัสที่แน่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมสด ๆ ทที่หลายคนที่มาต้องสั่ง ซาชิมิหอยเชลล์โฮตาเตะ และปลาฮอกเกะย่าง เมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ใช้เทคนิคการย่างแบบเก็นยาชิกิ  ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาท

HOKKAIDO GENSHIYAKI

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:00–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:00–16:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ที่อยู่

83 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน klongton, กรุงเทพมหานคร 10110

28. Kaizen Sushi Hibachi

Kaizen Sushi Hibachi อีกร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะได้ทานอาหารทะเลและซาชิมิแบบพรีเมียมจากวัตถุดิบที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น เพราะร้านให้ความสำคัญกับการรใช้วัตถุดิบคุณภาพดีและสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูซูชิและซาชิมิที่เป็นที่พูดถึงเรื่องความสดและคุ้มค่ากับราคา นอกจากซูชิและซาชิมิ ยังมีเมนูอาหารอื่น ๆ ที่จะได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลอย่าง ข้าวหน้าปลาดิบ โรลแซลมอน หรือเมนูฟิวชั่นอย่างนำแซลมอน ราคาต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,000-1,200 บาท

Kaizen Sushi Hibachi

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:00–22:00 น.

ที่อยู่

318 เอเวอร์กรีน เพลส ถ. พญาไท แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

29. Tanaka Suisan

Tanaka Suisan เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเรื่องคุณภาพของซูชิและซาชิมิในราคาที่เข้าถึงได้ ด้วยแนวคิดที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป จุดขายของร้าน คือ บุฟเฟต์ซูชิสไตล์โอมากาเสะ โดยทางร้านจะจัดเซ็ตเมนูซูชิตามแบบโอมากาเสะ ทำให้ได้ลิ้มรสความอร่อยของซูชิแต่ละคำที่เชฟคัดสรรมาให้ เมนูซาชิมิก็มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแซลมอน ทูน่า ปลาฮามาจิ หรือหอยเชลล์ที่คัดสรรมาอย่างดี ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ต่อคน

Tanaka Suisan

เวลาทำการ

จ.-ศ. 11:30–15:00 น. และ 17:00–23:00 น.

ส.-อา. 11:30–23:00 น.

ที่อยู่

3/3 Soi Sukhumvit 57, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

30. Tensui

ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ที่บรรยากาศเป็นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่หรูหรา เชฟจะคอยคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วโลกมาให้ได้ลิ้มลอง ใส่ใจในทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่ความสดของปลา แต่ยังรวมถึงเทคนิคการเตรียมและปรุงอาหารที่ละเอียดอ่อน ร้านเชี่ยวชาญอาหารประเภทไคเซกิ (Kaiseki) แต่ก็ยังมีเมนูอะลาคาร์ท เมนูซูชิและซาชิมิ ให้เลือกสั่งอีกด้วย ราคาต่อหัวของร้านนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท ขึ้นไป

Tensui

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:30–22:00 น.

ที่อยู่

33 ซ. สุขุมวิท 16 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110