10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เหมาะกับการทานดินเนอร์เชิงธุรกิจ (Business Dinner)

22.01.2026 (Updated: 22.01.2026)
10 ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่เหมาะกับการทานดินเนอร์เชิงธุรกิจ (Business Dinner)

มื้อดินเนอร์เชิงธุรกิจไม่ได้เป็นเพียงการทานอาหาร แต่คือช่วงเวลาสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และคว้าโอกาสในทางธุรกิจ การนัดคู่ค้าในช่วงค่ำจึงต้องการบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือ มีความเป็นส่วนตัวที่เอื้อต่อการสนทนาความลับทางการค้า และมีการบริการที่สะท้อนถึงการให้เกียรติอย่างสูงสุด บทความนี้เราได้คัด 10 ร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ ที่มีความโดดเด่นหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ร้านซูชิบรรยากาศสบายๆ ไปจนถึงยากินิกุชั้นเลิศ เพื่อให้ทุกการนัดหมายของคุณกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การคุยธุรกิจราบรื่นและมั่นคงยิ่งกว่าเดิม

สารบัญ

Show More

1. Kitaro Sushi Thonglor

บรรยากาศร้าน

ถ้ากำลังมองหาร้านที่ช่วยทลายกำแพงความตึงเครียดหลังเลิกงาน Kitaro Sushi ในย่านทองหล่อคือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก บรรยากาศของที่นี่จะมีความคึกคักและมีพลังในแบบฉบับร้านซูชิจากโอซาก้า ตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยที่ยังคงกลิ่นอายความดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี จุดเด่นที่ทำให้เหมาะกับการคุยธุรกิจช่วงเย็นคือบรรยากาศที่ไม่เงียบจนเกร็งแต่ก็ไม่ได้เสียงดังจนคุยกันไม่รู้เรื่อง แสงไฟที่อบอุ่นและการจัดวางที่นั่งที่เอื้อต่อการสนทนาช่วยให้การดื่มด่ำกับมื้ออาหารและการเจรจางานเป็นไปอย่างผ่อนคลาย สร้างความเป็นกันเองได้รวดเร็วกว่าร้านที่เป็นทางการสูงๆ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจใครหลายคนคือเมนูซูชิที่ขายในราคาเริ่มต้นที่คำละ 60 บาท ซึ่งคัดมาแต่วัตถุดิบชั้นดีเท่านั้น เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งคือซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอนที่ได้มาแบบล้นทะลัก หรือจะเป็นซูชิหน้าปลาไหลคำโตที่เชฟปรุงรสมาอย่างกลมกล่อม นอกจากซูชิแล้วเมนูของกินเล่นแบบกับแกล้มสไตล์อิซากายะพรีเมียมอย่างบรรดาของทอดและปลาย่างก็ทำออกมาได้ดีมาก ช่วยให้บทสนทนาระหว่างจิบเครื่องดื่มลื่นไหลไม่มีสะดุด

ช่วงราคา

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนสำหรับมื้อเย็นจะตกอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ซึ่งถือว่าสมเหตุสมผลมากสำหรับร้านในทำเลทองหล่อที่เน้นใช้วัตถุดิบคุณภาพส่งตรงจากญี่ปุ่น

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดคุยธุรกิจกับพาร์ทเนอร์ที่คุณต้องการสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้น หรือคู่ค้าที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบสบายๆ เน้นความสนุกในการเลือกสั่งอาหารที่หลากหลายมาแชร์กันกลางโต๊ะ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ปิดท้ายวันด้วยรอยยิ้มและการเจรจาที่เป็นมิตรท่ามกลางรสชาติอาหารญี่ปุ่นที่ไว้ใจได้ ที่นี่จะเป็นจุดนัดพบที่ช่วยเปลี่ยนสถานะจากคู่ค้าให้กลายเป็นเพื่อนทางธุรกิจที่สนิทใจกันได้ง่ายขึ้น

Kitaro Sushi Thonglor

เวลาทำการ

ทุกวัน 18:00–3:00 น.

ที่อยู่

161/2 ถนน สุขุมวิท Klongtan Nua เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kitaro-sushi-thonglor/

2. Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

บรรยากาศร้าน

หากต้องการเปลี่ยนโหมดจากการคุยงานในห้องสี่เหลี่ยมมาเป็นการเจรจาธุรกิจในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและกลิ่นอายของฮอกไกโด ร้าน Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya ในซอยสุขุมวิท 30 คือพิกัดที่ตอบโจทย์ในมื้อเย็นเชิงธุรกิจนี้ บรรยากาศของที่นี่สะท้อนความเป็นอิซากายะระดับพรีเมียมที่เน้นความโปร่งและตกแต่งด้วยไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฮอกไกโดจริงๆ จุดเด่นคือการมีพื้นที่กว้างขวางและมีมุมที่นั่งที่ให้ความเป็นส่วนตัวพอสมควร ช่วยให้การคุยงานในช่วงค่ำมีความเป็นกันเองมากขึ้น ลดความตึงเครียดแต่ยังคงความเป็นมืออาชีพในการรับรองคู่ค้าได้เป็นอย่างดี

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมื่อมาถึงที่นี่เมนูที่พลาดไม่ได้และมักจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาบนโต๊ะคือ อุนิและไข่ปลาแซลมอนที่จัดเต็มแบบพูนชามสะท้อนถึงความมั่งคั่งของท้องทะเลฮอกไกโด หรือจะเป็นซาซิมิรวมเซ็ตใหญ่ที่คัดเฉพาะปลาน้ำลึกเนื้อหวานฉ่ำมาเสิร์ฟ นอกจากนี้ยังมีเมนูซิกเนเจอร์อย่างปลาฮอกเกะย่างถ่านตัวโตและบรรดาเมนูจากเนื้อแกะเจงกีสข่านที่หาทานรสชาติแบบออริจินัลได้ยากในไทย ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการเลี้ยงรับรองลูกค้าได้ตลอดมื้อ

ช่วงราคา

ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับมื้อดินเนอร์จะอยู่ที่ประมาณ 1,200-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับความพรีเมียมของวัตถุดิบและเครื่องดื่มที่เลือกสั่ง ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับคุณภาพที่ส่งตรงมาจากแหล่งวัตถุดิบที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดหมายกับพาร์ทเนอร์หรือบริษัทคู่ค้าที่ชอบทานอาหารทะเลเป็นพิเศษ หรือกลุ่มธุรกิจที่ต้องการบรรยากาศในการสานสัมพันธ์ที่ดูสนุกสนานและมีชีวิตชีวา หากคุณต้องการร้านที่ช่วยสร้างบทสนทนาที่ไหลลื่นผ่านเรื่องราวของวัตถุดิบที่น่าสนใจและการบริการที่รวดเร็วทันใจ การเลือกมาที่นี่จะช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูเป็นคนใส่ใจและช่างเลือก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

Hokkaido Sushi Izakaya Ezoya

เวลาทำการ

จ.-ศ.16:00-23:00 น.

ส.12:00-23:00 น.

อา.12:00-22:00 น.

ที่อยู่

720/19-20 ถนนสุขุมวิท (ระหว่างซอย 28-30) แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/hokkaido-sushi-izakaya-ezoya/

3. Sushi Kappou Ishimoto

บรรยากาศร้าน

ถ้าโจทย์ของคุณคือการสร้างความประทับใจขั้นสุดด้วยความหรูหราและความสงบ Sushi Kappou Ishimoto ในย่านทองหล่อคือจุดหมายที่ลงตัวที่สุด ร้านนี้ฉีกภาพลักษณ์ความพลุกพล่านของย่านนี้ออกไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการตกแต่งที่เน้นความเรียบหรูและดูแพงในทุกรายละเอียด ภายในร้านให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและสงบเงียบอย่างมาก การบริการที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมาะสำหรับการปิดดีลสำคัญที่ต้องใช้สมาธิและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่ถือเป็นซิกเนเจอร์และสร้างความตื่นตาตื่นใจได้เสมอคือ ข้าวหน้าหน้าต่างๆ ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ เน้นการดึงรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาให้ได้ลิ้มลอง หรือจะเลือกเป็นคอร์สโอมาคาเสะมื้อเที่ยงที่เชฟจะรังสรรค์คำต่อคำโดยใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่สุดตามฤดูกาล ความโดดเด่นของที่นี่คือความสมดุลระหว่างความเป็นร้านซูชิและการทำอาหารแบบคัปโปะที่มีความหลากหลายของเทคนิคการปรุง ทำให้มื้อเย็นไม่จำเจและมีเรื่องให้ตื่นเต้นตลอดเวลา

ช่วงราคา

ระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับมื้อเย็นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกสั่งเป็นเซ็ตเมนูพรีเมียมหรือจัดเต็มแบบคอร์สโอมาคาเสะ เป็นราคาที่การันตีความประทับใจของแขกผู้มาเยือนได้อย่างแน่นอน

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการต้อนรับแขกผู้ใหญ่ระดับผู้บริหารหรือคู่ค้าต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทและคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศ หากคุณต้องการสถานที่ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและแสดงถึงความมั่นคงของธุรกิจผ่านการเลือกสรรร้านอาหารที่มีมาตรฐานสูง การนัดคุยงานที่นี่จะช่วยสร้างแต้มต่อให้กับการเจรจาของคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัย

Sushi Kappou Ishimoto

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–22:00 น.

ที่อยู่

ห้อง 301, โรงแรม Hotel Nikko Bangkok, ชั้น 3, 27 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-kappou-ishimoto/

4. Sasaya Sukhumvit

บรรยากาศร้าน

หากต้องการสถานที่ที่เปลี่ยนจากความรีบเร่งในเวลากลางวันมาเป็นบรรยากาศมื้อค่ำที่ดูสุขุมขึ้น Sasaya ในซอยสุขุมวิท 49 คือหมุดหมายที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับดินเนอร์เชิงธุรกิจที่เน้นความเป็นทางการและเป็นส่วนตัว ตัวร้านตกแต่งในสไตล์บ้านย้อนยุคที่เน้นงานไม้และดินเผา ให้ความรู้สึกที่มั่นคงและมีรสนิยมแบบผู้ใหญ่ จุดเด่นสำคัญที่เอื้อต่อการคุยธุรกิจคือการจัดสรรที่นั่งแบบกั้นห้องที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ช่วยให้การเจรจาหัวข้อสำคัญหรือการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับพาร์ทเนอร์ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอก เป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความน่าเชื่อถือให้กับตัวผู้เลือกอย่างชัดเจน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

หัวใจของอาหารที่นี่คือความดั้งเดิมที่หาทานได้ยาก เมนูซิกเนเจอร์ที่ควรสั่งมาเป็นจานกลางคือข้าวอบหม้อดินที่หุงด้วยน้ำซุปสูตรเฉพาะจนหอมฟุ้งและก้นหม้อมีความเกรียมเล็กน้อยเป็นเสน่ห์ หรือจะเป็นเมนูปลาย่างฟางที่ทางร้านใช้เทคนิคการย่างแบบดั้งเดิม (Warayaki) เพื่อให้ได้กลิ่นหอมรมควันที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีเมนูตามฤดูกาลที่คัดเลือกมาจากหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น ซึ่งความประณีตในการปรุงรสและจัดจานช่วยเสริมให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูภูมิฐานและแสดงถึงความใส่ใจที่คุณมีต่อบริษัทคู่ค้า

ช่วงราคา

ราคาต่อหัวสำหรับดินเนอร์จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้ใช้พื้นที่ส่วนตัวคุณภาพสูงและรสชาติอาหารที่มีมาตรฐานความเสถียร

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้จะตอบโจทย์มากหากคุณกำลังนัดพาร์ทเนอร์ชาวญี่ปุ่นระดับผู้บริหารหรือคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับมารยาทและความสงบเรียบง่ายแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับการเจรจาโปรเจกต์ที่ต้องการความรอบคอบและการใช้สมาธิสูง หากเป้าหมายคือการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนผ่านมื้ออาหารที่ละเมียดละไมในบรรยากาศที่ไม่หวือหวาแต่ดูแพง ร้านนี้คือร้านที่จะช่วยให้การพูดคุยของคุณบรรลุผลได้อย่างน่าประทับใจ

Sasaya Sukhumvit

เวลาทำการ

จ.-ศ.11:30–14:00 น. และ 18:00–23:00 น.

ส.11:30–14:30 น. และ 17:30–22:30 น.

อา.11:30–14:30 น. และ 17:30–21:30 น.

ที่อยู่

165 ซอยพร้อมมิตร แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sasaya-sukhumvit/

5. Sakura Saku

บรรยากาศร้าน

หากโจทย์ของคุณคือการมองหาพื้นที่นัดพบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่ยังคงความหรูหราแบบเงียบสงบ ร้าน Sakura Saku ในซอยสุขุมวิท 31 เป็นอีกหนึ่งร้านที่จะสร้างความประทับใจในมื้อนี้ บรรยากาศภายในเน้นการตกแต่งที่ดูสะอาดตาด้วยโทนไม้สีอ่อนสไตล์โมเดิร์นที่ผสมผสานความเรียบง่าย พื้นที่ถูกออกแบบมาให้มีความโปร่งโล่งแต่กลับให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด โดยเฉพาะมุมที่นั่งที่ถูกจัดวางให้มีระยะห่างพอสมควร ทำให้การพูดคุยเรื่องงานในช่วงค่ำไม่รู้สึกอึดอัด แสงไฟในร้านที่นวลตาช่วยปรับอารมณ์จากการทำงานที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งวันให้ซอฟต์ลง เอื้อต่อการสร้างบทสนทนาที่เป็นกันเองและดูจริงใจ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

เมนูที่จัดว่าเป็นทีเด็ดและมักจะได้รับคำชมจากแขกที่มาเยือนเสมอคือ ซาซิมิที่สดจนสัมผัสได้ถึงความหวานของปลาแต่ละชนิด ซึ่งเชฟมีความละเอียดในการหั่นและการนำเสนอที่ดูดีมาก อีกหนึ่งจานซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือเมนูชาบูชาบูและสุกี้ยากี้ที่เน้นรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบ รวมถึงบรรดาเมนูอาหารญี่ปุ่นฟิวชั่นที่ทำออกมาได้รสสัมผัสที่แปลกใหม่แต่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี การนำเสนออาหารที่ดูทันสมัยและรสชาติที่กลมกล่อมช่วยชวนให้คู่ค้าประทับใจในรสนิยมการเลือกร้านที่ดูไม่ซ้ำใคร

ช่วงราคา

งบประมาณเฉลี่ยต่อคนสำหรับมื้อเย็นที่นี่จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงรับรองในย่านใจกลางสุขุมวิทที่ต้องการทั้งคุณภาพอาหารและพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้จะเข้าทางมากหากคุณต้องการนัดพบกับพาร์ทเนอร์รุ่นใหม่หรือคู่ค้าที่ชอบความทันสมัยและความสวยงามแบบมินิมอล เหมาะสำหรับการคุยโปรเจกต์เชิงสร้างสรรค์หรือการสานสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจที่ไม่ได้เน้นความเป็นทางการจนเกินไป แต่ยังต้องการบริการที่เอาใจใส่และมีระดับ หากคุณอยากได้ร้านที่ดูเท่ มีสไตล์ และช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างลื่นไหลท่ามกลางบรรยากาศที่ดูดี Sakura Saku คือร้านที่ช่วยสร้างแต้มต่อให้คุณได้แน่นอน

Sakura Saku

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–0:00 น.

ที่อยู่

22 ซ. สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sakura-saku/

6. Yakiniku Kirabi 23

บรรยากาศร้าน

หากกำลังมองหาสถานที่ปิดดีลที่ใช้ความหลงใหลในรสชาติเนื้อมาเป็นตัวช่วยสร้างความสนิทสนม Yakiniku Kirabi ในซอยสุขุมวิท 23 คือร้านที่ตอบโจทย์มื้อค่ำเชิงธุรกิจได้แบบอยู่หมัด บรรยากาศของที่นี่ให้ความรู้สึกขรึมและสุขุมด้วยการตกแต่งโทนสีเข้มที่ดูทันสมัยแต่ยังคงความอบอุ่นแบบญี่ปุ่นแท้ๆ พื้นที่ร้านจัดสรรได้อย่างยอดเยี่ยม มีมุมที่นั่งที่เป็นสัดส่วนและห้องส่วนตัวที่ช่วยให้การคุยรายละเอียดลับทางธุรกิจดำเนินไปได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องควันหรือกลิ่นรบกวนเพราะระบบจัดการของที่นี่ทำออกมาได้ดีเยี่ยม ช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่เนี๊ยบไว้ได้จนจบมื้อ

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

ความโดดเด่นที่ทำให้คู่ค้าต้องประทับใจคือคุณภาพของเนื้อวากิวที่คัดมาเฉพาะระดับพรีเมียม โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์อย่าง เซ็ตรวมเนื้อวากิวคัดพิเศษ (Special Assorted Wagyu) ที่เชฟจะเลือกส่วนที่ดีที่สุดของวันนั้นมาจัดวางอย่างอลังการ ลายไขมันที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อแดงอย่างละเอียดทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว หรือจะเป็นลิ้นวัวส่วนโคนหั่นหนาที่ย่างจนกรอบนอกนุ่มใน ซึ่งความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบระดับนี้จะช่วยสื่อสารแทนคำพูดได้เป็นอย่างดีว่าคุณให้เกียรติและให้ความสำคัญกับบริษัทคู่ค้ามากแค่ไหน

ช่วงราคา

สำหรับงบประมาณเฉลี่ยต่อหัวในมื้อค่ำจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับเกรดของเนื้อที่ได้รับและมาตรฐานการบริการที่เป็นมืออาชีพ

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดพบพาร์ทเนอร์สายอาหารหรือลูกค้าที่ชื่นชอบการทานเนื้อย่างคุณภาพสูงในบรรยากาศที่ดูแพงและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการเจรจาธุรกิจที่ต้องการความเป็นกันเองแต่ยังต้องการความเป็นมืออาชีพไปพร้อมกัน หากอยากสร้างบรรยากาศการคุยงานที่ดูมีพลังและน่าจดจำ การพาลูกค้ามาลิ้มรสเนื้อวากิวระดับท็อปที่นี่จะช่วยให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจของคุณรุดหน้าได้อย่างรวดเร็ว

Yakiniku Kirabi 23

เวลาทำการ

จ.-ศ.16:00–23:30 น.

ส.12:00–23:30 น.

อา.12:00–22:00 น.

ที่อยู่

118, 8-10 ซ. สุขุมวิท 23 Klongtoei-Nua, เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-kirabi-23/

7. Sushi Misaki-Nobu

บรรยากาศร้าน

หากโจทย์ของดินเนอร์ในค่ำคืนนี้คือการแสดงถึงความเหนือระดับและการให้เกียรติคู่ค้า Sushi Misaki Nobu ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่ชั้น BF1 อาคาร GMM Grammy Place ย่านอโศก คือพิกัดที่จะช่วยยกระดับการเจรจาธุรกิจให้ดูเป็นทางการและเอ็กซ์คลูซีฟแบบสุดๆ บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบมาอย่างประณีตในสไตล์มินิมอลที่หรูหรา เน้นการใช้แสงและเงาที่นุ่มนวลสร้างสมาธิให้กับบทสนทนาสำคัญได้เป็นอย่างดี ความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวของที่นี่ช่วยให้คุณและคู่ค้าสามารถโฟกัสกับการเจรจาผลประโยชน์หรือการวางแผนระยะยาวได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางการบริการที่สุภาพและไร้ที่ติในทุกรายละเอียด

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด:

หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นคือการนำเสนอซูชิสไตล์เอโดะมาเอะแท้ๆ เน้นเทคนิคการบ่มปลาอย่างเชี่ยวชาญเพื่อดึงรสชาติที่ลึกซึ้งที่สุดออกมา เมนูซิกเนเจอร์ที่พลาดไม่ได้คือเมนูซูชิที่ใช้ปลาเนื้อขาวและปลาหนังเงินที่ผ่านการปรุงรสมาอย่างแม่นยำด้วยโชยุและวาซาบิสูตรเฉพาะ ข้าวซูชิที่นี่มีรสสัมผัสที่ชัดเจนและมีกลิ่นหอมของน้ำส้มสายชูแดงที่ช่วยชูรสชาติของปลาพรีเมียมให้โดดเด่นขึ้นไปอีกระดับ การได้เห็นเชฟบรรจงปั้นซูชิคำต่อคำอย่างพิถีพิถันยังช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าทึ่งและเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาที่ดีในมื้อค่ำ

ช่วงราคา

ระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับคอร์สโอมาคาเสะมื้อเย็นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 4,000-8,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพวัตถุดิบนำเข้าระดับสูงสุดและความเอ็กซ์คลูซีฟที่คู่ค้าของคุณจะได้รับ

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดหมายกับพาร์ทเนอร์ระดับผู้บริหารระดับสูง หรือการปิดดีลสำคัญที่ต้องการบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเชื่อถือและรสนิยมที่เหนือระดับ หากคุณต้องการสถานที่ที่ช่วยรับรองว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจของคุณถูกสร้างขึ้นบนมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมที่สุด การเลือกร้านนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Sushi Misaki-Nobu

เวลาทำการ

อ.-อา. 12:00–14:00 น. และ 17:00–22:00 น., ปิดทุกวันจันทร์

ที่อยู่

อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ชั้น BF1 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศกมนตรี) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/sushi-misaki-nobu/

8. Yakiniku Suzuki Beef BKK

บรรยากาศร้าน

หากคุณต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากร้านปิ้งย่างที่วุ่นวายมาสู่ดินเนอร์ที่ดูเป็นส่วนตัว ร้าน Yakiniku Suzuki Beef BKK ในย่านพร้อมพงษ์คือร้านที่ตอบโจทย์มื้อเย็นเชิงธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม ตัวร้านตกแต่งในสไตล์เรียบหรูแต่ซ่อนความดิบที่ดูเป็นผู้ใหญ่ พื้นที่ภายในจัดสรรได้อย่างเป็นสัดส่วน โดยมีห้องส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อการรับรองแขกที่ต้องการสมาธิในการพูดคุยงานสำคัญโดยเฉพาะ แสงไฟที่สลัวลงในช่วงค่ำช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูเอ็กซ์คลูซีฟและให้เกียรติคู่ค้า ทำให้การเจรจาตัวเลขหรือข้อตกลงที่ซีเรียสดูผ่อนคลายลงแต่ยังคงความน่าเชื่อถือไว้ได้อย่างครบถ้วน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

จุดเด่นของที่นี่คือการส่งตรงเนื้อวากิวจากจังหวัดซากะ (Saga Beef) ที่ขึ้นมาให้ได้ลิ้มลองกันถึงที่ เมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งมาเรียกความประทับใจคือเนื้อส่วนสันนอกพรีเมียมและเนื้อส่วนซี่โครงคัดพิเศษที่ย่างบนเตาถ่านจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง รสสัมผัสของเนื้อที่นี่มีความนุ่มนวลและหวานฉ่ำตามสไตล์เนื้อเกรดประมูล นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่ปรุงรสมาอย่างประณีต ช่วยให้มื้อดินเนอร์นี้ดูมีความสมบูรณ์แบบและแสดงถึงความใส่ใจที่คุณมีต่อการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับบริษัทคู่ค้า

ช่วงราคา

ช่วงราคาเฉลี่ยต่อหัวสำหรับมื้อเย็นจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000-4,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับพรีเมียมที่สอดคล้องกับคุณภาพเนื้อระดับท็อปและการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะสำหรับการนัดหมายกับพาร์ทเนอร์ระดับผู้บริหารหรือลูกค้าที่ชื่นชอบความเงียบสงบและการทานเนื้อคุณภาพสูงในบรรยากาศที่ดูภูมิฐาน หากคุณมีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในระดับสูงเพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบ การพาคู่ค้ามาที่ร้านนี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการตกลงผลประโยชน์ได้อย่างลงตัว พร้อมทิ้งความประทับใจในรสนิยมที่เหนือระดับของคุณไว้ในใจของพวกเขา

Yakiniku Suzuki Beef BKK

เวลาทำการ

ทุกวัน 11:30–14:00 น. และ 17:00–22:30 น.

ที่อยู่

682/5 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/yakiniku-suzuki-beef-bkk/

9. Japanese Kitchen Ant’z

บรรยากาศร้าน

หากกำลังมองหาจุดนัดพบที่ให้ความรู้สึกเหมือนพาลูกค้ามาทานอาหารในพื้นที่ส่วนตัวที่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร Japanese Kitchen Ant’z ในซอยสุขุมวิท 55 คือร้านที่จะทำให้ดินเนอร์เชิงธุรกิจของคุณดูแตกต่างออกไปทันที บรรยากาศของที่นี่ฉีกกฎร้านอาหารญี่ปุ่นกระแสหลักด้วยการตกแต่งที่ดูอบอุ่นแต่แฝงความเท่แบบดิบๆ สไตล์โฮมมี่ พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางจนพลุกพล่าน ทำให้ความรู้สึกในการนั่งคุยงานเป็นไปอย่างผ่อนคลายและเป็นกันเองอย่างมาก แสงไฟสีนวลตาช่วยสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้คู่ค้ากล้าเปิดใจคุยเรื่องโปรเจกต์ใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นท่ามกลางความสงบที่เป็นส่วนตัว

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

จุดเด่นที่ทำให้ร้านนี้ครองใจคนทำธุรกิจคือความกล้าในการนำเสนอเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ผสมผสานความร่วมสมัยแต่ยังคงรสชาติที่ลึกซึ้ง เมนูที่ห้ามพลาดคือปลาตามฤดูกาลที่ปรุงรสด้วยเทคนิคพิเศษ หรือจานเรียกน้ำย่อยที่จัดวางมาอย่างมีสไตล์และรสชาติมีความซับซ้อนน่าค้นหา รวมถึงเมนูเนื้อที่ย่างมาในระดับที่พอเหมาะพอดี ความน่าสนใจของอาหารที่นี่มักจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ช่วยละลายพฤติกรรมระหว่างคุณกับคู่ค้าได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารแต่ละจานมีความใส่ใจและมีสตอรี่ที่น่าสนใจ

ช่วงราคา

งบประมาณต่อหัวสำหรับมื้อดินเนอร์จะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับการได้รับประทานอาหารญี่ปุ่นที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและไม่ซ้ำซากจำเจ

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนัดคุยงานกับพาร์ทเนอร์สายดีไซน์ กลุ่มคนทำงานเอเจนซี่ หรือคู่ค้าที่เบื่อบรรยากาศร้านอาหารในห้างและมองหาความเอ็กซ์คลูซีฟที่ดูไม่พยายามจนเกินไป หากคุณต้องการแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนช่างเลือกและชอบค้นหาแหล่งแฮงเอาท์ที่มีคุณภาพ การพาพวกเขามาที่นี่จะช่วยสะท้อนตัวตนของคุณว่าเป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์และมีรสนิยมที่น่าสนใจ

Japanese Kitchen Ant’z

เวลาทำการ

ทุกวัน 17:00–2:00 น.

ที่อยู่

416/4 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/japanese-kitchen-antz/

10. Kappo Hisa

บรรยากาศร้าน

หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการกินข้าวแบบเดิมๆ มาเป็นการนั่งเคาน์เตอร์ที่ดูมีชั้นเชิง Kappo Hisa ในซอยสุขุมวิท 20 คือร้านที่จะยกระดับมื้อเย็นให้ดูมีความเป็นมืออาชีพขึ้นไปอีกขั้น บรรยากาศร้านเน้นความโมเดิร์นที่ผสมผสานความเรียบง่ายแบบมินิมอลตามสไตล์ญี่ปุ่น พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางจนวุ่นวาย แต่เน้นความโปร่งและแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาอย่างพอเหมาะ จุดที่โดดเด่นมากคือการออกแบบที่นั่งให้เห็นเชฟทำงานได้อย่างใกล้ชิด นับเป็นจุดเริ่มต้นบทสนทนาที่ดีมากในการเริ่มชวนลูกค้าคุยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองก่อนเข้าเรื่องงาน

เมนูอร่อยที่ห้ามพลาด

หัวใจหลักของที่นี่คือการนำเสนออาหารแบบคัปโปะ (Kappo Style) ที่คัดเลือกวัตถุดิบส่งตรงจากญี่ปุ่นแบบวันต่อวัน เมนูที่ไม่อยากให้พลาดคือข้าวหน้าปลาดิบรวมพรีเมียมที่ทางร้านจัดเรียงปลา อูหนิ และไข่ปลามาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ หรือจะเป็นเมนูคอร์สสั้นๆ สำหรับมื้อเที่ยงที่โชว์เทคนิคการทำอาหารทั้งการนึ่ง ย่าง และทอดในจานเดียว รสชาติมีความสมดุลและดึงรสสัมผัสธรรมชาติของวัตถุดิบออกมาได้ชัดเจนที่สุด ช่วยสร้างความประทับใจให้คู่ค้าในเรื่องความใส่ใจในคุณภาพได้เป็นอย่างดี

ช่วงราคา

ในส่วนของค่าใช้จ่ายต่อคนสำหรับมื้อเที่ยงจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-3,000 บาท ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าร้านทั่วไปเล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความเอ็กซ์คลูซีฟและรสชาติที่หาตัวจับยากในย่านใจกลางเมือง

เหมาะสำหรับคนมองหาสถานที่แบบไหน

ร้านนี้จะเข้าทางมากถ้าคุณนัดคุยงานกับคู่ค้าที่ทำเกี่ยวกับธุรกิจอาหารหรือลูกค้าที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบคนเมืองที่ทันสมัย เพราะนอกจากรสชาติอาหารที่ยอดเยี่ยมแล้ว ความสวยงามของร้านยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ว่าคุณเป็นคนที่มีรสนิยมและพิถีพิถันในการเลือกร้าน เหมาะสำหรับการคุยโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์หรือการเจรจาที่เป็นกันเองแต่ยังคงความหรูหราไว้

Kappo Hisa

เวลาทำการ

ทุกวัน 12:00–14:00 น. และ 18:00–21:00 น.

ที่อยู่

66/4 มายล์มอลล์สุขุมวิท 20 ชั้น G ห้อง 103 ซอยไผ่สิงห์โต แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

หน้ารายละเอียดร้าน

https://aroimaru.com/restaurants/kappo-hisa/